Share

8. แปลกประหลาด (1)

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-09 17:07:34

“ในจวนแห่งนี้...คนที่ไว้ใจไม่ได้ที่สุดคือท่าน เว่ยเฉิงหยวน”

“ในจวนแห่งนี้...คนที่ไว้ใจไม่ได้ที่สุดคือท่าน เว่ยเฉิงหยวน”

“ในจวนแห่งนี้...คนที่ไว้ใจไม่ได้ที่สุดคือท่าน เว่ยเฉิงหยวน”

ประโยคเดิมซ้ำๆ วนเวียนอยู่ในหัวของเจ้าของจวน จนต้องเอามือก่ายหน้าผากทุกคืน ทำงานก็เหม่อลอยจนฝูเจี๋ยต้องเรียกเป็นสามสี่รอบ

“ท่านองครักษ์ ท่านองครักษ์ องครักษ์เว่ย!”

“เจ้าจะตะโกนทำไม”

“ข้าเรียกท่านมาสามรอบแล้วขอรับ ช่วงนี้ท่านมีเรื่องไม่สบายใจหรือ ปรึกษาข้าได้นะขอรับ” ฝูเจี๋ยลากเก้าอี้มานั่งหน้าโต๊ะทำงาน ตรงข้ามกับผู้เป็นนาย พอเป็นเรื่องของผู้อื่นฝูเจี๋ยก็อยากใส่ใจขึ้นมาทันที

“อะฮึ่ม ก็มีเรื่องให้คิด”

“ใช่เรื่องฮูหยินหรือไม่ขอรับ ข้าเห็นท่านไปยืนหน้าเรือนนางทุกคืน รอดับไฟค่อยกลับมานอน เหตุใดไม่เข้าไปเล่าขอรับ”

“นางมิไว้ใจข้า เอ่ยว่าในจวนคนที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดก็คือข้า” รอยยิ้มเจื่อนเป็นตัวบอกว่าเรื่องนี้คงกระทบจิตใจผู้พูดพอควร

“เช่นนั้น...ก็ทำให้นางไว้ใจสิขอรับ”

“ทำอย่างไรเล่า”

“ก่อนหน้าท่านองครักษ์นอกจากไม่รักใคร่ฮูหยิน ยังเย็นชา มองข้าม ราวกับว่านางไม่มีตัวตน ไม่แปลกที่ความสัมพันธ์ของพวกท่านจะเหินห่าง แล้ววันก่อนยังทำให้ฮูหยินโกรธอีก”

“จะช่วยหรือจะเหยียบข้าซ้ำกันแน่” สายตาเฉี่ยวตวัดมองลูกน้องจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง

“ตะ แต่ไม่ต้องห่วงขอรับ ในเมื่อท่านมาปรึกษาข้าแล้ว ฮูหยินย่อมกลับมารักมาหลงท่านเหมือนเดิมแน่” เด็กหนุ่มหยักคิ้วสองทีเป็นการเพิ่มความมั่นใจ แต่สำหรับคนมอง คงอยากเตะเข้าให้สักทีมากกว่า

เฮ้อ~ นี่เขาปรึกษาถูกคนใช่หรือไม่

“ฮูหยินเจ้าคะ นายท่านมาเจ้าค่ะ” ลี่จูสะกิดเรียกคนที่ตั้งใจ จดจ่ออยู่กับการดูงานปักของซีเยว่บนศาลาหลังเรือน

“เขามาทำไม” ไม่ต้องรอให้จางหยู่เยียนสงสัย ชายหนุ่มก็หอบหิ้วเอาทั้งกระดาษ สี กระดานไม้ขึ้นมาบนศาลา ทำเอาซีเยว่ต้องลุกถอยให้สามีภรรยานั่งด้วยกัน

“...” มาถึงก็ไม่พูดไม่จาเอาแต่จัดอุปกรณ์ต่างๆ ให้หยู่เยียนเดาเองว่าเขามาวาดภาพ

แต่! ศาลาหลังเรือนใหญ่ไม่มีหรืออย่างไร เหตุใดต้องมาทำที่ศาลาเรือนนาง

“กลับกันเถอะลี่จู”

“ข้ามาวาดรูปให้เจ้ากับลูกดู” เสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อคนอวบอ้วนกำลังจะขยับตัวลุก

“แต่ข้าไม่อยากดูเจ้าค่ะ”

“แต่ลูกอยากดู ข้าได้ยินเสียงเขาดีใจ พ่อลูกย่อมสื่อสารกันได้”

“ห๊ะ!? ท่านจะบ้าหรือ” จางหยู่เยียนถึงกับสบถออกมา เขาพูดจาเรื่อยเปื่อยเป็นตั้งแต่เมื่อใดกัน

หึ! ก่อนหน้าอย่าว่าแต่พูดหยอกพูดเล่นเลย เพียงแค่เฉียดกายเข้าใกล้ยังไม่เคยทำเสียด้วยซ้ำ หยู่เยียนยังจำได้ดี นางเพียงแค่จะเข้าไปทักทาย เขากลับเดินผ่านนางไปราวกับนางเป็นธาตุอากาศไร้ตัวตน

นั่งทานข้าวร่วมกับท่านย่า อาหารที่นางคีบให้เขาก็เขี่ยออก ไม่ดุ ไม่ด่า ไม่ทำร้าย แต่ก็ทำมองไม่เห็น นี่มันเจ็บเสียยิ่งกว่าถูกทำโทษด้วยซ้ำ

แต่เหตุใดช่วงนี้ เขากลับเปลี่ยนไป

“ลูกบอกข้าเช่นนั้นจริงๆ แต่หากเจ้ายืนยันจะไปที่อื่นก็ไม่เป็นไร จะไปที่ใดเล่า ข้าจะตามไปด้วย”

เห็นท่าทีเก็บข้าวเก็บของ หยู่เยียนก็ได้แต่ทำหน้าหงิก จำใจต้องนั่งอยู่ที่เดิม พลางยื่นมือไปขอผ้าปักจากซีเยว่มาทำต่อ เพ่งความสนใจมาที่ผ้าปักคงสุนทรีย์กว่า

“เจ้าอยู่นิ่งๆ อย่าพึ่งขยับนะ ข้าจะวาดภาพเจ้ากับลูก เอาไว้เป็นของขวัญยามลูกคลอด ข้าจะเอาใส่กรอบห้อยไว้ เขาจะได้เห็นยามที่เขาอยู่ในท้องของเจ้า”

“ท่านพูดยาวเป็นตั้งแต่เมื่อใดกัน”

“อืม นี่ตา นี่จมูก” เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมตอบคำถาม จางหยู่เยียนก็ไม่คิดจะรบเร้า ก้มหน้าปักผ้าของตนเองต่อ ในใจแอบหวังเล็กน้อยว่าอีกฝ่ายจะวาดภาพออกมาเช่นไร หากเขาวาดนางในยามนี้จริงก็คงดีไม่น้อย หยู่เยียนเองก็อยากให้ลูกเห็นภาพยามที่เขาอยู่ในท้องเช่นกัน

“ในที่สุดก็เสร็จ” ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง) เอกบุรุษวางพู่กันลง สองมือเปรอะไปด้วยสี เสื้อผ้าก็ดูแทบไม่ได้ เห็นทีบ่าวรับใช้คงต้องขยี้ผ้าจนสุดแรง อย่างว่าคนเคยจับแต่ดาบไหนเลยจะเชี่ยวชาญ

“หยู่เยียน เจ้าดูสิ ข้าวาดเสร็จแล้ว”

“นี่ท่านวาดอะไรของท่าน!?” 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   56. หวังให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป (จบบริบูรณ์)

    สองสามีภรรยาเดินออกจากห้องนอน ผ่านสตรีร่างบอบบางที่ยืนรออยู่ พากันตรงดิ่งไปยังห้องตำราที่อยู่ห่างออกมา เพราะไม่อยากให้เสียงไปรบกวนเด็กน้อย“คำนับฮูหยินเจ้าค่ะ เมื่อครู่ได้ยินเสียงเด็ก คงเป็นคุณชายน้อยใช่หรือไม่เจ้าคะ”“บุตรข้าเป็นสตรี” เว่ยเฉิงหยวนตอบกลับไป พลางประคองภรรยาเดินอ้อมมานั่งบนเก้าอี้ที่ทำงาน“เป็นสตรีหรอกหรือเจ้าคะ มิเป็นไรนะเจ้าคะ อย่างไรเสียท้องสองก็ต้องเป็นบุตรชายแน่ หรือไม่จากนี้ข้าก็จะได้ช่วยแบ่งเบาฮูหยิน มีทายาทให้สกุลเว่ย” น้ำเสียงไร้ซึ่งคำเย้ยหยัน ทว่าสีหน้ากลับมองหยู่เยียนอย่างเหนือกว่า ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นสตรี นางก็ยังมีโอกาส ไม่แน่ว่าลูกของนางในวันหน้าอาจจะได้เป็นทายาทสกุลเว่ย นางอาจมอบบุตรชายให้สกุลเว่ยได้“หากท่านยังไม่ทำอันใดเสียที ข้าจะกลับแล้ว มิอยากได้ยินเสียงนกกาให้ระคายหู”“ใจเย็นก่อนเถิด ฝูเจี๋ยกำลังมาแล้ว...ส่วนคุณหนูเกา ข้าคิดว่าคงมีเรื่องเข้าใจผิด” เว่ยเฉิงหยวนเอ่ยตัดความสัมพันธ์กับเกาซูเหวินตามตรง“ข้าเข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เรื่องก่อนหน้านี้ที่เจ้าช่วยข้านำหลักฐานมาจัดการสองพ่อลูกสกุลเกา ข้าซาบซึ้งน้ำใจที่เจ้าอุตส่าห์ทรยศครอบครัวเพื่อช่วยข้า”

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   55. หวังให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป (1)

    เสียงร้องของเด็กทารกแรกเกิดเงียบสงบลง เปลือกตาสีอ่อนปิดสนิทเคลิบเคลิ้มไปกับห้วงฝัน ริมฝีปากจิ้มลิ้มติดยิ้มอยู่ตลอดเวลา ทำเอาผู้เป็นมารดาอดยิ้มตามไม่ได้“นายท่านกับองค์รัชทายาทยังไม่กลับมาอีกหรือ”“ยังเลยเจ้าค่ะ” ได้ยินคำตอบของซีเยว่ จางหยู่เยียนก็ถอนหายใจหนัก นี่ก็เริ่มเช้าวันใหม่แล้ว ไม่รู้ว่ายามนี้จะเป็นอย่างไรนางมั่นใจอยู่หลายส่วนว่าทุกอย่างต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เชื่อในตัวสามีอยู่ไม่น้อย ทว่าความกังวลของคนไหนเลยจะห้ามกันได้ ยามนี้คงได้แต่มุ่งความสนใจมาที่ลูกน้อย จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านสตรีพึ่งคลอดโอบอุ้มลูกน้อยที่กำลังหลับใหลหลังจากดื่มนมเสร็จ ลงนอนบนเตียงเล็ก ยกผ้าขึ้นมาคลุม พลางตบเบาๆ บนหน้าอกน้อยให้นางได้หลับสนิท“รอหน่อยเถิดคนดีของแม่ ประเดี๋ยวบิดาเจ้าก็กลับมาแล้ว ถึงครานั้นเจ้าจะได้มีชื่อเรียกเหมือนผู้อื่นเสียที” รอยยิ้มอ่อนประดับอยู่บนดวงหน้าหวาน ขณะที่สายตาเต็มไปด้วยความกังวลหลังจากที่หยู่เยียนตัดสินใจพูดคุย ให้โอกาสสามีในวันนั้น เขาก็ดีกับนางทุกอย่าง ไม่ว่าคิดหรือทำสิ่งใดล้วนบอกกล่าวนาง กระนั้นอีกฝ่ายยังมีหน้าที่เป็นขุนนางของราชสำนัก เรื่องบ้านเมืองล้วนพูดได้ไม่หมด และนางเอ

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   54. เตรียมการไว้แล้ว (4)

    กระนั้นพวกเขาก็ยังเชื่อว่าเงินทองมากมายที่เสียไปกับการจ้างนักฆ่ามืออาชีพ อย่างไรพวกมันก็ไม่มีทางซัดทอดมาถึงคนบงการเป็นแน่“นักฆ่าพวกนี้เป็นมือสังหารที่พร้อมพลีชีพหากภารกิจล้มเหลว ดีที่ข้าจับเป็นพวกมันได้หลายคน แต่ถึงอย่างนั้นคนสั่งการก็คงเบาใจได้ว่าพวกมันจะไม่ซัดทอดถึง” เว่ยเฉิงหยวนล่อพวกนักฆ่าไปยังปากทางถ้ำก็เพราะเช่นนี้ เขาต้องการหาทำเลที่เหมาะกับการใช้พิษยาสลบและต้องการให้เรื่องนี้เงียบที่สุด ห่างจากสายตาของคนที่เกาจิ้งให้แอบมาดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ“เจ้าต้องการจะบอกอะไรกันแน่เฉิงหยวน อย่าได้ชักช้า”“กระหม่อมเพียงชี้ให้เห็นว่าผู้ที่มีเหตุจูงใจในการสังหารองค์รัชทายาท ซ้ำยังมีเงินทองมากมายจ้างนักฆ่ามืออาชีพจะมีสักกี่คน”“...” ทุกสายตามองตามการกระทำขององครักษ์เว่ย“เลิกพูดพล่ามเสียที ฝ่าบาทเพคะ ทรงให้ความเป็นธรรมกับสกุลเกาด้วย เพียงคำพูดไม่กี่คำของเว่ยเฉิงหยวนก็ทำให้สกุลเกาแปดเปื้อนถึงเพียงนี้ ไร้หลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันแล้วยังกล้าใส่ความท่านพ่อของหม่อมฉันอีก” เกากุ้ยเฟยออกหน้ารับ แม้เรื่องคราวนี้ไม่สำเร็จแต่พระนางก็มั่นใจว่าไม่มีหลักฐานซัดทอดมาถึงพวกนาง“เฉิงหยวน หากเจ้าไม่มีหลักฐานอย่าพ

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   53. เตรียมการไว้แล้ว (3)

    บรรยากาศในลานพิธีล่าสัตว์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ นับจากที่มีทหารมาแจ้งว่าขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทถูกลอบโจมตี แล้วบัดนี้ก็ยังหาตัวองค์รัชทายาทไม่พบ ฝ่าบาทโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงขั้นประกาศกร้าวว่าเรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ“ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ เหตุใดไม่เห็นองครักษ์เว่ยเลยพ่ะย่ะค่ะ” เกาจิ้งเป็นคนเอ่ยทักเรื่องนี้ขึ้นมา เขาคิดแผนการเอาไว้อย่างดี หลังจากกำจัดองค์รัชทายาทแล้วเขาก็จะป้ายความผิดข้อหาละเลยหน้าที่ให้เว่ยเฉิงหยวนเสียฝ่าบาทแม้จะรักสหายเพียงใด แต่ก็คงไม่เท่ากับสายเลือดของพระองค์เอง“ใต้เท้าเกาจะสื่อสิ่งใด”“กระหม่อมมิได้จะสื่อสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่การอารักขาเชื้อพระวงศ์เป็นหน้าที่โดยตรงของหน่วยองครักษ์ ทว่าเว่ยเฉิงหยวนกลับปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นกับองค์รัชทายาทที่บัดนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร” คำพูดของเกาจิ้งชักจูงเหล่าขุนนางให้พยักหน้าเห็นด้วย เกากุ้ยเฟยได้ยินละครฉากใหญ่ของบิดาก็ยกยิ้ม“...”“แล้วเช่นนี้เราจะมีหน่วยองครักษ์ไว้เพื่อสิ่งใด” เสียงคนในงานต่างตอบรับ เห็นด้วยกับคำพูดของใต้เท้าเกาทว่าเพียงสองลมหายใจเท่านั้นทุกคนก็ต้องกลับคำกันหมด“ก็เพื่ออยู่รอฟังว่าผู้ใดคิดท

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   52. เตรียมการไว้แล้ว (2)

    องค์รัชทายาทในชุดประจำตำแหน่งนั่งอยู่บนรถม้า เด็กชายวัยหกย่างเจ็ดหนาวนิ่งสงบ เกินกว่าที่เด็กวัยนี้จะทำได้ นิ้วมือทั้งสิบหุบไปทีละนิ้ว ละนิ้ว ราวกับกำลังไล่เรียงลำดับบางสิ่ง“เราเข้าเขตหุบเขาชิงฉูแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เข้าใจแล้ว” เสียงเล็กตอบรับ พลางกระชับของในสาบเสื้อเอาไว้แน่นท่านน้าเขยบอกกับเขาไว้ว่า หากเข้าเขตหุบเขาให้ระวังตัวให้ดี เพราะที่นี่เป็นสถานที่ซุ่มลอบสังหารที่ดีที่สุด หากพ้นเขตนี้ไปจะมีทหารลาดตระเวนแล้ว ฉะนั้นอีกเพียงสองเค่อ (30 นาที) ถ้าไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น ย่อมหมายความว่าเขาปลอดภัยแล้วทว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ (7 นาที) องค์รัชทายาทของแคว้นก็ได้ยินเสียงต่อสู้กันดังมาจากด้านนอก ขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทถูกซุ่มโจมตีอย่างที่เว่ยเฉิงหยวนคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด“องค์รัชทายาทเสด็จเถิดพ่ะย่ะค่ะ” หนึ่งในองครักษ์มือดีของเฉิงหยวนเปิดรถม้า เข้ามาคว้าร่างเด็กชายเข้าอ้อมอก สีหน้าหนานเนี่ยนเจินตื่นกลัวเล็กน้อยแต่มิได้ทำตัวเป็นปัญหา เขาทำตามสิ่งที่ท่านน้าเขยบอกไว้ทุกอย่าง‘เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น หม่าหรงจะเป็นผู้พาองค์รัชทายาทออกจากรถม้า จากนั้นหากคนร้ายตามมามากเกินไป เขาจะอุ้มองค์รัชทายาทม

  • เช่นนั้นพวกท่านก็รักกันให้พอใจ   51. เตรียมการไว้แล้ว (1)

    “เป็นอย่างไรบ้างลี่จู” เว่ยเฉิงหยวนนั่งไม่ติด เดินเข้าหาลี่จูทันทีที่นางออกมาจากห้องทำคลอด“ยังไม่คลอดเจ้าค่ะ นายท่านหลีกทางเถิด” เป็นครั้งแรกที่ลี่จูกล้า ถึงขึ้นสั่งเจ้าของเรือน เพราะบัดนี้นางมิอาจชักช้าได้ ฮูหยินปวดท้องจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่คุณหนูกลับไม่ยอมคลอดเสียที“อาหยวนใจเย็นเอาไว้ พวกนางแม่ลูกย่อมต้องปลอดภัย”“ข้าจะใจเย็นได้อย่างไรขอรับท่านย่า เสียงของหยู่เยียนแผ่วเบาลงทุกที” มือใหญ่เกาะผนังประตูกั้นฟัง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของคนรักเป็นดั่งคมมีดปักลงกลางอก กระนั้นก็ยังเจ็บไม่เท่ากับการได้ยินว่าเสียงนั้นแผ่วเบาลงเรื่อยๆ“สวรรค์เมตตาด้วย บรรพบุรุษสกุลเว่ยคุ้มครองสะใภ้และทายาทสืบสกุลด้วยเถิด” ไป๋เหลียนอันได้แต่เอ่ยภาวนา ทว่าคำพวกนั้นกลับไม่ได้ช่วยให้องครักษ์หนุ่มคลายความเครียดได้ จนสุดท้ายก็ทนไม่ไหว“...ข้าจะเข้าไปหานาง” สิ้นประโยคนั้นเว่ยเฉิงหยวนก็พรวดพราดเข้าไปในห้องคลอด ใครห้ามก็ไม่ยอมฟัง สองมือเข้าไปตระกองกอดร่างที่เหนื่อยอ่อนของภรรยา แขนหนึ่งสอดรองใต้คอ อีกมือยื่นขึ้นไปจับมือเล็กที่บีบผ้าห้อยลงมา จนมันยับยู่“ขอข้าอยู่ด้วย ข้าจะไม่เกะกะ” เมื่อองครักษ์หนุ่มว่าเช่น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status