Mag-log inเช้าวันต่อมา บรรยากาศภายในออฟฟิศของ บริษัท พีเอ็ม เซอร์วิส แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ดูคึกคักขึ้นมาถนัดตาเมื่อ ‘ตาร์’ สาวเซลล์ป้ายแดงวัยยี่สิบแปดปีเดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมกับสมุดโน้ตเล่มสำคัญที่เธอเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งเมื่อวันก่อน ความมั่นใจที่เคยหดหายไปเพราะโดนตวาดใส่สาย บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยรายชื่ออุปกรณ์และลายมือหวัด ๆ ของช่างหนุ่มรุ่นน้องจอมปากร้าย
ตาร์ไม่รอช้า เธอรีบดิ่งตรงไปยังแผนกวิศวกรรมบำรุงรักษาทันทีเพื่อยื่นสมุดโน้ตที่เขียนรายละเอียดพาร์ทอะไหล่ที่ ‘ปูน’ ต้องการให้กับ ‘พี่บี’ หัวหน้าทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญของบริษัท
“พี่บีคะ รบกวนช่วยเช็กพาร์ทตัวนี้ให้หน่อยค่ะ ลูกค้าโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยต้องการด่วนที่สุดเพื่อเอาไปสแตนด์บายสำรองค่ะ เขาบอกว่ารุ่น ABB AF1650 ค่ะ” ตาร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน มั่นใจเต็มร้อยว่าคราวนี้ออกเสียงเรียกชื่ออุปกรณ์ถูกทุกพยางค์แน่นอน
พี่บีรับสมุดโน้ตไปเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเซลล์สาว “ตาร์... ไอ้รุ่นน่ะมันใช่ แต่อาการที่เขาเล่ามาว่าระบบบายพาสตู้ไฟไว้ชั่วคราวเนี่ย พี่ว่าช่างหน้างานเขาอาจจะโมดิฟายสายไปเยอะแล้วนะ ลำพังแค่ส่งอะไหล่ตัวนี้ไปอย่างเดียว ถ้าหน้างานจริงเขามีพาร์ทตัวอื่นที่ไหม้ร่วมด้วย หรือบอร์ดคอนโทรล Chiller สายสัญญาณขาดพ่วงซ้อนกันอยู่ พี่กลัวว่าเอาของไปส่งแล้วจะรันระบบไม่ได้อยู่ดีว่ะ”
ตาร์ชะงักไปเล็กน้อย “อ้าว... แล้วต้องทำยังไงคะพี่บี?”
“พี่ขอเข้าไปเช็กหน้างานจริงอีกทีดีกว่า เผื่อมีอุปกรณ์หรือพาร์ทเสริมที่ต้องใช้เพิ่มเติม จะได้จัดของไปทีเดียวไม่ให้เสียเที่ยว ฝ่ายซ่อมบำรุงที่นั่นเขาก็กำลังหน้าสิ่วหน้าขวานด้วยไม่ใช่เหรอ?” พี่บีเสนอแนะพลางส่งสมุดคืน “ตาร์ลองโทรนัดหมายหัวหน้าช่างฝั่งนั้นดูซิว่า ขอทีมช่างเราเข้าสำรวจหน้างาน (Site Survey) เช้านี้เลยได้ไหม”
“ได้ค่ะพี่บี!”
ตาร์รับคำอย่างกระตือรือร้น หัวใจเต้นตึกตักเมื่อต้องกดสายตรงเข้าเบอร์มือถือส่วนตัวของปูนที่เขาให้ไว้เมื่อวาน รอสายไม่นาน เสียงทุ้มเข้มนิ่งสนิทอันเป็นเอกลักษณ์ก็ดังขึ้น ตาร์แจ้งความประสงค์เรื่องการเข้าสำรวจหน้างานของทีมช่างทันที ซึ่งปูนที่กำลังกังวลเรื่องระบบรวนรอบสองอยู่ก็ตอบตกลงอย่างรวดเร็วและนัดหมายให้เข้ามาได้ในช่วงสายของวันนั้นเลย
เวลาสิบโมงตรง ณ โรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัย
แดดเมืองไทยยามสายแผดเผาจนไอร้อนลอยขึ้นมาจากพื้นคอนกรีต ตาร์เดินตามหลังพี่บีและช่างเทคนิคอีกสองคนเข้ามายังบริเวณคลังสินค้าและอาคารเครื่องซ่อมบำรุง โดยมี ‘หัวหน้าปูน’ ในชุดหมีช่างสีเข้มและหมวกเซฟตี้สีขาวเดินออกมารับด้วยตัวเอง สายตาคมกริบของปูนกวาดมองทีมช่างของพีเอ็มเซอร์วิส ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างระหงของยัยเซลล์รุ่นพี่
ปูนขมวดคิ้วทันทีเมื่อเห็นเครื่องแต่งกายของตาร์ วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตพอดีตัวกับกางเกงสแล็กก็จริง แต่รองเท้าที่ใส่กลับเป็นรองเท้าคัทชูส้นสูงประมาณสองนิ้ว ซึ่งดูไม่เข้ากับสภาพหน้างานโรงงานอุตสาหกรรมเลยแม้แต่น้อย
“โรงงานช่างซ่อมบำรุงนะครับคุณตาร์ ไม่ใช่ลานแคทวอล์กเดินแบบ” ปูนทักทายด้วยประโยคจิกกัดอันเป็นเอกลักษณ์จนตาร์แอบเบ้ปากใส่
“ฉันรีบไปหน่อยค่ะคุณปูน แล้วนี่มันก็ส้นเตี้ยสุดเท่าที่ฉันมีแล้วด้วย” ตาร์เถียงกลับข้าง ๆ คู ๆ เธอมั่นใจในตัวเองระดับหนึ่ง
“เอาเถอะครับ... เดินตามผมมาดี ๆ แล้วกัน ระวังพื้นด้วย ช่วงนี้ไลน์ผลิตกุ้งแช่แข็งของ ‘พี่สมชาย’ ฝ่ายผลิตเขากำลังเร่งเดินเครื่อง พื้นทางเดินไปห้อง Chiller มันอาจจะมีคราบน้ำลื่น ๆ แฉะ ๆ อยู่” ปูนเตือนเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปผงกหัวให้พี่บี “สวัสดีครับพี่บี เดี๋ยวตามผมไปดูตู้ MDB ตัวหลักด้านนี้เลยครับ”
ทีมช่างและปูนเดินนำหน้าพูดคุยสืบหาอาการทางเทคนิคกันอย่างเคร่งเครียด ตาร์เดินรั้งท้ายสุด มือหนึ่งถือแฟ้มเอกสารและสมุดโน้ตคอยจดบันทึกข้อมูลตามที่ปูนเคยสั่งสอนไว้ว่าเซลล์ที่ดีต้องเก็บข้อมูลให้ครบ
ทว่าความกังวลระแวดระวังของเธอกลับไปลงอยู่กับตัวเลขในสมุดโน้ต จนลืมมองสภาพพื้นทางเดินเบื้องหน้า...
ในจังหวะที่กำลังจะก้าวข้ามท่อระบายน้ำขนาดย่อมที่เชื่อมระหว่างอาคาร ปลายส้นสูงสองนิ้วของตาร์ก็ดันไปขัดเข้ากับตะแกรงเหล็กเหลื่อมล้ำอย่างจัง ประกอบกับมีคราบน้ำเมือกปลาและน้ำแข็งละลายซึมอยู่บนพื้นคอนกรีต ส่งผลให้เท้าของเธอเสียหลักลื่นไถลทันที!
“วาย... ว้ายยย!”
ตาร์ร้องอุทานเสียงหลง ร่างทั้งร่างเอนหงายหลังเสียการทรงตัว สมุดโน้ตและแฟ้มเอกสารในมือหลุดลอยปลิวว่อนกลางอากาศ หญิงสาวหลับตาปี๋ด้วยความตระหนก เตรียมใจรับความเจ็บปวดจากการก้นกระแทกพื้นปูนแข็ง ๆ แน่นอนแล้ว
หมับ!
ทว่าความเจ็บปวดที่คาดไว้กลับมาไม่ถึง แรงดึงมหาศาลจากวงแขนแกร่งพุ่งเข้ามาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่ฝ่ามือหนาและหยาบกร้านตามประสาช่างจะตวัดยึดร่างของตาร์เอาไว้แน่นเพื่อพยุงไม่ให้ล้มลงไป
แม้ใบหน้าจะเฉียดเข้าใกล้แผงอกกว้างสีกรมท่าของปูน และกลิ่นน้ำมันเครื่องจาง ๆ จะลอยเข้ากระทบจมูก แต่ตาร์ที่ตั้งสติได้ก็ไม่ได้มีอาการหวั่นไหวหรือใจสั่นแม้แต่น้อย ในสมองของเธอมีแต่ความโล่งอกที่รอดตาย และพร้อมที่จะอ้าปากขอบคุณตามมารยาท
ทว่า... ยังไม่ทันที่ตาร์จะได้พูดอะไร ปูนก็ปล่อยมือออกจากแขนของเธอทันควัน ก่อนจะเบิกตาดุจัดและสับคำด่าใส่เธอทันที
“ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมคุณตาร์ว่านี่มันโรงงาน ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า!” ปูนพ่นลมหายใจออกประชดประชัน ใบหน้าคมคายดุดันระเบิดอารมณ์ฉุนเฉียวใส่ทันตา “ใส่ส้นสูงมาเดินในพื้นที่ซ่อมบำรุงเนี่ยนะ? ถ้าเมื่อกี้ผมคว้าแขนไว้ไม่ทัน หัวคุณฟาดขอบตะแกรงเหล็กขึ้นมา สัญญาคู่สัญญาอะไรนี่คงไม่ต้องเซ็นกันแล้วล่ะครับ ต้องส่งคุณไปเซ็นชื่อเข้าห้องไอซียูแทน! ความปลอดภัย (Safety) คือหัวใจอันดับหนึ่งของงานช่าง ถ้าเซลล์ของบริษัทซ่อมบำรุงยังดูแลตัวเองให้ปลอดภัยไม่ได้ แล้วผมจะมั่นใจให้พวกคุณมาดูแลตู้ไฟแรงสูงของโรงงานผมได้ยังไง? คราวหน้าคราวหลังถ้าจะมาหน้างาน กรุณาใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเซฟตี้มาด้วย ถ้าไม่มี... ก็ไม่ต้องมา ยืนรออยู่ข้างนอกออฟฟิศนู่น!”
วันเสาร์ควรจะเป็นวันหยุดพักผ่อนแสนสงบของ ‘ตาร์’ หลังจากผ่านสัปดาห์แรกของการทำงานสุดทรหดและสมรภูมิคารมกับช่างหนุ่มรุ่นน้องสุดโหดมาได้อย่างหวุดหวิด หญิงสาววัยยี่สิบแปดปีอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ ผมเผ้ามัดรวบเป็นดังโงะกลางหัว เธอกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ในห้องครัวเพื่อเตรียมทำมื้อเที่ยง รอสายจากแฟนหนุ่มที่ติดธุระต่างจังหวัดมาหลายวันทว่าความสงบสุขก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อหูของเธอแว่วเสียง ซ่า... ซ่า... ดังผิดปกติมาจากห้องน้ำตาร์รีบสาวเท้าเดินไปเปิดประตูห้องน้ำดู ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความช็อกเมื่อพบว่าสายน้ำดีใต้ซิงก์ล้างหน้าเกิดแตกครูด แรงดันน้ำพวยพุ่งกระจายเป็นน้ำพุขนาดย่อมเจิ่งนองเต็มพื้นห้องน้ำและกำลังจะไหลทะลักออกมายังพื้นลามิเนตด้านนอกห้อง“วาย... ว้ายยย! ตายแล้ว ทำไมต้องมาแตกวันนี้เนี่ย!”หญิงสาวลนลานทำอะไรไม่ถูก มือเรียวรีบคว้าโทรศัพท์มือถือมากดสายตรงหาเบอร์ส่วนกลางของนิติบุคคลคอนโดมิเนียมทันทีด้ว
หลังจากโดนคำด่าชุดใหญ่ไฟกะพริบระเบิดใส่หน้าท่ากลางลานโรงงานอุตสาหกรรม ‘ตาร์’ ที่เพิ่งทรงตัวยืนได้อย่างมั่นคงบนรองเท้าส้นสูงสองนิ้วเจ้ากรรมก็หน้าร้อนผ่าว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องลึกเข้าไปในตาของ ‘หัวหน้าปูน’ ช่างหนุ่มรุ่นน้องจอมปากจัดอย่างเอาเรื่อง สัญชาตญาณสาววัยยี่สิบแปดปีที่ถือคติ ‘ด่ามาด่ากลับไม่โกง’ ทำงานทันควันทันที!“นี่คุณปูน! แซวแรงไปแล้วนะคะ! คนเกือบจะเจ็บตัวแทนที่จะถามไถ่กันดี ๆ แต่กลับมาพ่นไฟด่าสับใส่กันยาวเป็นชุดขนาดนี้!” ตาร์โต้เถียงกลับทันควันพลางสะบัดแขนข้างที่โดนปูนคว้าไว้ออกเบา ๆ ใบหน้างามเชิดขึ้นแง่งอน “ฉันยอมรับค่ะว่าฉันใส่รองเท้าผิดประเภทมาหน้างานเพราะความรีบร้อน แต่มันก็เป็นอุบัติเหตุไหมคะ? ไม่เห็นต้องลากไปถึงขั้นยกเลิกสัญญาหรือแช่งให้ฉันเข้าห้องไอซียูขนาดนั้นเลยนี่!”ปูนเลิกคิ้วหนา จ้องมองยัยเซลล์รุ่นพี่ที่กำลังยืนเท้าสะเอวเถียงเขาฉอด ๆ อย่างไม่ยอมแพ้ แววตาคู่คมยังคงนิ่งสนิทขัดกับอารมณ
เช้าวันต่อมา บรรยากาศภายในออฟฟิศของ บริษัท พีเอ็ม เซอร์วิส แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ดูคึกคักขึ้นมาถนัดตาเมื่อ ‘ตาร์’ สาวเซลล์ป้ายแดงวัยยี่สิบแปดปีเดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมกับสมุดโน้ตเล่มสำคัญที่เธอเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งเมื่อวันก่อน ความมั่นใจที่เคยหดหายไปเพราะโดนตวาดใส่สาย บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยรายชื่ออุปกรณ์และลายมือหวัด ๆ ของช่างหนุ่มรุ่นน้องจอมปากร้ายตาร์ไม่รอช้า เธอรีบดิ่งตรงไปยังแผนกวิศวกรรมบำรุงรักษาทันทีเพื่อยื่นสมุดโน้ตที่เขียนรายละเอียดพาร์ทอะไหล่ที่ ‘ปูน’ ต้องการให้กับ ‘พี่บี’ หัวหน้าทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญของบริษัท“พี่บีคะ รบกวนช่วยเช็กพาร์ทตัวนี้ให้หน่อยค่ะ ลูกค้าโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยต้องการด่วนที่สุดเพื่อเอาไปสแตนด์บายสำรองค่ะ เขาบอกว่ารุ่น ABB AF1650 ค่ะ” ตาร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน มั่นใจเต็มร้อยว่าคราวนี้ออกเสียงเรียกชื่ออุปกรณ์ถูกทุกพยางค์แน่นอนพี่บีรับสมุ
เสียงสัญญาณเตือนสายว่างที่ดัง ตู๊ด... ตู๊ด... ยาวนานหลังจากถูกตัดสายอย่างไร้เยื่อใยเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่ราดลงบนกองไฟแห่งความโทสะของ ‘ตาร์’ สาวเซลล์ป้ายแดงวัยยี่สิบแปดปี หน้าสวย ๆ ของเธอร้อนผ่าว มือเรียวกำหูโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาว ความโกรธทิฐิมันพุ่งทะลุปรอทเกินกว่าจะนั่งนิ่ง ๆ เป็นยัยซิ้มให้เด็กเมื่อวานซืนโขกสับได้อีกต่อไป ศักดิ์ศรีสาววัยใกล้เลขสามมันยอมไม่ได้เด็ดขาด!ไม่รอช้าและไม่คิดหน้าคิดหลังใด ๆ ทั้งสิ้น นิ้วเรียวกดรหัสโทรออกไปยังเบอร์ภายในของฝ่ายซ่อมบำรุงโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยอีกครั้งทันที คราวนี้ไม่มีความลนลาน ไม่มีความประหม่า มีแต่พลังทำลายล้างของคนที่โดนหยาม!ทางด้านห้องซ่อมบำรุงอันอบอ้าว ‘ปูน’ ที่กำลังจะหันไปสั่งงานลูกน้องถึงกับชะงักกึกเมื่อโทรศัพท์ตั้งโต๊ะแผดเสียงดังขึ้นมาอีกหน ชายหนุ่มขมวดคิ้วหนา กระชากสายขึ้นมารับด้วยความฉุนเฉียวที่ยังไม่จางหาย “บอกแล้วไงว่าถ้าไม่มีเรื่องอะไหล่ ไม่ต้องโทร...!”
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องซ่อมบำรุงของโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัย แต่บรรยากาศด้านในกลับไม่ได้สดใสตามสภาพอากาศ ‘ปูน’ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงนอนฟุบอยู่กับโต๊ะทำงานในสภาพตาแดงก่ำและขอบตาดำคล้ำ หลังจากสู้รบตบมือกับวิกฤตตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก (MDB) และระบบทำความเย็น Chiller ล่มมาตลอดทั้งคืน“หัวหน้าครับ อุณหภูมิในห้องแช่เยือกแข็งเริ่มนิ่งแล้วครับ ตอนนี้ลดลงมาแตะที่ลบสามสิบสององศาแล้ว ฝ่ายผลิตเริ่มเดินไลน์กุ้งแช่แข็งล็อตส่งออกญี่ปุ่นได้ชั่วคราวแล้วครับ” เสียงรายงานของ ‘ช่างโต้ง’ ทำเอาปูนที่กำลังสะลึมสะลือรีบเด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“พ่วงสายบายพาสระบบคอนโทรลสำเร็จใช่ไหมพี่โต้ง?” ปูนถามพลางขยับคอที่เคล็ดขัดยอกจากการนอนผิดท่า“ครับ ซ่อมแซมระบบให้กลับมาทำงานได้ชั่วคราวแล้วครับ แต่...” ช่างโต้งมีสีหน้ากังวล “ตัว Magnetic Contactor (สวิตช์แม่เหล็กไฟฟ้า) ในตู้ MDB
เสียงสัญญาณไซเรนสีแดงที่กะพริบถี่ ๆ อยู่เหนือประตูทางเข้าไลน์ผลิตอาหารแช่แข็งแผนก A ไม่ต่างอะไรกับเสียงระเบิดเวลาที่ดังสะท้อนอยู่ในหัวของ ‘ปูน’ ชายหนุ่มในชุดหมีสีกรมท่าเปื้อนคราบน้ำมันจาง ๆ ยืนกัดฟันกรอด สายตาคมกริบจ้องมองหน้าจอแสดงผลของระบบทำความเย็นส่วนกลาง หรือตู้ควบคุมระบบ Chiller ขนาดใหญ่ที่ตอนนี้ตัวเลขอุณหภูมิกำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขัดกับความเย็นที่ควรจะเป็น“ช่างปูน! อุณหภูมิในห้องแช่เยือกแข็ง (Spiral Freezer) พุ่งขึ้นมาลบสิบสององศาแล้วนะ! มอเตอร์พัดลมคอยล์เย็นไม่ทำงานหรือยังไง!”เสียงแผดโก่งคอของ ‘พี่สมชาย’ ผู้จัดการฝ่ายผลิตดังแทรกเสียงเครื่องจักรเข้ามา ชายหนุ่มรุ่นใหญ่หน้าตาดำเครียด เดินดิ่งเข้ามาหาปูนพร้อมกับสมุดจดบันทึกยอดการผลิตที่แทบจะถูกม้วนจนหักคามือ“ผมกำลังไล่เช็กอยู่ครับพี่ชาย ตอนนี้ระบบควบคุมไฟฟ้าแรงสูง (MDB) ที่จ่ายไฟเข้าคอมเพรสเซอร์มันมีปัญหา กระแสไฟมันสวิงจนตู้คอนโทรลตัดการทำงานไปเอง” ปูนอธิบายด้วยน้ำเสียงพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด ทั้งที่ในใจของเขาตอนนี้ร้อนรุ่มยิ่งกว่าเตาหลอม“ปูน... พี่ไม่รู้หรอกนะว่าตู้ไฟหรือตู้ไหนมันพัง!” พี่สมชายตบโต๊ะเหล็กหน้าตู้อย่า







