LOGINเสียงสัญญาณเตือนสายว่างที่ดัง ตู๊ด... ตู๊ด... ยาวนานหลังจากถูกตัดสายอย่างไร้เยื่อใยเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่ราดลงบนกองไฟแห่งความโทสะของ ‘ตาร์’ สาวเซลล์ป้ายแดงวัยยี่สิบแปดปี หน้าสวย ๆ ของเธอร้อนผ่าว มือเรียวกำหูโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาว ความโกรธทิฐิมันพุ่งทะลุปรอทเกินกว่าจะนั่งนิ่ง ๆ เป็นยัยซิ้มให้เด็กเมื่อวานซืนโขกสับได้อีกต่อไป ศักดิ์ศรีสาววัยใกล้เลขสามมันยอมไม่ได้เด็ดขาด!
ไม่รอช้าและไม่คิดหน้าคิดหลังใด ๆ ทั้งสิ้น นิ้วเรียวกดรหัสโทรออกไปยังเบอร์ภายในของฝ่ายซ่อมบำรุงโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยอีกครั้งทันที คราวนี้ไม่มีความลนลาน ไม่มีความประหม่า มีแต่พลังทำลายล้างของคนที่โดนหยาม!
ทางด้านห้องซ่อมบำรุงอันอบอ้าว ‘ปูน’ ที่กำลังจะหันไปสั่งงานลูกน้องถึงกับชะงักกึกเมื่อโทรศัพท์ตั้งโต๊ะแผดเสียงดังขึ้นมาอีกหน ชายหนุ่มขมวดคิ้วหนา กระชากสายขึ้นมารับด้วยความฉุนเฉียวที่ยังไม่จางหาย “บอกแล้วไงว่าถ้าไม่มีเรื่องอะไหล่ ไม่ต้องโทร...!”
(“คุณปูนคะ! คุณจะโมโหอะไรนักหนา!”) เสียงใสของตาร์ที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นหนักแน่นและทรงพลังสวนกลับมาทันควันจนปูนถึงกับเบรกคำพูดตัวเองแทบไม่ทัน (“จริงอยู่ค่ะที่ฉันเป็นเซลล์ใหม่ พูดผิดพูดถูก ยอมรับค่ะ! แต่คุณมีสิทธิ์อะไรมาสับสายใส่หน้าฉันสองรอบสามรอบแบบนี้ แถมยังมาหาว่าฉันจำสคริปต์ไก่กามาตื๊อไปวัน ๆ อีก!”)
ปูนอ้าปากค้าง แววตาคมกริบฉายแววเหวอวา พยักหน้าให้ ‘ช่างโต้ง’ ที่ยืนทำตาโตอยู่ข้าง ๆ เป็นเชิงให้เงียบเสียง
(“ถ้าชีวิตการเป็นผู้ช่วยผู้จัดการของคุณมันเครียดนัก หน้างานมันกดดันจนอยากจะระเบิดขนาดนั้น... เที่ยงนี้มากินกาแฟกับฉันไหมคะ! ร้านคาเฟ่หน้าโรงงานคุณนั่นแหละ ฉันจะนั่งให้คุณด่า นั่งให้คุณระบายอารมณ์ใส่จนพอใจเลย จะได้ไม่ต้องไปเที่ยวโมโหสับสายใส่ใครเขาอีก! เจอกันเที่ยงตรงนะคะ!”)
ติ๊ด!
คราวนี้เป็นฝ่ายตาร์ที่สะบัดบ็อบกดตัดสายทิ้งดื้อ ๆ บ้าง! ปูนก้มลงมองหูโทรศัพท์ในมือด้วยความรู้สึกหลากมิติทั้งอึ้ง ทั้งงง และแอบขำในใจ... ยัยเซลล์คนนี้ ท่าทางจะฟิวส์ขาดของจริงแฮะ โดนด่าไปขนาดนั้นยังกล้าโทรกลับมาท้าทายเขาไปกินกาแฟประชดอีก
“หัวหน้าปูนครับ... เซลล์ฝั่งพีเอ็มเซอร์วิสเขาโทรมาว่าไงนะครับ?” ช่างโต้งกระซิบถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
ปูนวางหูโทรศัพท์ลงช้า ๆ ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่มีอะไรพี่โต้ง... แค่มีคนท้าไปด่าฟรี ๆ พร้อมเลี้ยงกาแฟตอนเที่ยงน่ะ”
บ่ายโมงตรง ณ ร้านกาแฟขนาดเล็กแอร์เย็นฉ่ำตรงข้ามหน้านิคมอุตสาหกรรม
ตาร์นั่งกอดอกอยู่บนโซฟามุมในสุด ใบหน้าสวยยังคงบึ้งตึง บนโต๊ะมีแก้วอเมริกาโน่เย็นสองแก้ววางอยู่ และตรงหน้าเธอคือร่างสูงโปร่งของปูนที่อยู่ในชุดหมีสีกรมท่าตัวเดิม ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างท่าทางสบาย ๆ แตกต่างจากเสียงดุดันในสายโทรศัพท์โดยสิ้นเชิง ใบหน้าคมคายอายุยี่สิบหกปีดูเด็กกว่าที่ตาร์คิดไว้ในตอนแรก แต่แววตานิ่งสงบและกรอบหน้าคมสันกลับดูผู้ใหญ่เกินวัย
“เอาล่ะครับคุณตาร์” ปูนเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ ยื่นมือไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ “ผมมาตามนัดแล้ว... คุณจะเริ่มให้ผมด่าตรงไหนก่อนดี?”
ตาร์ค้อนขวับใส่ “คุณปูนคะ ฉันอายุยี่สิบแปด และคุณอายุยี่สิบหก ตามมารยาทแล้วคุณควรจะพูดจาให้เกียรติคนอื่นมากกว่านี้นะคะ ถึงฉันจะจำคำว่า ชิลเลอร์ (Chiller) สลับเป็นชิลลี่ หรือตู้ MDB เป็น BMW แต่มันก็เป็นเพราะฉันตื่นเต้น! คุณไม่เห็นต้องว่าฉันแรงขนาดนั้นเลยนี่คะ”
ปูนลดแก้วกาแฟลง แววตากลับมาจริงจังและนิ่งสนิททันที บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนเป็นรังสีความกดดันของหัวหน้าช่างหน้างานทันตา
“คุณตาร์ครับ... ที่ผมพูดแรงไม่ใช่เพราะผมอยากกวนประสาทคุณ หรือเพราะผมอารมณ์ค้างจากไลน์ผลิต” ปูนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ จ้องลึกเข้าไปในตาของตาร์ “แต่นี่คือโลกของวิศวกรรมบำรุงรักษา ทุกคำศัพท์ที่คุณพูดผิด... มันหมายถึงความล่มจมของหน้างานได้เลยนะ”
ตาร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเจอโหมดจริงจังของรุ่นน้อง
“คุณบอกว่าจำสลับตู้ MDB เป็น BMW... คุณรู้ไหมว่าตู้ MDB (Main Distribution Board) มันคือหัวใจหลักที่รับกระแสไฟแรงสูงเข้ามาแจกจ่ายให้โรงงานทั้งโรงงาน ถ้าช่างฟังคุณพูดผิดแล้วส่งพาร์ทรถยนต์ BMW มาให้ผม โรงงานผมคงรันต่อได้หรอกครับ” ปูนพูดเสียงเรียบแต่บาดลึก “แล้วที่คุณบอกว่าสวิตช์แม่เหล็กดูดพลังสูง... ในระบบไฟแรงสูงเขาเรียกว่า Magnetic Contactor มันคือสวิตช์ตัดต่อวงจรไฟฟ้ากระแสสูงโดยใช้สนามแม่เหล็ก ถ้าคุณเรียกว่าสวิตช์ดูดพลังสูง ช่างจะคิดว่าคุณกำลังขายเครื่องดูดฝุ่นอุตสาหกรรม!”
ตาร์หน้าชา พยักหน้ารับคำสั่งสอนเบา ๆ ความโกรธตอนแรกเริ่มมลายหายไป เปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดและตระหนักถึงความสะเพร่าของตัวเอง
“งานของผม... แขวนอยู่บนเส้นด้ายอุณหภูมิลบสามสิบห้าองศา กุ้งส่งออกล็อตนี้ของ ‘พี่สมชาย’ ผู้จัดการฝ่ายผลิต มูลค่าสิบล้านบาท ถ้าบอร์ดคอนโทรล Chiller มันตัดการทำงานเพราะความชื้นและความร้อนสะสม โรงงานเราจะเกิดความเสียหายมหาศาล” ปูนเว้นจังหวะ มองดูสมุดโน้ตเล่มใหม่ของตาร์ที่วางอยู่บนโต๊ะ “คุณเป็นเซลล์... หน้าที่ของคุณคือเป็นสะพานเชื่อมระหว่างปัญหาระดับสิบล้านของผม กับทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของบริษัทคุณ ถ้าสะพานอย่างคุณยังจำชื่ออุปกรณ์ผิด ๆ ถูก ๆ พูดจาลนลานจับต้นชนปลายไม่ถูก ผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าบริษัท พีเอ็ม เซอร์วิสฯ ของคุณ จะเข้ามาซ่อมบำรุงหัวใจของโรงงานผมได้จริง ๆ ?”
คำสั่งสอนที่ตรงไปตรงมาทว่าเปี่ยมไปด้วยเหตุผลของปูน ทำเอาตาร์นั่งนิ่งเงียบกริบ หญิงสาวก้มหน้ามองแก้วกาแฟในมือ ความมุ่งมั่นทิฐิตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความนับถือในตัวช่างหนุ่มรุ่นน้องคนนี้ลึก ๆ เขาไม่ได้ด่าเพราะความไร้เหตุผล... แต่เขาพูดเพราะความรับผิดชอบในหน้าที่ที่แบกไว้บนบ่าต่างหาก
“...ฉันเข้าใจแล้วค่ะคุณปูน” ตาร์เอ่ยเสียงแผ่ว ยอมรับผิดอย่างราบคาบ “ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะที่ลนลานและไม่มีความเป็นมืออาชีพพอ... สารภาพตามตรงนะคะ ฉันเพิ่งย้ายสายงานมาจากวงการเครื่องสำอาง และนี่เป็นสัปดาห์แรกของการทำงานที่ บริษัท พีเอ็ม เซอร์วิส แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ค่ะ ศัพท์พวกนี้มันใหม่สำหรับฉันมากจริงๆ”
ปูนเลิกคิ้วหนา แววตาดุ ๆ ตอนแรกอ่อนแสงลงเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางยอมรับผิดอย่างจริงใจของหญิงสาวตรงหน้า ท่าทางหงอย ๆ ราวกับแมวโดนน้ำร้อนลวกของตาร์ทำให้เขาแอบรู้สึกผิดนิด ๆ ที่ระเบิดอารมณ์ใส่เธอไป
“...ย้ายมาจากสายเครื่องสำอาง?” ปูนทวนคำพลางส่ายหัวขำ ๆ “มิน่าล่ะ ถึงเรียกระบบ Chiller เป็นตู้แช่มาส์กหน้าเวอร์ชันยักษ์หรือเปล่าครับ?”
“นี่คุณปูน! แซวแรงไปแล้วนะคะ!” ตาร์เงยหน้าขึ้นมาค้อนขวับทันที ทำให้บรรยากาศความตึงเครียดในร้านกาแฟเริ่มผ่อนคลายลงกลายเป็นเสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งคู่
“เอาเป็นว่า... เรื่องสัญญาประจำปีผมยังไม่ยกเลิกหรอกครับ” ปูนพูดพลางเลื่อนสมุดโน้ตของตาร์มาตรงหน้าเขา ชายหนุ่มหยิบปากกาลูกลื่นในกระเป๋าเสื้อยืดเขียนข้อความบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว “แต่ตอนนี้ผมพ่วงระบบบายพาสตู้ไฟไว้ชั่วคราว ผมต้องการหาอะไหล่ Magnetic Contactor แท้รุ่น ABB AF1650 มาสแตนด์บายสำรองไว้ด่วนที่สุด และต้องการให้บริษัทคุณส่งทีมวิศวกรฟาสตแทร็กเข้ามาเช็กบอร์ด Chiller ภายในสองวันนี้”
ปูนยื่นสมุดโน้ตคืนให้ตาร์ บนหน้ากระดาษมีลายมือหวัด ๆ แต่เป็นระเบียบเขียนสรุปชื่ออุปกรณ์ อาการพังของหน้างาน และเบอร์โทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเขา
“นี่คำศัพท์และพาร์ทที่ถูกต้องครับ... คุณตาร์ห้ามจำสลับอีกเด็ดขาดนะ กลับไปเช็กในคลังสินค้าของบริษัทคุณด่วนเลยว่ามีของไหม ถ้ามี... โทรหาผมเบอร์นี้ได้โดยตรงเลยครับ” ปูนขยิบตาให้เล็กน้อย ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มกวน ๆ ที่ทำให้หัวใจของสาววัยยี่สิบแปดปีช็อตสปาร์กขึ้นมาดื้อ ๆ ยิ่งกว่าไฟตู้ MDB ระเบิด!
ตาร์รับสมุดโน้ตมาแนบกับอก แววตามุ่งมั่นประกายวับขึ้นมาทันที “รับทราบค่ะคุณปูน! คราวนี้ตาร์คนนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังเด็ดขาดคอยดู!”
บทเรียนนอกตำราจากช่างหนุ่มรุ่นน้องสุดเเเนวในร้านกาแฟวันนั้น... กำลังจะเปลี่ยนยัยเซลล์มือใหม่ไก่กา ให้กลายเป็นนักล่าบิ๊กดีลสายวิศวกรรมบำรุงรักษาอย่างเต็มตัว!
วันเสาร์ควรจะเป็นวันหยุดพักผ่อนแสนสงบของ ‘ตาร์’ หลังจากผ่านสัปดาห์แรกของการทำงานสุดทรหดและสมรภูมิคารมกับช่างหนุ่มรุ่นน้องสุดโหดมาได้อย่างหวุดหวิด หญิงสาววัยยี่สิบแปดปีอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ ผมเผ้ามัดรวบเป็นดังโงะกลางหัว เธอกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ในห้องครัวเพื่อเตรียมทำมื้อเที่ยง รอสายจากแฟนหนุ่มที่ติดธุระต่างจังหวัดมาหลายวันทว่าความสงบสุขก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อหูของเธอแว่วเสียง ซ่า... ซ่า... ดังผิดปกติมาจากห้องน้ำตาร์รีบสาวเท้าเดินไปเปิดประตูห้องน้ำดู ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความช็อกเมื่อพบว่าสายน้ำดีใต้ซิงก์ล้างหน้าเกิดแตกครูด แรงดันน้ำพวยพุ่งกระจายเป็นน้ำพุขนาดย่อมเจิ่งนองเต็มพื้นห้องน้ำและกำลังจะไหลทะลักออกมายังพื้นลามิเนตด้านนอกห้อง“วาย... ว้ายยย! ตายแล้ว ทำไมต้องมาแตกวันนี้เนี่ย!”หญิงสาวลนลานทำอะไรไม่ถูก มือเรียวรีบคว้าโทรศัพท์มือถือมากดสายตรงหาเบอร์ส่วนกลางของนิติบุคคลคอนโดมิเนียมทันทีด้ว
หลังจากโดนคำด่าชุดใหญ่ไฟกะพริบระเบิดใส่หน้าท่ากลางลานโรงงานอุตสาหกรรม ‘ตาร์’ ที่เพิ่งทรงตัวยืนได้อย่างมั่นคงบนรองเท้าส้นสูงสองนิ้วเจ้ากรรมก็หน้าร้อนผ่าว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องลึกเข้าไปในตาของ ‘หัวหน้าปูน’ ช่างหนุ่มรุ่นน้องจอมปากจัดอย่างเอาเรื่อง สัญชาตญาณสาววัยยี่สิบแปดปีที่ถือคติ ‘ด่ามาด่ากลับไม่โกง’ ทำงานทันควันทันที!“นี่คุณปูน! แซวแรงไปแล้วนะคะ! คนเกือบจะเจ็บตัวแทนที่จะถามไถ่กันดี ๆ แต่กลับมาพ่นไฟด่าสับใส่กันยาวเป็นชุดขนาดนี้!” ตาร์โต้เถียงกลับทันควันพลางสะบัดแขนข้างที่โดนปูนคว้าไว้ออกเบา ๆ ใบหน้างามเชิดขึ้นแง่งอน “ฉันยอมรับค่ะว่าฉันใส่รองเท้าผิดประเภทมาหน้างานเพราะความรีบร้อน แต่มันก็เป็นอุบัติเหตุไหมคะ? ไม่เห็นต้องลากไปถึงขั้นยกเลิกสัญญาหรือแช่งให้ฉันเข้าห้องไอซียูขนาดนั้นเลยนี่!”ปูนเลิกคิ้วหนา จ้องมองยัยเซลล์รุ่นพี่ที่กำลังยืนเท้าสะเอวเถียงเขาฉอด ๆ อย่างไม่ยอมแพ้ แววตาคู่คมยังคงนิ่งสนิทขัดกับอารมณ
เช้าวันต่อมา บรรยากาศภายในออฟฟิศของ บริษัท พีเอ็ม เซอร์วิส แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด ดูคึกคักขึ้นมาถนัดตาเมื่อ ‘ตาร์’ สาวเซลล์ป้ายแดงวัยยี่สิบแปดปีเดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมกับสมุดโน้ตเล่มสำคัญที่เธอเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งเมื่อวันก่อน ความมั่นใจที่เคยหดหายไปเพราะโดนตวาดใส่สาย บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยรายชื่ออุปกรณ์และลายมือหวัด ๆ ของช่างหนุ่มรุ่นน้องจอมปากร้ายตาร์ไม่รอช้า เธอรีบดิ่งตรงไปยังแผนกวิศวกรรมบำรุงรักษาทันทีเพื่อยื่นสมุดโน้ตที่เขียนรายละเอียดพาร์ทอะไหล่ที่ ‘ปูน’ ต้องการให้กับ ‘พี่บี’ หัวหน้าทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญของบริษัท“พี่บีคะ รบกวนช่วยเช็กพาร์ทตัวนี้ให้หน่อยค่ะ ลูกค้าโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยต้องการด่วนที่สุดเพื่อเอาไปสแตนด์บายสำรองค่ะ เขาบอกว่ารุ่น ABB AF1650 ค่ะ” ตาร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน มั่นใจเต็มร้อยว่าคราวนี้ออกเสียงเรียกชื่ออุปกรณ์ถูกทุกพยางค์แน่นอนพี่บีรับสมุ
เสียงสัญญาณเตือนสายว่างที่ดัง ตู๊ด... ตู๊ด... ยาวนานหลังจากถูกตัดสายอย่างไร้เยื่อใยเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่ราดลงบนกองไฟแห่งความโทสะของ ‘ตาร์’ สาวเซลล์ป้ายแดงวัยยี่สิบแปดปี หน้าสวย ๆ ของเธอร้อนผ่าว มือเรียวกำหูโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาว ความโกรธทิฐิมันพุ่งทะลุปรอทเกินกว่าจะนั่งนิ่ง ๆ เป็นยัยซิ้มให้เด็กเมื่อวานซืนโขกสับได้อีกต่อไป ศักดิ์ศรีสาววัยใกล้เลขสามมันยอมไม่ได้เด็ดขาด!ไม่รอช้าและไม่คิดหน้าคิดหลังใด ๆ ทั้งสิ้น นิ้วเรียวกดรหัสโทรออกไปยังเบอร์ภายในของฝ่ายซ่อมบำรุงโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัยอีกครั้งทันที คราวนี้ไม่มีความลนลาน ไม่มีความประหม่า มีแต่พลังทำลายล้างของคนที่โดนหยาม!ทางด้านห้องซ่อมบำรุงอันอบอ้าว ‘ปูน’ ที่กำลังจะหันไปสั่งงานลูกน้องถึงกับชะงักกึกเมื่อโทรศัพท์ตั้งโต๊ะแผดเสียงดังขึ้นมาอีกหน ชายหนุ่มขมวดคิ้วหนา กระชากสายขึ้นมารับด้วยความฉุนเฉียวที่ยังไม่จางหาย “บอกแล้วไงว่าถ้าไม่มีเรื่องอะไหล่ ไม่ต้องโทร...!”
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องซ่อมบำรุงของโรงงานอาหารแช่แข็งมหาชัย แต่บรรยากาศด้านในกลับไม่ได้สดใสตามสภาพอากาศ ‘ปูน’ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงนอนฟุบอยู่กับโต๊ะทำงานในสภาพตาแดงก่ำและขอบตาดำคล้ำ หลังจากสู้รบตบมือกับวิกฤตตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก (MDB) และระบบทำความเย็น Chiller ล่มมาตลอดทั้งคืน“หัวหน้าครับ อุณหภูมิในห้องแช่เยือกแข็งเริ่มนิ่งแล้วครับ ตอนนี้ลดลงมาแตะที่ลบสามสิบสององศาแล้ว ฝ่ายผลิตเริ่มเดินไลน์กุ้งแช่แข็งล็อตส่งออกญี่ปุ่นได้ชั่วคราวแล้วครับ” เสียงรายงานของ ‘ช่างโต้ง’ ทำเอาปูนที่กำลังสะลึมสะลือรีบเด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“พ่วงสายบายพาสระบบคอนโทรลสำเร็จใช่ไหมพี่โต้ง?” ปูนถามพลางขยับคอที่เคล็ดขัดยอกจากการนอนผิดท่า“ครับ ซ่อมแซมระบบให้กลับมาทำงานได้ชั่วคราวแล้วครับ แต่...” ช่างโต้งมีสีหน้ากังวล “ตัว Magnetic Contactor (สวิตช์แม่เหล็กไฟฟ้า) ในตู้ MDB
เสียงสัญญาณไซเรนสีแดงที่กะพริบถี่ ๆ อยู่เหนือประตูทางเข้าไลน์ผลิตอาหารแช่แข็งแผนก A ไม่ต่างอะไรกับเสียงระเบิดเวลาที่ดังสะท้อนอยู่ในหัวของ ‘ปูน’ ชายหนุ่มในชุดหมีสีกรมท่าเปื้อนคราบน้ำมันจาง ๆ ยืนกัดฟันกรอด สายตาคมกริบจ้องมองหน้าจอแสดงผลของระบบทำความเย็นส่วนกลาง หรือตู้ควบคุมระบบ Chiller ขนาดใหญ่ที่ตอนนี้ตัวเลขอุณหภูมิกำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขัดกับความเย็นที่ควรจะเป็น“ช่างปูน! อุณหภูมิในห้องแช่เยือกแข็ง (Spiral Freezer) พุ่งขึ้นมาลบสิบสององศาแล้วนะ! มอเตอร์พัดลมคอยล์เย็นไม่ทำงานหรือยังไง!”เสียงแผดโก่งคอของ ‘พี่สมชาย’ ผู้จัดการฝ่ายผลิตดังแทรกเสียงเครื่องจักรเข้ามา ชายหนุ่มรุ่นใหญ่หน้าตาดำเครียด เดินดิ่งเข้ามาหาปูนพร้อมกับสมุดจดบันทึกยอดการผลิตที่แทบจะถูกม้วนจนหักคามือ“ผมกำลังไล่เช็กอยู่ครับพี่ชาย ตอนนี้ระบบควบคุมไฟฟ้าแรงสูง (MDB) ที่จ่ายไฟเข้าคอมเพรสเซอร์มันมีปัญหา กระแสไฟมันสวิงจนตู้คอนโทรลตัดการทำงานไปเอง” ปูนอธิบายด้วยน้ำเสียงพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด ทั้งที่ในใจของเขาตอนนี้ร้อนรุ่มยิ่งกว่าเตาหลอม“ปูน... พี่ไม่รู้หรอกนะว่าตู้ไฟหรือตู้ไหนมันพัง!” พี่สมชายตบโต๊ะเหล็กหน้าตู้อย่า







