LOGINการใช้ชีวิตของบ้านซือและบ้านกวงยังคงดำเนินไปตามปกติในทุก ๆ วัน เซี่ยเจียวหงและทุกคงยังคงทำอาหารไปขายที่ตลาด แม้ว่าเงินจะได้ไม่มากเท่าเข้าป่าล่าสัตว์ แต่ทุกคนพอใจกับสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้ จากตอนแรกตั้งใจว่าจะขายของวันเว้นวันเพื่อวันหยุดจะได้เข้าป่าล่าสัตว์
แต่กลายเป็นว่าลูกค้าเรียกร้อง เซี่ยเจียวหงจึงชวนทุกคนเข้าป่าช่วงบ่ายหลังจากขายของแทนถ้าวันไหนเนื้อหมูหมด แต่ปลาเธอต้องเข้าไปหว่านแหทุกวัน จนตอนนี้เธอให้กวงฮ่าวจื่อซื้อแหมาไว้เป็นของทั้งสองครอบครัวแล้ว
วันไหนหาปลาได้น้อยเธอจึงให้บ้านกวงนึ่งข้าวเหนียวและนำเนื้อหมูมาเสียบไม้ปิ้งขายแทน กลายเป็นข้าวเหนียวหมูปิ้งที่แสนอร่อย ลูกค้าทุกคนแม้จะอยากกินปลาเผาแต่ก็เข้าใจว่าปลาไม่ได้มีทุกวัน
เมื่อเปลี่ยนมาเป็นข้าวเหนียวหมูย่างก็อร่อยเหมือนกัน และขายเพียงหนึ่งหยวนแต่ให้เยอะกินจนอิ่ม จนตอนนี้ทุกคนกลายเป็นแม่ค้า ร่วมเดือนแล้ว ส่วนบ้านซือสร้างได้เกินครึ่งแล้วเหมือนกัน เซี่ยเจียวหง จึงร่างแบบเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้กับเถ้าแก่หูเพื่อให้ท่านสั่งร้านเพื่อนให้เถ้าแก่หูก็ยินดี
เพราะนอกจากสร้างบ้านซือแล้ว จบงานนี้ยังมีบ้านกวงเช่นกัน เพราะในวันที่ขายหมีกับเสือได้ เซี่ยเจียวหงแบ่งเงินให้กับบ้านกวงสามพันหยวนเพื่อนำมาสร้างบ้านใหม่ แม้บ้านกวงไม่อยากรับแต่เพราะคำพูดของเซี่ยเจียวหงที่ว่าทุกคนคือครอบครัว และนางหลิงมู่เองก็เห็นด้วย
“นายท่านครับ คนของเราได้ข่าวของซือเฉิงซานมาแล้วครับ”
สีหน้าของเชอเจียไท่ตอนรายงานไม่สู้ดีเท่าไร ทำให้นายท่านโล่เงยหน้าจากหนังสือที่อ่านมองมาทางคนสนิทคิ้วขมวด
“เกิดอะไรขึ้นกับเฉิงซาน”
“เฉิงซานต้องโทษเพราะถูกใส่ร้าย ทำให้ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และการยื่นอุทธรณ์หมดอายุไปแล้วเช่นกัน”
“อยู่ที่เรือนจำไหน”
“เรือนจำชุนชิงครับ”
นายท่านโล่ไม่รอช้ายกหูกดโทรศัพท์ไปหาใครบางคนเพื่อตรวจสอบว่าซือเฉิงซานเป็นนักโทษอยู่ที่เรือนจำแห่งนั้นจริงไหม
“อืม ขอบใจนายมาก อย่างไร ฉันฝากดูแลเฉิงซานด้วย ส่วนเรื่องรื้อคดี นายช่วยแจ้งอัยการที่ดูแลคดีนี้ด้วย ฉันจะเข้าไปพบในเร็ว ๆ นี้ และอย่าให้เกิดอะไรขึ้นกับเฉิงซานเด็ดขาด”
นายท่านโล่เงียบไปสักพักคล้ายกับฟังคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงที่เคร่งขรึม
“นายไม่ต้องถามอะไรมากเพียงแค่รู้ว่าครอบครัวของซือเฉิงซานคือคนที่มีบุญคุณกับฉัน และเรื่องที่ฉัน ฝากฝังอย่าให้เขารู้”
หลังจากที่วางสาย นายท่านโล่จึงหันมาบอกคนสนิทเสียงเครียด
“นายลองตรวจสอบดูว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และเจ้าหน้าที่คนไหนเป็นคนดูแลคดีนี้ตั้งแต่ต้น”
“ต้องสืบถึงคนร้ายตัวจริงไหมครับท่าน”
“ยังไม่ต้อง และยังไม่ต้องไปบอกกับทางบ้านซือ ทางผู้บัญชาการเรือนจำจะตรวจสอบให้ว่าทางบ้านซือรู้เรื่องนี้หรือเปล่า อย่างน้อยต้องมีการส่งจดหมายให้กันบ้าง”
นายท่านโล่ระงับเรื่องที่จะให้ลูกน้องส่งข่าวบอกเซี่ยเจียวหงไว้ก่อน เขาอยากจะรู้ว่าทางบ้านซือรู้เรื่องนี้หรือยัง แต่ไม่นานก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
และเป็นผู้บังคับบัญชาเรือนจำส่งข่าวมาบอกว่าซือเฉิงซานส่งจดหมายกลับมาที่บ้านเพียงฉบับเดียวเท่านั้น ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในเรือนจำได้ไม่นาน พร้อมกับเอกสารการหย่ากับภรรยาที่ขอร้องให้ผู้คุมจัดหาให้
“แสดงว่าบ้านซือยังไม่รู้เรื่อง แล้วจดหมายฉบับนั้นไปไหน”
แม้ว่าจะแปลกใจ แต่ในเมื่อเซี่ยเจียวหงยังไม่มาขอร้องเรื่องนี้ นายท่านโล่จึงทำเพียงสิ่งที่ต้องทำเท่านั้น
กลับมาทางด้านเซี่ยเจียวหง เวลาผ่านมาร่วมเดือนตอนนี้น้ำหนักของหญิงสาวลดลงไปมาก ใบหน้าก็เรียบเนียนขึ้นจนดูสวยผิดหูผิดตาถ้าลดน้ำหนักลงมากกว่านี้เธอคงเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดในหมู่บ้านแม้แต่ซืออี้ฝานบางครั้งยังนั่งแอบมองแม่ของตัวเองอย่างเหม่อลอย
วันนี้ยังคงเช่นเดิม หลังจากกลับมาจากขายของเซี่ยเจียวหงตั้งใจจะเข้าป่า แต่ดูแล้วยังมีเนื้อหมูพอขายอีกสองวันจึงคิดว่าควรจะพักผ่อนบ้าง ตอนนี้ร่างกายก็ไม่ได้อ้วนจนน่าเกลียดเหมือนเก่า เพียงแค่อวบเท่านั้น
“พี่สะใภ้กวง เตรียมเสื้อผ้าให้ลูกคนแรกหรือยัง ไม่ถึงเดือนก็จะคลอดแล้ว” เซี่ยเจียวหงเอ่ยถามสะใภ้กวงขึ้นมา
“เตรียมบ้างแล้ว เพราะน้องสะใภ้ บ้านกวงเราถึงมีเงิน ขอบใจมากนะ” เผิงโล่อิ่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“คาดว่าบ้านซือเดือนหน้าน่าจะสร้างเสร็จแล้ว อย่างไรพวกพี่ก็ย้ายมาอยู่บ้านซือก่อนจะได้สร้างบ้านกวงต่อเลย เจ้าตัวน้อยก็คงจะคลอดแล้วเช่นกันจะได้ไม่ต้องอยู่กับฝุ่นมากนัก”
เรื่องนี้เธอพูดกับแม่สามีแล้วเช่นกัน ถ้ามัวแต่คิดถึงปากชาวบ้านและคำนินทาคงไม่ต้องทำมาหากินพอดี ในเมื่อทั้งสองบ้านบริสุทธิ์ใจก็ไม่ต้องกลัวอะไร ซึ่งทางสะใภ้กวงก็พยักหน้าตอบรับ แต่แล้วกลับมีคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเซี่ยเจียวหงด้วยท่าทางร้อนรน
“สะใภ้ซือ รีบไปบ้านเซี่ยเถอะ พ่อกับแม่เลี้ยงของหล่อนตีเหยาเหยาใกล้ตายแล้วมั้ง”
“เกิดอะไรขึ้นป้ากุ้ย ทำไมพ่อกับแม่เลี้ยงของฉันถึงทำแบบนั้นกับอาเหยาล่ะ อาเหยากลับมาแล้วหรือ”
เท่าที่มีความทรงจำแม้ว่าร่างเดิมจะไม่สนิทกับน้องสาวต่างแม่ แต่ก็ไม่ได้เกลียดถึงขนาดไม่มองหน้า
“ก็น้องสาวหล่อนท้องกลับมาทั้ง ๆ ที่เรียนไม่จบนะสิ รีบไปเถอะ ช้ากว่านี้เหยาเหยาได้ตายคาไม้เรียวแน่นอน”
เซี่ยเจียวหงไม่รอช้ารีบวิ่งกลับมาที่บ้านเซี่ยทันที เมื่อเห็นน้องสาวหลังเต็มไปด้วยเลือดก็สงสารและอดที่จะสอดมือเข้ามายุ่งไม่ได้
“จะตีกันให้ตายเลยหรืออย่างไร อาเหยาทำอะไรผิดนักหนาถึงต้องตีกันจนเลือดอาบแบบนี้”
“พี่ใหญ่!”
เซี่ยเหยาเหยาเห็นพี่สาวต่างแม่วิ่งเข้ามาเธอจึงแสดงสีหน้าดีใจที่มีคนช่วยออกหน้าแล้ว ก่อนจะมองชายคนรักที่โดนพ่อและปู่ตีจนฟุบไปกับพื้นด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด
“ใครก็ได้ไปตามหมอมาให้หน่อย แทนที่จะคุยกันดี ๆ จะกลายเป็นฆาตกรไปเสียก่อนนะสิ”
เซี่ยเจียวหงใช้สายตามองไปยังชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งที่นอนฟุบไปกับพื้นน่าจะโดนพ่อของร่างนี้ซ้อมจนสลบ แล้วแบบนี้เธอจะวางใจให้เลี้ยงหลานและดูแลน้องสาวไหมล่ะ ช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน
“หล่อนไม่ต้องยื่นมือเข้ามาสอด ฉันกับพ่อของหล่อนจะตีลูกชั่วที่สร้างความอับอายให้บ้านเซี่ยตายคามือมันก็เรื่องของบ้านเซี่ย หล่อน ไม่เกี่ยว!”
นางหานหยินโกรธลูกสาวจนเลือดขึ้นหน้าจึงด่ากราดลูกเลี้ยงอย่างเซี่ยเจียวหงอย่างไม่เกรงกลัว
“อาเหยาอายุสิบแปดแล้ว บรรลุนิติภาวะแล้ว ต่อให้จะท้องก่อนแต่งแล้วอย่างไร ผู้ชายก็มาขอขมาถึงบ้าน ทำไมไม่พูดจากันดี ๆ ในเมื่อลูกสาวก้าวเท้าผิดพลาด ทำไมคนที่ประกาศปาว ๆ ว่าเป็นพ่อเป็นแม่ถึงไม่ช่วยพยุงลูกเล่า ในเมื่อผิดพลาดไปแล้ว ทำไมไม่หาทางแก้ แทนที่จะมาทำร้ายดุด่าและซ้ำเติมกันให้อายชาวบ้าน”
คำพูดของเซี่ยเจียวหงกินใจชาวบ้านหลายคน
จริงของเธอ แม้ว่าจะโกรธแค้นแค่ไหน แต่ลูกก็คือลูก ต่อให้อยากจะทุบตีระบายความโกรธอย่างไร แต่ในท้องของเซี่ยเหยาเหยายังมีก้อนเลือดที่เป็นเลือดเนื้อของตระกูลเซี่ยอยู่ ควรจะหาทางแก้ไขดีกว่ามาทำร้ายทุบตีแบบนี้
จากนั้นไม่นานหมอประจำอนามัยก็รีบวิ่งเข้ามาเพื่อดูแลคนที่สลบและมาดูคนท้องอย่างเซี่ยเหยาเหยาต่อ ก่อนจะจัดยาบำรุงให้และ ขอตัวกลับ ไม่นานคนรักของเซี่ยเหยาเหยาก็ฟื้นขึ้นมา
ไม่ใช่ว่าชายหนุ่มสู้ไม่ได้ แต่เพราะเป็นพ่อและปู่ของคนรัก เขาจึงไม่คิดตอบโต้ สุดท้ายจึงพลาดท่าโดนไม้ฟาดจนสลบ
“เหยาเหยา คุณเป็นอย่างไรบ้าง ไหวไหม ผมขอโทษที่ปกป้องคุณไม่ได้” อ้าวเหวินรีบถามคนรักทันทีที่ฟื้นขึ้นมา
“ฉันไม่เป็นอะไร แค่โดนตีเล็กน้อย พี่ใหญ่มาช่วยไว้ทัน”
เซี่ยเหยาเหยารีบบอกคนรัก ก่อนจะหันมามองพี่สาวต่างแม่อย่างขอบคุณ
ตอนพิเศษ 9“ทางด้านเจ้าสาวล่ะครับ” พิธีการหันมาถามเจ้าสาวอย่างซืออี้เจินอีกครั้ง“สำหรับเจินเจินนั้นไม่รู้ว่าความรักระหว่างชายหญิงนั้นคืออะไร แต่เจินเจินหวงลุงเจียไท่ทุกครั้งที่เขามีเรื่องหญิงสาวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเมื่อรู้ว่าความรู้สึกที่เจินเจินมีต่อลุงเจียไท่ไม่ใช่ความรู้สึกที่หลานสาวคนหนึ่งมอบให้ลุงที่เลี้ยงดูและดูมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เจินเจินอยากเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมเพื่ออยู่เคียงข้างลุงเจียไท่ในอนาคต”ซืออี้เจินส่งสายตาหวานฉ่ำไปให้สามีสุดที่รัก“ดังนั้นเจินเจินจึงพัฒนาตัวเอง และเรียนรู้งานทุกอย่างตั้งแต่มัธยม เพื่อหวังว่าวันหนึ่งจะดีพร้อมและสามารถอยู่เคียงข้างลุงนอกสายเลือดคนนี้ได้โดยไม่อายใคร เจินเจินรักลุงเจียไท่ค่ะ”ซืออี้เจินกวาดสายตามองไปในงาน และกลับมามองสามีด้วยความรักอีกครั้ง“เจินเจินไม่อายหากใครจะมองว่าเจินเจินมีสามีแก่คราวพ่อเจินเจินไม่สนใจหากใครจะคิดว่าเจินเจินต้องการทรัพย์สินของสามี ความรักระหว่างเจินเจินและลุงเจียไท่ที่มีให้กันไม่ได้ทำให้เจินเจินใช้ชีวิตอย่างลำบาก เจินเจินไม่กลัวว่าใครจะมองว่าเจินเจินคือจุดอ่อนของลุงเจียไท่ แต่สิ่งที่เจิน
ตอนพิเศษ 8ยิ่งม่านฟางหลินได้ยินผู้จัดการตัวเองพูด ยิ่งไม่ชอบใจเท่าไรในเมื่อเธอมาก่อนต่อให้เป็นคู่นอนแล้วอย่างไร นังเด็กนั่นไม่เหมาะสมกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว“แต่ฉันมาก่อนนังเด็กนั่น ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคุณหนูตระกูลซือ นังนั่นไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว”“เหมาะสมหรือไม่เธอหรือฉันไม่ใช่คนตัดสินใจ หลังจากวันนั้นเธอยังมองไม่ออกอีกหรือว่าคุณเจียไท่รู้สึกและคิดอย่างไรกับคุณหนูซือ แม้ว่าคุณหนูซือคนนั้นจะประกาศว่าไม่ขอร่วมงานกับนางแบบชื่อม่านฟางหลิง แต่สุดท้ายคนที่มาจัดการคือคุณเจียไท่ เรื่องนี้คนรู้จักฉันบอกมาเอง ฉันว่าเธออย่าไปยุ่งเลย เพราะคุณเจียไท่ไม่ใช่คนที่พวกเราจะแตะต้องได้”ผู้จัดการย่าหยางเอ่ยเตือน แต่ถ้ายังไม่ฟังกัน คงต้องทางใครทางมันกันแล้วม่านฟางหลิงนั่งเงียบ เธอรู้ดีว่าคุณเจียไท่น่ากลัวแค่ไหน เพียงแค่เธอมีเรื่องกับนังเด็กนั่นแต่เขากลับตัดเส้นทางสายอาชีพของเธอแทบไม่เหลือ และถ้าครั้งนี้เธอยังก่อเรื่องอีก แม้แต่ชีวิตคงรักษาไว้ไม่ได้“ไม่จริง! คุณเจียไท่กับเด็กสาวคนนั้นเป็นลุงกับหลานกันจะแต่งงานกันได้อย่างไร”สาวสังคมจับกลุ่มคุยกัน แต่ละคนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ข่าวออกว่า
ตอนพิเศษ 7ทันทีที่วิ่งเข้ามาซืออี้เจินเจอหน้าคนที่ที่นอนลืมตามองมาทางเธอด้วยสายตามที่อ่อนโยน“เจินเจิน”“ลุงเจียไท่”ซืออี้เจินวิ่งเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มจนคนดูแลที่วิ่งตามมาต้องร้องห้าม เพราะรู้ดีว่าคุณหนูกำลังท้องลูกของเจ้านายอยู่“คุณหนูอย่าวิ่งครับ คุณหนูกำลังท้องอยู่นะครับ”เชอเจียไท่มองเมียตัวน้อยด้วยสายตาที่ตกตะลึงปนดีใจ“เจินเจิน”“ค่ะ เจินเจินท้องลูกของเราได้สามเดือนแล้ว แต่งงานกันนะคะลุงเจียไท่ สามีสุดที่รักของเจินเจิน”“ลูก เรากำลังจะมีลูกใช่ไหม”“ใช่ค่ะ ลุงเจียไท่กำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว ดีใจไหม”ซืออี้เจินลุกมานั่งปกติ และยิ้มตาหยีให้เขา“เดี๋ยวก่อนนะ ในเมื่อรู้ว่าท้อง ทำไมยังวิ่งขนาดนั้น แล้วไม่ดูแลตัวเองเลย ถ้าลูกไหลขึ้นมาจะทำอย่างไร”เชอเจียไท่แม้ใบหน้ายังซีดเซียวแต่ไม่วายที่จะดุเมียตัวน้อยของตน“ก็เจินเจินดีใจนี่คะที่ลุงเจียไท่ฟื้นแล้ว เจนเจินเกือบจะตามพ่อกับแม่ไปจัดการคนที่ทำร้ายสามีของเจินเจินแล้วเหมือนกันถ้าพี่หลงไม่มาตามเสียก่อน”“ยังจะเถียงอีก แล้วจะไปเผชิญอันตรายอย่างนั้นได้อย่างไรลุงปลอดภัยดีแล้ว เจินเจินอย่าทำให้ลุงเป็นห่วงได้ไหม โตจนเป็นแม่คนแล้วนะ อีกทั้งในท้องก็ย
ตอนพิเศษ 6เชอเจียไท่เปิดประตูเขามาเมื่อไม่เห็นเมียตัวน้อยก็เดินหาทั่วห้อง แต่ไม่นานร่างบางจึงเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสายเดี่ยวตัวบางที่แนบลำตัวจนเห็นทุกสัดส่วน ชายหนุ่มทำเพียงกลืนน้ำลายลงคอ นี่เมียตัวน้อยตั้งใจจะยั่วเขาใช่ไหม“มาแล้วหรือคะ” ซืออี้เจินเงยหน้ามายิ้มหวานและถามคนรัก“ครับ ลุงเอานมมาให้ดื่มก่อนนอน”ซืออี้เจินรับแก้วนมมาดื่มจนหมด เมื่อมีคราบนมเลอะที่ปาก หญิงสาวจึงใช้ลิ้นตวัดเลียริมฝีปากจนหมดแทบไม่เหลือ ก่อนจะเดินนวยนาดเข้ามายืนตรงหน้าของชายหนุ่ม“เจินเจินกินนมหมดแล้ว แล้วลุงเจียไท่พร้อมจะกินนมหรือยังคะ”ไม่เพียงพูดเปล่าแต่เธอกลับคว้ามือหนามาจับที่หน้าอกของเธอทั้งสองข้าง และบีบเคล้นเบา ๆ ใบหน้าของซืออี้เจินในตอนนี้ช่างยั่วยวนนัก พร้อมกับส่งเสียงครางเล็กน้อย“อืม อ๊ะ”“คิดจะยั่วตาแก่คนนี้หรือ” เชอเจียไท่ถามกลับเสียงพร่า ซืออี้เจินไม่ตอบ แต่กลับปีนขึ้นเตียงพร้อมกับถอดชุดนอนแล้วนั่งคุกเข่า พร้อมกับกวักมือเรียกและกัดปากเล็กน้อย“แบบนี้สิคะ ถึงจะเรียกว่ายั่ว”ไม่รู้ว่าซืออี้เจินเอาความกล้ามาจากไหน เธอใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ร่างกายตัวเอง มืออีกข้างเลื่อนลงมาตรงดอกไม้งามแล้วถ
ตอนพิเศษ 5เชอเจียไท่ไม่สนใจใครอยู่แล้ว สิ่งที่เขาต้องรักษาคือความรู้สึกของเมียตัวน้อย อดีตเขาไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ อีกทั้งเขาอายุปูนนี้แล้วถ้าไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางร่างกายกับหญิงสาวคนไหนเลยคงต้องบวชพระถือศีลแล้วล่ะ“จบนะคะ ในเมื่อลุงเจียไท่บอกว่าไม่รู้จักคุณ”ซืออี้เจินไม่อยากมีเรื่อง เพราะดูจากหญิงสาวตรงหน้าและการแต่งตัวคงจะมาถ่ายแบบหรือเดินแบบ ดังนั้นจึงไม่ให้อยากมีเรื่องเกิดขึ้นบนหน้าหนึ่งว่า ลูกสาวของตระกูลซือตบตีกับนางแบบกลางห้างดัง เธอไม่รู้จะตอบพ่อกับแม่ ตาโล่ และย่าอย่างไรเมื่อได้ยินซืออี้เจินเรียกเชอเจียไท่ว่าลุง ใบหน้าของม่านฟางหลิงจึงดูดีขึ้น“เธอเป็นหลานของคุณเจียไท่หรือ มิน่าล่ะดูยังเด็กอยู่”“จะใช่หลานหรือไม่ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคุณ แต่หลังจากนี้ไปลุงเจียไท่จะไม่ข้องเกี่ยวกับหญิงสาวคนไหนอีก เพราะฉันหวง จำไว้”ซืออี้เจินไม่ยอมตอบว่าเธอเป็นใคร เพียงแค่ประกาศว่าเธอหวงชายที่ชื่อเชอเจียไท่คนนี้มาก ทำให้เชอเจียไท่มองซืออี้เจินดวงตาเป็นประกายพร้อมกับมีรอยยิ้มในแววตาซึ่งนั่นแทบจะไม่มีใครเคยได้เห็นและสัมผัสความอิจฉาริษยาจึงเกิดขึ้นในใจอีกครั้ง เธอเห็นว่านักข่าวเดินมาทางนี้จึง
ตอนพิเศษ 4หลังจากวันนั้นนี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วที่ซืออี้เจินพยายามหลบหน้าของเชอเจียไท่ จนคนในบ้านเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคนสองคน แต่เพราะเช้าวันนั้นซืออี้เจินบอกว่าเธอยังไม่พร้อมบอกเรื่องทั้งหมดกับครอบครัวจึงขอร้องให้เชอเจียไท่เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน“เจียไท่ นายไปทำอะไรให้หลานโกรธหรือเปล่า คงเป็นเรื่องผู้หญิงอีกละสิ เพลา ๆ ซะบ้างเถอะนะ หาเมียเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว” ซือเฉิงซานเดินเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าเชอเจียไท่คล้ายคนคิดหนัก และคงไม่พ้นเรื่องของลูกสาวเขาอีกแน่ หากซืออี้เจินงอนขึ้นมาบางครั้งร่วมเดือนกว่าเชอเจียไท่จะง้อสำเร็จ“ฉันแก่ปูนนี้แล้วนะ นายคิดว่าฉันหมกมุ่นแต่เรื่องนั้นหรืออย่างไรหากนายไม่มีอะไรทำ ไปโรงงานตรวจสอบอาวุธเถอะ อาทิตย์หน้าจะมีส่งสินค้าไม่ใช่หรืออย่างไร”เชอเจียไท่ไม่อยากพูดด้วยเพราะกลัวหลุดเรื่องที่เขามีความสัมพันธ์กับซืออี้เจินขึ้นมา แม้อยากจะสารภาพกับเพื่อนที่เป็นพ่อตาเขาแค่ไหน แต่เพราะโดนสั่งห้ามไว้เลยไม่กล้า เลยพยายามไล่คนตรงหน้าไปไกล ๆ“นั่นมันหน้าที่ของนาย อย่ามาโยนให้ฉัน แต่ก่อนที่จะไปส่งสินค้าช่วยกรุณาไปง้อหลานสาวเสียด้วย ฉันละไม่ชินเลย อยู่ ๆ เจินเจินก
ค้าขายแบบแผงลอยแค่รู้ราคาเซี่ยเจียวหงก็กระโดดลงมาจากต้นไม้ ดีหน่อยที่ตอนนี้น้ำหนักเธอลดลงไปบ้าง และคุ้นชินกับร่างนี้เลยทำให้รู้ว่าต้องทำอย่างไร นางหลิงมู่เหมือนจะรู้ความคิดของลูกสะใภ้จึงร้องห้ามเสียงหลง“อย่าอาหง มันอันตรายเกินไป”“แม่เชื่อใจฉันนะ ฉันไม่เป็นอะไร พี่ใหญ่กวงรีบหาทางหลบไปตามเถ้าแก่ภั
เตรียมค้าขายกวงฮ่าวจื่อไม่พูดอะไร แม้อยากจะถามเธอก็ตาม เขาทำเพียงค้อมหัวให้นายท่านโล่และเดินตามหลังเซี่ยเจียวหง แต่พอทั้งสองคนกำลังจะก้าวพ้นประตูห้อง กลับได้ยินเสียงของนายท่านโล่ดังขึ้น“ฉันต้องการให้เธอมาทำงานด้วย ฉันเชื่อตามสัญชาตญาณว่า เธอมีดีกว่าที่เห็น และจงจำไว้ว่าฉันนายท่านโล่ติดหนี
พบนายท่านโล่“จริงสิน้องสะใภ้ ผู้ดูแลภัตตาคารบอกว่าเนื้อกวางและอุ้งเท้าหมีเขาก็รับซื้อนะ ถ้ามาเป็นตัวได้ก็ดี หรือไม่ถ้าล่าได้แล้วแจ้งเขามา เขาจะส่งลูกน้องมาถึงที่เพราะรู้ดีว่าสัตว์ป่าพวกนี้ขนส่งลำบาก เขาถามพี่ว่า อยู่หมู่บ้านไหนพี่ก็บอกไป ทางผู้ดูแลบอกว่าจะส่งคนมารับให้ไปตาม ไ
เข้าป่าอีกครั้งเซี่ยเจียวหงกล่าวยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินเข้าครัวเพื่อทำมื้อเย็นและ คิดว่าต่อไปเธอต้องให้ทุกคนในบ้านหันมากินมื้อเที่ยงด้วย เพราะจะ ทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีน้ำมีนวลขึ้นอีกทั้งบ้านก็ไม่ได้ลำบากแล้วเช่นกัน ตอนนี้เธอเก็บเงินไว้ที่บ้านไม่เกินหนึ่งร้อยหยวนส่วนที่เหลือเธอนำไปฝากธนาคาร







