Masukกวงฮ่าวจื่อไม่พูดอะไร แม้อยากจะถามเธอก็ตาม เขาทำเพียงค้อมหัวให้นายท่านโล่และเดินตามหลังเซี่ยเจียวหง แต่พอทั้งสองคนกำลังจะก้าวพ้นประตูห้อง กลับได้ยินเสียงของนายท่านโล่ดังขึ้น
“ฉันต้องการให้เธอมาทำงานด้วย ฉันเชื่อตามสัญชาตญาณว่า เธอมีดีกว่าที่เห็น และจงจำไว้ว่าฉันนายท่านโล่ติดหนี้บุญคุณเธอหนึ่งครั้ง เมื่อไรที่ต้องการให้ตอบแทน หรือต้องการความช่วยเหลือให้ไปหาฉัน ที่คฤหาสน์ตระกูลโล่ได้ทุกเมื่อ”
เซี่ยเจียวหงทำเพียงรับฟังก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดย ไม่เหลียวกลับมามอง
“เจียไท่ นายให้คนของเราสืบเรื่องของซือเฉิงซานว่าตอนนี้ เขาทำอะไรอยู่ที่ไหน ในเมื่อภรรยาเขาเด็ดเดี่ยวเช่นนี้เป็นไปไม่ได้ที่ ชายหนุ่มจะทิ้งแม่และครอบครัวเพื่อไปมีความสุขคนเดียว”
เชอเจียไท่ทำเพียงตอบรับก่อนจะเดินไปสั่งการลูกน้อง ปล่อยให้เจ้านายนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง โดยไม่รู้ว่าในใจของนายท่านโล่กำลังคิดอะไรจึงได้สั่งให้เขาไปสืบเรื่องของซือเฉิงซานทั้ง ๆ ที่ภรรยา เจ้าตัวไม่ต้องการ
ระหว่างทางเซี่ยเจียวหงเดินไปที่ร้านวัสดุก่อสร้างเพื่อซื้อ ดินประสิว เธอตั้งใจจะทำห้องน้ำแข็งไว้ก่อนที่บ้านจะสร้างเสร็จ ไม่เช่นนั้นหากคิดจะขายอาหารเธอจะเอาเนื้อสัตว์ไปเก็บไว้ที่ไหน
“พี่ใหญ่กวงแวะซื้อดินประสิวก่อน ฉันจะทำห้องน้ำแข็ง ที่บ้าน มีห้องใต้ดินเล็ก ๆ แม้ว่าในหมู่บ้านจะมีไฟฟ้าใช้ แต่ทั้งบ้านกวงและ บ้านซือไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าเลย หากเราจะขายอาหาร หรือขาย โหมวไส้หมูตุ๋น ควรจะมีห้องเย็นเก็บเนื้อสัตว์ไว้”
“อืม เอาสิ น้องสะใภ้ พี่ขอถามหน่อยได้ไหม ทำไมไม่ให้ นายท่านโล่ช่วยตามหาเฉิงซาน”
“ใจคนยากหยั่งถึง การที่พี่เฉิงซานขาดการติดต่อไปอาจเพราะเขาไม่ต้องการให้ฉันและทางบ้านรับรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน การที่ฉันขอร้อง นายท่านโล่ให้ตามหาพี่เฉิงซานฉันคิดว่าไม่สมควร อีกทั้งคนระดับนั้นจะยอมมาตามหาชาวบ้านคนหนี่งโดยไม่หวังผลอะไร นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้”
กวงฮ่าวจื่อคิดตามและเห็นว่าสิ่งที่เซี่ยเจียวหงพูดนั้นถูกต้องที่สุด จึงไม่ตอบอะไรอีกทำเพียงเดินตามเธอไปซื้อของและรีบขึ้นเกวียน กลับบ้าน
เซี่ยเจียวหงขึ้นเขากับกวงฮ่าวจื่อและนางหลิงมู่เพื่อไปตัดไม้มาทำรถเข็นและโต๊ะ โดยฝากสองแฝดไว้กับนางกวงหลิน เธอให้กวงฮ่าวจื่อและแม่สามีรออยู่ที่ป่าชั้นนอกโดยเธอนั้นเดินเข้าป่าชั้นกลางเพื่อล่าหมูมาสักตัวเพื่อทำหมูตุ๋น โดยกวงฮ่าวจื่อไม่ห้ามเพราะรู้ดีว่าน้องสะใภ้นั้น มีความสามารถและเอาตัวรอดได้ เขาและนางหลิงมู่จึงช่วยกันตัดไม้รออยู่ตรงนี้
และเป็นไปตามคาด เซี่ยเจียวหงได้หมูป่ามาเพียงหนึ่งตัว หญิงสาวไม่ต้องการที่จะขายเหมือนครั้งก่อน เพราะเธอต้องการทำหมูตุ๋นเพื่อนำมาขายมากกว่า เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ เธอจึงชวนทุกคนลงเขาและกลับมาที่บ้านโดยให้กวงฮ่าวจื่อไปขอยืมอุปกรณ์แล่เนื้อมาแทนที่จะให้ตามคนแล่เนื้อ
แต่เพราะยังมีชาวบ้านที่อยากขอแบ่งเนื้อเซี่ยเจียวหงจึงยอมที่จะแบ่งขายให้ โดยให้กวงฮ่าวจื่อเป็นคนจัดการส่วนเธอลงไปที่ห้องใต้ดินของบ้านเพื่อทำห้องนี้ให้เป็นห้องน้ำแข็งเพื่อแช่ของสด
“หล่อนโชคดีมากเลยนะนางซือที่สะใภ้ซือได้เปลี่ยนตัวเอง ขนาดนี้” ชาวบ้านคนหนึ่งจีบปากจีบคอพูด
“นั่นสิ ไม่คิดว่านอกจากจะทำให้บ้านซือมีเงินสร้างบ้านใหม่ ยังเผื่อแผ่มาถึงบ้านกวงด้วย แต่ว่าเจ้าใหญ่กวงเมียท้องแก่อยู่ไม่ใช่หรือ”
ถ้าไม่ใช่คนโง่คงต้องมองออกว่าหญิงชาวบ้านทั้งสองคนหมายถึงอะไร กวงฮ่าวจื่อเลือดขึ้นหน้า ดูถูกเขา เขานิ่งเฉยได้ แต่ดูถูกน้องสะใภ้ที่ทำให้ครอบครัวเขาลืมตาอ้าปากได้เขาไม่ขอทน
“ก่อนที่ป้าจะเอาปากมานินทาคนอื่น ไปดูสามีตัวเองก่อนไหม ทำงานในตำบล นาน ๆ กลับบ้านไม่ใช่เลี้ยงเด็กไว้หรือ ต่อให้เมียผมจะท้องแก่หรือไม่ ผมก็ยังมีเมียเพียงคนเดียว อย่าเอาความคิดสกปรกมาพูดแถวนี้ กลับไปเถอะผมไม่ขายเนื้อให้ใครแล้ว ในเมื่อทำดีไม่ได้ดีก็อย่า มีใครได้ซื้อเนื้อในราคาถูกอีกเลย”
กวงฮ่าวจื่อเอ่ยปากไล่ชาวบ้านทั้งสองคนและเก็บเนื้อทั้งหมดไว้ไม่ขายให้ใครอีก ในเมื่อทำดีแล้วไม่ได้ดีจะทำไปเพื่ออะไร ส่วนชาวบ้านคนอื่นกลับโดนหางเลขไปด้วย ทำให้ชาวบ้านแบ่งกันออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเข้าข้างสองคนที่พูด อีกกลุ่มหนึ่งไม่พอใจชาวบ้านทั้งสองคนเพราะทำให้บ้านซือไม่ขายเนื้อให้
“โธ่ ก็แค่เนื้อหมูป่า ฉันไปหาซื้อในตำบลก็ย่อมได้ ไปเถอะ พวกเรา”
ชาวบ้านที่พูดจาดูหมิ่นเห็นท่าไม่ดีจึงรีบจากไปแต่ก็ไม่วายหันมาพูดจาดูหมิ่น ส่วนคนอื่นที่ไม่มีส่วนรู้เห็นต่างก็เอ่ยขอร้องให้บ้านซือ ขายเนื้อให้ต่อ
นางหลิงมู่เห็นใจชาวบ้านเพราะถ้าไปหาซื้อจากในตำบลราคาย่อมต้องแพงกว่าและยังต้องจ่ายค่าเกวียนอีก ดังนั้นจึงให้กวงฮ่าวจื่อ ขายต่อให้ชาวบ้านที่เหลือ
เมื่อเซี่ยเจียวหงออกมาจากห้องใต้ดินเมื่อรับรู้สิ่งที่ชาวบ้านพูดเธอเลือกที่จะปล่อยผ่านเพราะเธอและกวงฮ่าวจื่อไม่ได้ทำอย่างที่ชาวบ้านทั้งสองคนกล่าวหา พอเซี่ยเจียวหงไม่เอาเรื่องทั้งบ้านกวงและบ้านซือ ไม่เอาเรื่องเช่นกันทุกคนช่วยกันล้างเนื้อหมูและช่วยกันก่อไฟทำหมูตุ๋นเตรียมไว้ ส่วนเซี่ยเจียวหงเดินไปยังกองไม้ที่เอาลงมาจากเขาเธอทำรถเข็นง่าย ๆ จากต้นไผ่ต้นใหญ่แต่แข็งแรงมาก
วันต่อมาหมูตุ๋นที่ทำไว้เซี่ยเจียวหงนำเข้าไปเก็บในห้องน้ำแข็ง เพราะตอนนี้ห้องเย็นได้ที่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องของสดจะเน่าเปื่อย
“พี่ใหญ่กวง พี่มีแหบ้างไหม ไปหาปลากัน พรุ่งนี้จะเปิดร้าน วันแรกเราจะทำปลาเผาขายด้วย แม่กับป้ากวงจะไปด้วยไหม ป่าชั้นกลางที่เราไปเก็บหน่อไม้ปลาตัวใหญ่มาก”
เซี่ยเจียวหงถามความคิดทุกคน ส่วนเรื่องขี้ปากชาวบ้านเธอ ไม่สนใจ ใครอยากจะคิดอะไรก็คิดไปในเมื่อเธอไม่ได้ทำชั่วแบบนั้น อีกทั้งปากท้องต้องกินต้องใช้ ไม่สู้เอาเวลาที่มานั่งคิดมากถึงเรื่องที่ชาวบ้านนินทาไปหาเงินดีกว่า คุ้มกว่าเยอะ
อีกทั้งตอนนี้บ้านซือก็เริ่มก่อสร้างแล้วด้วย แม้ว่าเงินในกระเป๋าใกล้จะเกือบหนึ่งหมื่นหยวนแต่สำหรับเซี่ยเจียวหงอย่างไรก็ไม่พอ ปีหน้าลูกทั้งสองคนต้องเข้าโรงเรียน และเธอตั้งใจว่าจะทำให้ทุกคนสบาย รวมถึงบ้านกวงก็ยังไม่ได้สร้าง ในเมื่อนับถือกันเป็นครอบครัว เธอจึงอยากให้อยู่ดีมีสุขด้วยเช่นกัน
“มีสิ เดี๋ยวพี่ไปยืมให้ กลับมาค่อยแบ่งปลาเป็นการตอบแทน”
พูดจบก็รีบวิ่งไปบ้านคนรู้จักเพื่อขอยืมแหจับปลามาให้กับ เซี่ยเจียวหงโดยมีของเขาเพิ่มมาด้วยอีกหนึ่ง
ส่วนนางหลิงมู่และนางกวงหลินทั้งสองคนรับไปหากระสอบเพื่อไปเก็บหน่อไม้ ทั้งสองคนตั้งใจว่าจะนำไปขายด้วยเช่นกัน เพราะที่เก็บมาก่อนหน้านี้ได้ทำการแปรรูปหมดแล้ว เมื่อทั้งสี่คนเตรียมพร้อมเรียบร้อยจึงเดินทางขึ้นเขากันอีกครั้ง
โดยให้สองแฝดฝึกอ่านกับสะใภ้กวง ซึ่งสองพี่น้องอย่างอาฝานและเจินเจินเชื่อฟังแม่และย่ามาก ทั้งสองไม่คิดที่จะร้องตามเพื่อ ขอไปเล่นด้วย แต่เลือกที่จะฝึกอ่านตัวอักษรให้มาก เพื่อโตขึ้นใน วันข้างหน้าจะเลี้ยงดูพ่อแม่และย่าให้สุขสบาย ถ้าเซี่ยเจียวหงรู้ความคิดของลูกคงอิ่มเอมใจไม่น้อยที่ทั้งสองคนคิดแบบนี้
การหว่านแหหาปลาในครั้งนี้ได้มากกว่าที่คิด รวมถึงหน่อไม้ด้วย เมื่อคิดว่าได้เยอะแล้ว ทั้งหมดจึงเตรียมที่จะลงจากเขา แต่ใครจะคิดว่า ป่าชั้นกลางจะมีหมีโผล่มากันล่ะ ดีแค่ไหนที่ไม่พาลูกและพี่สะใภ้กวง มาด้วย
“ทุกคนปีนขึ้นต้นไม้ เร็ว!”
ไม่มีใครคิดที่จะถามอะไร ทำเพียงรีบปีนขึ้นต้นไม้ตามคำสั่งของเซี่ยเจียวหงทันที
“พี่ใหญ่กวง หมีทั้งตัวแพงไหม”
เธอรู้ว่าการที่จะล่าหมีสักตัวนั้นยากมาก และคงจะไม่มีใครนำไปขายถ้าไม่กลัวตาย ขึ้นชื่อว่าหมีย่อมดุร้ายทุกตัว
เซี่ยเจียวหงกำมีดด้ามใหญ่ข้างเอวแน่น ถ้าเธอไม่เสี่ยงก็ไม่แน่ว่าทุกคนจะได้ออกจากป่านี้ไป
“ราคาหลายพันหยวนอยู่นะ อยู่ที่น้ำหนัก ตัวใหญ่ขนาดนี้พี่คิดว่าน่าจะเทียบกับราคาคฤหาสน์ได้เลย”
ตอนพิเศษ 9“ทางด้านเจ้าสาวล่ะครับ” พิธีการหันมาถามเจ้าสาวอย่างซืออี้เจินอีกครั้ง“สำหรับเจินเจินนั้นไม่รู้ว่าความรักระหว่างชายหญิงนั้นคืออะไร แต่เจินเจินหวงลุงเจียไท่ทุกครั้งที่เขามีเรื่องหญิงสาวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเมื่อรู้ว่าความรู้สึกที่เจินเจินมีต่อลุงเจียไท่ไม่ใช่ความรู้สึกที่หลานสาวคนหนึ่งมอบให้ลุงที่เลี้ยงดูและดูมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เจินเจินอยากเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมเพื่ออยู่เคียงข้างลุงเจียไท่ในอนาคต”ซืออี้เจินส่งสายตาหวานฉ่ำไปให้สามีสุดที่รัก“ดังนั้นเจินเจินจึงพัฒนาตัวเอง และเรียนรู้งานทุกอย่างตั้งแต่มัธยม เพื่อหวังว่าวันหนึ่งจะดีพร้อมและสามารถอยู่เคียงข้างลุงนอกสายเลือดคนนี้ได้โดยไม่อายใคร เจินเจินรักลุงเจียไท่ค่ะ”ซืออี้เจินกวาดสายตามองไปในงาน และกลับมามองสามีด้วยความรักอีกครั้ง“เจินเจินไม่อายหากใครจะมองว่าเจินเจินมีสามีแก่คราวพ่อเจินเจินไม่สนใจหากใครจะคิดว่าเจินเจินต้องการทรัพย์สินของสามี ความรักระหว่างเจินเจินและลุงเจียไท่ที่มีให้กันไม่ได้ทำให้เจินเจินใช้ชีวิตอย่างลำบาก เจินเจินไม่กลัวว่าใครจะมองว่าเจินเจินคือจุดอ่อนของลุงเจียไท่ แต่สิ่งที่เจิน
ตอนพิเศษ 8ยิ่งม่านฟางหลินได้ยินผู้จัดการตัวเองพูด ยิ่งไม่ชอบใจเท่าไรในเมื่อเธอมาก่อนต่อให้เป็นคู่นอนแล้วอย่างไร นังเด็กนั่นไม่เหมาะสมกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว“แต่ฉันมาก่อนนังเด็กนั่น ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคุณหนูตระกูลซือ นังนั่นไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว”“เหมาะสมหรือไม่เธอหรือฉันไม่ใช่คนตัดสินใจ หลังจากวันนั้นเธอยังมองไม่ออกอีกหรือว่าคุณเจียไท่รู้สึกและคิดอย่างไรกับคุณหนูซือ แม้ว่าคุณหนูซือคนนั้นจะประกาศว่าไม่ขอร่วมงานกับนางแบบชื่อม่านฟางหลิง แต่สุดท้ายคนที่มาจัดการคือคุณเจียไท่ เรื่องนี้คนรู้จักฉันบอกมาเอง ฉันว่าเธออย่าไปยุ่งเลย เพราะคุณเจียไท่ไม่ใช่คนที่พวกเราจะแตะต้องได้”ผู้จัดการย่าหยางเอ่ยเตือน แต่ถ้ายังไม่ฟังกัน คงต้องทางใครทางมันกันแล้วม่านฟางหลิงนั่งเงียบ เธอรู้ดีว่าคุณเจียไท่น่ากลัวแค่ไหน เพียงแค่เธอมีเรื่องกับนังเด็กนั่นแต่เขากลับตัดเส้นทางสายอาชีพของเธอแทบไม่เหลือ และถ้าครั้งนี้เธอยังก่อเรื่องอีก แม้แต่ชีวิตคงรักษาไว้ไม่ได้“ไม่จริง! คุณเจียไท่กับเด็กสาวคนนั้นเป็นลุงกับหลานกันจะแต่งงานกันได้อย่างไร”สาวสังคมจับกลุ่มคุยกัน แต่ละคนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ข่าวออกว่า
ตอนพิเศษ 7ทันทีที่วิ่งเข้ามาซืออี้เจินเจอหน้าคนที่ที่นอนลืมตามองมาทางเธอด้วยสายตามที่อ่อนโยน“เจินเจิน”“ลุงเจียไท่”ซืออี้เจินวิ่งเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มจนคนดูแลที่วิ่งตามมาต้องร้องห้าม เพราะรู้ดีว่าคุณหนูกำลังท้องลูกของเจ้านายอยู่“คุณหนูอย่าวิ่งครับ คุณหนูกำลังท้องอยู่นะครับ”เชอเจียไท่มองเมียตัวน้อยด้วยสายตาที่ตกตะลึงปนดีใจ“เจินเจิน”“ค่ะ เจินเจินท้องลูกของเราได้สามเดือนแล้ว แต่งงานกันนะคะลุงเจียไท่ สามีสุดที่รักของเจินเจิน”“ลูก เรากำลังจะมีลูกใช่ไหม”“ใช่ค่ะ ลุงเจียไท่กำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว ดีใจไหม”ซืออี้เจินลุกมานั่งปกติ และยิ้มตาหยีให้เขา“เดี๋ยวก่อนนะ ในเมื่อรู้ว่าท้อง ทำไมยังวิ่งขนาดนั้น แล้วไม่ดูแลตัวเองเลย ถ้าลูกไหลขึ้นมาจะทำอย่างไร”เชอเจียไท่แม้ใบหน้ายังซีดเซียวแต่ไม่วายที่จะดุเมียตัวน้อยของตน“ก็เจินเจินดีใจนี่คะที่ลุงเจียไท่ฟื้นแล้ว เจนเจินเกือบจะตามพ่อกับแม่ไปจัดการคนที่ทำร้ายสามีของเจินเจินแล้วเหมือนกันถ้าพี่หลงไม่มาตามเสียก่อน”“ยังจะเถียงอีก แล้วจะไปเผชิญอันตรายอย่างนั้นได้อย่างไรลุงปลอดภัยดีแล้ว เจินเจินอย่าทำให้ลุงเป็นห่วงได้ไหม โตจนเป็นแม่คนแล้วนะ อีกทั้งในท้องก็ย
ตอนพิเศษ 6เชอเจียไท่เปิดประตูเขามาเมื่อไม่เห็นเมียตัวน้อยก็เดินหาทั่วห้อง แต่ไม่นานร่างบางจึงเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสายเดี่ยวตัวบางที่แนบลำตัวจนเห็นทุกสัดส่วน ชายหนุ่มทำเพียงกลืนน้ำลายลงคอ นี่เมียตัวน้อยตั้งใจจะยั่วเขาใช่ไหม“มาแล้วหรือคะ” ซืออี้เจินเงยหน้ามายิ้มหวานและถามคนรัก“ครับ ลุงเอานมมาให้ดื่มก่อนนอน”ซืออี้เจินรับแก้วนมมาดื่มจนหมด เมื่อมีคราบนมเลอะที่ปาก หญิงสาวจึงใช้ลิ้นตวัดเลียริมฝีปากจนหมดแทบไม่เหลือ ก่อนจะเดินนวยนาดเข้ามายืนตรงหน้าของชายหนุ่ม“เจินเจินกินนมหมดแล้ว แล้วลุงเจียไท่พร้อมจะกินนมหรือยังคะ”ไม่เพียงพูดเปล่าแต่เธอกลับคว้ามือหนามาจับที่หน้าอกของเธอทั้งสองข้าง และบีบเคล้นเบา ๆ ใบหน้าของซืออี้เจินในตอนนี้ช่างยั่วยวนนัก พร้อมกับส่งเสียงครางเล็กน้อย“อืม อ๊ะ”“คิดจะยั่วตาแก่คนนี้หรือ” เชอเจียไท่ถามกลับเสียงพร่า ซืออี้เจินไม่ตอบ แต่กลับปีนขึ้นเตียงพร้อมกับถอดชุดนอนแล้วนั่งคุกเข่า พร้อมกับกวักมือเรียกและกัดปากเล็กน้อย“แบบนี้สิคะ ถึงจะเรียกว่ายั่ว”ไม่รู้ว่าซืออี้เจินเอาความกล้ามาจากไหน เธอใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ร่างกายตัวเอง มืออีกข้างเลื่อนลงมาตรงดอกไม้งามแล้วถ
ตอนพิเศษ 5เชอเจียไท่ไม่สนใจใครอยู่แล้ว สิ่งที่เขาต้องรักษาคือความรู้สึกของเมียตัวน้อย อดีตเขาไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ อีกทั้งเขาอายุปูนนี้แล้วถ้าไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางร่างกายกับหญิงสาวคนไหนเลยคงต้องบวชพระถือศีลแล้วล่ะ“จบนะคะ ในเมื่อลุงเจียไท่บอกว่าไม่รู้จักคุณ”ซืออี้เจินไม่อยากมีเรื่อง เพราะดูจากหญิงสาวตรงหน้าและการแต่งตัวคงจะมาถ่ายแบบหรือเดินแบบ ดังนั้นจึงไม่ให้อยากมีเรื่องเกิดขึ้นบนหน้าหนึ่งว่า ลูกสาวของตระกูลซือตบตีกับนางแบบกลางห้างดัง เธอไม่รู้จะตอบพ่อกับแม่ ตาโล่ และย่าอย่างไรเมื่อได้ยินซืออี้เจินเรียกเชอเจียไท่ว่าลุง ใบหน้าของม่านฟางหลิงจึงดูดีขึ้น“เธอเป็นหลานของคุณเจียไท่หรือ มิน่าล่ะดูยังเด็กอยู่”“จะใช่หลานหรือไม่ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคุณ แต่หลังจากนี้ไปลุงเจียไท่จะไม่ข้องเกี่ยวกับหญิงสาวคนไหนอีก เพราะฉันหวง จำไว้”ซืออี้เจินไม่ยอมตอบว่าเธอเป็นใคร เพียงแค่ประกาศว่าเธอหวงชายที่ชื่อเชอเจียไท่คนนี้มาก ทำให้เชอเจียไท่มองซืออี้เจินดวงตาเป็นประกายพร้อมกับมีรอยยิ้มในแววตาซึ่งนั่นแทบจะไม่มีใครเคยได้เห็นและสัมผัสความอิจฉาริษยาจึงเกิดขึ้นในใจอีกครั้ง เธอเห็นว่านักข่าวเดินมาทางนี้จึง
ตอนพิเศษ 4หลังจากวันนั้นนี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วที่ซืออี้เจินพยายามหลบหน้าของเชอเจียไท่ จนคนในบ้านเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคนสองคน แต่เพราะเช้าวันนั้นซืออี้เจินบอกว่าเธอยังไม่พร้อมบอกเรื่องทั้งหมดกับครอบครัวจึงขอร้องให้เชอเจียไท่เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน“เจียไท่ นายไปทำอะไรให้หลานโกรธหรือเปล่า คงเป็นเรื่องผู้หญิงอีกละสิ เพลา ๆ ซะบ้างเถอะนะ หาเมียเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว” ซือเฉิงซานเดินเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าเชอเจียไท่คล้ายคนคิดหนัก และคงไม่พ้นเรื่องของลูกสาวเขาอีกแน่ หากซืออี้เจินงอนขึ้นมาบางครั้งร่วมเดือนกว่าเชอเจียไท่จะง้อสำเร็จ“ฉันแก่ปูนนี้แล้วนะ นายคิดว่าฉันหมกมุ่นแต่เรื่องนั้นหรืออย่างไรหากนายไม่มีอะไรทำ ไปโรงงานตรวจสอบอาวุธเถอะ อาทิตย์หน้าจะมีส่งสินค้าไม่ใช่หรืออย่างไร”เชอเจียไท่ไม่อยากพูดด้วยเพราะกลัวหลุดเรื่องที่เขามีความสัมพันธ์กับซืออี้เจินขึ้นมา แม้อยากจะสารภาพกับเพื่อนที่เป็นพ่อตาเขาแค่ไหน แต่เพราะโดนสั่งห้ามไว้เลยไม่กล้า เลยพยายามไล่คนตรงหน้าไปไกล ๆ“นั่นมันหน้าที่ของนาย อย่ามาโยนให้ฉัน แต่ก่อนที่จะไปส่งสินค้าช่วยกรุณาไปง้อหลานสาวเสียด้วย ฉันละไม่ชินเลย อยู่ ๆ เจินเจินก
เข้าป่าอีกครั้งเซี่ยเจียวหงกล่าวยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินเข้าครัวเพื่อทำมื้อเย็นและ คิดว่าต่อไปเธอต้องให้ทุกคนในบ้านหันมากินมื้อเที่ยงด้วย เพราะจะ ทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีน้ำมีนวลขึ้นอีกทั้งบ้านก็ไม่ได้ลำบากแล้วเช่นกัน ตอนนี้เธอเก็บเงินไว้ที่บ้านไม่เกินหนึ่งร้อยหยวนส่วนที่เหลือเธอนำไปฝากธนาคาร
ซือเฉิงซาน“นายช่วยส่งคนไปสืบดูสิว่าหญิงสาวเมื่อครู่นี้เป็นใคร ฉันคิดว่าเธอมีดีมากกว่าที่เราเห็น และสืบเรื่องของคนร้ายด้วยว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงเท็จแค่ไหน ช่วยเท่าที่ช่วยได้”นายท่านโล่หรือโล่หมิงควนอดีตเจ้าหน้าที่ของกองทัพระดับสูงที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าพ่อค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กองทัพอย่างถูกกฎหมาย
อย่าดูถูกกันสิแม้จะแปลกใจว่าลูกค้าคนนี้ต้องการกระดาษและดินสอไปทำไม แต่ก็ยังให้พนักงานไปหยิบมาให้แต่โดยดีและหาวิธีที่จะจัดการพนักงานของตัวเองที่ไม่ต้องมีเรื่องกระทบกับแม่สามีเซี่ยเจียวหงไม่พูดไม่จา เมื่อได้กระดาษและดินสอเธอจึงหาที่นั่งอย่างสงบและร่างแบบชุดขึ้นมาในทั้งสี่ใบ ความสามารถที่เธอมีจะบอกว
เข้าตำบลเซี่ยเจียวหงได้ยินดังนั้น เธอคิดว่าควรจะไปพร้อมกันเลยจะได้วางเงินมัดจำและเลือกแบบบ้าน ช่างผู้รับเหมาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเข้ามาในหมู่บ้านอีก จึงได้หันไปถามความคิดเห็นของแม่สามี“แม่คะ ฉันว่าเราไปพร้อมกับพี่ใหญ่กวงดีไหม เผื่อว่าเลือกแบบบ้านแล้วจะได้วางมัดจำเลย อีกทั้งผู้รับเหมาจะได้ไม่ต้องเส







