Masukทันทีที่มาถึงหน้าบ้าน เซี่ยเจียวหงได้ยินเสียงที่ของลูกน้อยทั้งสองคนดังมาอย่างตื่นเต้นและดีใจ
“แม่ แม่กลับมาแล้ว มีหมูป่ามาด้วย”
ซึ่งเสียงนี้ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของซืออี้เจิน หรือว่าเจินเจินนั่นเอง
“หา! อาหงกลับมาพร้อมหมูป่า”
นางหลิงมู่แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นสิ่งที่ลูกสะใภ้นำกลับมาพร้อมกับเพื่อนของเธออย่างบ้านกวง
“ฉันกลับมาแล้วค่ะแม่ แม่คะ ในกระสอบมีหน่อไม้และมันป่าด้วยนะคะ แม่แบ่งให้บ้านกวงด้วย พี่สะใภ้ท้องใกล้คลอดแล้ว ต้องบำรุงให้มาก ๆ จริงสิ มีปลาและกุ้งด้วยนะ”
เซี่ยเจียวหงชี้ไปที่กระสอบทั้งสามใบที่อยู่รวมกับหมูป่าส่วนตัวเองล้มลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ไม่ใช่เพราะเหนื่อยอะไรหรอก แต่เหนื่อยกับร่างตัวเองนี่แหละ ตอนแบกหมูป่าทั้งสองตัวเป็นอะไร แต่สองขากลับอ่อนล้าเมื่อเดินลงจากเขามาถึงบ้าน เฮ้อ...
นางหลิงมู่พยักหน้ารับก่อนจะไหว้วานกวงฮ่าวจื่อยกกระสอบ ทั้งสามออกมาเทกองรวมกัน เมื่อเห็นสิ่งของที่อัดแน่นเธอแทบจะ หงายหลังเป็นลมอีกครั้ง นี่ลูกสะใภ้เธอเอามาหมดป่าหรือยัง
“อาหง อย่าบอกนะว่าเข้าป่าชั้นในมา”
เธอหันมาถามลูกสะใภ้ตาเขียวด้วยความเป็นห่วง ทำไมลูกสะใภ้เธอที่เปลี่ยนไปแต่กลับไม่ทิ้งความดื้อด้านเสีย
“เปล่านะแม่ ฉันไปแค่ป่าชั้นกลางยังไปไม่ถึงชั้นใน แค่ชั้นกลางฉันก็เก็บอาหารที่มีเต็มป่าไม่หมดแล้ว อยากจะเข้าป่าชั้นในเหมือนกัน เผื่อว่าจะเจอสมุนไพรหายาก จะได้เอามาขาย”
เซี่ยเจียวหงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ แม่สามีพอดุก็เอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย
“อย่าดุสะใภ้ซือเลย ฉันว่าหล่อนควรจะมานั่งปอกหน่อไม้กับฉันดีกว่า เดี๋ยวจะมีคนแล่เนื้อมาช่วยแล่หมูให้ ชาวบ้านต่างได้ข่าวกันแล้วล่ะว่าสะใภ้ซือล่าหมูป่ามาได้”
นางกวงหลินรีบห้ามทัพระหว่างนางหลิงมู่กับสะใภ้ เธอคิดว่าการที่เซี่ยเจียวหงยอมเสี่ยงอันตรายเข้าป่าชั้นกลางเพราะต้องการให้แม่สามีและลูกทั้งสองได้มีอาหารดี ๆ กินกัน
นางหลิงมู่พยักหน้าให้กับเพื่อนก่อนจะเข้าไปในครัว หยิบอุปกรณ์มาช่วยกันปอกหน่อไม้โดยมีสะใภ้กวงมาช่วยอีกแรง ส่วนทางด้านกวงฮ่าวจื่อนั้นเขารีบวิ่งไปตามคนแล่เนื้อทันทีที่มาถึงบ้าน
ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างกระจายข่าวกันว่าเซี่ยเจียวหงล่าหมูป่าตัวใหญ่หนักหลายร้อยชั่งมาได้ ต่างก็แตกตื่น และเตรียมจะมาขอซื้อเนื้อหมูป่าเพื่อนำกลับไปกิน ตอนนี้นอกจากเนื้อหมูที่มีขายทั่วไป หมูป่าแทบจะไม่มีใครนำมาขายอีกเลย ต่อให้มีก็นาน ๆ ครั้ง และไม่นานบ้านเซี่ยก็ได้รับข่าวนี้เช่นกัน
“พี่โป๋ซวน ฉันได้ยินชาวบ้านพูดกันว่านังเจียวหงล่าหมูป่าตัวใหญ่มาได้สองตัว ฉันว่าเราไปแบ่งเนื้อหมูกันดีไหม”
นางหานหยินรีบวิ่งเข้ามาบอกสามี
“หล่อนว่าอะไรนะ นังเจียวหงนั่นหรือที่ล่าหมูป่าได้ ฉันไม่เชื่อหรอก น้ำหน้าอย่างนั้นแค่เก็บกวาดบ้านมันยังไม่ทำ”
ย่าเซี่ยหัวเราะออกมาเล็กน้อยและไม่เชื่อในข่าวที่ลูกสะใภ้นำมาบอก อีกทั้งตัวของเซี่ยเจียวหงเองขี้เกียจยิ่งกว่าอะไร แค่เรื่องงานบ้านยังไม่ยอมทำ แล้วคิดหรือว่าเซี่ยเจียวหงจะขึ้นเขาล่าสัตว์ป่าที่แสนจะอันตรายนั่นได้จริง ๆ
“นั่นสิ คุณอย่ามาพูดเล่นเรื่องนี้เลย นังลูกตัวดีไม่โผล่มาก่อกวนพวกเราก็ดีแล้ว”
เซี่ยโป๋ซวนเห็นด้วยกับแม่ของตน เขาเองไม่คิดว่าลูกสาวคนโตจะขยันและมีความสามารถเข้าป่าหาอาหารได้
“แกก็พูดไป นังเจียวหงไม่มาบ้านเราก็ขาดรายได้ไปเยอะนะ ตั้งแต่มันสลบไปที่ลำธาร แล้วคนเป็นพ่ออย่างแกไปดูลูกบ้างหรือยัง”
ย่าเซี่ยหันมาถามลูกชาย หากหลานตัวดีไม่โผล่หน้ามา บ้านเซี่ยของเธอย่อมต้องขาดรายได้ หลานสาวอีกคนกำลังเรียนมหาวิทยาลัย ต่างมณฑล ต้องใช้เงินอีกมาก
ส่วนหลานชายก็เรียนมัธยมปลายแล้ว อีกหน่อยก็ต้องเข้ามหาวิทยาลัยตามพี่สาว คราวนี้ภาระหน้าที่หาเงินย่อมต้องเป็นทุกคน ในบ้าน ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเธอได้เงินจากเซี่ยเจียวหงไม่น้อย หากขาดรายได้ตรงนี้ไปคงเสียดายแย่
“เดี๋ยวก็คงมาแหละแม่ อย่าเรียกหาเลย ต่อให้จะได้เงินมา แต่ต้องกินข้าวร่วมโต๊ะผมก็ไม่อยากได้หรอก ส่วนคุณก็ลองแอบไปดูที่บ้านซือสิว่าอย่างไร ถ้ามีหมูป่าจริงรีบมาบอก ฉันจะไปจัดการเอง มีเนื้อแต่ไม่แบ่งครอบครัวเดิมใช้ได้ที่ไหน”
เซี่ยโป๋ซวนตอบกลับแม่ของตนก่อนจะหันไปสั่งความกับภรรยาอีกครั้ง นางหานหยินเมื่อได้รับคำสั่งจากสามีเธอจึงรีบพยักหน้าและวิ่งไปที่บ้านซืออย่างรวดเร็ว เพื่อไปสืบข่าวเรื่องหมูป่า
ส่วนทางด้านบ้านซือตอนนี้คนแล่เนื้อที่กวงฮ่าวจื่อไปตามได้มาพร้อมกันแล้วสามคน เพราะหมูป่าสองตัวที่ใหญ่มากแล่คนเดียวคงไม่ทันและไม่ไหว เซี่ยเจียวหงเห็นด้วยจึงไม่ค้านอะไรนัก เธอจึงทำเพียงยืนมองทั้งสามคนแล่เนื้อต่อไป
ชาวบ้านที่ได้ยินข่าวว่าบ้านซือจะขายเนื้อหมูป่าจึงได้มาต่อคิวเพื่อแลกซื้อ ส่วนบ้านไหนที่ไม่มีเงิน เซี่ยเจียวหงยังอนุญาตให้นำข้าวสารหรือธัญพืชมาแลกได้ แต่มูลค่าต้องเท่ากับเนื้อหมูป่าที่เอาไป
การซื้อขายเป็นไปอย่างราบรื่นหัวหน้าหมู่บ้านก็ยิ้มกว้างที่เห็นบ้านซือไม่นำไปขายในตำบลแต่กลับแบ่งขายให้ชาวบ้านด้วยกันเมื่อคนแล่เนื้อแล่เสร็จแล้ว เซี่ยเจียวหงจึงแบ่งเนื้อให้คนละห้าชั่ง ทำให้ แต่ละคนไม่กล้ารับเพราะมันมากเกินไป
“รับไปเถอะค่ะ พวกลุงเองก็มีครอบครัว ทำงานทุกอย่างต้องได้ค่าตอบแทนสิ”
“ขอบใจมากนะสะใภ้ซือ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นคนแล่เนื้อทุกคนจึงรับชิ้นเนื้อที่เซี่ยเจียวหงให้มาด้วยรอยยิ้มก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
ตอนนี้จึงเหลือชาวบ้านไม่มากที่ต่อคิวรอซื้อ เซี่ยเจียวหงยังคงทำหน้าที่เก็บเงินโดยมีกวงฮ่าวจื่อช่วยหยิบ ชิ้นเนื้อส่งให้ตามจำนวนที่ชาวบ้านแต่ละคนขอซื้อ จนคนสุดท้ายผ่านพ้นไป และเหลือเนื้อไม่มาก
หมูป่าหนึ่งตัวจากที่เซี่ยเจียวหงคำนวณน่าจะอยู่ที่ร้อยห้าสิบถึงร้อยแปดสิบกิโล ซึ่งหมายความว่าหากนับเป็นชั่งของที่นี่สองตัวมีน้ำหนักเกือบแปดร้อยชั่ง และเนื้อหมูที่มีตอนนี้จึงเหลือไม่ถึงสามสิบชั่ง ก่อนที่ผู้นำหมู่บ้านจะกลับไปเธอจึงยื่นให้เขาห้าชั่งด้วยเหมือนกัน
“ไม่ต้องให้ฉันหรอกสะใภ้ซือ เมียฉันซื้อไปแล้ว”
ผู้นำหมู่บ้านรีบปฏิเสธ เพราะรู้ว่าบ้านซือนั้นลำบาก การที่จะหาหมูป่ามาได้นั้นลำบากแค่ไหน ตัวเขาเองเป็นถึงผู้นำหมู่บ้านจะมาเบียดเบียนลูกบ้านได้อย่างไร
“รับไปเถอะลุงผู้นำ แค่นี้บ้านซือและบ้านกวงแบ่งกันก็เหลือ มากพอแล้วจริงสิ เอาปลาไปด้วยสักสองตัว”
พูดจบแม่สามีอย่างนางหลิงมู่จึงรับนำปลาผูกเถาวัลย์มาให้อีกสองตัว
“ผู้นำรับไปเถอะ เป็นน้ำใจของอาหงและบ้านซือ”
นางหลิงมู่ส่งปลาให้ทั้งสองตัว ก่อนจะเดินกลับมาช่วยจัดการเนื้อหมูและกระดูกหมูที่เหลือ บางส่วนก็แจกจ่ายให้กับคนที่ซื้อไปด้วย
เมื่อผู้นำหมู่บ้านปฏิเสธไม่ได้จึงรับมาและเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับภรรยา
จากนั้นเซี่ยเจียวหงจึงนั่งนับเงินที่ได้มา และมีภรรยากวงฮ่าวจื่อยื่นกระดาษที่จดจำนวนหมูป่าที่ขายได้ส่งให้
“นี่คือจำนวนที่ฉันจดไว้ว่าขายเนื้อไปกี่ชั่ง รวมแล้วเจ็ดร้อยชั่งพอดี”
“หืม ขายได้เยอะขนาดนั้นเลยหรือ”
เซี่ยเจียวหงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ไม่คิดว่าจะขายได้มากขนาดนี้ ถ้าหากขายเป็นเงินทั้งหมดก็สามพันห้าร้อยหยวน แต่มีชาวบ้านเยอะเหมือนกันที่นำข้าวสารและธัญพืชมาแลก
“อืม ส่วนนี้คือชาวบ้านที่เอาข้าวสารและธัญพืชมาแลก”
เผิงโล่อิ่งส่งกระดาษที่ฉีกไว้ยื่นให้อีกครั้ง และอธิบายว่ามีใครเอาอาหารมาแลกบ้าง เซี่ยเจียวหงจึงนั่งนับเงิน และไม่คิดว่าจะได้เงินมากขนาดนี้ แสดงว่าเธอมีเงินสร้างบ้านแล้ว
“แม่ อาฝาน เจินเจิน เรามีเงินสร้างบ้านแล้ว”
ให้คำมั่นสัญญาเซี่ยโป๋ซวนและนางหานหยินไม่กล้าสู้หน้าชาวบ้าน นี่คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเซี่ยเจียวหงพูดคือเรื่องจริง เมื่อไม่กล้าสู้หน้าใครทั้งสองจึงรีบเผ่นกลับบ้านเซี่ยทันทีทางด้านนางหลิงมู่เมื่อได้รู้ความจริงจึงมองลูกสะใภ้ดีขึ้นกับอดีตที่เคยกระทำกับเฉิงซานลูกชายของเธอ จากนั้นทุกคนบ้านซือและบ้านเซี่ยจึงนั่งทำงานและแบ่งเนื้อหมูกันต่อ เพื่อนำกลับไปทำอาหารเย็นเย็นวันนี้เซี่ยเจียวหงจึงทำซุปปลา ไข่ตุ๋น และหมูตุ๋นพะโล้ให้ทุกคนได้ชิม ส่วนเนื้อหมูที่เหลือเธอนำมาหมักทิ้งไว้ก่อนแล้วค่อยทำพรุ่งนี้“อร่อยไหมอาฝาน เจินเจิน”เซี่ยเจียวหงหันมาถามลูกน้อยทั้งสองคนที่กินกันจนแก้มตุ่ยก่อนจะหันไปถามแม่สามีด้วยรอยยิ้มเช่นกัน“อร่อยไหมทุกคน”“อร่อยครับ / อร่อยค่ะ”“อร่อยมากเลยอาหง ขอบใจมากนะ”“แม่อย่าคิดมาก ในเมื่อฉันเป็นสะใภ้บ้านซือ แม่เป็นแม่สามีซึ่งไม่ต่างจากแม่แท้ ๆ ของฉันและฉันเองก็ไม่มีแม่ ส่วนทางบ้านเดิมมีก็เหมือนไม่มี ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะกตัญญูต่อแม่และจะดูแลทุกคนให้อยู่อย่างสบายเองจริงสิ พรุ่งนี้เราเข้าตำบลกันดีกว่าจะได้ซื้อของเข้าบ้านด้วยอีกทั้งเสื้อผ้าของทุกคนก็บางและไม่มีที่จะปะแล้ว ซื้อชุดใ
บ้านเซี่ยผู้เห็นแก่ตัวเซี่ยเจียวหงหันมายิ้มให้แม่สามีและลูกทั้งสองคน ไม่คิดว่าเข้าป่าล่าหมูป่ามาแค่สองตัวจะทำให้เธอมีเงินสร้างบ้าน“เย้ ๆ ๆ เราจะมีบ้านใหม่แล้ว” สองแฝดกระโดดโลดเต้นดีใจ เพราะถ้าสร้างบ้านใหม่ เขาและน้องรวมถึงย่าจะไม่หนาวอีกแล้ว“จริงหรืออาหง เรามีเงินพอสร้างบ้านจริง ๆ ใช่ไหม”นางหลิงมู่น้ำตาซึมเดินเข้ามาหาลูกสะใภ้ด้วยความหวังตัวเธอเองเธอไม่ห่วงหรอก เพราะแก่แล้วจะตายเมื่อไรไม่รู้ ขอเพียง หลานทั้งสองสุขสบายก็พอ“จริงสิคะแม่ นี่ไงฉันขายหมูได้ สองพันแปดร้อยสามสิบหยวน เงินนี้น่าจะพอสร้างบ้านได้แล้ว”เซี่ยเจียวหงยิ้มกว้าง เธอไม่คิดว่าเงินก้อนแรกที่หาได้หลังจากที่มาที่นี่จะเยอะขนาดนี้“ดีใจด้วยนะหลิงมู่ สะใภ้ซือเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ”นางกวงจื่อดีใจไปกับเพื่อน ไม่คิดว่าเซี่ยเจียวหงหลังจากที่ขายหมูป่าได้ สิ่งแรกที่เธอต้องการคือสร้างบ้านใหม่ กวงฮ่าวจื่อและเผิงโล่อิ่งเช่นกัน ทั้งสามคนบ้านกวงไม่มีแววตาหรือท่าทางที่อิจฉา มีเพียงแค่ดีใจด้วยที่บ้านซือหมดเคราะห์หมดทุกข์เสียที แม้ว่าบ้านกวงฐานะจะไม่ต่างจากบ้านซือเท่าไรแต่ไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเจียวหงจะยื่นเงินมาให้นางกวง กวงฮ่าวจื่อ และเผ
เงินก้อนแรกทันทีที่มาถึงหน้าบ้าน เซี่ยเจียวหงได้ยินเสียงที่ของลูกน้อยทั้งสองคนดังมาอย่างตื่นเต้นและดีใจ“แม่ แม่กลับมาแล้ว มีหมูป่ามาด้วย”ซึ่งเสียงนี้ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของซืออี้เจิน หรือว่าเจินเจินนั่นเอง“หา! อาหงกลับมาพร้อมหมูป่า”นางหลิงมู่แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นสิ่งที่ลูกสะใภ้นำกลับมาพร้อมกับเพื่อนของเธออย่างบ้านกวง“ฉันกลับมาแล้วค่ะแม่ แม่คะ ในกระสอบมีหน่อไม้และมันป่าด้วยนะคะ แม่แบ่งให้บ้านกวงด้วย พี่สะใภ้ท้องใกล้คลอดแล้ว ต้องบำรุงให้มาก ๆ จริงสิ มีปลาและกุ้งด้วยนะ”เซี่ยเจียวหงชี้ไปที่กระสอบทั้งสามใบที่อยู่รวมกับหมูป่าส่วนตัวเองล้มลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ไม่ใช่เพราะเหนื่อยอะไรหรอก แต่เหนื่อยกับร่างตัวเองนี่แหละ ตอนแบกหมูป่าทั้งสองตัวเป็นอะไร แต่สองขากลับอ่อนล้าเมื่อเดินลงจากเขามาถึงบ้าน เฮ้อ...นางหลิงมู่พยักหน้ารับก่อนจะไหว้วานกวงฮ่าวจื่อยกกระสอบ ทั้งสามออกมาเทกองรวมกัน เมื่อเห็นสิ่งของที่อัดแน่นเธอแทบจะ หงายหลังเป็นลมอีกครั้ง นี่ลูกสะใภ้เธอเอามาหมดป่าหรือยัง“อาหง อย่าบอกนะว่าเข้าป่าชั้นในมา”เธอหันมาถามลูกสะใภ้ตาเขียวด้วยความเป็นห่วง ทำไมลูกสะใภ้เธอท
ชาวบ้านแตกตื่นเซี่ยเจียวหงไม่รอช้า จึงมองหาต้นไม้ใหญ่ที่พอจะปีนขึ้นได้ถ้าให้ปีนต้นเล็กเธอเชื่อว่าต้นไม้กิ่งคนจะหักก่อนที่เธอจะได้หมูป่ากลับบ้าน แต่เพราะรูปร่างไม่เอื้ออำนวยการปีนขึ้นต้นไม้ครั้งนี้ทุลักทุเลพอสมควรพอขึ้นมาถึงเธอจึงเห็นหมูป่าเพียงสองตัวเท่านั้น หญิงสาวจึงไม่ลังเลหยิบธนูออกมาก่อนจะเล็งไปที่หมูป่าตัวที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว และต่อด้วยตัวที่สอง เธอเองก็ไม่คิดว่าร่างที่อ้วนจนน่ารำคาญจะสามารถยิงหมูป่าตายได้เพียงธนูดอกเดียว“เป็นไปได้เหรอที่ร่างนี้จะแข็งแรงถึงขั้นยิงหมูป่าตายได้ด้วยธนูดอกเดียว หรือว่าเป็นเพราะฉันเข้ามาอยู่ร่างนี้ พละกำลังจึงมีมากกว่าคนทั่วไป แต่การที่จะปีนลงนี่สิโคตรหนักใจเลยเจียวหง”เมื่อคิดว่าต้องปีนลงเซี่ยเจียวหงเลยถอนหายใจขึ้นมา แต่ยังดีว่าตอนลงไม่ลำบากเท่าตอนปีนขึ้น เมื่อเท้าแตะถึงพื้นเธอจึงรีบวิ่งไปด้วยร่างที่อ้วนท้วนเพื่อไปหาหมูป่าที่ฆ่าได้ทั้งสองตัว“แล้วจะเอากลับอย่างไรละเนี่ย”ทำไมมีแต่เรื่องยากละเนี่ย หมูป่าสองตัว มันกับหน่อไม้อีกสามกระสอบ ยังมีปลาอีกเป็นสิบตัวเซี่ยเจียวหงจึงลองใช้มือยกขาหมูป่าข้างหนึ่งเพื่อจะลากมาที่เธอวางหน่อไม้ไว้ แต่กลับกลายเป็นเ
เข้าป่า“คงยาก ชาวบ้านที่ไม่ทำงานในไร่ล้วนก็ขึ้นเขาหาหน่อไม้หรือหาพวกสัตว์ป่ากันทั้งนั้น มีเพียงป่าชั้นกลางและป่าชั้นในที่ไม่มีใครกล้าเข้า นอกจากพรานป่าประจำหมู่บ้าน แต่พรานก็ยังไม่กล้าเข้าถึงป่าชั้นในเพราะมันอันตราย ส่วนมากที่เขาได้มาก็จะมีหมู่ป่าตัวเล็กเท่านั้น”“ฉันคงต้องลองเข้าไปสักครั้ง เผื่อได้หมูป่ามาสักตัว”“อย่าไปเลย มันอันตราย ไม่คุ้มหรอก เดี๋ยวแม่ไปรับจ้างพวกชาวบ้านดีกว่า”นางหลิงมู่ไม่อยากให้ลูกสะใภ้เข้าป่าลึกเพราะมันอันตราย อีกทั้งเธอรู้นิสัยขอเซี่ยเจียวหงดีว่าเป็นคนที่ไม่เอาอะไร หากเข้าป่าชั้นกลางหรือชั้นใน จะกลายเป็นเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า“ต่อไปนี้แม่ไม่ต้องรับจ้างอะไรอีกแล้ว ดูแลอาฝานและเจินเจินดีกว่า ฉันจะเป็นคนหาเงินเอง”แต่เธอคงต้องลดความอ้วนเสียก่อน จะให้เธอไปหางานทำในตำบลหรืออำเภอ ไปในสภาพนี้คงไม่มีใครรับเธอทำงานแน่“ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน อย่าลืมว่าตอนนี้อาฝานกับเจินเจินมีแต่อาหง ส่วนเฉิงซาน...”“แม่คะ พี่เฉิงซานอาจจะเจอปัญหา หรือไม่เขาอาจจะมีคนอื่นไปแล้ว เราอยู่ที่นี่ควรจะดูแลตัวเอง เมื่อไรที่พี่เฉิงซานกลับมาค่อยว่ากันอีกที แต่ถ้าเขามีครอบครัวใหม่ฉันต้องขอหย่า แ
ฉันคือเซี่ยเจียวหงร่างอ้วนท้วนนอนอยู่บนเตียงกลับลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีหลังจากนางหลิงมู่เดินจากไป“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันตายไปแล้วนี่ แล้วป้าและเด็กทั้งสองคนเมื่อครู่นี้เป็นใครกัน”เธอพึมพำออกมา ในเมื่อภารกิจจบสิ้นแล้ว เธอเองก็ตายไปพร้อมกับเป้าหมาย ทำไมเธอยังมีชีวิตล่ะ แต่แล้วอยู่ ๆ ภาพทุกอย่างในความทรงจำฉายชัดขึ้นมาในหัวยิ่งกว่าภาพยนตร์ ทำให้เธอปวดหัวแทบจะระเบิด“ร่างนี้ชื่อว่าเจียวหงแซ่เซี่ย แต่งงานแล้ว มีลูกสองคนวัยสี่ขวบ ส่วนสามีไปทำงานต่างเมือง บ้านหลังนี้จึงอยู่กันเพียงสี่คนเท่านั้น”หลังจากที่ทบทวนความทรงจำของร่างทั้งหมด เธอกลับหมดสติไปอีกครั้ง กว่าจะฟื้นขึ้นมาก็ฟ้าเกือบสว่าง ซืออี้ฝานและซืออี้เจินสองพี่น้องหลังจากที่ตื่นและเก็บที่นอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองวิ่งเข้ามาที่ห้องของแม่ทันที เพื่อดูว่าแม่ฟื้นหรือยัง เพราะเมื่อวานหลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ทั้งสองยังคงมาเฝ้าแม่ของตัวเองไม่ห่าง จนย่ามาพาไปนอนแต่พอเปิดประตูขึ้นมาจึงเห็นร่างของแม่นั่งอยู่บนเตียง พร้อมกับมองมาที่เขาและน้องสาว ทำให้ความกลัวแม่ของทั้งสองคนตื่นตัวอีกครั้ง แต่กลับกลายเป็นเซี่ยเจียวหงกวักมือเรียกทั้งส







