Masukทันทีที่มาถึงหน้าบ้าน เซี่ยเจียวหงได้ยินเสียงที่ของลูกน้อยทั้งสองคนดังมาอย่างตื่นเต้นและดีใจ
“แม่ แม่กลับมาแล้ว มีหมูป่ามาด้วย”
ซึ่งเสียงนี้ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของซืออี้เจิน หรือว่าเจินเจินนั่นเอง
“หา! อาหงกลับมาพร้อมหมูป่า”
นางหลิงมู่แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นสิ่งที่ลูกสะใภ้นำกลับมาพร้อมกับเพื่อนของเธออย่างบ้านกวง
“ฉันกลับมาแล้วค่ะแม่ แม่คะ ในกระสอบมีหน่อไม้และมันป่าด้วยนะคะ แม่แบ่งให้บ้านกวงด้วย พี่สะใภ้ท้องใกล้คลอดแล้ว ต้องบำรุงให้มาก ๆ จริงสิ มีปลาและกุ้งด้วยนะ”
เซี่ยเจียวหงชี้ไปที่กระสอบทั้งสามใบที่อยู่รวมกับหมูป่าส่วนตัวเองล้มลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ไม่ใช่เพราะเหนื่อยอะไรหรอก แต่เหนื่อยกับร่างตัวเองนี่แหละ ตอนแบกหมูป่าทั้งสองตัวเป็นอะไร แต่สองขากลับอ่อนล้าเมื่อเดินลงจากเขามาถึงบ้าน เฮ้อ...
นางหลิงมู่พยักหน้ารับก่อนจะไหว้วานกวงฮ่าวจื่อยกกระสอบ ทั้งสามออกมาเทกองรวมกัน เมื่อเห็นสิ่งของที่อัดแน่นเธอแทบจะ หงายหลังเป็นลมอีกครั้ง นี่ลูกสะใภ้เธอเอามาหมดป่าหรือยัง
“อาหง อย่าบอกนะว่าเข้าป่าชั้นในมา”
เธอหันมาถามลูกสะใภ้ตาเขียวด้วยความเป็นห่วง ทำไมลูกสะใภ้เธอที่เปลี่ยนไปแต่กลับไม่ทิ้งความดื้อด้านเสีย
“เปล่านะแม่ ฉันไปแค่ป่าชั้นกลางยังไปไม่ถึงชั้นใน แค่ชั้นกลางฉันก็เก็บอาหารที่มีเต็มป่าไม่หมดแล้ว อยากจะเข้าป่าชั้นในเหมือนกัน เผื่อว่าจะเจอสมุนไพรหายาก จะได้เอามาขาย”
เซี่ยเจียวหงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ แม่สามีพอดุก็เอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย
“อย่าดุสะใภ้ซือเลย ฉันว่าหล่อนควรจะมานั่งปอกหน่อไม้กับฉันดีกว่า เดี๋ยวจะมีคนแล่เนื้อมาช่วยแล่หมูให้ ชาวบ้านต่างได้ข่าวกันแล้วล่ะว่าสะใภ้ซือล่าหมูป่ามาได้”
นางกวงหลินรีบห้ามทัพระหว่างนางหลิงมู่กับสะใภ้ เธอคิดว่าการที่เซี่ยเจียวหงยอมเสี่ยงอันตรายเข้าป่าชั้นกลางเพราะต้องการให้แม่สามีและลูกทั้งสองได้มีอาหารดี ๆ กินกัน
นางหลิงมู่พยักหน้าให้กับเพื่อนก่อนจะเข้าไปในครัว หยิบอุปกรณ์มาช่วยกันปอกหน่อไม้โดยมีสะใภ้กวงมาช่วยอีกแรง ส่วนทางด้านกวงฮ่าวจื่อนั้นเขารีบวิ่งไปตามคนแล่เนื้อทันทีที่มาถึงบ้าน
ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างกระจายข่าวกันว่าเซี่ยเจียวหงล่าหมูป่าตัวใหญ่หนักหลายร้อยชั่งมาได้ ต่างก็แตกตื่น และเตรียมจะมาขอซื้อเนื้อหมูป่าเพื่อนำกลับไปกิน ตอนนี้นอกจากเนื้อหมูที่มีขายทั่วไป หมูป่าแทบจะไม่มีใครนำมาขายอีกเลย ต่อให้มีก็นาน ๆ ครั้ง และไม่นานบ้านเซี่ยก็ได้รับข่าวนี้เช่นกัน
“พี่โป๋ซวน ฉันได้ยินชาวบ้านพูดกันว่านังเจียวหงล่าหมูป่าตัวใหญ่มาได้สองตัว ฉันว่าเราไปแบ่งเนื้อหมูกันดีไหม”
นางหานหยินรีบวิ่งเข้ามาบอกสามี
“หล่อนว่าอะไรนะ นังเจียวหงนั่นหรือที่ล่าหมูป่าได้ ฉันไม่เชื่อหรอก น้ำหน้าอย่างนั้นแค่เก็บกวาดบ้านมันยังไม่ทำ”
ย่าเซี่ยหัวเราะออกมาเล็กน้อยและไม่เชื่อในข่าวที่ลูกสะใภ้นำมาบอก อีกทั้งตัวของเซี่ยเจียวหงเองขี้เกียจยิ่งกว่าอะไร แค่เรื่องงานบ้านยังไม่ยอมทำ แล้วคิดหรือว่าเซี่ยเจียวหงจะขึ้นเขาล่าสัตว์ป่าที่แสนจะอันตรายนั่นได้จริง ๆ
“นั่นสิ คุณอย่ามาพูดเล่นเรื่องนี้เลย นังลูกตัวดีไม่โผล่มาก่อกวนพวกเราก็ดีแล้ว”
เซี่ยโป๋ซวนเห็นด้วยกับแม่ของตน เขาเองไม่คิดว่าลูกสาวคนโตจะขยันและมีความสามารถเข้าป่าหาอาหารได้
“แกก็พูดไป นังเจียวหงไม่มาบ้านเราก็ขาดรายได้ไปเยอะนะ ตั้งแต่มันสลบไปที่ลำธาร แล้วคนเป็นพ่ออย่างแกไปดูลูกบ้างหรือยัง”
ย่าเซี่ยหันมาถามลูกชาย หากหลานตัวดีไม่โผล่หน้ามา บ้านเซี่ยของเธอย่อมต้องขาดรายได้ หลานสาวอีกคนกำลังเรียนมหาวิทยาลัย ต่างมณฑล ต้องใช้เงินอีกมาก
ส่วนหลานชายก็เรียนมัธยมปลายแล้ว อีกหน่อยก็ต้องเข้ามหาวิทยาลัยตามพี่สาว คราวนี้ภาระหน้าที่หาเงินย่อมต้องเป็นทุกคน ในบ้าน ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเธอได้เงินจากเซี่ยเจียวหงไม่น้อย หากขาดรายได้ตรงนี้ไปคงเสียดายแย่
“เดี๋ยวก็คงมาแหละแม่ อย่าเรียกหาเลย ต่อให้จะได้เงินมา แต่ต้องกินข้าวร่วมโต๊ะผมก็ไม่อยากได้หรอก ส่วนคุณก็ลองแอบไปดูที่บ้านซือสิว่าอย่างไร ถ้ามีหมูป่าจริงรีบมาบอก ฉันจะไปจัดการเอง มีเนื้อแต่ไม่แบ่งครอบครัวเดิมใช้ได้ที่ไหน”
เซี่ยโป๋ซวนตอบกลับแม่ของตนก่อนจะหันไปสั่งความกับภรรยาอีกครั้ง นางหานหยินเมื่อได้รับคำสั่งจากสามีเธอจึงรีบพยักหน้าและวิ่งไปที่บ้านซืออย่างรวดเร็ว เพื่อไปสืบข่าวเรื่องหมูป่า
ส่วนทางด้านบ้านซือตอนนี้คนแล่เนื้อที่กวงฮ่าวจื่อไปตามได้มาพร้อมกันแล้วสามคน เพราะหมูป่าสองตัวที่ใหญ่มากแล่คนเดียวคงไม่ทันและไม่ไหว เซี่ยเจียวหงเห็นด้วยจึงไม่ค้านอะไรนัก เธอจึงทำเพียงยืนมองทั้งสามคนแล่เนื้อต่อไป
ชาวบ้านที่ได้ยินข่าวว่าบ้านซือจะขายเนื้อหมูป่าจึงได้มาต่อคิวเพื่อแลกซื้อ ส่วนบ้านไหนที่ไม่มีเงิน เซี่ยเจียวหงยังอนุญาตให้นำข้าวสารหรือธัญพืชมาแลกได้ แต่มูลค่าต้องเท่ากับเนื้อหมูป่าที่เอาไป
การซื้อขายเป็นไปอย่างราบรื่นหัวหน้าหมู่บ้านก็ยิ้มกว้างที่เห็นบ้านซือไม่นำไปขายในตำบลแต่กลับแบ่งขายให้ชาวบ้านด้วยกันเมื่อคนแล่เนื้อแล่เสร็จแล้ว เซี่ยเจียวหงจึงแบ่งเนื้อให้คนละห้าชั่ง ทำให้ แต่ละคนไม่กล้ารับเพราะมันมากเกินไป
“รับไปเถอะค่ะ พวกลุงเองก็มีครอบครัว ทำงานทุกอย่างต้องได้ค่าตอบแทนสิ”
“ขอบใจมากนะสะใภ้ซือ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นคนแล่เนื้อทุกคนจึงรับชิ้นเนื้อที่เซี่ยเจียวหงให้มาด้วยรอยยิ้มก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
ตอนนี้จึงเหลือชาวบ้านไม่มากที่ต่อคิวรอซื้อ เซี่ยเจียวหงยังคงทำหน้าที่เก็บเงินโดยมีกวงฮ่าวจื่อช่วยหยิบ ชิ้นเนื้อส่งให้ตามจำนวนที่ชาวบ้านแต่ละคนขอซื้อ จนคนสุดท้ายผ่านพ้นไป และเหลือเนื้อไม่มาก
หมูป่าหนึ่งตัวจากที่เซี่ยเจียวหงคำนวณน่าจะอยู่ที่ร้อยห้าสิบถึงร้อยแปดสิบกิโล ซึ่งหมายความว่าหากนับเป็นชั่งของที่นี่สองตัวมีน้ำหนักเกือบแปดร้อยชั่ง และเนื้อหมูที่มีตอนนี้จึงเหลือไม่ถึงสามสิบชั่ง ก่อนที่ผู้นำหมู่บ้านจะกลับไปเธอจึงยื่นให้เขาห้าชั่งด้วยเหมือนกัน
“ไม่ต้องให้ฉันหรอกสะใภ้ซือ เมียฉันซื้อไปแล้ว”
ผู้นำหมู่บ้านรีบปฏิเสธ เพราะรู้ว่าบ้านซือนั้นลำบาก การที่จะหาหมูป่ามาได้นั้นลำบากแค่ไหน ตัวเขาเองเป็นถึงผู้นำหมู่บ้านจะมาเบียดเบียนลูกบ้านได้อย่างไร
“รับไปเถอะลุงผู้นำ แค่นี้บ้านซือและบ้านกวงแบ่งกันก็เหลือ มากพอแล้วจริงสิ เอาปลาไปด้วยสักสองตัว”
พูดจบแม่สามีอย่างนางหลิงมู่จึงรับนำปลาผูกเถาวัลย์มาให้อีกสองตัว
“ผู้นำรับไปเถอะ เป็นน้ำใจของอาหงและบ้านซือ”
นางหลิงมู่ส่งปลาให้ทั้งสองตัว ก่อนจะเดินกลับมาช่วยจัดการเนื้อหมูและกระดูกหมูที่เหลือ บางส่วนก็แจกจ่ายให้กับคนที่ซื้อไปด้วย
เมื่อผู้นำหมู่บ้านปฏิเสธไม่ได้จึงรับมาและเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับภรรยา
จากนั้นเซี่ยเจียวหงจึงนั่งนับเงินที่ได้มา และมีภรรยากวงฮ่าวจื่อยื่นกระดาษที่จดจำนวนหมูป่าที่ขายได้ส่งให้
“นี่คือจำนวนที่ฉันจดไว้ว่าขายเนื้อไปกี่ชั่ง รวมแล้วเจ็ดร้อยชั่งพอดี”
“หืม ขายได้เยอะขนาดนั้นเลยหรือ”
เซี่ยเจียวหงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ไม่คิดว่าจะขายได้มากขนาดนี้ ถ้าหากขายเป็นเงินทั้งหมดก็สามพันห้าร้อยหยวน แต่มีชาวบ้านเยอะเหมือนกันที่นำข้าวสารและธัญพืชมาแลก
“อืม ส่วนนี้คือชาวบ้านที่เอาข้าวสารและธัญพืชมาแลก”
เผิงโล่อิ่งส่งกระดาษที่ฉีกไว้ยื่นให้อีกครั้ง และอธิบายว่ามีใครเอาอาหารมาแลกบ้าง เซี่ยเจียวหงจึงนั่งนับเงิน และไม่คิดว่าจะได้เงินมากขนาดนี้ แสดงว่าเธอมีเงินสร้างบ้านแล้ว
“แม่ อาฝาน เจินเจิน เรามีเงินสร้างบ้านแล้ว”
ตอนพิเศษ 9“ทางด้านเจ้าสาวล่ะครับ” พิธีการหันมาถามเจ้าสาวอย่างซืออี้เจินอีกครั้ง“สำหรับเจินเจินนั้นไม่รู้ว่าความรักระหว่างชายหญิงนั้นคืออะไร แต่เจินเจินหวงลุงเจียไท่ทุกครั้งที่เขามีเรื่องหญิงสาวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเมื่อรู้ว่าความรู้สึกที่เจินเจินมีต่อลุงเจียไท่ไม่ใช่ความรู้สึกที่หลานสาวคนหนึ่งมอบให้ลุงที่เลี้ยงดูและดูมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เจินเจินอยากเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมเพื่ออยู่เคียงข้างลุงเจียไท่ในอนาคต”ซืออี้เจินส่งสายตาหวานฉ่ำไปให้สามีสุดที่รัก“ดังนั้นเจินเจินจึงพัฒนาตัวเอง และเรียนรู้งานทุกอย่างตั้งแต่มัธยม เพื่อหวังว่าวันหนึ่งจะดีพร้อมและสามารถอยู่เคียงข้างลุงนอกสายเลือดคนนี้ได้โดยไม่อายใคร เจินเจินรักลุงเจียไท่ค่ะ”ซืออี้เจินกวาดสายตามองไปในงาน และกลับมามองสามีด้วยความรักอีกครั้ง“เจินเจินไม่อายหากใครจะมองว่าเจินเจินมีสามีแก่คราวพ่อเจินเจินไม่สนใจหากใครจะคิดว่าเจินเจินต้องการทรัพย์สินของสามี ความรักระหว่างเจินเจินและลุงเจียไท่ที่มีให้กันไม่ได้ทำให้เจินเจินใช้ชีวิตอย่างลำบาก เจินเจินไม่กลัวว่าใครจะมองว่าเจินเจินคือจุดอ่อนของลุงเจียไท่ แต่สิ่งที่เจิน
ตอนพิเศษ 8ยิ่งม่านฟางหลินได้ยินผู้จัดการตัวเองพูด ยิ่งไม่ชอบใจเท่าไรในเมื่อเธอมาก่อนต่อให้เป็นคู่นอนแล้วอย่างไร นังเด็กนั่นไม่เหมาะสมกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว“แต่ฉันมาก่อนนังเด็กนั่น ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคุณหนูตระกูลซือ นังนั่นไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว”“เหมาะสมหรือไม่เธอหรือฉันไม่ใช่คนตัดสินใจ หลังจากวันนั้นเธอยังมองไม่ออกอีกหรือว่าคุณเจียไท่รู้สึกและคิดอย่างไรกับคุณหนูซือ แม้ว่าคุณหนูซือคนนั้นจะประกาศว่าไม่ขอร่วมงานกับนางแบบชื่อม่านฟางหลิง แต่สุดท้ายคนที่มาจัดการคือคุณเจียไท่ เรื่องนี้คนรู้จักฉันบอกมาเอง ฉันว่าเธออย่าไปยุ่งเลย เพราะคุณเจียไท่ไม่ใช่คนที่พวกเราจะแตะต้องได้”ผู้จัดการย่าหยางเอ่ยเตือน แต่ถ้ายังไม่ฟังกัน คงต้องทางใครทางมันกันแล้วม่านฟางหลิงนั่งเงียบ เธอรู้ดีว่าคุณเจียไท่น่ากลัวแค่ไหน เพียงแค่เธอมีเรื่องกับนังเด็กนั่นแต่เขากลับตัดเส้นทางสายอาชีพของเธอแทบไม่เหลือ และถ้าครั้งนี้เธอยังก่อเรื่องอีก แม้แต่ชีวิตคงรักษาไว้ไม่ได้“ไม่จริง! คุณเจียไท่กับเด็กสาวคนนั้นเป็นลุงกับหลานกันจะแต่งงานกันได้อย่างไร”สาวสังคมจับกลุ่มคุยกัน แต่ละคนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ข่าวออกว่า
ตอนพิเศษ 7ทันทีที่วิ่งเข้ามาซืออี้เจินเจอหน้าคนที่ที่นอนลืมตามองมาทางเธอด้วยสายตามที่อ่อนโยน“เจินเจิน”“ลุงเจียไท่”ซืออี้เจินวิ่งเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มจนคนดูแลที่วิ่งตามมาต้องร้องห้าม เพราะรู้ดีว่าคุณหนูกำลังท้องลูกของเจ้านายอยู่“คุณหนูอย่าวิ่งครับ คุณหนูกำลังท้องอยู่นะครับ”เชอเจียไท่มองเมียตัวน้อยด้วยสายตาที่ตกตะลึงปนดีใจ“เจินเจิน”“ค่ะ เจินเจินท้องลูกของเราได้สามเดือนแล้ว แต่งงานกันนะคะลุงเจียไท่ สามีสุดที่รักของเจินเจิน”“ลูก เรากำลังจะมีลูกใช่ไหม”“ใช่ค่ะ ลุงเจียไท่กำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว ดีใจไหม”ซืออี้เจินลุกมานั่งปกติ และยิ้มตาหยีให้เขา“เดี๋ยวก่อนนะ ในเมื่อรู้ว่าท้อง ทำไมยังวิ่งขนาดนั้น แล้วไม่ดูแลตัวเองเลย ถ้าลูกไหลขึ้นมาจะทำอย่างไร”เชอเจียไท่แม้ใบหน้ายังซีดเซียวแต่ไม่วายที่จะดุเมียตัวน้อยของตน“ก็เจินเจินดีใจนี่คะที่ลุงเจียไท่ฟื้นแล้ว เจนเจินเกือบจะตามพ่อกับแม่ไปจัดการคนที่ทำร้ายสามีของเจินเจินแล้วเหมือนกันถ้าพี่หลงไม่มาตามเสียก่อน”“ยังจะเถียงอีก แล้วจะไปเผชิญอันตรายอย่างนั้นได้อย่างไรลุงปลอดภัยดีแล้ว เจินเจินอย่าทำให้ลุงเป็นห่วงได้ไหม โตจนเป็นแม่คนแล้วนะ อีกทั้งในท้องก็ย
ตอนพิเศษ 6เชอเจียไท่เปิดประตูเขามาเมื่อไม่เห็นเมียตัวน้อยก็เดินหาทั่วห้อง แต่ไม่นานร่างบางจึงเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสายเดี่ยวตัวบางที่แนบลำตัวจนเห็นทุกสัดส่วน ชายหนุ่มทำเพียงกลืนน้ำลายลงคอ นี่เมียตัวน้อยตั้งใจจะยั่วเขาใช่ไหม“มาแล้วหรือคะ” ซืออี้เจินเงยหน้ามายิ้มหวานและถามคนรัก“ครับ ลุงเอานมมาให้ดื่มก่อนนอน”ซืออี้เจินรับแก้วนมมาดื่มจนหมด เมื่อมีคราบนมเลอะที่ปาก หญิงสาวจึงใช้ลิ้นตวัดเลียริมฝีปากจนหมดแทบไม่เหลือ ก่อนจะเดินนวยนาดเข้ามายืนตรงหน้าของชายหนุ่ม“เจินเจินกินนมหมดแล้ว แล้วลุงเจียไท่พร้อมจะกินนมหรือยังคะ”ไม่เพียงพูดเปล่าแต่เธอกลับคว้ามือหนามาจับที่หน้าอกของเธอทั้งสองข้าง และบีบเคล้นเบา ๆ ใบหน้าของซืออี้เจินในตอนนี้ช่างยั่วยวนนัก พร้อมกับส่งเสียงครางเล็กน้อย“อืม อ๊ะ”“คิดจะยั่วตาแก่คนนี้หรือ” เชอเจียไท่ถามกลับเสียงพร่า ซืออี้เจินไม่ตอบ แต่กลับปีนขึ้นเตียงพร้อมกับถอดชุดนอนแล้วนั่งคุกเข่า พร้อมกับกวักมือเรียกและกัดปากเล็กน้อย“แบบนี้สิคะ ถึงจะเรียกว่ายั่ว”ไม่รู้ว่าซืออี้เจินเอาความกล้ามาจากไหน เธอใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ร่างกายตัวเอง มืออีกข้างเลื่อนลงมาตรงดอกไม้งามแล้วถ
ตอนพิเศษ 5เชอเจียไท่ไม่สนใจใครอยู่แล้ว สิ่งที่เขาต้องรักษาคือความรู้สึกของเมียตัวน้อย อดีตเขาไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ อีกทั้งเขาอายุปูนนี้แล้วถ้าไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางร่างกายกับหญิงสาวคนไหนเลยคงต้องบวชพระถือศีลแล้วล่ะ“จบนะคะ ในเมื่อลุงเจียไท่บอกว่าไม่รู้จักคุณ”ซืออี้เจินไม่อยากมีเรื่อง เพราะดูจากหญิงสาวตรงหน้าและการแต่งตัวคงจะมาถ่ายแบบหรือเดินแบบ ดังนั้นจึงไม่ให้อยากมีเรื่องเกิดขึ้นบนหน้าหนึ่งว่า ลูกสาวของตระกูลซือตบตีกับนางแบบกลางห้างดัง เธอไม่รู้จะตอบพ่อกับแม่ ตาโล่ และย่าอย่างไรเมื่อได้ยินซืออี้เจินเรียกเชอเจียไท่ว่าลุง ใบหน้าของม่านฟางหลิงจึงดูดีขึ้น“เธอเป็นหลานของคุณเจียไท่หรือ มิน่าล่ะดูยังเด็กอยู่”“จะใช่หลานหรือไม่ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคุณ แต่หลังจากนี้ไปลุงเจียไท่จะไม่ข้องเกี่ยวกับหญิงสาวคนไหนอีก เพราะฉันหวง จำไว้”ซืออี้เจินไม่ยอมตอบว่าเธอเป็นใคร เพียงแค่ประกาศว่าเธอหวงชายที่ชื่อเชอเจียไท่คนนี้มาก ทำให้เชอเจียไท่มองซืออี้เจินดวงตาเป็นประกายพร้อมกับมีรอยยิ้มในแววตาซึ่งนั่นแทบจะไม่มีใครเคยได้เห็นและสัมผัสความอิจฉาริษยาจึงเกิดขึ้นในใจอีกครั้ง เธอเห็นว่านักข่าวเดินมาทางนี้จึง
ตอนพิเศษ 4หลังจากวันนั้นนี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วที่ซืออี้เจินพยายามหลบหน้าของเชอเจียไท่ จนคนในบ้านเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคนสองคน แต่เพราะเช้าวันนั้นซืออี้เจินบอกว่าเธอยังไม่พร้อมบอกเรื่องทั้งหมดกับครอบครัวจึงขอร้องให้เชอเจียไท่เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน“เจียไท่ นายไปทำอะไรให้หลานโกรธหรือเปล่า คงเป็นเรื่องผู้หญิงอีกละสิ เพลา ๆ ซะบ้างเถอะนะ หาเมียเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว” ซือเฉิงซานเดินเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าเชอเจียไท่คล้ายคนคิดหนัก และคงไม่พ้นเรื่องของลูกสาวเขาอีกแน่ หากซืออี้เจินงอนขึ้นมาบางครั้งร่วมเดือนกว่าเชอเจียไท่จะง้อสำเร็จ“ฉันแก่ปูนนี้แล้วนะ นายคิดว่าฉันหมกมุ่นแต่เรื่องนั้นหรืออย่างไรหากนายไม่มีอะไรทำ ไปโรงงานตรวจสอบอาวุธเถอะ อาทิตย์หน้าจะมีส่งสินค้าไม่ใช่หรืออย่างไร”เชอเจียไท่ไม่อยากพูดด้วยเพราะกลัวหลุดเรื่องที่เขามีความสัมพันธ์กับซืออี้เจินขึ้นมา แม้อยากจะสารภาพกับเพื่อนที่เป็นพ่อตาเขาแค่ไหน แต่เพราะโดนสั่งห้ามไว้เลยไม่กล้า เลยพยายามไล่คนตรงหน้าไปไกล ๆ“นั่นมันหน้าที่ของนาย อย่ามาโยนให้ฉัน แต่ก่อนที่จะไปส่งสินค้าช่วยกรุณาไปง้อหลานสาวเสียด้วย ฉันละไม่ชินเลย อยู่ ๆ เจินเจินก
หมาป่าจอมหิวโหย NC+“อาฝานกับเจินเจินไม่อยากมีน้องแล้วหรือ ถ้าลูกอยากมีน้องต้องไม่งอแง และนอนห้องของตัวเอง ไม่อย่างนั้นน้องจะไม่มา”สองพี่น้องมองหน้ากันและครุ่นคิดจนคิ้วขมวด เซี่ยเจียวหงกลั้นขำกับความหน้ามึนของสามี มีที่ไหนเอาเรื่องนี้มาอ้างกับลูก“แล้วน้องจะมาเมื่อไรคะ” ซืออี้เจินเอ่ยถาม“พ่อตอบไม
มีคนหนุนหลังการใช้ชีวิตของบ้านซือและบ้านกวงยังคงดำเนินไปตามปกติในทุก ๆ วัน เซี่ยเจียวหงและทุกคงยังคงทำอาหารไปขายที่ตลาด แม้ว่าเงินจะได้ไม่มากเท่าเข้าป่าล่าสัตว์ แต่ทุกคนพอใจกับสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้ จากตอนแรกตั้งใจว่าจะขายของวันเว้นวันเพื่อวันหยุดจะได้เข้าป่าล่าสัตว์แต่กลายเป็นว่าลูกค้าเรียกร้อ
ค้าขายแบบแผงลอยแค่รู้ราคาเซี่ยเจียวหงก็กระโดดลงมาจากต้นไม้ ดีหน่อยที่ตอนนี้น้ำหนักเธอลดลงไปบ้าง และคุ้นชินกับร่างนี้เลยทำให้รู้ว่าต้องทำอย่างไร นางหลิงมู่เหมือนจะรู้ความคิดของลูกสะใภ้จึงร้องห้ามเสียงหลง“อย่าอาหง มันอันตรายเกินไป”“แม่เชื่อใจฉันนะ ฉันไม่เป็นอะไร พี่ใหญ่กวงรีบหาทางหลบไปตามเถ้าแก่ภั
เตรียมค้าขายกวงฮ่าวจื่อไม่พูดอะไร แม้อยากจะถามเธอก็ตาม เขาทำเพียงค้อมหัวให้นายท่านโล่และเดินตามหลังเซี่ยเจียวหง แต่พอทั้งสองคนกำลังจะก้าวพ้นประตูห้อง กลับได้ยินเสียงของนายท่านโล่ดังขึ้น“ฉันต้องการให้เธอมาทำงานด้วย ฉันเชื่อตามสัญชาตญาณว่า เธอมีดีกว่าที่เห็น และจงจำไว้ว่าฉันนายท่านโล่ติดหนี







