로그인เซี่ยเจียวหงหันมายิ้มให้แม่สามีและลูกทั้งสองคน ไม่คิดว่าเข้าป่าล่าหมูป่ามาแค่สองตัวจะทำให้เธอมีเงินสร้างบ้าน
“เย้ ๆ ๆ เราจะมีบ้านใหม่แล้ว” สองแฝดกระโดดโลดเต้นดีใจ เพราะถ้าสร้างบ้านใหม่ เขาและน้องรวมถึงย่าจะไม่หนาวอีกแล้ว
“จริงหรืออาหง เรามีเงินพอสร้างบ้านจริง ๆ ใช่ไหม”
นางหลิงมู่น้ำตาซึมเดินเข้ามาหาลูกสะใภ้ด้วยความหวังตัวเธอเองเธอไม่ห่วงหรอก เพราะแก่แล้วจะตายเมื่อไรไม่รู้ ขอเพียง หลานทั้งสองสุขสบายก็พอ
“จริงสิคะแม่ นี่ไงฉันขายหมูได้ สองพันแปดร้อยสามสิบหยวน เงินนี้น่าจะพอสร้างบ้านได้แล้ว”
เซี่ยเจียวหงยิ้มกว้าง เธอไม่คิดว่าเงินก้อนแรกที่หาได้หลังจากที่มาที่นี่จะเยอะขนาดนี้
“ดีใจด้วยนะหลิงมู่ สะใภ้ซือเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ”
นางกวงจื่อดีใจไปกับเพื่อน ไม่คิดว่าเซี่ยเจียวหงหลังจากที่ขายหมูป่าได้ สิ่งแรกที่เธอต้องการคือสร้างบ้านใหม่ กวงฮ่าวจื่อและเผิงโล่อิ่งเช่นกัน ทั้งสามคนบ้านกวงไม่มีแววตาหรือท่าทางที่อิจฉา มีเพียงแค่ดีใจด้วยที่บ้านซือหมดเคราะห์หมดทุกข์เสียที แม้ว่าบ้านกวงฐานะจะไม่ต่างจากบ้านซือเท่าไร
แต่ไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเจียวหงจะยื่นเงินมาให้นางกวง กวงฮ่าวจื่อ และเผิงโล่อิ่งคนละห้าสิบหยวน ทั้งสามคนตกใจแทบสิ้นสติและสงสัยว่าเซี่ยเจียวหงให้เงินพวกเขาทำไม
“สะใภ้ซือให้ป้าทำไม” นางกวงเอ่ยถาม แถมยังไม่ยอมรับเงิน อีกด้วย
“ข้อแรก ป้ากวงกับพี่ใหญ่และพี่สะใภ้กวง ช่วยฉันขายหมูป่าข้อสองป้ากวงกับแม่สามีเป็นเพื่อนรักนับถือกันไม่ต่างจากพี่น้อง ข้อสามพี่ใหญ่กวงเป็นเพื่อนกับพี่เฉิงซานรักกันยิ่งกว่าพี่น้องคลานตามกันมา ข้อสี่ฉันอยากให้ จบนะ”
เซี่ยเจียวหงอธิบายให้ทุกคนฟัง สามข้อแรกบ้านกวงพอจะเข้าใจ แต่ข้อสุดท้ายนี่สิแทบจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“รับไปเถอะพี่กวง อาหงเต็มใจให้ อีกอย่างพี่ก็รู้ว่าบ้านเราขายหมูป่าได้เท่าไร ที่ผ่านมาพี่และเจ้าใหญ่กวงให้บ้านซือมาเยอะแล้วทั้ง ๆ ที่ฐานะทางบ้านไม่ด้อยไปกว่ากัน”
นางหลิงมู่ไม่โกรธที่ลูกสะใภ้แบ่งเงินให้บ้านกวง แม้ว่าบ้านกวงจะทำเพียงช่วยลากมาและช่วยขาย แต่น้ำใจที่บ้านกวงมอบให้บ้านซือ มันมากกว่านี้นัก
“ขอบใจมากนะหลิงมู่ สะใภ้ซือ ขอบใจจริง ๆ”
นางกวงหลินเอ่ยทั้งน้ำตา นานแค่ไหนแล้วที่บ้านกวงไม่มีเงินมากขนาดนี้
“นั่นสิน้องสะใภ้ พี่เองก็ขอบใจมาก คราวนี้ถ้าเฉิงซานกลับมาคงดีใจที่เมียเปลี่ยนไปแล้ว”
“จริงสิพี่ใหญ่กวง พี่พอจะรู้แหล่งรับซื้อหมูป่าพวกนี้ไหมฉันตั้งใจว่าอีกสองวันจะเข้าป่าอีก วันนี้ฉันเห็นหมูป่าอยู่กันเป็นฝูงแต่ไม่ไหวล่าได้แค่สองตัว ที่สำคัญหน่อไม้มีเต็มป่าเลย”
เซี่ยเจียวหงเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากพูดถึงสามีมากนัก
“มีสิ ร้านอาหารและภัตตาคารทั่วไปรับซื้อหมูป่าและสัตว์ป่าเยอะเลยล่ะ แต่ไม่ค่อยมีใครล่าไปขายเพราะมันอันตราย สัตว์ใหญ่ส่วนมากจะอยู่ป่าชั้นกลางและป่าชั้นใน และยังมีหมีควายและเสือที่ดุร้ายทำให้พรานป่าและชาวบ้านไม่กล้าเข้าป่ากัน”
กวงฮ่าวจื่ออธิบายให้ฟัง เซี่ยเจียวหงจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ อีกทั้งตอนนี้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่ายังเข้าไม่ถึงมากนัก เลยไม่มีกฎหมายห้ามล่าสัตว์ป่ามาขายหรือทำอาหาร หากเธอล่ากวางหรือหาอุ้งตีนหมีมาได้ คงทำเงินได้ไม่น้อย
“อืม ดีเลย พักสักสองวันพรุ่งนี้ฉันจะพาแม่และเด็ก ๆ ไปซื้อของในตำบล รอหายเหนื่อยก่อนค่อยเข้าป่าอีกครั้ง ว่าแต่พี่พอจะรู้จัก ช่างรับเหมาบ้างไหม”
“มีสิ เจ้านายพี่เก่าพี่เอง ฝีมือใช้ได้เลยล่ะ”
กวงฮ่าวจื่อรีบบอก ตอนนี้เขาเองก็ไม่มีงาน ถ้าผู้รับเหมาที่เขาเคยร่วมงานด้วยได้งานนี้เขาเองก็จะมีงานทำใกล้บ้าน
“ฉันรบกวนพี่ไปถามให้หน่อยได้ไหม ให้เขาเอาแบบบ้านมาด้วยนะเอามาหลาย ๆ แบบ”
เซี่ยเจียวหงไม่อยากวาดแบบเอง เพราะแค่เธอสามารถเข้าป่าล่าสัตว์ได้ทุกคนก็แตกตื่นแล้ว
“พรุ่งนี้พี่จะรีบจัดการให้น้องสะใภ้ไม่ต้องห่วง”
กวงฮ่าวจื่อรับปาก จากนั้นทั้งบ้านซือและบ้านกวงช่วยกันจัดเก็บของที่หน้าบ้านด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แต่แล้วความสุขของทุกคนต้องถูกขัดจังหวะเพราะการมาของบ้านเซี่ย
“มีความสุขกันเหลือเกินนะ มีเนื้อหมูป่ามากมายทำไมไม่คิดจะแบ่งเอาไปให้บ้าง แกช่างเป็นลูกที่เนรคุณจริง ๆ”
ซืออี้เจินและซืออี้ฝานรีบวิ่งเข้าไปหลบหลังย่า เพราะกลัวคนที่ได้ชื่อว่าเป็นตาของตนเอง เซี่ยเจียวหงได้ยินดังนั้นจึงลุกขึ้นยืนและก้าวเดินมาด้านหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
“ฉันแต่งงานกับพี่เฉิงซาน ตัวฉันก็ต้องเป็นคนของบ้านซือแล้วเกี่ยวอะไรกับบ้านเซี่ยด้วย”
“ฉันเป็นพ่อแก แกไม่คิดจะแบ่งปันหรืออย่างไร ทีก่อนหน้านี้เข้าไปขอข้าวที่บ้านเซี่ยกินอยู่ตลอด ไม่สำนึกบุญคุณของบ้านเซี่ยบ้าง” เซี่ยโป๋ซวนชี้หน้าใส่ลูกสาว
“แล้วอย่างไรคะ กล้าคิดเนอะ การที่ฉันกลับไปกินข้าวบ้านเซี่ยเป็นบุญคุณมากเลยหรือ ในเมื่อทุกครั้งที่บ้านเซี่ยให้ข้าวให้น้ำฉันกินฉันเองต้องจ่ายเงินให้ทุกครั้ง แล้วแบบนี้จะเรียกบุญคุณได้อย่างไรน่าจะเรียกว่าการซื้อขายมากกว่า”
เซี่ยเจียวหงไม่คิดจะไว้หน้าเช่นกัน เรื่องที่เซี่ยเจียวหงคนก่อนกระทำใด ๆ ไว้ เธอไม่ขอรับรู้อีก แต่หลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ ใครก็อย่าคิดจะหาประโยชน์กับเธออีกเลย ถ้าเธอไม่ยินยอม
“นังลูกชั่ว ฉันเป็นพ่อแกนะ แกกล้าประจานฉันได้อย่างไร”
เซี่ยโป๋ซวนโกรธจนตัวสั่น ไม่คิดว่านังลูกสาวตัวดีที่เคยโง่และเชื่อฟังจะกล้ายอกย้อน
“ฉันพูดหรือยังว่าเซี่ยเจียวหงไม่ใช่ลูกของคุณ ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ ฉันก็แต่งเข้าบ้านซือมาแล้ว ต่อให้ตายก็ต้องเป็นผีบ้านซือไม่ใช่บ้านเซี่ย ถ้าคุณอยากได้เนื้อหมูก็เอาเงินมาชั่งละห้าหยวน แต่ถ้าไม่ซื้อก็กลับไปเถอะ ที่นี่ไม่ต้อนรับ อ้อ...ทางที่ดีให้คิดเสียว่าเซี่ยเจียวหงตายไปแล้ว จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายอีก”
คราวนี้ไม่เพียงแต่เซี่ยโป๋ซวนและนางหานหยินที่ตกใจจนแทบล้มทั้งยืน แต่ยังมีนางหลิงมู่และทั้งสามคนบ้านกวงอีกด้วย ทุกคนไม่คิดว่าเซี่ยเจียวหงในตอนนี้จะกล้าหักและตัดขาดกับบ้านเดิม
“หล่อนพูดให้มันดี ๆ หน่อยเถอะ ฉันและพ่อของหล่อนมาเพื่อสอบถามและจะขอเนื้อสักเล็กน้อยกลับไปทำอาหารกินเท่านั้นหล่อนต้องพูดจารุนแรงแบบนี้ด้วยหรือ ไม่อายชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาหรืออย่างไร”
นางหานหยินช่วยกู้หน้าให้สามี ไม่คิดว่าลูกเลี้ยงจะกล้าหักหน้าตนและสามีเช่นนี้
“นี่ก็พูดดีที่สุดแล้วนะคุณแม่เลี้ยง หรือต้องให้พูดเรื่องที่ฉันกับพี่เฉิงซานได้เสียกันเป็นเพราะพ่อและคุณแม่เลี้ยงวางแผนจับพี่เฉิงซาน เพื่อต้องการให้ลูกสาวที่น่ารังเกียจอย่างเจียวหงออกไปให้พ้นบ้านเซี่ยในเมื่อเป็นฝ่ายผลักไสลูกสาวคนนี้ออกมา แล้วตอนนี้มาเรียกร้องความกตัญญูอะไรอีก
อย่าลืมนะว่าคุณแม่เลี้ยงที่แสนดีและพ่อบังเกิดเกล้าของฉันยังให้เซ็นเอกสารด้วยว่าต่อให้ฉันจะยากดีมีจนแค่ไหน จะต้องไม่กลับไปบ้านเซี่ยอีก การที่ฉันกลับไปขออาหารที่บ้านเซี่ยกิน ฉันเซี่ยเจียวหงต้องจ่ายเงินทุกครั้ง ครั้งละหนึ่งถึงสองหยวนเป็นอย่างต่ำ จนเงินที่พี่เฉิงซานส่งมาให้ลูก ๆ แทบจะหมดไปกับบ้านเซี่ย”
เมื่อเซี่ยเจียวหงพูดจบ ชาวบ้านที่หยุดยืนฟังต่างก็มองไปทางบ้านเซี่ยอย่างรังเกียจ ทุกคนเพิ่งรู้ว่าเรื่องระหว่างเซี่ยเจียวหงกับซือเฉิงซานเกิดขึ้นเพราะพ่อกับแม่เลี้ยงวางแผนเพื่อจะขับไล่ลูกสาวตัวเอง ไม่ใช่เพราะแผนการของเซี่ยเจียวหง
หลายคนเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเซี่ยเจียวหงจึงทำตัวน่ารังเกียจแบบนั้น คงเพราะเจอความกดดันจากทางบ้าน
ให้คำมั่นสัญญาเซี่ยโป๋ซวนและนางหานหยินไม่กล้าสู้หน้าชาวบ้าน นี่คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเซี่ยเจียวหงพูดคือเรื่องจริง เมื่อไม่กล้าสู้หน้าใครทั้งสองจึงรีบเผ่นกลับบ้านเซี่ยทันทีทางด้านนางหลิงมู่เมื่อได้รู้ความจริงจึงมองลูกสะใภ้ดีขึ้นกับอดีตที่เคยกระทำกับเฉิงซานลูกชายของเธอ จากนั้นทุกคนบ้านซือและบ้านเซี่ยจึงนั่งทำงานและแบ่งเนื้อหมูกันต่อ เพื่อนำกลับไปทำอาหารเย็นเย็นวันนี้เซี่ยเจียวหงจึงทำซุปปลา ไข่ตุ๋น และหมูตุ๋นพะโล้ให้ทุกคนได้ชิม ส่วนเนื้อหมูที่เหลือเธอนำมาหมักทิ้งไว้ก่อนแล้วค่อยทำพรุ่งนี้“อร่อยไหมอาฝาน เจินเจิน”เซี่ยเจียวหงหันมาถามลูกน้อยทั้งสองคนที่กินกันจนแก้มตุ่ยก่อนจะหันไปถามแม่สามีด้วยรอยยิ้มเช่นกัน“อร่อยไหมทุกคน”“อร่อยครับ / อร่อยค่ะ”“อร่อยมากเลยอาหง ขอบใจมากนะ”“แม่อย่าคิดมาก ในเมื่อฉันเป็นสะใภ้บ้านซือ แม่เป็นแม่สามีซึ่งไม่ต่างจากแม่แท้ ๆ ของฉันและฉันเองก็ไม่มีแม่ ส่วนทางบ้านเดิมมีก็เหมือนไม่มี ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะกตัญญูต่อแม่และจะดูแลทุกคนให้อยู่อย่างสบายเองจริงสิ พรุ่งนี้เราเข้าตำบลกันดีกว่าจะได้ซื้อของเข้าบ้านด้วยอีกทั้งเสื้อผ้าของทุกคนก็บางและไม่มีที่จะปะแล้ว ซื้อชุดใ
บ้านเซี่ยผู้เห็นแก่ตัวเซี่ยเจียวหงหันมายิ้มให้แม่สามีและลูกทั้งสองคน ไม่คิดว่าเข้าป่าล่าหมูป่ามาแค่สองตัวจะทำให้เธอมีเงินสร้างบ้าน“เย้ ๆ ๆ เราจะมีบ้านใหม่แล้ว” สองแฝดกระโดดโลดเต้นดีใจ เพราะถ้าสร้างบ้านใหม่ เขาและน้องรวมถึงย่าจะไม่หนาวอีกแล้ว“จริงหรืออาหง เรามีเงินพอสร้างบ้านจริง ๆ ใช่ไหม”นางหลิงมู่น้ำตาซึมเดินเข้ามาหาลูกสะใภ้ด้วยความหวังตัวเธอเองเธอไม่ห่วงหรอก เพราะแก่แล้วจะตายเมื่อไรไม่รู้ ขอเพียง หลานทั้งสองสุขสบายก็พอ“จริงสิคะแม่ นี่ไงฉันขายหมูได้ สองพันแปดร้อยสามสิบหยวน เงินนี้น่าจะพอสร้างบ้านได้แล้ว”เซี่ยเจียวหงยิ้มกว้าง เธอไม่คิดว่าเงินก้อนแรกที่หาได้หลังจากที่มาที่นี่จะเยอะขนาดนี้“ดีใจด้วยนะหลิงมู่ สะใภ้ซือเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ”นางกวงจื่อดีใจไปกับเพื่อน ไม่คิดว่าเซี่ยเจียวหงหลังจากที่ขายหมูป่าได้ สิ่งแรกที่เธอต้องการคือสร้างบ้านใหม่ กวงฮ่าวจื่อและเผิงโล่อิ่งเช่นกัน ทั้งสามคนบ้านกวงไม่มีแววตาหรือท่าทางที่อิจฉา มีเพียงแค่ดีใจด้วยที่บ้านซือหมดเคราะห์หมดทุกข์เสียที แม้ว่าบ้านกวงฐานะจะไม่ต่างจากบ้านซือเท่าไรแต่ไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเจียวหงจะยื่นเงินมาให้นางกวง กวงฮ่าวจื่อ และเผ
เงินก้อนแรกทันทีที่มาถึงหน้าบ้าน เซี่ยเจียวหงได้ยินเสียงที่ของลูกน้อยทั้งสองคนดังมาอย่างตื่นเต้นและดีใจ“แม่ แม่กลับมาแล้ว มีหมูป่ามาด้วย”ซึ่งเสียงนี้ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของซืออี้เจิน หรือว่าเจินเจินนั่นเอง“หา! อาหงกลับมาพร้อมหมูป่า”นางหลิงมู่แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นสิ่งที่ลูกสะใภ้นำกลับมาพร้อมกับเพื่อนของเธออย่างบ้านกวง“ฉันกลับมาแล้วค่ะแม่ แม่คะ ในกระสอบมีหน่อไม้และมันป่าด้วยนะคะ แม่แบ่งให้บ้านกวงด้วย พี่สะใภ้ท้องใกล้คลอดแล้ว ต้องบำรุงให้มาก ๆ จริงสิ มีปลาและกุ้งด้วยนะ”เซี่ยเจียวหงชี้ไปที่กระสอบทั้งสามใบที่อยู่รวมกับหมูป่าส่วนตัวเองล้มลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ไม่ใช่เพราะเหนื่อยอะไรหรอก แต่เหนื่อยกับร่างตัวเองนี่แหละ ตอนแบกหมูป่าทั้งสองตัวเป็นอะไร แต่สองขากลับอ่อนล้าเมื่อเดินลงจากเขามาถึงบ้าน เฮ้อ...นางหลิงมู่พยักหน้ารับก่อนจะไหว้วานกวงฮ่าวจื่อยกกระสอบ ทั้งสามออกมาเทกองรวมกัน เมื่อเห็นสิ่งของที่อัดแน่นเธอแทบจะ หงายหลังเป็นลมอีกครั้ง นี่ลูกสะใภ้เธอเอามาหมดป่าหรือยัง“อาหง อย่าบอกนะว่าเข้าป่าชั้นในมา”เธอหันมาถามลูกสะใภ้ตาเขียวด้วยความเป็นห่วง ทำไมลูกสะใภ้เธอท
ชาวบ้านแตกตื่นเซี่ยเจียวหงไม่รอช้า จึงมองหาต้นไม้ใหญ่ที่พอจะปีนขึ้นได้ถ้าให้ปีนต้นเล็กเธอเชื่อว่าต้นไม้กิ่งคนจะหักก่อนที่เธอจะได้หมูป่ากลับบ้าน แต่เพราะรูปร่างไม่เอื้ออำนวยการปีนขึ้นต้นไม้ครั้งนี้ทุลักทุเลพอสมควรพอขึ้นมาถึงเธอจึงเห็นหมูป่าเพียงสองตัวเท่านั้น หญิงสาวจึงไม่ลังเลหยิบธนูออกมาก่อนจะเล็งไปที่หมูป่าตัวที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว และต่อด้วยตัวที่สอง เธอเองก็ไม่คิดว่าร่างที่อ้วนจนน่ารำคาญจะสามารถยิงหมูป่าตายได้เพียงธนูดอกเดียว“เป็นไปได้เหรอที่ร่างนี้จะแข็งแรงถึงขั้นยิงหมูป่าตายได้ด้วยธนูดอกเดียว หรือว่าเป็นเพราะฉันเข้ามาอยู่ร่างนี้ พละกำลังจึงมีมากกว่าคนทั่วไป แต่การที่จะปีนลงนี่สิโคตรหนักใจเลยเจียวหง”เมื่อคิดว่าต้องปีนลงเซี่ยเจียวหงเลยถอนหายใจขึ้นมา แต่ยังดีว่าตอนลงไม่ลำบากเท่าตอนปีนขึ้น เมื่อเท้าแตะถึงพื้นเธอจึงรีบวิ่งไปด้วยร่างที่อ้วนท้วนเพื่อไปหาหมูป่าที่ฆ่าได้ทั้งสองตัว“แล้วจะเอากลับอย่างไรละเนี่ย”ทำไมมีแต่เรื่องยากละเนี่ย หมูป่าสองตัว มันกับหน่อไม้อีกสามกระสอบ ยังมีปลาอีกเป็นสิบตัวเซี่ยเจียวหงจึงลองใช้มือยกขาหมูป่าข้างหนึ่งเพื่อจะลากมาที่เธอวางหน่อไม้ไว้ แต่กลับกลายเป็นเ
เข้าป่า“คงยาก ชาวบ้านที่ไม่ทำงานในไร่ล้วนก็ขึ้นเขาหาหน่อไม้หรือหาพวกสัตว์ป่ากันทั้งนั้น มีเพียงป่าชั้นกลางและป่าชั้นในที่ไม่มีใครกล้าเข้า นอกจากพรานป่าประจำหมู่บ้าน แต่พรานก็ยังไม่กล้าเข้าถึงป่าชั้นในเพราะมันอันตราย ส่วนมากที่เขาได้มาก็จะมีหมู่ป่าตัวเล็กเท่านั้น”“ฉันคงต้องลองเข้าไปสักครั้ง เผื่อได้หมูป่ามาสักตัว”“อย่าไปเลย มันอันตราย ไม่คุ้มหรอก เดี๋ยวแม่ไปรับจ้างพวกชาวบ้านดีกว่า”นางหลิงมู่ไม่อยากให้ลูกสะใภ้เข้าป่าลึกเพราะมันอันตราย อีกทั้งเธอรู้นิสัยขอเซี่ยเจียวหงดีว่าเป็นคนที่ไม่เอาอะไร หากเข้าป่าชั้นกลางหรือชั้นใน จะกลายเป็นเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า“ต่อไปนี้แม่ไม่ต้องรับจ้างอะไรอีกแล้ว ดูแลอาฝานและเจินเจินดีกว่า ฉันจะเป็นคนหาเงินเอง”แต่เธอคงต้องลดความอ้วนเสียก่อน จะให้เธอไปหางานทำในตำบลหรืออำเภอ ไปในสภาพนี้คงไม่มีใครรับเธอทำงานแน่“ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน อย่าลืมว่าตอนนี้อาฝานกับเจินเจินมีแต่อาหง ส่วนเฉิงซาน...”“แม่คะ พี่เฉิงซานอาจจะเจอปัญหา หรือไม่เขาอาจจะมีคนอื่นไปแล้ว เราอยู่ที่นี่ควรจะดูแลตัวเอง เมื่อไรที่พี่เฉิงซานกลับมาค่อยว่ากันอีกที แต่ถ้าเขามีครอบครัวใหม่ฉันต้องขอหย่า แ
ฉันคือเซี่ยเจียวหงร่างอ้วนท้วนนอนอยู่บนเตียงกลับลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีหลังจากนางหลิงมู่เดินจากไป“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันตายไปแล้วนี่ แล้วป้าและเด็กทั้งสองคนเมื่อครู่นี้เป็นใครกัน”เธอพึมพำออกมา ในเมื่อภารกิจจบสิ้นแล้ว เธอเองก็ตายไปพร้อมกับเป้าหมาย ทำไมเธอยังมีชีวิตล่ะ แต่แล้วอยู่ ๆ ภาพทุกอย่างในความทรงจำฉายชัดขึ้นมาในหัวยิ่งกว่าภาพยนตร์ ทำให้เธอปวดหัวแทบจะระเบิด“ร่างนี้ชื่อว่าเจียวหงแซ่เซี่ย แต่งงานแล้ว มีลูกสองคนวัยสี่ขวบ ส่วนสามีไปทำงานต่างเมือง บ้านหลังนี้จึงอยู่กันเพียงสี่คนเท่านั้น”หลังจากที่ทบทวนความทรงจำของร่างทั้งหมด เธอกลับหมดสติไปอีกครั้ง กว่าจะฟื้นขึ้นมาก็ฟ้าเกือบสว่าง ซืออี้ฝานและซืออี้เจินสองพี่น้องหลังจากที่ตื่นและเก็บที่นอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองวิ่งเข้ามาที่ห้องของแม่ทันที เพื่อดูว่าแม่ฟื้นหรือยัง เพราะเมื่อวานหลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ทั้งสองยังคงมาเฝ้าแม่ของตัวเองไม่ห่าง จนย่ามาพาไปนอนแต่พอเปิดประตูขึ้นมาจึงเห็นร่างของแม่นั่งอยู่บนเตียง พร้อมกับมองมาที่เขาและน้องสาว ทำให้ความกลัวแม่ของทั้งสองคนตื่นตัวอีกครั้ง แต่กลับกลายเป็นเซี่ยเจียวหงกวักมือเรียกทั้งส







