เข้าสู่ระบบเซี่ยเจียวหงหันมายิ้มให้แม่สามีและลูกทั้งสองคน ไม่คิดว่าเข้าป่าล่าหมูป่ามาแค่สองตัวจะทำให้เธอมีเงินสร้างบ้าน
“เย้ ๆ ๆ เราจะมีบ้านใหม่แล้ว” สองแฝดกระโดดโลดเต้นดีใจ เพราะถ้าสร้างบ้านใหม่ เขาและน้องรวมถึงย่าจะไม่หนาวอีกแล้ว
“จริงหรืออาหง เรามีเงินพอสร้างบ้านจริง ๆ ใช่ไหม”
นางหลิงมู่น้ำตาซึมเดินเข้ามาหาลูกสะใภ้ด้วยความหวังตัวเธอเองเธอไม่ห่วงหรอก เพราะแก่แล้วจะตายเมื่อไรไม่รู้ ขอเพียง หลานทั้งสองสุขสบายก็พอ
“จริงสิคะแม่ นี่ไงฉันขายหมูได้ สองพันแปดร้อยสามสิบหยวน เงินนี้น่าจะพอสร้างบ้านได้แล้ว”
เซี่ยเจียวหงยิ้มกว้าง เธอไม่คิดว่าเงินก้อนแรกที่หาได้หลังจากที่มาที่นี่จะเยอะขนาดนี้
“ดีใจด้วยนะหลิงมู่ สะใภ้ซือเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ”
นางกวงจื่อดีใจไปกับเพื่อน ไม่คิดว่าเซี่ยเจียวหงหลังจากที่ขายหมูป่าได้ สิ่งแรกที่เธอต้องการคือสร้างบ้านใหม่ กวงฮ่าวจื่อและเผิงโล่อิ่งเช่นกัน ทั้งสามคนบ้านกวงไม่มีแววตาหรือท่าทางที่อิจฉา มีเพียงแค่ดีใจด้วยที่บ้านซือหมดเคราะห์หมดทุกข์เสียที แม้ว่าบ้านกวงฐานะจะไม่ต่างจากบ้านซือเท่าไร
แต่ไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเจียวหงจะยื่นเงินมาให้นางกวง กวงฮ่าวจื่อ และเผิงโล่อิ่งคนละห้าสิบหยวน ทั้งสามคนตกใจแทบสิ้นสติและสงสัยว่าเซี่ยเจียวหงให้เงินพวกเขาทำไม
“สะใภ้ซือให้ป้าทำไม” นางกวงเอ่ยถาม แถมยังไม่ยอมรับเงิน อีกด้วย
“ข้อแรก ป้ากวงกับพี่ใหญ่และพี่สะใภ้กวง ช่วยฉันขายหมูป่าข้อสองป้ากวงกับแม่สามีเป็นเพื่อนรักนับถือกันไม่ต่างจากพี่น้อง ข้อสามพี่ใหญ่กวงเป็นเพื่อนกับพี่เฉิงซานรักกันยิ่งกว่าพี่น้องคลานตามกันมา ข้อสี่ฉันอยากให้ จบนะ”
เซี่ยเจียวหงอธิบายให้ทุกคนฟัง สามข้อแรกบ้านกวงพอจะเข้าใจ แต่ข้อสุดท้ายนี่สิแทบจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“รับไปเถอะพี่กวง อาหงเต็มใจให้ อีกอย่างพี่ก็รู้ว่าบ้านเราขายหมูป่าได้เท่าไร ที่ผ่านมาพี่และเจ้าใหญ่กวงให้บ้านซือมาเยอะแล้วทั้ง ๆ ที่ฐานะทางบ้านไม่ด้อยไปกว่ากัน”
นางหลิงมู่ไม่โกรธที่ลูกสะใภ้แบ่งเงินให้บ้านกวง แม้ว่าบ้านกวงจะทำเพียงช่วยลากมาและช่วยขาย แต่น้ำใจที่บ้านกวงมอบให้บ้านซือ มันมากกว่านี้นัก
“ขอบใจมากนะหลิงมู่ สะใภ้ซือ ขอบใจจริง ๆ”
นางกวงหลินเอ่ยทั้งน้ำตา นานแค่ไหนแล้วที่บ้านกวงไม่มีเงินมากขนาดนี้
“นั่นสิน้องสะใภ้ พี่เองก็ขอบใจมาก คราวนี้ถ้าเฉิงซานกลับมาคงดีใจที่เมียเปลี่ยนไปแล้ว”
“จริงสิพี่ใหญ่กวง พี่พอจะรู้แหล่งรับซื้อหมูป่าพวกนี้ไหมฉันตั้งใจว่าอีกสองวันจะเข้าป่าอีก วันนี้ฉันเห็นหมูป่าอยู่กันเป็นฝูงแต่ไม่ไหวล่าได้แค่สองตัว ที่สำคัญหน่อไม้มีเต็มป่าเลย”
เซี่ยเจียวหงเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากพูดถึงสามีมากนัก
“มีสิ ร้านอาหารและภัตตาคารทั่วไปรับซื้อหมูป่าและสัตว์ป่าเยอะเลยล่ะ แต่ไม่ค่อยมีใครล่าไปขายเพราะมันอันตราย สัตว์ใหญ่ส่วนมากจะอยู่ป่าชั้นกลางและป่าชั้นใน และยังมีหมีควายและเสือที่ดุร้ายทำให้พรานป่าและชาวบ้านไม่กล้าเข้าป่ากัน”
กวงฮ่าวจื่ออธิบายให้ฟัง เซี่ยเจียวหงจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ อีกทั้งตอนนี้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่ายังเข้าไม่ถึงมากนัก เลยไม่มีกฎหมายห้ามล่าสัตว์ป่ามาขายหรือทำอาหาร หากเธอล่ากวางหรือหาอุ้งตีนหมีมาได้ คงทำเงินได้ไม่น้อย
“อืม ดีเลย พักสักสองวันพรุ่งนี้ฉันจะพาแม่และเด็ก ๆ ไปซื้อของในตำบล รอหายเหนื่อยก่อนค่อยเข้าป่าอีกครั้ง ว่าแต่พี่พอจะรู้จัก ช่างรับเหมาบ้างไหม”
“มีสิ เจ้านายพี่เก่าพี่เอง ฝีมือใช้ได้เลยล่ะ”
กวงฮ่าวจื่อรีบบอก ตอนนี้เขาเองก็ไม่มีงาน ถ้าผู้รับเหมาที่เขาเคยร่วมงานด้วยได้งานนี้เขาเองก็จะมีงานทำใกล้บ้าน
“ฉันรบกวนพี่ไปถามให้หน่อยได้ไหม ให้เขาเอาแบบบ้านมาด้วยนะเอามาหลาย ๆ แบบ”
เซี่ยเจียวหงไม่อยากวาดแบบเอง เพราะแค่เธอสามารถเข้าป่าล่าสัตว์ได้ทุกคนก็แตกตื่นแล้ว
“พรุ่งนี้พี่จะรีบจัดการให้น้องสะใภ้ไม่ต้องห่วง”
กวงฮ่าวจื่อรับปาก จากนั้นทั้งบ้านซือและบ้านกวงช่วยกันจัดเก็บของที่หน้าบ้านด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แต่แล้วความสุขของทุกคนต้องถูกขัดจังหวะเพราะการมาของบ้านเซี่ย
“มีความสุขกันเหลือเกินนะ มีเนื้อหมูป่ามากมายทำไมไม่คิดจะแบ่งเอาไปให้บ้าง แกช่างเป็นลูกที่เนรคุณจริง ๆ”
ซืออี้เจินและซืออี้ฝานรีบวิ่งเข้าไปหลบหลังย่า เพราะกลัวคนที่ได้ชื่อว่าเป็นตาของตนเอง เซี่ยเจียวหงได้ยินดังนั้นจึงลุกขึ้นยืนและก้าวเดินมาด้านหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
“ฉันแต่งงานกับพี่เฉิงซาน ตัวฉันก็ต้องเป็นคนของบ้านซือแล้วเกี่ยวอะไรกับบ้านเซี่ยด้วย”
“ฉันเป็นพ่อแก แกไม่คิดจะแบ่งปันหรืออย่างไร ทีก่อนหน้านี้เข้าไปขอข้าวที่บ้านเซี่ยกินอยู่ตลอด ไม่สำนึกบุญคุณของบ้านเซี่ยบ้าง” เซี่ยโป๋ซวนชี้หน้าใส่ลูกสาว
“แล้วอย่างไรคะ กล้าคิดเนอะ การที่ฉันกลับไปกินข้าวบ้านเซี่ยเป็นบุญคุณมากเลยหรือ ในเมื่อทุกครั้งที่บ้านเซี่ยให้ข้าวให้น้ำฉันกินฉันเองต้องจ่ายเงินให้ทุกครั้ง แล้วแบบนี้จะเรียกบุญคุณได้อย่างไรน่าจะเรียกว่าการซื้อขายมากกว่า”
เซี่ยเจียวหงไม่คิดจะไว้หน้าเช่นกัน เรื่องที่เซี่ยเจียวหงคนก่อนกระทำใด ๆ ไว้ เธอไม่ขอรับรู้อีก แต่หลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ ใครก็อย่าคิดจะหาประโยชน์กับเธออีกเลย ถ้าเธอไม่ยินยอม
“นังลูกชั่ว ฉันเป็นพ่อแกนะ แกกล้าประจานฉันได้อย่างไร”
เซี่ยโป๋ซวนโกรธจนตัวสั่น ไม่คิดว่านังลูกสาวตัวดีที่เคยโง่และเชื่อฟังจะกล้ายอกย้อน
“ฉันพูดหรือยังว่าเซี่ยเจียวหงไม่ใช่ลูกของคุณ ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ ฉันก็แต่งเข้าบ้านซือมาแล้ว ต่อให้ตายก็ต้องเป็นผีบ้านซือไม่ใช่บ้านเซี่ย ถ้าคุณอยากได้เนื้อหมูก็เอาเงินมาชั่งละห้าหยวน แต่ถ้าไม่ซื้อก็กลับไปเถอะ ที่นี่ไม่ต้อนรับ อ้อ...ทางที่ดีให้คิดเสียว่าเซี่ยเจียวหงตายไปแล้ว จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายอีก”
คราวนี้ไม่เพียงแต่เซี่ยโป๋ซวนและนางหานหยินที่ตกใจจนแทบล้มทั้งยืน แต่ยังมีนางหลิงมู่และทั้งสามคนบ้านกวงอีกด้วย ทุกคนไม่คิดว่าเซี่ยเจียวหงในตอนนี้จะกล้าหักและตัดขาดกับบ้านเดิม
“หล่อนพูดให้มันดี ๆ หน่อยเถอะ ฉันและพ่อของหล่อนมาเพื่อสอบถามและจะขอเนื้อสักเล็กน้อยกลับไปทำอาหารกินเท่านั้นหล่อนต้องพูดจารุนแรงแบบนี้ด้วยหรือ ไม่อายชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาหรืออย่างไร”
นางหานหยินช่วยกู้หน้าให้สามี ไม่คิดว่าลูกเลี้ยงจะกล้าหักหน้าตนและสามีเช่นนี้
“นี่ก็พูดดีที่สุดแล้วนะคุณแม่เลี้ยง หรือต้องให้พูดเรื่องที่ฉันกับพี่เฉิงซานได้เสียกันเป็นเพราะพ่อและคุณแม่เลี้ยงวางแผนจับพี่เฉิงซาน เพื่อต้องการให้ลูกสาวที่น่ารังเกียจอย่างเจียวหงออกไปให้พ้นบ้านเซี่ยในเมื่อเป็นฝ่ายผลักไสลูกสาวคนนี้ออกมา แล้วตอนนี้มาเรียกร้องความกตัญญูอะไรอีก
อย่าลืมนะว่าคุณแม่เลี้ยงที่แสนดีและพ่อบังเกิดเกล้าของฉันยังให้เซ็นเอกสารด้วยว่าต่อให้ฉันจะยากดีมีจนแค่ไหน จะต้องไม่กลับไปบ้านเซี่ยอีก การที่ฉันกลับไปขออาหารที่บ้านเซี่ยกิน ฉันเซี่ยเจียวหงต้องจ่ายเงินทุกครั้ง ครั้งละหนึ่งถึงสองหยวนเป็นอย่างต่ำ จนเงินที่พี่เฉิงซานส่งมาให้ลูก ๆ แทบจะหมดไปกับบ้านเซี่ย”
เมื่อเซี่ยเจียวหงพูดจบ ชาวบ้านที่หยุดยืนฟังต่างก็มองไปทางบ้านเซี่ยอย่างรังเกียจ ทุกคนเพิ่งรู้ว่าเรื่องระหว่างเซี่ยเจียวหงกับซือเฉิงซานเกิดขึ้นเพราะพ่อกับแม่เลี้ยงวางแผนเพื่อจะขับไล่ลูกสาวตัวเอง ไม่ใช่เพราะแผนการของเซี่ยเจียวหง
หลายคนเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเซี่ยเจียวหงจึงทำตัวน่ารังเกียจแบบนั้น คงเพราะเจอความกดดันจากทางบ้าน
ตอนพิเศษ 9“ทางด้านเจ้าสาวล่ะครับ” พิธีการหันมาถามเจ้าสาวอย่างซืออี้เจินอีกครั้ง“สำหรับเจินเจินนั้นไม่รู้ว่าความรักระหว่างชายหญิงนั้นคืออะไร แต่เจินเจินหวงลุงเจียไท่ทุกครั้งที่เขามีเรื่องหญิงสาวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเมื่อรู้ว่าความรู้สึกที่เจินเจินมีต่อลุงเจียไท่ไม่ใช่ความรู้สึกที่หลานสาวคนหนึ่งมอบให้ลุงที่เลี้ยงดูและดูมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เจินเจินอยากเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมเพื่ออยู่เคียงข้างลุงเจียไท่ในอนาคต”ซืออี้เจินส่งสายตาหวานฉ่ำไปให้สามีสุดที่รัก“ดังนั้นเจินเจินจึงพัฒนาตัวเอง และเรียนรู้งานทุกอย่างตั้งแต่มัธยม เพื่อหวังว่าวันหนึ่งจะดีพร้อมและสามารถอยู่เคียงข้างลุงนอกสายเลือดคนนี้ได้โดยไม่อายใคร เจินเจินรักลุงเจียไท่ค่ะ”ซืออี้เจินกวาดสายตามองไปในงาน และกลับมามองสามีด้วยความรักอีกครั้ง“เจินเจินไม่อายหากใครจะมองว่าเจินเจินมีสามีแก่คราวพ่อเจินเจินไม่สนใจหากใครจะคิดว่าเจินเจินต้องการทรัพย์สินของสามี ความรักระหว่างเจินเจินและลุงเจียไท่ที่มีให้กันไม่ได้ทำให้เจินเจินใช้ชีวิตอย่างลำบาก เจินเจินไม่กลัวว่าใครจะมองว่าเจินเจินคือจุดอ่อนของลุงเจียไท่ แต่สิ่งที่เจิน
ตอนพิเศษ 8ยิ่งม่านฟางหลินได้ยินผู้จัดการตัวเองพูด ยิ่งไม่ชอบใจเท่าไรในเมื่อเธอมาก่อนต่อให้เป็นคู่นอนแล้วอย่างไร นังเด็กนั่นไม่เหมาะสมกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว“แต่ฉันมาก่อนนังเด็กนั่น ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคุณหนูตระกูลซือ นังนั่นไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว”“เหมาะสมหรือไม่เธอหรือฉันไม่ใช่คนตัดสินใจ หลังจากวันนั้นเธอยังมองไม่ออกอีกหรือว่าคุณเจียไท่รู้สึกและคิดอย่างไรกับคุณหนูซือ แม้ว่าคุณหนูซือคนนั้นจะประกาศว่าไม่ขอร่วมงานกับนางแบบชื่อม่านฟางหลิง แต่สุดท้ายคนที่มาจัดการคือคุณเจียไท่ เรื่องนี้คนรู้จักฉันบอกมาเอง ฉันว่าเธออย่าไปยุ่งเลย เพราะคุณเจียไท่ไม่ใช่คนที่พวกเราจะแตะต้องได้”ผู้จัดการย่าหยางเอ่ยเตือน แต่ถ้ายังไม่ฟังกัน คงต้องทางใครทางมันกันแล้วม่านฟางหลิงนั่งเงียบ เธอรู้ดีว่าคุณเจียไท่น่ากลัวแค่ไหน เพียงแค่เธอมีเรื่องกับนังเด็กนั่นแต่เขากลับตัดเส้นทางสายอาชีพของเธอแทบไม่เหลือ และถ้าครั้งนี้เธอยังก่อเรื่องอีก แม้แต่ชีวิตคงรักษาไว้ไม่ได้“ไม่จริง! คุณเจียไท่กับเด็กสาวคนนั้นเป็นลุงกับหลานกันจะแต่งงานกันได้อย่างไร”สาวสังคมจับกลุ่มคุยกัน แต่ละคนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ข่าวออกว่า
ตอนพิเศษ 7ทันทีที่วิ่งเข้ามาซืออี้เจินเจอหน้าคนที่ที่นอนลืมตามองมาทางเธอด้วยสายตามที่อ่อนโยน“เจินเจิน”“ลุงเจียไท่”ซืออี้เจินวิ่งเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มจนคนดูแลที่วิ่งตามมาต้องร้องห้าม เพราะรู้ดีว่าคุณหนูกำลังท้องลูกของเจ้านายอยู่“คุณหนูอย่าวิ่งครับ คุณหนูกำลังท้องอยู่นะครับ”เชอเจียไท่มองเมียตัวน้อยด้วยสายตาที่ตกตะลึงปนดีใจ“เจินเจิน”“ค่ะ เจินเจินท้องลูกของเราได้สามเดือนแล้ว แต่งงานกันนะคะลุงเจียไท่ สามีสุดที่รักของเจินเจิน”“ลูก เรากำลังจะมีลูกใช่ไหม”“ใช่ค่ะ ลุงเจียไท่กำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว ดีใจไหม”ซืออี้เจินลุกมานั่งปกติ และยิ้มตาหยีให้เขา“เดี๋ยวก่อนนะ ในเมื่อรู้ว่าท้อง ทำไมยังวิ่งขนาดนั้น แล้วไม่ดูแลตัวเองเลย ถ้าลูกไหลขึ้นมาจะทำอย่างไร”เชอเจียไท่แม้ใบหน้ายังซีดเซียวแต่ไม่วายที่จะดุเมียตัวน้อยของตน“ก็เจินเจินดีใจนี่คะที่ลุงเจียไท่ฟื้นแล้ว เจนเจินเกือบจะตามพ่อกับแม่ไปจัดการคนที่ทำร้ายสามีของเจินเจินแล้วเหมือนกันถ้าพี่หลงไม่มาตามเสียก่อน”“ยังจะเถียงอีก แล้วจะไปเผชิญอันตรายอย่างนั้นได้อย่างไรลุงปลอดภัยดีแล้ว เจินเจินอย่าทำให้ลุงเป็นห่วงได้ไหม โตจนเป็นแม่คนแล้วนะ อีกทั้งในท้องก็ย
ตอนพิเศษ 6เชอเจียไท่เปิดประตูเขามาเมื่อไม่เห็นเมียตัวน้อยก็เดินหาทั่วห้อง แต่ไม่นานร่างบางจึงเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสายเดี่ยวตัวบางที่แนบลำตัวจนเห็นทุกสัดส่วน ชายหนุ่มทำเพียงกลืนน้ำลายลงคอ นี่เมียตัวน้อยตั้งใจจะยั่วเขาใช่ไหม“มาแล้วหรือคะ” ซืออี้เจินเงยหน้ามายิ้มหวานและถามคนรัก“ครับ ลุงเอานมมาให้ดื่มก่อนนอน”ซืออี้เจินรับแก้วนมมาดื่มจนหมด เมื่อมีคราบนมเลอะที่ปาก หญิงสาวจึงใช้ลิ้นตวัดเลียริมฝีปากจนหมดแทบไม่เหลือ ก่อนจะเดินนวยนาดเข้ามายืนตรงหน้าของชายหนุ่ม“เจินเจินกินนมหมดแล้ว แล้วลุงเจียไท่พร้อมจะกินนมหรือยังคะ”ไม่เพียงพูดเปล่าแต่เธอกลับคว้ามือหนามาจับที่หน้าอกของเธอทั้งสองข้าง และบีบเคล้นเบา ๆ ใบหน้าของซืออี้เจินในตอนนี้ช่างยั่วยวนนัก พร้อมกับส่งเสียงครางเล็กน้อย“อืม อ๊ะ”“คิดจะยั่วตาแก่คนนี้หรือ” เชอเจียไท่ถามกลับเสียงพร่า ซืออี้เจินไม่ตอบ แต่กลับปีนขึ้นเตียงพร้อมกับถอดชุดนอนแล้วนั่งคุกเข่า พร้อมกับกวักมือเรียกและกัดปากเล็กน้อย“แบบนี้สิคะ ถึงจะเรียกว่ายั่ว”ไม่รู้ว่าซืออี้เจินเอาความกล้ามาจากไหน เธอใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ร่างกายตัวเอง มืออีกข้างเลื่อนลงมาตรงดอกไม้งามแล้วถ
ตอนพิเศษ 5เชอเจียไท่ไม่สนใจใครอยู่แล้ว สิ่งที่เขาต้องรักษาคือความรู้สึกของเมียตัวน้อย อดีตเขาไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ อีกทั้งเขาอายุปูนนี้แล้วถ้าไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางร่างกายกับหญิงสาวคนไหนเลยคงต้องบวชพระถือศีลแล้วล่ะ“จบนะคะ ในเมื่อลุงเจียไท่บอกว่าไม่รู้จักคุณ”ซืออี้เจินไม่อยากมีเรื่อง เพราะดูจากหญิงสาวตรงหน้าและการแต่งตัวคงจะมาถ่ายแบบหรือเดินแบบ ดังนั้นจึงไม่ให้อยากมีเรื่องเกิดขึ้นบนหน้าหนึ่งว่า ลูกสาวของตระกูลซือตบตีกับนางแบบกลางห้างดัง เธอไม่รู้จะตอบพ่อกับแม่ ตาโล่ และย่าอย่างไรเมื่อได้ยินซืออี้เจินเรียกเชอเจียไท่ว่าลุง ใบหน้าของม่านฟางหลิงจึงดูดีขึ้น“เธอเป็นหลานของคุณเจียไท่หรือ มิน่าล่ะดูยังเด็กอยู่”“จะใช่หลานหรือไม่ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคุณ แต่หลังจากนี้ไปลุงเจียไท่จะไม่ข้องเกี่ยวกับหญิงสาวคนไหนอีก เพราะฉันหวง จำไว้”ซืออี้เจินไม่ยอมตอบว่าเธอเป็นใคร เพียงแค่ประกาศว่าเธอหวงชายที่ชื่อเชอเจียไท่คนนี้มาก ทำให้เชอเจียไท่มองซืออี้เจินดวงตาเป็นประกายพร้อมกับมีรอยยิ้มในแววตาซึ่งนั่นแทบจะไม่มีใครเคยได้เห็นและสัมผัสความอิจฉาริษยาจึงเกิดขึ้นในใจอีกครั้ง เธอเห็นว่านักข่าวเดินมาทางนี้จึง
ตอนพิเศษ 4หลังจากวันนั้นนี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วที่ซืออี้เจินพยายามหลบหน้าของเชอเจียไท่ จนคนในบ้านเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคนสองคน แต่เพราะเช้าวันนั้นซืออี้เจินบอกว่าเธอยังไม่พร้อมบอกเรื่องทั้งหมดกับครอบครัวจึงขอร้องให้เชอเจียไท่เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน“เจียไท่ นายไปทำอะไรให้หลานโกรธหรือเปล่า คงเป็นเรื่องผู้หญิงอีกละสิ เพลา ๆ ซะบ้างเถอะนะ หาเมียเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว” ซือเฉิงซานเดินเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าเชอเจียไท่คล้ายคนคิดหนัก และคงไม่พ้นเรื่องของลูกสาวเขาอีกแน่ หากซืออี้เจินงอนขึ้นมาบางครั้งร่วมเดือนกว่าเชอเจียไท่จะง้อสำเร็จ“ฉันแก่ปูนนี้แล้วนะ นายคิดว่าฉันหมกมุ่นแต่เรื่องนั้นหรืออย่างไรหากนายไม่มีอะไรทำ ไปโรงงานตรวจสอบอาวุธเถอะ อาทิตย์หน้าจะมีส่งสินค้าไม่ใช่หรืออย่างไร”เชอเจียไท่ไม่อยากพูดด้วยเพราะกลัวหลุดเรื่องที่เขามีความสัมพันธ์กับซืออี้เจินขึ้นมา แม้อยากจะสารภาพกับเพื่อนที่เป็นพ่อตาเขาแค่ไหน แต่เพราะโดนสั่งห้ามไว้เลยไม่กล้า เลยพยายามไล่คนตรงหน้าไปไกล ๆ“นั่นมันหน้าที่ของนาย อย่ามาโยนให้ฉัน แต่ก่อนที่จะไปส่งสินค้าช่วยกรุณาไปง้อหลานสาวเสียด้วย ฉันละไม่ชินเลย อยู่ ๆ เจินเจินก
พบนายท่านโล่“จริงสิน้องสะใภ้ ผู้ดูแลภัตตาคารบอกว่าเนื้อกวางและอุ้งเท้าหมีเขาก็รับซื้อนะ ถ้ามาเป็นตัวได้ก็ดี หรือไม่ถ้าล่าได้แล้วแจ้งเขามา เขาจะส่งลูกน้องมาถึงที่เพราะรู้ดีว่าสัตว์ป่าพวกนี้ขนส่งลำบาก เขาถามพี่ว่า อยู่หมู่บ้านไหนพี่ก็บอกไป ทางผู้ดูแลบอกว่าจะส่งคนมารับให้ไปตาม ไ
เข้าป่าอีกครั้งเซี่ยเจียวหงกล่าวยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินเข้าครัวเพื่อทำมื้อเย็นและ คิดว่าต่อไปเธอต้องให้ทุกคนในบ้านหันมากินมื้อเที่ยงด้วย เพราะจะ ทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีน้ำมีนวลขึ้นอีกทั้งบ้านก็ไม่ได้ลำบากแล้วเช่นกัน ตอนนี้เธอเก็บเงินไว้ที่บ้านไม่เกินหนึ่งร้อยหยวนส่วนที่เหลือเธอนำไปฝากธนาคาร
ซือเฉิงซาน“นายช่วยส่งคนไปสืบดูสิว่าหญิงสาวเมื่อครู่นี้เป็นใคร ฉันคิดว่าเธอมีดีมากกว่าที่เราเห็น และสืบเรื่องของคนร้ายด้วยว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงเท็จแค่ไหน ช่วยเท่าที่ช่วยได้”นายท่านโล่หรือโล่หมิงควนอดีตเจ้าหน้าที่ของกองทัพระดับสูงที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าพ่อค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กองทัพอย่างถูกกฎหมาย
อย่าดูถูกกันสิแม้จะแปลกใจว่าลูกค้าคนนี้ต้องการกระดาษและดินสอไปทำไม แต่ก็ยังให้พนักงานไปหยิบมาให้แต่โดยดีและหาวิธีที่จะจัดการพนักงานของตัวเองที่ไม่ต้องมีเรื่องกระทบกับแม่สามีเซี่ยเจียวหงไม่พูดไม่จา เมื่อได้กระดาษและดินสอเธอจึงหาที่นั่งอย่างสงบและร่างแบบชุดขึ้นมาในทั้งสี่ใบ ความสามารถที่เธอมีจะบอกว







