LOGINเซี่ยโป๋ซวนและนางหานหยินไม่กล้าสู้หน้าชาวบ้าน นี่คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเซี่ยเจียวหงพูดคือเรื่องจริง เมื่อไม่กล้าสู้หน้าใครทั้งสองจึงรีบเผ่นกลับบ้านเซี่ยทันที
ทางด้านนางหลิงมู่เมื่อได้รู้ความจริงจึงมองลูกสะใภ้ดีขึ้นกับอดีตที่เคยกระทำกับเฉิงซานลูกชายของเธอ จากนั้นทุกคนบ้านซือและบ้านเซี่ยจึงนั่งทำงานและแบ่งเนื้อหมูกันต่อ เพื่อนำกลับไปทำอาหารเย็น
เย็นวันนี้เซี่ยเจียวหงจึงทำซุปปลา ไข่ตุ๋น และหมูตุ๋นพะโล้ให้ทุกคนได้ชิม ส่วนเนื้อหมูที่เหลือเธอนำมาหมักทิ้งไว้ก่อนแล้วค่อยทำพรุ่งนี้
“อร่อยไหมอาฝาน เจินเจิน”
เซี่ยเจียวหงหันมาถามลูกน้อยทั้งสองคนที่กินกันจนแก้มตุ่ยก่อนจะหันไปถามแม่สามีด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“อร่อยไหมทุกคน”
“อร่อยครับ / อร่อยค่ะ”
“อร่อยมากเลยอาหง ขอบใจมากนะ”
“แม่อย่าคิดมาก ในเมื่อฉันเป็นสะใภ้บ้านซือ แม่เป็นแม่สามีซึ่งไม่ต่างจากแม่แท้ ๆ ของฉันและฉันเองก็ไม่มีแม่ ส่วนทางบ้านเดิมมีก็เหมือนไม่มี ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะกตัญญูต่อแม่และจะดูแลทุกคนให้อยู่อย่างสบายเอง
จริงสิ พรุ่งนี้เราเข้าตำบลกันดีกว่าจะได้ซื้อของเข้าบ้านด้วยอีกทั้งเสื้อผ้าของทุกคนก็บางและไม่มีที่จะปะแล้ว ซื้อชุดใหม่คนละสามชุดเถอะนะ”
เซี่ยเจียวหงบอกแม่สามีเรื่องที่จะพาเข้าไปซื้อของที่ตำบลพรุ่งนี้ เธอจะได้ดูลู่ทางด้วยว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง ถ้าจะให้เข้าป่าล่าสัตว์ตลอดคงไม่ใช่ เพราะถ้าเกิดวันไหนสามีพาผู้หญิงคนใหม่กลับมาเธอคิดว่าคงต้องย้ายไปจากบ้านหลังนี้
ส่วนเรื่องลูกทั้งสองคนเธอยังคิดที่จะพาไปด้วย แต่ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของอาฝานและเจินเจินว่าต้องการจะไปอยู่กับเธอไหม
“ของแม่ไม่ต้องหรอกอาหง ซื้อให้อาฝานและเจินเจินเถอะ เสื้อผ้าแม่ยังใส่ได้ เดี๋ยวก็ต้องสร้างบ้านอีก อย่าสิ้นเปลืองเลย”
นางหลิงมู่เอ่ยกับลูกสะใภ้ เธอไม่ค่อยได้ออกจากหมู่บ้านมากนัก จึงคิดว่าไม่จำเป็นเรื่องที่จะซื้อเสื้อผ้าใหม่
“แม่รู้ว่าวันนี้เราขายเนื้อหมูได้เท่าไร ต่อให้สร้างบ้านอีกพันหยวนเงินเก็บเราก็ยังเหลือ แค่ซื้อเสื้อผ้าไม่กี่หยวนคงไม่เป็นอะไรหรอก” เซี่ยเจียวหงยังคงคะยั้นคะยอแม่สามี
“มันแพงนะอาหง เสื้อผ้าผู้ใหญ่ชุดหนึ่งก็สิบกว่าหยวนไปแล้ว”
นางหลิงมู่ยังคงค้านหัวชนฝา แม้ว่าลูกสะใภ้มีเงินมากมายเธอก็ไม่อยากให้ใช้จ่ายที่สิ้นเปลือง
“แม่คะ แม่ฟังฉันนะ หลังจากที่กลับมาจากตำบล ฉันตั้งใจว่าจะเข้าป่าอีกครั้ง และนำมาขายให้กับภัตตาคารที่รับซื้อของป่าอย่างที่พี่ใหญ่กวงบอก แม้ว่าจะได้น้อยกว่าที่เราขายชาวบ้าน แต่ก็ยังดีกว่าที่จะอยู่เฉย
อีกทั้งร่างกานยฉันอ้วนขนาดนี้ฉันเองก็อยากผอมเหมือน หญิงสาวทั่วไป การเข้าป่าเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง และฉันตั้งใจว่าจะขึ้นเขาตัดไม้มาทำรถเข็นเผื่อว่าจะทำอาหารขายได้ในแต่ละวัน และวัตถุดิบฉันก็จะเอามาจากป่านั่นแหละ วันนี้หาอะไรได้ก็ค่อยคิดหาเมนูว่าจะขายอะไร แม่ว่าดีไหม”
เซี่ยเจียวหงมองว่าการขายอาหารริมทางเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะ ทำให้มีรายได้ วันไหนเข้าป่าก็หยุดขาย และวันไหนหาอะไรได้ค่อยมาคิดเมนูว่าจะขายอะไร เก็บเงินได้สักก้อน หลังจากสร้างบ้านเสร็จค่อยดูทำเลในตำบลเพื่อเปิดร้านถาวร นางหลิงมู่เมื่อขัดไม่ได้จึงพยักหน้ารับ
หลังจากที่มื้อเย็นผ่านพ้นไปเซี่ยเจียวหงจึงเก็บอาหารเข้าครัวและเก็บถ้วยชามไปล้าง แต่กลับมีสองแฝดอาสาจะช่วยด้วย
“ผมกับน้องช่วยนะครับแม่”
“ไม่เป็นไร อาฝานไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนดีกว่า อากาศ เริ่มเย็นแล้ว แม่ทำเอง แต่ถ้าวันไหนอากาศไม่เย็นอาฝานกับเจินเจิน ค่อยมาช่วยแม่ดีไหม”
เซี่ยเจียวหงบอกลูกน้อยทั้งสองคนอย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นลูกทั้งสองคนพยักหน้ารับจึงก้มหน้าล้างถ้วยชามต่อ จากนั้นจึงไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้านอน
วันต่อมาเซี่ยเจียวหงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง หลังจากที่ชำระร่างกายแล้วจึงรีบเข้าครัวเพื่อมาเตรียมอาหารให้ทุกคน เพราะว่าวันนี้เธอจะพาแม่สามีและลูกทั้งสองเข้าตำบลเพื่อจับจ่ายซื้อของเข้าบ้านและซื้อเสื้อผ้าใหม่
นางหลิงมู่ตื่นขึ้นมาเพื่อจะเข้าครัวเช่นกัน แต่พอมาถึงกลับเจอลูกสะใภ้ยืนทำอาหารอยู่ก่อนแล้ว ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอคิดถึงลูกชายที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้ขาดการติดต่อไป
“เฉิงซาน แม่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก แต่ถ้าลูกรับรู้ได้ ขอให้ลูกรีบกลับมาบ้านเถอะนะ ตอนนี้อาหงได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว ลูกกลับมาช่วยกันทำมาหากินที่บ้านดีกว่า ครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้าเสียที อาฝานและเจินเจินก็โตขึ้นทุกวันแถมจำหน้าพ่อไม่ได้เสียด้วย แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน”
ยิ่งพูดยิ่งน้ำตาไหลเพราะคิดถึงลูกชายจับใจ หากต้องแลกกับเงินที่ลูกชายหามากับให้ลูกชายกลับมาอย่างปลอดภัย เธอขอเลือกอยู่อย่างลำบากเช่นเดิม แต่ขอให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า
เซี่ยเจียวหงมีความรู้สึกเหมือนมีคนอยู่ด้านหลังจึงหันกลับไปมอง ภาพที่เห็นกลับเป็นแม่สามีที่ยืนเช็ดน้ำตาอยู่ เธอจึงวางมือแล้วรีบเดินเข้ามาปลอบโยน
“แม่กำลังเป็นห่วงพี่เฉิงซานใช่ไหม”
“อืม แม่กลัวว่าจะเกิดเรื่องกับเฉิงซาน” นางหลิงมู่กล่าวอย่างไม่ปิดบัง
“รอดูอีกสักหน่อย หากพี่เฉิงซานยังไม่ติดต่อกลับมา ฉันจะลองไปสืบหาดูว่าพี่เฉิงซานไปทำงานที่ไหน แล้วฉันจะเดินทางไปตามหา ด้วยตัวเอง แต่ถ้าพี่เฉิงซานมีคนรักใหม่หรือครอบครัวใหม่ แม่ไม่โกรธฉันใช่ไหมที่ฉันจะหย่ากับพี่เฉิงซาน”
เซี่ยเจียวหงลองเชิงแม่สามีอีกครั้ง เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
“ถ้าเฉิงซานไม่รักดีก็ปล่อยเขาไป แม่ไม่ต้องการลูกชั่วแบบนั้นอีก แต่แม่พูดอย่างไม่อายปาก อาหงอย่าไล่แม่ไปอยู่ที่อื่นเลยนะ แม่ห่างจากหลานทั้งสองคนไม่ได้จริง ๆ”
ในเมื่อถ้าลูกชายคิดชั่วทอดทิ้งลูกเมียให้อยู่บ้านโดยที่ตัวเองมีครอบครัวใหม่ ต่อให้เธอรักลูกชายมากแค่ ไหน เธอก็พร้อมจะตัดขาดเช่นกัน เธอไม่เคยสอนให้ลูกทำชั่วหรือว่ามีหลายเมีย
“ฉันไม่ทิ้งแม่ไปไหนหรอกค่ะ อาฝานและเจินเจินรักย่าของพวกเขามาก ถ้าแม่คิดจะอยู่กับฉันและสองแฝดฉันก็ยินดีที่จะดูแลแม่เหมือนแม่แท้ ๆ ตลอดไป”
เซี่ยเจียวหงให้คำมั่นสัญญา ถ้าแม่สามีตัดสินใจที่จะอยู่กับเธอถ้าพี่เฉิงซานมีครอบครัวใหม่จริง ๆ เธอก็พร้อมจะดูแลทุกคนด้วยตัวเอง
นางหลิงมู่ซบหน้ากับฝ่ามือตัวเองร้องไห้อย่างไม่อาย ไม่คิดว่าลูกสะใภ้ที่เธอไม่ค่อยชอบจะรับปากว่าจะเลี้ยงดูตัวเอง หากลูกชายตัวดี ทำผิดต่อลูกและภรรยา แต่เธอก็ยังหวังว่าเฉิงซานจะไม่ได้เป็นอย่างที่ลูกสะใภ้สงสัย
เมื่อเห็นว่าแม่สามีสงบลงแล้วเซี่ยเจียวหงจึงกลับมาทำอาหารเช้าต่อและไหว้วานให้แม่สามีไปปลุกสองแฝดเพื่ออาบน้ำแต่งตัวจะได้มากินอาหารเช้ากันก่อนที่จะเข้าตำบล
เซี่ยเจียวหงล็อกประตูหน้าบ้านเรียบร้อยก่อนจะเดินมาหาแม่สามีและลูกทั้งสองคนที่รออยู่ จากนั้นทั้งสี่คนจึงเดินไปรอเกวียนประจำหมู่บ้านเพื่อเข้าตำบล แต่พอมาถึงกลับเจอกวงฮ่าวจื่อยืนรอเกวียนอยู่เช่นกัน
“อาจื่อจะไปไหนหรือ” นางหลิงมู่ทักทายด้วยรอยยิ้ม
“จะเข้าไปซื้อของครับป้าซือ และจะเข้าไปหาผู้รับเหมาให้กับน้องสะใภ้ด้วย แล้วนี่จะไปตำบลกันหรือครับ”
กวงฮ่าวจื่อตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เมื่อวานครอบครัวเขาได้เงินจากเซี่ยเจียวหงรวมกันแล้วตั้งร้อยห้าสิบหยวน วันนี้ในเมื่อต้องเข้ามาหาผู้รับเหมาให้น้องสะใภ้ เขาเลยตั้งใจจะไปซื้อของเข้าบ้านด้วย เมื่อวานตอนเย็นเป็นมื้ออาหารที่ทำให้พวกเขาแทบหลั่งน้ำตา เพราะไม่ได้กินของดี ๆ แบบนี้นานแล้ว ส่วนภรรยาของเขาก็ดีใจที่ได้กินของบำรุงเช่นกัน
ตอนพิเศษ 9“ทางด้านเจ้าสาวล่ะครับ” พิธีการหันมาถามเจ้าสาวอย่างซืออี้เจินอีกครั้ง“สำหรับเจินเจินนั้นไม่รู้ว่าความรักระหว่างชายหญิงนั้นคืออะไร แต่เจินเจินหวงลุงเจียไท่ทุกครั้งที่เขามีเรื่องหญิงสาวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเมื่อรู้ว่าความรู้สึกที่เจินเจินมีต่อลุงเจียไท่ไม่ใช่ความรู้สึกที่หลานสาวคนหนึ่งมอบให้ลุงที่เลี้ยงดูและดูมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เจินเจินอยากเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมเพื่ออยู่เคียงข้างลุงเจียไท่ในอนาคต”ซืออี้เจินส่งสายตาหวานฉ่ำไปให้สามีสุดที่รัก“ดังนั้นเจินเจินจึงพัฒนาตัวเอง และเรียนรู้งานทุกอย่างตั้งแต่มัธยม เพื่อหวังว่าวันหนึ่งจะดีพร้อมและสามารถอยู่เคียงข้างลุงนอกสายเลือดคนนี้ได้โดยไม่อายใคร เจินเจินรักลุงเจียไท่ค่ะ”ซืออี้เจินกวาดสายตามองไปในงาน และกลับมามองสามีด้วยความรักอีกครั้ง“เจินเจินไม่อายหากใครจะมองว่าเจินเจินมีสามีแก่คราวพ่อเจินเจินไม่สนใจหากใครจะคิดว่าเจินเจินต้องการทรัพย์สินของสามี ความรักระหว่างเจินเจินและลุงเจียไท่ที่มีให้กันไม่ได้ทำให้เจินเจินใช้ชีวิตอย่างลำบาก เจินเจินไม่กลัวว่าใครจะมองว่าเจินเจินคือจุดอ่อนของลุงเจียไท่ แต่สิ่งที่เจิน
ตอนพิเศษ 8ยิ่งม่านฟางหลินได้ยินผู้จัดการตัวเองพูด ยิ่งไม่ชอบใจเท่าไรในเมื่อเธอมาก่อนต่อให้เป็นคู่นอนแล้วอย่างไร นังเด็กนั่นไม่เหมาะสมกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว“แต่ฉันมาก่อนนังเด็กนั่น ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคุณหนูตระกูลซือ นังนั่นไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว”“เหมาะสมหรือไม่เธอหรือฉันไม่ใช่คนตัดสินใจ หลังจากวันนั้นเธอยังมองไม่ออกอีกหรือว่าคุณเจียไท่รู้สึกและคิดอย่างไรกับคุณหนูซือ แม้ว่าคุณหนูซือคนนั้นจะประกาศว่าไม่ขอร่วมงานกับนางแบบชื่อม่านฟางหลิง แต่สุดท้ายคนที่มาจัดการคือคุณเจียไท่ เรื่องนี้คนรู้จักฉันบอกมาเอง ฉันว่าเธออย่าไปยุ่งเลย เพราะคุณเจียไท่ไม่ใช่คนที่พวกเราจะแตะต้องได้”ผู้จัดการย่าหยางเอ่ยเตือน แต่ถ้ายังไม่ฟังกัน คงต้องทางใครทางมันกันแล้วม่านฟางหลิงนั่งเงียบ เธอรู้ดีว่าคุณเจียไท่น่ากลัวแค่ไหน เพียงแค่เธอมีเรื่องกับนังเด็กนั่นแต่เขากลับตัดเส้นทางสายอาชีพของเธอแทบไม่เหลือ และถ้าครั้งนี้เธอยังก่อเรื่องอีก แม้แต่ชีวิตคงรักษาไว้ไม่ได้“ไม่จริง! คุณเจียไท่กับเด็กสาวคนนั้นเป็นลุงกับหลานกันจะแต่งงานกันได้อย่างไร”สาวสังคมจับกลุ่มคุยกัน แต่ละคนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ข่าวออกว่า
ตอนพิเศษ 7ทันทีที่วิ่งเข้ามาซืออี้เจินเจอหน้าคนที่ที่นอนลืมตามองมาทางเธอด้วยสายตามที่อ่อนโยน“เจินเจิน”“ลุงเจียไท่”ซืออี้เจินวิ่งเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มจนคนดูแลที่วิ่งตามมาต้องร้องห้าม เพราะรู้ดีว่าคุณหนูกำลังท้องลูกของเจ้านายอยู่“คุณหนูอย่าวิ่งครับ คุณหนูกำลังท้องอยู่นะครับ”เชอเจียไท่มองเมียตัวน้อยด้วยสายตาที่ตกตะลึงปนดีใจ“เจินเจิน”“ค่ะ เจินเจินท้องลูกของเราได้สามเดือนแล้ว แต่งงานกันนะคะลุงเจียไท่ สามีสุดที่รักของเจินเจิน”“ลูก เรากำลังจะมีลูกใช่ไหม”“ใช่ค่ะ ลุงเจียไท่กำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว ดีใจไหม”ซืออี้เจินลุกมานั่งปกติ และยิ้มตาหยีให้เขา“เดี๋ยวก่อนนะ ในเมื่อรู้ว่าท้อง ทำไมยังวิ่งขนาดนั้น แล้วไม่ดูแลตัวเองเลย ถ้าลูกไหลขึ้นมาจะทำอย่างไร”เชอเจียไท่แม้ใบหน้ายังซีดเซียวแต่ไม่วายที่จะดุเมียตัวน้อยของตน“ก็เจินเจินดีใจนี่คะที่ลุงเจียไท่ฟื้นแล้ว เจนเจินเกือบจะตามพ่อกับแม่ไปจัดการคนที่ทำร้ายสามีของเจินเจินแล้วเหมือนกันถ้าพี่หลงไม่มาตามเสียก่อน”“ยังจะเถียงอีก แล้วจะไปเผชิญอันตรายอย่างนั้นได้อย่างไรลุงปลอดภัยดีแล้ว เจินเจินอย่าทำให้ลุงเป็นห่วงได้ไหม โตจนเป็นแม่คนแล้วนะ อีกทั้งในท้องก็ย
ตอนพิเศษ 6เชอเจียไท่เปิดประตูเขามาเมื่อไม่เห็นเมียตัวน้อยก็เดินหาทั่วห้อง แต่ไม่นานร่างบางจึงเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสายเดี่ยวตัวบางที่แนบลำตัวจนเห็นทุกสัดส่วน ชายหนุ่มทำเพียงกลืนน้ำลายลงคอ นี่เมียตัวน้อยตั้งใจจะยั่วเขาใช่ไหม“มาแล้วหรือคะ” ซืออี้เจินเงยหน้ามายิ้มหวานและถามคนรัก“ครับ ลุงเอานมมาให้ดื่มก่อนนอน”ซืออี้เจินรับแก้วนมมาดื่มจนหมด เมื่อมีคราบนมเลอะที่ปาก หญิงสาวจึงใช้ลิ้นตวัดเลียริมฝีปากจนหมดแทบไม่เหลือ ก่อนจะเดินนวยนาดเข้ามายืนตรงหน้าของชายหนุ่ม“เจินเจินกินนมหมดแล้ว แล้วลุงเจียไท่พร้อมจะกินนมหรือยังคะ”ไม่เพียงพูดเปล่าแต่เธอกลับคว้ามือหนามาจับที่หน้าอกของเธอทั้งสองข้าง และบีบเคล้นเบา ๆ ใบหน้าของซืออี้เจินในตอนนี้ช่างยั่วยวนนัก พร้อมกับส่งเสียงครางเล็กน้อย“อืม อ๊ะ”“คิดจะยั่วตาแก่คนนี้หรือ” เชอเจียไท่ถามกลับเสียงพร่า ซืออี้เจินไม่ตอบ แต่กลับปีนขึ้นเตียงพร้อมกับถอดชุดนอนแล้วนั่งคุกเข่า พร้อมกับกวักมือเรียกและกัดปากเล็กน้อย“แบบนี้สิคะ ถึงจะเรียกว่ายั่ว”ไม่รู้ว่าซืออี้เจินเอาความกล้ามาจากไหน เธอใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ร่างกายตัวเอง มืออีกข้างเลื่อนลงมาตรงดอกไม้งามแล้วถ
ตอนพิเศษ 5เชอเจียไท่ไม่สนใจใครอยู่แล้ว สิ่งที่เขาต้องรักษาคือความรู้สึกของเมียตัวน้อย อดีตเขาไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ อีกทั้งเขาอายุปูนนี้แล้วถ้าไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางร่างกายกับหญิงสาวคนไหนเลยคงต้องบวชพระถือศีลแล้วล่ะ“จบนะคะ ในเมื่อลุงเจียไท่บอกว่าไม่รู้จักคุณ”ซืออี้เจินไม่อยากมีเรื่อง เพราะดูจากหญิงสาวตรงหน้าและการแต่งตัวคงจะมาถ่ายแบบหรือเดินแบบ ดังนั้นจึงไม่ให้อยากมีเรื่องเกิดขึ้นบนหน้าหนึ่งว่า ลูกสาวของตระกูลซือตบตีกับนางแบบกลางห้างดัง เธอไม่รู้จะตอบพ่อกับแม่ ตาโล่ และย่าอย่างไรเมื่อได้ยินซืออี้เจินเรียกเชอเจียไท่ว่าลุง ใบหน้าของม่านฟางหลิงจึงดูดีขึ้น“เธอเป็นหลานของคุณเจียไท่หรือ มิน่าล่ะดูยังเด็กอยู่”“จะใช่หลานหรือไม่ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคุณ แต่หลังจากนี้ไปลุงเจียไท่จะไม่ข้องเกี่ยวกับหญิงสาวคนไหนอีก เพราะฉันหวง จำไว้”ซืออี้เจินไม่ยอมตอบว่าเธอเป็นใคร เพียงแค่ประกาศว่าเธอหวงชายที่ชื่อเชอเจียไท่คนนี้มาก ทำให้เชอเจียไท่มองซืออี้เจินดวงตาเป็นประกายพร้อมกับมีรอยยิ้มในแววตาซึ่งนั่นแทบจะไม่มีใครเคยได้เห็นและสัมผัสความอิจฉาริษยาจึงเกิดขึ้นในใจอีกครั้ง เธอเห็นว่านักข่าวเดินมาทางนี้จึง
ตอนพิเศษ 4หลังจากวันนั้นนี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วที่ซืออี้เจินพยายามหลบหน้าของเชอเจียไท่ จนคนในบ้านเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคนสองคน แต่เพราะเช้าวันนั้นซืออี้เจินบอกว่าเธอยังไม่พร้อมบอกเรื่องทั้งหมดกับครอบครัวจึงขอร้องให้เชอเจียไท่เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน“เจียไท่ นายไปทำอะไรให้หลานโกรธหรือเปล่า คงเป็นเรื่องผู้หญิงอีกละสิ เพลา ๆ ซะบ้างเถอะนะ หาเมียเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว” ซือเฉิงซานเดินเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าเชอเจียไท่คล้ายคนคิดหนัก และคงไม่พ้นเรื่องของลูกสาวเขาอีกแน่ หากซืออี้เจินงอนขึ้นมาบางครั้งร่วมเดือนกว่าเชอเจียไท่จะง้อสำเร็จ“ฉันแก่ปูนนี้แล้วนะ นายคิดว่าฉันหมกมุ่นแต่เรื่องนั้นหรืออย่างไรหากนายไม่มีอะไรทำ ไปโรงงานตรวจสอบอาวุธเถอะ อาทิตย์หน้าจะมีส่งสินค้าไม่ใช่หรืออย่างไร”เชอเจียไท่ไม่อยากพูดด้วยเพราะกลัวหลุดเรื่องที่เขามีความสัมพันธ์กับซืออี้เจินขึ้นมา แม้อยากจะสารภาพกับเพื่อนที่เป็นพ่อตาเขาแค่ไหน แต่เพราะโดนสั่งห้ามไว้เลยไม่กล้า เลยพยายามไล่คนตรงหน้าไปไกล ๆ“นั่นมันหน้าที่ของนาย อย่ามาโยนให้ฉัน แต่ก่อนที่จะไปส่งสินค้าช่วยกรุณาไปง้อหลานสาวเสียด้วย ฉันละไม่ชินเลย อยู่ ๆ เจินเจินก
หมาป่าจอมหิวโหย NC+“อาฝานกับเจินเจินไม่อยากมีน้องแล้วหรือ ถ้าลูกอยากมีน้องต้องไม่งอแง และนอนห้องของตัวเอง ไม่อย่างนั้นน้องจะไม่มา”สองพี่น้องมองหน้ากันและครุ่นคิดจนคิ้วขมวด เซี่ยเจียวหงกลั้นขำกับความหน้ามึนของสามี มีที่ไหนเอาเรื่องนี้มาอ้างกับลูก“แล้วน้องจะมาเมื่อไรคะ” ซืออี้เจินเอ่ยถาม“พ่อตอบไม
มีคนหนุนหลังการใช้ชีวิตของบ้านซือและบ้านกวงยังคงดำเนินไปตามปกติในทุก ๆ วัน เซี่ยเจียวหงและทุกคงยังคงทำอาหารไปขายที่ตลาด แม้ว่าเงินจะได้ไม่มากเท่าเข้าป่าล่าสัตว์ แต่ทุกคนพอใจกับสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้ จากตอนแรกตั้งใจว่าจะขายของวันเว้นวันเพื่อวันหยุดจะได้เข้าป่าล่าสัตว์แต่กลายเป็นว่าลูกค้าเรียกร้อ
ค้าขายแบบแผงลอยแค่รู้ราคาเซี่ยเจียวหงก็กระโดดลงมาจากต้นไม้ ดีหน่อยที่ตอนนี้น้ำหนักเธอลดลงไปบ้าง และคุ้นชินกับร่างนี้เลยทำให้รู้ว่าต้องทำอย่างไร นางหลิงมู่เหมือนจะรู้ความคิดของลูกสะใภ้จึงร้องห้ามเสียงหลง“อย่าอาหง มันอันตรายเกินไป”“แม่เชื่อใจฉันนะ ฉันไม่เป็นอะไร พี่ใหญ่กวงรีบหาทางหลบไปตามเถ้าแก่ภั
เตรียมค้าขายกวงฮ่าวจื่อไม่พูดอะไร แม้อยากจะถามเธอก็ตาม เขาทำเพียงค้อมหัวให้นายท่านโล่และเดินตามหลังเซี่ยเจียวหง แต่พอทั้งสองคนกำลังจะก้าวพ้นประตูห้อง กลับได้ยินเสียงของนายท่านโล่ดังขึ้น“ฉันต้องการให้เธอมาทำงานด้วย ฉันเชื่อตามสัญชาตญาณว่า เธอมีดีกว่าที่เห็น และจงจำไว้ว่าฉันนายท่านโล่ติดหนี







