Masukเซี่ยโป๋ซวนและนางหานหยินไม่กล้าสู้หน้าชาวบ้าน นี่คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเซี่ยเจียวหงพูดคือเรื่องจริง เมื่อไม่กล้าสู้หน้าใครทั้งสองจึงรีบเผ่นกลับบ้านเซี่ยทันที
ทางด้านนางหลิงมู่เมื่อได้รู้ความจริงจึงมองลูกสะใภ้ดีขึ้นกับอดีตที่เคยกระทำกับเฉิงซานลูกชายของเธอ จากนั้นทุกคนบ้านซือและบ้านเซี่ยจึงนั่งทำงานและแบ่งเนื้อหมูกันต่อ เพื่อนำกลับไปทำอาหารเย็น
เย็นวันนี้เซี่ยเจียวหงจึงทำซุปปลา ไข่ตุ๋น และหมูตุ๋นพะโล้ให้ทุกคนได้ชิม ส่วนเนื้อหมูที่เหลือเธอนำมาหมักทิ้งไว้ก่อนแล้วค่อยทำพรุ่งนี้
“อร่อยไหมอาฝาน เจินเจิน”
เซี่ยเจียวหงหันมาถามลูกน้อยทั้งสองคนที่กินกันจนแก้มตุ่ยก่อนจะหันไปถามแม่สามีด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“อร่อยไหมทุกคน”
“อร่อยครับ / อร่อยค่ะ”
“อร่อยมากเลยอาหง ขอบใจมากนะ”
“แม่อย่าคิดมาก ในเมื่อฉันเป็นสะใภ้บ้านซือ แม่เป็นแม่สามีซึ่งไม่ต่างจากแม่แท้ ๆ ของฉันและฉันเองก็ไม่มีแม่ ส่วนทางบ้านเดิมมีก็เหมือนไม่มี ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะกตัญญูต่อแม่และจะดูแลทุกคนให้อยู่อย่างสบายเอง
จริงสิ พรุ่งนี้เราเข้าตำบลกันดีกว่าจะได้ซื้อของเข้าบ้านด้วยอีกทั้งเสื้อผ้าของทุกคนก็บางและไม่มีที่จะปะแล้ว ซื้อชุดใหม่คนละสามชุดเถอะนะ”
เซี่ยเจียวหงบอกแม่สามีเรื่องที่จะพาเข้าไปซื้อของที่ตำบลพรุ่งนี้ เธอจะได้ดูลู่ทางด้วยว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง ถ้าจะให้เข้าป่าล่าสัตว์ตลอดคงไม่ใช่ เพราะถ้าเกิดวันไหนสามีพาผู้หญิงคนใหม่กลับมาเธอคิดว่าคงต้องย้ายไปจากบ้านหลังนี้
ส่วนเรื่องลูกทั้งสองคนเธอยังคิดที่จะพาไปด้วย แต่ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของอาฝานและเจินเจินว่าต้องการจะไปอยู่กับเธอไหม
“ของแม่ไม่ต้องหรอกอาหง ซื้อให้อาฝานและเจินเจินเถอะ เสื้อผ้าแม่ยังใส่ได้ เดี๋ยวก็ต้องสร้างบ้านอีก อย่าสิ้นเปลืองเลย”
นางหลิงมู่เอ่ยกับลูกสะใภ้ เธอไม่ค่อยได้ออกจากหมู่บ้านมากนัก จึงคิดว่าไม่จำเป็นเรื่องที่จะซื้อเสื้อผ้าใหม่
“แม่รู้ว่าวันนี้เราขายเนื้อหมูได้เท่าไร ต่อให้สร้างบ้านอีกพันหยวนเงินเก็บเราก็ยังเหลือ แค่ซื้อเสื้อผ้าไม่กี่หยวนคงไม่เป็นอะไรหรอก” เซี่ยเจียวหงยังคงคะยั้นคะยอแม่สามี
“มันแพงนะอาหง เสื้อผ้าผู้ใหญ่ชุดหนึ่งก็สิบกว่าหยวนไปแล้ว”
นางหลิงมู่ยังคงค้านหัวชนฝา แม้ว่าลูกสะใภ้มีเงินมากมายเธอก็ไม่อยากให้ใช้จ่ายที่สิ้นเปลือง
“แม่คะ แม่ฟังฉันนะ หลังจากที่กลับมาจากตำบล ฉันตั้งใจว่าจะเข้าป่าอีกครั้ง และนำมาขายให้กับภัตตาคารที่รับซื้อของป่าอย่างที่พี่ใหญ่กวงบอก แม้ว่าจะได้น้อยกว่าที่เราขายชาวบ้าน แต่ก็ยังดีกว่าที่จะอยู่เฉย
อีกทั้งร่างกานยฉันอ้วนขนาดนี้ฉันเองก็อยากผอมเหมือน หญิงสาวทั่วไป การเข้าป่าเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง และฉันตั้งใจว่าจะขึ้นเขาตัดไม้มาทำรถเข็นเผื่อว่าจะทำอาหารขายได้ในแต่ละวัน และวัตถุดิบฉันก็จะเอามาจากป่านั่นแหละ วันนี้หาอะไรได้ก็ค่อยคิดหาเมนูว่าจะขายอะไร แม่ว่าดีไหม”
เซี่ยเจียวหงมองว่าการขายอาหารริมทางเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะ ทำให้มีรายได้ วันไหนเข้าป่าก็หยุดขาย และวันไหนหาอะไรได้ค่อยมาคิดเมนูว่าจะขายอะไร เก็บเงินได้สักก้อน หลังจากสร้างบ้านเสร็จค่อยดูทำเลในตำบลเพื่อเปิดร้านถาวร นางหลิงมู่เมื่อขัดไม่ได้จึงพยักหน้ารับ
หลังจากที่มื้อเย็นผ่านพ้นไปเซี่ยเจียวหงจึงเก็บอาหารเข้าครัวและเก็บถ้วยชามไปล้าง แต่กลับมีสองแฝดอาสาจะช่วยด้วย
“ผมกับน้องช่วยนะครับแม่”
“ไม่เป็นไร อาฝานไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนดีกว่า อากาศ เริ่มเย็นแล้ว แม่ทำเอง แต่ถ้าวันไหนอากาศไม่เย็นอาฝานกับเจินเจิน ค่อยมาช่วยแม่ดีไหม”
เซี่ยเจียวหงบอกลูกน้อยทั้งสองคนอย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นลูกทั้งสองคนพยักหน้ารับจึงก้มหน้าล้างถ้วยชามต่อ จากนั้นจึงไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้านอน
วันต่อมาเซี่ยเจียวหงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง หลังจากที่ชำระร่างกายแล้วจึงรีบเข้าครัวเพื่อมาเตรียมอาหารให้ทุกคน เพราะว่าวันนี้เธอจะพาแม่สามีและลูกทั้งสองเข้าตำบลเพื่อจับจ่ายซื้อของเข้าบ้านและซื้อเสื้อผ้าใหม่
นางหลิงมู่ตื่นขึ้นมาเพื่อจะเข้าครัวเช่นกัน แต่พอมาถึงกลับเจอลูกสะใภ้ยืนทำอาหารอยู่ก่อนแล้ว ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอคิดถึงลูกชายที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้ขาดการติดต่อไป
“เฉิงซาน แม่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก แต่ถ้าลูกรับรู้ได้ ขอให้ลูกรีบกลับมาบ้านเถอะนะ ตอนนี้อาหงได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว ลูกกลับมาช่วยกันทำมาหากินที่บ้านดีกว่า ครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้าเสียที อาฝานและเจินเจินก็โตขึ้นทุกวันแถมจำหน้าพ่อไม่ได้เสียด้วย แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน”
ยิ่งพูดยิ่งน้ำตาไหลเพราะคิดถึงลูกชายจับใจ หากต้องแลกกับเงินที่ลูกชายหามากับให้ลูกชายกลับมาอย่างปลอดภัย เธอขอเลือกอยู่อย่างลำบากเช่นเดิม แต่ขอให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า
เซี่ยเจียวหงมีความรู้สึกเหมือนมีคนอยู่ด้านหลังจึงหันกลับไปมอง ภาพที่เห็นกลับเป็นแม่สามีที่ยืนเช็ดน้ำตาอยู่ เธอจึงวางมือแล้วรีบเดินเข้ามาปลอบโยน
“แม่กำลังเป็นห่วงพี่เฉิงซานใช่ไหม”
“อืม แม่กลัวว่าจะเกิดเรื่องกับเฉิงซาน” นางหลิงมู่กล่าวอย่างไม่ปิดบัง
“รอดูอีกสักหน่อย หากพี่เฉิงซานยังไม่ติดต่อกลับมา ฉันจะลองไปสืบหาดูว่าพี่เฉิงซานไปทำงานที่ไหน แล้วฉันจะเดินทางไปตามหา ด้วยตัวเอง แต่ถ้าพี่เฉิงซานมีคนรักใหม่หรือครอบครัวใหม่ แม่ไม่โกรธฉันใช่ไหมที่ฉันจะหย่ากับพี่เฉิงซาน”
เซี่ยเจียวหงลองเชิงแม่สามีอีกครั้ง เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
“ถ้าเฉิงซานไม่รักดีก็ปล่อยเขาไป แม่ไม่ต้องการลูกชั่วแบบนั้นอีก แต่แม่พูดอย่างไม่อายปาก อาหงอย่าไล่แม่ไปอยู่ที่อื่นเลยนะ แม่ห่างจากหลานทั้งสองคนไม่ได้จริง ๆ”
ในเมื่อถ้าลูกชายคิดชั่วทอดทิ้งลูกเมียให้อยู่บ้านโดยที่ตัวเองมีครอบครัวใหม่ ต่อให้เธอรักลูกชายมากแค่ ไหน เธอก็พร้อมจะตัดขาดเช่นกัน เธอไม่เคยสอนให้ลูกทำชั่วหรือว่ามีหลายเมีย
“ฉันไม่ทิ้งแม่ไปไหนหรอกค่ะ อาฝานและเจินเจินรักย่าของพวกเขามาก ถ้าแม่คิดจะอยู่กับฉันและสองแฝดฉันก็ยินดีที่จะดูแลแม่เหมือนแม่แท้ ๆ ตลอดไป”
เซี่ยเจียวหงให้คำมั่นสัญญา ถ้าแม่สามีตัดสินใจที่จะอยู่กับเธอถ้าพี่เฉิงซานมีครอบครัวใหม่จริง ๆ เธอก็พร้อมจะดูแลทุกคนด้วยตัวเอง
นางหลิงมู่ซบหน้ากับฝ่ามือตัวเองร้องไห้อย่างไม่อาย ไม่คิดว่าลูกสะใภ้ที่เธอไม่ค่อยชอบจะรับปากว่าจะเลี้ยงดูตัวเอง หากลูกชายตัวดี ทำผิดต่อลูกและภรรยา แต่เธอก็ยังหวังว่าเฉิงซานจะไม่ได้เป็นอย่างที่ลูกสะใภ้สงสัย
เมื่อเห็นว่าแม่สามีสงบลงแล้วเซี่ยเจียวหงจึงกลับมาทำอาหารเช้าต่อและไหว้วานให้แม่สามีไปปลุกสองแฝดเพื่ออาบน้ำแต่งตัวจะได้มากินอาหารเช้ากันก่อนที่จะเข้าตำบล
เซี่ยเจียวหงล็อกประตูหน้าบ้านเรียบร้อยก่อนจะเดินมาหาแม่สามีและลูกทั้งสองคนที่รออยู่ จากนั้นทั้งสี่คนจึงเดินไปรอเกวียนประจำหมู่บ้านเพื่อเข้าตำบล แต่พอมาถึงกลับเจอกวงฮ่าวจื่อยืนรอเกวียนอยู่เช่นกัน
“อาจื่อจะไปไหนหรือ” นางหลิงมู่ทักทายด้วยรอยยิ้ม
“จะเข้าไปซื้อของครับป้าซือ และจะเข้าไปหาผู้รับเหมาให้กับน้องสะใภ้ด้วย แล้วนี่จะไปตำบลกันหรือครับ”
กวงฮ่าวจื่อตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เมื่อวานครอบครัวเขาได้เงินจากเซี่ยเจียวหงรวมกันแล้วตั้งร้อยห้าสิบหยวน วันนี้ในเมื่อต้องเข้ามาหาผู้รับเหมาให้น้องสะใภ้ เขาเลยตั้งใจจะไปซื้อของเข้าบ้านด้วย เมื่อวานตอนเย็นเป็นมื้ออาหารที่ทำให้พวกเขาแทบหลั่งน้ำตา เพราะไม่ได้กินของดี ๆ แบบนี้นานแล้ว ส่วนภรรยาของเขาก็ดีใจที่ได้กินของบำรุงเช่นกัน
ให้คำมั่นสัญญาเซี่ยโป๋ซวนและนางหานหยินไม่กล้าสู้หน้าชาวบ้าน นี่คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเซี่ยเจียวหงพูดคือเรื่องจริง เมื่อไม่กล้าสู้หน้าใครทั้งสองจึงรีบเผ่นกลับบ้านเซี่ยทันทีทางด้านนางหลิงมู่เมื่อได้รู้ความจริงจึงมองลูกสะใภ้ดีขึ้นกับอดีตที่เคยกระทำกับเฉิงซานลูกชายของเธอ จากนั้นทุกคนบ้านซือและบ้านเซี่ยจึงนั่งทำงานและแบ่งเนื้อหมูกันต่อ เพื่อนำกลับไปทำอาหารเย็นเย็นวันนี้เซี่ยเจียวหงจึงทำซุปปลา ไข่ตุ๋น และหมูตุ๋นพะโล้ให้ทุกคนได้ชิม ส่วนเนื้อหมูที่เหลือเธอนำมาหมักทิ้งไว้ก่อนแล้วค่อยทำพรุ่งนี้“อร่อยไหมอาฝาน เจินเจิน”เซี่ยเจียวหงหันมาถามลูกน้อยทั้งสองคนที่กินกันจนแก้มตุ่ยก่อนจะหันไปถามแม่สามีด้วยรอยยิ้มเช่นกัน“อร่อยไหมทุกคน”“อร่อยครับ / อร่อยค่ะ”“อร่อยมากเลยอาหง ขอบใจมากนะ”“แม่อย่าคิดมาก ในเมื่อฉันเป็นสะใภ้บ้านซือ แม่เป็นแม่สามีซึ่งไม่ต่างจากแม่แท้ ๆ ของฉันและฉันเองก็ไม่มีแม่ ส่วนทางบ้านเดิมมีก็เหมือนไม่มี ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะกตัญญูต่อแม่และจะดูแลทุกคนให้อยู่อย่างสบายเองจริงสิ พรุ่งนี้เราเข้าตำบลกันดีกว่าจะได้ซื้อของเข้าบ้านด้วยอีกทั้งเสื้อผ้าของทุกคนก็บางและไม่มีที่จะปะแล้ว ซื้อชุดใ
บ้านเซี่ยผู้เห็นแก่ตัวเซี่ยเจียวหงหันมายิ้มให้แม่สามีและลูกทั้งสองคน ไม่คิดว่าเข้าป่าล่าหมูป่ามาแค่สองตัวจะทำให้เธอมีเงินสร้างบ้าน“เย้ ๆ ๆ เราจะมีบ้านใหม่แล้ว” สองแฝดกระโดดโลดเต้นดีใจ เพราะถ้าสร้างบ้านใหม่ เขาและน้องรวมถึงย่าจะไม่หนาวอีกแล้ว“จริงหรืออาหง เรามีเงินพอสร้างบ้านจริง ๆ ใช่ไหม”นางหลิงมู่น้ำตาซึมเดินเข้ามาหาลูกสะใภ้ด้วยความหวังตัวเธอเองเธอไม่ห่วงหรอก เพราะแก่แล้วจะตายเมื่อไรไม่รู้ ขอเพียง หลานทั้งสองสุขสบายก็พอ“จริงสิคะแม่ นี่ไงฉันขายหมูได้ สองพันแปดร้อยสามสิบหยวน เงินนี้น่าจะพอสร้างบ้านได้แล้ว”เซี่ยเจียวหงยิ้มกว้าง เธอไม่คิดว่าเงินก้อนแรกที่หาได้หลังจากที่มาที่นี่จะเยอะขนาดนี้“ดีใจด้วยนะหลิงมู่ สะใภ้ซือเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ”นางกวงจื่อดีใจไปกับเพื่อน ไม่คิดว่าเซี่ยเจียวหงหลังจากที่ขายหมูป่าได้ สิ่งแรกที่เธอต้องการคือสร้างบ้านใหม่ กวงฮ่าวจื่อและเผิงโล่อิ่งเช่นกัน ทั้งสามคนบ้านกวงไม่มีแววตาหรือท่าทางที่อิจฉา มีเพียงแค่ดีใจด้วยที่บ้านซือหมดเคราะห์หมดทุกข์เสียที แม้ว่าบ้านกวงฐานะจะไม่ต่างจากบ้านซือเท่าไรแต่ไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเจียวหงจะยื่นเงินมาให้นางกวง กวงฮ่าวจื่อ และเผ
เงินก้อนแรกทันทีที่มาถึงหน้าบ้าน เซี่ยเจียวหงได้ยินเสียงที่ของลูกน้อยทั้งสองคนดังมาอย่างตื่นเต้นและดีใจ“แม่ แม่กลับมาแล้ว มีหมูป่ามาด้วย”ซึ่งเสียงนี้ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของซืออี้เจิน หรือว่าเจินเจินนั่นเอง“หา! อาหงกลับมาพร้อมหมูป่า”นางหลิงมู่แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นสิ่งที่ลูกสะใภ้นำกลับมาพร้อมกับเพื่อนของเธออย่างบ้านกวง“ฉันกลับมาแล้วค่ะแม่ แม่คะ ในกระสอบมีหน่อไม้และมันป่าด้วยนะคะ แม่แบ่งให้บ้านกวงด้วย พี่สะใภ้ท้องใกล้คลอดแล้ว ต้องบำรุงให้มาก ๆ จริงสิ มีปลาและกุ้งด้วยนะ”เซี่ยเจียวหงชี้ไปที่กระสอบทั้งสามใบที่อยู่รวมกับหมูป่าส่วนตัวเองล้มลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ไม่ใช่เพราะเหนื่อยอะไรหรอก แต่เหนื่อยกับร่างตัวเองนี่แหละ ตอนแบกหมูป่าทั้งสองตัวเป็นอะไร แต่สองขากลับอ่อนล้าเมื่อเดินลงจากเขามาถึงบ้าน เฮ้อ...นางหลิงมู่พยักหน้ารับก่อนจะไหว้วานกวงฮ่าวจื่อยกกระสอบ ทั้งสามออกมาเทกองรวมกัน เมื่อเห็นสิ่งของที่อัดแน่นเธอแทบจะ หงายหลังเป็นลมอีกครั้ง นี่ลูกสะใภ้เธอเอามาหมดป่าหรือยัง“อาหง อย่าบอกนะว่าเข้าป่าชั้นในมา”เธอหันมาถามลูกสะใภ้ตาเขียวด้วยความเป็นห่วง ทำไมลูกสะใภ้เธอท
ชาวบ้านแตกตื่นเซี่ยเจียวหงไม่รอช้า จึงมองหาต้นไม้ใหญ่ที่พอจะปีนขึ้นได้ถ้าให้ปีนต้นเล็กเธอเชื่อว่าต้นไม้กิ่งคนจะหักก่อนที่เธอจะได้หมูป่ากลับบ้าน แต่เพราะรูปร่างไม่เอื้ออำนวยการปีนขึ้นต้นไม้ครั้งนี้ทุลักทุเลพอสมควรพอขึ้นมาถึงเธอจึงเห็นหมูป่าเพียงสองตัวเท่านั้น หญิงสาวจึงไม่ลังเลหยิบธนูออกมาก่อนจะเล็งไปที่หมูป่าตัวที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว และต่อด้วยตัวที่สอง เธอเองก็ไม่คิดว่าร่างที่อ้วนจนน่ารำคาญจะสามารถยิงหมูป่าตายได้เพียงธนูดอกเดียว“เป็นไปได้เหรอที่ร่างนี้จะแข็งแรงถึงขั้นยิงหมูป่าตายได้ด้วยธนูดอกเดียว หรือว่าเป็นเพราะฉันเข้ามาอยู่ร่างนี้ พละกำลังจึงมีมากกว่าคนทั่วไป แต่การที่จะปีนลงนี่สิโคตรหนักใจเลยเจียวหง”เมื่อคิดว่าต้องปีนลงเซี่ยเจียวหงเลยถอนหายใจขึ้นมา แต่ยังดีว่าตอนลงไม่ลำบากเท่าตอนปีนขึ้น เมื่อเท้าแตะถึงพื้นเธอจึงรีบวิ่งไปด้วยร่างที่อ้วนท้วนเพื่อไปหาหมูป่าที่ฆ่าได้ทั้งสองตัว“แล้วจะเอากลับอย่างไรละเนี่ย”ทำไมมีแต่เรื่องยากละเนี่ย หมูป่าสองตัว มันกับหน่อไม้อีกสามกระสอบ ยังมีปลาอีกเป็นสิบตัวเซี่ยเจียวหงจึงลองใช้มือยกขาหมูป่าข้างหนึ่งเพื่อจะลากมาที่เธอวางหน่อไม้ไว้ แต่กลับกลายเป็นเ
เข้าป่า“คงยาก ชาวบ้านที่ไม่ทำงานในไร่ล้วนก็ขึ้นเขาหาหน่อไม้หรือหาพวกสัตว์ป่ากันทั้งนั้น มีเพียงป่าชั้นกลางและป่าชั้นในที่ไม่มีใครกล้าเข้า นอกจากพรานป่าประจำหมู่บ้าน แต่พรานก็ยังไม่กล้าเข้าถึงป่าชั้นในเพราะมันอันตราย ส่วนมากที่เขาได้มาก็จะมีหมู่ป่าตัวเล็กเท่านั้น”“ฉันคงต้องลองเข้าไปสักครั้ง เผื่อได้หมูป่ามาสักตัว”“อย่าไปเลย มันอันตราย ไม่คุ้มหรอก เดี๋ยวแม่ไปรับจ้างพวกชาวบ้านดีกว่า”นางหลิงมู่ไม่อยากให้ลูกสะใภ้เข้าป่าลึกเพราะมันอันตราย อีกทั้งเธอรู้นิสัยขอเซี่ยเจียวหงดีว่าเป็นคนที่ไม่เอาอะไร หากเข้าป่าชั้นกลางหรือชั้นใน จะกลายเป็นเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า“ต่อไปนี้แม่ไม่ต้องรับจ้างอะไรอีกแล้ว ดูแลอาฝานและเจินเจินดีกว่า ฉันจะเป็นคนหาเงินเอง”แต่เธอคงต้องลดความอ้วนเสียก่อน จะให้เธอไปหางานทำในตำบลหรืออำเภอ ไปในสภาพนี้คงไม่มีใครรับเธอทำงานแน่“ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน อย่าลืมว่าตอนนี้อาฝานกับเจินเจินมีแต่อาหง ส่วนเฉิงซาน...”“แม่คะ พี่เฉิงซานอาจจะเจอปัญหา หรือไม่เขาอาจจะมีคนอื่นไปแล้ว เราอยู่ที่นี่ควรจะดูแลตัวเอง เมื่อไรที่พี่เฉิงซานกลับมาค่อยว่ากันอีกที แต่ถ้าเขามีครอบครัวใหม่ฉันต้องขอหย่า แ
ฉันคือเซี่ยเจียวหงร่างอ้วนท้วนนอนอยู่บนเตียงกลับลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีหลังจากนางหลิงมู่เดินจากไป“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันตายไปแล้วนี่ แล้วป้าและเด็กทั้งสองคนเมื่อครู่นี้เป็นใครกัน”เธอพึมพำออกมา ในเมื่อภารกิจจบสิ้นแล้ว เธอเองก็ตายไปพร้อมกับเป้าหมาย ทำไมเธอยังมีชีวิตล่ะ แต่แล้วอยู่ ๆ ภาพทุกอย่างในความทรงจำฉายชัดขึ้นมาในหัวยิ่งกว่าภาพยนตร์ ทำให้เธอปวดหัวแทบจะระเบิด“ร่างนี้ชื่อว่าเจียวหงแซ่เซี่ย แต่งงานแล้ว มีลูกสองคนวัยสี่ขวบ ส่วนสามีไปทำงานต่างเมือง บ้านหลังนี้จึงอยู่กันเพียงสี่คนเท่านั้น”หลังจากที่ทบทวนความทรงจำของร่างทั้งหมด เธอกลับหมดสติไปอีกครั้ง กว่าจะฟื้นขึ้นมาก็ฟ้าเกือบสว่าง ซืออี้ฝานและซืออี้เจินสองพี่น้องหลังจากที่ตื่นและเก็บที่นอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองวิ่งเข้ามาที่ห้องของแม่ทันที เพื่อดูว่าแม่ฟื้นหรือยัง เพราะเมื่อวานหลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ทั้งสองยังคงมาเฝ้าแม่ของตัวเองไม่ห่าง จนย่ามาพาไปนอนแต่พอเปิดประตูขึ้นมาจึงเห็นร่างของแม่นั่งอยู่บนเตียง พร้อมกับมองมาที่เขาและน้องสาว ทำให้ความกลัวแม่ของทั้งสองคนตื่นตัวอีกครั้ง แต่กลับกลายเป็นเซี่ยเจียวหงกวักมือเรียกทั้งส




![เฟิ่งหวง [鳳凰]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![จอมนางคู่บัลลังก์ [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)