Masukเซี่ยเจียวหงไม่รอช้า จึงมองหาต้นไม้ใหญ่ที่พอจะปีนขึ้นได้ถ้าให้ปีนต้นเล็กเธอเชื่อว่าต้นไม้กิ่งคนจะหักก่อนที่เธอจะได้หมูป่ากลับบ้าน แต่เพราะรูปร่างไม่เอื้ออำนวยการปีนขึ้นต้นไม้ครั้งนี้ทุลักทุเลพอสมควร
พอขึ้นมาถึงเธอจึงเห็นหมูป่าเพียงสองตัวเท่านั้น หญิงสาวจึงไม่ลังเลหยิบธนูออกมาก่อนจะเล็งไปที่หมูป่าตัวที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว และต่อด้วยตัวที่สอง เธอเองก็ไม่คิดว่าร่างที่อ้วนจนน่ารำคาญจะสามารถยิงหมูป่าตายได้เพียงธนูดอกเดียว
“เป็นไปได้เหรอที่ร่างนี้จะแข็งแรงถึงขั้นยิงหมูป่าตายได้ด้วยธนูดอกเดียว หรือว่าเป็นเพราะฉันเข้ามาอยู่ร่างนี้ พละกำลังจึงมีมากกว่าคนทั่วไป แต่การที่จะปีนลงนี่สิโคตรหนักใจเลยเจียวหง”
เมื่อคิดว่าต้องปีนลงเซี่ยเจียวหงเลยถอนหายใจขึ้นมา แต่ยังดีว่าตอนลงไม่ลำบากเท่าตอนปีนขึ้น เมื่อเท้าแตะถึงพื้นเธอจึงรีบวิ่งไปด้วยร่างที่อ้วนท้วนเพื่อไปหาหมูป่าที่ฆ่าได้ทั้งสองตัว
“แล้วจะเอากลับอย่างไรละเนี่ย”
ทำไมมีแต่เรื่องยากละเนี่ย หมูป่าสองตัว มันกับหน่อไม้อีกสามกระสอบ ยังมีปลาอีกเป็นสิบตัว
เซี่ยเจียวหงจึงลองใช้มือยกขาหมูป่าข้างหนึ่งเพื่อจะลากมาที่เธอวางหน่อไม้ไว้ แต่กลับกลายเป็นเธอยกมันอย่างง่ายดาย คราวนี้เธอเข้าใจแล้วว่าพละกำลังที่เธอมีอาจจะเป็นเพราะเธอทะลุมิติเข้ามา
หญิงสาวจึงหาเถาวัลย์เพื่อมัดขาของหมูป่าไว้ ก่อนจะลากมาด้วยท่าทางปกติเพื่อนำมารวมกับหน่อไม้และมันป่าที่เธอหาไว้ก่อนหน้านี้
จากนั้นเธอไปหาไม้เอามาทำแคร่ไว้ลากเอาหมูป่าและกระสอบหน่อไม้และมันทั้งสามกระสอบลงจากเขา เธอใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าจะเสร็จ ดังนั้นจึงใช้เถาวัลย์มาผูกกับเอวไว้ก่อนจะทำการลากออกมาจากป่าชั้นกลาง
ในใจนั้นคิดว่าเธอคงต้องเข้าป่าบ่อย ๆ เสียแล้ว หมูป่าตัวใหญ่ทั้งสองตัวหากไปหาแผงแล่เนื้อขายคงได้เงินมากพอที่จะสร้างบ้านที่เธอต้องการได้ หมูป่าหนึ่งตัวก็น่าจะร้อยกว่ากิโลแล้ว โดยที่เธอเองก็รู้ว่าสมัยนี้ขายเนื้อนับหน่วยวัดเป็นชั่ง ซึ่งหนึ่งชั่งจะอยู่ที่ห้าร้อยกรัมถึงหกร้อยกรัมเท่านั้น เธอจึงเดินลงจากเขากลับบ้านด้วยรอยยิ้ม
กลับมาที่นางหลิงมู่และสองแฝด ทั้งสามคนเดินมาที่ร้านค้าด้วยรอยยิ้ม เมื่อมาถึงจึงสั่งข้าวสารห้าชั่ง ไข่ไก่สิบฟอง และลูกอมให้หลานทั้งสองหนึ่งห่อ และยังมีพวกเครื่องปรุงอีกหลายอย่าง
“หล่อนไปรวยอะไรมาถึงได้สั่งของมากมายขนาดนี้”
นางหม่าซื่อเป็นคนอัธยาศัยดี บางครั้งที่สามคนย่าหลานมาซื้อของเธอยังให้แถมไปบ้าง เพราะรู้ดีว่าซือเฉิงซานไปทำงานต่างเมืองยังไม่กลับมา ส่วนลูกสะใภ้ ไม่ต้องพูดถึง ยิ่งคิดก็ช้ำใจแทบ แต่พอได้ยินคำตอบของนางหลิงมู่ นางหม่าซื่อแทบหงายหลัง
“อาหงให้เงินมาซื้อ เธอบอกว่าให้ซื้ออาหารให้พอหนึ่งอาทิตย์ และลูกอมให้เด็ก ๆ”
นางหลิงมู่ยิ้มแย้มตอบกลับไป พร้อมกับยื่นเงินให้ประมาณสิบหยวน นี่คงเป็นเงินที่เธอถือเยอะที่สุดหลังจากที่ลูกชายจากไปทำงาน
“ดีแล้วที่เจียวหงคิดได้ สงสารสองแฝด”
พูดจบก็ปรายตามองสองแฝดที่กำลังแกะลูกอมให้กันอย่างมีความสุข
เมื่อได้ของครบแล้วนางหลิงมู่เลยพาหลานทั้งสองคนกลับมาที่บ้าน พอไม่เจอลูกสะใภ้จึงคิดว่าเซี่ยเจียวหงคงเข้าป่าไปอย่างที่พูด เธอจึงเอาข้าวของที่ซื้อมาไปเก็บไว้ในครัวด้วยหัวใจที่อิ่มเอม
ตลอดทางเซี่ยเจียวหงหยุดพักเป็นว่าเล่น แม้ว่าจะไม่หนักมากจนเดินไม่ไหวแต่เพราะร่างกายไม่เอื้ออำนวยนี่แหละ เมื่อมาถึงป่าชั้นนอกก็พบชาวบ้านมากมายที่มาหาของป่า รวมถึงนางกวงหลินและลูกชายที่เพิ่งจะไปเก็บกับดักเสร็จแต่สองแม่ลูกกลับไม่ได้อะไรมาเลยนอกจากผักป่าไม่กี่ชนิด
“กลับกันดีกว่าแม่ น่าจะไม่มีอะไรให้พวกเราแล้วล่ะ หิมะก็เพิ่งหยุดได้ไม่นานสัตว์ป่าน่าจะยัง...”
กวงฮ่าวจื่อยังพูดไม่ทันจบก็ต้องอ้าปากค้างกับภาพที่เห็น
“อะไรอาจื่อ อยู่ ๆ ก็หยุดพูดขึ้นมา”
นางกวงหลินเงยหน้าขึ้นมาถามลูกชาย แต่พอเห็นภาพที่เซี่ยเจียวหงลากสิ่งของมาเธอกลับอ้าปากค้างไปอีกคนรวมถึงชาวบ้านคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
“เจียวหง!”
เมื่อได้ยินเสียงเรียก เซี่ยเจียวหงจึงเงยหน้ามอง ก่อนจะกวักมือเรียกนางกวงหลินและลูกชายเข้ามาหา
ตอนนี้เธอต้องแกล้งทำเป็นหมดแรง ไม่เช่นนั้นทุกคนจะคิดว่าเธอเป็นปีศาจนะสิ เพราะไม่มีใครที่สามารถลากหมูป่าตัวใหญ่สองตัวและกระสอบหน่อไม้กับกระสอบมันป่าสามกระสอบได้อย่างง่ายดายแบบนี้แน่ อีกทั้งขาเธอก็ล้าแล้วเช่นกัน
“ป้ากวง พี่ใหญ่กวง มาช่วยหน่อย ขาฉันไม่มีแรงแล้ว”
นางกวงหลินวางมือจากวิ่งของตรงหน้าพร้อมลูกชายแล้วรีบวิ่งไปช่วยเซี่ยเจียวหงทันที
“สะใภ้ซือ อย่าบอกนะว่าเธอจับหมูป่ามาเอง” นางกวงหลินเอ่ยถามอย่างตกใจและอยากรู้
“ใช่แล้วป้า แต่ตอนนี้หมดแรง พวกเรากลับบ้านก่อนเถอะพี่ใหญ่กวงด้วย ด้านหลังมีทั้งหมูป่า หน่อไม้ มันป่า และปลาอีกเป็นสิบตัว ไม่ต้องหาผักป่าแล้ว เพิ่งหมดหน้าหนาวสัตว์ต่าง ๆ ยังไม่ออกมา ไปแบ่งอาหารที่บ้านซือเถอะ”
เซี่ยเจียวหงแกล้งทำเป็นเหนื่อยหอบ แต่มือหนึ่งก็ช่วยทั้งสองคนลากไปด้วยเพราะจะได้เบาแรงของสองแม่ลูกบ้านกวง
“เจียวหงหมูป่าพวกนี้แบ่งให้พวกเราบ้างสิ”
ชาวบ้านหน้าไม่อายคนหนึ่งรีบเอ่ยถาม เมื่อได้ยินว่าเซี่ยเจียวหงให้สองแม่ลูกบ้านกวงไปแบ่งอาหารที่บ้านซือ
“อย่าเยอะป้า ที่ฉันบอกบ้านกวงเพราะป้ากวงเป็นเพื่อนกับแม่สามี และพี่ใหญ่กวงก็เป็นเพื่อนกับสามีฉัน อีกทั้งพี่สะใภ้กวงก็กำลังท้องใกล้คลอด ฉันคิดว่าควรจะกินน้ำแกงปลาหรือขาหมูตุ๋นจะดีกว่า และที่สำคัญบ้านกวงก็อยู่ติดกับบ้านซือคอยดูแลลูกและแม่สามีฉันตอนที่พี่เฉิงซานไปทำงาน แล้วป้าล่ะมีความดีอะไรที่ฉันต้องแบ่งให้”
เซี่ยเจียวหงย้อนกลับอย่างเจ็บแสบ ใครดีมาเธอพร้อมจะดีกลับ แต่เมื่อไรที่ใครเห็นแก่ตัวกับครอบครัวเธอ เธอพร้อมที่จะโต้กลับอย่างเจ็บแสบเช่นกัน
สองแม่ลูกบ้านกวงได้ยินที่เซี่ยเจียงหงพูดกับชาวบ้าน ทั้งสองคนรู้สึกขอบคุณในใจ ไม่คิดว่าเธอจะแบ่งอาหารอันมีค่าอย่างเช่นเนื้อหมูป่าให้บ้านกวง
“แล้วหล่อนพอจะแบ่งขายได้ไหม”
ชาวบ้านอีกคนที่อยากจะกินหมูป่าเหมือนกันจึงเอ่ยถาม
เซี่ยเจียวหงไม่รู้ว่าหมูป่าพวกนี้ขายราคาอย่างไร จึงหันไปขอความช่วยเหลือนางกวงหลินและกวงฮ่าวจื่อ
“ถ้าน้องสะใภ้จะขายก็ได้นะชั่งละห้าหยวน แต่ถ้าไปซื้อในตลาดตำบล ของป่าพวกนี้ราคาน่าจะสูงกว่าเนื้อหมูธรรมดาที่วางขายทั่วไป”
กวงฮ่าวจื่อเป็นคนตอบแทน เขาคิดว่าราคาห้าหยวนเป็นราคาที่ชาวบ้านทั่วไปที่หาหมูป่ามาได้ซื้อขายกัน แต่ถ้านำไปขายร้านอาหารในตำบลจะอยู่ที่สี่หยวนต่อชั่ง เพราะขายเหมายกตัว
เซี่ยเจียวหงจึงพยักหน้ารับ ชั่งละห้าหยวนคงทำให้บ้านเธอมีเงินขึ้น ก่อนจะหันไปพูดกับชาวบ้านและกวงฮ่าวจื่อ
“ถ้าใครอยากจะซื้อให้ไปที่บ้านซือแล้วฉันจะแบ่งขายให้ ว่าแต่ พี่ใหญ่กวงพอจะรู้จักใครที่แล่หมูบ้าง ฉันจะให้เขามาช่วยแล่ให้หน่อย ฉันจะแบ่งเนื้อให้เป็นค่าแรง”
“พอจะมีอยู่ เดี๋ยวกลับถึงบ้านพี่จะไปตามให้ และขอบใจมากนะน้องสะใภ้ที่นึกถึงบ้านกวง”
กวงฮ่าวจื่อพอจะรู้จักคนแล่เนื้อ จึงไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรเขายินดีที่จะไปตามให้ พร้อมกับเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง
“อย่าคิดมากเลยพี่ รีบกลับบ้านก่อนดีกว่า ป่านนี้แม่สามีกับลูกฉันคงรอแย่แล้ว”
จากนั้นทั้งสามคนเอาข้าวของไปกองไว้ที่ด้านหลังและช่วยกันลากหมูป่าและของทั้งหมดกลับบ้านซือ
ให้คำมั่นสัญญาเซี่ยโป๋ซวนและนางหานหยินไม่กล้าสู้หน้าชาวบ้าน นี่คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเซี่ยเจียวหงพูดคือเรื่องจริง เมื่อไม่กล้าสู้หน้าใครทั้งสองจึงรีบเผ่นกลับบ้านเซี่ยทันทีทางด้านนางหลิงมู่เมื่อได้รู้ความจริงจึงมองลูกสะใภ้ดีขึ้นกับอดีตที่เคยกระทำกับเฉิงซานลูกชายของเธอ จากนั้นทุกคนบ้านซือและบ้านเซี่ยจึงนั่งทำงานและแบ่งเนื้อหมูกันต่อ เพื่อนำกลับไปทำอาหารเย็นเย็นวันนี้เซี่ยเจียวหงจึงทำซุปปลา ไข่ตุ๋น และหมูตุ๋นพะโล้ให้ทุกคนได้ชิม ส่วนเนื้อหมูที่เหลือเธอนำมาหมักทิ้งไว้ก่อนแล้วค่อยทำพรุ่งนี้“อร่อยไหมอาฝาน เจินเจิน”เซี่ยเจียวหงหันมาถามลูกน้อยทั้งสองคนที่กินกันจนแก้มตุ่ยก่อนจะหันไปถามแม่สามีด้วยรอยยิ้มเช่นกัน“อร่อยไหมทุกคน”“อร่อยครับ / อร่อยค่ะ”“อร่อยมากเลยอาหง ขอบใจมากนะ”“แม่อย่าคิดมาก ในเมื่อฉันเป็นสะใภ้บ้านซือ แม่เป็นแม่สามีซึ่งไม่ต่างจากแม่แท้ ๆ ของฉันและฉันเองก็ไม่มีแม่ ส่วนทางบ้านเดิมมีก็เหมือนไม่มี ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะกตัญญูต่อแม่และจะดูแลทุกคนให้อยู่อย่างสบายเองจริงสิ พรุ่งนี้เราเข้าตำบลกันดีกว่าจะได้ซื้อของเข้าบ้านด้วยอีกทั้งเสื้อผ้าของทุกคนก็บางและไม่มีที่จะปะแล้ว ซื้อชุดใ
บ้านเซี่ยผู้เห็นแก่ตัวเซี่ยเจียวหงหันมายิ้มให้แม่สามีและลูกทั้งสองคน ไม่คิดว่าเข้าป่าล่าหมูป่ามาแค่สองตัวจะทำให้เธอมีเงินสร้างบ้าน“เย้ ๆ ๆ เราจะมีบ้านใหม่แล้ว” สองแฝดกระโดดโลดเต้นดีใจ เพราะถ้าสร้างบ้านใหม่ เขาและน้องรวมถึงย่าจะไม่หนาวอีกแล้ว“จริงหรืออาหง เรามีเงินพอสร้างบ้านจริง ๆ ใช่ไหม”นางหลิงมู่น้ำตาซึมเดินเข้ามาหาลูกสะใภ้ด้วยความหวังตัวเธอเองเธอไม่ห่วงหรอก เพราะแก่แล้วจะตายเมื่อไรไม่รู้ ขอเพียง หลานทั้งสองสุขสบายก็พอ“จริงสิคะแม่ นี่ไงฉันขายหมูได้ สองพันแปดร้อยสามสิบหยวน เงินนี้น่าจะพอสร้างบ้านได้แล้ว”เซี่ยเจียวหงยิ้มกว้าง เธอไม่คิดว่าเงินก้อนแรกที่หาได้หลังจากที่มาที่นี่จะเยอะขนาดนี้“ดีใจด้วยนะหลิงมู่ สะใภ้ซือเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ”นางกวงจื่อดีใจไปกับเพื่อน ไม่คิดว่าเซี่ยเจียวหงหลังจากที่ขายหมูป่าได้ สิ่งแรกที่เธอต้องการคือสร้างบ้านใหม่ กวงฮ่าวจื่อและเผิงโล่อิ่งเช่นกัน ทั้งสามคนบ้านกวงไม่มีแววตาหรือท่าทางที่อิจฉา มีเพียงแค่ดีใจด้วยที่บ้านซือหมดเคราะห์หมดทุกข์เสียที แม้ว่าบ้านกวงฐานะจะไม่ต่างจากบ้านซือเท่าไรแต่ไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเจียวหงจะยื่นเงินมาให้นางกวง กวงฮ่าวจื่อ และเผ
เงินก้อนแรกทันทีที่มาถึงหน้าบ้าน เซี่ยเจียวหงได้ยินเสียงที่ของลูกน้อยทั้งสองคนดังมาอย่างตื่นเต้นและดีใจ“แม่ แม่กลับมาแล้ว มีหมูป่ามาด้วย”ซึ่งเสียงนี้ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของซืออี้เจิน หรือว่าเจินเจินนั่นเอง“หา! อาหงกลับมาพร้อมหมูป่า”นางหลิงมู่แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นสิ่งที่ลูกสะใภ้นำกลับมาพร้อมกับเพื่อนของเธออย่างบ้านกวง“ฉันกลับมาแล้วค่ะแม่ แม่คะ ในกระสอบมีหน่อไม้และมันป่าด้วยนะคะ แม่แบ่งให้บ้านกวงด้วย พี่สะใภ้ท้องใกล้คลอดแล้ว ต้องบำรุงให้มาก ๆ จริงสิ มีปลาและกุ้งด้วยนะ”เซี่ยเจียวหงชี้ไปที่กระสอบทั้งสามใบที่อยู่รวมกับหมูป่าส่วนตัวเองล้มลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ไม่ใช่เพราะเหนื่อยอะไรหรอก แต่เหนื่อยกับร่างตัวเองนี่แหละ ตอนแบกหมูป่าทั้งสองตัวเป็นอะไร แต่สองขากลับอ่อนล้าเมื่อเดินลงจากเขามาถึงบ้าน เฮ้อ...นางหลิงมู่พยักหน้ารับก่อนจะไหว้วานกวงฮ่าวจื่อยกกระสอบ ทั้งสามออกมาเทกองรวมกัน เมื่อเห็นสิ่งของที่อัดแน่นเธอแทบจะ หงายหลังเป็นลมอีกครั้ง นี่ลูกสะใภ้เธอเอามาหมดป่าหรือยัง“อาหง อย่าบอกนะว่าเข้าป่าชั้นในมา”เธอหันมาถามลูกสะใภ้ตาเขียวด้วยความเป็นห่วง ทำไมลูกสะใภ้เธอท
ชาวบ้านแตกตื่นเซี่ยเจียวหงไม่รอช้า จึงมองหาต้นไม้ใหญ่ที่พอจะปีนขึ้นได้ถ้าให้ปีนต้นเล็กเธอเชื่อว่าต้นไม้กิ่งคนจะหักก่อนที่เธอจะได้หมูป่ากลับบ้าน แต่เพราะรูปร่างไม่เอื้ออำนวยการปีนขึ้นต้นไม้ครั้งนี้ทุลักทุเลพอสมควรพอขึ้นมาถึงเธอจึงเห็นหมูป่าเพียงสองตัวเท่านั้น หญิงสาวจึงไม่ลังเลหยิบธนูออกมาก่อนจะเล็งไปที่หมูป่าตัวที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว และต่อด้วยตัวที่สอง เธอเองก็ไม่คิดว่าร่างที่อ้วนจนน่ารำคาญจะสามารถยิงหมูป่าตายได้เพียงธนูดอกเดียว“เป็นไปได้เหรอที่ร่างนี้จะแข็งแรงถึงขั้นยิงหมูป่าตายได้ด้วยธนูดอกเดียว หรือว่าเป็นเพราะฉันเข้ามาอยู่ร่างนี้ พละกำลังจึงมีมากกว่าคนทั่วไป แต่การที่จะปีนลงนี่สิโคตรหนักใจเลยเจียวหง”เมื่อคิดว่าต้องปีนลงเซี่ยเจียวหงเลยถอนหายใจขึ้นมา แต่ยังดีว่าตอนลงไม่ลำบากเท่าตอนปีนขึ้น เมื่อเท้าแตะถึงพื้นเธอจึงรีบวิ่งไปด้วยร่างที่อ้วนท้วนเพื่อไปหาหมูป่าที่ฆ่าได้ทั้งสองตัว“แล้วจะเอากลับอย่างไรละเนี่ย”ทำไมมีแต่เรื่องยากละเนี่ย หมูป่าสองตัว มันกับหน่อไม้อีกสามกระสอบ ยังมีปลาอีกเป็นสิบตัวเซี่ยเจียวหงจึงลองใช้มือยกขาหมูป่าข้างหนึ่งเพื่อจะลากมาที่เธอวางหน่อไม้ไว้ แต่กลับกลายเป็นเ
เข้าป่า“คงยาก ชาวบ้านที่ไม่ทำงานในไร่ล้วนก็ขึ้นเขาหาหน่อไม้หรือหาพวกสัตว์ป่ากันทั้งนั้น มีเพียงป่าชั้นกลางและป่าชั้นในที่ไม่มีใครกล้าเข้า นอกจากพรานป่าประจำหมู่บ้าน แต่พรานก็ยังไม่กล้าเข้าถึงป่าชั้นในเพราะมันอันตราย ส่วนมากที่เขาได้มาก็จะมีหมู่ป่าตัวเล็กเท่านั้น”“ฉันคงต้องลองเข้าไปสักครั้ง เผื่อได้หมูป่ามาสักตัว”“อย่าไปเลย มันอันตราย ไม่คุ้มหรอก เดี๋ยวแม่ไปรับจ้างพวกชาวบ้านดีกว่า”นางหลิงมู่ไม่อยากให้ลูกสะใภ้เข้าป่าลึกเพราะมันอันตราย อีกทั้งเธอรู้นิสัยขอเซี่ยเจียวหงดีว่าเป็นคนที่ไม่เอาอะไร หากเข้าป่าชั้นกลางหรือชั้นใน จะกลายเป็นเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า“ต่อไปนี้แม่ไม่ต้องรับจ้างอะไรอีกแล้ว ดูแลอาฝานและเจินเจินดีกว่า ฉันจะเป็นคนหาเงินเอง”แต่เธอคงต้องลดความอ้วนเสียก่อน จะให้เธอไปหางานทำในตำบลหรืออำเภอ ไปในสภาพนี้คงไม่มีใครรับเธอทำงานแน่“ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน อย่าลืมว่าตอนนี้อาฝานกับเจินเจินมีแต่อาหง ส่วนเฉิงซาน...”“แม่คะ พี่เฉิงซานอาจจะเจอปัญหา หรือไม่เขาอาจจะมีคนอื่นไปแล้ว เราอยู่ที่นี่ควรจะดูแลตัวเอง เมื่อไรที่พี่เฉิงซานกลับมาค่อยว่ากันอีกที แต่ถ้าเขามีครอบครัวใหม่ฉันต้องขอหย่า แ
ฉันคือเซี่ยเจียวหงร่างอ้วนท้วนนอนอยู่บนเตียงกลับลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีหลังจากนางหลิงมู่เดินจากไป“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันตายไปแล้วนี่ แล้วป้าและเด็กทั้งสองคนเมื่อครู่นี้เป็นใครกัน”เธอพึมพำออกมา ในเมื่อภารกิจจบสิ้นแล้ว เธอเองก็ตายไปพร้อมกับเป้าหมาย ทำไมเธอยังมีชีวิตล่ะ แต่แล้วอยู่ ๆ ภาพทุกอย่างในความทรงจำฉายชัดขึ้นมาในหัวยิ่งกว่าภาพยนตร์ ทำให้เธอปวดหัวแทบจะระเบิด“ร่างนี้ชื่อว่าเจียวหงแซ่เซี่ย แต่งงานแล้ว มีลูกสองคนวัยสี่ขวบ ส่วนสามีไปทำงานต่างเมือง บ้านหลังนี้จึงอยู่กันเพียงสี่คนเท่านั้น”หลังจากที่ทบทวนความทรงจำของร่างทั้งหมด เธอกลับหมดสติไปอีกครั้ง กว่าจะฟื้นขึ้นมาก็ฟ้าเกือบสว่าง ซืออี้ฝานและซืออี้เจินสองพี่น้องหลังจากที่ตื่นและเก็บที่นอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองวิ่งเข้ามาที่ห้องของแม่ทันที เพื่อดูว่าแม่ฟื้นหรือยัง เพราะเมื่อวานหลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ทั้งสองยังคงมาเฝ้าแม่ของตัวเองไม่ห่าง จนย่ามาพาไปนอนแต่พอเปิดประตูขึ้นมาจึงเห็นร่างของแม่นั่งอยู่บนเตียง พร้อมกับมองมาที่เขาและน้องสาว ทำให้ความกลัวแม่ของทั้งสองคนตื่นตัวอีกครั้ง แต่กลับกลายเป็นเซี่ยเจียวหงกวักมือเรียกทั้งส







