LOGINเซี่ยเจียวหงไม่รอช้า จึงมองหาต้นไม้ใหญ่ที่พอจะปีนขึ้นได้ถ้าให้ปีนต้นเล็กเธอเชื่อว่าต้นไม้กิ่งคนจะหักก่อนที่เธอจะได้หมูป่ากลับบ้าน แต่เพราะรูปร่างไม่เอื้ออำนวยการปีนขึ้นต้นไม้ครั้งนี้ทุลักทุเลพอสมควร
พอขึ้นมาถึงเธอจึงเห็นหมูป่าเพียงสองตัวเท่านั้น หญิงสาวจึงไม่ลังเลหยิบธนูออกมาก่อนจะเล็งไปที่หมูป่าตัวที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว และต่อด้วยตัวที่สอง เธอเองก็ไม่คิดว่าร่างที่อ้วนจนน่ารำคาญจะสามารถยิงหมูป่าตายได้เพียงธนูดอกเดียว
“เป็นไปได้เหรอที่ร่างนี้จะแข็งแรงถึงขั้นยิงหมูป่าตายได้ด้วยธนูดอกเดียว หรือว่าเป็นเพราะฉันเข้ามาอยู่ร่างนี้ พละกำลังจึงมีมากกว่าคนทั่วไป แต่การที่จะปีนลงนี่สิโคตรหนักใจเลยเจียวหง”
เมื่อคิดว่าต้องปีนลงเซี่ยเจียวหงเลยถอนหายใจขึ้นมา แต่ยังดีว่าตอนลงไม่ลำบากเท่าตอนปีนขึ้น เมื่อเท้าแตะถึงพื้นเธอจึงรีบวิ่งไปด้วยร่างที่อ้วนท้วนเพื่อไปหาหมูป่าที่ฆ่าได้ทั้งสองตัว
“แล้วจะเอากลับอย่างไรละเนี่ย”
ทำไมมีแต่เรื่องยากละเนี่ย หมูป่าสองตัว มันกับหน่อไม้อีกสามกระสอบ ยังมีปลาอีกเป็นสิบตัว
เซี่ยเจียวหงจึงลองใช้มือยกขาหมูป่าข้างหนึ่งเพื่อจะลากมาที่เธอวางหน่อไม้ไว้ แต่กลับกลายเป็นเธอยกมันอย่างง่ายดาย คราวนี้เธอเข้าใจแล้วว่าพละกำลังที่เธอมีอาจจะเป็นเพราะเธอทะลุมิติเข้ามา
หญิงสาวจึงหาเถาวัลย์เพื่อมัดขาของหมูป่าไว้ ก่อนจะลากมาด้วยท่าทางปกติเพื่อนำมารวมกับหน่อไม้และมันป่าที่เธอหาไว้ก่อนหน้านี้
จากนั้นเธอไปหาไม้เอามาทำแคร่ไว้ลากเอาหมูป่าและกระสอบหน่อไม้และมันทั้งสามกระสอบลงจากเขา เธอใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าจะเสร็จ ดังนั้นจึงใช้เถาวัลย์มาผูกกับเอวไว้ก่อนจะทำการลากออกมาจากป่าชั้นกลาง
ในใจนั้นคิดว่าเธอคงต้องเข้าป่าบ่อย ๆ เสียแล้ว หมูป่าตัวใหญ่ทั้งสองตัวหากไปหาแผงแล่เนื้อขายคงได้เงินมากพอที่จะสร้างบ้านที่เธอต้องการได้ หมูป่าหนึ่งตัวก็น่าจะร้อยกว่ากิโลแล้ว โดยที่เธอเองก็รู้ว่าสมัยนี้ขายเนื้อนับหน่วยวัดเป็นชั่ง ซึ่งหนึ่งชั่งจะอยู่ที่ห้าร้อยกรัมถึงหกร้อยกรัมเท่านั้น เธอจึงเดินลงจากเขากลับบ้านด้วยรอยยิ้ม
กลับมาที่นางหลิงมู่และสองแฝด ทั้งสามคนเดินมาที่ร้านค้าด้วยรอยยิ้ม เมื่อมาถึงจึงสั่งข้าวสารห้าชั่ง ไข่ไก่สิบฟอง และลูกอมให้หลานทั้งสองหนึ่งห่อ และยังมีพวกเครื่องปรุงอีกหลายอย่าง
“หล่อนไปรวยอะไรมาถึงได้สั่งของมากมายขนาดนี้”
นางหม่าซื่อเป็นคนอัธยาศัยดี บางครั้งที่สามคนย่าหลานมาซื้อของเธอยังให้แถมไปบ้าง เพราะรู้ดีว่าซือเฉิงซานไปทำงานต่างเมืองยังไม่กลับมา ส่วนลูกสะใภ้ ไม่ต้องพูดถึง ยิ่งคิดก็ช้ำใจแทบ แต่พอได้ยินคำตอบของนางหลิงมู่ นางหม่าซื่อแทบหงายหลัง
“อาหงให้เงินมาซื้อ เธอบอกว่าให้ซื้ออาหารให้พอหนึ่งอาทิตย์ และลูกอมให้เด็ก ๆ”
นางหลิงมู่ยิ้มแย้มตอบกลับไป พร้อมกับยื่นเงินให้ประมาณสิบหยวน นี่คงเป็นเงินที่เธอถือเยอะที่สุดหลังจากที่ลูกชายจากไปทำงาน
“ดีแล้วที่เจียวหงคิดได้ สงสารสองแฝด”
พูดจบก็ปรายตามองสองแฝดที่กำลังแกะลูกอมให้กันอย่างมีความสุข
เมื่อได้ของครบแล้วนางหลิงมู่เลยพาหลานทั้งสองคนกลับมาที่บ้าน พอไม่เจอลูกสะใภ้จึงคิดว่าเซี่ยเจียวหงคงเข้าป่าไปอย่างที่พูด เธอจึงเอาข้าวของที่ซื้อมาไปเก็บไว้ในครัวด้วยหัวใจที่อิ่มเอม
ตลอดทางเซี่ยเจียวหงหยุดพักเป็นว่าเล่น แม้ว่าจะไม่หนักมากจนเดินไม่ไหวแต่เพราะร่างกายไม่เอื้ออำนวยนี่แหละ เมื่อมาถึงป่าชั้นนอกก็พบชาวบ้านมากมายที่มาหาของป่า รวมถึงนางกวงหลินและลูกชายที่เพิ่งจะไปเก็บกับดักเสร็จแต่สองแม่ลูกกลับไม่ได้อะไรมาเลยนอกจากผักป่าไม่กี่ชนิด
“กลับกันดีกว่าแม่ น่าจะไม่มีอะไรให้พวกเราแล้วล่ะ หิมะก็เพิ่งหยุดได้ไม่นานสัตว์ป่าน่าจะยัง...”
กวงฮ่าวจื่อยังพูดไม่ทันจบก็ต้องอ้าปากค้างกับภาพที่เห็น
“อะไรอาจื่อ อยู่ ๆ ก็หยุดพูดขึ้นมา”
นางกวงหลินเงยหน้าขึ้นมาถามลูกชาย แต่พอเห็นภาพที่เซี่ยเจียวหงลากสิ่งของมาเธอกลับอ้าปากค้างไปอีกคนรวมถึงชาวบ้านคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
“เจียวหง!”
เมื่อได้ยินเสียงเรียก เซี่ยเจียวหงจึงเงยหน้ามอง ก่อนจะกวักมือเรียกนางกวงหลินและลูกชายเข้ามาหา
ตอนนี้เธอต้องแกล้งทำเป็นหมดแรง ไม่เช่นนั้นทุกคนจะคิดว่าเธอเป็นปีศาจนะสิ เพราะไม่มีใครที่สามารถลากหมูป่าตัวใหญ่สองตัวและกระสอบหน่อไม้กับกระสอบมันป่าสามกระสอบได้อย่างง่ายดายแบบนี้แน่ อีกทั้งขาเธอก็ล้าแล้วเช่นกัน
“ป้ากวง พี่ใหญ่กวง มาช่วยหน่อย ขาฉันไม่มีแรงแล้ว”
นางกวงหลินวางมือจากวิ่งของตรงหน้าพร้อมลูกชายแล้วรีบวิ่งไปช่วยเซี่ยเจียวหงทันที
“สะใภ้ซือ อย่าบอกนะว่าเธอจับหมูป่ามาเอง” นางกวงหลินเอ่ยถามอย่างตกใจและอยากรู้
“ใช่แล้วป้า แต่ตอนนี้หมดแรง พวกเรากลับบ้านก่อนเถอะพี่ใหญ่กวงด้วย ด้านหลังมีทั้งหมูป่า หน่อไม้ มันป่า และปลาอีกเป็นสิบตัว ไม่ต้องหาผักป่าแล้ว เพิ่งหมดหน้าหนาวสัตว์ต่าง ๆ ยังไม่ออกมา ไปแบ่งอาหารที่บ้านซือเถอะ”
เซี่ยเจียวหงแกล้งทำเป็นเหนื่อยหอบ แต่มือหนึ่งก็ช่วยทั้งสองคนลากไปด้วยเพราะจะได้เบาแรงของสองแม่ลูกบ้านกวง
“เจียวหงหมูป่าพวกนี้แบ่งให้พวกเราบ้างสิ”
ชาวบ้านหน้าไม่อายคนหนึ่งรีบเอ่ยถาม เมื่อได้ยินว่าเซี่ยเจียวหงให้สองแม่ลูกบ้านกวงไปแบ่งอาหารที่บ้านซือ
“อย่าเยอะป้า ที่ฉันบอกบ้านกวงเพราะป้ากวงเป็นเพื่อนกับแม่สามี และพี่ใหญ่กวงก็เป็นเพื่อนกับสามีฉัน อีกทั้งพี่สะใภ้กวงก็กำลังท้องใกล้คลอด ฉันคิดว่าควรจะกินน้ำแกงปลาหรือขาหมูตุ๋นจะดีกว่า และที่สำคัญบ้านกวงก็อยู่ติดกับบ้านซือคอยดูแลลูกและแม่สามีฉันตอนที่พี่เฉิงซานไปทำงาน แล้วป้าล่ะมีความดีอะไรที่ฉันต้องแบ่งให้”
เซี่ยเจียวหงย้อนกลับอย่างเจ็บแสบ ใครดีมาเธอพร้อมจะดีกลับ แต่เมื่อไรที่ใครเห็นแก่ตัวกับครอบครัวเธอ เธอพร้อมที่จะโต้กลับอย่างเจ็บแสบเช่นกัน
สองแม่ลูกบ้านกวงได้ยินที่เซี่ยเจียงหงพูดกับชาวบ้าน ทั้งสองคนรู้สึกขอบคุณในใจ ไม่คิดว่าเธอจะแบ่งอาหารอันมีค่าอย่างเช่นเนื้อหมูป่าให้บ้านกวง
“แล้วหล่อนพอจะแบ่งขายได้ไหม”
ชาวบ้านอีกคนที่อยากจะกินหมูป่าเหมือนกันจึงเอ่ยถาม
เซี่ยเจียวหงไม่รู้ว่าหมูป่าพวกนี้ขายราคาอย่างไร จึงหันไปขอความช่วยเหลือนางกวงหลินและกวงฮ่าวจื่อ
“ถ้าน้องสะใภ้จะขายก็ได้นะชั่งละห้าหยวน แต่ถ้าไปซื้อในตลาดตำบล ของป่าพวกนี้ราคาน่าจะสูงกว่าเนื้อหมูธรรมดาที่วางขายทั่วไป”
กวงฮ่าวจื่อเป็นคนตอบแทน เขาคิดว่าราคาห้าหยวนเป็นราคาที่ชาวบ้านทั่วไปที่หาหมูป่ามาได้ซื้อขายกัน แต่ถ้านำไปขายร้านอาหารในตำบลจะอยู่ที่สี่หยวนต่อชั่ง เพราะขายเหมายกตัว
เซี่ยเจียวหงจึงพยักหน้ารับ ชั่งละห้าหยวนคงทำให้บ้านเธอมีเงินขึ้น ก่อนจะหันไปพูดกับชาวบ้านและกวงฮ่าวจื่อ
“ถ้าใครอยากจะซื้อให้ไปที่บ้านซือแล้วฉันจะแบ่งขายให้ ว่าแต่ พี่ใหญ่กวงพอจะรู้จักใครที่แล่หมูบ้าง ฉันจะให้เขามาช่วยแล่ให้หน่อย ฉันจะแบ่งเนื้อให้เป็นค่าแรง”
“พอจะมีอยู่ เดี๋ยวกลับถึงบ้านพี่จะไปตามให้ และขอบใจมากนะน้องสะใภ้ที่นึกถึงบ้านกวง”
กวงฮ่าวจื่อพอจะรู้จักคนแล่เนื้อ จึงไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรเขายินดีที่จะไปตามให้ พร้อมกับเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง
“อย่าคิดมากเลยพี่ รีบกลับบ้านก่อนดีกว่า ป่านนี้แม่สามีกับลูกฉันคงรอแย่แล้ว”
จากนั้นทั้งสามคนเอาข้าวของไปกองไว้ที่ด้านหลังและช่วยกันลากหมูป่าและของทั้งหมดกลับบ้านซือ
ตอนพิเศษ 9“ทางด้านเจ้าสาวล่ะครับ” พิธีการหันมาถามเจ้าสาวอย่างซืออี้เจินอีกครั้ง“สำหรับเจินเจินนั้นไม่รู้ว่าความรักระหว่างชายหญิงนั้นคืออะไร แต่เจินเจินหวงลุงเจียไท่ทุกครั้งที่เขามีเรื่องหญิงสาวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเมื่อรู้ว่าความรู้สึกที่เจินเจินมีต่อลุงเจียไท่ไม่ใช่ความรู้สึกที่หลานสาวคนหนึ่งมอบให้ลุงที่เลี้ยงดูและดูมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เจินเจินอยากเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมเพื่ออยู่เคียงข้างลุงเจียไท่ในอนาคต”ซืออี้เจินส่งสายตาหวานฉ่ำไปให้สามีสุดที่รัก“ดังนั้นเจินเจินจึงพัฒนาตัวเอง และเรียนรู้งานทุกอย่างตั้งแต่มัธยม เพื่อหวังว่าวันหนึ่งจะดีพร้อมและสามารถอยู่เคียงข้างลุงนอกสายเลือดคนนี้ได้โดยไม่อายใคร เจินเจินรักลุงเจียไท่ค่ะ”ซืออี้เจินกวาดสายตามองไปในงาน และกลับมามองสามีด้วยความรักอีกครั้ง“เจินเจินไม่อายหากใครจะมองว่าเจินเจินมีสามีแก่คราวพ่อเจินเจินไม่สนใจหากใครจะคิดว่าเจินเจินต้องการทรัพย์สินของสามี ความรักระหว่างเจินเจินและลุงเจียไท่ที่มีให้กันไม่ได้ทำให้เจินเจินใช้ชีวิตอย่างลำบาก เจินเจินไม่กลัวว่าใครจะมองว่าเจินเจินคือจุดอ่อนของลุงเจียไท่ แต่สิ่งที่เจิน
ตอนพิเศษ 8ยิ่งม่านฟางหลินได้ยินผู้จัดการตัวเองพูด ยิ่งไม่ชอบใจเท่าไรในเมื่อเธอมาก่อนต่อให้เป็นคู่นอนแล้วอย่างไร นังเด็กนั่นไม่เหมาะสมกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว“แต่ฉันมาก่อนนังเด็กนั่น ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคุณหนูตระกูลซือ นังนั่นไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณเจียไท่สักนิดเดียว”“เหมาะสมหรือไม่เธอหรือฉันไม่ใช่คนตัดสินใจ หลังจากวันนั้นเธอยังมองไม่ออกอีกหรือว่าคุณเจียไท่รู้สึกและคิดอย่างไรกับคุณหนูซือ แม้ว่าคุณหนูซือคนนั้นจะประกาศว่าไม่ขอร่วมงานกับนางแบบชื่อม่านฟางหลิง แต่สุดท้ายคนที่มาจัดการคือคุณเจียไท่ เรื่องนี้คนรู้จักฉันบอกมาเอง ฉันว่าเธออย่าไปยุ่งเลย เพราะคุณเจียไท่ไม่ใช่คนที่พวกเราจะแตะต้องได้”ผู้จัดการย่าหยางเอ่ยเตือน แต่ถ้ายังไม่ฟังกัน คงต้องทางใครทางมันกันแล้วม่านฟางหลิงนั่งเงียบ เธอรู้ดีว่าคุณเจียไท่น่ากลัวแค่ไหน เพียงแค่เธอมีเรื่องกับนังเด็กนั่นแต่เขากลับตัดเส้นทางสายอาชีพของเธอแทบไม่เหลือ และถ้าครั้งนี้เธอยังก่อเรื่องอีก แม้แต่ชีวิตคงรักษาไว้ไม่ได้“ไม่จริง! คุณเจียไท่กับเด็กสาวคนนั้นเป็นลุงกับหลานกันจะแต่งงานกันได้อย่างไร”สาวสังคมจับกลุ่มคุยกัน แต่ละคนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ข่าวออกว่า
ตอนพิเศษ 7ทันทีที่วิ่งเข้ามาซืออี้เจินเจอหน้าคนที่ที่นอนลืมตามองมาทางเธอด้วยสายตามที่อ่อนโยน“เจินเจิน”“ลุงเจียไท่”ซืออี้เจินวิ่งเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มจนคนดูแลที่วิ่งตามมาต้องร้องห้าม เพราะรู้ดีว่าคุณหนูกำลังท้องลูกของเจ้านายอยู่“คุณหนูอย่าวิ่งครับ คุณหนูกำลังท้องอยู่นะครับ”เชอเจียไท่มองเมียตัวน้อยด้วยสายตาที่ตกตะลึงปนดีใจ“เจินเจิน”“ค่ะ เจินเจินท้องลูกของเราได้สามเดือนแล้ว แต่งงานกันนะคะลุงเจียไท่ สามีสุดที่รักของเจินเจิน”“ลูก เรากำลังจะมีลูกใช่ไหม”“ใช่ค่ะ ลุงเจียไท่กำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว ดีใจไหม”ซืออี้เจินลุกมานั่งปกติ และยิ้มตาหยีให้เขา“เดี๋ยวก่อนนะ ในเมื่อรู้ว่าท้อง ทำไมยังวิ่งขนาดนั้น แล้วไม่ดูแลตัวเองเลย ถ้าลูกไหลขึ้นมาจะทำอย่างไร”เชอเจียไท่แม้ใบหน้ายังซีดเซียวแต่ไม่วายที่จะดุเมียตัวน้อยของตน“ก็เจินเจินดีใจนี่คะที่ลุงเจียไท่ฟื้นแล้ว เจนเจินเกือบจะตามพ่อกับแม่ไปจัดการคนที่ทำร้ายสามีของเจินเจินแล้วเหมือนกันถ้าพี่หลงไม่มาตามเสียก่อน”“ยังจะเถียงอีก แล้วจะไปเผชิญอันตรายอย่างนั้นได้อย่างไรลุงปลอดภัยดีแล้ว เจินเจินอย่าทำให้ลุงเป็นห่วงได้ไหม โตจนเป็นแม่คนแล้วนะ อีกทั้งในท้องก็ย
ตอนพิเศษ 6เชอเจียไท่เปิดประตูเขามาเมื่อไม่เห็นเมียตัวน้อยก็เดินหาทั่วห้อง แต่ไม่นานร่างบางจึงเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสายเดี่ยวตัวบางที่แนบลำตัวจนเห็นทุกสัดส่วน ชายหนุ่มทำเพียงกลืนน้ำลายลงคอ นี่เมียตัวน้อยตั้งใจจะยั่วเขาใช่ไหม“มาแล้วหรือคะ” ซืออี้เจินเงยหน้ามายิ้มหวานและถามคนรัก“ครับ ลุงเอานมมาให้ดื่มก่อนนอน”ซืออี้เจินรับแก้วนมมาดื่มจนหมด เมื่อมีคราบนมเลอะที่ปาก หญิงสาวจึงใช้ลิ้นตวัดเลียริมฝีปากจนหมดแทบไม่เหลือ ก่อนจะเดินนวยนาดเข้ามายืนตรงหน้าของชายหนุ่ม“เจินเจินกินนมหมดแล้ว แล้วลุงเจียไท่พร้อมจะกินนมหรือยังคะ”ไม่เพียงพูดเปล่าแต่เธอกลับคว้ามือหนามาจับที่หน้าอกของเธอทั้งสองข้าง และบีบเคล้นเบา ๆ ใบหน้าของซืออี้เจินในตอนนี้ช่างยั่วยวนนัก พร้อมกับส่งเสียงครางเล็กน้อย“อืม อ๊ะ”“คิดจะยั่วตาแก่คนนี้หรือ” เชอเจียไท่ถามกลับเสียงพร่า ซืออี้เจินไม่ตอบ แต่กลับปีนขึ้นเตียงพร้อมกับถอดชุดนอนแล้วนั่งคุกเข่า พร้อมกับกวักมือเรียกและกัดปากเล็กน้อย“แบบนี้สิคะ ถึงจะเรียกว่ายั่ว”ไม่รู้ว่าซืออี้เจินเอาความกล้ามาจากไหน เธอใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ร่างกายตัวเอง มืออีกข้างเลื่อนลงมาตรงดอกไม้งามแล้วถ
ตอนพิเศษ 5เชอเจียไท่ไม่สนใจใครอยู่แล้ว สิ่งที่เขาต้องรักษาคือความรู้สึกของเมียตัวน้อย อดีตเขาไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ อีกทั้งเขาอายุปูนนี้แล้วถ้าไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางร่างกายกับหญิงสาวคนไหนเลยคงต้องบวชพระถือศีลแล้วล่ะ“จบนะคะ ในเมื่อลุงเจียไท่บอกว่าไม่รู้จักคุณ”ซืออี้เจินไม่อยากมีเรื่อง เพราะดูจากหญิงสาวตรงหน้าและการแต่งตัวคงจะมาถ่ายแบบหรือเดินแบบ ดังนั้นจึงไม่ให้อยากมีเรื่องเกิดขึ้นบนหน้าหนึ่งว่า ลูกสาวของตระกูลซือตบตีกับนางแบบกลางห้างดัง เธอไม่รู้จะตอบพ่อกับแม่ ตาโล่ และย่าอย่างไรเมื่อได้ยินซืออี้เจินเรียกเชอเจียไท่ว่าลุง ใบหน้าของม่านฟางหลิงจึงดูดีขึ้น“เธอเป็นหลานของคุณเจียไท่หรือ มิน่าล่ะดูยังเด็กอยู่”“จะใช่หลานหรือไม่ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคุณ แต่หลังจากนี้ไปลุงเจียไท่จะไม่ข้องเกี่ยวกับหญิงสาวคนไหนอีก เพราะฉันหวง จำไว้”ซืออี้เจินไม่ยอมตอบว่าเธอเป็นใคร เพียงแค่ประกาศว่าเธอหวงชายที่ชื่อเชอเจียไท่คนนี้มาก ทำให้เชอเจียไท่มองซืออี้เจินดวงตาเป็นประกายพร้อมกับมีรอยยิ้มในแววตาซึ่งนั่นแทบจะไม่มีใครเคยได้เห็นและสัมผัสความอิจฉาริษยาจึงเกิดขึ้นในใจอีกครั้ง เธอเห็นว่านักข่าวเดินมาทางนี้จึง
ตอนพิเศษ 4หลังจากวันนั้นนี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วที่ซืออี้เจินพยายามหลบหน้าของเชอเจียไท่ จนคนในบ้านเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคนสองคน แต่เพราะเช้าวันนั้นซืออี้เจินบอกว่าเธอยังไม่พร้อมบอกเรื่องทั้งหมดกับครอบครัวจึงขอร้องให้เชอเจียไท่เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน“เจียไท่ นายไปทำอะไรให้หลานโกรธหรือเปล่า คงเป็นเรื่องผู้หญิงอีกละสิ เพลา ๆ ซะบ้างเถอะนะ หาเมียเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว” ซือเฉิงซานเดินเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าเชอเจียไท่คล้ายคนคิดหนัก และคงไม่พ้นเรื่องของลูกสาวเขาอีกแน่ หากซืออี้เจินงอนขึ้นมาบางครั้งร่วมเดือนกว่าเชอเจียไท่จะง้อสำเร็จ“ฉันแก่ปูนนี้แล้วนะ นายคิดว่าฉันหมกมุ่นแต่เรื่องนั้นหรืออย่างไรหากนายไม่มีอะไรทำ ไปโรงงานตรวจสอบอาวุธเถอะ อาทิตย์หน้าจะมีส่งสินค้าไม่ใช่หรืออย่างไร”เชอเจียไท่ไม่อยากพูดด้วยเพราะกลัวหลุดเรื่องที่เขามีความสัมพันธ์กับซืออี้เจินขึ้นมา แม้อยากจะสารภาพกับเพื่อนที่เป็นพ่อตาเขาแค่ไหน แต่เพราะโดนสั่งห้ามไว้เลยไม่กล้า เลยพยายามไล่คนตรงหน้าไปไกล ๆ“นั่นมันหน้าที่ของนาย อย่ามาโยนให้ฉัน แต่ก่อนที่จะไปส่งสินค้าช่วยกรุณาไปง้อหลานสาวเสียด้วย ฉันละไม่ชินเลย อยู่ ๆ เจินเจินก
หมาป่าจอมหิวโหย NC+“อาฝานกับเจินเจินไม่อยากมีน้องแล้วหรือ ถ้าลูกอยากมีน้องต้องไม่งอแง และนอนห้องของตัวเอง ไม่อย่างนั้นน้องจะไม่มา”สองพี่น้องมองหน้ากันและครุ่นคิดจนคิ้วขมวด เซี่ยเจียวหงกลั้นขำกับความหน้ามึนของสามี มีที่ไหนเอาเรื่องนี้มาอ้างกับลูก“แล้วน้องจะมาเมื่อไรคะ” ซืออี้เจินเอ่ยถาม“พ่อตอบไม
เข้าป่า“คงยาก ชาวบ้านที่ไม่ทำงานในไร่ล้วนก็ขึ้นเขาหาหน่อไม้หรือหาพวกสัตว์ป่ากันทั้งนั้น มีเพียงป่าชั้นกลางและป่าชั้นในที่ไม่มีใครกล้าเข้า นอกจากพรานป่าประจำหมู่บ้าน แต่พรานก็ยังไม่กล้าเข้าถึงป่าชั้นในเพราะมันอันตราย ส่วนมากที่เขาได้มาก็จะมีหมู่ป่าตัวเล็กเท่านั้น”“ฉันคงต้องลองเข้าไปสักครั้ง เผื่อไ
ฉันคือเซี่ยเจียวหงร่างอ้วนท้วนนอนอยู่บนเตียงกลับลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีหลังจากนางหลิงมู่เดินจากไป“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันตายไปแล้วนี่ แล้วป้าและเด็กทั้งสองคนเมื่อครู่นี้เป็นใครกัน”เธอพึมพำออกมา ในเมื่อภารกิจจบสิ้นแล้ว เธอเองก็ตายไปพร้อมกับเป้าหมาย ทำไมเธอยังมีชีวิตล่ะ แต่แล้วอยู่ ๆ ภาพทุกอย่างใน
ทะลุมิติมาในนิยายรัศมีนักฆ่าและสายลับสาวได้รับภารกิจให้มาเอาชีวิตของนักธุรกิจติดอันดับของประเทศนี้ เธอจึงปลอมตัวมาเป็นเลขาสาวของท่านทรงภพเมื่อหนึ่งปีก่อน นักธุรกิจที่มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ในการทำธุรกิจ“คุณรัศมี วันนี้ผมมีงานที่ไหนบ้าง ช่วยเลื่อนออกไปก่อน ผมมีงานใหญ่รออยู่”“ค่ะท่าน” รัศมีรับค







