Masukเนื้อสาวขาวผ่องสั่นระริก เธอไม่เคยสัมผัสประสบการณ์แบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ยิ่งเขาจูบเธอก็ยิ่งอยากกอดอยากลูบไล้ไปบนไหล่กว้าง แต่หญิงสาวก็ทำได้แค่กดฝ่ามือไว้กับบ่าของเขาแน่น ภายในเหมือนมีกองไฟสุมอยู่ยังไงยังงั้น
ศาสตราก็กำลังเพลิดเพลินต่อรสสัมผัสทางปากแสนซาบซ่านซึ่งเขาไม่เคยได้รับมันจากบัวไพลิน พี่สาวของบัวชมพูยังไม่ยอมให้เขาสัมผัสหรือแตะต้องตัวเธอสักหน แม้แต่จูบสักครั้งก็ยังไม่เคย
“อืม...อืม...” ร่างสูงครางลึกในลำคอ ลิ้นของเขากระหวัดเกี่ยวลิ้นเล็กที่ตอบสนองเขาเหมือนเธอพึ่งเรียนรู้การจูบ กลิ่นน้ำมันหอมกำจายออกมาอบอวลล้อมรอบคนทั้งสองที่ตอนนี้ร่างกายผุดผ่องของบัวชมพูที่ยังอยู่ในชุดเจ้าสาวกำลังบดเบียดแนบชิดด้านบนของร่างสูงใหญ่เปลือยเปล่า
ผ้าขนหนูผืนเล็กหลุดไปจากกลางลำตัวของเขาและกองอยู่ด้านข้างเพราะคนตัวโตขยับสะโพกและลำตัวไปมาด้วยความรัญจวนที่กำลังถาโถม ความร้อนจากแรงเสียดสีทำให้กลิ่นน้ำมันหอมยิ่งฟุ้งกระจายขึ้นมาและมันช่วยกระตุ้นกำหนัดในส่วนลึกของทั้งเขาและเธอได้เป็นอย่างดี
“ซีนิธ...ปล่อยบัวเถอะค่ะ” บัวชมพูครางเสียงหอบเมื่อเขาเลื่อนริมฝีปากออกและซุกไซ้ใบหน้าไปตามลำคอระหง
“อื๊อ...ปล่อยบัวเถอะนะคะ”
ยิ่งเธอร้องขอก็เหมือนยิ่งยั่วยุให้เขาฝังริมฝีปากลงบนเนื้อนวลหนักขึ้น บัวชมพูแทบขาดใจกระทั่งเขาพลิกร่างขึ้นมาอยู่เหนือเธอ
“บัว...” ศาสตราซึ่งตอนนี้ร่างกำยำนั้นเปล่าเปลือยหมดไม่เหลืออาภรณ์สักชิ้นครางเบา ๆ อยู่กับคางมน เขาสบนัยน์ตาของหญิงสาวที่มีอาการตื่นกลัวแต่ลึกลงไปเขากลับเห็นบางสิ่งบาอย่างแอบซ่อนอยู่ภายในนั้น
“ซีนิธ...ปล่อยบัวเถอะค่ะ...นะคะ”
“ทำไมล่ะ...ทำไมผมต้องปล่อยคุณ ในเมื่อคุณเต็มใจมาเป็นเจ้าสาวของผมแล้ว คุณก็ต้องเต็มใจทำหน้าที่เมียของผมด้วย”
“บัวขอเวลาหน่อยได้ไหมคะ?”
เขาเลิกคิ้ว “เพื่ออะไร?” ถามกลับขณะโน้มใบหน้าลงไปชิด
“ขอเวลาให้บัวได้ปรับตัวหน่อยได้ไหมคะ...บัวยังไม่ชิน...เอ้อ...บัวยังไม่เคยค่ะ”
“ไม่เคย?”
“ก็...บัวไม่เคยอยู่กับผู้ชาย” เธอหรุบเปลือกตาลงต่ำ “ไม่เคยอยู่แบบนี้นี่คะ”
“คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกเรื่องนั้น” เขาหรี่ตาลงและมองหญิงสาวอย่างมีนัย “เพราะว่าผม...จะสอนคุณเอง”
“ซีนิธ” บัวชมพูซึ่งตอนนี้ก็คือเจ้าสาวคนใหม่หลับตาลงเมื่อศาสตราโน้มใบหน้าคมเข้มลงไปหาเธออีกครั้ง เธอเผยอปากรับลิ้นของเขาโดยไม่รู้ตัว บิดกายไปมาอย่างยวนยั่วเพราะรู้สึกถึงความรัญจวนที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นมา
นี่เธอกำลังจะเป็น ของ ของ เขา จริงล่ะหรือ...หญิงสาวหวั่นกลัวตั้งแต่ก่อนเข้าพิธี กลัวว่าศาสตราจะรังเกียจที่เธอเป็นน้องสาวของผู้หญิงที่ทรยศเขา กลัวว่าเขาจะมองเห็นเธอเป็นแค่ตัวแทนของพี่สาวเท่านั้น
ความคิดทุกอย่างปลาสนาการไปจนสิ้นเมื่อรสลิ้นของเจ้าบ่าวนั้นช่างฉ่ำหวานและนุ่มเบาเหมือนขนนก เขาคลายความดุดันลงไปมาก และจูบเธออย่างกระหายหิว
บทที่ 4 ครั้งแรก (วาบหวาม)
ร่างกายของชายหนุ่มตึงแน่นและแข็งเกร็งขณะที่ลิ้นหนาล้วงเข้าไปในอุ้งปากเล็กลึกขึ้น ๆ เขาก็บอกตัวเองไม่ได้เช่นกันว่าเพราะอะไร ทำไมเขาต้องเป็นฝ่ายตื่นเต้นทั้งที่คนที่ต้องรู้สึกเช่นนั้นควรจะเป็นบัวชมพู
หรือเป็นเพราะการแสดงออกของเจ้าสาวที่เขาไม่ตั้งใจจะเข้าพิธีวิวาห์ด้วย บัวชมพูเป็นคนสวย ท่าทีของเธออ่อนหวานและที่สำคัญเธอทำเหมือนไม่เคยมีประสบการณ์กับเรื่องแบบนี้มาก่อน
ความไม่ประสาของเธอดึงดูดความรู้สึกของเขา เนื้อตัวของเธอเหมือนกล่องแห่งความลับที่กำลังรอให้เขาเปิดมันออก แล้วศาสตราก็ค่อย ๆ เปิดเผยความพิสุทธิ์บนเนื้อนวล เขาจูบและจับไหล่บาง ลูบไล้ไปตามแขนเรียวราวลำเทียนจนหญิงสาวขนลุกซู่
“ซีนิธ...อืม...” บัวชมพูเริ่มคราง แต่เสียงนั้นถูกกักไว้ในลำคอ พอรู้สึกตัวหญิงสาวก็หน้าแดงก่ำ นี่เธอกำลังมีอารมณ์คล้อยตามเขาไปแล้วหรืออย่างไรกันนี่
“บัว...ไม่ต้องกลัว...ฉันจะสอนเธอเอง”
“ซีนิธ...อย่าค่ะ...อย่า”
ร่างน้อยร้องออกมาเสียงแหบพร่าซึ่งเกิดจากอารมณ์หวามไหว เนื้อตัวของเธอถูกร่างใหญ่โตกำยำบดเบียดและกอดรัด เขาไม่ยอมเปิดทางให้เธอขยับได้นอกจากกระสับกระส่ายไปมา
ปากหยักหนาร้อน ๆ ลากไล้ลงมาตามลำคอระหง ไหปลาร้าและเนินอกอิ่มทั้งสองที่ความอวบอัดนั้นแอบซ่อนอยู่ใต้ผ้าสะใบเกาะอก บัวชมพูหลับตาพริ้มแต่ร่างกายของเธอกำลังตอบสนองคนตัวโตด้วยอาการกระสับกระส่ายบิดไปมาน้อย ๆ มันยั่วยวนให้เขาจูบและไล้ลิ้นไปบนผิวนวลเนียน พ่อเลี้ยงหนุ่มลูกครึ่งไทยรัสเซียถึงกับถอนหายใจเมื่อเขาเริ่มดึงปมผ้าข้างหนึ่งของสะใบที่ยึดผ้าทั้งผืนไว้ให้หลุดออกจากตัวของหญิงสาว
แต่ความอวบอิ่มก็ยังเห็นรำไรอยู่ใต้ผ้าไหมที่พันหน้าอกของหญิงสาวไว้อีกชั้น การแต่งองค์ของเจ้าสาวแบบไทย ๆ ไม่ได้ทำให้เขารำคาญ ตรงข้ามกลับทำให้พ่อเลี้ยงหนุ่มอยากรู้และค่อย ๆ ดึงมันออกอย่างเบามือ
“อุ๊ย! ซีนิธ”
บัวชมพูเขินจนหน้าแดงก่ำเมื่อทรวงอกอิ่มหลุดจากผ้าไหมที่พันตัวเธอไว้เป็นชั้นสุดท้าย เหลือเพียงผ้าไหมลายสวยชิ้นล่างที่ตอนนี้เลิกขึ้นมาถึงต้นขาเนียนขาวซึ่งถูกท่อนขาหนาใหญ่ของศาสตราเสียดสีไปมาเบา ๆ
หญิงสาวยกแขนทั้งสองขึ้นปกปิดบนทรวงอกอวบอิ่มที่ขนาดของบัวตูมทั้งสองทำเอาพ่อเลี้ยงหนุ่มตกตะลึง แขนของเธอปิดได้ก็แค่ส่วนปลาย แต่โนมเนื้ออวบใหญ่กลมกลึงกลับล้นแขนเรียวทั้งสองข้างออกมา
เรือยอชต์ขนาดกลางถึงกับสั่นไหวไปตามแรงขย่มโยกของสองหนุ่มสาว มันลอยเท้งเต้งอยู่กลางทะเลลึกที่แสงแดดและสายลมสะท้อนประกายงดงามอยู่ในผืนน้ำของหวงมหาสมุทร “โอวววว...อา...เจน...ผมไม่ไหวแล้ว...” “เจนก็เหมือนกันค่ะ...อ๊าย...เสียวค่ะ...เสียวมากค่ะ...เจนก็จะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน” เจนสุดายันมือกับพื้นเรือไว้มั่นและยกบั้นท้ายขึ้นสูงเพื่อให้กลีบแคมทั้งสองข้างเปิดรับแท่งสวาทที่กระแทกเข้ามาเต็ม ๆ ร่างสาวโยกคลอนไปตามแรงขย่มโยก ไคไม่เปิดโอกาสให้กับความเชื่อช้าอีกต่อไป “ไค...ซี๊ด...อ๊า...อ๊า...อ๊าย”บทที่ 20
ยิ่งเธอครางเสียงดังก็ยิ่งเป็นการยั่วยุให้นายหัวหนุ่มดูดกลืนยอดอกสีสวยแรงขึ้น เจนสุดาตวัดแขนเกี่ยวรอบคอของเขาและก้มใบหน้าแสนหวานลงไปเพื่อให้กลีบปากนุ่มสัมผัสกับริมฝีปากหยักหนาที่อ้ารอ สองหนุ่มสาวยังขยับเขย่าร่างกายที่หลอมเข้ากันเป็นหนึ่งเดียวและแลกจุมพิตดูดดื่มแก่กันท่ามกลางแสงแดดสวยและน้ำทะเลสีเขียวครามสดใส เจนสุดารู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่เธอมีความสุขมากที่สุดในชีวิต เพราะตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะมินดา อยู่กับไค ซึ่งในเวลานั้นเธอเข้าใจว่าเขาเป็นชาวประมงธรรมดา หญิงสาวคิดว่าเธอค้นพบบางอย่างที่หัวใจโหยหามานาน แต่ก็เหมือนยังมีบางสิ่งบางอย่างที่เธอยังไม่แน่ใจ มันเป็นความสุขที่ระคนอยู่กับความรู้สึกผิดบาป ผิดที่เธอใจง่ายกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันไม่เท่าไหร่ ผิดที่เธอไม่ได้บอกให้ใครรู้เกี่ยวกับความรักของต
ไคแหงนหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าที่นกเหยี่ยวเวหากำลังยินโฉบไปมาเห็นอยู่ไกลลิบ เหมือนจินตนาการทางเพศรสของเขาที่โบยบินขึ้นไปสู่ท้องฟ้า เจนสุดาทำให้เขาล่องลอยและรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเขาทะยานสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ “อา...ซี๊ดดด...อา...โอววว...เจน...เจน” ไคยกสะโพกให้เจนสุดาดูดกลืนเขาได้ถนัดมากยิ่งขึ้น ยิ่งเธอกลืนท่อนเอ็นที่แข็งขันเข้าไปลึกมากเท่าไหร่หญิงสาวก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความต้องการของเธอก็กำลังทะยานขึ้นสูง นักเขียนนิยายสาวฝันถึงการร่วมรักกลางแสงแดดจ้า เหมือนกับว่านี่คือการอาบแดดและแถมการร่วมเสพสังวาสไปด้วย มันทำให้อารมณ์รัญจวนของเธอเตลิดไปจนสุดขอบฟ้า&nb
ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวซึ่งท่าทางเธอจะหายใจลำบากจริง ๆ แต่พอเขาเลื่อนตัวนิดเดียว นักเขียนสาวจอมพยศก็ทำท่าจะลุกหนีแต่ไม่ทันมือแข็งแกร่งของเขาที่ดึงร่างของเธอลงไปนอนแนบอกอีกจนได้ แต่คราวนี้เธออยู่บนตัวเขา เจนสุดาหอบหายใจและต้องยอมจำนนในที่สุด “ไค...อย่าแกล้งเจนซีคะ...เจนยอมแพ้คุณก็ได้” “คราวนี้คุณหายใจคล่องแล้วที่รัก...แต่ผมจะไม่ยอมปล่อยคุณอีกแล้ว” นายหัวหนุ่มลูกครึ่งไทยฮาวายยื่นหน้าเข้าไปหาหญิงสาวอีกครั้ง มอบจูบดูดดื่มให้เธอ เป็นจูบแสนหวานที่คราวนี้เจนสุดาไม่อาจต้านทานเขาได้อีกต่อไป “อืม...อืม” ร่างน้อยครางลึกในลำคอ ท่ามกลางแสงแดดสาดส่อง แสงเรืองรองแห่งรักก็จ
“ปล่อยฉันนะ ไค! ฉันเกลียดคุณ คุณหลอกลวงฉัน ฉันรู้ว่าคุณกำลังจะทิ้งฉันกลับฮาวายอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่...ฮือ...ไค...ปล่อยฉัน...ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่!”เจนสุดากรีดร้องและสะอื้นไห้ซึ่งทำให้ไครู้สึกสะเทือนใจมากยิ่งกว่าหลายเท่า ชายหนุ่มกอดเธอไว้ไม่ยอมปล่อย เขาจูบหนัก ๆ ลงบนเรือนผมดำขลับยาวสยายก่อนจะพูด”เจน...ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหนทั้งนั้น ผมจะยังไม่ให้คุณกลับบ้าน”“คุณอยากกักขังฉันไว้ที่นี่ต่อไปทำไม ในเมื่อ...”“ผมรักคุณ”บทที่ 16 เจนสุดาหยุดชะงักแทบจะในทันทีที่เขาพูด หญิงสาวอยากจะคิดว่าตัวเองฝันไปหรือไม่ก็หูฝาด “อย่ามาพูดแค่ให้ฉันรู้สึกเชื่อใจคุณอีกเลยนะคะ ฉันไม่...”“ไม่ว่าคุณจะเชื่อห
เจนสุดาเลือกที่จะไม่อยู่ในบ้านซึ่งเธอรู้สึกได้ถึงบรรยากาศอันน่าเคลือบแคลงสงสัยอวลไออยู่ภายในนั้น นักเขียนสาวเดินไปยังชายหาดอีกด้านซึงเธอพบท่าเรือเล็ก ๆ ทอดตัวลงไปในทะเลและเห็นเรือยอชต์ขนาดเล็กจอดเทียบอยู่ใกล้ ๆ เธอไม่เคยเดินมาทางฝั่งนี้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีท่าเรือและเรือยอชต์สีขาวซึ่งด้านข้างมีอักษรภาษาอังกฤษว่า KAI หญิงสาวมองมันขณะหัวใจประหวัดไปถึงหนุ่มชาวประมงที่เธอมีสัมพันธ์สวาทอันเร่าร้อนด้วยบนเกาะมินดาตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา “เจน” เสียงเรียกนั้นทำให้หญิงสาวหยุดชะงักอยู่ที่ริมชายหาด ร่างเล็กในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวผ้าฝ้ายเนื้อบางเบาหันกลับไปมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่ส่งยิ้มมาให้“ไค...” น้ำเสียงของหญิงสาวแห้งผาก ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความประ
หญิงสาวถามเขาเสียงหอบพร่าขณะที่ร่างทั้งร่างยังโยกโยนไปตามแรงกระแทกที่ไม่มีเบาลงเลย รอยยิ้มทรงเสน่ห์จุดขึ้นบนริมฝีปากหยัก ถึงเขาจะอยู่ในท่าทางที่กำลังร่วมรักกับเธอแต่บัวชมพูก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเขายิ่งดูหล่อเหลามากแค่ไหน &
เอวคอดกิ่วนั่นก็เย้ายวนนัก เขาอยากจับสะโพกของหญิงสาวแล้วแยกเรียวขาของเธอออกเสียให้รู้แล้วรู้รอด กระแทกตัวเขาเข้าไปในซอกขา แต่ศาสตราก็อดทนทั้งที่อยากร่วมรักกับเมียของเขาแทบบ้าบัวชมพูไม่ได้แค่ลองลิ้มชิมตัวเขา แต่เธอยังลูบไล้ฝ่ามือไปตามมัดกล้ามบนลำแขนแข็งแกร่ง ลำตัวด้านข้างของเขา กระทั่งหญิง
สิ่งแรกที่ชายหนุ่มสัมผัสได้คือติ่งเนื้อนุ่ม ๆ ที่ตอดขึ้นมาเป็นจังหวะ มันกำลังสั่นระริกเหมือนรอคอยมาแสนนาน ศาสตราคลึงด้วยปลายนิ้วเบา ๆ บัวชมพูถึงกับบิดเร่าด้วยความสยิวซ่าน“อู๊ย...ซีนิธ...อ๊า...ซี๊ด”หญิงสาวบิดไหล่ไปมา ศาสตรารู้ในทันทีว่านี่คือส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของบัวชม
“ใช่...ฉันจับเธอมาที่นี่เอง เธอชื่อรีริสใช่มั้ย?”“นายรู้จักชื่อฉันด้วย...นี่มันเรื่องอะไรกัน นายเป็นใคร!”รีริสทำท่าฮึดฮัดและพยายามจะลุกจากเก้าอี้ แต่เธอก็ทำไม่ได้เพราะมือของเธอถูกจับไพล่ไว้เบื้องหลังและดูเหมือนเชือกที่มัดข้อมือของเธอจะผูกติดอยู่กับขาเก้าอี้อีกชั้น นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน หญิงสาวอย







