เข้าสู่ระบบเขาเคยตั้งปณิธานว่าจะรักบัวไพลินคนเดียว แต่พอถูกหักหลังเขาก็ตั้งปณิธานใหม่ว่าจะไม่ให้อภัยใครก็ตามที่ใกล้ชิดผู้หญิงคนนั้น ซึ่งก็รวมทั้งบัวชมพู ที่เขาคิดว่าเธอเสแสร้งแกล้งทำดีเพื่อให้เขาลืมเรื่องอัปยศของพี่สาว
กลิ่นน้ำมันหอมผสมกับการนวดจากปลายนิ้วไล่ขึ้นไปจนถึงไหล่กว้าง ลำคอและหลังของเขาทำให้ร่างสูงใหญ่รู้สึกผ่อนคลายลงอย่างมาก แต่น่าแปลกที่เขาไม่หลับเหมือนตอนให้หมอนวดแผนไทยนวดให้ที่ต่างประเทศ ดวงตาสีเขียวอมฟ้าคู่นั้นยังคงจับจ้องอยู่บนใบหน้าและท่าทางของหญิงสาวตลอดเวลา
“พลิกตัวซีคะ” บัวชมพูสั่งเขาเบา ๆ และชายหนุ่มก็ทำตามด้วยการพลิกตัวนอนหงาย แต่เขาช่างไม่ระวังทำให้ปมของผ้าขนหนูผืนเล็กเจ้ากรรมที่ขมวดเอาไว้หลุดออกจากกันไปกองอยู่ข้างลำตัว
“ซีนิธ...เอ้อ...เอ้อ” หญิงสาวหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นความแข็งแกร่งที่กลางลำตัวของเขาตั้งลำขึ้นมา บัวชมพูลอบกลืนน้ำลายกับขนาดใหญ่โตของความเป็นชายซึ่งในชีวิตของเธอไม่เคยเห็นของใครชัด ๆ แบบนี้มาก่อน
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะบัว?” เขาถามแล้วเหยียดยิ้มพลางประสานมือทั้งสองไว้ที่ท้ายทอย “ไม่เคยเห็นอย่างนั้นหรือ?”
“ค่ะ...บัวไม่เคยเห็น” รีบตอบแล้วรีบตวัดผ้าขนหนูขึ้นมาปิดเอาไว้ หญิงสาวตั้งใจทำหน้าที่ของเธอต่อ แต่พอวางมือลงบนบ่ากว้างทั้งสองและทำท่าจะนวดให้ก็ต้องตกใจเมื่อศาสตราเลื่อนมือจากใต้ท้ายทอยของเขามาจับเอวบางไว้แน่น
“อุ๊ย! ซีนิธ ปล่อยนะคะ” เธอร้องตกใจแต่เขากลับเหยียดยิ้ม
“เธอต้องตกใจทำไมกัน นี่มันงานแต่งงานของเรานะบัว ตอนนี้เธอเป็นเมียฉันแล้ว ใคร ๆ เขาก็รู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง”
บทที่ 3 เจ้าบ่าวสอนรัก
“แต่บัวก็เป็นแค่ตัวแทนของพี่บีนะคะ คุณก็รู้”
“ก็เพราะอย่างนั้นนะซีบัว...ถึงคุณจะเข้าพิธีเป็นเจ้าสาวแทนบี แต่คุณก็อย่าลืมว่าหน้าที่ของเมียคืออะไร”
ศาสตราพูดพลางรัดรึงเอวบอบบางจนร่างเล็กที่อยู่ข้างบนชิดลงกับหน้าอกของเขา ใบหน้าสวยหวานอยู่ห่างจากใบหน้าคร้ามเข้มแค่คืบ บัวชมพูแสดงความตระหนกออกมาทางดวงตา แค่ดวงตาคู่สวยเท่านั้นแต่ร่างกายเธอกลับไม่ยอมแสดงอาการขัดขืน
“จริง ๆ แล้วคุณไม่ได้อยากเข้าพิธีแต่งงานครั้งนี้นี่ไม่ใช่หรือคะ ซีนิธ?”
“คุณเข้าใจไม่ผิดหรอกบัว...ใครกันจะมีแก่ใจแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ใช่เจ้าสาวของตัวเอง ถ้าเป็นคุณล่ะ จะทำยังไงถ้าต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ใช่ว่าที่เจ้าบ่าวตั้งแต่แรก”
พอเขาพูดแบบนั้นบัวชมพูก็นิ่งเงียบ เธอสะท้อนใจกับคำกล่าวของศาสตรา แต่เขาจะรู้ไหมว่าแท้จริงแล้วเธอรู้สึกเช่นไร
“ว่ายังไงล่ะ บัว หืมม์?”
เขาผงกศีรษะขึ้นมาจนเกือบจะชิดใบหน้าของหญิงสาว บัวชมพูปากสั่นระริก แก้มใสเนียนเป็นสีแดงก่ำ หญิงสาวเผลอจับบ่าเขาไว้แน่น
“แต่ถึงบัวจะทำหน้าที่แทนพี่บี แต่บัว...ก็คงแทนที่พี่บีไม่ได้ทุกอย่างใช่ไหมคะ?”
ดวงตาคู่สวยรื้นน้ำ นี่เธอตั้งคำถามอะไรออกไป ทำไมเธอต้องพูดให้เขาเดาความรู้สึกของเธอออก ศาสตราคงไม่รู้ว่าเธอหวั่นหวามมากแค่ไหนที่ได้อยู่ชิดใกล้เขาแบบนี้
แม้แต่ชายหนุ่มเองก็เช่นกัน เขาอยากจะเหยียดปากเพื่อเย้ยหยันความรู้สึกของหญิงสาว แต่ก็กลับทำตรงกันข้าม ศาสตรายื่นหน้าเข้าไปหาเธอก่อนประกบปิดเรียวปากอิ่มด้วยริมฝีปากหยักนาของเขา
บัวชมพูเหมือนโดนไฟช๊อตเข้าอย่างจัง เธอทำอะไรไม่ถูกไปชั่วครู่ใหญ่ ๆ ที่เขาแทรกปลายลิ้นเข้าไปและซอกซอนไปทุกอณูภายในริมฝีปากเล็ก เธอไม่รู้จะตอบสนองเขาได้อย่างไร เพราะไม่เข้าใจว่า จูบ โดยการใช้ลิ้นต้องทำยังไงบ้าง
แต่ที่รู้คือร่างกายของเธอเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเธอคงผลักไสออกไปให้ห่างแล้ว แต่นี่คือ ศาสตรา หนุ่มลูกครึ่งไทยรัสเซียที่เธอแอบมองเขาตั้งแต่วันแรกเห็น มันดูเหมือนเธอกำลังทรยศพี่สาวตัวเอง แต่เหตุการณ์พลิกผันทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นจากบัวไพลินไม่ใช่หรือ
“ซีนิธ...อือ...” หญิงสาวร้องครางอยู่ชิดริมฝีปากของชายหนุ่ม แต่เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ประท้วงด้วยการประกบปิดกลีบปากอิ่มไว้แน่น จูบเธออย่างหนักหน่วงและดูเหมือนเป็นจูบเอาแต่ใจ เขากำลังจาบจ้วงเธอแต่บัวชมพูกลับยิ่งตื่นเต้นมากเป็นทวีคุณ
เรือยอชต์ขนาดกลางถึงกับสั่นไหวไปตามแรงขย่มโยกของสองหนุ่มสาว มันลอยเท้งเต้งอยู่กลางทะเลลึกที่แสงแดดและสายลมสะท้อนประกายงดงามอยู่ในผืนน้ำของหวงมหาสมุทร “โอวววว...อา...เจน...ผมไม่ไหวแล้ว...” “เจนก็เหมือนกันค่ะ...อ๊าย...เสียวค่ะ...เสียวมากค่ะ...เจนก็จะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน” เจนสุดายันมือกับพื้นเรือไว้มั่นและยกบั้นท้ายขึ้นสูงเพื่อให้กลีบแคมทั้งสองข้างเปิดรับแท่งสวาทที่กระแทกเข้ามาเต็ม ๆ ร่างสาวโยกคลอนไปตามแรงขย่มโยก ไคไม่เปิดโอกาสให้กับความเชื่อช้าอีกต่อไป “ไค...ซี๊ด...อ๊า...อ๊า...อ๊าย”บทที่ 20
ยิ่งเธอครางเสียงดังก็ยิ่งเป็นการยั่วยุให้นายหัวหนุ่มดูดกลืนยอดอกสีสวยแรงขึ้น เจนสุดาตวัดแขนเกี่ยวรอบคอของเขาและก้มใบหน้าแสนหวานลงไปเพื่อให้กลีบปากนุ่มสัมผัสกับริมฝีปากหยักหนาที่อ้ารอ สองหนุ่มสาวยังขยับเขย่าร่างกายที่หลอมเข้ากันเป็นหนึ่งเดียวและแลกจุมพิตดูดดื่มแก่กันท่ามกลางแสงแดดสวยและน้ำทะเลสีเขียวครามสดใส เจนสุดารู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่เธอมีความสุขมากที่สุดในชีวิต เพราะตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะมินดา อยู่กับไค ซึ่งในเวลานั้นเธอเข้าใจว่าเขาเป็นชาวประมงธรรมดา หญิงสาวคิดว่าเธอค้นพบบางอย่างที่หัวใจโหยหามานาน แต่ก็เหมือนยังมีบางสิ่งบางอย่างที่เธอยังไม่แน่ใจ มันเป็นความสุขที่ระคนอยู่กับความรู้สึกผิดบาป ผิดที่เธอใจง่ายกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันไม่เท่าไหร่ ผิดที่เธอไม่ได้บอกให้ใครรู้เกี่ยวกับความรักของต
ไคแหงนหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าที่นกเหยี่ยวเวหากำลังยินโฉบไปมาเห็นอยู่ไกลลิบ เหมือนจินตนาการทางเพศรสของเขาที่โบยบินขึ้นไปสู่ท้องฟ้า เจนสุดาทำให้เขาล่องลอยและรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเขาทะยานสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ “อา...ซี๊ดดด...อา...โอววว...เจน...เจน” ไคยกสะโพกให้เจนสุดาดูดกลืนเขาได้ถนัดมากยิ่งขึ้น ยิ่งเธอกลืนท่อนเอ็นที่แข็งขันเข้าไปลึกมากเท่าไหร่หญิงสาวก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความต้องการของเธอก็กำลังทะยานขึ้นสูง นักเขียนนิยายสาวฝันถึงการร่วมรักกลางแสงแดดจ้า เหมือนกับว่านี่คือการอาบแดดและแถมการร่วมเสพสังวาสไปด้วย มันทำให้อารมณ์รัญจวนของเธอเตลิดไปจนสุดขอบฟ้า&nb
ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวซึ่งท่าทางเธอจะหายใจลำบากจริง ๆ แต่พอเขาเลื่อนตัวนิดเดียว นักเขียนสาวจอมพยศก็ทำท่าจะลุกหนีแต่ไม่ทันมือแข็งแกร่งของเขาที่ดึงร่างของเธอลงไปนอนแนบอกอีกจนได้ แต่คราวนี้เธออยู่บนตัวเขา เจนสุดาหอบหายใจและต้องยอมจำนนในที่สุด “ไค...อย่าแกล้งเจนซีคะ...เจนยอมแพ้คุณก็ได้” “คราวนี้คุณหายใจคล่องแล้วที่รัก...แต่ผมจะไม่ยอมปล่อยคุณอีกแล้ว” นายหัวหนุ่มลูกครึ่งไทยฮาวายยื่นหน้าเข้าไปหาหญิงสาวอีกครั้ง มอบจูบดูดดื่มให้เธอ เป็นจูบแสนหวานที่คราวนี้เจนสุดาไม่อาจต้านทานเขาได้อีกต่อไป “อืม...อืม” ร่างน้อยครางลึกในลำคอ ท่ามกลางแสงแดดสาดส่อง แสงเรืองรองแห่งรักก็จ
“ปล่อยฉันนะ ไค! ฉันเกลียดคุณ คุณหลอกลวงฉัน ฉันรู้ว่าคุณกำลังจะทิ้งฉันกลับฮาวายอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่...ฮือ...ไค...ปล่อยฉัน...ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่!”เจนสุดากรีดร้องและสะอื้นไห้ซึ่งทำให้ไครู้สึกสะเทือนใจมากยิ่งกว่าหลายเท่า ชายหนุ่มกอดเธอไว้ไม่ยอมปล่อย เขาจูบหนัก ๆ ลงบนเรือนผมดำขลับยาวสยายก่อนจะพูด”เจน...ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหนทั้งนั้น ผมจะยังไม่ให้คุณกลับบ้าน”“คุณอยากกักขังฉันไว้ที่นี่ต่อไปทำไม ในเมื่อ...”“ผมรักคุณ”บทที่ 16 เจนสุดาหยุดชะงักแทบจะในทันทีที่เขาพูด หญิงสาวอยากจะคิดว่าตัวเองฝันไปหรือไม่ก็หูฝาด “อย่ามาพูดแค่ให้ฉันรู้สึกเชื่อใจคุณอีกเลยนะคะ ฉันไม่...”“ไม่ว่าคุณจะเชื่อห
เจนสุดาเลือกที่จะไม่อยู่ในบ้านซึ่งเธอรู้สึกได้ถึงบรรยากาศอันน่าเคลือบแคลงสงสัยอวลไออยู่ภายในนั้น นักเขียนสาวเดินไปยังชายหาดอีกด้านซึงเธอพบท่าเรือเล็ก ๆ ทอดตัวลงไปในทะเลและเห็นเรือยอชต์ขนาดเล็กจอดเทียบอยู่ใกล้ ๆ เธอไม่เคยเดินมาทางฝั่งนี้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีท่าเรือและเรือยอชต์สีขาวซึ่งด้านข้างมีอักษรภาษาอังกฤษว่า KAI หญิงสาวมองมันขณะหัวใจประหวัดไปถึงหนุ่มชาวประมงที่เธอมีสัมพันธ์สวาทอันเร่าร้อนด้วยบนเกาะมินดาตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา “เจน” เสียงเรียกนั้นทำให้หญิงสาวหยุดชะงักอยู่ที่ริมชายหาด ร่างเล็กในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวผ้าฝ้ายเนื้อบางเบาหันกลับไปมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่ส่งยิ้มมาให้“ไค...” น้ำเสียงของหญิงสาวแห้งผาก ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความประ
“ผมรู้ว่าคุณทำได้ยอดเยี่ยม” เขาให้กำลังใจ ยิ้มทรงเสน่ห์ของเขากำลังละลายความรู้สึกของเธอ อาร์เธอละมือออกจากแท่งเนื้อกลางลำตัวของเขาและประสาน
หญิงสาวถามเขาเสียงหอบพร่าขณะที่ร่างทั้งร่างยังโยกโยนไปตามแรงกระแทกที่ไม่มีเบาลงเลย รอยยิ้มทรงเสน่ห์จุดขึ้นบนริมฝีปากหยัก ถึงเขาจะอยู่ในท่าทางที่กำลังร่วมรักกับเธอแต่บัวชมพูก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเขายิ่งดูหล่อเหลามากแค่ไหน &
เอวคอดกิ่วนั่นก็เย้ายวนนัก เขาอยากจับสะโพกของหญิงสาวแล้วแยกเรียวขาของเธอออกเสียให้รู้แล้วรู้รอด กระแทกตัวเขาเข้าไปในซอกขา แต่ศาสตราก็อดทนทั้งที่อยากร่วมรักกับเมียของเขาแทบบ้าบัวชมพูไม่ได้แค่ลองลิ้มชิมตัวเขา แต่เธอยังลูบไล้ฝ่ามือไปตามมัดกล้ามบนลำแขนแข็งแกร่ง ลำตัวด้านข้างของเขา กระทั่งหญิง
สิ่งแรกที่ชายหนุ่มสัมผัสได้คือติ่งเนื้อนุ่ม ๆ ที่ตอดขึ้นมาเป็นจังหวะ มันกำลังสั่นระริกเหมือนรอคอยมาแสนนาน ศาสตราคลึงด้วยปลายนิ้วเบา ๆ บัวชมพูถึงกับบิดเร่าด้วยความสยิวซ่าน“อู๊ย...ซีนิธ...อ๊า...ซี๊ด”หญิงสาวบิดไหล่ไปมา ศาสตรารู้ในทันทีว่านี่คือส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของบัวชม







