Mag-log inChartchanok
"สองร้อยห้าสิบบาทครับ" เสียงคนขับแท็กซี่ดังแทรกเข้ามาในห้วงความคิด ในขณะที่ฉันกำลังคิดไม่ตก ว่าตัวเองกำลังจะเดินไปเจอกับอะไร ดวงตากลมโตก้มมองเวลาที่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพียงนิด เห็นเป็นเวลาบ่ายสี่โมงยี่สิบนาที นั่นหมายความว่า จากบ้านเธอมาที่นี่ ใช้เวลาราวชั่วโมงเศษๆ จึงมาถึง มือบางล้วงเงินจำนวนหนึ่งจากกระเป๋าสะพาย ก่อนจะยื่นให้คนขับแท็กซี่ ก่อนที่ฉันจะก้าวขาลงจากรถเป็นอันดับถัดมา ฉันถึงกับห่อปาก เมื่อดวงตาจ้องมองเพียงประตูบ้าน ที่มีป้ายไม้สักเขียนเป็นบ้านเลขที่ติดไว้ ให้ตาย ชาตินี้ฉันก็ไม่มีวาสนาที่จะเข้าไปเหยียบคฤหาสน์ที่ใหญ่ราวกับวังแบบนี้ได้ และรู้ดี ว่าการที่ฉันมาที่นี่ ก็ใช่ว่า ฉันจะต้องมาเจอกับความสุขสบาย เพราะเป้าหมายของฉันคือการใช้หนี้ ใช้หนี้ยี่สิบล้าน ที่คนอย่างฉันไม่มีวาสนาพอที่จะได้เห็นมัน "เห้ออ.." ฉันถอนหายใจออกมาหนักๆ ในจังหวะที่เอื้อมมือไปกดกริ่งหน้าบ้าน ไม่ว่าต่อจากนี้ฉันจะต้องเจอกับอะไร สุดท้าย ฉันก็ต้องเผชิญหน้าเพื่อสู้กับมัน หนี้ของพ่อฉัน ก็คงมีแค่ฉัน ที่ควรช่วยเหลือท่าน ครืดดดดดดดดดดดด~ ประตูบ้านขนาดใหญ่ เปิดออกช้าๆ เพียงแค่ฉันส่งสัญญาณที่หน้าบ้านได้ไม่นาน "หนูมาพบคุณณัฐภาคย์ค่ะ" ฉันบอกกับผู้หญิงวัยกลางคนที่เป็นคนโผล่เข้ามาเป็นคนแรก ดวงตาคู่นั้นเหลือบมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำเอาฉันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แต่สุดท้าย ผู้หญิงคนนั้น ก็ผายมือเชื้อเชิญให้ฉันเข้าไปด้านใน ฉันกำสายกระเป๋าสะพายแน่น ตลอดระยะทางที่ย่างเท้าเข้ามาเหยียบในตัวบ้าน เห็นด้านนอกที่ว่าอลังการ พอได้มาเดินด้านใน มันก็เหนือความคาดหมาย ทุกอย่างที่อยู่ภายในบ้าน เป็นของทุกอย่างที่มีค่า คิดเอาเถอะ แม้แจกันโชว์ที่ตั้งอยู่ในบ้านของเขา คนอย่างฉันก็คงไม่มีปัญญาที่จะซื้อมันมาครอบครองได้ "มาแล้วหรอ" เสียงทุ่มทว่ามีเสน่ห์ ส่งผลให้ฉันปรับเปลี่ยนทิศทางของใบหน้า เพื่อมองไปยังต้นเสียง เห็นร่างสูงโปร่งดูดีที่อยู่ในชุดไปรเวทโทนสีดำ ที่กำลังก้าวขาลงมาจากบันได "อึก.." ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อผู้ชายคนนั้น เดินมาหยุดยืนที่ตรงหน้ากัน เขาสูงกว่าฉันมาก ผิวพรรณดีมาก และเขาก็ดูดีมากเช่นกัน ฉันรีบยกมือไหว้ เมื่อสำเหนียกได้ว่า เขาคือใคร ก่อนที่เขาจะทำในสิ่งที่ฉันไม่คาดฝัน คือการเอื้อมมือมาจับที่มือของฉัน ทั้งๆที่มือของฉันยังอยู่ในท่าประนมไหว้ ตึกตัก ตึกตัก~ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง แม้ใบหน้าของเขาจะเรียบเฉย ไม่ถ่ายทอดความรู้สึกอะไรออกมาเลย แต่ฉันก็ไม่ได้เด็กมากพอที่จะไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันหมายความว่ายังไง "ไปนั่งก่อนสิ" เขาผละมือออก พลางผละห่าง แล้วไปทิ้งร่างที่บนโซฟา ฉันจึงต้องรวบรวมความกล้า แล้วเดินตามเขาไป "เดี๋ยว" ฉันที่กำลังจะทรุดกายลงนั่ง ถึงกับชะงักไปอีกครั้ง "ขึ้นมานั่งที่โซฟา.." "...ข้างๆฉัน" เป็นอีกครั้งที่ฉันถึงกับอึ้งไป ยอมรับว่าตอนจะมา ฉันคิดเอาไว้หลายอย่าง ว่างานที่ฉันต้องมาทำเพื่อปลดหนี้ มันควรจะเป็นงานแบบไหน แต่ก็ยังไม่อยากปักใจเชื่อว่า สิ่งที่อยู่ในใจของฉันตอนนี้ มันจะคืองานที่ฉันต้องทำ "หนูชื่อฉัตรค่ะ ฉัตรชนก พ่อของหนูเป็นหนี้ แล้วคุณคือคนที่ใช้หนี้ให้ หนูจึงมาหาคุณเพื่อทำงาน ใช้หนี้คุณ" "อื้ม ยี่สิบล้าน ฉันให้คนจัดการให้ ตั้งแต่พ่อเธอติดต่อเข้ามาแล้ว" "อึก.." ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อยามที่ได้ยินเขาเอ่ยถึงเงินยี่สิบล้าน โดยไม่สะทกสะท้านใดๆเลย "หนูขอบคุณคุณนะคะ ที่ช่วยเหลือ บุญคุณครั้งนี้ หนูจะไม่ลืม" "อื้ม ฉันชอบเด็กดี" "ละ แล้วงานที่คุณจะให้หนูทำ คืองานอะไรคะ หนูทำงานบ้านได้ หนูทำอาหารอร่อยค่ะ" "หรอ?" คำตอบสั้นๆของเขา ส่งผลให้ฉันช้อนสายตาเพื่อมองสบตากับเขาอีกครั้ง "แม่ครัวที่นี่ก็ทำอาหารอร่อยมาก อร่อยโดยไม่ต้องชิม ส่วนแม่บ้าน ก็ชินกับที่นี่ ถึงขั้นทำความสะอาดได้เรียบร้อยจนไม่มีที่ติ เธอคงไม่เหมาะกับงานนี้.." "...เธอสวยดี ไว้คอยดูแลฉันแบบใกล้ชิดดีกว่า" "ดะ เด็กเสี่ยเหรอคะ" ตึกตัก ตึกตัก~ หัวใจของฉันเต้นไม่เป็นส่ำ ลำคอแห้งผาด หลังจากที่เอ่ยคำนั้นออกไป "เด็กของเฮีย" "แต่ฉันไม่ถนัดกับงานแบบนั้น" "ฉันไม่ชอบคำว่าฉัน ฉันชอบคำว่าหนูมากกว่า!" -------------อีกคนตวัดสายตามองค้อนกลับ ผมถึงกลับหลุดระบายรอยยิ้มออกมาทันทียัยนี่ บางทีก็ทำตัวน่ารักดีเหมือนกัน บทโหดของเธอมันน่ารัก ส่วนบทลงโทษ ผมก็ชอบมันมากๆ เลย"ไหวหรือเปล่า" ผมถามอีกครั้ง เมื่อเห็นว่า คนตัวเล็กพยายามที่จะถอยห่าง เพราะความห่วงใยล้วนๆ เลยนะที่ทำให้ผมเอ่ยถามแบบนั้น แต่ทว่า คำตอบที่ผมได้เป็นการตอบรับ คือการทำตาเขียวปั๊ดกลับมา"หมายถึงลุกไปเข้าห้องน้ำไหวหรือเปล่า" เป็นอีกครั้งที่ผมเผลออมยิ้ม ยัยนี่น่ารักจังวะ หน้าซื่อๆ แววตาที่ไร้เดียงสา การกระทำของเธอก่อนหน้านี้ บ่งบอกว่าเธอไม่เด็กแล้วนะ แต่ทว่า ลึกๆ แล้ว ผมก็มองเห็นความเด็กในตัวของเธออยู่ดี เด็กที่ว่า ไม่ใช่รูปร่าง หรือวัดจากสัดส่วนบทเรือนร่าง แต่ผมกำลังวัดจากการแสดงออกในแบบเผลอๆ ของเธอ"สี่ทุ่มแล้ว เดี๋ยวสั่งข้าวมาให้กินที่ห้องละกัน" ผมบอก พลางหยัดกายลุกไปก่อน คว้าผ้าขนหนูสะอาดมาพันรอบเอวพอหมิ่นเหม่เอาไว้ จากนั้น ก็เลือกที่จะใช้ผ้าอีกผืน แล้วนำมายื่นให้อีกคน เธอยอมรับไปอย่างว่าง่าย แล้วรีบนำไปห่อหุ้มร่างกาย ปกป้องเรือนร่างของเธอจากสายตาของผมในทันที "ส่วนเรื่องผ้าปูที่นอน ไว้เดี๋ยวขอผืนใหม่ ระหว่างเธอเข้าไปอาบน้ำ เดี๋ยวให้เขาม
"พี่ อ๊าา..." ปลายลิ้นแข็งแรง ปาดเลียทักทายใจกลางความเป็นสาว กลีบกุหลาบงามที่บอบช้ำสีแดงเข้มเพราะโดนกระแทกในเวลาที่เธอยังไม่พร้อม แต่ทว่า มันยังคงงดงามแก่สายตา ผมกวาดสายตามองไปทั่วทุกสัดส่วน หน้าท้องแบนราบ ขาวจั๊วทั้งตัว ขนอ่อนที่ประดับอยู่บนนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านตา มันโอเคไปหมดจนทำให้ไม่อยากปล่อยผ่าน ผมดึงสายตากลับมายังเนินสามเหลี่ยมอีกครั้ง พลางเลื่อนริมฝีปากไปขบเม้มหยอกเย้าในจุดที่คิดว่า เมื่อโดนสัมผัสเธอจะเสียวแน่ๆ แล้วมันก็เป็นแบบที่ผมคิดเอาไว้จริงๆ"มะ ไม่เอาแบบนั้น อ๊าา..." ขาสวยเกร็งไปหมด เธอพยายามที่จะหุบเรียวขาเข้าหากัน แต่ผมใช้มือดันมันไว้ และใช้ปากและลิ้นปรนเปรอเธอต่อไปแผล็บๆ~ "อื้อออ..."จ๊วบๆ~"อ๊าา..."ผมตวัดสายตามองคนที่เปล่งเสียงครวญครางจนดังลั่น มือบางสอดเข้ามากอบกำที่เส้นผมของผมเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ผมกำลังมอบให้ ยิ่งผมรัวลิ้นกับน้องสาวของเธอเร็วเท่าไหร่ นานเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเก็บอาการเอาไว้ไม่ไหว ผมดึงสายตากลับมาจับจ้องความงดงามตรงหน้าใหม่ สอดปลายลิ้นเข้าไปหยอกเย้าช่องทางรับคับแคบ เกร็งปลายลิ้น เย้าแหย่ถี่ๆ จนอีกคนปลดปล่อยธารน้ำหวานให้ไหลออกมาแล้วใครจ
ไม่มีคำตอบที่อีกคนมอบให้ ผมจึงดึงข้อเท้าของอีกคน ส่งผลให้ร่างของเธอ ถูกดึึงให้มานอนอยู่ใต้ร่างของผมแบบเดิม เช่นเดียวกับหัวใจแกร่งที่กำลังเต้นแรง"ถ้าเธอไม่ตอบ อย่างนั้นก็ช่วยกันถอด ในฐานะที่ฉันเป็นผู้ชาย ฉันจะเป็นฝ่ายเสียสละ ฉันยอมเป็นฝ่ายถอดกางเกงก่อนก็ได้นะ จากนั้นค่อยถอดเสื้อของเธอ" ใบหน้าที่แดงขึ้นเรื่อยๆ ของอีกคน ส่งผลให้ผมขยับยิ้มออกมาอย่างพอใจ ความเขินอาย ความไร้เดียงสา ความที่รู้ว่า เธอไม่เคยผ่านมือใครมานอกจากผม มันยิ่งทำให้ผมอยากมองเธอให้นานกว่าเดิม"เธอ ฉันกำลังคุยกับเธออยู่นะ เลิกหลับตา เลิกหลบหน้า แล้วหันมามองหน้ากันดีๆ สักที""พี่เมาแล้ว พี่ไม่มีสติ พี่เป็นเหมือนวันนั้นแน่ๆ ลุกออกไปก่อน ไปอาบน้ำก็ได้ เผื่อว่าสติของพี่มันจะกลับคืนมา""ฉันไปอาบน้ำก็ได้นะ แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องอาบด้วยกัน""ไม่ใช่แบบนั้น" เธอค้านทันที เป็นเวลาที่ผมใช้ต้นขาแทรกกลางระหว่างขาของอีกคน จนกระทั่ง ผมสัมผัสกับความอ่อนโยนนั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจยัยนี่กระพริบตาถี่ เพราะความที่เราแนบชิดกัน ผมรับรู้ว่าเธอใจเต้นแรงมาก น้ำหวานยกมือมาดันอกผมเอาไว้ ผมจึงดันกายลงต่ำ แล้วรูดกางเกงชั้นในของเธอออกแทน"อื้อออ มะ ไม
"อื้ออออ มะ ไม่" ผมกดริมฝีปาก บดขยี้ซ้ำๆ ลงไปที่ปากของอีกคน ลมหายใจที่เป่ารดกัน เป็นคำตอบที่ค่อนข้างชัดเจน ว่าในตอนนี้ เราแนบชิดกันมากแค่ไหน มือเรียวพยายามที่จะดันหน้าของผมออกห่าง ยิ่งยามที่ผมพยายามบังคับให้เธอเผยอปาก เพื่อที่จะสอดปลายลิ้นเข้าไป อีกคนจึงเปลี่ยนเป้าหมาย โดยการรัวกำปั้นเล็กๆ ฟาดลงมาที่อกของผมรัวๆ"หายใจไม่ออก" เธอรีบโวยวาย เมื่อสิ่งที่พันธนาการโดยการสร้างจากผมหลุดออกจากกัน "หายใจไม่ออกก็รีบๆ เปิดปาก ไม่ใช่ต่อต้านแบบที่เธอทำ" "ไม่ได้บอกว่าจะให้จูบไง" "ไม่ได้จะจูบไง แค่ลบรอยคนอื่นที่มันทิ้งไว้เท่านั้นเอง"อีกคนจ้องหน้าผมเขม็ง แล้วพยายามที่จะเม้มปาก "แต่เท่าที่เห็น คือเธอไม่ได้เต็มใจที่จะให้ฉันลบสักเท่าไหร่""แล้วใครบอกว่าของแบบนี้มันลบได้ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็ควรที่จะปล่อยผ่านไม่ใช่หรือไง ใครบ้างล่ะ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้" "ฉันรู้ ว่าไม่มีใครเปลี่ยนแปลงอดีตได้ ในเมื่อเปลี่ยนไม่ได้ กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ฉันจึงต้องลบทุกอย่าง แล้วทิ้งสัมผัสของฉันเอาไว้แทนไง""พะ พี่ จะทำอะไร" ผมไม่ตอบ แต่เลือกที่จะจับมือบางเอาไว้แน่น แล้วดึงออกมาจากมุมนั้น เป้าหมายคือการก้าวขาเข
เราเดินออกมาจากห้องพักพร้อมกัน ในสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนแบบนี้ คนเยอะเป็นธรรมดา ผมเลือกที่จะกุมมือบางไม่ยอมปล่อย ซึ่งอีกคน ก็ไม่ได้ดึงมือผมออกห่าง หรือว่าขัดขืนแต่อย่างใดอีกคนชะงักฝีเท้า เมื่อเราเดินออกมาได้สักพัก ผมมองไปในทิศทางสายตาที่อีกคนมอง พบว่า ตรงหน้าเป็นกลุ่มเพื่อนของเธอ โดยที่หนึ่งในนั้น มีแฟนเก่าของเธอนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย"มาร" ผมหลุดคำนั้นเบาๆ แต่ทว่า อีกคนหันมามองหน้าผมทันที"ว่าไงนะ" "ฉันบอกว่ามาร เจอมาร!" ผมย้ำชัด ซึ่งเธอปรายตากลับไปมองที่ด้านหลังเพียงนิด คงรู้นั่นแหละ ว่าผมหมายถึงใคร"เถียงไหม?" ผมดึงความสนใจจากเธอด้วยคำถาม ซึ่งแน่นอนว่า เธอมองมาที่ผมทันที"ไม่เถียง ไม่ชอบทะเลาะ""ดี แล้วจำที่บอกได้ใช่ไหม?""...""หวงได้หวง แฟนคือของส่วนตัว ที่ไม่ควรแบ่งปันกับใคร" "...""ฉันอยากให้เธอคิดแบบนั้นนะ เพราะฉันเองก็จะคิดแบบนั้นเหมือนกัน!"ผมยิ้มกลับ แล้ววางปลายนิ้วคลอเคลียแก้มของอีกคนอย่างจงใจ ก็เห็นๆ กันอยู่ ว่าแฟนเก่าของเธอมองมา ผมจำเป็นต้องแสดงความหวานแบบออกนอกหน้า ซ้ำยังประกาศเป็นนัยๆ ว่าผู้หญิงคนนี้ ของฉลาม!แขนแข็งแรง โอบเอวบางเข้ามาหา เธอเงยหน้ามองผม ผมจึ
ผมเลือกที่จะละเลยสีหน้างุนงง ที่ทำเหมือนยังไม่เข้าใจของอีกคน "ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ฉันจะพาเธอออกไปกินข้าว""ดะ เดี๋ยว แล้วเรื่องที่ฉันทำให้พี่ไม่โอเคล่ะ พี่ให้อภัยฉันหรือเปล่า พี่รับคำขอโทษของฉันไหม""สัญญาก่อนสิ ว่าเธอจะไม่เลิกกับฉัน แล้วฉันจะยกโทษให้เธอ"เรามองสบตากันอีกครั้ง ซึ่งแววตาคู่นั้น ถ่ายทอดความรู้สึกหลายๆ อย่างออกมาอย่างชัดเจน งุนงง ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยังไม่แน่ใจ ว่าเรื่องที่เธอกำลังเผชิญมันคือเรื่องจริงไหม แต่ผมไม่อยากรอให้เธอใช้เวลาเพื่อปรับจูนกับอะไรให้มันมากมาย อยากได้คำยืนยันว่าเราจะไม่เลิกกันเท่านั้นก็พอ "ไหนบอกว่าเข้าใจไง ว่าอารมณ์ของคนที่โดนทำอะไรลับหลังมันรู้สึกแย่แบบไหน""โอเค ฉันเข้าใจ""แล้วทำไมถึงไม่พูดออกมา ว่าเราจะไม่เลิกกัน""ฉันแค่ยังไม่แน่ใจ พี่เมาหรือเปล่า ดื่มมาไหม มีสติไหม ฉันแค่กลัวว่าเรื่องที่พี่พูด มันจะไม่...""มันคือเรื่องจริง สิ่งที่ฉันพูดกับเธอ มันคือเรื่องจริง!""...""แปลกเหรอ ในเมื่อฉันกับเธอ เข้ามาเกี่ยวข้องกันเพราะความผิดพลาด แม้จะพูดได้เต็มปาก ว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่เต็มใจ แต่สุดท้าย เราก็เป็นของกันและกันไปแล้ว ความจริงข้อนั้น ไม่ว่
ผมมองเพื่อนตัวเองโดยใช้เพียงหางตา ไม่นานนัก ก็ตวัดตามามองคนที่อยู่ตรงหน้าตามเดิมเธอฉีกยิ้มกว้าง มองหน้าผม สลับกับเพื่อนของผมไปมา จากนั้นก็หยุดมองที่หน้าผมเพียงอย่างเดียว"ข้าวที่สั่งให้เมื่อเช้า ถูกใจพี่หรือเปล่า" "อะไรจะหวานขนาดนั้น มีสั่งข้าวให้กันด้วย" ไอ้บาสแซวยิ้มๆ มันยิ่งทำให้เจ้าของคำถามยิ
"แม่มีธุระที่นี่หรือครับ" ผมตั้งคำถามทำลายความเงียบอีกครั้ง เมื่อเห็นแม่กวาดสายตาไปทั่วตัวของผม กับผู้หญิงอีกคนสลับกัน"มีธุุระนิดหน่อย ตั้งใจจะมาที่นี่ด้วย""แม่เสร็จธุระแล้วหรือครับ หรือว่าแม่มาที่นี่ก่อน" "จะไล่แม่กลับหรือฉลาม""เปล่าครับ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ผมแค่ถาม แค่รู้สึกผิด ที่ทำให้แม
ร่างบางที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว กับกางเกงนอนขาสั้นใส่สบายๆ สีเดียวกัน มีแถบด้านข้างสีดำสองเส้น ก้าวขาออกมาจากห้องน้ำ ผมยาวของเธอ ถูกมัดรวมกันลวกๆ ไว้ที่กลางศีรษะ ทั้งใบหน้าปราศจากเครื่องสำอาง แม้กะทั่งแป้งฝุ่นบนใบหน้าก็ยังไม่มี "ฉันสั่งข้าวมาให้เธอแล้ว ไม่รู้ว่าเธอกินอะไร ถ้าไม่ชอบ ก็ค่อยสั่งใหม่
@ร้านเหล้าLineeeee~'แม่ : ฉลาม ทำอะไรอยู่ลูก''ผม : วันนี้ออกมาเที่ยวกับเพื่อนครับแม่ อกหัก''แม่ : หื้มม ฉลามน่ะเหรออกหัก ไปแอบมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นเล่าให้แม่ฟังบ้างเลย''ผม : ไม่เคยเล่าให้ใครฟังหรอกครับ ฉลามของแม่ แอบชอบเขาข้างเดียวมากกว่า''แม่ : เหมือนฉลามของแม่ จะมีแอลกอฮอล์เดือดพล่า







