تسجيل الدخول'เป็นเด็กดีแล้วกันนะ เชื่อฟังคุณเขา อย่าขัดใจ อย่าทำให้เขาไม่พอใจ แล้วทุกอย่างมันจะดีเอง'
ฉันทวนคำพูดของป้าแม่บ้าน หลังจากที่เดินมาหยุดยืนที่หน้าห้องนอนของเจ้านาย ตามคำสั่งของ 'ศุภกร' ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของเจ้าของบ้าน ฉันถอดถอนหายใจออกมาหนักๆ จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอด เอาเถอะ ไหนๆนี่มันก็คืองานของฉัน สิ่งไหนที่ทำ แล้วมันทำให้ฉันและพ่ออยู่รอด ฉันก็คงต้องทำ หากฉันไม่ทำ หากฉันไม่ช่วย ก็คงไม่มีใครช่วยพ่อของฉันได้ ก๊อก ก๊อก ก๊อก~ มือเรียวยกขึ้นเคาะประตูเป็นจังหวะ แล้วจากนั้นไม่นาน เสียงของคนที่อยู่ด้านในก็เล็ดลอดออกมา "เข้ามา" เสียงทุ่ม ส่งผลให้หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวอย่างหนัก ทราบและเข้าใจดี ว่าหน้าที่ที่ฉันต้องทำ มันคืออะไร แกร๊กก~ ขาเรียวสั่นน้อยๆ เมื่อความเย็นของเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนหรูกระทบกับร่าง ฉันยกมือขึ้นมาลูบที่ใบหน้าของตัวเองเป็นเชิงเรียกสติ ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาอีกคน ซึ่งหันหลังให้ฉัน โดยที่มือของเขากำลังปลดกระดุมเสื้อ "คุณภาคย์ มะ มีอะไรให้หนูรับใช้เหรอคะ" ฉันเหลือบตามองเวลาบนนาฬิกาแขวนผนัง ตีสาม ตีสามนี่น่ะเหรอ ที่เขาให้คนไปตามฉันมา ขวับ แล้วจากนั้นไม่นาน ร่างสูงโปรงดูดี ก็หันกลับมาเผชิญหน้ากัน "อึก.." ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อสายตาปะทะกับแผงอกขาว เมื่อกระดุมเสื้อแถบบน ถูกปลดออกเก็บทั้งหมด บนอกแกร่งมีซิกแพคเป็นลอนๆสวยงาม เสมือนเป็นผู้ชายที่ดูแลตัวเองมาเป็นอย่างดี "ฉันอยากอาบน้ำ ถอดเสื้อผ้าออก แล้วไปอาบน้ำกับฉัน!" ฉันเบิกตากว้าง ในขณะที่หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง วันแรกที่ฉันก้าวขาเข้ามาที่นี่ เขาก็เริ่มต้นโดยการชวนอาบน้ำเลยอย่างนั้นน่ะเหรอ "อยากให้ฉันถอดให้?" คิ้วหนาเข้มเลิกสูง ดวงตาคมเฉียบตวัดมองไปตามชุดนอนที่ฉันใส่ ไม่ทันได้มีโอกาสตั้งตัวด้วยซ้ำ ร่างสูงก็ตามมาประชิดตัวฉัน "นะ หนูอาบน้ำแล้วค่ะ" ฉันรีบร้อนอธิบายออกมา เมื่อมือหนาเคลื่อนมาหยุดที่กระดุมเสื้อนอนของฉัน ซึ่งมันอยู่ในระดับ ที่สำคัญพอดิบพอดี ฉันรีบเงยหน้า ช้อนสายตาขึ้นไปมองสบตาเมื่อเห็นว่า อีกฝ่ายเงียบไป แล้วพอฉันเงยหน้ามองเท่านั้น ฉันจึงได้รู้ว่า ดวงตาคมเฉียบ กำลังจับจ้องมองมาที่ฉันไม่วางตา และฉันก็รู้ดี ว่าเขากำลังไม่พอใจ.. มือเรียวกำเข้าหากันอัตโนมัติ ปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น เมื่อสำเหนียกได้ว่า หากฉันทำให้เขาไม่พอใจ อะไรมันจะเกิดขึ้นกับฉัน รวมถึงพ่อฉันด้วยบ้าง "รู้หรือเปล่า ว่าพ่อของเธอกำลังหวนกลับไปเล่นการพนันอีกครั้ง!" "อะไรนะคะ" ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ และแน่นอนว่า ฉันเถียงออกไปทันที "ไม่จริงหรอกค่ะ พ่อรับปากเอาไว้แล้ว ว่าจะเลิกเล่นการพนัน พ่อไม่มีทางผิดคำพูดหรอกค่ะ หนูรู้นิสัยของพ่อตัวเองดี" ทันทีที่ฉันหลุดคำนั้น เขาก็เลือกที่จะพยักหน้าออกมา "เธอดูรัก และเชื่อใจในตัวของพ่อตัวเองดีจังเลยนะ เหมือนกันแหละ พ่อเธอก็ดูรักเธอดีเหมือนกัน แม้จะสร้างปัญหาให้ ก็ยังดิ้นรน หาวิธีที่จะช่วยเหลือเธอ ทั้งๆที่วิธีที่เลือก จะเป็นวิธีที่ไม่ควรนำกลับมาใช้" "..." ฉันเงียบไป หัวใจเต้นผิดจังหวะ เมื่อได้รับฟังในสิ่งที่เขาพูดออกมา "พ่อเธอกลับไปเล่นการพนันอีกครั้ง เพราะอยากได้เงินมาใช้หนี้ฉัน แล้วอยากได้ตัวของเธอกลับคืน ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ ว่าหนี้สินก้อนใหม่สองล้าน ที่ถูกกู้จากบ่อนเพราะหวังจะใช้หาเงินยี่สิบล้านมาคืนฉัน จำนวนหนี้มันอาจจะเพิ่มมหาศาลขึ้นมาอีกครั้ง" "..." ความอึดอัดร้อนใจ ส่งผลให้ดวงตาของฉันวูบไหวและร้อนผ่าว ความกลัวกับภาพเหตุการณ์เดิมวนเข้ามาในหัว ภาพที่พ่อของฉันโดนทำร้าย คำขู่ที่ว่า คนพวกนั้นจะเอาฉันไปขาย และเอาเงินไปใช้ขัดดอกของเสี่ยเจ้าของบ่อน เพียงแค่ขัดดอก แล้วหนี้ยี่สิบล้านก็ใช่ว่าจะหายไป คุณค่าในตัวฉันอยู่ที่ไหน มันไม่มีเลย ซึ่งแน่นอนว่า หากแม้ได้ตัวฉันไปขายขัดดอก ก็ใช่ว่าพ่อของฉันจะเป็นอิสระและปลอดภัย "พวกนั้นอาจจะเห็นว่าหนี้ก้อนแรกของพ่อเธอ มีฉันที่เป็นคนจัดการให้ง่ายๆ พวกนั้นเลยกล้าที่จะปล่อยเงินกู้ก้อนใหม่ เพื่อหลอกล่อ ให้พ่อของเธอกลับไปเป็นหนี้พวกมันอีกครั้ง" "ไม่นะคะ ช่วยพ่อหนูหน่อยได้ไหมคะ" น้ำตาของฉันเอ่อคลอออกมาอย่างห้ามไม่ได้ แค่นี้มันก็มากเกินพอแล้วไหม ยี่สิบล้านฉันก็ไม่รู้จะมีปัญญาไปหาที่ไหนมาใช้ ไม่รู้ว่าหนี้สินก้อนนี้มันจะหมดไปเมื่อไหร่ หากมีหนี้ก้อนใหม่ อาจจะไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้ก็ได้ ใจหายแค่ไหน เมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะเงียบ ไม่พูดอะไรเลย "คุณคะ.." ฉันกำลังขอร้องเขาออกมาทั้งน้ำเสียงคำพูดและแววตา ฉันกำลังต้องการความช่วยเหลือ ต่อให้คนอื่นจะมองฉันแบบไหน ฉันก็คงไม่เก็บมาใส่ใจ เพราะฉันไม่มีทางเลือกแล้วเหมือนกัน "เคยบอกไปแล้ว ว่าอยากได้อะไรก็จะได้ หากเป็นเด็กดี" หัวใจของฉันสั่นขึ้นมาน้อยๆ เมื่อเห็นสิ่งที่เขาต้องการ มันฉายชัดที่ดวงตาคู่นั้น ฉันเม้มปากเข้าหากันแน่น เรื่องแค่นั้นมันไม่ได้ยากอะไรมากมาย แม้จะไม่เต็มใจ หากต้องทำเพื่อให้ฉันและพ่อยังมีชีวิตที่ปลอดภัย ฉันก็คงต้องทำ "หนูจะอาบน้ำกับคุณค่ะ ชะ ช่วยไม่ให้พ่อของหนูกลับไปเล่นการพนันได้ไหมคะ" เขาคลี่ยิ้มออกมาอย่างพอใจ และรับปากฉันในทันที "จะให้ลูกน้องจัดการให้เดี๋ยวนี้ ถอดเสื้อผ้า แล้วไปรอที่ห้องน้ำสิ.." -----------------------------------------"...คำว่าผู้หญิงของฉัน จากปากของฉัน หวังว่ามันคงทำให้เธอสบายใจ" แกร๊กก~"ฟันแล้วทิ้งมากกว่าไหม!" เสียงบุคคลที่สามที่ดึงขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้ฉันสะดุ้งสุดแรง สองแขนรวบกอดลำคอหนาแน่น เพียงเพื่อหวังปิดบังอำพรางเรือนร่างของตัวเองจากใครอีกคน จากนั้นไม่นาน คนที่อยู่กับฉันภายในอ่าง ก็เอียงหน้าไปมองบุคคลที่พึ่งเปิดประตูเข้ามา"ใครอนุญาตให้มึงเข้ามาวะ!" "ไม่มีใครอนุญาตกูทั้งนั้น แล้วหากกูไม่เข้ามา กูก็คงไม่รู้ ว่ามึงเอาผู้หญิงมานอนที่บ้าน!" ฉันสะอึกทันทีกับคำที่ได้ฟัง ก็อย่างว่า สถานการณ์ในตอนนี้ ไม่มีทางอื่นที่คนจะคิดไปได้จริงๆ"ที่ผับกู มีผู้หญิงให้มึงเลือกกินตั้งมากมาย กูก็ไม่เคยเห็นมึงพาใครมานอนที่บ้าน คนนี้มึงจริงจัง?" ผู้มาใหม่เลิกคิ้วถาม สายตาแอบพินิจมองหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของเพื่อนรัก แม้ไม่ได้เห็นรูปร่าง หากแต่เห็นเพียงเสี้ยวใบหน้าก็รู้ว่าสวยมาก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า สวยกว่านี้เพื่อนเขาจะไม่เคยเจอ"เขาไม่ได้เหมือนผู้หญิงพวกนั้น มึงออกไปก่อน!" "ไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้น และมึงก็ไม่ได้จะฟันแล้วทิ้งว่างั้น?" "กูบอกให้มึงออกไป!""คนอย่างมึงน่ะเหรอ ที่จะไม่ฟันแล้วทิ้ง คำพูดลมๆแล้ง
เป็นอีกครั้ง ที่ร่างของฉันถูกดึงให้เข้าไปแนบชิดมากกว่าเก่า ใบหน้าของเราห่างกันแค่คืบ ฉันเลือกที่จะเอียงหน้าหลบ เมื่อปลายจมูกโด่ง เฉียดโดนที่ปลายจมูกของฉันอย่างจงใจ กลิ่นลมหายใจหอมๆตามแบบฉบับของผู้ชาย อีกทั้งชีวิตนี้ ฉันยังไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหน มันทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง กลัวไปหมด กลัวไปเสียทุกอย่าง หากแต่สิ่งที่ทำให้ฉันยังนิ่งอยู่แบบนั้น เห็นจะเป็นเพราะคำว่า 'ทำใจ'เส้นขนอ่อนทั่งร่างลุกซู่ เมื่อยามที่ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดที่กกหู ยิ่งฉันพยายามเบือนหน้าหนี มันยิ่งเป็นการเกยทับร่างของอีกคน จนฉันแนบชิดกับเขามากกว่าเดิม"แชมพูสระผมที่เธอใช้ หอมดีนะ ฉันชอบกลิ่นนี้ ไว้จะสั่งให้คนซื้อยี่ห้อนี้มาไว้ติดบ้านไว้ให้ก็แล้วกัน" ฉันเลือกที่จะไม่ออกความเห็นกับคำพูดประโยคนั้น ไม่ใช่แค่เขาหรอก ที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายของฉัน หากแต่ฉัน ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายของเขาเช่นกัน"ทำรอยได้ไหม" ฉันรีบหันกลับไปมองที่เขาโดยไว และปลายจมูกเชิดรั้นก็เฉียดโดนปลายจมูกของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ"นะ หนูยังเรียนอยู่นะคะ หะ หากมีรอย มันจะน่าเกลียดเอานะคะ" เขาเลือกที่จะยกยิ้มออกมาหลังจากที่จบประโยคของฉัน"งั้นจ
ฉันมองตัวเองผ่านกระจกใส พร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ในดวงตาฉายความกลัวออกมาอย่างชัดเจน สาบานว่าตลอดทั้งชีวิต ฉันไม่เคยคิดที่จะทำแบบนี้ แบบที่ใช้ร่างกายแลกกับเหตุผลอะไรบางอย่าง ฉันไม่เคยคิดทำ หากแต่ครั้งนี้จำเป็นต้องทำ เพื่อความอยู่รอดของคนที่ฉันรัก รวมถึงตัวของฉันเอง ที่จำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้า เพื่อมีชีวิตต่อไปแกร๊กก~เสียงปลดล็อคประตูห้องน้ำ ส่งผลให้มือเรียวจับยึดที่ชุดนอนของตัวเองแน่น ฉันมองสบตากับอีกคนผ่านกระจกใส เขาอยู่ในชุดที่สวมผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวที่พันรอบช่วงล่างพอหมิ่นเหม่เอาไว้ ดวงตาคมฉายความไม่พอใจออกมาเพียงนิด เมื่อยามที่เขาเหลือบตามองร่างกายของฉัน"ทำไมถึงยังไม่ถอดชุด ฉันไม่ชอบพูดซ้ำหลายครั้ง!" หัวใจดวงน้อยกระตุกอย่างแรง เมื่อยามที่ได้ฟังในสิ่งที่เขาพูดออกมา"ขอโทษค่ะ" ฉันบอกออกมาเบาๆ แล้วรีบจัดการชุดของตัวเองทันที มันไม่มีทางเลือก เธอไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆชุดนอนที่สวมใส่ ร่วงลงสู่พื้นในเวลาต่อมา ฉันกัดฟันแน่น เมื่อยามที่เห็นร่างขาวโพลนโผล่พ้นออกมาโชว์สายตาของคนอื่น ชุดชิ้นเล็กเพียงชิ้นบนและล่างของกางเกงในลูกไม้สีดำ กับชุดชั้นในสีเดียวกัน ลายเดียวกัน มันไม่สามารถ
'เป็นเด็กดีแล้วกันนะ เชื่อฟังคุณเขา อย่าขัดใจ อย่าทำให้เขาไม่พอใจ แล้วทุกอย่างมันจะดีเอง' ฉันทวนคำพูดของป้าแม่บ้าน หลังจากที่เดินมาหยุดยืนที่หน้าห้องนอนของเจ้านาย ตามคำสั่งของ 'ศุภกร' ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของเจ้าของบ้าน ฉันถอดถอนหายใจออกมาหนักๆ จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอด เอาเถอะ ไหนๆนี่มันก็คืองานของฉัน สิ่งไหนที่ทำ แล้วมันทำให้ฉันและพ่ออยู่รอด ฉันก็คงต้องทำ หากฉันไม่ทำ หากฉันไม่ช่วย ก็คงไม่มีใครช่วยพ่อของฉันได้ก๊อก ก๊อก ก๊อก~ มือเรียวยกขึ้นเคาะประตูเป็นจังหวะ แล้วจากนั้นไม่นาน เสียงของคนที่อยู่ด้านในก็เล็ดลอดออกมา"เข้ามา" เสียงทุ่ม ส่งผลให้หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวอย่างหนัก ทราบและเข้าใจดี ว่าหน้าที่ที่ฉันต้องทำ มันคืออะไรแกร๊กก~ ขาเรียวสั่นน้อยๆ เมื่อความเย็นของเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนหรูกระทบกับร่าง ฉันยกมือขึ้นมาลูบที่ใบหน้าของตัวเองเป็นเชิงเรียกสติ ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาอีกคน ซึ่งหันหลังให้ฉัน โดยที่มือของเขากำลังปลดกระดุมเสื้อ"คุณภาคย์ มะ มีอะไรให้หนูรับใช้เหรอคะ" ฉันเหลือบตามองเวลาบนนาฬิกาแขวนผนัง ตีสาม ตีสามนี่น่ะเหรอ ที่เขาให้คนไปตามฉันมาขวับแล้วจากนั้นไม่นา
"..." "ถ้าข้อเสนอของฉันมันไม่น่าสนใจ เธอเปลี่ยนใจก็ได้นะ ฉันไม่เคยบังคับใคร ถ้าเธอคิดว่า เด็กอายุยี่สิบสี่ปี ที่ยังเรียนไม่จบ ไม่มีรายได้ สามารถหาเงินยี่สิบล้านมาใช้หนี้แทนพ่อของเธอได้ ฉันจะปล่อยเธอไป" "หนูทำไม่ได้หรอกค่ะ ไม่มีใครช่วยหนูได้" เป็นอีกครั้ง ที่ฉันต้องเงยหน้า มองสบตากับดวงตาคมเฉียบคู่นั้นใหม่ ความหวาดกลัวในใจของฉันมันกำลังวิ่งพล่าน ย้อนกลับไปนึกถึงวันนั้น ฉันรู้และมั่นใจ ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉัน มีอิทธิพลมากพอ ที่จะปกป้องฉันและพ่อของฉันได้ แม้เขาจะหวังผลตอบแทนในสิ่งที่ทำ ก็ใช่ว่าคนอื่นจะไม่หวัง มิหนำซ้ำ ไม่มีใครหยิบยื่นมือมาช่วยฉันแบบนี้เสียด้วยซ้ำ"หนูเป็นห่วงพ่อ หนูกลัวว่าคนพวกนั้น.." "ฉันจะจัดการให้ จะไม่มีใครทำอะไรพ่อเธอได้ ถ้าเธอเป็นเด็กดี" หัวใจของฉันเต้นถี่ แววตาที่เขาใช้มองฉัน สามารถมองเห็นความปรารถนาที่ลุกโชนอยู่ในนั้น เขาต้องการฉัน แม้ชีวิตนี้ฉันจะไม่เคยผ่านมือผู้ชายคนไหนมา แต่การผ่านโลกมาจนอายุยี่สิบกว่า ฉันไม่ได้โลกสวยขนาดนั้น"เธออายุยี่สิบสี่ ส่วนฉันสามสิบสาม เก้าปีที่เราห่างกัน ฉันมีความน่าเชื่อเถอะมากกว่านั้น ฉันไม่โกงเธอหรอก เก็บเงินได้ครบพอที่จะใ
หัวใจของฉันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ฉันว่าฉันเป็นคนที่ตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว ไม่เคยคิดเลย ว่าเขาจะตรงยิ่งกว่า 'ฉันไม่ชอบคำว่าฉัน ฉันชอบคำว่าหนูมากกว่า..' ยิ่งนึกถึงคำพูดเขาขึ้นมา ใบหน้าของฉันก็ยิ่งร้อนผ่าว แทบไม่เก็บอาการ "นะ หนูไม่ถนัดงานแบบนั้นหรอกค่ะ หนูพึ่งจะอายุยี่สิบสี่ปีเองนะคะ หนูยังเรียนหนังสือไม่จบด้วยซ้ำ คุณให้หนูทำงานอื่นไม่ได้เหรอคะ" ถึงกับต้องรวบรวมความกล้า กว่าจะได้พูดออกไป แต่ทว่า เขากลับหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ "แม่บ้านที่นี่ อยู่ที่นี่มาราวๆยี่สิบปี เธอจะให้ฉันไล่พวกเขาออก แล้วให้เธอมาทำงานแทนอย่างนั้นเหรอ อย่างป้าแม่บ้านที่ออกไปต้อนรับเธอ อายุอานามน่าจะรุ่นๆของพ่อเธอด้วยซ้ำ รู้หรือเปล่า ว่าเธอกำลังบีบให้เขาตกงาน" "นะ หนูไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ" อาการร้อนใจแทรกผ่านเข้ามา ฉันมองเลยไปที่ป้าแม่บ้านคนนั้น ที่ยืนมองอยู่ห่างๆ แน่นอนว่า ท่านอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเรากำลังคุยอะไรกัน แต่ถ้าท่านจะมาตกงานเพราะฉัน มันก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีเช่นกัน "คุณคะ คือหนู" "เป็นเด็กของฉัน ฉันส่งเธอเรียนได้ด้วยนะ" ดวงตากลมกระพริบปริบ อ้าปากค้างเหวอ รับฟังในสิ่งที่เขาพึ่ง







