LOGIN"..."
"ถ้าข้อเสนอของฉันมันไม่น่าสนใจ เธอเปลี่ยนใจก็ได้นะ ฉันไม่เคยบังคับใคร ถ้าเธอคิดว่า เด็กอายุยี่สิบสี่ปี ที่ยังเรียนไม่จบ ไม่มีรายได้ สามารถหาเงินยี่สิบล้านมาใช้หนี้แทนพ่อของเธอได้ ฉันจะปล่อยเธอไป" "หนูทำไม่ได้หรอกค่ะ ไม่มีใครช่วยหนูได้" เป็นอีกครั้ง ที่ฉันต้องเงยหน้า มองสบตากับดวงตาคมเฉียบคู่นั้นใหม่ ความหวาดกลัวในใจของฉันมันกำลังวิ่งพล่าน ย้อนกลับไปนึกถึงวันนั้น ฉันรู้และมั่นใจ ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉัน มีอิทธิพลมากพอ ที่จะปกป้องฉันและพ่อของฉันได้ แม้เขาจะหวังผลตอบแทนในสิ่งที่ทำ ก็ใช่ว่าคนอื่นจะไม่หวัง มิหนำซ้ำ ไม่มีใครหยิบยื่นมือมาช่วยฉันแบบนี้เสียด้วยซ้ำ "หนูเป็นห่วงพ่อ หนูกลัวว่าคนพวกนั้น.." "ฉันจะจัดการให้ จะไม่มีใครทำอะไรพ่อเธอได้ ถ้าเธอเป็นเด็กดี" หัวใจของฉันเต้นถี่ แววตาที่เขาใช้มองฉัน สามารถมองเห็นความปรารถนาที่ลุกโชนอยู่ในนั้น เขาต้องการฉัน แม้ชีวิตนี้ฉันจะไม่เคยผ่านมือผู้ชายคนไหนมา แต่การผ่านโลกมาจนอายุยี่สิบกว่า ฉันไม่ได้โลกสวยขนาดนั้น "เธออายุยี่สิบสี่ ส่วนฉันสามสิบสาม เก้าปีที่เราห่างกัน ฉันมีความน่าเชื่อเถอะมากกว่านั้น ฉันไม่โกงเธอหรอก เก็บเงินได้ครบพอที่จะใช้หนี้เมื่อไหร่ ถ้าอยากไป ก็จะปล่อยไป" แม้จะไม่ตอบสิ่งใดกลับไป แต่ฉันเก็บเอาคำพูดของเขามาคิดทุกคำ มันไม่ใช่เรื่องดีที่ควรทำ ในส่วนของข้อเสนอของเขา ไม่ต่างจากการขายตัวเองแลกเงินจำนวนนั้น เงินยี่สิบล้านที่ชีวิตของฉันไม่เคยต้องการ แต่เงินจำนวนนั้น กลับช่วยเหลือพ่อของฉันได้ แม้จะเปลืองตัว แม้จะเจ็บใจ แต่มันคงไม่มีวิธีไหน ที่จะช่วยคนที่ฉันรักเพียงคนเดียวได้ ฉันคงต้องทำ หนึ่งเดือน หรือหนึ่งปีที่เขาเอ่ยถึง ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่ามันจะสิ้นสุดลงที่วันไหน แต่ก็เอาเถอะ ถ้าฉันทำให้เขาพอใจ อย่างน้อย ฉันและพ่อก็คงจะปลอดภัย "ตกลงค่ะ หนูจะเป็น แบบที่คุณต้องการให้เป็น" เป็นการตัดสินใจในเรื่องเดียว ฉันรู้สึกผิดหวังในตัวเองมาก แม้คำตอบนั้น จะไม่ได้เปล่งออกมาด้วยความลังเล แต่ฉันก็ไม่ได้เต็มใจ เขาคลี่ยิ้มออกมาทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มนั่น ยิ่งทราบดี ว่าเขามีเสน่ห์แค่ไหน ผู้ชายที่เพอร์เฟคและเพียบพร้อมทุกอย่าง ฉันคงไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาต้องการ บางทีเขาอาจจะเป็นคนที่ดีกว่านั้น เพียงแต่อยากลองใจฉันเท่านั้นเอง "เธอเป็นเด็กดี ว่าง่าย เธอทำให้ฉันพอใจ" กระดาษบางอย่างถูกนำมาวางที่ตรงหน้าของฉัน พอได้มองชัดๆ ฉันจึงได้รู้ ว่ามันคืออะไร "ชะ เช็คเงินสด คุณให้หนูเหรอคะ?" ฉันมองกระดาษแผ่นนั้นไม่วางตา อดไม่ได้ที่จะเหลียวมองที่ตัวเลข 'ห้าหมื่น' แค่ฉันตกลงน่ะเหรอ เขาให้ห้าหมื่น "ฉันให้เธอ เก็บไว้สิ" แม้จะรู้ดีว่าฉันไม่ควรที่จะรับเงินจากใครง่ายๆ หากแต่สถานะของฉันในตอนนี้ สิ่งที่ฉันต้องการที่สุด เห็นจะเป็นเพียงเงินตรา เพราะเงินตรา เป็นสิ่งเดียว ที่ฉันจะใช้ซื้ออิสรภาพของฉันกลับคืนมาได้ "ขอบคุณค่ะ" ฉันยกมือไหว้ ทั้งๆที่ความรู้สึกภายในใจบอบช้ำ การก้มหัว เพื่อรับเงิน ที่ให้เพียงเพราะความปรารถนา ไม่ใช่สิ่งที่ฉันเคยคิดที่จะทำ "ฉันมีงานที่ต้องไปทำ อาจจะกลับบ้านห้าทุ่ม หรือตีหนึ่ง เธอขึ้นไปพักผ่อนก่อนเถอะ ไว้ฉันกลับมาเมื่อไหร่ เธอค่อยไปหาฉันที่ห้อง" หัวใจของฉันเต้นรัวอย่างห้ามไม่ได้ จุกลึกๆที่หัวใจ แต่สิ่งที่ฉันทำได้ ก็มีเพียงการตอบรับออกมาเบาๆ #บนห้อง แม่บ้านคนเดิมที่ออกไปเปิดประตูให้ฉัน พาฉันขึ้นมาที่ชั้นสองของตัวบ้าน ยอมรับว่าฉันรู้สึกประหม่าตลอดทาง ก่อนที่เขาจะพาฉันมาหยุดที่ห้องๆหนึ่ง ซึ่งฉันไม่คิดด้วยซ้ำ ว่ามันจะคือห้องของฉัน "คุณภาคย์จะให้คุณอยู่ที่ห้องนี้" ดวงตาที่กำลังกวาดมองไปรอบๆห้อง เลื่อนมาหยุดมองที่หญิงวัยกลางคนคนนั้นอีกครั้ง "ขอบคุณนะคะ" "ไม่ต้องไหว้หรอกค่ะ ดิฉันเป็นเพียงแม่บ้าน" เขาเข้ามายกกระเป๋าของฉันไปวางบนเตียงนอนขนาดใหญ่ โดยที่ฉันตั้งตัวไม่ทัน "ไม่ต้องทำให้หนูหรอกค่ะ ไม่ต้องเรียกว่าคุณด้วยนะคะ หนูก็เพียงแต่มาทำงานเหมือนกัน" ฉันเลือกที่จะส่งยิ้มไปให้ป้าแม่บ้านคนนั้น เพียงแต่คิดว่า การที่ฉันมีมิตรเป็นคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้ มันอาจจะดีกว่า การที่ฉันต้องอยู่เพียงคนเดียวลำพัง "พ่อหนูมีหนี้ค่ะ เยอะมาก แล้วคุณภาคย์คือคนที่ช่วยเหลือพ่อของหนู หนูจึงต้องมาทำงาน" ฉันเลือกที่จะบอกเอง โดยที่ท่านไม่ทันได้ถาม เพราะเชื่อว่าการที่ฉันมาโผล่ที่นี่ คนที่มอง ก็อาจจะมีคำตอบหรือคำถามที่เดาเอาเองในใจ "เป็นเด็กดีแล้วกันนะ เชื่อฟังคุณเขา อย่าขัดใจ อย่าทำให้เขาไม่พอใจ แล้วทุกอย่างมันจะดีเอง" -----หนึ่งวันผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปสองสัปดาห์ผ่านไปสามสัปดาห์ผ่านไปหนึ่งเดือนผ่านไปสองเดือนผ่านไป"เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวแบบนี้วะฉาย" เสียงของไอ้กอล์ฟดังขึ้น ในจังหวะที่ผมกระดกกระเป๋าเบียร์เข้าปาก ปรายตามองเพื่อนเพียงนิด ในจังหวะที่วางกระป๋องเบียร์กระแทกลงบนโต๊ะ พลางเลื่อนมือไปกุมเมาส์ เพื่อที่จะสนใจงานที่อยู่ตรงหน้าแบบเดิม"พรุ่งนี้กูต้องส่งแค่ไอ้นี่อย่างเดียวใช่ไหมกอล์ฟ" ผมจ้องมองหน้าจอโน๊ตบุ๊ก พยายามที่จะเพ่งมองอย่างสนใจ แต่เอาตรงๆ เถอะ ไม่เห็นจะมีอะไรอยู่ในหัวสักอย่างเลย"พอเถอะฉาย มีอะไรมึงหันมาคุยกับกู มึงหันมาระบายให้กูฟัง เลิกทำหน้าเหมือนคนอมทุกข์แบบนี้ได้แล้ว""กูก็เป็นของกูแบบนี้ มึงยังไม่ชินอีกหรือไง""ฉาย""มึงพอเถอะกอล์ฟ อยากให้กูเป็นแบบไหนอีกวะ กูทำดีที่สุดแล้วเว้ย กูทำได้แค่นี้""กูรู้เว้ย ว่าสิ่งที่มึงทำมันดีแล้ว ปล่อยเขาไป ไม่วุ่นวาย ไม่ก้าวก่าย หันกลับมาตั้งใจเรียนอีกครั้ง ไม่คิดที่จะคบผู้หยิงคนไหนเพื่อคั่นเวลา หรือเพียงเพราะว่าเหงาอีกต่อไป สิ่งที่มึงทำ มันดีแล้วเว้ย มันโอเคทุกอย่าง แต่เมื่อไหร่วะ เมื่อไหร่ที่แต่ละคืน มึงจะเลิกดื่ม เลิกเมาทุกๆ คืนแบบนี้สักที""เรื่อง
@บ้านของสปาย"คิกๆ" เสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ ดังขึ้นในตอนที่เรากำลังแปรงฟัน ฉลามที่ในมือถือด้ามแปรงสีฟันสีฟ้าอันเล็กๆ โดยที่ฉันใช้แปรงสีฟันสีชมพูอันใหญ่ ปัดขนแปรงไปตามฟันขาวๆ ปัดขนแปรงขึ้นในฟันล่าง และปัดขนแปรงลงในฟันบน คนตัวเล็กทำตามอย่างว่าง่าย เข้าใจว่า ที่ผ่านมา ปู่ย่าของฉลามสอนหลานมาดีทุกอย่างเลย "ถ้าไม่อยากฟันผุ ก่อนนอน เราต้องแปรงฟัน โอเคไหมครับ" "ครับ" เจ้าของคำพูดยิ้มกว้าง อวดฟันขาวที่ถูกทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉลามอยู่ในชุดนอนสีฟ้าลายทางสีเดียวกันกับกางเกง ในวันแรก มีถามหาคุณย่าบ้าง แต่ฉันอธิบายให้ลูกฟังว่าคุณย่าป่วย ต้องนอนที่โรงพยาบาล คนตัวเล็กก็เหมือนจะเข้าใจ ไม่งอแง ไม่ร้องหาคุณย่าแบบที่คิดเอาไว้เลย"ตอนอยู่ที่โรงเรียน ก่อนจะนอน คุณครูพาฉลามแปรงฟันหรือเปล่าครับ""แปรงฟันก่อนนอน ตื่นนอนแล้วก็ดื่มนมครับ""เหรอครับ แล้วฉลามดื่มนมที่โรงเรียนหมดทุกวันไหมครับ""ดื่มหมดครับ ย่าบอกว่า ดื่มนมจะตัวสูง" ฉันยิ้มกว้างเมื่อได้ฟัง พลางใช้ผ้าขนหนูผืนเล็ก เช็ดคราบน้ำออกจากริมฝีปากและใบหน้า ก่อนที่จะจูงมือเล็กเข้าไปที่ห้องนอนพร้อมกัน"บ้านแม่ปาย มีห้องน้ำแค่สองห้อง ห้องหนึ่งมีไว้ฉ
ฉัน แม่ฉัน และฉลาม เราเลือกที่จะอยู่เป็นเพื่อนคุณปู่กับคุณย่าตลอดทั้งวัน บนใบหน้า ดวงตา เท่าที่เห็นยังไม่มีวี่แววว่าจะยุบลงง่ายๆ เห็นจะมีตรงบริเวณริมฝีปาก ที่พอจะยุบลงบ้าง ส่วนตามผิวตัว รอยผื่นแดงๆ ไม่ถึงกับหายไป แต่ย่าของฉลามบอกว่าไม่ค่อยจะคันสักเท่าไหร่ การหายใจกลับมาเป็นปกติ มีรู้สึกอึดอัดบ้าง แต่โดยรวมแล้ว อาการดีขึ้นตามลำดับ"คืนนี้ให้ปายมาอยู่เฝ้าแม่นะคะ พ่อกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านก็ได้""ไม่เป็นไรหรอกลูก ให้พ่ออยู่กับแม่ก็ได้ ส่วนปาย อยู่เป็นเพื่อนฉลามกับยายละกันนะ" ปู่ฉลามเป็นคนเอ่ยออกมา ฉันอยากอยู่กับลูกนะ แต่เป็นไปได้ ฉันก็อยากอยู่ดูแลท่านตรงนี้ อย่างน้อยๆ ผู้หญิงด้วยกัน อาจจะเข้าใจว่าท่านต้องการอะไร อยากได้แบบไหน ฉันอาจจะคล่องตัวกว่า แล้วสะดวกลุกขึ้นมากลางดึกเพื่อดูแลคนป่วยได้"ให้พ่ออยู่เป็นเพื่อนแม่น่ะดีแล้วลูก ปายอยู่กับฉลามนะ นานๆ กลับบ้านที จะได้มีเวลาอยู่กับลูกด้วย"ฉันหันกลับไปมองแม่ตัวเองเพื่อขอความเห็น ส่วนแม่ฉันก็พยักหน้าออกมา "ไว้ถ้าปู่ของฉลามกลับบ้านไปอาบน้ำ ปายอยู่กับย่าก่อนก็แล้วกันลูก" ครั้งนี้เป็นความเห็นของแม่ฉัน"ได้ค่ะ ถ้าพ่อไปอาบน้ำ เดี๋ยวปายอยู่กับแม่เอ
นับตั้งแต่วันนั้น ตะวันฉายก็หายออกไปจากชีวิตของฉันเลย ความเมา อาจจะทำให้เขาพูดแรงไป แต่สุดท้ายแล้วคนเมา มักพูดสิ่งที่มันตรงกับใจ และเป็นสิ่งที่ภายในใจของเขาคิดจริงๆ ฉันเสียใจ ในส่วนที่เป็นสาเหตุทำให้คนอื่นมาต่อว่าถึงพ่อแม่ฉัน แต่คำพูดของฉาย การกระทำของฉายในวันนั้น มันก็ทำให้ความคิด การตัดสินใจ การวางแบบแผนให้กับชีวิตของตัวเองมันง่ายขึ้น และชัดเจนขึ้นมากกว่าเดิมฉันยังตั้งใจกับทุกๆ คลาสเรียนที่เข้า ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบไหน ฉันจะตั้งใจในส่วนของฉันที่สุด งานที่ร้านอาหาร ฉันยังคงไปทำทุกวัน แทบไม่สนใจวันหยุดด้วยซ้ำ มีโอกาสจะรีบคว้า คิดเพียงว่า มีคนจำนวนไม่น้อย ที่อยากทำงานแบบฉัน อยากมีเพื่อนร่วมงานที่น่ารักแบบฉัน ส่วนการขายออนไลน์ ฉันก็ยังขายของฉันทุกวัน แอบกลัวว่าลึกๆ เพื่อนร่วมเฟซบุ๊กจะรำคาญที่เห็นโพสของฉันซ้ำๆ แต่ฉันกลับพบแต่มุมของเพื่อนร่วมเฟซบุ๊กที่น่ารักมาก ไม่เคยบ่นว่ารำคาญ ซ้ำยังช่วยแชร์ เปิดการมองเห็นให้กว้างขึ้น ยิ่งส่งเสริมให้ฉันขายดีมากกว่าเดิมเชื่อแล้วว่า ชีวิตของคนเรา มันไม่ได้มีแค่ส่วนที่แย่เสมอไปวันหนึ่ง ในขณะที่ฉันมีนัดส่งของให้กับลูกค้าปลีก ที่พึ่งสั่งเครื่องสำ
Lineeeee~ผมมองข้อความที่อยู่ตรงหน้าไม่วางตา หัวใจเต้นแรงมาก ตอนที่รู้ว่า ข้อความถูกส่งจากใคร ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เธอไม่เคยเป็นฝ่ายส่งข้อความมาก่อนด้วยซ้ำ ส่วนมากก็มีแต่ผมที่เป็นฝ่ายติดต่อไปเอง "นี่ปายยอมคุยกับมึงดีๆ แล้วเหรอ" ไอ้กอล์ฟที่นั่งข้างๆ แอบมองหน้าจอโทรศัพท์ของผมพร้อมกับเอ่ยออกมา สีหน้าของมันดูแปลกใจมาก เหมือนมันกำลังคิดในใจว่า ผมเลวมาก มากพอที่สปายจะไม่กลับมา"มองกูแบบนี้ทำไม ทุกทีกูก็เห็นมีแค่มึงที่ตามไปป่วนเขา การตามไปหึงหวง แม้กับคนที่คอมเมนต์บนเฟซบุ๊กเขา แต่เขาไม่ได้ให้ความสนใจ ซ้ำยังลบคอมเมนต์ของมึงทิ้งอย่างไม่ใยดี กูว่าแบบนี้มันชัดเจนนะ ว่าเขาเทมึงแล้วจริงๆ" ได้ยินคำพูดของเพื่อนแล้วรู้สึกแย่ชะมัดเลย"แต่ทุกสิ่งทุกอย่างในตอนนี้ มีแต่มึงที่เป็นคนลิขิตมัน""รู้มาก ถ้ากูไม่มีหวัง เขาจะเป็นฝ่ายส่งข้อความมาแบบนี้ไหม" ผมตอบอย่างหงุดหงิดใจ พลางเปิดไฟล์ที่ถูกส่งเข้ามา และพบว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเรียนทั้งหมดเลย"เขาใจกว้างดีนะ ทำกับเขาเอาไว้ขนาดนั้น เขายังมีน้ำใจถึงขนาดนี้" มันยกยิ้มมุมปาก พลางตวัดสายตามองแรงใส่ไอ้จีโน่อีกคน"ถ้ากูเป็นมึงนะไอ้จีโน่ กูจะเป็นเพื่อนที่ไม่ม
ไม่มีคำไหนที่เหมาะกับฉายมากกว่าคำว่าเห็นแก่ตัวอีกแล้ว "ฉันยอมเป็นคนเห็นแก่ตัว ที่ไม่เสียเธอไป" ยิ่งได้ฟังเขายืนยัน มันยิ่งตอกย้ำความเห็นแก่ตัวของเขามากกว่าเก่า"ฉันและนายไม่มีคำว่าเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ยิ่งนายพูดแบบนี้ ยิ่งนายคิดแบบนี้ มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าคิดไม่ผิด ที่ถอนตัวออกมา ฉันถูกสวมเขา มันเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ฉันอุ้มท้องเลยนะ ฉันแบกรับความรู้สึกแย่ๆ เพราะนายที่มันทำฉัน แล้วนายจะใช้เรื่องนี้มาบังคับให้ฉันกลับไปคบกับนาย ทุเรศที่สุด เห็นแก่ตัวที่สุด""ฉันผิดเรื่องนั้น ฉันพลาดในเรื่องนั้น แต่มันไม่ได้หมายความว่า ความรู้สึกที่ฉันมีต่อเธอมันจะลดน้อยไป มันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบของการใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นแค่นั้นเองปาย ตลอดเวลาที่ฉันมีคนอื่น ฉันทิ้งขว้างเธอไหม ฉันทำตัวดีกับเธอมาโดยตลอด เธอเป็นที่หนึ่งในใจของฉันตลอด ต่อให้เธอจะบอกว่าสิ่งที่ฉันทำมันเลว แต่คนเลวแบบฉันก็รักเธอที่สุดอยู่ดี"ฉันมองหน้าตะวันฉายด้วยความรู้สึกหลายอย่างที่ประเดประดังเข้ามา ก่อนจะตั้งคำถามเงียบๆ ขึ้นในหัวว่า เมื่อก่อนฉันรักผู้ชายคนนี้จริงๆ เหรอทำไมคนที่ฉันรักในตอนนั้น ถึงไม่เหมือนกับคนที่อยู่ตรงหน้าฉันตรงนี้เลยสั







