LOGINเป็นอีกครั้ง ที่ร่างของฉันถูกดึงให้เข้าไปแนบชิดมากกว่าเก่า ใบหน้าของเราห่างกันแค่คืบ ฉันเลือกที่จะเอียงหน้าหลบ เมื่อปลายจมูกโด่ง เฉียดโดนที่ปลายจมูกของฉันอย่างจงใจ กลิ่นลมหายใจหอมๆตามแบบฉบับของผู้ชาย อีกทั้งชีวิตนี้ ฉันยังไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหน มันทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง กลัวไปหมด กลัวไปเสียทุกอย่าง หากแต่สิ่งที่ทำให้ฉันยังนิ่งอยู่แบบนั้น เห็นจะเป็นเพราะคำว่า 'ทำใจ'
เส้นขนอ่อนทั่งร่างลุกซู่ เมื่อยามที่ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดที่กกหู ยิ่งฉันพยายามเบือนหน้าหนี มันยิ่งเป็นการเกยทับร่างของอีกคน จนฉันแนบชิดกับเขามากกว่าเดิม "แชมพูสระผมที่เธอใช้ หอมดีนะ ฉันชอบกลิ่นนี้ ไว้จะสั่งให้คนซื้อยี่ห้อนี้มาไว้ติดบ้านไว้ให้ก็แล้วกัน" ฉันเลือกที่จะไม่ออกความเห็นกับคำพูดประโยคนั้น ไม่ใช่แค่เขาหรอก ที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายของฉัน หากแต่ฉัน ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายของเขาเช่นกัน "ทำรอยได้ไหม" ฉันรีบหันกลับไปมองที่เขาโดยไว และปลายจมูกเชิดรั้นก็เฉียดโดนปลายจมูกของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ "นะ หนูยังเรียนอยู่นะคะ หะ หากมีรอย มันจะน่าเกลียดเอานะคะ" เขาเลือกที่จะยกยิ้มออกมาหลังจากที่จบประโยคของฉัน "งั้นจูบปากได้ไหม" ฉันรีบผละใบหน้าออกห่างโดยไว แม้จะรู้ดีว่าถึงอย่างไรก็ต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่ฉันก็ตั้งรับไม่ทันอยู่ดี "แสนหนึ่ง หากยอมให้ฉันจูบเธอ แต่ถ้าอยากได้สักแสนห้า มาจูบฉันเอง!" หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวอย่างหนัก ที่ผ่านมาสำหรับฉัน เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ หากแต่ตอนนี้ ฉันจำเป็นต้องมีมัน "หนูไม่ตลกเลยนะคะ คุณ.. เฮียก็รู้ ว่าหนูต้องการเงิน หนูจำเป็นต้องใช้เงิน ทุกบาททุกสตางค์ที่เฮียเอ่ยปากว่าจะให้ หนูจริงจัง แล้วหนูก็นับไว้ เฮียจะพูดเล่นๆกับหนูไม่ได้" "หึ.. คิดว่าฉันหลอกเธอเล่นงั้นเหรอ หื้ม.." นิ้วมือเรียวยาวเคลื่อนมาบีบที่แก้มของฉันเป็นเชิงหยอกเย้า ความแนบชิดที่เขาพยายามแนบเข้า ส่งผลให้ประทุมถันคัดตึงงดงามทั้งสองข้าง แนบที่อกแกร่งของเขาเต็มๆ "ฉันรู้น่า วันนี้ฉันเซ็นเช็คให้ไปแล้วห้าหมื่น ต้องให้อีกแสนหนึ่ง สำหรับที่ยอมเรียกฉันว่าเฮีย หากตอนนี้ยอมให้ฉันจูบ จะเพิ่มให้อีกหนึ่งแสน แต่ถ้าอยากได้สักแสนห้า ก็เป็นฝ่ายมาจูบฉันเอง อาบน้ำเสร็จเมื่อไหร่ จะเซ็นให้ทันที" ฉันเม้มริมฝีปากแน่นหลังจากที่ได้ฟัง ในเมื่อฉันต้องการเงิน ฉันก็มีทางให้เลือกสองทาง แม้จุดจบของทั้งสองทางจะไม่ต่างกัน แต่จำนวนเงินมันต่างกัน ห้าหมื่น แม้ฉันจะเรียนจบ มีงานดีๆทำ มันก็หาไม่ได้ แม้จะใช้ระยะเวลาทั้งเดือน เพื่อแลกมากับเงินเดือนจำนวนห้าหมื่น และผลลัพธ์อีกด้าน หากฉันเลือกคว้าเงินห้าหมื่นนี่ไว้ เท่ากับว่า วันนี้ฉันจะได้เงินจากเขาสามแสน วันหนึ่งได้ตั้งสามแสน ฉันจะไปหาได้จากที่ไหน "ตกลงค่ะ หนูจะจูบเอง" เขาคลี่ยิ้มทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ดวงตาคมเฉียบผลุบมองที่ริมฝีปากของฉัน ท่าทีของเขาคือพออกพอใจกับคำตอบนั้น และก่อนที่ฉันจะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรับปากออกไป ฉันก็เลือกที่จะเอ่ยถาม ถึงสิ่งที่กำลังคิดอยู่ในใจ "ถ้าหนูยอมจูบ หนูได้ครั้งละหนึ่งแสนห้าหมื่น ขอจูบทุกวันได้ไหมคะ" "อยากได้เงินวันละแสนห้า?" เขาร้องถาม พลางอมยิ้มออกมา ก่อนที่หัวใจของฉันจะเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเขาดันร่างตัวเองออกห่าง ก่อนจะสอดฝ่ามือมาคว้าหมับที่ประทุมถันของฉัน "มะ ไม่นะคะ เรากำลังคุยกันอยู่นะ" ฉันพยายามที่จะคว้ามือหนาออกห่างจากส่วนนั้น แต่ทว่า เขากลับเลือกบีบคั้นมันอย่างเมามันส์ "ไม่ต้องเสียเวลาไปคำนวณหรอก ว่าเดือนหนึ่ง เธอจะสามารถเก็บเงินได้เท่าไหร่หากเราจูบกันทุกวัน ฉันเป็นคนขี้รำคาญ ขี้เกียจเซ็นเช็คซ้ำๆบ่อยๆ เอาเป็นว่า หากเธอยินยอมทุกอย่าง แบบที่ฉันต้องการ จนกว่าจะถึงวันที่เธอใช้หนี้ฉันครบทุกบาททุกสตางค์ ฉันให้สิบล้าน!" ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ข้อตกลงและต่อรองของเขา มันไม่ได้แตกต่างจากการเรียกร้องให้ฉัน 'ขายตัว' "สิบล้าน ก็แค่นอนด้วยกันทุกครั้งที่ฉันต้องการ มีกอด มีจูบบ้าง และก็เป็นเด็กดีของฉันเท่านั้นเอง" "หะ ให้หนูขายตัวให้คุณอย่างนั้นเหรอคะ?" เขาชักสีหน้าออกมาเพียงนิด เมื่อฉันหลุดสรรพนามเดิมออกไป "ผู้หญิงหลายคนยินยอมที่จะเดินขึ้นเตียงของฉัน โดยที่ฉันไม่จำเป็นต้องลงทุนขนาดนี้ด้วยซ้ำ เธอโชคดี ที่ฉันถูกตาใบหน้าซื่อๆของเธอ ก็เลยยอมควักเศษเงินช่วยเหลือพ่อเธอ และเอาเธอมาไว้ที่บ้านของฉันระหว่างที่ใช้หนี้ บอกตรงๆว่าฉันขี้เบื่อ ไม่ต้องกลัวหรอก ว่าเธอจะเสียตัวให้ฉันมากจนเกินไป ฉันไม่เอาเปรียบใครอยู่แล้ว และฉันก็ไม่เคยมองว่าเธอเป็นผู้หญิงขายตัว ผู้หญิงหลายๆคน ก็มีคนเลี้ยงดูแบบนี้ทั้งนั้น มันก็เป็นความต้องการของทั้งสองฝ่าย ผู้หญิงขายตัว คือผู้หญิงที่นอนกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า เพื่อหวังแค่เงินเท่านั้น แต่เธอจะต้องมีแค่ฉัน เธอไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว แต่เธอเป็นผู้หญิงของฉัน.." ------------------------------------ จงรักน้อง จงหลงน้อง จงรักน้อง จงหลงน้อง เพี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงง!"...คำว่าผู้หญิงของฉัน จากปากของฉัน หวังว่ามันคงทำให้เธอสบายใจ" แกร๊กก~"ฟันแล้วทิ้งมากกว่าไหม!" เสียงบุคคลที่สามที่ดึงขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้ฉันสะดุ้งสุดแรง สองแขนรวบกอดลำคอหนาแน่น เพียงเพื่อหวังปิดบังอำพรางเรือนร่างของตัวเองจากใครอีกคน จากนั้นไม่นาน คนที่อยู่กับฉันภายในอ่าง ก็เอียงหน้าไปมองบุคคลที่พึ่งเปิดประตูเข้ามา"ใครอนุญาตให้มึงเข้ามาวะ!" "ไม่มีใครอนุญาตกูทั้งนั้น แล้วหากกูไม่เข้ามา กูก็คงไม่รู้ ว่ามึงเอาผู้หญิงมานอนที่บ้าน!" ฉันสะอึกทันทีกับคำที่ได้ฟัง ก็อย่างว่า สถานการณ์ในตอนนี้ ไม่มีทางอื่นที่คนจะคิดไปได้จริงๆ"ที่ผับกู มีผู้หญิงให้มึงเลือกกินตั้งมากมาย กูก็ไม่เคยเห็นมึงพาใครมานอนที่บ้าน คนนี้มึงจริงจัง?" ผู้มาใหม่เลิกคิ้วถาม สายตาแอบพินิจมองหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของเพื่อนรัก แม้ไม่ได้เห็นรูปร่าง หากแต่เห็นเพียงเสี้ยวใบหน้าก็รู้ว่าสวยมาก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า สวยกว่านี้เพื่อนเขาจะไม่เคยเจอ"เขาไม่ได้เหมือนผู้หญิงพวกนั้น มึงออกไปก่อน!" "ไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้น และมึงก็ไม่ได้จะฟันแล้วทิ้งว่างั้น?" "กูบอกให้มึงออกไป!""คนอย่างมึงน่ะเหรอ ที่จะไม่ฟันแล้วทิ้ง คำพูดลมๆแล้ง
เป็นอีกครั้ง ที่ร่างของฉันถูกดึงให้เข้าไปแนบชิดมากกว่าเก่า ใบหน้าของเราห่างกันแค่คืบ ฉันเลือกที่จะเอียงหน้าหลบ เมื่อปลายจมูกโด่ง เฉียดโดนที่ปลายจมูกของฉันอย่างจงใจ กลิ่นลมหายใจหอมๆตามแบบฉบับของผู้ชาย อีกทั้งชีวิตนี้ ฉันยังไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหน มันทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง กลัวไปหมด กลัวไปเสียทุกอย่าง หากแต่สิ่งที่ทำให้ฉันยังนิ่งอยู่แบบนั้น เห็นจะเป็นเพราะคำว่า 'ทำใจ'เส้นขนอ่อนทั่งร่างลุกซู่ เมื่อยามที่ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดที่กกหู ยิ่งฉันพยายามเบือนหน้าหนี มันยิ่งเป็นการเกยทับร่างของอีกคน จนฉันแนบชิดกับเขามากกว่าเดิม"แชมพูสระผมที่เธอใช้ หอมดีนะ ฉันชอบกลิ่นนี้ ไว้จะสั่งให้คนซื้อยี่ห้อนี้มาไว้ติดบ้านไว้ให้ก็แล้วกัน" ฉันเลือกที่จะไม่ออกความเห็นกับคำพูดประโยคนั้น ไม่ใช่แค่เขาหรอก ที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายของฉัน หากแต่ฉัน ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายของเขาเช่นกัน"ทำรอยได้ไหม" ฉันรีบหันกลับไปมองที่เขาโดยไว และปลายจมูกเชิดรั้นก็เฉียดโดนปลายจมูกของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ"นะ หนูยังเรียนอยู่นะคะ หะ หากมีรอย มันจะน่าเกลียดเอานะคะ" เขาเลือกที่จะยกยิ้มออกมาหลังจากที่จบประโยคของฉัน"งั้นจ
ฉันมองตัวเองผ่านกระจกใส พร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ในดวงตาฉายความกลัวออกมาอย่างชัดเจน สาบานว่าตลอดทั้งชีวิต ฉันไม่เคยคิดที่จะทำแบบนี้ แบบที่ใช้ร่างกายแลกกับเหตุผลอะไรบางอย่าง ฉันไม่เคยคิดทำ หากแต่ครั้งนี้จำเป็นต้องทำ เพื่อความอยู่รอดของคนที่ฉันรัก รวมถึงตัวของฉันเอง ที่จำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้า เพื่อมีชีวิตต่อไปแกร๊กก~เสียงปลดล็อคประตูห้องน้ำ ส่งผลให้มือเรียวจับยึดที่ชุดนอนของตัวเองแน่น ฉันมองสบตากับอีกคนผ่านกระจกใส เขาอยู่ในชุดที่สวมผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวที่พันรอบช่วงล่างพอหมิ่นเหม่เอาไว้ ดวงตาคมฉายความไม่พอใจออกมาเพียงนิด เมื่อยามที่เขาเหลือบตามองร่างกายของฉัน"ทำไมถึงยังไม่ถอดชุด ฉันไม่ชอบพูดซ้ำหลายครั้ง!" หัวใจดวงน้อยกระตุกอย่างแรง เมื่อยามที่ได้ฟังในสิ่งที่เขาพูดออกมา"ขอโทษค่ะ" ฉันบอกออกมาเบาๆ แล้วรีบจัดการชุดของตัวเองทันที มันไม่มีทางเลือก เธอไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆชุดนอนที่สวมใส่ ร่วงลงสู่พื้นในเวลาต่อมา ฉันกัดฟันแน่น เมื่อยามที่เห็นร่างขาวโพลนโผล่พ้นออกมาโชว์สายตาของคนอื่น ชุดชิ้นเล็กเพียงชิ้นบนและล่างของกางเกงในลูกไม้สีดำ กับชุดชั้นในสีเดียวกัน ลายเดียวกัน มันไม่สามารถ
'เป็นเด็กดีแล้วกันนะ เชื่อฟังคุณเขา อย่าขัดใจ อย่าทำให้เขาไม่พอใจ แล้วทุกอย่างมันจะดีเอง' ฉันทวนคำพูดของป้าแม่บ้าน หลังจากที่เดินมาหยุดยืนที่หน้าห้องนอนของเจ้านาย ตามคำสั่งของ 'ศุภกร' ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของเจ้าของบ้าน ฉันถอดถอนหายใจออกมาหนักๆ จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอด เอาเถอะ ไหนๆนี่มันก็คืองานของฉัน สิ่งไหนที่ทำ แล้วมันทำให้ฉันและพ่ออยู่รอด ฉันก็คงต้องทำ หากฉันไม่ทำ หากฉันไม่ช่วย ก็คงไม่มีใครช่วยพ่อของฉันได้ก๊อก ก๊อก ก๊อก~ มือเรียวยกขึ้นเคาะประตูเป็นจังหวะ แล้วจากนั้นไม่นาน เสียงของคนที่อยู่ด้านในก็เล็ดลอดออกมา"เข้ามา" เสียงทุ่ม ส่งผลให้หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวอย่างหนัก ทราบและเข้าใจดี ว่าหน้าที่ที่ฉันต้องทำ มันคืออะไรแกร๊กก~ ขาเรียวสั่นน้อยๆ เมื่อความเย็นของเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนหรูกระทบกับร่าง ฉันยกมือขึ้นมาลูบที่ใบหน้าของตัวเองเป็นเชิงเรียกสติ ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาอีกคน ซึ่งหันหลังให้ฉัน โดยที่มือของเขากำลังปลดกระดุมเสื้อ"คุณภาคย์ มะ มีอะไรให้หนูรับใช้เหรอคะ" ฉันเหลือบตามองเวลาบนนาฬิกาแขวนผนัง ตีสาม ตีสามนี่น่ะเหรอ ที่เขาให้คนไปตามฉันมาขวับแล้วจากนั้นไม่นา
"..." "ถ้าข้อเสนอของฉันมันไม่น่าสนใจ เธอเปลี่ยนใจก็ได้นะ ฉันไม่เคยบังคับใคร ถ้าเธอคิดว่า เด็กอายุยี่สิบสี่ปี ที่ยังเรียนไม่จบ ไม่มีรายได้ สามารถหาเงินยี่สิบล้านมาใช้หนี้แทนพ่อของเธอได้ ฉันจะปล่อยเธอไป" "หนูทำไม่ได้หรอกค่ะ ไม่มีใครช่วยหนูได้" เป็นอีกครั้ง ที่ฉันต้องเงยหน้า มองสบตากับดวงตาคมเฉียบคู่นั้นใหม่ ความหวาดกลัวในใจของฉันมันกำลังวิ่งพล่าน ย้อนกลับไปนึกถึงวันนั้น ฉันรู้และมั่นใจ ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉัน มีอิทธิพลมากพอ ที่จะปกป้องฉันและพ่อของฉันได้ แม้เขาจะหวังผลตอบแทนในสิ่งที่ทำ ก็ใช่ว่าคนอื่นจะไม่หวัง มิหนำซ้ำ ไม่มีใครหยิบยื่นมือมาช่วยฉันแบบนี้เสียด้วยซ้ำ"หนูเป็นห่วงพ่อ หนูกลัวว่าคนพวกนั้น.." "ฉันจะจัดการให้ จะไม่มีใครทำอะไรพ่อเธอได้ ถ้าเธอเป็นเด็กดี" หัวใจของฉันเต้นถี่ แววตาที่เขาใช้มองฉัน สามารถมองเห็นความปรารถนาที่ลุกโชนอยู่ในนั้น เขาต้องการฉัน แม้ชีวิตนี้ฉันจะไม่เคยผ่านมือผู้ชายคนไหนมา แต่การผ่านโลกมาจนอายุยี่สิบกว่า ฉันไม่ได้โลกสวยขนาดนั้น"เธออายุยี่สิบสี่ ส่วนฉันสามสิบสาม เก้าปีที่เราห่างกัน ฉันมีความน่าเชื่อเถอะมากกว่านั้น ฉันไม่โกงเธอหรอก เก็บเงินได้ครบพอที่จะใ
หัวใจของฉันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ฉันว่าฉันเป็นคนที่ตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว ไม่เคยคิดเลย ว่าเขาจะตรงยิ่งกว่า 'ฉันไม่ชอบคำว่าฉัน ฉันชอบคำว่าหนูมากกว่า..' ยิ่งนึกถึงคำพูดเขาขึ้นมา ใบหน้าของฉันก็ยิ่งร้อนผ่าว แทบไม่เก็บอาการ "นะ หนูไม่ถนัดงานแบบนั้นหรอกค่ะ หนูพึ่งจะอายุยี่สิบสี่ปีเองนะคะ หนูยังเรียนหนังสือไม่จบด้วยซ้ำ คุณให้หนูทำงานอื่นไม่ได้เหรอคะ" ถึงกับต้องรวบรวมความกล้า กว่าจะได้พูดออกไป แต่ทว่า เขากลับหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ "แม่บ้านที่นี่ อยู่ที่นี่มาราวๆยี่สิบปี เธอจะให้ฉันไล่พวกเขาออก แล้วให้เธอมาทำงานแทนอย่างนั้นเหรอ อย่างป้าแม่บ้านที่ออกไปต้อนรับเธอ อายุอานามน่าจะรุ่นๆของพ่อเธอด้วยซ้ำ รู้หรือเปล่า ว่าเธอกำลังบีบให้เขาตกงาน" "นะ หนูไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ" อาการร้อนใจแทรกผ่านเข้ามา ฉันมองเลยไปที่ป้าแม่บ้านคนนั้น ที่ยืนมองอยู่ห่างๆ แน่นอนว่า ท่านอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเรากำลังคุยอะไรกัน แต่ถ้าท่านจะมาตกงานเพราะฉัน มันก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีเช่นกัน "คุณคะ คือหนู" "เป็นเด็กของฉัน ฉันส่งเธอเรียนได้ด้วยนะ" ดวงตากลมกระพริบปริบ อ้าปากค้างเหวอ รับฟังในสิ่งที่เขาพึ่ง







