Share

เด็กดื้ออย่าหนี
เด็กดื้ออย่าหนี
Author: เจ้าหมูน้อย

ตอนที่ 1

last update Last Updated: 2026-02-12 08:40:44

ทศพล

อายุ : 37 ปี

น้ำมนต์

อายุ : 20 ปี

______________

“ถ้าไม่ชอบหนูขนาดนั้น...ทำไมถึงยังยอมแต่งงานด้วย”

“ฉันไม่ชอบพูดอะไรพร่ำเพรื่อ”

“โอเค หนูก็จะไม่ถามอะไรลุงเสี่ยอีก”

______________

“มาทำหน้าที่ของเธอ”

“ถอดเสื้อผ้าของเธอออกแล้วล้มตัวนอนลงไป”

▪️▪️▪️▪️▪️

- เนื้อหาเป็นไปตามที่ไรต์ดำเนินเรื่องไว้ ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เพราะนิยายเรื่องนี้เขียนเนื้อหาจบแล้ว100%

- การบรรยายจะเป็นแบบเรียบง่าย เรียลๆ อ่านง่าย ไม่เน้นใช้คำสวยหรูนะคะ

- ตัวละครนางเอกมีการพูดคำหยาบ พูดกับเพื่อนกู-มึงนะคะ ถ้าไม่ชอบผ่านก่อนได้นา

- มีฉากสูญเสีย ระวังบั่นทอนจิตใจนะคะ

- ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ

▪️▪️▪️▪️▪️

Warning!

*เนื้อหามีคำหยาบคาย เช่น กู มึงไอ้ อี และคำต่างๆ มีความรุนแรงในบางฉาก

*นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นมาจากจินตนาการของนักเขียน อาจมีความสมจริงและไม่สมจริง สมเหตุสมผลบ้างและไม่มีบ้าง โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านนะคะ

*ไม่ใช่นิยายคุณธรรมสอนใจคนนะคะ เพราะฉะนั้นปล่อยจอย อ่านแบบสบายๆ ดีกว่าค่ะ ถ้ารู้สึกซีเรียสกดออกแล้วผ่านก่อนได้ค่า

*เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ18ปีขึ้นไป

*ปล.ด่าตัวละครได้ แต่อย่าด่าคนเขียนก็พอค่ะ*

🔻

▪️นิยายเรื่องนี้จบดี▪️

ฝากติดตามด้วยนะคะ

อย่าลืมติดตามนักเขียนด้วยจ้า

ตอนที่ 1

สถานีตำรวจ

“ช่วงเทศกาลแบบนี้ยังจับอีกเหรอจ่า”

“นั่นสิ น่าจะละเว้นหน่อยนะ คนกันเองทั้งนั้น”

“ไม่มีการละเว้นสำหรับคนที่ทำผิดกฎจราจร นี่พวกเธอรู้ไหมว่าขี่รถโดยไม่หมวกกันน็อกมันอันตราย”

“นี่ไง เพื่อนหนูก็ใส่อยู่”

“เอ้าอีจี๊ด มึงกำลังบุลลี่ทรงผมกู ให้เกียรติผมหน้าม้ากูด้วยค่ะ”

“เลิกติดเล่นกันได้แล้วน่า ครั้งนี้พวกเธอสองคนจะไม่ใช่แค่เสียค่าปรับอย่างเดียวแล้วกลับบ้านนะ แต่จะต้องเรียกผู้ปกครองมาที่นี่ด้วย”

“อะไรอะจ่า เป็นแบบนี้ได้ไง เรียกผู้ปกครองมาทำไมกัน จ่ายค่าปรับแล้วก็น่าจะปล่อยพวกเราไปเหมือนคราวก่อนๆ สิ”

“ครั้งนี้ไม่ได้ ยังไงก็ต้องเรียกผู้ปกครองมา”

เด็กสาววัยรุ่นสองคนกำลังเอ่ยต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งอย่างไม่ลดละ

“แต่ว่าหนูไม่มีผู้ปกครองหรอกนะจ่า” เด็กสาวหนึ่งในสองคนเอ่ยขึ้นต่อ เธอคนนี้มีชื่อว่าน้ำมนต์

“ไม่มีแล้วจะเกิดมาได้ยังไงเล่า” คุณตำรวจถามต่อแล้วมองดูเด็กสาว “ทุกคนมีพ่อมีแม่หมด”

“แต่เพื่อนหนูมันไม่มีจริงๆ มันมีแต่ผัวค่ะจ่า”

“อีจี๊ด!” น้ำมนต์ตีเข้าไปที่แขนของเพื่อนสาวอย่างแรงหนึ่งที “พูดจาอะไรของมึงเนี่ย”

“ก็เรื่องจริง”

“จี๊ด...”

ตำรวจหนุ่มมองหน้าเด็กสาวสองคนก่อนจะดูที่บัตรประชาชนของพวกเธอ แล้วพบว่าทั้งสองมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ แต่มันดูเร็วไปหน่อยไหมที่เด็กวัยนี้จะแต่งงาน ถ้าเป็นแฟนยังจะพอเข้าใจได้ “อายุแค่ยี่สิบเอง ทำไมรีบมีล่ะ? ยังเรียนไม่จบเลยหนิ”

“เพิ่งรู้ว่าตำรวจก็อยากรู้เรื่องของคนอื่นเหมือนกันนะเนี่ย” เป็นจี๊ดที่เอ่ยขึ้น

“อีจี๊ด เดี๋ยวก็โดนข้อหาเพิ่มหรอกมึง” น้ำมนต์บอกกับเพื่อนแล้วหันมามองที่คุณตำรวจอีกครั้ง “ไม่เรียกผู้ปกครองมาไม่ได้เหรอคะจ่า พวกหนูสัญญาว่าคราวหน้าจะขี่รถโดยใส่หมวกกันน็อก” ว่าพลางทำท่าชูสองนิ้วใส่คุณตำรวจ

“ชูสองนิ้วนี่มึงจะถ่ายรูปหรือไงอีน้ำ” จี๊ดกัดฟันกระซิบเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวชูแค่สองนิ้ว ซึ่งนั่นมันไม่ใช่ท่าทำคำสาบาน ก่อนเธอจะชูสามนิ้วแล้วเอ่ยสมทบ “สัญญาจากใจจริงๆ ไม่ติงนังเลยจ่า”

“นะจ่า”

“ไม่ได้หรอกนะ พวกเธอทำผิกกฎจราจรมารอบที่เท่าไหร่แล้วรู้ไหม?”

“หยวนๆ ไปเถอะจ่า คิดซะว่าทำบุญให้กับเด็กเปรตอย่างพวกหนูแล้วกัน”

“อีจี๊ด!” น้ำมนต์มองหน้าเพื่อนแล้วขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าไอ้เพื่อนคนนี้มันจะพูดอะไรให้กระทบตัวพวกกันเองทำไม

นังเพื่อนบ้าเอ๊ย!

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ สถานีตำรวจ

สุดท้ายแล้วคุณตำรวจก็ต้องยอมให้กับเจ้าเด็กวัยรุ่นสองคนนี้ ไม่ใช่เขาทนลูกตื๊อไม่ได้ แต่แค่รำคาญหู เพราะนอกจากจะพูดเร้าหรือกันไม่เลิกแล้ว ยังมานั่งเมาท์มอยเสียงดังไปอีก

“สัญญาว่าคราวหน้าถ้าเจอพวกเธอสองคนทำผิดกฎจราจรอีก ฉันไม่อ่อนข้อให้แน่นอน”

“ขอบคุณค่ะจ่า” น้ำมนต์เอ่ยขอบคุณแล้วหยิบใบเสร็จที่เสียค่าปรับติดมือมาด้วย เธอเดินออกมายืนอยู่ที่หน้าสถานีตำรวจพร้อมกับจี๊ด

“หมดสนุกเลยอะ” จี๊ดเอ่ย

“นั่นสิ ใครแม่งจะไปรู้ว่าจะมีตำรวจมาตั้งด่านตอนกลางคืนในวันหยุดยาวช่วงเทศกาลแบบนี้” น้ำมนต์เองก็เอ่ยออกมาพร้อมมีท่าทีดูเหมือนเซ็ง

“แล้วนี่เอาไง จะไปเคานต์ดาวน์ต่อไหม?”

“ไปสิ แต่ไปบ้านมึงแทนได้ไหม”

“ก็ได้นะ วันนี้แม่กับพ่อกูไม่อยู่”

“เค งั้นไปกัน”

ตัดมาที่แห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า เมา เหมือน หมา บาร์ วันนี้คนค่อนข้างแน่นร้าน เพราะว่าส่วนมากมากินเหล้าพร้อมเคานต์ดาวน์กันที่นี่

“เหล้าเบียร์และเครื่องดื่มต่างๆ คอยเติมสต็อกตลอดอย่าให้ขาดเด็ดขาด และน้ำแข็งหรือของอะไรที่รู้ว่าคนจะต้องสั่งมากก็อย่าให้ขาดเช่นกัน”

คนที่กำลังออกคำสั่งอยู่นี้เป็นเจ้าของบาร์ที่นี่และเขามีชื่อว่าทศพลหรือคนเรียกกันว่าเสี่ยทศ คนที่หล่อและรวยแห่งตำบลในเมือง

“ครับเสี่ย” ลูกน้องที่มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการบาร์ตอบรับคำสั่ง

“เมื่อกี้มีคนโทร.มาบอกว่าเมื่อช่วงหัวค่ำเห็นน้องน้ำถูกตำรวจจับค่ะ” เสียงหญิงสาวเอ่ยบอกกับทศพล

เธอคนนี้มีชื่อว่าปลายฝัน เป็นผู้ช่วยคนสนิทของทศพล และทำงานเคียงคู่กับเขามานานกว่าเจ็ดปี

“ก็คงจะข้อหาเดิมๆ” ทศพลนอกจากจะไม่รู้สึกตกใจแล้วเขายังดูนิ่งเหมือนว่านี่เป็นเรื่องปกติ “ไปหาซื้อหมวกกันน็อกให้ยัยเด็กนั่นสักใบ”

“เสี่ยพูดจริงหรือพูดเล่น”

“พูดเล่น” เขาตอบสั้นๆ แล้วลุกขึ้นออกจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินไปที่หลังบาร์แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ “ไม่เห็นต้องใส่ใจเลย แค่ยัยเด็กสก๊อยจอมดื้อด้านคนหนึ่ง”

ทศพลกับน้ำมนต์มีสถานะเป็นผัวเมียกัน ทั้งสองแต่งงานแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และเขาเป็นคนที่ไม่อยากจดเอง เขากับเธอไม่ใช่คู่รักที่รักกันมาก่อนแต่อย่างใด แต่ที่ต้องแต่งงานกันเพราะว่าโดนพ่อกับแม่ของเขาบังคับนั่นเอง

อันที่จริงเขาจะปฏิเสธและไม่ยอมทำตามคำสั่งของพ่อแม่ก็ได้ แต่ด้วยความที่มีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างทำให้เขานั้นยอมตกลงแต่งงานกับยัยเด็กสก๊อยที่ชื่อน้ำมนต์นั่น

“จะไม่ไปดูหน่อยเหรอคะ” ปลายฝันที่เดินตามมาทีหลังเอ่ยถามขึ้น

“ไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น เธอก็เห็นหนิว่าฉันยุ่งขนาดไหน” เขาบอกกับผู้ช่วยสาวแล้วเหลือบสายตาไปมองเธอ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น “เหนื่อยมากสินะ”

“นิดหน่อยค่ะ”

“ลาหยุดกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่บ้างก็ได้นะ ฉันอนุญาต ไปพักบ้างเถอะ”

“ไว้หลังปีใหม่ค่อยลาแล้วกันค่ะ”

“อืม เธอควรพักบ้าง” เขาบอกพลางหันมองไปยังทางด้านหน้า แล้วพ่นควันบุหรี่ออกมาจากปากอย่างต่อเนื่อง

“เสี่ยก็ควรจะพักบ้างนะคะ ทำงานมาหนักตลอดทั้งปีไม่พักเลย เดี๋ยวร่างกายจะแย่เอาได้”

“ไว้ค่อยพักทีเดียวตอนอายุสี่สิบ”

ตอนนี้ทศพลมีอายุสามสิบเจ็ดปีและอีกสามปีเขาก็จะมีอายุสี่สิบ ซึ่งตอนนั้นแหละเป็นช่วงที่เขาคิดจะพักจากการทำงานสักระยะ เพราะที่ผ่านมาเขาทำงานมาตลอดตั้งแต่เรียนจบตอนอายุยี่สิบสาม

“อีกสามปีคุณก็จะอายุสี่สิบ”

“นั่นแหละ ว่าแต่วันนี้มาดื่มกันหน่อยดีกว่า”

“ได้สิคะ”

และทั้งสองก็พากันไปนั่งดื่มอยู่ในบาร์

เวลาล่วงผ่านมาจนตีสามกว่าๆ ชายหนุ่มขับรถกลับมาที่บ้านหลังจากบาร์ได้เวลาปิด เมื่อมาถึงหน้าบ้านเขาก็เห็นว่าไฟทุกดวงภายในบ้านถูกปิดหมด เปิดอยู่แค่ดวงเดียวคือไฟตรงหน้าประตูบ้าน

“ยัยเด็กนั่นไม่อยู่บ้านหรือยังไง” เขาเอ่ยออกมาพลางลงไปเปิดประตูรั้ว แล้วกลับขึ้นมาที่รถเพื่อจะขับเข้าไปจอดภายในตัวบ้าน

และในจังหวะเดียวกันก็มีเสียงเร่งเครื่องของรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นก่อนจะมาจอดอยู่ที่หน้าบ้าน

“ขี่รถกลับบ้านดีๆ นะมึง”

“โอเครู้เรื่อง พรุ่งนี้เจอกัน”

“โอเค”

สิ้นบทสนทนา เสียงเร่งเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ก็ดังขึ้นอีกครั้งก่อนจะขี่ออกไป

คนตัวเล็กเดินเข้าบ้านในสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงและเสื้อผ้าเลอะเปรอะเปื้อนดินโคลน เธอไม่ได้เมาจนเดินล้มจิ้มดิน แต่เพื่อนพาขับรถลงทุ่งนามาเมื่อก่อนหน้านี้

“กลับบ้านเอาป่านนี้เนี่ยนะ”

ทศพลถามเมื่อเห็นว่าน้ำมนต์กำลังจะเดินผ่านหน้าเขาไป แถมเนื้อตัวยังดูมอมแมม

“พอดีว่าไปเคานต์ดาวน์กับจี๊ดมาน่ะค่ะ” เธอตอบแล้วหยุดยืนพลางหันตัวไปทางเขา “เพลินไปหน่อยจนลืมดูเวลา”

“ฉันอนุญาตให้เธอออกไปไหนต่อไหนกับเพื่อนของเธอได้ก็จริง แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะกลับบ้านดึกขนาดนี้ได้” เอ่ยเสร็จเขาก็มองสำรวจมองดูเธอแล้วเห็นว่าเนื้อตัวมอมแมมมากๆ ไม่รู้ไปทำอะไรมา “ดูสภาพเธอสิ มอมแมมเหมือนหมาจรชะมัด!” ว่าจบเขาก็ไขประตูบ้านก่อนจะเปิดออก แล้วเดินเข้าไปเปิดไฟทุกดวงที่มีภายในบ้าน

น้ำมนต์เองที่โดนว่าเหมือนหมาจรจัดก็รู้สึกไม่พอใจ เธอเอ่ยตอบโต้กลับเสียงดัง “ก็หมาจรจัดตัวนี้ไม่ใช่เหรอ ที่ลุงเสี่ยเอาเป็นเมีย!”

“เงียบปากแล้วเลิกเรียกฉันว่าลุงเสี่ยสักที อีกอย่างเมื่อไหร่จะเข้าใจว่าที่ฉันเอาเธอเป็นเมียนั้นเพราะอะไร คิดเหรอว่าถ้าพ่อกับแม่ฉันไม่บังคับ ฉันจะเอาเด็กสก๊อยอย่างเธอมาเป็นเมีย ให้ตายก็ไม่เอา”

“จ้า แต่ก็เห็นเอาอยู่ประจำนี่นา” เธอเถียงเขา พูดมาได้ยังไงว่าให้ตายก็ไม่เอา แล้วที่สองวันสามวันเอาเธอทีนี่เรียกว่าอะไรไม่ทราบ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เด็กดื้ออย่าหนี   ตอนที่ 7

    ตอนที่ 7 “มันไม่ใช่กงการอะไรของฉัน ที่จะต้องรับเด็กคนนั้นมาเป็นลูก” “ถ้าลูกได้ยินคำพูดเมื่อกี้คงจะเสียใจน่าดูเลย” “เธอเลือกพ่อให้ลูกของเธอแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเรียกร้องอะไรจากฉัน ต่อให้ตรวจดีเอ็นเอฉันก็ไม่ใช่พ่อของเด็กด้วยซ้ำ” “เฮอะ พูดแทงใจดำกันชะมัดเลย” หญิงสาวยิ้มเพียงเล็กน้อย เธอหยิบไวน์ขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วแล้วเอ่ยขึ้นต่อ “ไอ้ขยะนั่นมันทิ้งฉันกับลูกไปแล้ว พอมันรู้ว่าฉันป่วย มันก็หนีไปอยู่กับนังตัวเมียตัวใหม่” “ก็เหมือนที่เธอเคยทำไม่ใช่รึไง เธอเองก็เคยทำแบบนั้นกับฉันหนิ” ทศพลก็หยิบแก้วไวน์มาดื่มจนหมดแก้วเช่นกัน ตอนนี้ในใจเขามันทั้งเจ็บ ทั้งโกรธ และทั้งแค้นผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้ ผู้หญิงที่ชื่อขวัญตาคนที่เขาเคยรัก “แทงใจดำกันอีกแล้วนะ” “เธอไม่ควรติดต่อฉันมาอีก จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่ต้องติดต่อมา” ร่างสูงลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วกำลังจะเดินไป ทว่าเธอคนนั้นก็เอ่ยขึ้นแล้วลุกขึ้นตามมา ก่อนจะกอดเขาจากทางด้านหลัง “คุณพูดไปอย่างนั้นแหละ ถ้าไม่อยากให้ฉันติดต่อไปหา ทำไมคุณถึงยังใช้เบอร์เดิมไม่เปลี่ยนล่ะ” “ไม่มีเหตุผลอะไรให้ฉันต้องเปลี่ยน เธออย่าคิดไปเองเลยนะขวัญตา”

  • เด็กดื้ออย่าหนี   ตอนที่ 6

    ตอนที่ 6 “เธอพูดจริง?” ทศพลถามปลายฝันก่อนจะผละหน้าออกให้อยู่ในระยะห่างที่สมควร “เจ็ดปีที่ฉันทำงานกับเสี่ยมาเนี่ย ถ้าให้พูดตรงๆ มันก็ต้องมีหวั่นไหวกันบ้างสิ ฉันก็คน ก็มีหัวใจนะเสี่ย” “ฉันไม่โสดเธอก็รู้” “แล้วถ้าโสดล่ะ” “ฉันจะไม่อยู่สองสามวันนะ ฝากเธอดูงานทางนี้แทนด้วย” ทศพลไม่ตอบที่ปลายฝันถาม แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยแทน “บอกได้ไหมคะว่าจะไปไหน?” “ไปกรุงเทพฯ” “ไปไกลจังเลยนะคะ” “อื้ม ฝากดูทางนี้ด้วยแล้วกัน” “ได้ค่ะ อย่าลืมของฝากจากเมืองกรุงด้วยนะคะ” “เดี๋ยวจะดูมาให้แล้วกัน” วันต่อมา เศษกระดาษวางเรียงอยู่เกือบจะเต็มโต๊ะ ภายในกระดาษแต่ละแผ่นนั้นมีแต่ตัวเลขสิบหลักพร้อมระบุชื่อ กุ๊บกิ๊บ 09x-xxx-xxxx ชมพิงค์ 09x-xxx-xxxx ไข่มุก 06x-xxx-xxxx องุ่น 06x-xxx-xxxx มิลค์ 09x-xxx-xxxx ยังมีอีกหลายเบอร์ และทั้งหมดนี้เธอเอาออกมาจากกระเป๋าเสื้อและกระเป๋ากางเกงของทศพล เธอไม่ได้เป็นคนที่ชอบรื้อค้นอะไรทำนองนี้ แต่พอดีเสื้อผ้าเธอเป็นคนซัก และก่อนจะซักก็ต้องเช็กดูก่อนว่ามีของสำคัญอะไรหลงอยู่หรือเปล่า แต่สิ่งที่เธอต้องเจอเป็นประจำเลยคือกระดาษที่เต็มไปด้วยเบอร์โทร.ของสาวๆ “หล่อเหลือเกินนะไอ้ลุ

  • เด็กดื้ออย่าหนี   ตอนที่ 5

    ตอนที่ 5 หลังจากทำหน้าที่บนเตียงเสร็จแล้ว หญิงสาวก็ออกมานั่งชันเข่าอยู่ที่โซฟาตัวยาวตรงโถงนั่งเล่น เธอรู้สึกเจ็บไปหมดโดยเฉพาะตรงช่องคลอด เมื่อกี้ที่เธอไปฉี่มามันรู้สึกแสบแบบแสบมากๆ “ไอ้ลุงเสี่ยโรคจิต!” เธอด่าเขาแบบไม่ได้ส่งเสียงดังมากนัก เพราะเหมือนตอนนี้อีกฝ่ายกำลังจะยืนสูบบุหรี่อยู่ที่หน้าบ้าน ติ๊ง ~ เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ของเธอ เธอรู้ว่ามันแจ้งเตือนอะไร แต่ไม่มีอารมณ์จะดูตอนนี้ ร่างสูงเดินกลับเข้ามาภายในบ้านหลังจากที่สูบบุหรี่หมดแล้ว เขาเดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอในสภาพที่ไม่สวมเสื้อ สวมแค่กางเกงผ้าขายาวบางๆ “ฉันโอนค่าขนมของอาทิตย์นี้ไปให้แล้ว” เขาบอกกับเธอ “อือ ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยตอบโดยที่ไม่มองหน้าเขาเลย ตอนนี้เธอล่ะอยากจะใช้มือทุบๆ เข้าไปที่ตัวของเขาจะแย่ อยากให้เขาได้เจ็บบ้าง แต่ก็ได้แค่คิดนั่นแหละ “โกรธฉันงั้นเหรอ?” เขาถามเมื่อเห็นว่าหน้าตาเธอบูดบึ้งออกมาอย่างเห็นได้ชัด “หนูต้องดีใจเหรอที่โดนทำแบบนั้น?” เธอย้อนถาม “เธอควรจะดีใจด้วยซ้ำที่โดนคนอย่างฉันเอาน่ะนะ มีแต่ผู้หญิงอยากถวายตัวให้ฉันเยอะแยะไปหมด แต่น่าเสียดายที่ฉันเอาไม่ได้” “ถ้าไม่มีหนูก็คงเอาไปแล้ว

  • เด็กดื้ออย่าหนี   ตอนที่ 4🔞

    ตอนที่ 4 (18+) ช่วงเย็น ณ ร้านส้มตำ น้ำมนต์และจี๊ดพากันมานั่งกินส้มตำอยู่ที่ร้านริมข้างทางร้านหนึ่งซึ่งร้านนี้แม่ค้าตำแซ่บตำอร่อยมาก สองสาวเลยติดใจและพากันมากินเป็นประจำ “เดี๋ยววันนี้กูจ่ายเองนะ” จี๊ดบอก “หารครึ่งสิ กินด้วยกันจะมาจ่ายคนเดียวได้ไงล่ะ กูไม่ยอมให้มึงจ่ายหรอกนะ” น้ำมนต์ไม่เห็นด้วยที่เพื่อนเสนอจะจ่ายค่าส้มตำเพียงคนเดียวในมื้อนี้ เธอเป็นคนไม่ชอบเอาเปรียบเพื่อน และไม่ชอบเอาเปรียบคนอื่นๆ ด้วย “แต่เมื่อวานมึงจ่ายค่าปรับไปคนเดียวเลยนะ ลืมไปแล้วเหรอ” “อันนั้นไม่นับสิ กูเป็นคนชวนมึงออกมาเองนี่นา กูเป็นคนจ่ายน่ะถูกแล้ว” “บางทีก็อยากให้มึงเก็บเงินไว้บ้างนะ มึงจะได้ไม่ต้องแบมือขอเสี่ยทศ กูไม่ชอบที่มึงโดนดูถูกบ่อยๆ” น้ำมนต์วางช้อนที่ตอนแรกจะตักส้มตำกินนั้นวางลง แล้วนั่งเอาหลังพิงพนักเก้าอี้พลาสติก ลมหายใจหนักถูกพ่นออกมาเป็นระยะ “มึงก็รู้ว่าชีวิตตอนนี้กูเลือกอะไรไม่ได้ ต้องอยู่ไปตามหน้าที่ อยากทำงานหาเงินใช้เองก็ทำไม่ได้ ต้องมานั่งแบมือขอเงินไอ้ลุงเสี่ยใช้ไปวันๆ ค่าเทอมก็ไอ้ลุงเสี่ยอีกนั่นแหละที่จ่ายให้” ทุกวันนี้ที่เธอต้องอยู่กับเขาก็เพราะคำว่า ‘ทำหน้าที่เมียของเธอไป แล้วเ

  • เด็กดื้ออย่าหนี   ตอนที่ 3

    ตอนที่ 3 ตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงซึ่งได้เวลาถวายเพลพระ ทุกคนต่างนำกับข้าวที่นำมา ซึ่งจัดใส่ถาดอยู่ก่อนหน้ายกไปถวายแก่พระ ส่วนน้ำมนต์นั้นนั่งอยู่กับที่แล้วมองดูทศพลกับผู้ช่วยส่วนตัวของเขา ตอนนี้สองคนนั้นกำลังยกกับข้าวถวายให้พระด้วยกัน “มึงมาช่วยกูถวายข้าวให้พระมา” จี๊ดบอกพลางดึงมือเพื่อนให้มาร่วมถวายด้วยกัน เมื่อถวายเพลพระเสร็จ ทุกคนก็กลับมานั่งที่แล้วนั่งรอพระฉัน “มึงโอเคปะเนี่ย” จี๊ดถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวดูซึมๆ ไป “โอเคสิ กูไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” เธอตอบแล้วเปลี่ยนท่านั่งเป็นหันหลัง ไม่อยากจะเห็นเขาที่ตอนนี้นั่งอยู่ห่างจากจุดที่เธอนั่งไม่เท่าไร เวลาล่วงผ่านมาจนเที่ยง หลังจากที่ถวายเพลพระและพระฉันเสร็จแล้ว ผู้คนก็ต่างเอาอาหารที่เหลือมาแบ่งกัน แล้วนั่งร่วมวงกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย “มากินข้าวกันมึง” จี๊ดเอ่ยชวนเพื่อน “มึงกินเลย พอดีกูไม่หิวอะ” น้ำมนต์ตอบปฏิเสธเพราะว่ายังไม่หิว “เออๆ งั้นกูกินข้าวแป๊บ” “อืม เดี๋ยวกูไปนั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำรอนะ” “โอเค” น้ำมนต์เดินออกมาจากศาลาวัดแล้วเดินตรงไปที่ศาลาริมแม่น้ำ เมื่อมาถึงเธอก็นั่งลงแล้วหยิบมวนบุหรี่ออกมาคาบไว้ที่ปาก “เป็นเด็กเป

  • เด็กดื้ออย่าหนี   ตอนที่ 2

    ตอนที่ 2 “ถ้าไปเอากับคนอื่นได้ ฉันคงไม่เอากับเธอ” เขาตอบด้วยท่าทีเรียบนิ่งแล้วเดินเข้ามาหาเธอ “แค่ฉันเอากับเธอไม่ได้แปลว่าฉันจะติดใจ แต่มันคือหน้าที่ที่ผัวเมียต้องทำกันก็เท่านั้น อย่าหลงคิดไปไกล” “โอเค ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบนะคะลุงเสี่ย หนูง่วงมากเลยน่ะ ขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อนนะ” เอ่ยจบก็เดินเข้าไปในห้องทันที ทศพลเองก็เดินเข้าไปในห้องที่น้ำมนต์เพิ่งเข้าไปเช่นกันเพราะเขานอนห้องเดียวกับเธอ ที่ต้องนอนในห้องเดียวกันนั้นเป็นหนึ่งในข้อตกลงที่เขาต้องทำเพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่เขาตกลงไว้กับพ่อ “เธอไปใช้ห้องน้ำด้านนอกอาบน้ำเถอะไป” เขาออกคำสั่ง “ทำไมต้องไปใช้ห้องน้ำข้างนอกด้วยล่ะ” เธอถามและกำลังจะถกเสื้อขึ้น “สภาพโคลนเขรอะขนาดนี้ฉันไม่ให้มาใช้ห้องน้ำในห้องฉันหรอกนะ สกปรก!” “เดี๋ยวหนูก็ล้างห้องน้ำให้อยู่ดี อีกอย่างห้องน้ำด้านนอกมันไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นนะ ขืนไปอาบตอนนี้ได้มีหนาวตายแน่นอน หนำซ้ำมันก็ดึกมากแล้วด้วย” “นั่นมันก็เรื่องของเธอ” เขาว่าพลางลากคนตัวเล็กให้ออกมาจากห้องนอนก่อนจะปิดประตูใส่หน้าเธอ “เฮอะ ไอ้ลุงเสี่ยนิสัยไม่ดี!” เธอด่าเขาแต่เป็นการด่าที่เสียงเบาที่สุด เวลาต่อมา หลังจากที่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status