แชร์

บทที่ 4 เข้าห้องน้ำผิด

ผู้เขียน: นิษฐา01
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-13 18:54:53

พอแผ่นหลังกว้างของพี่เหนือลับหายเข้าไปในลิฟต์ ความอึดอัดที่หนาข้นจนแทบหายใจไม่ออกก็เข้าปกคลุมบริเวณหน้าห้องทำงานชั้น 42 ทันที

คุณจัสมินหันขวับมามองฉันรอยยิ้มหวานหยดย้อยเมื่อครู่นั้นมันหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง

เพียงชั่วพริบตาก็เปลี่ยนเป็นสายตาจิกกัดและแฝงแววข่มขู่ตามฉบับนางพญาผู้ถือไพ่เหนือกว่า

เธอกอดอกพลางก้าวเท้าเข้ามาช้า ๆ เสียงส้นเข็มกระทบพื้นหินอ่อนดัง

ตึก... ตึก... ตึก!

ยิ่งเพิ่มความกดดันจนฉันแทบอยากจะมุดโต๊ะหนี

“น้องชื่อผักกาดใช่ไหมจ๊ะ?”

เสียงของเธอเรียบนิ่ง แต่ทรงพลังจนฉันสะดุ้ง

“ขะ... ค่ะ พี่จัสมิน”

ฉันรีบขานรับเสียงอ้อมแอ้ม ก้มหน้าหลบสายตาเฉี่ยวคมคู่นั้นทันที

“เมื่อกี้ที่บอกคุณเหนือว่า ไม่เห็นอะไรเลย พี่ก็หวังว่าสมองของเธอจะสั่งการให้ลืมมันไปจริง ๆ นะ”

เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฉุนกึก

“เพราะถ้ามีข่าวลือแปลก ๆ หลุดรอดออกจากปากเด็กฝึกงานอย่างเธอแม้แต่คำเดียว... พี่รับรองเลยว่า เธอจะไม่มีวันฝึกงานจบที่เอ็นพีซีกรุ๊ปนี้แน่นอน และพี่จะทำให้ประวัติการฝึกงานของเธอพังพินาศจนไม่มีบริษัทไหนกล้ารับเข้าทำงานอีกเลย จำใส่หัวไว้ด้วย!”

คำขู่กรรโชกนั้นทำเอาฉันแอบกำหมัดแน่นในใจ

‘โธ่... นึกว่าหนูอยากเห็นนักหรือไงล่ะคะ! ภาพติดตาความคมชัดระดับ 4K ขนาดนั้น หนูต่างหากที่อยากจะควักลูกตาออกมาล้างน้ำใจจะขาด!’

แต่ในความเป็นจริง ฉันทำได้เพียงพยักหน้ารับคำหงึกหงักอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

“เข้าใจแล้วค่ะพี่จัสมิน หนูสัญญาว่าจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเดียว ไม่สนเรื่องอื่นแน่นอนค่ะ”

ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงนอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ดี! ถ้ารู้เรื่องซะบ้างก็ดี”

คุณจัสมินเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ชนะ ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารหนาปึกสามสี่เล่มลงบนโต๊ะทำงานของฉันจนเกิดเสียงดัง

ปึก!

“งั้นเริ่มงานแรกของเธอเลยแล้วกัน ไปคีย์ข้อมูลยอดขายย้อนหลัง 5 ปีของทุกสาขาลงระบบให้เสร็จภายในเที่ยงนี้ ขาดตกบกพร่องตรงไหน... พี่เคลมตรายางไม่ผ่านฝึกงานให้ทันที!”

พูดจบ นางก็หมุนตัวสะบัดบ๊อบเดินตามพี่เหนือไปมั้ง ก็ไปทางเดียวกันนี่ โดยทิ้งให้ฉันนั่งเคว้งอยู่กับกองเอกสารท่วมหัว

จากนั้นฉันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ปล่อยโฮออกมาเบา ๆ แบบไม่มีเสียง มือบางยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสารพัดที่ประดังประเดเข้ามา

ทั้งเจ็บจี๊ดที่ใจเพราะอกหักจากรักแรก ทั้งช็อกกับฉากหนังสด และยังต้องมาสู้รบปรบมือกับเลขาขาลุยคนนี้อีก

‘หม่ามี้คะ... ปะป๊าขา... ช่วยหนูด้วย!’

ฉันคร่ำครวญในใจพลางคิดถึงอ้อมกอดอุ่น ๆ ของปะป๊าอคิณขึ้นมาจับใจ ตอนนี้หนูรู้แล้วว่าโลกภายนอกมันไม่ได้ง่ายเลยสักนิด แต่ในเมื่อหนูเลือกที่จะเรียนบริหารและตั้งใจจะกลับไปช่วยงานปะป๊าในอนาคต หนูจะยอมแพ้ตั้งแต่วันแรกไม่ได้

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ปาดน้ำตาทิ้งอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารและเริ่มรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดอย่างมุ่งมั่น ยัยผักกาดคนนี้สู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก ถึงจะเลี้ยงง่ายก็เถอะ เรื่องแค่นี้หนูจะผ่าฟันมันไปให้ดู

ไม่นานนักหลังจากที่ก้มหน้าก้มตารัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ด คีย์ข้อมูลยอดขายย้อนหลังตับ ๆ ๆ อยู่พักใหญ่

ท่ามกลางความเงียบเชียบและไอเย็นเยือกของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานชั้น 42 นั่งไปนาน ๆ เข้า ร่างกายมันก็เริ่มประท้วง ข้าศึกเริ่มบุกจนฉันรู้สึกปวดปัสสาวะขึ้นมาครามครัน

“เฮ้อ... ขอไปเข้าห้องน้ำเคลียร์ตัวเองแป๊บหนึ่งแล้วกันนะยัยผักกาด”

ฉันพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางลุกออกจากเก้าอี้

ด้วยความที่ปวดจนทนแทบไม่ไหวบวกกับความลนลานที่กลัวว่าจะทำงานไม่ทันเที่ยง

ฉันเลยกุลีกุจอรีบก้าวเท้าฉับ ๆ เดินกึ่งวิ่งไปตามทางเดินหินอ่อนหรูหรา สายตาเอาแต่ก้มมองพื้นและพะวงกับกองเอกสารจนไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปดูป้ายสัญลักษณ์รูปผู้หญิงผู้ชายที่ติดอยู่หน้าประตูเลยสักนิด

พอเห็นประตูบานหนึ่งอยู่ใกล้ที่สุด ฉันก็ผลักผัวะเข้าไปทันทีด้วยความโล่งอก

ทว่า... ทันทีที่ก้าวขาพ้นประตูเข้าไป กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศแมน ๆ สไตล์สปอร์ตก็ลอยมาแตะจมูก และเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้าอย่างเต็มตา หัวใจของฉันก็แทบจะหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มรอบที่สองของวัน

เพราะสิ่งที่ตั้งเรียงรายอยู่บนผนังฝั่งซ้ายมือ... มันคือ โถปัสสาวะชาย สีขาวสะอาดตาตั้งเรียงกันเป็นตับ!

“เฮ้ย...”

ฉันอุทานออกมาเสียงหลง ตาเบิกกว้างด้วยความช็อก ขาแข็งทื่อก้าวไม่ออกไปสามวินาที

ไอ้ผักกาดเอ๊ย! แกวิ่งดุ่ย ๆ เข้ามาในห้องน้ำชายเข้าให้แล้วไง

เมื่อรู้ตัวว่าเข้าห้องผิดฉันก็รีบหมุนตัวกลับเตรียมจะโกยแนบออกจากห้องน้ำด้วยความอับอายและหวาดเสียวว่าจะมีใครเข้ามาเห็น

แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่มือของฉันจะแตะถึงลูกบิดประตู เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของใครบางคนจากด้านนอกก็เดินตรงเข้ามา พร้อมกับประตูที่ถูกผลักเปิดสวนเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ฟึบ!

“เฮ้ย! เธอเข้ามาทำอะไรในนี้เนี่ย!?”

เสียงทุ้มต่ำตวาดลั่นด้วยความตกใจผสมปนเปไปกับความดุดัน และใช่ค่ะ... คนที่เพิ่งผลักประตูสวนเข้ามาเต็มแรงจนฉันเกือบหงายหลังหกล้มไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น พี่เหนือ หรือท่านประธานบริหารสุดหล่อ ที่เพิ่งหักอกฉันไปหมาด ๆคนเดิมนั่นเอง

เขายืนตระหง่านอยู่ตรงประตู ดวงตาคมกริบคู่เดิมกวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยและไม่พอใจอย่างรุนแรง

ยิ่งบวกกับเรื่องวุ่นวายหน้าห้องทำงานเมื่อครู่ที่ฉันดันเผลอเปิดประตูไปเห็น ฉากเด็ดเข้า มันเลยทำให้ความประทับใจแรกของเขาที่มีต่อเด็กฝึกงานคนนี้ติดลบทะลุไมล์ไปไกลแล้ว

“เอ่อ... คือ... คุณเหนือคะ หนู...”

ฉันอ้าปากค้าง ละล่ำละลักพยายามจะอธิบาย หน้าหวานร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ด้วยความอับอายขายขี้หน้าอย่างที่สุดในชีวิต

“นี่เธอแอบตามฉันมางั้นเหรอ!?”

พี่เหนือขมวดคิ้วแน่น ก้าวเท้าเข้ามาประชิดจนรังสีความกดดันแผ่ซ่าน

“เมื่อกี้หน้าห้องทำงานก็ทีหนึ่งแล้ว นี่ยังจะตามเข้ามาแอบดูฉันในห้องน้ำชายอีกเหรอผักกาด! เธอเป็น โรคจิต หรือไง!?”

คำว่า โรคจิตมันหลุดออกมาจากปากหนาแว่วเข้าหูฉันเต็มสองรูหู ชัดถ้อยชัดคำจนหัวใจของฉันเจ็บจี๊ดดดดดเหมือนมีเข็มพันเล่มมาทิ่มแทง

นี่รักแรกของฉัน... นอกจากจะอกหักดังเป๊าะภายในสามชั่วโมงแรกของการทำงานแล้ว

วันเดียวกันนี้ฉันยังโดนเขาตราหน้าว่าเป็นยัยโรคจิตแอบดูผู้ชายเข้าห้องน้ำอีกเหรอเนี่ย!

หม่ามี้เมลช่วยหนูด้วย ปะป๊าอคิณส่งการ์ดชุดดำมาอุ้มหนูกลับคฤหาสน์ด่วนเลยค่ะ

“ไม่ใช่นะคะ! หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูไม่ได้แอบตามคุณเหนือมาจริง ๆ นะคะ!”

ฉันรีบโบกไม้โบกมือพัลวัน หน้าตาตื่นจนน้ำตาแทบจะเล็ด

“หนูปวดท้องมากกก แล้วนั่งห้องแอร์นานไปหน่อย เลยรีบวิ่งมากุลีกุจอไม่ได้ดูป้ายหน้าประตูเลยค่ะ หนูไม่ได้เห็นอะไรเลยจริง ๆ นะคะคุณเหนือ สาบานได้เลย!”

ฉันรีบก้มหัวปะหลก ๆ แล้วสไลด์ตัวหลบฉากเอื้อมมือไปคว้าลูกบิดประตู เตรียมจะเปิดโกยแนบออกไปจากสถานการณ์ชวนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ให้เร็วที่สุด

ก่อนที่คุณบอสสุดโหดจะสั่งเรียก รปภ. มาลากตัวเด็กฝึกงานวันแรกคนนี้ส่งตำรวจข้อหาอนาจาร

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   ตอนพิเศษ 2

    หลังจากผ่านด่านหมั้นหมายมาได้หลายเดือน ในที่สุดระยะเวลาทำใจของปะป๊าอคิณก็สิ้นสุดลง ด้วยการเกลี้ยกล่อมแบบ 24 ชั่วโมงของหม่ามี้เมล จนกำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ และวันนี้ก็ถึงคิวของภารกิจสำคัญ...การลองชุดเจ้าสาวและเจ้าบ่าว ณ ร้านตัดชุดแต่งงานระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง พี่เหนือนั่งเกร็งอยู่บนโซฟาหลุยส์สวมชุดสูทเจ้าบ่าวสีสากลตัดเย็บอย่างประณีต เขายืนส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยอยู่หลายรอบ พลางชะเง้อมองไปทางม่านห้องลองเสื้อของฉันด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ "หล่อใช้ได้นี่เจ้าเหนือ" เสียงปะป๊าอคิณดังขึ้นจากโซฟาข้าง ๆ ปะป๊านั่งจิบกาแฟดำสวมชุดสวมสบาย แต่สายตากลับจ้องมองว่าที่ลูกเขยแบบไม่วางตา "ขอบคุณครับปะป๊า...แต่ผมว่าชุดนี้น่าจะดูทางการไปหน่อยไหมครับ?" พี่เหนือเกาหัวยิ้ม ๆ "ไม่หรอก สมฐานะดี" ปะป๊าวางแก้วกาแฟลง แล้วลูบคางเบาๆ "แต่สำคัญที่สุดคือ... ชุดลูกสาวฉันต่างหาก ฉันกำชับช่างไว้แล้วว่า ห้ามให้เว้าหน้า ห้ามให้แหวกหลัง ห้ามให้สั้นเกินไป และที่สำคัญที่สุด...ห้ามซีทรูเด็ดขาด!" พี่เหนือหลุดขำเบาๆ "ปะป๊าครับ นี่ชุดเจ้าสาวนะครับ ไม่ใช่ชุดแม่ชี" "เจ้าเหนือ แกอยากลองดีกับฉันเหรอ"

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   ตอนพิเศษ 1

    ชีวิตหลังพิธีหมั้นหมายผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ถ้าไม่นับรวมเรื่องที่ปะป๊าอคิณตั้งกฎเหล็กขึ้นมาสิบแปดข้อสำหรับว่าที่ลูกเขยวันนี้เป็นวันหยุด พี่เหนือขับรถมารับฉันที่บ้านตามปกติเพื่อจะพาไปเดต แต่ยังไม่ทันที่รถจะจอดนิ่งสนิท ร่างสูงโปร่งของคุณพ่อสุดที่รักก็เดินถือสายยางรดน้ำต้นไม้มาหยุดยืนจ้องหน้าประตูรถทันทีพี่เหนือรีบกุลีกุจอลงจากรถ โค้งสวัสดีอย่างนอบน้อมประหนึ่งเจอกรรมการสอบสัมภาษณ์ทุนนักเรียนทุนพระราชทาน"สวัสดีครับปะป๊า วันนี้ผมมารับน้องไป...""ไปไหน?" ปะป๊าอคิณขัดขึ้นทันควัน สายตาคมกริบจ้องสแกนตั้งแต่หัวจรดเท้า "ใส่เสื้อคอกว้างไปไหมเจ้าเหนือ แล้วนั่นจะพาลูกสาวฉันไปไหน กลับกี่โมง?""ไปกินข้าวแล้วก็ดูหนังครับปะป๊า สัญญาว่าจะพาน้องกลับมาส่งก่อนหกโมงเย็นครับ" พี่เหนือยิ้มแห้ง ยืดตัวตรงเป๊ะ ๆ"หกโมงเย็น? แดดร่มลมตกพอดี...ห้าโมงครึ่งก็แล้วกัน เลทไปนาทีเดียวฉันเปลี่ยนลูกกุญแจรั้วบ้านนะ" ปะป๊าพูดเสียงเรียบพลางฉีดน้ำใส่ต้นไม้ แต่สายตาไม่ห่างจากว่าที่ลูกเขยเลยแม้แต่น้อย"พี่อคิณคะ! หยุดขู่ลูกได้แล้วค่ะ" เสียงหม่ามี้เมลดังมาจากในบ้าน พร้อมกับถือจานผลไม้เดินออกมา "เหนือลูก เข้ามากินผลไม้ก

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 62 สู่ขอ บทส่งท้าย

    เช้าต่อมา แสงแดดอบอุ่นของเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากผ่านพ้นมรสุมลูกใหญ่ หลังจากแพทย์ตรวจเช็กอาการอย่างละเอียดและอนุญาตให้พี่เหนือออกจากโรงพยาบาลได้ เขาก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว พอตกบ่าย ครอบครัวของพี่เหนือก็เดินทางมาถึงบ้านของฉันในสภาพที่เพียบพร้อมไปด้วยขันหมากและผู้ใหญ่ เพื่อทำพิธีสู่ขอฉันจากปะป๊าอคิณและหม่ามี้เมลอย่างเป็นทางการ ตอนนี้บรรยากาศในห้องรับแขกเต็มไปด้วยความชื่นมื่น... ทว่าจะติดก็ตรงที่คุณพ่อตาที่นั่งกอดอก หน้าตึงอยู่ฝั่งตรงข้ามขบวนขันหมากนี่แหละ "พี่อคิณคะ ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยค่ะ ลูกหลานและผู้ใหญ่เขานั่งกันอยู่เต็มห้องเลยนะ" หม่ามี้เมลแอบเอ็ดปะป๊าเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหลังแขนสามีให้ใจเย็นลง "ก็พี่ยังทำใจไม่ได้นี่เมล... ดูเหนือสิ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาแท้ๆ ไข้ยังไม่ทันหายดี ก็รีบหอบขันหมากมาสู่ลูกสาวเราทันทีเลย มันน่าตีนัก" ปะป๊าอคิณบ่นอุบอิบเสียงเบา ทว่าแววตากลับสั่นไหวด้วยความรักและหวงลูกสาวคนเดียวสุดหัวใจ ด้านพี่เหนือที่นั่งอยู่เคียงข้างฉัน ค่อยๆ ขยับตัวลงจากโซฟาลงไปคุกเข่ากับพ

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 61 ว่าจะไปหมั้น

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันนั่งฟังพี่เหนือสาธยายยาวเหยียดจนตาคู่เดิมเริ่มปรือ ๆ นั่งสัปหงกหัวสั่นหัวคลอนพยักหน้ารับหงึก ๆ ไม่รู้ตั้งกี่รอบ แต่เหตุผลที่พอจับใจความได้...เหตุผลมันก็พอเข้าใจได้อยู่หรอก หายโกรธก็ได้ “ฟังพี่อธิบายจนจะหลับคาอกเลยเหรอ... ยัยตัวแสบดื้อตาใส” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของพี่เหนือดังชิดใบหู ช็ทำเอาอาการง่วงของฉันหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะมารู้ตัวอีกทีข้อมือเรียวสวยก็โดนกระชากเบา ๆ จนร่างบางของฉันถลาร่วงลงไปนอนแหะแมะทับอยู่บนแผงอกกำยำเปลือยเปล่าท่อนบนที่ร้อนฉ่าด้วยพิษไข้ “อ๊ะ! พี่เหนือ ปล่อยหนูเลยนะ คนบ้า...ไหนบอกป่วยไง ทำไมแรงเยอะนักล่ะ!” ฉันดิ้นขลุกขลักอย่างลนลานตื่นตูม แล้วสบตาคู่คมกริบที่จ้องมอง แล้วล็อกตัวฉันเอาไว้แน่น “หนูเข้าใจเหตุผลแล้ว...ก็แสดงว่าหายโกรธพี่แล้วใช่ไหม ปล่อยให้พี่ยืนตากฝนจนเป็นลมตั้งหกวันเต็ม ๆ คืนนี้ต้องโดนเช็กบิลทบต้นทบดอกประชดรักโทษฐานหนีผัวไปอเมริกานะครับ!” “อื้อออ พี่เหนือ! ปล่อยผักกาดก่อนค่ะ นี่มันโรงพยาบาลนะคะ ไม่ได้นะ!” ฉันประท้วงลั่นดิ้นหนีอย่างลนลาน พยายามจะสับขาหลอกดิ้นรนหนีออกจากแผงอกขาว ทว่าลำแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กกลั

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 60 ฟังนะ

    ไม่นานนัก เสียงไซเรนรถฉุกเฉินก็ดังก้องฝ่าสายฝน ก่อนจะพาตัวพี่เหนือมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลด่วนที่สุด ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน ขณะเดียวกันฉันกำลังจะหมุนตัวกลับไปนอนพักผ่อนบนเตียงใหญ่ จู่ ๆ แม่บ้านก็วิ่งหน้าตั้งขึ้นมาเรียกฉัน บอกว่าหม่ามี้เรียกให้ลงไปคุยด่วน พอเดินลงมาข้างล่างบ้านใหญ่ ฉันก็เห็นหม่ามี้พร้อมกันกับปะป๊าอคิณที่นั่งเคียงคู่กันอยู่บนโซฟาหรู วินาทีนั้นแววตาของหม่ามี้ฉายประกายรู้ทันสามีสุด ๆ “ผักกาด มานั่งนี่มาลูก” หม่ามี้เอ่ยเสียงนุ่ม แต่ยังไม่เปิดประเด็น “ค่ะ...” ฉันพยักหน้าหงึก ๆ พลางก้าวขาเรียวเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามของปะป๊ากับหม่ามี้ จากนั้นหม่ามี้ก็หันไปพูดกับปะป๊าอคิณด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลัง “เรื่องที่เหนือยืนอยู่หน้าบ้านหลายวันเป็นความคิดของพี่ใช่ไหมคะพี่อคิณ... เมลรู้ทันพี่หมดนะ” ขณะนั้นปะป๊าอคิณเสือร้ายรุ่นใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลถึงกับก้มหน้าหลบสายตาผู้เป็นภรรยาสุดที่รัก หลบแบบนี้แสดงว่าใช่เต็ม ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ และหม่ามี้ก็พูดต่อ “ยืน...เพื่อแลกกับการได้คุยกับลูกสาวเราใช่ไหมคะ” หม่ามี้เอ่ยถามย้ำจี้ใจดำ แถมกอดอกมองตรงไปที่สามีเพื่อเค

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 59 จะเอาไง

    ณ บ้านตระกูลเตโชพัฒน์ เมื่อฉันก้าวขาลงจากรถแล้วรีบเดินฝ่าละอองฝนเข้ามาในบ้าน โดยไม่ยอมหันไปมองเจ้าของร่างสูงที่ยืนตากฝนอยู่ตรงหน้าบ้านเลยสักนิด พอก้าวเข้ามาในห้องโถงกลางบ้านใหญ่ ภาพตรงหน้าก็ทำเอาฉันทำตัวไม่ถูกเพราะปะป๊าอคิณนั่งหน้าขรึมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อยู่บนโซฟาหรู แถมแววตาคมดุจับจ้องมาที่ฉันด้วยความเด็ดเดี่ยว ท่าทางเหมือนเสือรุ่นใหญ่ที่กำลังสะกดกลั้นอารมณ์ ส่วนหม่ามี้ก็มีแม่บ้านคอยประคองพยุงมานั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ กันด้วยสีหน้าท่าทางเป็นกังวล ไม่รอช้าปะป๊าก็เปิดประเด็นขึ้นมา “ผักกาด... ปะป๊ารู้เรื่องหมดแล้วนะ ความจริงจากปากเหนือที่ยืนอยู่หน้าบ้านน่ะ” คำพูดของปะป๊าทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก เบิกตาโพลง และยิ่งเห็นสายตาผิดหวังระคนเป็นห่วงของปะป๊า ความน้อยใจและน้ำตาที่อัดอั้นมาข้ามวันข้ามคืนก็พุ่งริ้วจนขอบตาร้อนผ่าว “ปะป๊า... ผักกาดขอโทษค่ะ” ฉันก้มหน้าลงพึมพำเสียงสั่นระริก ยอมเอ่ยปากขอโทษปะป๊าด้วยความรู้สึกผิด ที่ชิงสุกก่อนห่าม “ปะป๊าไม่โกรธหนูหรอก...แต่ปะป๊าไม่ชอบไอ้คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ ยืนมาหกวันละ ไม่ยอมไปไหนสักที!” คำเฉลยของปะป๊า ทำเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status