Beranda / มาเฟีย / เด็กพยศของประธานเหนือ / บทที่ 5 หนูไม่ใช่โรคจิต

Share

บทที่ 5 หนูไม่ใช่โรคจิต

last update Tanggal publikasi: 2026-08-14 14:32:58

หกโมงเย็น

และแล้วในที่สุด เวลาที่ฉันเฝ้ารอคอยมากที่สุดในสามโลกก็มาถึง เพราะเข็มยาวและเข็มสั้นของนาฬิกาบนฝาผนังเคลื่อนมาบรรจบกันที่เลขสิบสองและเลขหก ซึ่งเป็นเวลาหกโมงเย็นเป๊ะ ๆ

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ พลางบิดขี้เกียจซ้ายทีขวาทีจนกระดูกลั่นเปร๊าะเพื่อไล่ความเมื่อยล้าจากการนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และสู้รบกับตัวเลขมาตลอดทั้งบ่าย

จากนั้นก็รีบเลื่อนเก้าอี้ออก จัดการกวาดข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวโยนเก็บใส่กระเป๋าเป้อย่างลวก ๆ ด้วยความเร่งรีบ

พลันสายตาคู่สวยเหลือบไปเห็นสมุดบันทึกเล่มหนาที่พี่จัสมินบอกเอาไว้ว่ามันคือสมุดสั่งงาน ที่ในแต่ละวันฉันต้องจดบันทึกว่าต้องทำอะไรบ้าง ฉันเลยไม่ลืมที่จะหยิบมันยัดใส่กระเป๋าตามไปด้วย

ขณะนั้นเอง ด้วยความที่เป็นเด็กมีสัมมาคารวะและระลึกถึงคำสั่งสอนของหม่ามี้เมลดามาโดยตลอด ฉันจึงเดินไปบอกลาพี่จัสมินตามมารยาทของเด็กฝึกงานที่ดี

“พี่จัสมินคะ หนูทำงานส่วนของวันนี้เสร็จหมดแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะคะสวัสดีค่ะ”

นางเงยหน้าขึ้นมาจากจอมือถือ แววตาเฉี่ยวคมยังคงราบเรียบ ก่อนจะพยักหน้าส่ง ๆ ให้ทีหนึ่งเป็นเชิงรับรู้โดยไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ

พอได้รับสัญญาณอนุมัติ ฉันก็ไม่รอช้า รีบหมุนตัวแล้วเผ่นแว่บออกมาจากบริเวณหน้าห้องประธานชั้น 42 อย่างไวราวกับนินจาถอนตัวออกจากสมรภูมิรบ

เพราะว่าไม่อยากจะอยู่ดมกลิ่นอายความอึดอัดตรงนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว

ทว่า... เพราะความรีบร้อนบวกกับสายตาที่เอาแต่ก้มมองซิปกระเป๋าเป้ระหวางเดินกึ่งวิ่ง ฉันเลยไม่ได้มองทางข้างหน้าเลยสักนิด และทันใดนั้นเอง!

ปึก!

“โอ๊ย!”

ร่างของฉันพุ่งชนเข้ากับแผงอกแกร่งหนาของใครบางคนอย่างจังจนหน้าหงาย แรงกระแทกทำเอาฉันเซแซ่ด ๆ จนเกือบจะล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้นหินอ่อนอีกรอบ

หมับ!

ดีที่มือหนาของคนตรงหน้าเอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของฉันไว้ได้ทันเพื่อช่วยพยุงไม่ให้ฉันล้มลงไป

ตอนนั้นฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ซี้ดปากเบา ๆ พลางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นเพื่อจะขอโทษขอโพยตามความเคยชิน แต่พอสบเข้ากับดวงตาคมกริบดุดันคู่เดิมที่จ้องเขม็งลงมา

พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยในชุดสูทเนี๊ยบกริบ คำพูดขอบคุณและขอโทษทั้งหมดก็กลืนหายลงคอไปทันที

“เดินเซ่อซ่าซุ่มซ่ามจริง ๆ... ยัยโรคจิต”

เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแฝงแววแดกดันหลุดออกมาจากปากของพี่เหนือทันทีที่เขาเห็นเต็มตาว่าเป็นฉัน

เขารีบปล่อยมือออกจากแขนฉันราวกับโดนของร้อน พลางยกมือขึ้นปัดฝุ่นเสื้อสูทของตัวเองเบา ๆ ด้วยท่าทางกวนประสาท

ฉึก!

คำว่า ยัยโรคจิตมันปักเข้ากลางอกรอบที่สองของวันอย่างชัดเจนจนฉันหน้าร้อนผ่าว ทั้งอาย ทั้งโมโห ทั้งอยากจะมุดแผ่นดินหนีชะมัด

วันแรกของการฝึกงานของน้องผักกาดคนนี้ มันจะซวยซ้ำซวยซ้อน โดนตราหน้าเป็นคนบ้ากามแอบดูผู้ชายในสายตาของรักแรกไปถึงไหนกันเนี่ย

“หนูผักกาดค่ะท่านประธาน ไม่ใช่โรคจิต! ครั้งนี้หนูไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะคะ!”

ฉันรีบเถียงขู่ฟ่อประท้วงข้อหาฉกรรจ์นั้นทันควัน ใบหน้าหวานงอง้ำพลางช้อนสายตาตัดพ้อขึ้นมองคนตัวสูงอย่างแสนงอน ทั้งที่ในใจเจ็บแปลบจนอยากจะร้องไห้โฮ

‘คนอะไรใจร้ายชะมัด นึกอยากจะปรักปรำใครเป็นคนบ้ากามก็พูดออกมาได้หน้าตาเฉย!’

พี่เหนือเลิกคิ้วสูง มองท่าทางดื้อดึงไม่ยอมคนของฉันด้วยแววตาอ่านยาก มุมปากหนากระตุกขึ้นคล้ายจะขบขันแต่ก็ยังคงรักษามาดท่านประธานสุดขรึมเอาไว้

“ไม่ตั้งใจงั้นเหรอ? วันเดียวสร้างเรื่องไปสองกระทง ขนาดนี้ยังจะมาปากแข็งอีก...”

ติ้ง!

ทว่า... ยังไม่ทันที่พี่เหนือจะสวดฉันต่อจนจบชั่วโมง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเป้ของฉันก็แผดเสียงเตือนสติขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน

ฉันรีบก้มลงกุลีกุจอล้วงมันออกมาเปิดดูหน้าจอเพื่อเลี่ยงสายตาคมกริบที่จ้องจับผิดตรงหน้า และข้อความบนหน้าจอก็มาจากไลน์ของหม่ามี้เมล

หม่ามี้เมล: ‘ผักกาดคะ วันนี้กลับบ้านไวหน่อยนะคะ หม่ามี้มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยค่ะ’

พออ่านข้อความจบ หัวใจของฉันก็กระตุกวูบขึ้นมาทันที ลางสังหรณ์ความซวยมันเริ่มทำงานแปลก ๆ

โดยปกติหม่ามี้เมลไม่เคยทักมาด้วยการพิมพ์จริงจังแบบนี้ในวันแรกที่ฉันเข้าฝึกงาน เว้นเสียแต่ว่า... เรื่องวีรกรรมสุดฉาวโฉ่ที่ฉันแอบเปิดประตูไปเจอ หนังสดหรือเรื่องที่ฉันวิ่งทะเล่อทะล่าเข้าห้องน้ำชายมันจะหูไวตาไวหลุดลอยไปถึงหูของคนเป็นพ่อเป็นแม่เข้าแล้ว

‘ตายแน่ ๆ ยัยผักกาดเอ๊ย... ถ้าปะป๊าอคิณรู้ว่าวันแรกแกก็ไปเดินป้วนเปี้ยนดูผู้ชาย ปะป๊าได้ส่งการ์ดชุดดำมาถล่มบริษัทเอ็นเตอร์กรุ๊ปพังพินาศแน่!’

ตอนนั้นฉันลนลานรีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปก้มหัวให้อดีตรักแรกตรงหน้าแบบลวก ๆ โดยไม่สนสายตาฉงนสงสัยของเขาอีกต่อไป

“คือ... หนูต้องรีบกลับบ้านแล้วค่ะคุณเหนือ หม่ามี้ตามด่วน! ส่วนเรื่องวันนี้หนูขอโทษอีกครั้งจริง ๆ ค่ะ และขอยืนยันด้วยเกียรติของนักศึกษาฝึกงานเลยว่า หนู-ไม่-ใช่-โรค-จิต! ขอตัวก่อนนะคะ!”

พูดจบฉันก็ใส่เกียร์หมาติดสปีดพุ่งตัวเบียดไหล่หนาของพี่เหนือแล้วสไลด์ตัวเข้าลิฟต์ที่เพิ่งเปิดออกพอดิบพอดีอย่างรวดเร็ว

ทิ้งให้ท่านประธานหนุ่มยืนยืนงงในดงความเงียบอยู่หน้าห้องทำงานชั้น 42 เพียงลำพัง

หนูต้องรีบเผ่นกลับไปรับโทษที่คฤหาสน์ก่อนละค่ะคุณบอส ไม่อย่างนั้นถ้ากลับช้าเกินกว่าปกติปะป๊าองค์ลงขึ้นมา บ้านแตกสาแหรกขาดชัวร์ ๆ!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Jularat Thotong
เริ่มแรกก็ประสาทกับผัดกาดแล้ว
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   ตอนพิเศษ 2

    หลังจากผ่านด่านหมั้นหมายมาได้หลายเดือน ในที่สุดระยะเวลาทำใจของปะป๊าอคิณก็สิ้นสุดลง ด้วยการเกลี้ยกล่อมแบบ 24 ชั่วโมงของหม่ามี้เมล จนกำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ และวันนี้ก็ถึงคิวของภารกิจสำคัญ...การลองชุดเจ้าสาวและเจ้าบ่าว ณ ร้านตัดชุดแต่งงานระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง พี่เหนือนั่งเกร็งอยู่บนโซฟาหลุยส์สวมชุดสูทเจ้าบ่าวสีสากลตัดเย็บอย่างประณีต เขายืนส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยอยู่หลายรอบ พลางชะเง้อมองไปทางม่านห้องลองเสื้อของฉันด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ "หล่อใช้ได้นี่เจ้าเหนือ" เสียงปะป๊าอคิณดังขึ้นจากโซฟาข้าง ๆ ปะป๊านั่งจิบกาแฟดำสวมชุดสวมสบาย แต่สายตากลับจ้องมองว่าที่ลูกเขยแบบไม่วางตา "ขอบคุณครับปะป๊า...แต่ผมว่าชุดนี้น่าจะดูทางการไปหน่อยไหมครับ?" พี่เหนือเกาหัวยิ้ม ๆ "ไม่หรอก สมฐานะดี" ปะป๊าวางแก้วกาแฟลง แล้วลูบคางเบาๆ "แต่สำคัญที่สุดคือ... ชุดลูกสาวฉันต่างหาก ฉันกำชับช่างไว้แล้วว่า ห้ามให้เว้าหน้า ห้ามให้แหวกหลัง ห้ามให้สั้นเกินไป และที่สำคัญที่สุด...ห้ามซีทรูเด็ดขาด!" พี่เหนือหลุดขำเบาๆ "ปะป๊าครับ นี่ชุดเจ้าสาวนะครับ ไม่ใช่ชุดแม่ชี" "เจ้าเหนือ แกอยากลองดีกับฉันเหรอ"

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   ตอนพิเศษ 1

    ชีวิตหลังพิธีหมั้นหมายผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ถ้าไม่นับรวมเรื่องที่ปะป๊าอคิณตั้งกฎเหล็กขึ้นมาสิบแปดข้อสำหรับว่าที่ลูกเขยวันนี้เป็นวันหยุด พี่เหนือขับรถมารับฉันที่บ้านตามปกติเพื่อจะพาไปเดต แต่ยังไม่ทันที่รถจะจอดนิ่งสนิท ร่างสูงโปร่งของคุณพ่อสุดที่รักก็เดินถือสายยางรดน้ำต้นไม้มาหยุดยืนจ้องหน้าประตูรถทันทีพี่เหนือรีบกุลีกุจอลงจากรถ โค้งสวัสดีอย่างนอบน้อมประหนึ่งเจอกรรมการสอบสัมภาษณ์ทุนนักเรียนทุนพระราชทาน"สวัสดีครับปะป๊า วันนี้ผมมารับน้องไป...""ไปไหน?" ปะป๊าอคิณขัดขึ้นทันควัน สายตาคมกริบจ้องสแกนตั้งแต่หัวจรดเท้า "ใส่เสื้อคอกว้างไปไหมเจ้าเหนือ แล้วนั่นจะพาลูกสาวฉันไปไหน กลับกี่โมง?""ไปกินข้าวแล้วก็ดูหนังครับปะป๊า สัญญาว่าจะพาน้องกลับมาส่งก่อนหกโมงเย็นครับ" พี่เหนือยิ้มแห้ง ยืดตัวตรงเป๊ะ ๆ"หกโมงเย็น? แดดร่มลมตกพอดี...ห้าโมงครึ่งก็แล้วกัน เลทไปนาทีเดียวฉันเปลี่ยนลูกกุญแจรั้วบ้านนะ" ปะป๊าพูดเสียงเรียบพลางฉีดน้ำใส่ต้นไม้ แต่สายตาไม่ห่างจากว่าที่ลูกเขยเลยแม้แต่น้อย"พี่อคิณคะ! หยุดขู่ลูกได้แล้วค่ะ" เสียงหม่ามี้เมลดังมาจากในบ้าน พร้อมกับถือจานผลไม้เดินออกมา "เหนือลูก เข้ามากินผลไม้ก

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 62 สู่ขอ บทส่งท้าย

    เช้าต่อมา แสงแดดอบอุ่นของเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากผ่านพ้นมรสุมลูกใหญ่ หลังจากแพทย์ตรวจเช็กอาการอย่างละเอียดและอนุญาตให้พี่เหนือออกจากโรงพยาบาลได้ เขาก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว พอตกบ่าย ครอบครัวของพี่เหนือก็เดินทางมาถึงบ้านของฉันในสภาพที่เพียบพร้อมไปด้วยขันหมากและผู้ใหญ่ เพื่อทำพิธีสู่ขอฉันจากปะป๊าอคิณและหม่ามี้เมลอย่างเป็นทางการ ตอนนี้บรรยากาศในห้องรับแขกเต็มไปด้วยความชื่นมื่น... ทว่าจะติดก็ตรงที่คุณพ่อตาที่นั่งกอดอก หน้าตึงอยู่ฝั่งตรงข้ามขบวนขันหมากนี่แหละ "พี่อคิณคะ ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยค่ะ ลูกหลานและผู้ใหญ่เขานั่งกันอยู่เต็มห้องเลยนะ" หม่ามี้เมลแอบเอ็ดปะป๊าเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหลังแขนสามีให้ใจเย็นลง "ก็พี่ยังทำใจไม่ได้นี่เมล... ดูเหนือสิ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาแท้ๆ ไข้ยังไม่ทันหายดี ก็รีบหอบขันหมากมาสู่ลูกสาวเราทันทีเลย มันน่าตีนัก" ปะป๊าอคิณบ่นอุบอิบเสียงเบา ทว่าแววตากลับสั่นไหวด้วยความรักและหวงลูกสาวคนเดียวสุดหัวใจ ด้านพี่เหนือที่นั่งอยู่เคียงข้างฉัน ค่อยๆ ขยับตัวลงจากโซฟาลงไปคุกเข่ากับพ

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 61 ว่าจะไปหมั้น

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันนั่งฟังพี่เหนือสาธยายยาวเหยียดจนตาคู่เดิมเริ่มปรือ ๆ นั่งสัปหงกหัวสั่นหัวคลอนพยักหน้ารับหงึก ๆ ไม่รู้ตั้งกี่รอบ แต่เหตุผลที่พอจับใจความได้...เหตุผลมันก็พอเข้าใจได้อยู่หรอก หายโกรธก็ได้ “ฟังพี่อธิบายจนจะหลับคาอกเลยเหรอ... ยัยตัวแสบดื้อตาใส” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของพี่เหนือดังชิดใบหู ช็ทำเอาอาการง่วงของฉันหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะมารู้ตัวอีกทีข้อมือเรียวสวยก็โดนกระชากเบา ๆ จนร่างบางของฉันถลาร่วงลงไปนอนแหะแมะทับอยู่บนแผงอกกำยำเปลือยเปล่าท่อนบนที่ร้อนฉ่าด้วยพิษไข้ “อ๊ะ! พี่เหนือ ปล่อยหนูเลยนะ คนบ้า...ไหนบอกป่วยไง ทำไมแรงเยอะนักล่ะ!” ฉันดิ้นขลุกขลักอย่างลนลานตื่นตูม แล้วสบตาคู่คมกริบที่จ้องมอง แล้วล็อกตัวฉันเอาไว้แน่น “หนูเข้าใจเหตุผลแล้ว...ก็แสดงว่าหายโกรธพี่แล้วใช่ไหม ปล่อยให้พี่ยืนตากฝนจนเป็นลมตั้งหกวันเต็ม ๆ คืนนี้ต้องโดนเช็กบิลทบต้นทบดอกประชดรักโทษฐานหนีผัวไปอเมริกานะครับ!” “อื้อออ พี่เหนือ! ปล่อยผักกาดก่อนค่ะ นี่มันโรงพยาบาลนะคะ ไม่ได้นะ!” ฉันประท้วงลั่นดิ้นหนีอย่างลนลาน พยายามจะสับขาหลอกดิ้นรนหนีออกจากแผงอกขาว ทว่าลำแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กกลั

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 60 ฟังนะ

    ไม่นานนัก เสียงไซเรนรถฉุกเฉินก็ดังก้องฝ่าสายฝน ก่อนจะพาตัวพี่เหนือมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลด่วนที่สุด ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน ขณะเดียวกันฉันกำลังจะหมุนตัวกลับไปนอนพักผ่อนบนเตียงใหญ่ จู่ ๆ แม่บ้านก็วิ่งหน้าตั้งขึ้นมาเรียกฉัน บอกว่าหม่ามี้เรียกให้ลงไปคุยด่วน พอเดินลงมาข้างล่างบ้านใหญ่ ฉันก็เห็นหม่ามี้พร้อมกันกับปะป๊าอคิณที่นั่งเคียงคู่กันอยู่บนโซฟาหรู วินาทีนั้นแววตาของหม่ามี้ฉายประกายรู้ทันสามีสุด ๆ “ผักกาด มานั่งนี่มาลูก” หม่ามี้เอ่ยเสียงนุ่ม แต่ยังไม่เปิดประเด็น “ค่ะ...” ฉันพยักหน้าหงึก ๆ พลางก้าวขาเรียวเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามของปะป๊ากับหม่ามี้ จากนั้นหม่ามี้ก็หันไปพูดกับปะป๊าอคิณด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลัง “เรื่องที่เหนือยืนอยู่หน้าบ้านหลายวันเป็นความคิดของพี่ใช่ไหมคะพี่อคิณ... เมลรู้ทันพี่หมดนะ” ขณะนั้นปะป๊าอคิณเสือร้ายรุ่นใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลถึงกับก้มหน้าหลบสายตาผู้เป็นภรรยาสุดที่รัก หลบแบบนี้แสดงว่าใช่เต็ม ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ และหม่ามี้ก็พูดต่อ “ยืน...เพื่อแลกกับการได้คุยกับลูกสาวเราใช่ไหมคะ” หม่ามี้เอ่ยถามย้ำจี้ใจดำ แถมกอดอกมองตรงไปที่สามีเพื่อเค

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 59 จะเอาไง

    ณ บ้านตระกูลเตโชพัฒน์ เมื่อฉันก้าวขาลงจากรถแล้วรีบเดินฝ่าละอองฝนเข้ามาในบ้าน โดยไม่ยอมหันไปมองเจ้าของร่างสูงที่ยืนตากฝนอยู่ตรงหน้าบ้านเลยสักนิด พอก้าวเข้ามาในห้องโถงกลางบ้านใหญ่ ภาพตรงหน้าก็ทำเอาฉันทำตัวไม่ถูกเพราะปะป๊าอคิณนั่งหน้าขรึมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อยู่บนโซฟาหรู แถมแววตาคมดุจับจ้องมาที่ฉันด้วยความเด็ดเดี่ยว ท่าทางเหมือนเสือรุ่นใหญ่ที่กำลังสะกดกลั้นอารมณ์ ส่วนหม่ามี้ก็มีแม่บ้านคอยประคองพยุงมานั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ กันด้วยสีหน้าท่าทางเป็นกังวล ไม่รอช้าปะป๊าก็เปิดประเด็นขึ้นมา “ผักกาด... ปะป๊ารู้เรื่องหมดแล้วนะ ความจริงจากปากเหนือที่ยืนอยู่หน้าบ้านน่ะ” คำพูดของปะป๊าทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก เบิกตาโพลง และยิ่งเห็นสายตาผิดหวังระคนเป็นห่วงของปะป๊า ความน้อยใจและน้ำตาที่อัดอั้นมาข้ามวันข้ามคืนก็พุ่งริ้วจนขอบตาร้อนผ่าว “ปะป๊า... ผักกาดขอโทษค่ะ” ฉันก้มหน้าลงพึมพำเสียงสั่นระริก ยอมเอ่ยปากขอโทษปะป๊าด้วยความรู้สึกผิด ที่ชิงสุกก่อนห่าม “ปะป๊าไม่โกรธหนูหรอก...แต่ปะป๊าไม่ชอบไอ้คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ ยืนมาหกวันละ ไม่ยอมไปไหนสักที!” คำเฉลยของปะป๊า ทำเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status