بيت / มาเฟีย / เด็กพยศของประธานเหนือ / บทที่ 3 ไม่เห็นอะไรเลยค่ะ

مشاركة

บทที่ 3 ไม่เห็นอะไรเลยค่ะ

last update تاريخ النشر: 2026-08-13 18:54:13

ไม่นานนัก

กึก!

เสียงปลดล็อกประตูห้องประธานก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงของพี่เหนือที่ก้าวเท้าเดินออกมาจากห้องทำงาน

ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งสนิทตอนนี้ดูเคร่งขรึมและแฝงไปด้วยความอึดอัดใจอย่างเห็นได้ชัด

จากนั้นเขาเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของฉัน สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่ฉันราวกับต้องการจับผิดและประเมินสถานการณ์ ก่อนที่เขาจะเป็นคนเอ่ยปากทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“เธอคือ...”

พี่เหนือถามพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับต้องการความมั่นใจในสถานะของเด็กสาวที่เพิ่งก่อเรื่องเมื่อครู่ อ๋อ ท่าทางแบบนี้คือจะให้ฉันแนะนำตัวใช่ไหม

ขณะเดียวกันฉันที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะรีบเด้งตัวลุกขึ้นยืนตรง แผ่นหลังบางก็พลอยเหยียดตรงตามไปด้วย ด้วยความลนลาน

ส่วนหัวใจยังคงเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะรีบละล่ำละลักตอบกลับไปเสียงสั่น

“หนู... หนูผักกาด ภัทราวดีค่ะ! เป็นนักศึกษาฝึกงานที่เพิ่งมาทำงานวันแรกในตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการค่ะ... คือว่าเรื่องเมื่อกี้... หนูต้องขอโทษจริง ๆ นะคะคุณเหนือ พอดีหนูเดินขึ้นมาแล้วไม่เห็นใครอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องเลย แล้ว... แล้วมันเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย มือหนูไปโดนลูกบิดแล้วประตูมันไม่ได้ล็อก หนูเลยเผลอเสียหลักล้มเปิดประตูเข้าไปค่ะ!”

ฉันรีบก้มหัวปะหลก ๆ ขอโทษขอโพยพัลวัน ใบหน้าหวานร้อนผ่าวจนคิดว่ามันคงแดงลามไปถึงใบหูแล้วในตอนนี้

พี่เหนือนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของฉันเหมือนกำลังชั่งใจ ก่อนจะเอ่ยถามประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่เบาลง แต่กลับสร้างความกดดันให้ฉันอย่างมหาศาล

“แล้วเมื่อกี้... เธอ....”

เขาเว้นจังหวะคำพูดไว้แค่นั้น แต่มันกลับสื่อความหมายได้อย่างชัดเจนว่าเขากำลังกังวลเรื่อง ภาพบาดตาก่อนหน้านี้

“หนูไม่เห็นอะไรเลยค่ะ! ไม่เห็นอะไรเลยจริง ๆ นะคะคุณเหนือ หนูสาบานได้เลยค่ะ!”

ฉันรีบโพล่งขัดจังหวะขึ้นมาทันควันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังเพื่อเอาตัวรอด ทว่าในขณะที่ปากกำลังปั้นน้ำเป็นตัวอยู่นั้น มือทั้งสองข้างของฉันกลับแอบซ่อนอยู่ทางด้านหลัง และใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางไขว้กันไว้แน่น ตามสัญชาตญาณของคนกำลังโกหกคำโต

ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว... ในอกของฉันมันรู้ดีอยู่เต็มอก และสองตาคู่นี้ก็เห็นฉากหนังสดรัญจวนใจนั้นเต็ม ๆ ตา ชนิดที่ว่าภาพติดตาความคมชัดระดับ 4K ชัดเจนจนไม่รู้จะลบออกจากสมองยังไง

จากนั้นพี่เหนือก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ท่าทางลนลานของเขาดูจะลดลงไปนิดหน่อย แต่เขาก็ยังคงพยายามจะอธิบายเพื่อรักษาภาพพจน์ของตัวเอง

“คือ... เรื่องเมื่อกี้ ฉันกับจัสมินเรา....”

“อ๋อ! หนูเข้าใจดีเลยค่ะคุณเหนือ!”

ฉันรีบพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง พยายามปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้ดูเป็นปรกติและเป็นงานเป็นการที่สุด ทั้งที่ข้างในใจมันเจ็บจี๊ดจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี

“คุณเหนือกับคุณจัสมินคบหาดูใจกันอยู่ แต่คงไม่อยากให้คนในบริษัทรู้ใช่ไหมคะ? เรื่องนี้หนูเข้าใจดีค่ะ วางใจได้เลยนะคะ หนูจะไม่เอาเรื่องนี้ไปพูดบอกใครเด็ดขาดค่ะ... อีกอย่าง คุณเหนือกับคุณจัสมินก็ดูเหมาะสมกันมากเลยนะคะ เหมาะสมกันดีราวกับกิ่งทองใบหยกเลยค่ะ!”

ฉันฉีกยิ้มกว้างส่งไปให้เขา ทั้งที่ในใจกำลังหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด คำว่า เหมาะสมที่เอ่ยออกไปนั้นมันช่างขมขื่นเหลือเกิน

รักแรกในวัยสาวของยัยผักกาด นอกจากจะอกหักดังเป๊าะตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มแล้ว ฉันยังต้องมานั่งปั้นหน้ายิ้มยินดีและกุมความลับเรื่องชู้สาวของประธานบริษัทตั้งแต่วันแรกที่เข้าฝึกงานอีกเหรอเนี่ย

ชีวิตวัยทำงานของฉันมันจะราบรื่นจริง ๆ ใช่ไหมคุณพระช่วย

“อืมมม ดี งั้นจัสมินฝากเด็กฝึกงานด้วยนะ ผมไปประชุมก่อน”

พี่เหนือเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อเหลากลับมานิ่งสนิทราวกับนักธุรกิจที่น่าเกรงขามอีกครั้ง

เขาจัดแจงเนกไทและเสื้อสูทให้เข้าที่เข้าทางเป็นรอบสุดท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังโซนลิฟต์ผู้บริหารเพื่อไปเข้าประชุมบอร์ดนัดสำคัญ ทิ้งไว้เพียงความเงียบและรังสีแปลก ๆ ระหว่างฉันกับเลขาคนสวย

“ค่ะ คุณเหนือ... ไม่ต้องห่วงนะคะ จัสมินจะ ดูแลน้องเขาเป็นอย่างดีเลยค่ะ”

เสียงหวานอาบยาพิษของหญิงสาวที่ชื่อจัสมินดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็น

เธอก้าวเท้าสโลว์โมชั่นออกมาจากห้องประธานในชุดเดรสรัดรูปที่ถูกจัดให้เข้าทรงเรียบร้อยแล้ว

สายตาเฉี่ยวคมตวัดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินว่าเด็กฝึกงานหน้าซื่อ ๆ คนนี้จะเป็นภัยคุกคามต่อตำแหน่ง คนโปรดของท่านประธานหรือไม่

ตอนนั้นฉันได้แต่ยืนก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง มือไม้กำสายกระเป๋าแน่นจนเหงื่อซึม

ฮือออ... หม่ามี้คะ ปะป๊าขา ช่วยหนูด้วย วันแรกของการฝึกงานที่บริษัทเอ็นพีซีกรุ๊ป นอกจากผักกาดจะต้องอกหักดังเป๊าะซะแล้ว ดูท่าว่าหลังจากนี้หนูยังต้องเผชิญวิบากกรรมกับคุณพี่เลขาหน้าห้องคนนี้อีกยาวแน่ ๆ เลยค่ะ

ทำไงดี จะบอกว่าหนูไม่เห็น หนูไม่รู้ ได้ไหมมมมม พี่สาวคนนี้จะปล่อยฉันไปหรือเปล่า

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   ตอนพิเศษ 2

    หลังจากผ่านด่านหมั้นหมายมาได้หลายเดือน ในที่สุดระยะเวลาทำใจของปะป๊าอคิณก็สิ้นสุดลง ด้วยการเกลี้ยกล่อมแบบ 24 ชั่วโมงของหม่ามี้เมล จนกำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ และวันนี้ก็ถึงคิวของภารกิจสำคัญ...การลองชุดเจ้าสาวและเจ้าบ่าว ณ ร้านตัดชุดแต่งงานระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง พี่เหนือนั่งเกร็งอยู่บนโซฟาหลุยส์สวมชุดสูทเจ้าบ่าวสีสากลตัดเย็บอย่างประณีต เขายืนส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยอยู่หลายรอบ พลางชะเง้อมองไปทางม่านห้องลองเสื้อของฉันด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ "หล่อใช้ได้นี่เจ้าเหนือ" เสียงปะป๊าอคิณดังขึ้นจากโซฟาข้าง ๆ ปะป๊านั่งจิบกาแฟดำสวมชุดสวมสบาย แต่สายตากลับจ้องมองว่าที่ลูกเขยแบบไม่วางตา "ขอบคุณครับปะป๊า...แต่ผมว่าชุดนี้น่าจะดูทางการไปหน่อยไหมครับ?" พี่เหนือเกาหัวยิ้ม ๆ "ไม่หรอก สมฐานะดี" ปะป๊าวางแก้วกาแฟลง แล้วลูบคางเบาๆ "แต่สำคัญที่สุดคือ... ชุดลูกสาวฉันต่างหาก ฉันกำชับช่างไว้แล้วว่า ห้ามให้เว้าหน้า ห้ามให้แหวกหลัง ห้ามให้สั้นเกินไป และที่สำคัญที่สุด...ห้ามซีทรูเด็ดขาด!" พี่เหนือหลุดขำเบาๆ "ปะป๊าครับ นี่ชุดเจ้าสาวนะครับ ไม่ใช่ชุดแม่ชี" "เจ้าเหนือ แกอยากลองดีกับฉันเหรอ"

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   ตอนพิเศษ 1

    ชีวิตหลังพิธีหมั้นหมายผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ถ้าไม่นับรวมเรื่องที่ปะป๊าอคิณตั้งกฎเหล็กขึ้นมาสิบแปดข้อสำหรับว่าที่ลูกเขยวันนี้เป็นวันหยุด พี่เหนือขับรถมารับฉันที่บ้านตามปกติเพื่อจะพาไปเดต แต่ยังไม่ทันที่รถจะจอดนิ่งสนิท ร่างสูงโปร่งของคุณพ่อสุดที่รักก็เดินถือสายยางรดน้ำต้นไม้มาหยุดยืนจ้องหน้าประตูรถทันทีพี่เหนือรีบกุลีกุจอลงจากรถ โค้งสวัสดีอย่างนอบน้อมประหนึ่งเจอกรรมการสอบสัมภาษณ์ทุนนักเรียนทุนพระราชทาน"สวัสดีครับปะป๊า วันนี้ผมมารับน้องไป...""ไปไหน?" ปะป๊าอคิณขัดขึ้นทันควัน สายตาคมกริบจ้องสแกนตั้งแต่หัวจรดเท้า "ใส่เสื้อคอกว้างไปไหมเจ้าเหนือ แล้วนั่นจะพาลูกสาวฉันไปไหน กลับกี่โมง?""ไปกินข้าวแล้วก็ดูหนังครับปะป๊า สัญญาว่าจะพาน้องกลับมาส่งก่อนหกโมงเย็นครับ" พี่เหนือยิ้มแห้ง ยืดตัวตรงเป๊ะ ๆ"หกโมงเย็น? แดดร่มลมตกพอดี...ห้าโมงครึ่งก็แล้วกัน เลทไปนาทีเดียวฉันเปลี่ยนลูกกุญแจรั้วบ้านนะ" ปะป๊าพูดเสียงเรียบพลางฉีดน้ำใส่ต้นไม้ แต่สายตาไม่ห่างจากว่าที่ลูกเขยเลยแม้แต่น้อย"พี่อคิณคะ! หยุดขู่ลูกได้แล้วค่ะ" เสียงหม่ามี้เมลดังมาจากในบ้าน พร้อมกับถือจานผลไม้เดินออกมา "เหนือลูก เข้ามากินผลไม้ก

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 62 สู่ขอ บทส่งท้าย

    เช้าต่อมา แสงแดดอบอุ่นของเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากผ่านพ้นมรสุมลูกใหญ่ หลังจากแพทย์ตรวจเช็กอาการอย่างละเอียดและอนุญาตให้พี่เหนือออกจากโรงพยาบาลได้ เขาก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว พอตกบ่าย ครอบครัวของพี่เหนือก็เดินทางมาถึงบ้านของฉันในสภาพที่เพียบพร้อมไปด้วยขันหมากและผู้ใหญ่ เพื่อทำพิธีสู่ขอฉันจากปะป๊าอคิณและหม่ามี้เมลอย่างเป็นทางการ ตอนนี้บรรยากาศในห้องรับแขกเต็มไปด้วยความชื่นมื่น... ทว่าจะติดก็ตรงที่คุณพ่อตาที่นั่งกอดอก หน้าตึงอยู่ฝั่งตรงข้ามขบวนขันหมากนี่แหละ "พี่อคิณคะ ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยค่ะ ลูกหลานและผู้ใหญ่เขานั่งกันอยู่เต็มห้องเลยนะ" หม่ามี้เมลแอบเอ็ดปะป๊าเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหลังแขนสามีให้ใจเย็นลง "ก็พี่ยังทำใจไม่ได้นี่เมล... ดูเหนือสิ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาแท้ๆ ไข้ยังไม่ทันหายดี ก็รีบหอบขันหมากมาสู่ลูกสาวเราทันทีเลย มันน่าตีนัก" ปะป๊าอคิณบ่นอุบอิบเสียงเบา ทว่าแววตากลับสั่นไหวด้วยความรักและหวงลูกสาวคนเดียวสุดหัวใจ ด้านพี่เหนือที่นั่งอยู่เคียงข้างฉัน ค่อยๆ ขยับตัวลงจากโซฟาลงไปคุกเข่ากับพ

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 61 ว่าจะไปหมั้น

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันนั่งฟังพี่เหนือสาธยายยาวเหยียดจนตาคู่เดิมเริ่มปรือ ๆ นั่งสัปหงกหัวสั่นหัวคลอนพยักหน้ารับหงึก ๆ ไม่รู้ตั้งกี่รอบ แต่เหตุผลที่พอจับใจความได้...เหตุผลมันก็พอเข้าใจได้อยู่หรอก หายโกรธก็ได้ “ฟังพี่อธิบายจนจะหลับคาอกเลยเหรอ... ยัยตัวแสบดื้อตาใส” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของพี่เหนือดังชิดใบหู ช็ทำเอาอาการง่วงของฉันหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะมารู้ตัวอีกทีข้อมือเรียวสวยก็โดนกระชากเบา ๆ จนร่างบางของฉันถลาร่วงลงไปนอนแหะแมะทับอยู่บนแผงอกกำยำเปลือยเปล่าท่อนบนที่ร้อนฉ่าด้วยพิษไข้ “อ๊ะ! พี่เหนือ ปล่อยหนูเลยนะ คนบ้า...ไหนบอกป่วยไง ทำไมแรงเยอะนักล่ะ!” ฉันดิ้นขลุกขลักอย่างลนลานตื่นตูม แล้วสบตาคู่คมกริบที่จ้องมอง แล้วล็อกตัวฉันเอาไว้แน่น “หนูเข้าใจเหตุผลแล้ว...ก็แสดงว่าหายโกรธพี่แล้วใช่ไหม ปล่อยให้พี่ยืนตากฝนจนเป็นลมตั้งหกวันเต็ม ๆ คืนนี้ต้องโดนเช็กบิลทบต้นทบดอกประชดรักโทษฐานหนีผัวไปอเมริกานะครับ!” “อื้อออ พี่เหนือ! ปล่อยผักกาดก่อนค่ะ นี่มันโรงพยาบาลนะคะ ไม่ได้นะ!” ฉันประท้วงลั่นดิ้นหนีอย่างลนลาน พยายามจะสับขาหลอกดิ้นรนหนีออกจากแผงอกขาว ทว่าลำแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กกลั

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 60 ฟังนะ

    ไม่นานนัก เสียงไซเรนรถฉุกเฉินก็ดังก้องฝ่าสายฝน ก่อนจะพาตัวพี่เหนือมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลด่วนที่สุด ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน ขณะเดียวกันฉันกำลังจะหมุนตัวกลับไปนอนพักผ่อนบนเตียงใหญ่ จู่ ๆ แม่บ้านก็วิ่งหน้าตั้งขึ้นมาเรียกฉัน บอกว่าหม่ามี้เรียกให้ลงไปคุยด่วน พอเดินลงมาข้างล่างบ้านใหญ่ ฉันก็เห็นหม่ามี้พร้อมกันกับปะป๊าอคิณที่นั่งเคียงคู่กันอยู่บนโซฟาหรู วินาทีนั้นแววตาของหม่ามี้ฉายประกายรู้ทันสามีสุด ๆ “ผักกาด มานั่งนี่มาลูก” หม่ามี้เอ่ยเสียงนุ่ม แต่ยังไม่เปิดประเด็น “ค่ะ...” ฉันพยักหน้าหงึก ๆ พลางก้าวขาเรียวเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามของปะป๊ากับหม่ามี้ จากนั้นหม่ามี้ก็หันไปพูดกับปะป๊าอคิณด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลัง “เรื่องที่เหนือยืนอยู่หน้าบ้านหลายวันเป็นความคิดของพี่ใช่ไหมคะพี่อคิณ... เมลรู้ทันพี่หมดนะ” ขณะนั้นปะป๊าอคิณเสือร้ายรุ่นใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลถึงกับก้มหน้าหลบสายตาผู้เป็นภรรยาสุดที่รัก หลบแบบนี้แสดงว่าใช่เต็ม ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ และหม่ามี้ก็พูดต่อ “ยืน...เพื่อแลกกับการได้คุยกับลูกสาวเราใช่ไหมคะ” หม่ามี้เอ่ยถามย้ำจี้ใจดำ แถมกอดอกมองตรงไปที่สามีเพื่อเค

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 59 จะเอาไง

    ณ บ้านตระกูลเตโชพัฒน์ เมื่อฉันก้าวขาลงจากรถแล้วรีบเดินฝ่าละอองฝนเข้ามาในบ้าน โดยไม่ยอมหันไปมองเจ้าของร่างสูงที่ยืนตากฝนอยู่ตรงหน้าบ้านเลยสักนิด พอก้าวเข้ามาในห้องโถงกลางบ้านใหญ่ ภาพตรงหน้าก็ทำเอาฉันทำตัวไม่ถูกเพราะปะป๊าอคิณนั่งหน้าขรึมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อยู่บนโซฟาหรู แถมแววตาคมดุจับจ้องมาที่ฉันด้วยความเด็ดเดี่ยว ท่าทางเหมือนเสือรุ่นใหญ่ที่กำลังสะกดกลั้นอารมณ์ ส่วนหม่ามี้ก็มีแม่บ้านคอยประคองพยุงมานั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ กันด้วยสีหน้าท่าทางเป็นกังวล ไม่รอช้าปะป๊าก็เปิดประเด็นขึ้นมา “ผักกาด... ปะป๊ารู้เรื่องหมดแล้วนะ ความจริงจากปากเหนือที่ยืนอยู่หน้าบ้านน่ะ” คำพูดของปะป๊าทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก เบิกตาโพลง และยิ่งเห็นสายตาผิดหวังระคนเป็นห่วงของปะป๊า ความน้อยใจและน้ำตาที่อัดอั้นมาข้ามวันข้ามคืนก็พุ่งริ้วจนขอบตาร้อนผ่าว “ปะป๊า... ผักกาดขอโทษค่ะ” ฉันก้มหน้าลงพึมพำเสียงสั่นระริก ยอมเอ่ยปากขอโทษปะป๊าด้วยความรู้สึกผิด ที่ชิงสุกก่อนห่าม “ปะป๊าไม่โกรธหนูหรอก...แต่ปะป๊าไม่ชอบไอ้คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ ยืนมาหกวันละ ไม่ยอมไปไหนสักที!” คำเฉลยของปะป๊า ทำเ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status