Share

บทที่ 7 เป็นตัวแทน

last update publish date: 2026-08-15 12:33:51

“หม่ามี้คะ ผักกาดมาแล้วค่ะ หม่ามี้มีอะไรเหรอคะ เมื่อกี้คุณย่าบอกว่าหม่ามี้ท้องจริงหรือเปล่าคะ!”

พอมาถึงฉันก็รีบถลาเข้าไปคุกเข่ากอดเอวหม่ามี้เมลที่นั่งพักผ่อนอยู่บนโซฟาเบา ๆ ด้วยความตื่นเต้นระคนเป็นห่วง พร้อมกับสายตาคู่สวยเหลือบมองไปที่หน้าท้องของหม่ามี้ทันที

“จริงจ้ะ”

หม่ามี้เมลดา ยิ้มละมุนพลางลูบหัวฉันด้วยความอ่อนโยน แววตาของคนเป็นแม่ทอประกายความสุขระคนเอ็นดูท่าทางตื่นเต้นของลูกสาว

“เย้! ดีใจที่สุดเลยค่ะ หนูกำลังจะมีน้องแล้ว”

ฉันยิ้มแก้มแทบแตก ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงข้อความซีเรียสก่อนหน้านี้

“แล้วที่เรียกผักกาดกลับมาด่วนแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่าคะหม่ามี้?”

“สัปดาห์หน้ามีงานเลี้ยงสังคมไฮโซ ผักกาดไปแทนหม่ามี้หน่อยสิลูก พอดีหม่ามี้ท้องตอนอายุเยอะแล้ว คุณหมอเลยกำชับมาว่าอย่าเพิ่งเดินหรือไปยืนนาน ๆ น่ะจ้ะ ไปช่วยงานปะป๊าแทนหม่ามี้หน่อยได้ไหมจ๊ะ?”

หม่ามี้เอ่ยปากขอร้องเสียงนุ่ม

“โถ่... เรื่องแค่นี้เองได้สิคะหม่ามี้ สบายมากเลยค่ะ ผักกาดจัดการให้เอง หม่ามี้นอนพักผ่อนเลี้ยงน้องในท้องให้แข็งแรงเถอะนะคะ เรื่องงานสังคมผักกาดลุยแทนเองค่ะ!”

ฉันยืดอกรับคำอย่างกระตือรือร้น ท่าทางเต็มอกเต็มใจทำเอาหม่ามี้หัวใจฟูตาม

“ขอบใจมากนะจ๊ะลูกสาวคนเก่งของหม่ามี้...”

หม่ามี้เมลยิ้มรับ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นความสนใจพลางเอ่ยถามประโยคถัดมาที่ทำเอาฉันถึงกับสะดุ้งโหยง

“แล้วเราน่ะ... ฝึกงานวันแรกเป็นยังไงบ้างจ๊ะ”

เฮือก...!

คำถามแทงใจดำทำเอาหัวใจฉันกระตุกวูบ ภาพ ฉากร้อนแรงระดับ 4Kของพี่เหนือกับคุณจัสมินหน้าห้องประธานลอยเด่นขึ้นมาทันตาเห็น ตามมาติด ๆ ด้วยฉากที่ฉันวิ่งทะล่อทะล่าเข้าห้องน้ำชายจนโดนตราหน้าว่าเป็น ยัยโรคจิต

อีก

ตอนนั้นฉันได้แต่กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หน้าหวานเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพื่อไม่ให้หม่ามี้จับพิรุธได้

“เอ่อ... ก็... ก็ดีค่ะหม่ามี้ อ็นพีซีกรุ๊ป ตึกบริษัทใหญ่โตอลังการมากเลยค่ะ พี่ ๆ ที่บริษัทก็... เอ่อ... ต้อนรับหนูเป็นอย่างดีเลยค่ะงานแน่นตั้งแต่ครึ่งวันแรกเลย”

ฉันตอบเสียงอ้อมแอ้มพลางหัวเราะแห้ง ๆ กลบเกลื่อนความขมขื่นในใจ

‘ฮือออ... หม่ามี้ขา หนูไม่กล้าเล่าความจริงหรอกค่ะว่าวันแรกหนูก็ตบะแตก อกหักดังเป๊าะ แถมยังเกือบโดนท่านประธานแจ้งจับข้อหาอนาจารในห้องน้ำชายไปแล้วค่ะ’

ฉันได้แต่กรีดร้องคร่ำครวญอยู่ในใจคนเดียวเงียบ ๆ โดยไม่พูดออกมา

“แล้วนี่ปะป๊าล่ะคะ”

ฉันเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองหาร่างสูงใหญ่ของคนเป็นพ่อที่ปรกติมักจะตัวติดกับหม่ามี้เป็นตังเมเสมอ ยิ่งรู้ว่าหม่ามี้ท้องแบบนี้ ปะป๊าอคิณไม่น่ายอมห่างไปไหนแน่ ๆ แต่วันนี้กลับไม่เจอ

“ปะป๊าของหนูช่วงนี้กำลังวุ่นใหญ่เลยจ้ะ เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงสังคมไฮโซสัปดาห์หน้านั่นแหละ ไม่อย่างนั้นนะถ้ารู้ว่าผักกาดกลับบ้านมาวันนี้ ปะป๊าคงบึ่งกลับมารอลูกล่วงหน้าเป็นชั่วโมงแล้วแหละ”

หม่ามี้เมลดาเอ่ยยิ้ม ๆ แววตาเต็มไปด้วยความอบอุ่นเมื่อพูดถึงสามีสุดที่รัก

“หนูนึกว่าเรื่องอื่นซะอีก...”

ฉันลอบระบายลมหายใจออกมาเบา ๆ อย่างโล่งอกซะจนไหล่ห่อ

“หืม... เรื่องอะไรคะลูกสาว? มีเรื่องอะไรกวนใจผักกาดของหม่ามี้อยู่หรือเปล่าจ๊ะ?”

หม่ามี้เลิกคิ้วมองฉันด้วยสายตาจับผิดตามประสาคนเป็นแม่ที่มักจะรู้ทันลูกเสมอ

“ไม่มีค่ะหม่ามี้! ไม่มีอะไรเลยจริง ๆ ค่ะ”

ฉันรีบฉีกยิ้มกว้างส่ายหน้าพัลวันเพื่อไม่ให้หม่ามี้ต้องมาพลอยคิดมากจนกังวลกระทบเบบี๋ในท้อง ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

“เอ้อ... งั้นเดี๋ยวหนูแวะไปดูปะป๊าที่บริษัทหน่อยดีกว่าค่ะ ตอนนี้เพิ่งจะหัวค่ำเอง ปะป๊าน่าจะยังเคลียร์งานอยู่ตึกเอเครือกรุ๊ป”

“เอาอย่างนั้นเหรอลูก? งั้นเดี๋ยวหม่ามี้ให้คนขับรถคนเดิมไปส่งนะจ๊ะ”

“ค่ะหม่ามี้ หม่ามี้ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ ผักกาดเป็นห่วงทั้งหม่ามี้แล้วก็น้องเลยนะ”

ฉันก้มลงไปจูบแก้มหม่ามี้เบา ๆ ด้วยความรักและคิดถึง ก่อนจะรีบหอบกระเป๋าเป้แล้วเดินแกมวิ่งออกไปขึ้นรถคันหรูที่ยังคงสตาร์ทเครื่องรออยู่ที่หน้าคฤหาสน์

‘ดีล่ะ... ไปหาปะป๊าที่บริษัทดีกว่า อย่างน้อยก็ไปชาร์จพลังใจหลังจากโดนหักอกกับโดนด่าว่าโรคจิตมาหมาด ๆ อ้อมกอดของปะป๊าอคิณน่าจะช่วยเยียวยายัยผักกาดคนนี้ได้ดีที่สุดในเวลานี้แล้ว’

ณ บริษัทเอเครือกรุ๊ป

บริษัทยักษ์ใหญ่โดยมีตึกสูงตั้งตระหง่านใจกลางเมือง ที่นี่เป็นของปะป๊าอคิณที่ฉันคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก

ไม่รอช้าฉันรีบก้าวเท้าฉับ ๆ ผ่านหน้าห้องเลขาเดินตรงดิ่งเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานบริหารทันทีด้วยความหวังจะมาอ้อนปะป๊าให้หายเหนื่อย

“ปะป๊าคะ! ผักกาดมาแล้วค่ะ”

ฉันส่งเสียงหวานเจื้อยแจ้วนำร่องไปก่อนตัว แล้วรีบวิ่งดุ่ย ๆ เข้าไปสวมกอดปะป๊าอคิณแน่นโอบรอบเอวหนาซบหน้าลงกับอกอุ่นตามความเคยชิน โดยที่ในตอนนั้นด้วยความดีใจบวกกับความรีบร้อนชาร์จพลังใจ

ฉันเลยไม่ได้ทันได้เหลียวซ้ายแลขวาหรือดูให้ดีเลยว่า... ข้าง ๆ โต๊ะทำงานของปะป๊านั้น มีร่างสูงใหญ่ของ พี่เหนือ ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ด้วย!

หืมมมม... หมอนี่โผล่มาทำไมที่นี่กันเนี่ย!? ฉันแอบเบิกตาโพลงอ้าปากค้างในอกตอนที่ละใบหน้าออกจากอกปะป๊าแล้วเพิ่งสังเกตเห็นเขา

“หืมมม ทำไมมาหาปะป๊าได้ครับน้องผักกาด? ปะป๊าคิดว่าจะไม่ได้เจอหนูซะแล้วนะวันนี้”

ปะป๊าอคิณรีบเปลี่ยนโหมดจากนักธุรกิจสุดโหดมาเป็นปะป๋าคลั่งรักลูกสาวทันควัน มือหนาลูบหัวฉันด้วยความเอ็นดูระคนแปลกใจ ก่อนจะหันไปทางชายหนุ่มอีกคนในห้อง

“พอดีปะป๊ากำลังนั่งคุยงานสำคัญอยู่เลยครับลูก... นี่ พี่เหนือเขาเป็นประธานบริษัทเอ็นพีซีกรุ๊ป และเป็นรองเจ้าภาพของงานเลี้ยงสังคมไฮโซในครั้งนี้ร่วมกับปะป๊าด้วยนะลูก”

“พะ... พี่เหนือ...”

ฉันหลุดปากอุทานเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือ ตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันทีราวกับถูกแช่แข็ง หน้าหวานเริ่มเปลี่ยนสีระเรื่อด้วยความลนลานพลางนึกไปถึงสรรพนาม ยัยโรคจิตที่เขาเพิ่งด่าฉันหน้าลิฟต์เมื่อชั่วโมงก่อน

และแล้วไอ้ท่าทางเลิกลั่กแฝงพิรุธและเสียงที่สั่นอย่างเห็นได้ชัดของฉัน ทำเอาคนเป็นพ่อที่หวงลูกสาวระเบียบเป๊ะอย่างปะป๊าอคิณถึงกับขมวดคิ้วฉับ สายตาคมกริบของปะป๊าตวัดมองฉันสลับกับมองพี่เหนือทันทีด้วยความสงสัย

“หืม... มีอะไรหรือเปล่าผักกาด? ทำไมทำหน้าแบบนั้นลูก รู้จักพี่เขามาก่อนเหรอ?”

หัวใจของฉันแทบจะหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มรอบที่สามของวัน ตายแน่ ๆ ยัยผักกาด ถ้าปะป๊ารู้ว่าแกไปก่อเรื่องอะไรไว้ที่บริษัทพี่เหนือ มีหวังโลกแตกแน่

ฉันอึกอักอ้าปากไม่ออก ได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนไปให้คนตัวสูงฝั่งตรงข้าม

แต่ทว่า... พี่เหนือกลับยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย แววตาคมคู่นั้นฉายแววเจ้าเล่ห์ระคนนึกสนุกอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เขาจะเป็นคนเอ่ยปากพูดแทรกขึ้นมาแทนฉันน้ำเสียงทุ้มเรียบเป็นงานเป็นการ

“อ๋อ... พอดีน้องผักกาดเข้าฝึกงานอยู่ที่บริษัทของผมครับคุณลุงอคิณ วันนี้เพิ่งมาทำงานวันแรกในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาหน้าห้องผมเองครับ”

“อ้าวเหรอ... ปะป๊าไม่ทันได้ถามรายละเอียดเลย เห็นเมลพูดผ่าน ๆ อยู่เหมือนกัน แต่มัวแต่ยุ่ง ๆ เรื่องเตรียมงานเลี้ยงเนี่ยแหละ... ยังไงก็ฝากลูกสาวลุงด้วยนะเหนือ น้องผักกาดเพิ่งฝึกงานวันแรก มีอะไรก็ช่วยแนะนำ ช่วยตักเตือนได้เลยนะ”

ปะป๊าอคิณพยักหน้ารับรู้พลางหันไปพูดฝากฝังฉันกับท่านประธานหนุ่มด้วยท่าทางไว้เนื้อเชื่อใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่าลูกสาวคนนี้เพิ่งไปเจอศึกหนักอะไรมาบ้าง

“แน่นอนครับคุณลุง... ผมจะ ดูแลอย่างดีเลยครับ”

พี่เหนือตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเน้นคำว่าดูแลเป็นพิเศษ พร้อมกับตวัดสายตาคมกริบมามองตรงมาที่ฉัน

แววตาคู่นั้นฉายแววเจ้าเล่ห์และมีเลศนัยบางอย่างที่ทำให้ฉันขนลุกซู่ มุมปากหนากระตุกยิ้มขึ้นคล้ายจะเยาะเย้ยระคนเอ็นดูท่าทางเลิกลั่กของฉัน

หืมมมมม...คำว่า อย่างดีของเขานี่มันฟังดูแปร่ง ๆ พิกลนะ

ฉันได้แต่กรีดร้องระงมอยู่ในใจพลางลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

นี่ปะป๊าอคิณขา... ปะป๊ากำลังฝากปลาย่างไว้กับแมวหรือเปล่าคะเนี่ย!?

ปะป๊าไม่รู้ซะแล้วว่าไอ้คำว่าดูแลอย่างดีของเขา เมื่อกลางวันมันเพิ่งจะหมายถึงการโยนกองเอกสารท่วมหัวให้หนูทำ แถมยังตราหน้าว่าหนูเป็นยัยโรคจิตแอบดูผู้ชายในห้องน้ำอีกต่างหาก!

ถ้าขืนพี่เหนือเอาวีรกรรมสุดฉาวโฉ่ของฉันไปฟ้องปะป๊าตอนนี้ มีหวังหนูได้โดนปะป๊ากักบริเวณยาวจนไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันแน่ ๆ เลย ยัยผักกาดเอ๊ย... ชีวิตฝึกงานหลังจากนี้ของแกมันต้องไม่ตายดีแน่ ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 62 สู่ขอ บทส่งท้าย

    เช้าต่อมา แสงแดดอบอุ่นของเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากผ่านพ้นมรสุมลูกใหญ่ หลังจากแพทย์ตรวจเช็กอาการอย่างละเอียดและอนุญาตให้พี่เหนือออกจากโรงพยาบาลได้ เขาก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว พอตกบ่าย ครอบครัวของพี่เหนือก็เดินทางมาถึงบ้านของฉันในสภาพที่เพียบพร้อมไปด้วยขันหมากและผู้ใหญ่ เพื่อทำพิธีสู่ขอฉันจากปะป๊าอคิณและหม่ามี้เมลอย่างเป็นทางการ ตอนนี้บรรยากาศในห้องรับแขกเต็มไปด้วยความชื่นมื่น... ทว่าจะติดก็ตรงที่คุณพ่อตาที่นั่งกอดอก หน้าตึงอยู่ฝั่งตรงข้ามขบวนขันหมากนี่แหละ "พี่อคิณคะ ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยค่ะ ลูกหลานและผู้ใหญ่เขานั่งกันอยู่เต็มห้องเลยนะ" หม่ามี้เมลแอบเอ็ดปะป๊าเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหลังแขนสามีให้ใจเย็นลง "ก็พี่ยังทำใจไม่ได้นี่เมล... ดูเหนือสิ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาแท้ๆ ไข้ยังไม่ทันหายดี ก็รีบหอบขันหมากมาสู่ลูกสาวเราทันทีเลย มันน่าตีนัก" ปะป๊าอคิณบ่นอุบอิบเสียงเบา ทว่าแววตากลับสั่นไหวด้วยความรักและหวงลูกสาวคนเดียวสุดหัวใจ ด้านพี่เหนือที่นั่งอยู่เคียงข้างฉัน ค่อยๆ ขยับตัวลงจากโซฟาลงไปคุกเข่ากับพ

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 61 ว่าจะไปหมั้น

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันนั่งฟังพี่เหนือสาธยายยาวเหยียดจนตาคู่เดิมเริ่มปรือ ๆ นั่งสัปหงกหัวสั่นหัวคลอนพยักหน้ารับหงึก ๆ ไม่รู้ตั้งกี่รอบ แต่เหตุผลที่พอจับใจความได้...เหตุผลมันก็พอเข้าใจได้อยู่หรอก หายโกรธก็ได้ “ฟังพี่อธิบายจนจะหลับคาอกเลยเหรอ... ยัยตัวแสบดื้อตาใส” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของพี่เหนือดังชิดใบหู ช็ทำเอาอาการง่วงของฉันหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะมารู้ตัวอีกทีข้อมือเรียวสวยก็โดนกระชากเบา ๆ จนร่างบางของฉันถลาร่วงลงไปนอนแหะแมะทับอยู่บนแผงอกกำยำเปลือยเปล่าท่อนบนที่ร้อนฉ่าด้วยพิษไข้ “อ๊ะ! พี่เหนือ ปล่อยหนูเลยนะ คนบ้า...ไหนบอกป่วยไง ทำไมแรงเยอะนักล่ะ!” ฉันดิ้นขลุกขลักอย่างลนลานตื่นตูม แล้วสบตาคู่คมกริบที่จ้องมอง แล้วล็อกตัวฉันเอาไว้แน่น “หนูเข้าใจเหตุผลแล้ว...ก็แสดงว่าหายโกรธพี่แล้วใช่ไหม ปล่อยให้พี่ยืนตากฝนจนเป็นลมตั้งหกวันเต็ม ๆ คืนนี้ต้องโดนเช็กบิลทบต้นทบดอกประชดรักโทษฐานหนีผัวไปอเมริกานะครับ!” “อื้อออ พี่เหนือ! ปล่อยผักกาดก่อนค่ะ นี่มันโรงพยาบาลนะคะ ไม่ได้นะ!” ฉันประท้วงลั่นดิ้นหนีอย่างลนลาน พยายามจะสับขาหลอกดิ้นรนหนีออกจากแผงอกขาว ทว่าลำแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กกลั

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 60 ฟังนะ

    ไม่นานนัก เสียงไซเรนรถฉุกเฉินก็ดังก้องฝ่าสายฝน ก่อนจะพาตัวพี่เหนือมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลด่วนที่สุด ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน ขณะเดียวกันฉันกำลังจะหมุนตัวกลับไปนอนพักผ่อนบนเตียงใหญ่ จู่ ๆ แม่บ้านก็วิ่งหน้าตั้งขึ้นมาเรียกฉัน บอกว่าหม่ามี้เรียกให้ลงไปคุยด่วน พอเดินลงมาข้างล่างบ้านใหญ่ ฉันก็เห็นหม่ามี้พร้อมกันกับปะป๊าอคิณที่นั่งเคียงคู่กันอยู่บนโซฟาหรู วินาทีนั้นแววตาของหม่ามี้ฉายประกายรู้ทันสามีสุด ๆ “ผักกาด มานั่งนี่มาลูก” หม่ามี้เอ่ยเสียงนุ่ม แต่ยังไม่เปิดประเด็น “ค่ะ...” ฉันพยักหน้าหงึก ๆ พลางก้าวขาเรียวเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามของปะป๊ากับหม่ามี้ จากนั้นหม่ามี้ก็หันไปพูดกับปะป๊าอคิณด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลัง “เรื่องที่เหนือยืนอยู่หน้าบ้านหลายวันเป็นความคิดของพี่ใช่ไหมคะพี่อคิณ... เมลรู้ทันพี่หมดนะ” ขณะนั้นปะป๊าอคิณเสือร้ายรุ่นใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลถึงกับก้มหน้าหลบสายตาผู้เป็นภรรยาสุดที่รัก หลบแบบนี้แสดงว่าใช่เต็ม ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ และหม่ามี้ก็พูดต่อ “ยืน...เพื่อแลกกับการได้คุยกับลูกสาวเราใช่ไหมคะ” หม่ามี้เอ่ยถามย้ำจี้ใจดำ แถมกอดอกมองตรงไปที่สามีเพื่อเค

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 59 จะเอาไง

    ณ บ้านตระกูลเตโชพัฒน์ เมื่อฉันก้าวขาลงจากรถแล้วรีบเดินฝ่าละอองฝนเข้ามาในบ้าน โดยไม่ยอมหันไปมองเจ้าของร่างสูงที่ยืนตากฝนอยู่ตรงหน้าบ้านเลยสักนิด พอก้าวเข้ามาในห้องโถงกลางบ้านใหญ่ ภาพตรงหน้าก็ทำเอาฉันทำตัวไม่ถูกเพราะปะป๊าอคิณนั่งหน้าขรึมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อยู่บนโซฟาหรู แถมแววตาคมดุจับจ้องมาที่ฉันด้วยความเด็ดเดี่ยว ท่าทางเหมือนเสือรุ่นใหญ่ที่กำลังสะกดกลั้นอารมณ์ ส่วนหม่ามี้ก็มีแม่บ้านคอยประคองพยุงมานั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ กันด้วยสีหน้าท่าทางเป็นกังวล ไม่รอช้าปะป๊าก็เปิดประเด็นขึ้นมา “ผักกาด... ปะป๊ารู้เรื่องหมดแล้วนะ ความจริงจากปากเหนือที่ยืนอยู่หน้าบ้านน่ะ” คำพูดของปะป๊าทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก เบิกตาโพลง และยิ่งเห็นสายตาผิดหวังระคนเป็นห่วงของปะป๊า ความน้อยใจและน้ำตาที่อัดอั้นมาข้ามวันข้ามคืนก็พุ่งริ้วจนขอบตาร้อนผ่าว “ปะป๊า... ผักกาดขอโทษค่ะ” ฉันก้มหน้าลงพึมพำเสียงสั่นระริก ยอมเอ่ยปากขอโทษปะป๊าด้วยความรู้สึกผิด ที่ชิงสุกก่อนห่าม “ปะป๊าไม่โกรธหนูหรอก...แต่ปะป๊าไม่ชอบไอ้คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ ยืนมาหกวันละ ไม่ยอมไปไหนสักที!” คำเฉลยของปะป๊า ทำเ

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 58 เขามาทำไม

    สามวันต่อมาที่สหรัฐอเมริกา หลังจากผลตรวจร่างกายของหม่ามี้ออกอย่างละเอียดว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฉันก็ยิ้มออกพลางเข้าไปกอดออดอ้อนหม่ามี้ด้วยความโล่งอกโล่งใจ “ดีจังเลยค่ะหม่ามี้ โชคดีที่หม่ามี้ไม่ได้เป็นอะไรมาก หม่ามี้กับน้องในท้องแข็งแรงผักกาดดีใจมากเลยค่ะ กลับไทยคราวนี้ผักกาดน่ะ...จะไปแก้บนที่วัดก่อนเลยอันดับแรก” “หืมมม... เราเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอคะตัวแสบ” หม่ามี้เอ่ยถามยิ้ม ๆ พลางลูบผมฉันด้วยความเอ็นดู “เชื่อค่ะ... เชื่อมากกว่าความรักอีกค่ะหม่ามี้!” ฉันพูดพลางเบะปากมองบน แววตากลมหม่นแสงลงวูบหนึ่ง ก่อนจะหันไปเก็บของใส่กระเป๋าเดินทางหรูเพื่อเตรียมตัวกลับไทย ในใจก็นึกว่าจะได้อยู่นานกว่านี้ซะอีก จะได้หนีหน้าเสือร้ายใจร้ายอย่างพี่เหนือไปยาว ๆ แต่ก็ดีแล้วแหละ ขืนอยู่นานกว่านี้เท่ากับว่าน้องกับหม่ามี้ก็เสี่ยงอันตราย “หือ... หนูอกหักเหรอคะผักกาด?” หม่ามี้ถามเสียงนุ่ม ทำตาโตมองมาด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นอาการหน่วง ๆ ของฉัน “ไม่เชิงค่ะ... แค่ยังปล่อยวางไม่ได้ แค่รู้สึกเหมือนตัวเองโดนหลอกซ้ำ ๆ ค่ะ” ฉันพึมพำกับตัวเอง เจ็บระบมซ้ำซ้อนตรงอกซ้ายทุกครั้งที่นึกถึงตอนที่

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 57 ความจริงที่เปิดเผย

    วันรุ่งขึ้น ความค้างคาใจและความระแวงมันทำให้ผมร้อนรุ่มจนนอนไม่หลับทั้งคืน ดังนั้นเช้าตรู่วันนี้ผมจึงไม่รอช้า สั่งการสายสืบฝีมือดีที่สุดให้ไปสืบเบื้องลึกเบื้องหลังเรื่องอาการป่วยของลิลลี่ พร้อมสั่งแฮกระบบโรงพยาบาลเพื่อเจาะดูไฟล์ประวัติผลตรวจร่างกายล่าสุดของเธอให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย เพราะในเมื่อหมอแสดงท่าทีอึกอักมีพิรุธขนาดนั้น ผมก็ขอสวมวิญญาณมาเฟียเผยความจริงออกมาเสียดีกว่า ในขณะเดียวกันนั้นเอง หัวใจของผมมันก็กระสับกระส่ายคิดถึงแต่เมียหลวงป้ายแดงจนแทบกระวนกระวาย ผมจึงสั่งให้เลขาคู่ใจรีบเช็กพิกัดตารางงานอย่างด่วนว่าวันนี้ผักกาดยัยตัวแสบของผมจะเดินทางไปที่ไหนบ้าง ผมจะได้ไปง้อถูก ทว่า...เลขาของผมหายตัวไปจัดการเช็กข้อมูลอยู่พักใหญ่ ๆ ก่อนจะก้าวเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานประธานใหญ่ NPC Group ด้วยฝีเท้าเนิบนาบ แถมใบหน้านั้นกลับมีสีหน้าลำบากใจ “เอ่อ...คุณเหนือครับคือเรื่องของคุณผักกาด...” เลขาอึกอัก ทำตาโตเลิกลั่กลนลานจนน่าสงสัย “มีอะไรก็พูดมา! ยัยตัวแสบอยู่ตึกปะป๊าอคิณ หรือหนีไปอยู่กับไอ้หน้าตี๋นั่นล่ะ?!” ผมขบกรามแน่นจนเส้นเลือดขึ้นข้างขมับ “มะ...ไม่ใช่ครับคุณเหน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status