หน้าหลัก / มาเฟีย / เด็กพยศของประธานเหนือ / บทที่ 6 เรื่องสำคัญที่ว่า

แชร์

บทที่ 6 เรื่องสำคัญที่ว่า

ผู้เขียน: นิษฐา01
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-14 23:01:28

บทที่ 6 เรื่องสำคัญที่ว่า

พอฉันก้าวเท้าเดินพ้นประตูของบริษัทออกมา ไม่ทันไร

ในจังหวะนั้นเอง...

บรืนนนนน... เอี๊ยดดดด!

เสียงรถยนต์ซีดานหรู คันยาวเหยียดที่มันวาววับไปทั้งคัน โดยบริเวณหน้ารถติดสัญลักษณ์ ตระกูลเตโชพัฒน์เอาไว้

ได้แล่นเข้ามาเทียบจอดตรงหน้าฉันพอดีเป๊ะชนิดที่ห่างไปไม่ถึงคืบ!

ซึ่งความหรูหราอลังการระดับเพนท์เฮ้าส์เคลื่อนที่ได้คันนี้ ทำเอาบรรดาพนักงานและเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ที่กำลังเดินทยอยเลิกงานออกจากตึก ถึงกับหยุดกึกแล้วหันมามองกันเป็นตาเดียวเป็นแถบ ๆ

สายตาแต่ละคนเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนตกตะลึง บางคนเริ่มซุบซิบกระซิบกระซาบกันจนฉันหน้าร้อนผ่าว

‘ตายแล้ว ยัยผักกาดเอ๊ย! เพิ่งมาฝึกงานวันแรก รถคฤหาสน์ตระกูลเตโชพัฒน์ก็บึ่งมารับถึงหน้าประตูตึกขนาดนี้ พรุ่งนี้ไม่ต้องสืบเลย... มีคนเอาไปเม้าท์กันทั้งบริษัทแน่ ๆ ว่าฉันใช้เส้นสายเด็กฝากเข้ามาฝึกงานชัวร์ ๆ ฮือออ หม่ามี้ช่วยหนูด้วย!’

ฉันได้แต่กรีดร้องคร่ำครวญอยู่ในใจ

แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตั้งสติ ประตูรถฝั่งคนขับก็เปิดออกอย่างรวดเร็ว

พร้อมกับการปรากฏตัวของพี่บอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสีดำสนิทเนี๊ยบกริบ เขาเดินอ้อมมาเปิดประตูผู้โดยสารตอนหลังให้ฉันอย่างนอบน้อมพร้อมกับก้มหัวลงเล็กน้อย

“คุณหนูครับ คุณท่านให้มารับกลับบ้านครับ”

พี่บอดี้การ์ดเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่านิ่งสนิทเป็นงานเป็นการ

“เอ่อ... คือ ผักกาดกลับเองก็ได้มั้งคะพี่ นั่งรถไฟฟ้าแป๊บเดียวก็ถึงบ้านแล้วค่ะ ไม่ต้องลำบากขับรถฝ่ารถติดมารับหรอกค่ะ”

ฉันพยายามส่งยิ้มแห้ง ๆ ปฏิเสธเสียงอ้อมแอ้ม พลางส่งสายตาอ้อนวอนให้เขาช่วยปิดประตูรถแล้วขับออกไปที เพราะตอนนี้สายตาคนรอบข้างมันเริ่มกดดันจนฉันแทบจะมุดแผ่นดินหนีอยู่แล้ว

“ไม่ได้ครับคุณหนู... คุณท่านกำชับมาครับ ว่าวันนี้ต้องพามีตัวคุณหนูกลับไปส่งให้ถึงคฤหาสน์อย่างปลอดภัยและเร็วที่สุด ห้ามขาดห้ามเกินแม้แต่นาทีเดียวครับ”

พี่บอดี้การ์ดยังคงยืนกรานเสียงแข็งตามคำสั่งเด็ดขาดของปะป๊าอคิณที่ห้ามใครขัดใจ

พอได้ยินคำว่าคุณท่านกำชับมาฉันก็ลอบถอนหายใจยาวเหยียดออกมาทันที เพราะรู้ซึ้งถึงอิทธิพลความคลั่งรักและหวงลูกสาวระดับพิกัดของปะป๊าดีว่าถ้าลองได้สั่งคำไหนแล้ว

ไม่มีทางที่ใครจะเปลี่ยนใจได้แน่ ขืนฉันยังดื้อดึงเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า มีหวังปะป๊าได้ส่งกองทัพการ์ดชุดดำมาปิดสถานีรถไฟฟ้าเพื่ออุ้มฉันกลับบ้านชัวร์ ๆ

“ก็ได้ค่ะ ๆ... ผักกาดยอมขึ้นรถก็ได้ค่ะ”

ฉันบ่นอุบอิบพยักหน้ารับคำอย่างยอมจำนน ก่อนจะก้าวขาเตาะแตะมุดตัวเข้าไปนั่งเบาะหลังรถคันหรูอย่างรวดเร็วเพื่อหลบหนีจากสายตาของประชาชี

โดยมีพี่บอดี้การ์ดรีบปิดประตูตามหลังเสียงดัง ฉึบ ยิ่งเพิ่มความเงียบสงบและตัดขาดฉันจากโลกภายนอกทันที

จากนั้นรถคันหรูก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากหน้าบริษัทมุ่งหน้ากลับสู่คฤหาสน์เตโชพัฒน์อย่างนุ่มนวล

ทิ้งไว้เพียงปริศนาชวนกอสซิปของเด็กฝึกงานวันแรก และหัวใจของฉันที่ตึกตัก ๆ ตลอดทาง... ไม่รู้ว่ากลับไปถึงบ้านแล้ว หม่ามี้เมลจะคุยเรื่องสำคัญอะไรกับฉันกันแน่

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ในที่สุดรถยนต์คันหรูก็เคลื่อนตัวผ่านประตูรั้วเหล็กดัดอัลลอยด์บานยักษ์เข้าสู่เขตรั้วคฤหาสน์ตระกูลเตโชพัฒน์อันกว้างขวางตระการตา

พอได้มองเห็นสวนสวยและตัวตึกที่คุ้นเคย ก็นึกขึ้นมาได้ว่าหลายสัปดาห์แล้วเหมือนกันนะที่ฉันไม่ได้กลับมานอนที่บ้านใหญ่เพราะมัวแต่วุ่นวายกับการเตรียมตัวฝึกงาน

พอได้กลับมาเห็นแบบนี้ก็รู้สึกคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ อยู่เหมือนกันแฮะ

“ถึงแล้วครับคุณหนู”

เสียงของพี่คนขับรถเอ่ยขึ้นพร้อมกับรีบก้าวลงมาเปิดประตูเบาะหลังให้ฉันอย่างนอบน้อม ซึ่งบอกตามตรงเลยค่ะว่าต่อให้เวลาจะผ่านไปกี่ปีจนฉันโตเป็นสาวขนาดนี้ ฉันก็ไม่เคยชินกับความพะเน้าพะนอระดับคุณหนูไฮโซแบบนี้เลยจริง ๆ

“ขอบคุณค่ะ”

ฉันส่งยิ้มบาง ๆ ให้ตามมารยาทพลางก้าวขาลงจากรถ

“คุณท่านรออยู่ข้างในบ้านครับ”

พี่เขาบอกพิกัดต่อทันที

“ค่ะ”

ฉันพยักหน้ารับคำอย่างใจดี ก่อนจะกระชับสายกระเป๋าเป้แฝงความตื่นเต้นแกมกังวลไว้ในอก แล้วออกเดินเตาะแตะมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวบ้านทันที ในใจแอบคิดไปถึงข้อความของหม่ามี้เมลจะมีเรื่องด่วนอะไรกันแน่

ทว่า... ทันทีที่ฉันก้าวเท้าพ้นประตูโถงกลางเข้ามา คนแรกที่เอ่ยปากทักฉันขึ้นมากลับไม่ใช่หม่ามี้หรือปะป๊าอคิณอย่างที่คิด

แต่เป็นหญิงอาวุโสท่าทางใจดีที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี

“ผักกาดหลานรัก... กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ”

“อ้าว! คุณย่าคะ กลับมาจากต่างประเทศแล้วเหรอคะเนี่ย ผักกาดคิดถึงคุณย่ามาก ๆ เลยค่ะ!”

ฉันเบิกตากว้างด้วยความดีใจระคนประหลาดใจ รีบวิ่งถลาเข้าไปสวมกอดคุณย่านวลปรางค์

พลางใช้แขนเรียวโอบรอบเอวท่านแล้วซบหน้าลงกับไหล่อย่างออดอ้อนเพื่อคลายความคิดถึง เพราะท่านเดินทางไปพักผ่อนและดูงานที่ต่างประเทศอยู่นานสองนานเลยทีเดียว

“แหม... ปากหวานจริงเชียวหลานรักของย่า”

คุณย่านวลปรางค์หัวเราะร่วนด้วยความเอ็นดู มือนุ่ม ๆ ของท่านลูบแก้มลูบหัวฉันด้วยความรักใคร่ไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนจะจูงมือฉันให้เดินตามไปที่โซฟารับแขก

“มานี่มาลูกมา ย่าไปรอบนี้ซื้อน้ำหอมแบรนด์หรูคอลเลกชันใหม่ล่าสุดมาฝากหนูด้วยนะ มาดูซิว่าหลานรักจะชอบไหม”

“หนูก็ต้องชอบสิคะ ของทุกชิ้นที่คุณย่าให้ คุณแม่ให้ หรือแม้แต่ปะป๊า ผักกาดชอบหมดทุกชิ้นเลยค่ะ”

ฉันฉีกยิ้มกว้างออดอ้อนคุณย่านวลปรางค์เอนซบไหล่ท่านอย่างเอาใจ ก่อนจะกวาดสายตามองหาบุคคลที่ส่งไลน์ไปตามฉันด่วนจนใจหายใจคว่ำเมื่อเย็น

“แล้วหม่ามี้ล่ะคะคุณย่า มีเรื่องอะไรสำคัญจะบอกผักกาดเหรอคะ ทักไลน์หาผักกาดเสียงซีเรียสเชียว”

คุณย่านวลปรางค์ยิ้มละมุน แววตาของท่านทอประกายความสุขอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ฉันถึงกับหูผึ่ง

“คุณแม่ของหลานมีน้องจ้ะ”

“คะ?!”

ฉันอุทานเสียงหลง ตาเบิกกว้างด้วยความช็อกระคนตื่นเต้น หัวใจพองโตขึ้นมาทันทีพราวนึกไปถึงป้าใหม่เพื่อนสนิทหม่ามี้ที่เพิ่งท้องลูกคนที่สองไปก่อนหน้านี้ สามปีต่อมาไม่คิดเลยว่าหม่ามี้ของฉันเองก็จะมีข่าวดีตามมาติด ๆ

“หนูเดินไปหาหม่ามี้ที่ห้องนั่งเล่นฝั่งนู้นเลยลูก เรื่องสำคัญเรื่องนี้เดี๋ยวหม่ามี้จะเล่าให้หนูฟังเองจ้ะ”

คุณย่าตบหลังมือฉันเบา ๆ พลางชี้มือไปทางห้องพักผ่อนส่วนตัวของครอบครัว

“ค่ะคุณย่า! งั้นผักกาดขอตัวไปหาหม่ามี้ก่อนนะคะ”

ฉันรีบยกมือไหว้ลาคุณย่าชั่วคราว ก่อนจะกุลีกุจอหอบกระเป๋าเป้วิ่งหน้าตั้งตรงดิ่งไปยังห้องนั่งเล่นด้านในทันที

โดยลืมเรื่องความซวยและเรื่อง ยัยโรคจิตที่เพิ่งเจอมาเมื่อเย็นไปสนิทใจ ตอนนี้ในหัวมีแต่ความตื่นเต้นที่จะได้เป็นพี่สาวแล้ว ฮรืออออ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   ตอนพิเศษ 2

    หลังจากผ่านด่านหมั้นหมายมาได้หลายเดือน ในที่สุดระยะเวลาทำใจของปะป๊าอคิณก็สิ้นสุดลง ด้วยการเกลี้ยกล่อมแบบ 24 ชั่วโมงของหม่ามี้เมล จนกำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ และวันนี้ก็ถึงคิวของภารกิจสำคัญ...การลองชุดเจ้าสาวและเจ้าบ่าว ณ ร้านตัดชุดแต่งงานระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง พี่เหนือนั่งเกร็งอยู่บนโซฟาหลุยส์สวมชุดสูทเจ้าบ่าวสีสากลตัดเย็บอย่างประณีต เขายืนส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยอยู่หลายรอบ พลางชะเง้อมองไปทางม่านห้องลองเสื้อของฉันด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ "หล่อใช้ได้นี่เจ้าเหนือ" เสียงปะป๊าอคิณดังขึ้นจากโซฟาข้าง ๆ ปะป๊านั่งจิบกาแฟดำสวมชุดสวมสบาย แต่สายตากลับจ้องมองว่าที่ลูกเขยแบบไม่วางตา "ขอบคุณครับปะป๊า...แต่ผมว่าชุดนี้น่าจะดูทางการไปหน่อยไหมครับ?" พี่เหนือเกาหัวยิ้ม ๆ "ไม่หรอก สมฐานะดี" ปะป๊าวางแก้วกาแฟลง แล้วลูบคางเบาๆ "แต่สำคัญที่สุดคือ... ชุดลูกสาวฉันต่างหาก ฉันกำชับช่างไว้แล้วว่า ห้ามให้เว้าหน้า ห้ามให้แหวกหลัง ห้ามให้สั้นเกินไป และที่สำคัญที่สุด...ห้ามซีทรูเด็ดขาด!" พี่เหนือหลุดขำเบาๆ "ปะป๊าครับ นี่ชุดเจ้าสาวนะครับ ไม่ใช่ชุดแม่ชี" "เจ้าเหนือ แกอยากลองดีกับฉันเหรอ"

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   ตอนพิเศษ 1

    ชีวิตหลังพิธีหมั้นหมายผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ถ้าไม่นับรวมเรื่องที่ปะป๊าอคิณตั้งกฎเหล็กขึ้นมาสิบแปดข้อสำหรับว่าที่ลูกเขยวันนี้เป็นวันหยุด พี่เหนือขับรถมารับฉันที่บ้านตามปกติเพื่อจะพาไปเดต แต่ยังไม่ทันที่รถจะจอดนิ่งสนิท ร่างสูงโปร่งของคุณพ่อสุดที่รักก็เดินถือสายยางรดน้ำต้นไม้มาหยุดยืนจ้องหน้าประตูรถทันทีพี่เหนือรีบกุลีกุจอลงจากรถ โค้งสวัสดีอย่างนอบน้อมประหนึ่งเจอกรรมการสอบสัมภาษณ์ทุนนักเรียนทุนพระราชทาน"สวัสดีครับปะป๊า วันนี้ผมมารับน้องไป...""ไปไหน?" ปะป๊าอคิณขัดขึ้นทันควัน สายตาคมกริบจ้องสแกนตั้งแต่หัวจรดเท้า "ใส่เสื้อคอกว้างไปไหมเจ้าเหนือ แล้วนั่นจะพาลูกสาวฉันไปไหน กลับกี่โมง?""ไปกินข้าวแล้วก็ดูหนังครับปะป๊า สัญญาว่าจะพาน้องกลับมาส่งก่อนหกโมงเย็นครับ" พี่เหนือยิ้มแห้ง ยืดตัวตรงเป๊ะ ๆ"หกโมงเย็น? แดดร่มลมตกพอดี...ห้าโมงครึ่งก็แล้วกัน เลทไปนาทีเดียวฉันเปลี่ยนลูกกุญแจรั้วบ้านนะ" ปะป๊าพูดเสียงเรียบพลางฉีดน้ำใส่ต้นไม้ แต่สายตาไม่ห่างจากว่าที่ลูกเขยเลยแม้แต่น้อย"พี่อคิณคะ! หยุดขู่ลูกได้แล้วค่ะ" เสียงหม่ามี้เมลดังมาจากในบ้าน พร้อมกับถือจานผลไม้เดินออกมา "เหนือลูก เข้ามากินผลไม้ก

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 62 สู่ขอ บทส่งท้าย

    เช้าต่อมา แสงแดดอบอุ่นของเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากผ่านพ้นมรสุมลูกใหญ่ หลังจากแพทย์ตรวจเช็กอาการอย่างละเอียดและอนุญาตให้พี่เหนือออกจากโรงพยาบาลได้ เขาก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว พอตกบ่าย ครอบครัวของพี่เหนือก็เดินทางมาถึงบ้านของฉันในสภาพที่เพียบพร้อมไปด้วยขันหมากและผู้ใหญ่ เพื่อทำพิธีสู่ขอฉันจากปะป๊าอคิณและหม่ามี้เมลอย่างเป็นทางการ ตอนนี้บรรยากาศในห้องรับแขกเต็มไปด้วยความชื่นมื่น... ทว่าจะติดก็ตรงที่คุณพ่อตาที่นั่งกอดอก หน้าตึงอยู่ฝั่งตรงข้ามขบวนขันหมากนี่แหละ "พี่อคิณคะ ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยค่ะ ลูกหลานและผู้ใหญ่เขานั่งกันอยู่เต็มห้องเลยนะ" หม่ามี้เมลแอบเอ็ดปะป๊าเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหลังแขนสามีให้ใจเย็นลง "ก็พี่ยังทำใจไม่ได้นี่เมล... ดูเหนือสิ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาแท้ๆ ไข้ยังไม่ทันหายดี ก็รีบหอบขันหมากมาสู่ลูกสาวเราทันทีเลย มันน่าตีนัก" ปะป๊าอคิณบ่นอุบอิบเสียงเบา ทว่าแววตากลับสั่นไหวด้วยความรักและหวงลูกสาวคนเดียวสุดหัวใจ ด้านพี่เหนือที่นั่งอยู่เคียงข้างฉัน ค่อยๆ ขยับตัวลงจากโซฟาลงไปคุกเข่ากับพ

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 61 ว่าจะไปหมั้น

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันนั่งฟังพี่เหนือสาธยายยาวเหยียดจนตาคู่เดิมเริ่มปรือ ๆ นั่งสัปหงกหัวสั่นหัวคลอนพยักหน้ารับหงึก ๆ ไม่รู้ตั้งกี่รอบ แต่เหตุผลที่พอจับใจความได้...เหตุผลมันก็พอเข้าใจได้อยู่หรอก หายโกรธก็ได้ “ฟังพี่อธิบายจนจะหลับคาอกเลยเหรอ... ยัยตัวแสบดื้อตาใส” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของพี่เหนือดังชิดใบหู ช็ทำเอาอาการง่วงของฉันหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะมารู้ตัวอีกทีข้อมือเรียวสวยก็โดนกระชากเบา ๆ จนร่างบางของฉันถลาร่วงลงไปนอนแหะแมะทับอยู่บนแผงอกกำยำเปลือยเปล่าท่อนบนที่ร้อนฉ่าด้วยพิษไข้ “อ๊ะ! พี่เหนือ ปล่อยหนูเลยนะ คนบ้า...ไหนบอกป่วยไง ทำไมแรงเยอะนักล่ะ!” ฉันดิ้นขลุกขลักอย่างลนลานตื่นตูม แล้วสบตาคู่คมกริบที่จ้องมอง แล้วล็อกตัวฉันเอาไว้แน่น “หนูเข้าใจเหตุผลแล้ว...ก็แสดงว่าหายโกรธพี่แล้วใช่ไหม ปล่อยให้พี่ยืนตากฝนจนเป็นลมตั้งหกวันเต็ม ๆ คืนนี้ต้องโดนเช็กบิลทบต้นทบดอกประชดรักโทษฐานหนีผัวไปอเมริกานะครับ!” “อื้อออ พี่เหนือ! ปล่อยผักกาดก่อนค่ะ นี่มันโรงพยาบาลนะคะ ไม่ได้นะ!” ฉันประท้วงลั่นดิ้นหนีอย่างลนลาน พยายามจะสับขาหลอกดิ้นรนหนีออกจากแผงอกขาว ทว่าลำแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กกลั

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 60 ฟังนะ

    ไม่นานนัก เสียงไซเรนรถฉุกเฉินก็ดังก้องฝ่าสายฝน ก่อนจะพาตัวพี่เหนือมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลด่วนที่สุด ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน ขณะเดียวกันฉันกำลังจะหมุนตัวกลับไปนอนพักผ่อนบนเตียงใหญ่ จู่ ๆ แม่บ้านก็วิ่งหน้าตั้งขึ้นมาเรียกฉัน บอกว่าหม่ามี้เรียกให้ลงไปคุยด่วน พอเดินลงมาข้างล่างบ้านใหญ่ ฉันก็เห็นหม่ามี้พร้อมกันกับปะป๊าอคิณที่นั่งเคียงคู่กันอยู่บนโซฟาหรู วินาทีนั้นแววตาของหม่ามี้ฉายประกายรู้ทันสามีสุด ๆ “ผักกาด มานั่งนี่มาลูก” หม่ามี้เอ่ยเสียงนุ่ม แต่ยังไม่เปิดประเด็น “ค่ะ...” ฉันพยักหน้าหงึก ๆ พลางก้าวขาเรียวเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามของปะป๊ากับหม่ามี้ จากนั้นหม่ามี้ก็หันไปพูดกับปะป๊าอคิณด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลัง “เรื่องที่เหนือยืนอยู่หน้าบ้านหลายวันเป็นความคิดของพี่ใช่ไหมคะพี่อคิณ... เมลรู้ทันพี่หมดนะ” ขณะนั้นปะป๊าอคิณเสือร้ายรุ่นใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลถึงกับก้มหน้าหลบสายตาผู้เป็นภรรยาสุดที่รัก หลบแบบนี้แสดงว่าใช่เต็ม ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ และหม่ามี้ก็พูดต่อ “ยืน...เพื่อแลกกับการได้คุยกับลูกสาวเราใช่ไหมคะ” หม่ามี้เอ่ยถามย้ำจี้ใจดำ แถมกอดอกมองตรงไปที่สามีเพื่อเค

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 59 จะเอาไง

    ณ บ้านตระกูลเตโชพัฒน์ เมื่อฉันก้าวขาลงจากรถแล้วรีบเดินฝ่าละอองฝนเข้ามาในบ้าน โดยไม่ยอมหันไปมองเจ้าของร่างสูงที่ยืนตากฝนอยู่ตรงหน้าบ้านเลยสักนิด พอก้าวเข้ามาในห้องโถงกลางบ้านใหญ่ ภาพตรงหน้าก็ทำเอาฉันทำตัวไม่ถูกเพราะปะป๊าอคิณนั่งหน้าขรึมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อยู่บนโซฟาหรู แถมแววตาคมดุจับจ้องมาที่ฉันด้วยความเด็ดเดี่ยว ท่าทางเหมือนเสือรุ่นใหญ่ที่กำลังสะกดกลั้นอารมณ์ ส่วนหม่ามี้ก็มีแม่บ้านคอยประคองพยุงมานั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ กันด้วยสีหน้าท่าทางเป็นกังวล ไม่รอช้าปะป๊าก็เปิดประเด็นขึ้นมา “ผักกาด... ปะป๊ารู้เรื่องหมดแล้วนะ ความจริงจากปากเหนือที่ยืนอยู่หน้าบ้านน่ะ” คำพูดของปะป๊าทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก เบิกตาโพลง และยิ่งเห็นสายตาผิดหวังระคนเป็นห่วงของปะป๊า ความน้อยใจและน้ำตาที่อัดอั้นมาข้ามวันข้ามคืนก็พุ่งริ้วจนขอบตาร้อนผ่าว “ปะป๊า... ผักกาดขอโทษค่ะ” ฉันก้มหน้าลงพึมพำเสียงสั่นระริก ยอมเอ่ยปากขอโทษปะป๊าด้วยความรู้สึกผิด ที่ชิงสุกก่อนห่าม “ปะป๊าไม่โกรธหนูหรอก...แต่ปะป๊าไม่ชอบไอ้คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ ยืนมาหกวันละ ไม่ยอมไปไหนสักที!” คำเฉลยของปะป๊า ทำเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status