Share

บทที่ 8 ไปส่งคอนโด

last update Tanggal publikasi: 2026-08-15 18:57:02

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

จากที่กะว่าจะมานั่งชาร์จพลังใจสวย ๆ ตอนนี้ฉันกลับมานั่งตาปรือ สัปหงกหัวสั่นหัวคลอนอยู่บนโซฟาหรูด้านนอกห้องทำงานของปะป๊าอคิณแทนซะงั้น

ก็คนมันยังไม่ชินกับการต้องตื่นแต่เช้าตรู่มาทำงานนี่นา พลังงานของยัยผักกาดในวันแรกมันหมดหลอดไปตั้งแต่เจอศึกหนักเมื่อกลางวันแล้วล่ะค่ะ

ครืดดด~

ทันใดนั้นเอง เสียงบานประตูไม้สักทองบานยักษ์ของห้องทำงานปะป๊าก็ถูกเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่สองร่างที่ก้าวเท้าเดินเคียงคู่กันออกมา

“หืมมม... ผักกาด ทำไมยังไม่กลับบ้านล่ะลูก?”

ปะป๊าอคิณขมวดคิ้วทักขึ้นทันทีที่เห็นลูกสาวคนสวยนั่งคอพับคออ่อนอยู่บนโซฟา แววตาของปะป๊าเต็มไปด้วยความเอ็นดูระคนเป็นห่วง

“พรุ่งนี้ต้องไปฝึกงานอีกไม่ใช่เหรอครับ ทำไมไม่รีบกลับไปนอนพักผ่อนล่ะลูก”

ฉันสะดุ้งตื่นพยุกลุกขึ้นขยี้ตาเบา ๆ ก่อนจะรีบวิ่งดุ่ย ๆ เข้าไปเกาะแขนปะป๊าแล้วส่งสายตาอ้อนวอนช้อนขึ้นมองตาปริบ ๆ

“หนูรอกลับพร้อมปะป๊านี่นา... พอดีเมื่อกี้หนูบอกให้พี่คนขับรถของที่บ้านขับกลับไปดูแลหม่ามี้แล้วค่ะ ปะป๊าไปส่งหนูที่คอนโดหน่อยน้าาา... น้าคะปะป๊า”

ฉันแกล้งทำเสียงสองเสียงสามออดอ้อนเต็มที่ เพราะขืนให้ตุนสังขารไปขึ้นรถไฟฟ้าตอนนี้มีหวังยัยผักกาดได้หลับยาววาร์ปไปถึงสถานีปลายทางแน่ ๆ

ปะป๊าอคิณทำสีหน้าลำบากใจขึ้นมาทันที มือหนาลูบหัวฉันเบา ๆ อย่างรักใคร่

“ปะป๊ามีเคลียร์เอกสารบอร์ดงบประมาณต่ออีกแป๊บน่ะสิลูก... เอาอย่างนี้ไหม เดี๋ยวปะป๊าให้เลขาของปะป๊าขับรถของปะป๊าไปส่งหนูที่คอนโดก่อน ดีไหมครับ?”

ทว่า... ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พยักหน้ารับคำ เสียงทุ้มต่ำราบเรียบอันคุ้นเคยของคนที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ ก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศทันควัน

“งั้น... ผมไปส่งน้องให้ก็ได้ครับคุณลุงอคิณ พอดีผมกำลังจะกลับทางนั้นอยู่พอดี”

เฮือก...!!!

วินาทีนั้น ตาของฉันที่เคยปรือ ๆ เพราะความง่วงถึงกับเบิกตากว้างตื่นเต็มตาในทันที! ฉันหันขวับไปมองพี่เหนือที่กำลังยืนส่งยิ้มสุภาพ

และท่าทางเป็นสุภาพบุรุษแสนดีต่อหน้าปะป๊าของฉันอย่างเหลือเชื่อ

โอ้มายก็อดด นี่มันหนีเสือปะจระเข้ชัด ๆ ใครจะอยากนั่งรถไปกับคนที่เพิ่งด่าตัวเองว่าเป็น ยัยโรคจิตกันสองต่อสองกันล่ะคะ!

ปะป๊าขา... อย่าตอบตกลงเด็ดขาดนะปะป๊า! ฉันได้แต่ส่งกระแสจิตกรีดร้องและส่งสายตาเบรกปะป๊าสุดชีวิตล่วงหน้า

“ปะป๊าคะ คือหนู...”

ฉันรีบอ้าปากประท้วง ละล่ำละลักพยายามจะหาทางปฏิเสธสุดชีวิต มือบางเขย่าแขนเสื้อสูทของปะป๊าอคิณรัว ๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสุดยอด

แต่ทว่า ปะป๊าผู้คลั่งรักภรรยาที่กำลังพะวักพะวนอยากรีบเคลียร์งานกลับไปหาหม่ามี้เมลดาที่บ้าน กลับไม่ได้สบตาฉันเลยสักนิด แถมยังหันไปพยักหน้ายิ้มแย้มให้ไอ้เสือร้ายในคราบสุภาพบุรุษตรงหน้าอย่างราบรื่นซะอย่างนั้น

“โอเค... ฝากลูกสาวลุงด้วยนะเหนือ รบกวนด้วยนะลูก”

เพล้ง...!

เสียงความหวังของยัยผักกาดแตกละเอียดเป็นชิ้น ๆ

“ยินดีครับคุณลุงอคิณ วางใจได้เลยครับ”

พี่เหนือรับคำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน ท่าทางนอบน้อมสุภาพเป็นสุภาพบุรุษดีเด่นแห่งปีจนปะป๊าอคิณยิ้มพอใจ ก่อนที่เขาจะตวัดสายตาคมกริบลงมามองฉันที่ยืนตัวแข็งทื่อ

พร้อมกับมุมปากหนากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ดวงตาทอประกายล้อเลียนอย่างผู้ชนะ

“ป่ะ... ไปกันเดี๋ยวนี้เลยไหมครับ น้องผักกาด ดึกกว่านี้เดี๋ยวจะง่วงจนสัปหงกไปซะก่อน”

ฉันได้แต่ยืนอ้าปากค้าง มองปะป๊าอคิณที่หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว สลับกับมองท่านประธานบริหารสุดโหดที่ตอนนี้กอดอกเลิกคิ้วมองฉันอย่างกวนประสาท

ฮือออ... ปะป๊าขา! ปะป๊าจะปล่อยให้หนูเดินเข้าถ้ำเสือไปกับคนที่เพิ่งด่าหนูว่าเป็นยัยโรคจิตแอบดูผู้ชายในห้องน้ำชายสองต่อสองแบบนี้ไม่ได้นะคะ

ฉันได้แต่ร่ำร้องประท้วงอยู่ในใจอย่างไร้ทางสู้

สุดท้ายท้ายสุด ฉันก็จำยอมเดินก้มหน้าก้มตาตามหลังแผ่นหลังกว้างของพี่เหนือต้อย ๆ ราวกับนักโทษที่กำลังถูกคุมตัวไปขึ้นศาล

ในหัวเอาแต่คิดกังวลฟุ้งซ่านจนไม่ได้มองทางข้างหน้าเลยสักนิด และแล้ว...

ปึก!

“โอ๊ย!”

จมูกรั้น ๆ ของฉันพุ่งชนเข้ากับแผ่นหลังหนาแกร่งของพี่เหนือเข้าอย่างจังจนหน้าหงาย ความเจ็บจี๊ดแล่นริ้วขึ้นมาจนน้ำตาเล็ด

ฉันรีบยกมือขึ้นกุมจมูกตัวเองพลางลูบป้อย ๆ ด้วยความเจ็บระคนโมหะ เลิกคิ้วมองคนตัวสูงที่จู่ ๆ ก็หยุดเดินกะทันหันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ถึงรถแล้ว... ยัยโรคจิต เดินก็ยังไม่ระวังอีก เจ็บมากไหมน่ะ?”

พี่เหนือหมุนตัวกลับมามอง น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบดูอ่อนลงแฝงกระแสความเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด

ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้พลาดยื่นมือหนาหมายจะจับคางฉันให้เชิดขึ้นเพื่อตรวจดูว่าดั้งจมูกเบี้ยวหรือมีเลือดกำเดาไหลซึมออกมาบ้างหรือเปล่า

ฟึบ!

ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาเกือบจะแตะโดนผิวแก้ม ฉันก็เบี่ยงตัวหลบหนีสัมผัสของเขาโดยอัตโนมัติทันทีตามสัญชาตญาณ สองขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อสร้างระยะห่าง สายตาเรียบนิ่งสบมองเขาอย่างจริงจัง

‘ไม่ได้ ๆ ยัยผักกาด! แกจะใจอ่อนเพลี่ยงพล้ำให้กับความอ่อนโยนจอมปลอมของเขาอีกไม่ได้เด็ดขาด!’

ฉันเตือนสติตัวเองในใจอย่างเด็ดเดี่ยว

เพราะภาพผู้หญิงที่ชื่อจัสมินและความสัมพันธ์ลับ ๆ ในห้องทำงานสายตานั้นมันลอยเด่นขึ้นมาตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย

ในเมื่อเขามีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว และในเมื่อเขามองฉันเป็นแค่เด็กซุ่มซ่ามแฝงพฤติกรรมโรคจิต ฉันก็ควรจะตื่นจากความฝันลม ๆ แล้ง ๆ นี้เสียที รักแรกอันแสนหวานในวัยเด็กมันจบลงแล้ว

และนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันจะตัดใจจากพี่เหนืออย่างเด็ดขาด จะไม่มีวันเอาหัวใจไปผูกไว้กับผู้ชายใจร้ายคนนี้อีกต่อไปแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   ตอนพิเศษ 2

    หลังจากผ่านด่านหมั้นหมายมาได้หลายเดือน ในที่สุดระยะเวลาทำใจของปะป๊าอคิณก็สิ้นสุดลง ด้วยการเกลี้ยกล่อมแบบ 24 ชั่วโมงของหม่ามี้เมล จนกำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ และวันนี้ก็ถึงคิวของภารกิจสำคัญ...การลองชุดเจ้าสาวและเจ้าบ่าว ณ ร้านตัดชุดแต่งงานระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง พี่เหนือนั่งเกร็งอยู่บนโซฟาหลุยส์สวมชุดสูทเจ้าบ่าวสีสากลตัดเย็บอย่างประณีต เขายืนส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยอยู่หลายรอบ พลางชะเง้อมองไปทางม่านห้องลองเสื้อของฉันด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ "หล่อใช้ได้นี่เจ้าเหนือ" เสียงปะป๊าอคิณดังขึ้นจากโซฟาข้าง ๆ ปะป๊านั่งจิบกาแฟดำสวมชุดสวมสบาย แต่สายตากลับจ้องมองว่าที่ลูกเขยแบบไม่วางตา "ขอบคุณครับปะป๊า...แต่ผมว่าชุดนี้น่าจะดูทางการไปหน่อยไหมครับ?" พี่เหนือเกาหัวยิ้ม ๆ "ไม่หรอก สมฐานะดี" ปะป๊าวางแก้วกาแฟลง แล้วลูบคางเบาๆ "แต่สำคัญที่สุดคือ... ชุดลูกสาวฉันต่างหาก ฉันกำชับช่างไว้แล้วว่า ห้ามให้เว้าหน้า ห้ามให้แหวกหลัง ห้ามให้สั้นเกินไป และที่สำคัญที่สุด...ห้ามซีทรูเด็ดขาด!" พี่เหนือหลุดขำเบาๆ "ปะป๊าครับ นี่ชุดเจ้าสาวนะครับ ไม่ใช่ชุดแม่ชี" "เจ้าเหนือ แกอยากลองดีกับฉันเหรอ"

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   ตอนพิเศษ 1

    ชีวิตหลังพิธีหมั้นหมายผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ถ้าไม่นับรวมเรื่องที่ปะป๊าอคิณตั้งกฎเหล็กขึ้นมาสิบแปดข้อสำหรับว่าที่ลูกเขยวันนี้เป็นวันหยุด พี่เหนือขับรถมารับฉันที่บ้านตามปกติเพื่อจะพาไปเดต แต่ยังไม่ทันที่รถจะจอดนิ่งสนิท ร่างสูงโปร่งของคุณพ่อสุดที่รักก็เดินถือสายยางรดน้ำต้นไม้มาหยุดยืนจ้องหน้าประตูรถทันทีพี่เหนือรีบกุลีกุจอลงจากรถ โค้งสวัสดีอย่างนอบน้อมประหนึ่งเจอกรรมการสอบสัมภาษณ์ทุนนักเรียนทุนพระราชทาน"สวัสดีครับปะป๊า วันนี้ผมมารับน้องไป...""ไปไหน?" ปะป๊าอคิณขัดขึ้นทันควัน สายตาคมกริบจ้องสแกนตั้งแต่หัวจรดเท้า "ใส่เสื้อคอกว้างไปไหมเจ้าเหนือ แล้วนั่นจะพาลูกสาวฉันไปไหน กลับกี่โมง?""ไปกินข้าวแล้วก็ดูหนังครับปะป๊า สัญญาว่าจะพาน้องกลับมาส่งก่อนหกโมงเย็นครับ" พี่เหนือยิ้มแห้ง ยืดตัวตรงเป๊ะ ๆ"หกโมงเย็น? แดดร่มลมตกพอดี...ห้าโมงครึ่งก็แล้วกัน เลทไปนาทีเดียวฉันเปลี่ยนลูกกุญแจรั้วบ้านนะ" ปะป๊าพูดเสียงเรียบพลางฉีดน้ำใส่ต้นไม้ แต่สายตาไม่ห่างจากว่าที่ลูกเขยเลยแม้แต่น้อย"พี่อคิณคะ! หยุดขู่ลูกได้แล้วค่ะ" เสียงหม่ามี้เมลดังมาจากในบ้าน พร้อมกับถือจานผลไม้เดินออกมา "เหนือลูก เข้ามากินผลไม้ก

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 62 สู่ขอ บทส่งท้าย

    เช้าต่อมา แสงแดดอบอุ่นของเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากผ่านพ้นมรสุมลูกใหญ่ หลังจากแพทย์ตรวจเช็กอาการอย่างละเอียดและอนุญาตให้พี่เหนือออกจากโรงพยาบาลได้ เขาก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว พอตกบ่าย ครอบครัวของพี่เหนือก็เดินทางมาถึงบ้านของฉันในสภาพที่เพียบพร้อมไปด้วยขันหมากและผู้ใหญ่ เพื่อทำพิธีสู่ขอฉันจากปะป๊าอคิณและหม่ามี้เมลอย่างเป็นทางการ ตอนนี้บรรยากาศในห้องรับแขกเต็มไปด้วยความชื่นมื่น... ทว่าจะติดก็ตรงที่คุณพ่อตาที่นั่งกอดอก หน้าตึงอยู่ฝั่งตรงข้ามขบวนขันหมากนี่แหละ "พี่อคิณคะ ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยค่ะ ลูกหลานและผู้ใหญ่เขานั่งกันอยู่เต็มห้องเลยนะ" หม่ามี้เมลแอบเอ็ดปะป๊าเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหลังแขนสามีให้ใจเย็นลง "ก็พี่ยังทำใจไม่ได้นี่เมล... ดูเหนือสิ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาแท้ๆ ไข้ยังไม่ทันหายดี ก็รีบหอบขันหมากมาสู่ลูกสาวเราทันทีเลย มันน่าตีนัก" ปะป๊าอคิณบ่นอุบอิบเสียงเบา ทว่าแววตากลับสั่นไหวด้วยความรักและหวงลูกสาวคนเดียวสุดหัวใจ ด้านพี่เหนือที่นั่งอยู่เคียงข้างฉัน ค่อยๆ ขยับตัวลงจากโซฟาลงไปคุกเข่ากับพ

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 61 ว่าจะไปหมั้น

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันนั่งฟังพี่เหนือสาธยายยาวเหยียดจนตาคู่เดิมเริ่มปรือ ๆ นั่งสัปหงกหัวสั่นหัวคลอนพยักหน้ารับหงึก ๆ ไม่รู้ตั้งกี่รอบ แต่เหตุผลที่พอจับใจความได้...เหตุผลมันก็พอเข้าใจได้อยู่หรอก หายโกรธก็ได้ “ฟังพี่อธิบายจนจะหลับคาอกเลยเหรอ... ยัยตัวแสบดื้อตาใส” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของพี่เหนือดังชิดใบหู ช็ทำเอาอาการง่วงของฉันหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะมารู้ตัวอีกทีข้อมือเรียวสวยก็โดนกระชากเบา ๆ จนร่างบางของฉันถลาร่วงลงไปนอนแหะแมะทับอยู่บนแผงอกกำยำเปลือยเปล่าท่อนบนที่ร้อนฉ่าด้วยพิษไข้ “อ๊ะ! พี่เหนือ ปล่อยหนูเลยนะ คนบ้า...ไหนบอกป่วยไง ทำไมแรงเยอะนักล่ะ!” ฉันดิ้นขลุกขลักอย่างลนลานตื่นตูม แล้วสบตาคู่คมกริบที่จ้องมอง แล้วล็อกตัวฉันเอาไว้แน่น “หนูเข้าใจเหตุผลแล้ว...ก็แสดงว่าหายโกรธพี่แล้วใช่ไหม ปล่อยให้พี่ยืนตากฝนจนเป็นลมตั้งหกวันเต็ม ๆ คืนนี้ต้องโดนเช็กบิลทบต้นทบดอกประชดรักโทษฐานหนีผัวไปอเมริกานะครับ!” “อื้อออ พี่เหนือ! ปล่อยผักกาดก่อนค่ะ นี่มันโรงพยาบาลนะคะ ไม่ได้นะ!” ฉันประท้วงลั่นดิ้นหนีอย่างลนลาน พยายามจะสับขาหลอกดิ้นรนหนีออกจากแผงอกขาว ทว่าลำแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กกลั

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 60 ฟังนะ

    ไม่นานนัก เสียงไซเรนรถฉุกเฉินก็ดังก้องฝ่าสายฝน ก่อนจะพาตัวพี่เหนือมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลด่วนที่สุด ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน ขณะเดียวกันฉันกำลังจะหมุนตัวกลับไปนอนพักผ่อนบนเตียงใหญ่ จู่ ๆ แม่บ้านก็วิ่งหน้าตั้งขึ้นมาเรียกฉัน บอกว่าหม่ามี้เรียกให้ลงไปคุยด่วน พอเดินลงมาข้างล่างบ้านใหญ่ ฉันก็เห็นหม่ามี้พร้อมกันกับปะป๊าอคิณที่นั่งเคียงคู่กันอยู่บนโซฟาหรู วินาทีนั้นแววตาของหม่ามี้ฉายประกายรู้ทันสามีสุด ๆ “ผักกาด มานั่งนี่มาลูก” หม่ามี้เอ่ยเสียงนุ่ม แต่ยังไม่เปิดประเด็น “ค่ะ...” ฉันพยักหน้าหงึก ๆ พลางก้าวขาเรียวเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามของปะป๊ากับหม่ามี้ จากนั้นหม่ามี้ก็หันไปพูดกับปะป๊าอคิณด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลัง “เรื่องที่เหนือยืนอยู่หน้าบ้านหลายวันเป็นความคิดของพี่ใช่ไหมคะพี่อคิณ... เมลรู้ทันพี่หมดนะ” ขณะนั้นปะป๊าอคิณเสือร้ายรุ่นใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลถึงกับก้มหน้าหลบสายตาผู้เป็นภรรยาสุดที่รัก หลบแบบนี้แสดงว่าใช่เต็ม ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ และหม่ามี้ก็พูดต่อ “ยืน...เพื่อแลกกับการได้คุยกับลูกสาวเราใช่ไหมคะ” หม่ามี้เอ่ยถามย้ำจี้ใจดำ แถมกอดอกมองตรงไปที่สามีเพื่อเค

  • เด็กพยศของประธานเหนือ   บทที่ 59 จะเอาไง

    ณ บ้านตระกูลเตโชพัฒน์ เมื่อฉันก้าวขาลงจากรถแล้วรีบเดินฝ่าละอองฝนเข้ามาในบ้าน โดยไม่ยอมหันไปมองเจ้าของร่างสูงที่ยืนตากฝนอยู่ตรงหน้าบ้านเลยสักนิด พอก้าวเข้ามาในห้องโถงกลางบ้านใหญ่ ภาพตรงหน้าก็ทำเอาฉันทำตัวไม่ถูกเพราะปะป๊าอคิณนั่งหน้าขรึมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อยู่บนโซฟาหรู แถมแววตาคมดุจับจ้องมาที่ฉันด้วยความเด็ดเดี่ยว ท่าทางเหมือนเสือรุ่นใหญ่ที่กำลังสะกดกลั้นอารมณ์ ส่วนหม่ามี้ก็มีแม่บ้านคอยประคองพยุงมานั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ กันด้วยสีหน้าท่าทางเป็นกังวล ไม่รอช้าปะป๊าก็เปิดประเด็นขึ้นมา “ผักกาด... ปะป๊ารู้เรื่องหมดแล้วนะ ความจริงจากปากเหนือที่ยืนอยู่หน้าบ้านน่ะ” คำพูดของปะป๊าทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก เบิกตาโพลง และยิ่งเห็นสายตาผิดหวังระคนเป็นห่วงของปะป๊า ความน้อยใจและน้ำตาที่อัดอั้นมาข้ามวันข้ามคืนก็พุ่งริ้วจนขอบตาร้อนผ่าว “ปะป๊า... ผักกาดขอโทษค่ะ” ฉันก้มหน้าลงพึมพำเสียงสั่นระริก ยอมเอ่ยปากขอโทษปะป๊าด้วยความรู้สึกผิด ที่ชิงสุกก่อนห่าม “ปะป๊าไม่โกรธหนูหรอก...แต่ปะป๊าไม่ชอบไอ้คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ ยืนมาหกวันละ ไม่ยอมไปไหนสักที!” คำเฉลยของปะป๊า ทำเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status