LOGIN“แต่งงานกันนะพี่แหวน” มันคือคำทักทายแรกของผมในตอนเช้าเมื่อเจอเธอ แหวนดอกไม้ทำตาโต พลางกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะอุทานออกมาอย่างงๆ“หะ”“หะ เหออะไรเล่า” ผมจับมือเธอมากุมไว้ แล้วก็รูดแหวนที่นิ้วก้อยของตัวเอง สวมเข้าหมับที่นิ้วนางด้านซ้ายของเธอ จะบอกว่าผมรู้ขนาดครับ ก็เคยลองเอาแหวนที่นิ้วนี้ของเธอมาสวมดู มันสวมได้พอดีกับนิ้วก้อยของผม เรียบร้อย ผมจับแหวนดอกไม้ของผมล็อกแล้ว หนีไปไหนไม่ได้แล้ว หึ หึ หึ“อะไรของแทน”เธอขำครับ แล้วก็หน้าแดงไปด้วย พยายามดึงมือจากมือผม แต่เรื่องอะไรผมจะปล่อย ผมจับมือเธอไว้ แล้วมองตาเธอด้วยสายตาที่มุ่งมั่นจริงจังสุดๆ แล้วในชีวิตล่ะ“ผมบอกว่ารักแล้ว พี่แหวนก็เกี่ยงนั่นนี่โน่น กลัวนั่นนี่ ผมก็เลยนอนคิดทั้งคืน เราแต่งงานกันเลยดีกว่า พี่แหวนจะได้เลิกกลัว ดีไหม”“แล้วถ้าแทนเป็นอย่างที่พี่กลัว ใครจะรับผิดชอบ”เธอคงจะแกล้งพูดนั่นแหละครับ แนะๆ กลั้นยิ้มไม่อยู่ล่ะสิ ปลื้มล่ะสิ ผมรู้นะว่าเธอชอบทับทิมสีแดง ผมอุตส่าห์ไปแอบทำไว้ กะจะให้เธอในวันเกิด แต่เอาเป็นแหวนหมั้นเสียเลย“ผมไม่มีทางเป็นแบบนั้น เอาอย่างนี้ ถ้าเกิดว่าผมทิ้งพี่แหวน หรือทำตัวไม่ดีกับพี่แหวน ผมอนุญาตให้พี่แ
ตั้งแต่กลับมาวันนั้น...สิ่งที่ผมมุ่งมั่นตั้งใจไว้เฮ้อ...มันก็พังไปเบาๆ น่ะครับ เพราะการเริ่มต้นค่อนข้างวุ่นวายพอสมควรกับร้านของเรา เราปิดร้านไปนานพอสมควร เรื่องผลไม้อีก อ้อ..ทับถมไปต่อเนื่องด้วยปัญหาภายในของบริษัทของผม จึงทำให้ผมต้องรีบบินกลับไปหาสองเพื่อนซี้เพื่อทำการแก้ปัญหา และยังถูกให้อยู่ต่ออีกนิดหนึ่ง เพราะแม่ของบ็อบเสียชีวิต ผมจึงต้องอยู่ช่วยเหลือเพื่อนรักทางจิตใจ ระหว่างนั้นผมก็ไม่ได้ทิ้งแหวนดอกไม้ให้อยู่คนเดียว ต้องขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่ทำให้ผมติดต่อเธอได้ตลอดเวลาแม้จะอยู่ห่างไกลกันคนล่ะซีกโลกก่อนมาผมจ้างไอ้คม ครับ จะมีใครล่ะที่จะเป็นหูเป็นตา เป็นมือเป็นเท้าให้ผมอย่างดีได้เท่าเพื่อนรักคนไทยคนนี้อีก ให้ช่วยเหลือดูแลแหวนดอกไม้ มันรับคำอย่างเต็มใจเลยล่ะครับ แล้วมันก็ยังขนญาติลูกพี่ลูกน้อง มาช่วยงานในร้านอีกสองคน มันบอกว่าจะได้ผนึกกำลังกัน แนะ...คนอื่นไว้ใจไม่ได้ผมต้องห่างจากเธอมาเกือบสองเดือนแล้วล่ะครับ ผมกะว่ามะรืนนี้จะบินกลับเมืองไทย บอกเธอไว้แล้วด้วยว่าจะขนอะไรไปฝากบ้าง ดูเหมือนเธอจะเหม่อๆ แปลกๆ พิกลระยะหลังนี่ เอ...แต่เดี๋ยวผมก็รู้ครับว่าทำไมผมคิดเล่นๆ ว่าถ้าระบบร้าน
เราตกลงมาเที่ยวเหนือกันครับ ขับรถมากันเรื่อยๆ ค่ำไหนก็นอนนั่น ดูสถานที่ชิลๆ น่าเที่ยวจากคู่มือท่องเที่ยวบ้าง เฟซบุ๊กบ้าง ก็สนุกดีนะครับ เราเที่ยวกันจริงจังสามจังหวัด คือลำปาง แพร่ และน่าน ผมมีความสุขที่ได้เห็นเธอเริ่มยิ้มกว้าง ยิ้มวิบวับบ่อยขึ้น เราชิมอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ มีบางอย่างที่ผมชอบมาก คือไส้อั่ว กับน้ำพริกอ่อง ชอบขนาดขอสูตรจากร้านที่ไปนั่งกินกันเลยล่ะครับ แถมเขาก็ใจดีไม่หวง ชวนผมทำด้วยซ้ำ อาจจะเพราะคุกกี้สูตรของย่า ที่แหวนดอกไม้เอาติดตัวมาแล้วให้ป้าแกชิมก็เป็นได้ จึงเกิดการแลกสูตรลับกันเกิดขึ้น มีความสุขกันไปทั้งสองฝ่ายเลยทีเดียวเรากะว่าทัวร์นี้จะจบลงที่จังหวัดน่านครับ แล้วเราจะกลับไปที่นครปฐม เริ่มเปิดร้าน ขายผลไม้ของพวกเราเสียที คืนนี้เรานอนโฮมสเตย์ครับ เจ้าของบ้านพาเราไปทำกิจกรรมมาทั้งวันอย่างสนุกสนาน ตบท้ายด้วยอาหารพื้นเมือง ที่ผมกินไปร้องโอมายก็อดไปด้วยความเผ็ดอย่างน้ำพริกน้ำปู จนเจ้าของบ้านหัวเราะผม มีผักแปลกๆ ให้กินแกล้มกับน้ำพริก ผมเพิ่งรู้ว่ายอดมะม่วงสีออกน้ำตาลอ่อนๆ นี่มันกินได้! อเมซิ่งมาก อร่อยสุดๆ เมื่อเอากินกับลาบหมู ไก่มะแข่น อันหลังนี่เด็ดจริงๆ รสชาต
จะให้ผมเล่าถึงเรื่องไอ้แบงค์น่ะหรือครับ ขยับเข้ามาใกล้ๆ สิครับ ใกล้อีกนิด...ขอผมระงับอารมณ์นิดหนึ่งน่ะครับเอาล่ะ...พร้อม...ไอ้คมเล่าว่า ที่มหาวิทยาลัยที่ไอ้แบงค์สอน เรื่องที่ไอ้แบงค์รับปรับเกรดนักศึกษา จากทั้งตัว ทั้งเงิน เหอๆ เป็นเรื่องจริงน่ะสิครับ แล้วเรื่องก็แดงโร่ ตอนที่มีนิสิตคนหนึ่ง ปรับเกรดกับมันทุกเทอมจนท้อง...แล้วมันก็ให้เค้าไปทำแท้ง ความแตกตรงที่ว่านิสิตคนนั้นตกเลือด และพ่อแม่เค้าไม่ยอม จะเอาเรื่องมัน ก็สมควรล่ะไอ้เลว! ต่อหน้าทำเป็นคนดีนักนี่ เขาเรียกร้องค่าเสียหายจากมันเป็นจำนวนเงินก้อนโต ถึงล้านบาทครับแล้วเงินก้อนโตที่ว่าน่ะ มันเสือกมาหลอกเอาจากแหวนดอกไม้นี่สิเรื่องปิดไม่มิด ตรงนิสิตคนนั้นที่ตอนแรกนึกว่ามันจะรักเค้าจริง แต่พอรู้ว่ามันมีแฟนออกหน้าออกตาคือแหวนดอกไม้ และเที่ยวปรับเกรดไปทั่ว นั่นแหละครับ นางจึงเอาทุกอย่างมาแฉเรื่องนี้ลือลั่นสนั่นมาก เกือบๆ จะได้ลงเป็นเนตไอดอลกัน แต่พ่อแม่ของนิสิตสาวหน้าบาง จับลูกสาวล้างน้ำใส่ตะกร้า ใช่ไหม? ผมจำไม่ค่อยได้กับคำเปรียบเปรยแบบนี้ หรือใส่ตะกร้าล้างน้ำอะไรสักอย่างนี่ล่ะ เลยมีข่าวกันแค่ในมหาวิทยาลัย หลุดๆ ออกมาเป็นท
หลังงานทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ผมกับแหวนดอกไม้ไปส่งย่าและป้าเอ็มที่สนามบินเสร็จเรียบร้อย เคลียร์เรื่องทุกอย่าง เช่นค่าใช้จ่ายงานของพ่อและแม่เรา พ่อของผมมีพินัยกรรมด้วยครับผมเพิ่งรู้ และพินัยกรรมของพ่อทำให้ย่าและป้าเอ็มถึงกับยิ้มไปตามๆ กันพ่อให้อสังหาริมทรัพย์กับย่า และ ป้าเอ็ม รวมถึงเงินรองรังจำนวนหนึ่ง ผมก็ได้เงินและหุ้นของพ่อ คุณบุษก็ได้สิทธิ์ในหุ้นและเงินของพ่ออีกส่วนหนึ่ง ซึ่งมันก็ตกเป็นของแหวนดอกไม้ไปโดยปริยายเพราะเธอเสียชีวิตลงแล้ว ส่วนของคุณบุษ...ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะน่ารักขนาดมีทำประกันชีวิตไว้โดยมีผมเป็นผู้รับผลประโยชน์ ในกรมธรรม์ฉบับหนึ่ง เหมือนเธอจะรู้ชะตากรรมล่วงหน้าของตนเองหรือเปล่าหนอ...ผมอดคิดในใจไม่ได้ เพราะที่เธอยกให้ผมนั้นคือประกันชีวิตที่เพิ่งจะส่งเบี้ยประกันได้ไม่ถึงปีจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ เรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ผมก็ต้องจัดการเรื่องต่อไปล่ะครับนั่นก็คือเรื่องของบุคคลที่ทุกคนต่างฝากฝังเธอไว้กับผม แหวนดอกไม้เธอดูอ่อนแอและบอบบางในสายตาใครต่อใคร ญาติๆ ของเธอ แม้กระทั่งญาติของผม ก็บอกให้ผมอย่าทิ้งเธอ ให้อยู่เป็นเพื่อนเธอจนกว่าเธอจะตั้งหลักทำใจได้ การสูญเสียแ
สองปีผ่านไปครับ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้กลับไปหาครอบครัวอย่างที่ตั้งใจไว้ เฮ้อ...รักแรกของผม รักที่แท้จริงและจริงจังตอนอายุสิบแปด ไฉนมันถึงฝังลึกยาวนานนักก็ไม่รู้สิครับผมมาอยู่ที่แอลเอ กับบ็อบ และโทมัส สองเพื่อนซี้คู่หูทำเกมของผม เราเปิดบริษัทครับตอนนี้ บริหารงานกันเป็นเรื่องเป็นราวตามแบบของเรา ถือได้ว่าเป็นนิวเจนที่ประสบผลสำเร็จกันตั้งแต่อายุยังน้อย ความสำเร็จทำให้พวกเราเหลิงกันนิดๆ แต่ไม่ถึงขั้นจะเตลิดอะไรกันมาก ผม...อาจจะเพราะเป็นคนมีปมที่มีพ่อเป็นคนดัง เลยค่อนข้างจะปิดตัวเอง ใช้ชีวิตแบบอาร์ตๆ ประหลาดๆ (มีคนว่าแบบนั้นนะ) ผมซื้ออพาร์ทเม้นท์ขนาดกลาง เลี้ยงสัตว์เลี้ยงคือปลาทองคู่หนึ่ง ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เดตบ้างอะไรบ้างตามประสาหนุ่มโสด ยังไม่คิดจะจริงจังกับใคร...ก็ใจมันยังไม่ปิ๊งนี่ครับ ผมยังไม่ลืม...เธอคนนั้นได้สักทีบ็อบเองก็มีครอบครัวที่ต้องดูแล เงินที่ได้มาถึงขั้นระดับเศรษฐีย่อยๆ ของเขาส่วนหนึ่งกลายเป็นค่ารักษาน้องสาวคนเดียวที่ป่วยหนัก แบมบูน้องสาวของเขาเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง แม่ของเขาเป็นโรคซึมเศร้า ยายเป็นโรคอัลไซเมอร์ ส่วนพ่อของเขานั้น...อย่าไปพูดถึงดีกว่านะครับ เป็น







