Se connecterกินเด็กเค้าว่าเป็นอมตะ แล้วถ้าเด็กอยากกินผู้ใหญ่ล่ะ จะกลายเป็นอมตะไหม? ความรักครั้งนี้ระหว่างหนุ่มแทนไทที่เด็กกว่าและสาวแหวนดอกไม้ที่อายุมากกว่า จะเป็นอย่างไรนะ เมื่อเด็กอยากจะขม้ำผู้ใหญ่ตัวเล็ก ผู้ชายคนไหนๆ บนโลกนี้ก็ไม่ดีสำหรับพี่หรอกครับ ยกเว้นผม เมื่อรักผมจึงต้องอ่อย ผมไม่ถอย และผมต้องรุก! เด็กกว่าแล้วไง? แต่รักของผมไม่แพ้ใครนะครับพี่แหวน
Voir plusผมกำลังนั่งมองเธอร้องไห้...เธอร้องไห้อีกแล้ว
มันไม่น่ากลับมาเลยจริงๆ
ไอ้ผู้ชายเหี้ยๆ นั่น
ไหล่บอบบางไหวระริก ตัวเธอเล็กเหมือนที่ผมเคยจำได้ ผมอุตส่าห์หนีหัวใจตัวเองไปไกลถึงไหนต่อไหน ก็เพราะเผลอไปกอดเธอหนนั้นนั่นล่ะ
หัวใจของผม...
มันเป็นของเธอ
ผู้หญิงที่แก่กว่าผมเกือบหกปี
ผู้หญิงที่มีศักดิ์เป็นพี่สาวของผม
ใช่...
เธอเป็นพี่สาวของผม
เธอไม่ใช่พี่สาวผมจริงๆ เสียหน่อย!
ความเป็นจริงตอกย้ำ ความจริง ที่ไม่ต้องมาอ้างอิงศีลธรรมความถูกต้อง ไม่ต้องมาอ้างถึงความรู้สึกอะไรของใคร มันแค่ความรู้สึกของผม ก็พอไม่ใช่หรือครับ?
ใช่...
สิ่งที่ผมควรจะทำ
“พี่แหวน มานี่”
ผมดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน แหวนดอกไม้ตกใจเล็กน้อยที่ผมทำแบบนั้นกับเธอ ตอนแรกเธอตัวแข็ง แต่แล้วเธอก็อ่อนโอน ร้องไห้กับอกของผม
เธอตัวเล็กเหลือเกิน ยิ่งผมกอดไว้แน่นแบบนี้
ตัวเล็กน่าถนอม
และผมจะไม่มีวันยอมให้เธอพลัดจากอ้อมกอดของผมไปหาใครอีกเด็ดขาด!
ผมตัดสินใจแล้ว
ผมจะรุกเธอ!!
กว่าจะมาถึงบทนำ...
วันนี้เป็นวันแรกที่ผมจะมีครอบครัวพร้อมหน้า...อืม...ก็ตามนั้นล่ะครับ พ่อของผมเป็นหนุ่มร้าย เพลย์บอยตัวยงนี่นา ความหล่อเหลาแถมด้วยพกมาด้วยหน้าที่การงาน และทรัพย์สมบัติอีกมหาศาล มันก็พอที่จะทำให้พ่อของผมเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ไม่ซ้ำชื่อ ผมชินกับเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่สามขวบ ก็ตั้งแต่ที่แม่ผมลาโลกไปนั่นแหละครับ พ่อของผมก็...เปลี่ยนผู้หญิงกับพี่เลี้ยงเด็กให้ผมบ่อยพอๆ กัน
ความอบอุ่นคือสิ่งที่ผมโหยหานิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่ได้โหยหามากมายอะไรหรอกครับ ย่าก็มอบให้ผมได้อย่างเต็มที่ บ้านของเราค่อนข้างจะคึกครื้น มีป้าเอ็มม่าที่ไม่ยอมแต่งงานอีกหนึ่งคนนอกจากย่าของผมที่ดูแลผมอย่างใกล้ชิดจนถึงวัยหนุ่ม วัยเข้ารกเข้าพง ผมก็ประคองตัวได้เป็นอย่างดี เพราะคำสั่งสอนและความอบอุ่นจากพวกท่าน
ถามหาพ่อของผมนั่นหรือ ครับ เขาโผล่มาเป็นระยะ มาทีก็มีสาวควงมาที มาทีก็มีเงินก้อนโตโอนเข้าแบงค์ไว้ให้ผม ของเล่น ของสารพัดที่ผมอยากจะได้ ล่าสุดก็มอเตอร์ไซค์ และที่สุดที่ผมอยากได้จากท่านก็คือเวลาอันหลังนี้น้อยครั้งที่ผมจะได้อย่างที่ต้องการ
ท่านใช้เวลากับผมหนสุดท้ายนี่เกือบหกเดือนเลยทีเดียว สองอาทิตย์แรกท่านมีผู้หญิงมาด้วย เจ้าหล่อนเจ้ากี้เจ้าการอยากเป็นแม่ใหม่ของผมมาก มากเสียจริงๆ มากจนพ่อขยาด เจ้าหล่อนเป็นสาวชาวเวียดนาม สเปคของพ่อล่ะครับ
หนุ่มหน้าตาลูกผสมเอเชียอย่างผม ชื่อ แทนไท ย่ากับป้าเอ็มเรียกผมว่าแทมมี่ เพื่อนๆ เรียกผมว่าแทมมี่บ้าง แทนบ้าง แต่ผมชอบชื่อที่แม่ตั้งให้นะ ฟังเหมือนผมเป็นตัวแทนของบ้านเกิดของท่านยังไงล่ะครับ คำว่าแทน ภาษาไทยแปลว่า คืนกลับ ไท ก็ไทยแลนด์ยังไงล่ะครับ แต่จริงๆ แล้วมันแปลว่า แปลว่าอะไรนะ? ไว้ว่างๆ ค่อยหาคนแปลให้ผมก็แล้วกัน
แล้ววันหนึ่งหลังจากหายไปทำงานสามเดือน ท่านก็กลับมาพร้อมกับสาวไทยรูปร่างอ้อนแอ้น สวย...ครับ เธอสวยจริงๆ ทั้งสวยทั้งน่ารัก และประกาศต่อหน้าพวกเราว่า ท่านจะแต่งงาน
โอ...แต่งงาน
คนอย่างพ่อผมนี่นะ?
และยิ่งกว่านั้นท่านจะปักหลัก ทำธุรกิจที่เมืองไทย กับแม่สาวคนนั้น ไม่สิ...หล่อนกลายมาเป็นแม่ใหม่ของผมแล้วตอนนี้ พิธีแต่งงานจะจัดที่ประเทศไทย และผมจะต้องย้ายตามท่านไปด้วย?
หืม?
เกิดอยากจะมาเป็นพ่อที่ดีอะไรในตอนนี้กันนะ
ย่าถามแล้วถามอีกว่าผมจะไปแน่นอนไปชัวร์ไหม ตอนนั้นผมอายุสิบแปดปีเต็มแล้วครับ คิดๆ อยู่ว่าจะเอายังไงดี การไปอยู่กับท่านก็เหมือนไปเที่ยว ก่อนจะตัดสินทางชีวิตให้กับตนเอง การเป็นลูกชายพ่อ ทำให้ผมได้รับมรดกจากพ่อมาหลายอย่าง อย่างแรกคือหน้าตา ไม่ได้อยากจะโอ้อวดเลยจริงๆ ว่าผมเอาส่วนดีของท่านทั้งสองมา มันทำให้ผมมีแมวมอง และเพื่อนของพ่อหลายคน ที่ชวนผมเข้าวงการบันเทิง แต่ผมไม่ชอบมันเลยจริงๆ ตอนนี้เหมือนผมกำลังค้นหาตัวเองมากกว่า ว่าอยากทำอะไร
ผมชอบเล่นเกม
ผมชอบของผมแบบนั้น และมันก็เป็นจ็อบเล็กๆ ที่ผมกำลังหมกมุ่นทำมันอยู่ ผมต้องการพื้นที่ส่วนตัวเงียบๆ และสถานที่ที่แปลกไป ที่อาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผม การอยู่กับย่าและป้าเอ็ม อึกทึกเกินไปสักนิด ความเป็นส่วนตัวน่ะหรือ...ก็ประมาณว่า ผมอาจจะกลับมาจากคลับพร้อมสาวสักคน และเช้าวันนั้นพวกเรายังนอนอยู่กับเตียง ป้าเอ็มหรือย่า สามารถมาเปิดห้อง เก็บทุกอย่างของเราที่เรี่ยราดไว้กับพื้น ไปซัก อบแห้ง แล้วพับให้กับคู่นอนของผมอย่างเรียบร้อย อาหารเช้าวางพร้อมอยู่ตรงเก้าอี้ในห้องนั่นแหละครับ อ้อ...บางทีมีห่มผ้าให้กับพวกเราด้วย...เอ่อ...ประมาณนั้น
ห้องของผมไม่มีล็อก เป็นกฎของป้าเอ็ม ที่เสียหลานชายคนหนึ่งที่เป็นซึมเศร้า ผมลืมเล่าถึงเขาไปได้อย่างไรกันนะ คูส ญาติลูกพี่ลูกน้องของผม เราถูกโยนมาบ้านนี้พร้อมๆ กัน เสียแต่ทว่าความอบอุ่นของครอบครัวฝ่ากำแพงน้ำแข็งของคูสเข้าไปไม่ได้ คูสมักจะเก็บตัวเงียบ และสุดท้ายด้วยการฆ่าตัวตายในวัยเพียงแค่สิบสองปี เราไม่รู้ว่าเขาป่วย...มันช่างน่าเศร้า และนั่นกลายเป็นกฎเหล็ก ข้อที่ว่าบ้านห้ามล็อก ห้ามมีความลับ และห้ามแอบไปเศร้าคนเดียว
ตอนนี้ผมอยากจะแอบ...แอบทำงานคนเดียวน่ะครับ บางทีผมก็ต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง นี่เป็นโอกาสของผมเลยล่ะ
“นายจะได้มีครอบครัว ใช้เวลาของครอบครัวไอ้หนู”
พ่อตบบ่าผม ขณะที่เราสองพ่อลูกนั่งคุยกันอยู่ตามลำพัง ให้ย่าและป้าเอ็มทำการ ‘ดูตัว’ ว่าที่เจ้าสาวของพ่อกันอยู่ในครัว กลิ่นงี้ หอมฟุ้งกันเลย
“เอาจริงๆ ได้ไหมครับพ่อ ว่าทำไมถึงชวนผมไปอยู่ด้วย”
“ก็...นายน่ะ ถึงวัยที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว”
ครับ...พ่อกับผม เราบางทีก็เหมือนเพื่อนกันนั่นล่ะ ถึงใช้สรรพนามคุยกันแบบนี้
“แต่ฉันก็ยังไม่เคยให้เวลากับนายสักเท่าไหร่เลย บอกตรงๆ ว่ารู้สึกผิดที่ปล่อยลูกไว้แบบนี้ โดยไม่ได้ทำหน้าที่พ่อเลย”
“พ่อมาทำอยู่นะครับ” ผมแก้ต่างให้
“ตอนซัมเมอร์นั้น เป็นหนที่นานที่สุดล่ะที่พ่ออยู่กับผม”
“โอ้โห...” พ่อหัวเราะ แล้วยกมือลูบหน้า สีหน้าของเขาสลดลงแวบหนึ่ง อือ...ผมรู้สึกดีแหะที่พ่อรู้สึกแย่บ้างที่ทิ้งผมไว้
“คำพูดของนายทำให้ฉันแบบว่า หงายไปยังกับโดนหมัดน็อก”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับพ่อ แต่ผมอยากรู้จริงๆ ผมว่าไม่ใช่เวลาอะไรที่พ่อจะมาอ้างกับผมหรอก เอาจริงนะ ผมรู้จักพ่อดี”
“เธอคงอยากเห็นพ่อเป็นพ่อ อยากเห็นพ่อมีความรับผิดชอบในฐานะพ่อ”
ผู้หญิงคนนี้ สำหรับผม น่ารักเป็นบ้าแหะ ตอนนี้ เธอใช้มนต์บทไหนกันนะ ถึงได้ร่ายเวทย์ ทำให้เพลย์บอยขั้นเทพทำอะไรได้แบบนี้
“เธอเจอคนไม่ดี ไม่รับผิดชอบมาก่อน เธออายุมากกว่าฉันสามปี แล้วก็มีลูกสาว โตแล้วด้วย อายุมากกว่านายอีก เธอกลัวการแต่งงานมาก แน่นอน แต่ฉันอยากแต่งงานกับเธอนี่หว่า”
“หืม? นั่นอายุมากกว่าพ่อหรือครับนั่น”
“มากกว่าสิ” พ่อหัวเราะร่วน
“เสน่ห์ของสาวเอเชียข้อหนึ่ง เธอจะดูอ่อนเยาว์ตลอดกาลว่ะ ตัวก็เล็กนิดเดียว มันจะทำให้แกรู้สึกเหมือนต้องทะนุถนอมเค้าอยู่ตลอดเวลา”
“อื้อหือ”
“แกจะต้องเจออะไรแบบนี้เองลูกชาย นายถึงจะเข้าใจ”
พ่อตบบ่าผมแล้วถอนใจเฮือก แล้วพร่ำรำพันเกี่ยวกับความรักมากมายในตัวคุณบุษบามาอีกเยอะมากมาย ผมไม่รู้ด้วย ไม่เข้าใจด้วยหรอกครับ ก็ผมไม่ใช่คนที่รู้สึกกับเธอนี่นา
สรุปสุดท้ายแล้ว ผมก็เลยหอบข้าวหอบของตามพ่อไปที่เมืองไทย พ่ออยากให้ผมไปเริ่มเรียนมหาวิทยาลัยที่นั่น จริงๆ ผมก็ไม่ได้อยากเรียนมหาวิทยาลัยต่อสักเท่าไหร่ บอกแล้วว่าผมมีเป้าหมายของผมนี่ครับ
เอายังไงก็เอาตามกันนั่นล่ะครับ
ผมอยู่ในช่วงทดลองกับชีวิตพอดี
วินาทีแรกที่ถึงเมืองไทย
ผมก็พบกับเธอ
แหวนดอกไม้...
“น้องชายคนใหม่ของแหวนหรือคะแม่”
พี่มะลิ...น่ารักมาก เป็นสาวอีสานผิวสีแทน ผิวเนียนสวยมาก เธอเล่าเกี่ยวกับบ้านของเธอ และทำอาหารของเธอให้พวกเราชิมกัน อร่อยดีครับ ผมชอบ...อะไรนะ ปลาหมัก มันเหม็นแปลกๆ แต่อร่อยแปลกๆ เมนูประจำของเราคือส้มตำปลาร้า มัน...อ้อ...นึกคำออกล่ะครับ แซ่บมากกก
“จ้ะ” คุณบุษบายิ้มแล้วเอ่ยแนะนำผม ที่กำลังยืนมองคนตรงหน้าแบบสำรวจ
ผู้หญิงตัวเล็กน่ะ มันทำให้เรารู้สึกเหมือนต้องปกป้องตลอดเวลา พ่อผมเคยพูดไว้แบบนั้น พวกเธอจะดูอ่อนเยาว์เหมือนเด็ก
แต่ตอนนี้...
เอ่อ...
หน้าของเธอเป็นรูปหัวใจ ผิวของเธอดูเนียนผุดผ่องน่าลูบ ผมยาวหยักศกรวบไปด้านหลังปล่อยลูกผมบางส่วนเคลียแก้มใสๆ ที่เป็นสีแดงเรื่อๆ อย่างตื่นเต้นที่เจอพวกเรา นัยน์ตาโตสดใสสีน้ำตาล เหมือนสีของคาราเมล ขนตาของเธอดกหนางอนสวย แน่ล่ะผมไม่รู้ว่าเธอใส่เจ้าสิ่งที่เรียกว่าขนตาปลอมหรือเปล่า แต่ขนตาของเธอดกสวยมากมันยิ่งเน้นให้ตาของเธอโตหวาน มันเป็นประกายระยับ จมูกนิดเดียว ปากก็นิดเดียว มันเป็นสีชมพูระเรื่อ ตัวของเธอเล็กสูงไม่เกินไหล่ผม เธอต้องเงยมองหน้าผมและพ่อ รอยยิ้มนั้นกว้างขวางส่งให้เราสองคนอย่างมีไมตรี มันทำให้เห็นลักยิ้มกดบุ๋มลงไป เธอสวมชุดเดรสลายสก็อตสีน้ำเงินสลับดำเป็นแบบแขนตุ๊กตา ตัวกระโปรงยาว รองเท้าผ้าใบสีขาวแบบง่ายๆ ดูน่ารักไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว
ผมพอจะเข้าใจความรู้สึกของพ่อกับคุณบุษบาแล้วล่ะครับ
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เธอเอ่ยทักทายเราสองคนเป็นภาษาอังกฤษ พลางย่นจมูกน้อยๆ แล้วบ่นกับคุณบุษบาเบาๆ
“หนนี้หนูจะคุยกับครอบครัวใหม่ของเรารอดไหมคะนี่แม่ ต้องรื้อฟื้นภาษาอีกนานเลย แม่อย่าว่านะคะถ้าหนูจะยิ้มอย่างเดียวให้กับพ่อ แล้วก็น้องชายคนใหม่ของหนู”
คุณบุษบาหัวเราะ พ่อของผมรีบโชว์เพาว์ทันที ท่านแอบไปเรียนภาษาไทยมาเหมือนกันล่ะครับ เพื่อเอาใจสาว แต่ก็ยังไม่มีใครรู้สักคน ว่าผมพูดไทยได้ ฟังออกค่อนข้างดีเลยทีเดียว เน้นหนักไปทางภาษาอีสานนะครับ
“สวัสดีจ้ะ ลูกสาวคนใหม่”
“คุณพูดไทยได้ด้วยหรือคะ”
เจ้าหล่อนทำตาโต โอย...มันยิ่ง ทำไมน่ารักขนาดนั้นกันนะ เธอเหมือนเด็กจริงๆ นะครับ เหมือนตุ๊กตาดีกว่า เพราะหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน แล้วถ้าเป็นเด็กจริงๆ ผมก็คงแค่อยากจะจับหอมแก้มแรงๆ แก้หมั่นเขี้ยวในความน่ารักนั่น
ไม่ใช่...รู้สึกใจเต้นแปลกๆ ด้วยแบบนี้
นั่นพี่สาวนะ...
ไอ้แทน
“พ่อไปเรียนมานิดๆ หน่อยๆ”
พ่อยังคงโวต่อไป พรสวรรค์ของพ่อคือ การเรียนรู้ในด้านภาษา มันเกี่ยวกับพรสวรรค์ทางการแสดงของท่านไหมนะ? ก็น่าจะเกี่ยว เพราะท่านพูดได้ตั้งหลายภาษา สิบ? ขึ้นมั้งครับนั่น ล่าสุดก็ภาษาไทยนี่ล่ะครับ หลังจากภาษาเกาหลี ที่ลงทุนไปเรียนจนพูดได้คล่องเพราะไปรับบทภาพยนตร์ที่นั่นมา
“ว้าว...”
“ให้หนูสอนเจ้าแทนด้วยนะ”
“ยินดีมากค่ะ พี่ชื่อแหวนนะ ยินดีต้อนรับอีกครั้งนะจ๊ะ น้องแทน”
“ยินดีเช่นกันครับ” คำตอบของผม ทำให้ทุกคนหันมามองผมแล้วทำหน้าประหลาดใจ
ตกใจอะไรกันครับ?
ผมแค่ตอบเป็นภาษาไทยเอง
“แต่งงานกันนะพี่แหวน” มันคือคำทักทายแรกของผมในตอนเช้าเมื่อเจอเธอ แหวนดอกไม้ทำตาโต พลางกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะอุทานออกมาอย่างงๆ“หะ”“หะ เหออะไรเล่า” ผมจับมือเธอมากุมไว้ แล้วก็รูดแหวนที่นิ้วก้อยของตัวเอง สวมเข้าหมับที่นิ้วนางด้านซ้ายของเธอ จะบอกว่าผมรู้ขนาดครับ ก็เคยลองเอาแหวนที่นิ้วนี้ของเธอมาสวมดู มันสวมได้พอดีกับนิ้วก้อยของผม เรียบร้อย ผมจับแหวนดอกไม้ของผมล็อกแล้ว หนีไปไหนไม่ได้แล้ว หึ หึ หึ“อะไรของแทน”เธอขำครับ แล้วก็หน้าแดงไปด้วย พยายามดึงมือจากมือผม แต่เรื่องอะไรผมจะปล่อย ผมจับมือเธอไว้ แล้วมองตาเธอด้วยสายตาที่มุ่งมั่นจริงจังสุดๆ แล้วในชีวิตล่ะ“ผมบอกว่ารักแล้ว พี่แหวนก็เกี่ยงนั่นนี่โน่น กลัวนั่นนี่ ผมก็เลยนอนคิดทั้งคืน เราแต่งงานกันเลยดีกว่า พี่แหวนจะได้เลิกกลัว ดีไหม”“แล้วถ้าแทนเป็นอย่างที่พี่กลัว ใครจะรับผิดชอบ”เธอคงจะแกล้งพูดนั่นแหละครับ แนะๆ กลั้นยิ้มไม่อยู่ล่ะสิ ปลื้มล่ะสิ ผมรู้นะว่าเธอชอบทับทิมสีแดง ผมอุตส่าห์ไปแอบทำไว้ กะจะให้เธอในวันเกิด แต่เอาเป็นแหวนหมั้นเสียเลย“ผมไม่มีทางเป็นแบบนั้น เอาอย่างนี้ ถ้าเกิดว่าผมทิ้งพี่แหวน หรือทำตัวไม่ดีกับพี่แหวน ผมอนุญาตให้พี่แ
ตั้งแต่กลับมาวันนั้น...สิ่งที่ผมมุ่งมั่นตั้งใจไว้เฮ้อ...มันก็พังไปเบาๆ น่ะครับ เพราะการเริ่มต้นค่อนข้างวุ่นวายพอสมควรกับร้านของเรา เราปิดร้านไปนานพอสมควร เรื่องผลไม้อีก อ้อ..ทับถมไปต่อเนื่องด้วยปัญหาภายในของบริษัทของผม จึงทำให้ผมต้องรีบบินกลับไปหาสองเพื่อนซี้เพื่อทำการแก้ปัญหา และยังถูกให้อยู่ต่ออีกนิดหนึ่ง เพราะแม่ของบ็อบเสียชีวิต ผมจึงต้องอยู่ช่วยเหลือเพื่อนรักทางจิตใจ ระหว่างนั้นผมก็ไม่ได้ทิ้งแหวนดอกไม้ให้อยู่คนเดียว ต้องขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่ทำให้ผมติดต่อเธอได้ตลอดเวลาแม้จะอยู่ห่างไกลกันคนล่ะซีกโลกก่อนมาผมจ้างไอ้คม ครับ จะมีใครล่ะที่จะเป็นหูเป็นตา เป็นมือเป็นเท้าให้ผมอย่างดีได้เท่าเพื่อนรักคนไทยคนนี้อีก ให้ช่วยเหลือดูแลแหวนดอกไม้ มันรับคำอย่างเต็มใจเลยล่ะครับ แล้วมันก็ยังขนญาติลูกพี่ลูกน้อง มาช่วยงานในร้านอีกสองคน มันบอกว่าจะได้ผนึกกำลังกัน แนะ...คนอื่นไว้ใจไม่ได้ผมต้องห่างจากเธอมาเกือบสองเดือนแล้วล่ะครับ ผมกะว่ามะรืนนี้จะบินกลับเมืองไทย บอกเธอไว้แล้วด้วยว่าจะขนอะไรไปฝากบ้าง ดูเหมือนเธอจะเหม่อๆ แปลกๆ พิกลระยะหลังนี่ เอ...แต่เดี๋ยวผมก็รู้ครับว่าทำไมผมคิดเล่นๆ ว่าถ้าระบบร้าน
เราตกลงมาเที่ยวเหนือกันครับ ขับรถมากันเรื่อยๆ ค่ำไหนก็นอนนั่น ดูสถานที่ชิลๆ น่าเที่ยวจากคู่มือท่องเที่ยวบ้าง เฟซบุ๊กบ้าง ก็สนุกดีนะครับ เราเที่ยวกันจริงจังสามจังหวัด คือลำปาง แพร่ และน่าน ผมมีความสุขที่ได้เห็นเธอเริ่มยิ้มกว้าง ยิ้มวิบวับบ่อยขึ้น เราชิมอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ มีบางอย่างที่ผมชอบมาก คือไส้อั่ว กับน้ำพริกอ่อง ชอบขนาดขอสูตรจากร้านที่ไปนั่งกินกันเลยล่ะครับ แถมเขาก็ใจดีไม่หวง ชวนผมทำด้วยซ้ำ อาจจะเพราะคุกกี้สูตรของย่า ที่แหวนดอกไม้เอาติดตัวมาแล้วให้ป้าแกชิมก็เป็นได้ จึงเกิดการแลกสูตรลับกันเกิดขึ้น มีความสุขกันไปทั้งสองฝ่ายเลยทีเดียวเรากะว่าทัวร์นี้จะจบลงที่จังหวัดน่านครับ แล้วเราจะกลับไปที่นครปฐม เริ่มเปิดร้าน ขายผลไม้ของพวกเราเสียที คืนนี้เรานอนโฮมสเตย์ครับ เจ้าของบ้านพาเราไปทำกิจกรรมมาทั้งวันอย่างสนุกสนาน ตบท้ายด้วยอาหารพื้นเมือง ที่ผมกินไปร้องโอมายก็อดไปด้วยความเผ็ดอย่างน้ำพริกน้ำปู จนเจ้าของบ้านหัวเราะผม มีผักแปลกๆ ให้กินแกล้มกับน้ำพริก ผมเพิ่งรู้ว่ายอดมะม่วงสีออกน้ำตาลอ่อนๆ นี่มันกินได้! อเมซิ่งมาก อร่อยสุดๆ เมื่อเอากินกับลาบหมู ไก่มะแข่น อันหลังนี่เด็ดจริงๆ รสชาต
จะให้ผมเล่าถึงเรื่องไอ้แบงค์น่ะหรือครับ ขยับเข้ามาใกล้ๆ สิครับ ใกล้อีกนิด...ขอผมระงับอารมณ์นิดหนึ่งน่ะครับเอาล่ะ...พร้อม...ไอ้คมเล่าว่า ที่มหาวิทยาลัยที่ไอ้แบงค์สอน เรื่องที่ไอ้แบงค์รับปรับเกรดนักศึกษา จากทั้งตัว ทั้งเงิน เหอๆ เป็นเรื่องจริงน่ะสิครับ แล้วเรื่องก็แดงโร่ ตอนที่มีนิสิตคนหนึ่ง ปรับเกรดกับมันทุกเทอมจนท้อง...แล้วมันก็ให้เค้าไปทำแท้ง ความแตกตรงที่ว่านิสิตคนนั้นตกเลือด และพ่อแม่เค้าไม่ยอม จะเอาเรื่องมัน ก็สมควรล่ะไอ้เลว! ต่อหน้าทำเป็นคนดีนักนี่ เขาเรียกร้องค่าเสียหายจากมันเป็นจำนวนเงินก้อนโต ถึงล้านบาทครับแล้วเงินก้อนโตที่ว่าน่ะ มันเสือกมาหลอกเอาจากแหวนดอกไม้นี่สิเรื่องปิดไม่มิด ตรงนิสิตคนนั้นที่ตอนแรกนึกว่ามันจะรักเค้าจริง แต่พอรู้ว่ามันมีแฟนออกหน้าออกตาคือแหวนดอกไม้ และเที่ยวปรับเกรดไปทั่ว นั่นแหละครับ นางจึงเอาทุกอย่างมาแฉเรื่องนี้ลือลั่นสนั่นมาก เกือบๆ จะได้ลงเป็นเนตไอดอลกัน แต่พ่อแม่ของนิสิตสาวหน้าบาง จับลูกสาวล้างน้ำใส่ตะกร้า ใช่ไหม? ผมจำไม่ค่อยได้กับคำเปรียบเปรยแบบนี้ หรือใส่ตะกร้าล้างน้ำอะไรสักอย่างนี่ล่ะ เลยมีข่าวกันแค่ในมหาวิทยาลัย หลุดๆ ออกมาเป็นท





