Masuk
"สวัสดีครับคุณอนันต์ คุณรสสุคนธ์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ"
"อ้าวคุณอนาวิน คุณมนทิรา สวัสดีครับไม่ได้เจอกันนานเลย"
นักธุรกิจวัยกลางหันมาทักทายเจ้าของเสียงที่เดินเข้ามาทักพร้อมกับภรรยา สองภรรยาหันทักทายพูดคุยกันด้วยความสนิทสนมเพราะเคยเจอกันในงานสังคมบ่อยๆ รวมไปถึงบรรดาลูกสาวลูกชายของพวกท่านด้วย
รสสุคนธ์เลื่อนสายตายังเด็กหนุ่มรุ่นลูกข้างกายเพื่อนร่วมวงสังคมเดียวกัน พินิศมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความชื่นชมไปกับความดูสง่าผ่าเผยไม่ต่างจากพ่อของเจ้าตัวเลยสักนิด พร้อมกับหันไปเอ่ยถามยังคู่สนทนาต่อ
"นี่ใช่มาร์วินลูกชายคนโตของคุณมนหรือเปล่าคะ"
"อ๋อ ใช่แล้วค่ะ นี่มาร์วินลูกชายคนโตของมนเองค่ะ ปีนี้แกขึ้นเรียนมหาลัยแล้วมนก็เลยอยากจะให้แกออกงานน้อยลงหน่อย แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะคุณพ่อแกพูดง่ายซะที่ไหนกัน จากที่จะได้อ่านหนังสืออยู่บ้านก็เลยต้องมาด้วยอย่างที่เห็นนั่นแหละค่ะ"
"ก็ยังดีที่แกยังยอมออกงานบ้าง อย่างลูกชายคนโตรสไม่ได้เลยค่ะ แกชอบอยู่เงียบๆ บอกแต่ว่าไม่อยากออกงานท่าเดียวเลย พ่อแกยังพูดอะไรไม่ได้เลยค่ะนอกจากยอมตามใจแก"
"นั่นสิคะ ตั้งแต่รู้จักกันมายังไม่เคยเห็นลูกชายคุณรสเลยสักครั้ง มีโอกาสคงต้องแวะไปหาเยี่ยมที่บ้านแล้วล่ะค่ะแบบนั้น"
"ยินดีมากเลยค่ะ เผื่อสองคนจะเข้ากันได้บ้าง"
"ค่ะ แล้วนี่หนูฮันนี่ไม่ได้มาด้วยเหรอคะ วันนี้ยังไม่เห็นเลย"
"มาค่ะเห็นว่าจะไปเข้าห้องน้ำก่อน... โอ๊ะ นั่นไงคะ เดี๋ยวรสเรียกแป๊บนึงนะคะแกน่าจะไม่เห็นเรา"
รสสุคนธ์หันกลับมาบอกกับคู่สนทนาแล้วเดินออกจากมาหาลูกสาวคนเล็กที่กำลังเดินหาพ่อกับแม่โดยที่ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส รั้งตัวรอเพียงไม่นานสองแม่ลูกก็เดินกลับมายังวงสนทนาเป็นเวลาเดียวกันกับที่ลูกชายคนโตของมนทิราก็เดินข้ามาร่วมวงพร้อมกับน้องชายด้วย
ฮันนี่ชะงักเท้าที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับแม่เธอ แล้วจ้องไปยังร่างสูงของคนตรงหน้านิ่ง สองพวงแก้มเริ่มเปลี่ยนสีขึ้นแต้มสีระเรื่อเพียงแค่เขาเหลือบมองมายังเธอเพียงนิดเท่านั้น
เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันเนี่ยทำไมอยู่ๆ ถึงได้รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วร่างโดยเฉพาะสองแก้มที่ร้อนจนเธอคิดว่าตัวเองคงจะเป็นไข้แน่ๆ
ดวงตากลมโตยังคงจ้องยังร่างสูงของคนตรงหน้านิ่งราวกับตกอยู่ในภวังค์ฝัน เสียงรอบกายไม่มีผลต่อการได้ยิน ประสาทรับรู้มีเพียงเขาที่เหมือนจะกระแทกลมหายใจด้วยความเบื่อหน่ายแล้วเสมองออกจากเธอเท่านั้น
"ฮันนี่มาสวัสดีคุณอามนทิราสิลูก"
"สวัสดีค่ะคุณอา" เสียงเรียกของคนเป็นแม่ดึงสติกลับสู่ร่างเล็กในวัยสิบสี่ปีอีกครั้ง เธอหันยิ้มร่าเริงกับผู้อาวุโสที่คุ้นเคยกันเพราะเจอกันที่งานสังคมที่เคยไปกับคนเป็นแม่บ่อยๆ ก่อนจะละสายตาออกมายังคนตัวสูงอีกครั้งพร้อมกับเสียงทักทายสดใสหลังท่านพยักหน้ารับไหว้แล้ว
"สวัสดีค่ะพี่มาร์วิน หนูไม่คิดว่าพี่มาร์วินจะมาด้วย เห็นคุณอาบอกว่าพี่มาร์วินกำลังจะขึ้นเรียนมหาลัยเลยไม่ค่อยว่างเหมือนเคยแล้วหนูยังคิดว่าจะไม่ได้เจอพี่แล้วเสียอีก" ว่าพลางเดินเข้าไปหาเจ้าของร่างสูงทันที สองมือรั้งชายเสื้อสูทพอดีตัวบนกายแกร่งตามแบบฉบับนักกีฬาที่ออกกำลังกายบ่อยๆ จับไว้แล้วเขย่าไปมาเบาๆ
"ปล่อย"
"อะไรนะคะ" ทำไมพูดเสียงเบาแบบนี้เนี่ย ร่างเล็กของฮันนี่เขย่งขึ้นเอียงหูให้คนตัวสูงพูดใหม่อีกครั้ง เมื่อครู่เสียงเพลงมันค่อนข้างดังเลยทำให้เธอได้ยินไม่ค่อยชัดเท่าไหร่
แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเขย่งตัวขึ้นแรงเกินไป จากร่างที่สูงเพียงไหล่พุ่งขึ้นมาชนจมูกโด่งคมสันแรงๆ ทำคนตัวโตกว่าหงายหลังเงิบเซไปสองก้าวแต่ถือว่าโชคดีที่มีน้องชายเจ้าตัวที่ร่างใหญ่เกือบพอกันรองรับไว้เขาถึงไม่ได้ล้มลงพื้นทำตัวเองขายหน้า
มาร์วินยกมือขึ้นมาจับสำรวจจมูกตัวเองไว้ว่าเกิดความเสียหายเลือดตกยางออกหรือเปล่า ก่อนที่จะตวัดสายตาดุไม่สบอารมณ์มายังร่างเล็กของเด็กตรงหน้าที่ยืนมองเขาตาปริบน่า... บีบคอให้หักนั่น!
"ตายแล้วมาร์วินเป็นอะไรลูก เลือดออกนี่"
"ผมไม่เป็นไรครับคุณแม่"
"ตายแล้วๆ เอาทิชชูก่อน ทิชชูอยู่ไหน"
ฮันนี่ที่ได้สติเพราะเสียงมนทิราที่ดูลนลานด้วยความตกใจ รีบคว้าห่อทิชชูแบบพกพาในกระเป๋าตัวเองออกมาให้ท่านพร้อมกับเดินเข้ามาหาร่างสูงของคนที่เธอ... ทำให้เลือดออกด้วย
"หนูมีทิชชูค่ะ"
"ขอบใจจ้ะหนูฮันนี่"
"หนูขอโทษค่ะพี่มาร์วินคุณน้ามนหนูไม่ได้ตั้งใจหนูแค่ไม่ได้ยินที่พี่มาร์วินพูดเลยยกตัวขึ้นไปฟัง ไม่คิดว่าจะชนจมูกพี่มาร์วินเลือดออกแบบนั้น หนูขอโทษค่ะ"
"ไม่เป็นไรจ้ะหนูฮันนี่มันเป็นอุบัติเหตุไม่ใช่ความผิดหนูหรอก จริงไหมมาร์วิน"
ดวงตากลมโตเหลือบขึ้นยังคนตัวโตที่ยังคงถือแผ่นกระดาษสีขาวปิดจมูกไว้ส่งสายตาดุไม่เป็นมิตรมาให้เธออย่างไม่วางตา ใบหน้าหล่อผิวขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงไม่รู้เกิดจากความเจ็บหรือเพราะความโกรธกันแน่
"ครับ อุบัติเหตุ" เค้นเสียงลอดไรฟันดึงสายตากลับก่อนที่จะก้าวเดินออกไปจากบริเวณนั้นโดยไม่สนใจใคร แม้แต่แม่ตัวเองที่กำลังเตรียมยกมือขึ้นดูอาการลูกชายก็ต้องชะงักแล้วมองตามร่างสูงของคนเป็นลูกชายไปเท่านั้น
ความเงียบกลับเข้ามาแทนที่ความโกลาหลวุ่นวายเล็กน้อยก่อนหน้านี้ คุณหญิงคุณนายที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันหันออกจากวงสนทนาเพื่อให้คลายความตึงเครียด ส่วนรสสุคนธ์ก็เดินเข้ามาโอบไหล่บางของลูกสาวเป็นการให้กำลังใจ
เหตุการณ์วันนั้นทำให้ฮันนี่ได้เจอกับเขาน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นงานสังคม งานธุรกิจหรืองานอะไรก็ตามเธอก็มักจะเจอแค่น้องชายเขา แต่กับตัวเขาเองนั้น... เหมือนจะไม่ได้เจออีก
เธอถามหาเขากับแม่เขาบ่อยครั้งที่เจอกัน แต่ท่านก็บอกเธอเพียงว่าเขาติดเรียนจนหลังๆ มาเธอรู้ว่าเขาได้ย้ายออกมาอยู่ข้างนอกคนเดียวจึงได้เลิกถามท่านไป แต่ก็ยังแอบหวังว่าจะได้เจอเขาอีก มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ได้เพราะเธอไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อน คิดถึง โหยหา หรืออะไรกันแน่ แต่เธออยากเจอเขามากจริงๆ
"พี่มาร์วินเสร็จยังคะหนูต้องไปเรียนแล้วนะ"ฮันนี่เอียงตัวตะโกนเรียกคนตัวโตในห้องนอนที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จเพราะมัวแต่อยากทำกิจ(กาม)กรรมยามเช้าอยู่นั่น กว่าจะเสร็จก็ปาไปเกือบเที่ยงแล้วดวงตากลมสวยหลุบลงมองลูกสาวตัวน้อยในอ้อมแขนที่กำลังแหงนหน้ามองเธอตาใส ปากเล็กๆ ก็ทำหน้าที่ดูดนมจากเต้าสวยไปด้วย ส่วนมือป้อมน้อยๆ จับนิ้วหัวแม่เท้าไว้ราวกับกำลังถามว่าพ่อกับแม่เป็นอะไรกันมากป่าว เอะอะเสียงดังกันตั้งแต่เช้าแล้วมันไม่เกินจริงเลยสักนิด ในตอนที่เธอกับพ่อของลูกกำลังทำรักสวีทกันอยู่บนเตียงกว้าง เด็กน้อยวัยเจ็ดเดือนเศษนามว่าปั้นแป้งก็ตื่นขึ้นมาแอบมองผู้ให้กำเนิดแล้ว คิดแล้วยังอายลูกไม่หายเลย"วันนี้ปั้นแป้งน้อยไปนอนเล่นกับคุณพ่อนะคะ เดี๋ยวคุณแม่เรียนเสร็จแล้วจะรีบไปหานะคะ""อือ~"เสียงเล็กครางรับในลำคอคลี่ริมฝีปากเปื้อนนมสีขาวขุ่นของแม่ยิ้มน้อยๆ ราวกับรู้เรื่อง ทำให้คนมองอดจะยิ้มตามไม่ได้ตามจริงหากจะให้พาปั้นแป้งไปอยู่กับคุณปู่คุณย่าหรือคุณตาคุณยายก็ได้แต่เพราะคุณพ่อคนหล่อของปั้นแป้งน้อยกลับไม่ยอม ให้เหตุผลว่าอยากอยู่กับลูก ห่างลูกไม่ได้ แต่ตอนไปทำงานก็ไม่ได้สอยน้องไปด้วยหรอกนะให้พี่เลี้ยงอยู่ห้อ
*** เย็นๆ เดี๋ยวมีตอนพิเศษมาฝากนะคะ..."ยัยฮันนี่!""ห๊ะ?"ผักหวานและเตยหอมรีบเดินเข้ามาดึงเพื่อนเข้ามุมหลบสายตาของแฟนเพื่อนทันทีหลังจากนั่งรอมาตั้งแต่เช้าแล้วเพื่อนพวกเธอเพิ่งโผล่ลงมาพร้อมกับแฟน เห็นสองคนจับมือกันเดินกะหนุงกะหนิงก็ตงิดใจแล้วเลยต้องลากเพื่อนมาเค้นถามสักหน่อย"สรุปยังไงกันแน่ แผนเมื่อคืนเป็นไง""คือ...""อ้ำๆ อึ้งๆ ทำไม แล้วแกได้บอกแฟนแกไปหรือยังว่าวันพฤหัสจะไม่อยู่ด้วยอ่ะ""ผักหวาน เตยหอมฉันคิดดีแล้ว"คิดดีอะไรของมันอีก ชักจะแปลกๆ แล้วนะ ไม่ใช่ว่าพวกเธอไม่อยากให้เพื่อนดีกับแฟนหรอกนะ แต่เพราะพวกเธอเคยเห็นทุกช่วงเวลาตอนที่เพื่อนเจ็บ เศร้ามาแล้วเลยอยากเอาคืนบ้าง พวกเธอเลี้ยงมันมาอย่างดีตามใจทุกอย่างแล้วอยู่ๆ ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาทำร้ายให้มันเจ็บช้ำน้ำใจพวกเธอก็เจ็บเหมือนกัน"ฉันยอมให้อภัยพี่มาร์วินแล้ว ยอมหายโกรธแล้วด้วย""ง่ายๆ แบบนั้นเลยเหรอแล้วแผนพวกฉันล่ะ" เตยหอมเอียงคอถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เมื่อวานเย็นยังช่วยกันวางแผนอยู่เลยตอนนี้กลับมาบอกว่ายอมให้อภัยแล้ว แค่ข้ามคืนเดียวเนี่ยนะ"ขอโทษ แต่ฉันพูดไปแล้ว""บอกพี่เขาไปแล้วเหรอว่าอภัยให้แล้วอ่ะ""อืม"สองแฝดประสานเสีย
'อย่าลืมที่สอนไปล่ะ'ฮันนี่อ่านข้อความที่เพื่อนส่งเข้ามาให้แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรายตามองตรงไปยังประตูห้องน้ำภายในห้องพักที่มีคนตัวโตอยู่ด้านใน เท้าเล็กหย่อนลงจากเตียงปลดสายมัดเอวเสื้อคลุมออกก่อนจะตามด้วยเสื้อคลุมสีขาวตัวใหญ่ เธอวางมันลงบนพื้นแล้วกลับขึ้นไปบนเตียงจัดท่านอนเพื่อให้ดูเซ็กซี่ตามที่เพื่อนรักสอนมา วางมือเท้าคางหนึ่งข้างหันไปทางห้องน้ำรอเวลาที่คนด้านในจะออกมาเสียงเท้าหนักย่ำเข้ามาใกล้แล้วประตูบานใหญ่ก็เปิดออกปรากฏร่างสูงแกร่งของมาร์วินที่มีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวสอบลวกๆ เปิดโชว์อกแกร่งเต่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งเป็นลอนน่าสัมผัส ผิวขาวสุขภาพดีทำให้ดวงตากลมเผลอจ้องมองรูปร่างเขาด้วยใบหน้าแดงซ่านหลงลืมสิ่งที่จะทำไปชั่วขณะเช่นเดียวกับมาร์วินที่ชะงักเท้าสองข้างหน้าห้องน้ำ จดจ้องยังเรือนร่างสวยเย้ายวนในชุดนอนเซ็กซี่สีม่วงอ่อน ใบหน้าหวานสวยแต้มด้วยสีแดงเรื่อธรรมชาติมันยิ่งกระตุ้นเลือดร้อนในกายหนุ่มให้โลดแล่นจนต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเท้าหนาเดินเข้ามาหาร่างเล็กบนเตียงช้าๆ ราวกับถูกต้องมนต์สะกดให้เดินเข้าหาโดยไม่รู้ตัว หย่อนสะโพกหนาลงบนขอบเตียงมือหนาเลื่อนลูบไล้สีข้างบางแล้วกล
"พาเมียมาเที่ยวแต่ตัวเองกลับมาขลุกตัวอยู่แต่ในห้องทำงานหมายความว่าไงวะ" กวินยกแก้วกาแฟขึ้นจิบเอนสะโพกพิงขอบโต๊ะทำงานหลุบตามองเจ้าของห้องที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โดยมีนิวตันนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟากลางห้องปรายตาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของห้องอย่างรอฟังคำตอบด้วยนิ้วเรียวกดเลื่อนไถไอจีเล่นรอฟังคำตอบของเพื่อนโดยระหว่างนั้นก็แบ่งความสนใจมายังหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือตัวเองไปด้วยเช่นกัน"ฮันนี่โกรธกูอยู่ กูต้องยอมตามใจน้องหนึ่งอาทิตย์เพื่อแลกกับที่น้องจะยอมหายโกรธ" เสียงทุ้มเอ่ยลอดริมฝีปากโดยที่สายตายังคงจับจ้องยังเอกสารงานตรงหน้านิ่ง"โกรธมึง? มึงไปทำอะไรให้น้องมันโกรธอีกวะ""พีชจูบกูแล้วฮันนี่มาเห็นพอดี""เย็ดเข้! จริงดิวะ ฉากเด็ดเลยนะนั่น" คำพูดทีเล่นทีจริงของเพื่อนรักทำมาร์วินละสายตาออกจากเอกสารเหลือบขึ้นมองหน้ามันแทน ใบหน้าคมคายเรียบนิ่งเริ่มหงุดหงิดกับเสียงมันขึ้นมาแล้ว"กูไม่ได้ตั้งใจ ไม่รู้ด้วยว่าพีชจะทำแบบนั้น""คราวซวยมึงไง""ไอ้กวินถ้ามึงว่างมากก็เอาเอกสารไปดูไป งานยังมีอีกเยอะที่รอให้มึงทำอย่าเอาแต่ทำตัวว่างงานแบบนี้""กูแค่มานั่งจิบกาแฟเดี๋ยวก็ไปแล้ว พูดแทงใจดำหน่อยเอาเรื่องง
"เฮ้อ~ สดชื่นจังเลย นานเลยที่ไม่ได้สูดกลิ่นอายทะเลแบบนี้"เตยหอมเหยียดแขนสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มด้วยความสดชื่นตามที่เอื้อนเอ่ย ตามมาด้วยผักหวานที่เดินมายืนข้างกันสูดหายใจเอากลิ่นอายทะเลเข้าเต็มปอดอีกคน"คิดถึงตอนมัธยมน้อ เรามาทะเลบ่อยมากอ่ะ""นั่นดิ"ฮันนี่มองสองแฝดที่กำลังยืนรับลมกลิ่นอายทะเลยามสายของวันยิ้มๆ แล้วเดินเข้ามาสมทบตามหลังหลังจากแวะซื้อน้ำมะพร้าวร้านใกล้ๆ ดื่มแล้ว เท้าเล็กเดินมาหยุดยืนข้างผักหวานเงยหน้าขึ้นสูดหายใจเข้าลึกๆ หลับตาพริ้มไปด้วย ก่อนจะยกลูกมะพร้าวอ่อนในมือขึ้นดูดน้ำมะพร้าวแสนหวานธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายชุดเดรสยาวกรอมเท้าผ้าชีฟองสีฟ้าอ่อนสลับขาวถูกคลื่นลมทะเลตีจนสะบัดพลิ้วไปด้านหลัง ต้องมืออีกข้างขึ้นมาจับหมวกปีกกว้างบนหัวเอาไว้กันปลิวหนี"ยัยฮันนี่แกเตรียมตัวที่จะเอาคืนผู้แกแล้วใช่ไหม ไม่ใช่ว่าพอถึงเวลาเอาจริงแล้วมาทำไม่กล้านะ บอกไว้ก่อนว่าแผนพวกฉันมันอาจทำให้แกมีปัญหาได้เพราะฉะนั้นแกต้องใจแข็งเข้าใจไหม"ร่างเล็กหันมองหน้าเพื่อนที่ยังคงเงยหน้ารับลมทะเลพร้อมกับดูดน้ำมะพร้าวในมือไปด้วย เธอพยักหน้าเบาๆ แม้เพื่อนจะไม่ได้หันมามองตัวเองก็ตามก่อนจะกรอ
มาร์วินเข้ามาดูงานในบริษัทเพียงแค่ช่วงเวลาบ่ายสั้นๆ หลังจากพาคนตัวเล็กไปทานอาหารเสร็จแล้ว เธอยอมรับมื้ออาหารแทนการขอโทษของเขาแต่ยังคงไม่ยอมพูดด้วย แม้เขาจะหว่านล้อมถามอะไรไปก็ยังคงเงียบตลอดจนทั้งสองกลับมายังคอนโดเธอก็ยังคงเอาแต่เงียบใส่เขาไม่พูดจาด้วยดวงตาคมจับจ้องร่างเล็กที่กำลังนอนดูซีรีส์อยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้องโดยไม่สนใจเขาเลยสักนิดพลางพ่นลมหายใจออกปากเบาๆ ยกแก้วน้ำเย็นในมือขึ้นกระดกดื่มจนหมดแก้ว แล้วดันตัวขึ้นจากเคาน์เตอร์บาร์เดินเข้ามาหาคนตัวเล็ก พร้อมกับหย่อนตัวลงบนโซฟาปลายเท้าเล็ก"ดูอะไรอยู่ครับ หิวหรือยังอยากทานอะไรไหมเดี๋ยวพี่ทำให้""..." ดวงตากลมละออกจากหน้าจอมือถือไปยังใบหน้าคมคายเปื้อนรอยยิ้มเพียงเล็กน้อยก่อนจะดึงสายตากลับราวกับกำลังหงุดหงิดรำคาญ ร่างเล็กพลิกตัวนอนตะแคงข้างเข้าหาพนักพิงไม่สนใจเจ้าของเสียงอีก"ลูกพ่อหิวหรือยังครับ ไหนลองถามคุณแม่สิครับว่าหิวหรือเปล่า" มือหนายื่นวางลงบนหน้าท้องแบนราบลูบไล้วนเป็นวงกลมไปมาเบาๆ โน้มกระซิบใกล้ๆ โดยก็ช้อนสายตามองคุณแม่ของลูกไปด้วย"...""หนูหิวแล้วเหรอ แล้วคุณแม่ล่ะครับหิวหรือยังเอ่ย""..."ฮันนี่พลิกตัวกลับนอนหงายถอนหายใจด้วย







