LOGINเมื่อกลับมาถึงคอนโดฯ ที่พัก แทนคุณเดินไปล้มตัวลงนอนบนโซฟาใหญ่ด้วยเพราะเวลานี้รู้สึกปวดแสบ ทรมานจากอาการของโรคกระเพาะอาหาร เพราะตลอดทั้งวันนับจากเช้าที่เขารีบร้อนออกจากบ้าน เพื่อมารับนักศึกษาสาวตาหวานไปส่งมหาวิทยาลัย แล้วรีบกลับไปทำงานจนกระทั่งตอนนี้เขายังไม่ได้มีเวลาหยุดพักนั่งตักข้าวใส่ปากสักคำ
“คุณแทนคุณ เป็นอะไรคะ” สาวน้อยที่กำลังตอกไข่ใส่ชามหันมาเห็นชายหนุ่มนอนเอามือกุมท้องจึงรีบวิ่งตาลีตาเหลือกมาคุกเข่าอยู่ด้านข้าง
“ฉันปวดท้องนิดหน่อยน่ะ ไม่เป็นอะไรมากหรอก” แทนคุณพลิกตัวหันมาส่งยิ้มเพื่อคลายขมวดปมระหว่างคิ้วเรียวของหญิงสาว
“ปวดนิดเดียวจริงเหรอคะ” มือวางสัมผัสลงไปบนหน้าท้องเบาราวกับกลัวว่าสัมผัสนั้นจะทำให้เขาเจ็บ
“นิดเดียวจริงๆ แล้วนี่เธอเจียวไข่ให้ฉันเสร็จแล้วเหรอ”
“ยังไม่เสร็จค่ะ หนูเพิ่งหุงข้าว เดี๋ยวรอให้ข้าวสุกค่อยเจียวก็ได้” สาวน้อยแสนมัธยัสถ์ตอบกลับมา
“ถ้าอย่างนั้น เธอไปอาบน้ำอาบท่าก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันขอนอนพักอยู่ตรงนี้สักพัก”
“คุณปวดมากเหรอคะ”
“ฉันปวดจนชินแล้วล่ะ”
“ปวดจนชิน เรื่องอย่างนี้ชินได้ด้วยเหรอคะ ไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้ว คุณแทนคุณลุกขึ้นเถอะค่ะเดี๋ยวหนูพาไปหาหมอ” ร่างเล็กโน้มกายลงไปสอดท่อนแขนเกี่ยวคนตัวหนักให้ขยับลุกขึ้นจากท่านอน
“มิว ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ ขอแค่นอนพักนิดหน่อย เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น”
“ถ้าคุณไม่ไปหาหมอ อย่างนั้นรอหนูเดี๋ยวเดียวนะคะ หนูวิ่งลงไปซื้อยาให้” เด็กสาวผลุดลุกขึ้นวิ่งไปคว้ากระเป๋าเงินกับคีย์การ์ดแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที
แทนคุณขยับลุกขึ้นมานั่งด้วยท่าทางกระวนกระวายร้อนใจ เมื่อคนที่อาสาบอกว่าจะลงไปซื้อยาหายเงียบไปนาน ครั้นจะโทรตามว่าไม่ต้องซื้อยาแล้วเพราะเขาห่วงเธอมากกว่าอาการป่วยของตัวเอง คนรีบร้อนก็ดันไม่ได้หยิบโทรศัพท์ติดมือไปด้วย
“โธ่เว้ย หายไปไหนเนี่ย” แทนคุณฝืนตัวลุกขึ้นมาคว้าโทรศัพท์เตรียมใส่รองเท้าเพื่อออกไปตามหาคนหาย หากแต่เมื่อเปิดประตูออกไปคนที่เขาห่วงใยก็กลับมาพอดี
“คุณแทนคุณจะไปไหนคะ” เจ้าของใบหน้าชื้นเต็มไปด้วยเหงื่อยืนหอบแฮ่กๆ สองแขนถือถุงใส่ของพะรุงพะรัง
“แล้วเธอล่ะไปไหนมา” แทนคุณยื่นมือออกไปซับเหงื่อเม็ดโตที่ไหลลงมาจากขมับบางข้างหนึ่ง แล้วรีบยื่นมือไปช่วยถือของมากมาย หากแต่หญิงสาวที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษากับขัดขืน
“ไหนว่าปวดท้องไงคะ คนป่วยห้ามถือของหนัก”
“ซื้ออะไรมาเยอะแยะ แล้วนี่ไปไหนมา”
“หนูลงไปซื้อยาข้างล่างแต่ว่าร้านขายยาตรงนี้มันปิดแล้ว หนูเลยวิ่งไปหาร้านขายยาซอยอื่น เภสัชกรเขาบอกว่าคนเป็นโรคกระเพาะต้องงดของทอด ของมัน อาหารรสจัด อย่างนั้นไข่เจียวของหนู วันนี้คุณแทนคุณยังกินไม่ได้นะคะ แต่ว่าเดี๋ยวหนูเปลี่ยนทำเป็นไข่ตุ๋น ไข่น้ำให้ คนขายยาเขาบอกว่ากินได้” สาวน้อยสาธยายร่ายยาวพร้อมกับมือหยิบยาธาตุน้ำขาวสำหรับเคลือบกระเพาะอาหารออกมาวางเรียงกันหลายขวด นอกจากนี้ยังมียาเม็ดลดกรด อีกหลายขนาน
“ซื้อยามาทำไมเยอะแยะ”
“ก็หนูกลัวคุณไม่หายนี่คะ มันมีหลายรสด้วยนะ อันนี้รสมิ้นต์ อันนี้รสส้ม อันนี้รสมะนาว หนูไม่รู้ว่าคุณชอบยาน้ำหรือว่ายาเม็ด กินยายากหรือว่ากินยาง่าย หนูเลยซื้อมาหมดเลย”
“ห่วงฉันมากขนาดนั้นเชียวเหรอ”
“ค่ะ ถ้าหนูปวดท้องแทนคุณได้ หนูก็จะปวดท้องแทนคุณ” สองมือบางทำท่าเหมือนกำลังกอบกำความเจ็บปวดอันมองไม่เห็นจากเขาแล้วเก็บเอาไปใส่ไว้ในท้องตัวเอง ยิ่งเห็นอย่างนี้เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะหยุดเอ็นดูแม่สาวน้อยคนนี้อย่างไรได้
“ขอบใจนะ วันนี้ฉันขอนอนที่ห้องของเธอสักคืนจะได้ไหม” เมื่อหันไปมองนาฬิกาเห็นว่าดึกมากแล้ว อีกทั้งเขาไม่มีความรู้สึกสักเสี้ยวหนึ่งที่อยากกลับไปนอนบ้าน
“ได้สิคะ นี่ห้องของคุณนี่ คุณจะนอนตลอดทั้งปีเลยก็ได้ค่ะ”
“ทั้งปีก็นอนได้เหรอ”
“ค่ะ นานแค่ไหนก็ได้เลยค่ะ หนูจะดูแลคุณเอง”
สาวน้อยที่เวลานี้กลายเป็นเจ้าของห้องครึ่งหนึ่งลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วเลือกหาเสื้อผ้าชุดของแทนคุณที่เคยเก็บเอาไว้ในห้องนี้ ถึงเขาจะยกห้องนี้ให้กับเธออยู่หากแต่ไม่ได้เก็บเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวออกไปเสียทีเดียว ชุดนอน ผ้าเช็ดตัวถูกนำไปวางเตรียมไว้ให้ภายในห้องน้ำ จากนั้นเจ้าของร่างบางวิ่งกลับมากอดเอวประคองคนเป็นโรคกระเพาะอาหารพาเข้าไปส่งจนถึงในห้องน้ำแล้วยังช่วยปลดถอดกระดุมเสื้อให้
“เธอจะอาบน้ำให้ฉันเหรอ” ดวงตาคมก้มลงมองหน้าผากแคบมันเลื่อมไปด้วยคราบเหงื่อของเด็กสาว
“คุณแทนคุณปวดมากขนาดอาบน้ำเองไม่ไหวเลยเหรอคะ”
“เปล่า ก็เห็นเธอถอดเสื้อให้ เลยคิดว่าจะอาบน้ำให้ฉันด้วย”
“ถ้าคุณปวดมากจนอาบเองไม่ได้ หนูอาบให้ก็ได้ค่ะ แต่ว่า...แต่ว่า...” ริมฝีปากบางขยับเม้มเข้าหากัน จากนั้นก้มหน้าหลบสายตาของคนที่จงใจมองลงมา พลันแก้มขาวเปลี่ยนสีเป็นชมพูเข้มในทัน
“แต่อะไร” เจ้าของเสื้อเชิ้ตขยับหัวไหล่ เพื่อให้อีกคนถอดเสื้อให้ได้ถนัดขึ้น
“แต่ว่า...เมื่อกี้คุณแทนคุณบอกว่าปวดนิดเดียว”
“อ่อ....” เขาล่ะอยากยกมือขึ้นมาตบปากตัวเองนัก ไม่น่าอวดเก่งเลย
เมื่ออาบน้ำล้างเหงื่อ ล้างไคลจนรู้สึกสบายตัวขึ้น แทนคุณแอบมายืนมองแผ่นหลังนักศึกษาตัวเล็กเอวบางที่กำลังยืนจับนั่น จับนี่อยู่ภายในครัว อยู่ๆ ไม่รู้ทำไมวันนี้เกิดอยากทำตัวอ่อนแอ อยากได้คนมาคอยดูแลมากกว่าทุกที ป่วยการเมืองจึงแสร้งเดินไปล้มตัวนอนรออยู่บนเตียง
“ข้าวกับไข่น้ำเสร็จแล้วค่ะ เอ๋ คุณแทนคุณปวดมากขนาดนี้เชียวเหรอคะ” แม่ครัวตัวเล็กเดินมาชะโงกหน้าเห็นคนป่วยนอนตัวขดตัวงออยู่แล้วถึงกับยืนหน้าซีดไม่รู้ไม่เท่าทันเหลี่ยมคนเจ้าเล่ห์
“ไม่มากเท่าไหร่หรอก ฉันยืมเตียงของเธอนอนพักสักหน่อยนะ”
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นหนูไปยกข้าวมาให้คุณทานข้างในห้องนี้นะคะ” แม่ครัวในชุดนักศึกษา วิ่งกลับออกไปยกจานข้าวกับชามไข่น้ำหอมฉุย มาวางไว้อยู่ตรงหัวเตียง อีกทั้งยังมียาแก้อาการของโรคกระเพาะทุกขนานเรียงกันจนแทบไม่มีที่ว่าง
“เธอไปอาบน้ำอาบท่าเถอะ มอมแมมหมดแล้ว” นิ้วเกลี่ยเส้นผมชื้นไปทัดลงตรงใบหู หน้าขาวมันวาวเพราะวิ่งไปวิ่งมาหาหยูกยามาให้คนสำออยอย่างเขา
“ถ้าอย่างนั้น คุณแทนคุณทานข้าวนะคะ เดี๋ยวหนูไปอาบน้ำก่อน”
แทนคุณมองตามร่างบางที่วิ่งไปคว้านั่นจับนี่ก่อนจะเดินหายเข้าไปภายในห้องน้ำ แล้วจึงหันมาสนใจอาหารอ่อนสำหรับคนป่วยที่แม่ครัวตั้งใจทำมาให้ จากนั้นสมองของเขาพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรวบช้อนในมือวางกลับลงไปในจาน แล้วเปลี่ยนเป็นล้มตัวนอนเงี่ยหูฟังเสียงคนที่กำลังอาบน้ำ
“ทำไมคุณแทนคุณไม่ทานข้าวละคะ ไม่อร่อยเหรอ” เจ้าของกลิ่นหอมเดินมานั่งคุกเข่าลงข้างเตียง น้ำเสียงฟังดูน้อยเนื้อต่ำใจเมื่อเห็นว่าไข่น้ำที่ตนตั้งใจทำมาให้เหลือจนเต็มชาม
“อร่อยสิ แต่ว่าฉันกินไม่ลง”
“กินไม่ลงเหรอคะ ไม่ได้นะ คุณแทนคุณต้องทานข้าวให้ตรงเวลานะคะ มาค่ะลุกขึ้น เดี๋ยวหนูป้อนให้” เจ้าของกลิ่นครีมอาบน้ำขยับลุกขึ้นมานั่งลงบนเตียงแล้วประคองคนป่วยให้ลุกขึ้น
“อันที่จริง ฉันเป็นโรคกระเพาะ ไม่ได้แขนขาด ขาขาด แต่ถ้าได้เธอมาป้อนข้าวก็ดี วันนี้ฉันขี้เกียจตักข้าวกินเอง” ยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกอมเอาไว้ ซ่อนจากสายตาซื่อ
“ค่ะ ถ้าคุณขี้เกียจตักข้าวเมื่อไหร่ บอกหนูนะคะ หนูจะป้อนคุณทุกวันเลย” มือเอื้อมไปหยิบจานข้าวมาถือแล้วตักเอาน้ำซุปไข่น้ำอุ่นๆ ป้อนให้คนป่วยที่นั่งอมยิ้มตาเป็นประกายอยู่
“จริงนะ”
“ค่ะ อร่อยไหมคะ”
“อืม อร่อย หวานดี”
“หวานเหรอคะ!” แม่ครัวทำตาโตแล้วรีบตักน้ำซุบใสยกขึ้นมาชิมรสชาติ หากแต่ลิ้นเด็กสาวกลับไม่รับรู้ถึงความหวานตามที่คนป่วยอ้างถึง
“ถ้ามันหวานเกินไป หนูไปปรุงมาให้คุณใหม่นะคะ” ร่างเล็กทำท่าเหมือนจะลุกขึ้นยืนหากแต่ถูกคนที่นอนอยู่ตวัดแขนเกี่ยวเอวให้กลับมานั่งที่เดิม
“ไม่...ไม่เลย ฉันชอบรสชาตินี้ ป้อนต่อสิ”
“อ๋อ ค่ะ”
กลับจากตลาดไท สี่แม่ลูกก็ช่วยกันจัดเตรียมผลไม้สำหรับนำไปขายที่สนามแข่งรถ ทั้งพี่เลี้ยง แม่บ้าน แม่ครัว จากทั้งสามคฤหาสน์ต่างร่วมใจกันมาช่วยเจ้านายตัวน้อย“ถ้ามีร้านข้าวด้วยก็น่าจะดี ที่ทำง่ายๆ กินง่ายๆ” ธามเสนอไอเดีย ไหนๆ ก็เปิดร้านขายของกินแล้ว ก็เปิดให้ครบวงจร เรื่องผู้ช่วยไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะแทนคุณหาผู้ช่วยมาให้อยู่แล้ว ลูกสะใภ้กับหลานๆ มีหน้าที่ขายอย่างเดียว“ข้าวไข่” แมงปอพูดขึ้นมาแทบจะในทันที ในขณะที่พี่ชายยังใช้ความคิด“ย่าเห็นด้วยกับแมงปอ”“ปอปอหิวข้าวไข่” “โธ่ ย่าก็นึกว่าแมงปอเสนอไอเดียให้ขายข้าวไข่” บัวเอ็นดูหลานสาวยิ่งนัก“แต่ข้าวไข่ที่แมงปอพูดก็เป็นไอเดียที่ดี กินง่าย ทำง่าย” แม้หลานสาวจะพูดออกมาด้วยความหิว แต่ธามก็คิดว่าเป็นไอเดียที่ดี ไข่สามารถนำมาทำอาหารได้หลายเมนู และกินง่าย“ปอปอหยาดเนอะปู่ขา” เพราะความฉลาด แมงปอได้โอกาสยกความดีความชอบให้ตัวเอง“แมงปอคนสวยของปู่ฉลาดมากครับ”“ปอปอฉวย ปอปอหยาด เปอเฟกเกิง”“เพอร์เฟคเกิร์ล” เสือกับสิงห์บอกคำที่ถูกต้องกับน้องสาว“นั่งแหยะๆ”“ถ้าจะเป็นเพอร์เฟคเกิร์ลต้องแต่งตัวสวยๆ ด้วย”“ปอปอแต่งโตฉวยอยู่แย้ว”“ไม่สวยเลย”“คงฉวยใฉ่ไยฉวยห
“ของฝากหลานไก่” ปลีกับปลังกลับไทย ไม่ลืมแวะมาหาหลานๆ และไม่ลืมของฝากสำหรับหลานไก่สุดที่รัก“ว้าวๆ ชิคชิคมีวิด” แมงปอตื่นเต้นกับไก่แจ้ตัวผู้ที่คนเป็นอาเอามาฝาก ในที่สุดตนก็มีเจ้าชิคชิคที่มีชีวิต เหมือนเจ้าเป็ดไทเกอร์กับเจ้าเป็ดไลอ้อนของพี่ชายการซื้อไก่สักตัวไม่ใช่เรื่องยาก แต่ความรู้สึกทางใจย่อมต่างกันเมื่อเทียบกับไก่ที่อาปลีกับอาปลังนำมาฝาก“อาทำดี แมงปอต้องทำไง” เมื่อหลานสาวถูกใจสิ่งที่นำมาให้ ปลีก็ทวงสิ่งที่แมงปอต้องทำตอบแทน พร้อมกับโน้มหน้าไปใกล้“ปอปอยู้ ปอปอจุ๊บ จุ๊บอาปลี อาปลีฉุดหย่อของปอปอ” แมงปอจุ๊บแก้มของอาปลีทั้งสองข้าง และเพราะถูกใจมากจึงแถมจุ๊บปากไปอีกหนึ่งที และทำแบบเดียวกันกับอาปลัง โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องร้องขอ“ปอปอจุ๊บ จุ๊บอาปลัง อาปลังฉุดหย่อของปอปอ”“ทำไมอาปลีไม่เอาไทเกอร์นับเบอร์ทูมาฝากเสือด้วย”“ใช่ๆ อาปลังต้องเอาไลอ้อนนัมเบอร์ทูมาฝากสิงห์ด้วย”“เสือกับสิงห์ต้องไปเคลียร์กับคุณพ่อแล้วแหละ” ไม่ใช่ไม่อยากเอามาฝาก แต่เพราะแทนคุณขอจำกัดจำนวนสมาชิกเป็ด“คุณพ่อของเสือกับสิงห์บอกไม่ต้องเอาแฟนไทเกอร์กับไลอ้อนมาฝาก”“คุณพ่อทำงี้ได้ไง” ปากของเสือกับสิงห์ยื่นยู่คล้ายปากเป็ด ไม่
“แล้วป้ารักไปไหนคะแมงปอ” บัวไม่เห็นลูกสาวอยู่ร่วมโต๊ะอาหารเย็นจึงถามหลานสาวที่อยู่กับคนเป็นป้าตลอดเวลาตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน“ไม่อยากเจอยุงไม่หย่อค่ะ” ที่ป้ารักไม่มากินข้าวก็เพราะวันนี้มีลุงไม่หล่อร่วมโต๊ะด้วย มือเล็กยื่นไปหยิบน่องไก่ทอดมากัดกิน มืออีกข้างก็ตักข้าวเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างน่ารัก แม้จะกินหกเลอะเทอะไปบ้าง แต่มิวกับทุกคนก็ปล่อยให้กินเองเพื่อพัฒนาการที่ดี และดูเหมือนว่าหนูน้อยวัยสองขวบจะมีพัฒนาการดีเกินวัยไปมาก“ป้ารักบอกหรือแมงปอบอกคะ”“ปอปอบอกค่ะ” เด็กย่อมไม่โกหก บัวยิ้มเอ็นดูหลานสาวที่ไม่เคยถูกชะตากับลุงคนหล่อเลย ส่วนคนถูกว่าไม่หล่อกลับยิ้มราวกับชอบใจ“แมงปอตามั่ว บอกลุงคนหล่อไม่หล่อได้ไง” เสือคิดว่าสายตาของน้องสาวต้องมีปัญหา“ปอปอไม่มั่ว ยุงไม่หย่อ ไม่หย่อมาก” สำหรับตนคนตัวโตที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่หล่อ และไม่หล่อมากด้วย“คุณพ่อต้องพาแมงปอไปให้คุณหมอตรวจตาแล้วครับ ตามั่วมาก” สิงห์เห็นสมควรที่พ่อต้องพาน้องสาวไปให้หมอตรวจเช็คสายตา ลุงคนหล่อหล่อขนาดนี้ มองไม่หล่อได้ยังไง มั่นใจว่าสายตาของแมงปอต้องมีปัญหา“ลุงคนหล่อก็เป็นหมอไงครับ” จะไปหาหมอให้เสียเวลาทำไม ในเมื่อก็มีหมอนั
“แม่ขา ปอปอฉวยฉุดไหม” แมงปอยืนอยู่บนสตูลหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ใช้พัฟตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อให้แป้งติดทน ในขณะที่คนเป็นแม่กำลังทาครีมบำรุงผิวก่อนนอน“แมงปอของแม่สวยที่สุดเลยค่ะ”“ปอปอฉวยเหมืองแม่ขา ปอปอฉวยเหมืองย่าขา ปอปอฉวยเหมืองป้ายัก แม่ขา ปอปอคิดถึง ปอปอคิดถึงป้ายักแย้ว” เสียงที่เคยสดใสเปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง ริมฝีปากเบะคว่ำ เมื่อความคิดถึงเล่นงาน เกือบสองเดือนแล้วที่ป้ารักไปเรียนหลักสูตรระยะสั้นด้านแฟชั่นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพราะแฟชั่นไม่เคยหยุดนิ่ง จึงต้องเพิ่มพูนความรู้ให้ตัวเองเสมอ“อีกสองวันป้ารักก็กลับแล้วค่ะ”“ทอมางใจมาก” แมงปอนั่งลงข้างคนเป็นแม่ สองมือเล็กวางประทับตำแหน่งหัวใจ แล้วค่อยๆ เอียงตัวคล้ายคนหมดแรง“แม่เข้าใจความรู้สึกของแมงปอค่ะ ความคิดถึงทำให้ทรมานใจสุดๆ” มิวรู้ว่าต้องรับลูกสาวแล้วอุ้มมานอนบนตัก เอ็นดูความช่างพูดกับท่าทางของลูกสาว และเธอก็เข้าใจความรู้สึกนี้ดี หากคนเป็นสามีต้องเดินทางไปต่างประเทศคราวละหลายๆ วัน ในขณะที่เธอไม่ได้ติดตามไปด้วย เพราะลูกชายไปโรงเรียน เธอก็ต้องอดทนต่อความคิดถึงเช่นกัน“แม่ขายักฉาใจปอปอ” สองมือเล็กที่ทาบทับกันไว้ทุบที่อกข้างซ้ายของตั
“ได้ออเดอร์มาแล้ว” เสือวิ่งกลับมายังจุดนัดพบเพื่อรวบรวมออเดอร์ โดยที่สิงห์ยืนรออยู่ก่อนแล้ว“แล้วแมงปอทำไมยังไม่มาอีก” สิงห์มองไปยังห้องทำงานของพ่อ อันที่จริงน้องสาวควรรับออเดอร์เสร็จก่อนพวกตน“มาแย้วๆ ปอปอยับเด้อ ยับเด้อแย้ว” ด้วยมีปัญหาด้านการสื่อสาร ทำให้รับออเดอร์ได้ช้า แต่ก็ได้ออเดอร์มาจนได้ เสียงสดใสของแมงปอ ความดีใจบวกความรีบร้อนทำให้สะดุดล้มพลั่ก!“แมงปอ!!” เพียงน้องสาวสุดที่รักล้มก็ทำให้พี่ชายทั้งสองคนร้อนรนและกระวนกระวายใจ“ย้มเยย” แม้จะล้ม แต่แมงปอก็รักษาสมุดออเดอร์ยิ่งชีพ ถึงจะหน้าเสียไปบ้างแต่ก็ยังคงยิ้มได้“เจ็บไหม” เสียงของความห่วงใยระคนร้อนใจ เสือกับสิงห์ช่วยกันพยุงน้องสาวขึ้น“เจ็บแย้ว หายแย้ว”“ดูก่อนมีแผลไหม” พี่ชายสำรวจแขนกับขาของน้องสาว ต้องมั่นใจก่อนว่าน้องไม่ได้รับบาดเจ็บ จึงจะสบายใจ“นี่ เด้อปอปอ” แมงปอยิ้มแป้นภูมิใจในตัวเอง ยื่นสมุดหน้าที่จดออเดอร์ให้พี่เสือ“แมงปอมีสี่ออเดอร์ ของเสือมีสามสิบสามออเดอร์ รวมของแมงปอเป็นสามสิบเจ็ดออเดอร์ สิงห์ได้กี่ออเดอร์”“ของสิงห์ยี่สิบเก้าออเดอร์ รวมออเดอร์ทั้งหมดก็...หกสิบหกออเดอร์”“เด้อปอปอน้อย เด้อน้อยฉุด” ออเดอร์ของพี่ๆ
“แมงปอใส่ชุดนี้ถึงจะเป็นเพอร์เฟคเกิร์ล” เสือเลือกเสื้อผ้าให้น้องสาว เป็นชุดที่เข้าเซต โทนสีแดงขาว“ไม่ฉวย ปอปอไม่ชอบ” แมงปอกอดอก สะบัดหน้าพรืด ไม่ชอบชุดที่พี่เสือเลือกให้“งั้นใส่ชุดนี้ ใส่แล้วเป็นเพอร์เฟคเกิร์ลเหมือนกัน” ในเมื่อน้องไม่ชอบชุดที่เสือเลือก เข้าใจว่าคงไม่ชอบสีแดงฉูดฉาด สิงห์จึงเลือกชุดโทนสีดำขาว“ไม่เฟค ปอปอไม่ชอบ” แมงปอยังคงกอดอก หันมองชุดที่พี่สิงห์เลือกให้ ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดเช่นเดิม“งั้นเสื้อสีชมพู กระโปรงสีดำ”“ปอปอไม่ชอบ”“งั้นเสื้อสีฟ้า กระโปรงสีขาว”“ปอปอไม่ชอบ”“ชุดสีเหลือง”“ปอปอไม่ชอบ”“ชุดสีเขียวล่ะ”“ปอปอไม่ชอบ”“ใส่ชุดนี้กับรองเท้าคู่นี้ แมงปอใส่แล้วเป็นเพอร์เฟคเกิร์ลเลยนะ” เสือยังไม่ละความพยายาม หยิบเสื้อแขนกุดสีชมพู กับกระโปรงสีขาวเป็นชั้น ตกแต่งด้วยโบเล็กๆ มาพร้อมกับรองเท้า หมวก กระเป๋า และแว่นตาเข้าเซต"ปอปอไม่ชอบ”“ใส่แล้วสวยนะ แมงปอไม่อยากสวยเหรอ”“ปอปอฉวย”“งั้นก็ใส่ชุดนี้”“ปอปอไม่ชอบ”“งั้นชุดนี้ ดอกไม้สวย ใส่กับรองเท้าคู่นี้ ใส่แล้วสวย เพอร์เฟคเกิร์ลสุดๆ” สิงห์เลือกชุดเดรสลายดอกไม้ ใส่คู่กับรองเท้าสีขาวน่ารักๆ“ไม่เฟค ไม่ฉวย ปอปอไม่ชอบ หาป้อขาก่า







