ANMELDENแล้วก็เป็นไปอย่างที่คาด พอเมื่อคาเตอร์และม่านฟ้ามาค้างด้วย วายุก็รีบกระโดดเกาะขาคุณน้าใจดีทั้งสองเข้าไปในห้องนอนด้วย เพราะคาเตอร์ก็ยังติดนิสัยแสบซนไม่หาย และมักจะหาเรื่องสนุกชวนน่าหวาดเสียวมาเล่นกับหลานชาย ผิดกับแผ่นดินที่ค่อนข้างจริงจังและดุกว่า ทำให้วันนี้เด็กชายทิ้งพ่อแม่ไปซะงั้นแต่นั่นก็ถือเป็น
"ยับบบ""รับต่างหาก" เด็กชายแก้ไขคำผิดให้และกลิ้งลูกบอลกลับไปให้น้องสาวเบาๆ เรียกสายตาเอ็นดูจากเหล่าผู้ใหญ่ในห้องได้ทันที"วายุนี่น่ารักจริงๆ" ม่านฟ้าอดชมออกมาไม่ได้"อ่อนโยน ว่าง่าย แถมยังมีความเป็นผู้นำตั้งแต่เด็กเลย เห็นแบบนี้ป๊าล่ะปลื้มจริงๆ" เดชาฉีกยิ้มกว้างสายตาอ่อนโยนมองดูหลานทั้งสองเล่นกันด้
"แอบมาหลบกันอยู่ที่นี่กันนี่เอง" เสียงใสของลูกสาวคนเล็กดังขึ้น พร้อมการปรากฏตัวของแขกหน้าคุ้นเคยทั้งสามใบหน้าของม่านฟ้าอิ่มเอม จูงมือมากับคาเตอร์พร้อมลูกสาววัยหนึ่งขวบอย่างน้องคาเทียร์ในอ้อมแขนบิดาด้วย"โอ้ มาพร้อมหน้าพร้อมตากันเชียว""สวัสดีค่ะป๊า หน้าตามีความสุขเชียว เล่นกับหลานชายทั้งวันเลยสิท่า
สามปีต่อมาเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบวิ่งเล่นยังสนามหญ้ากว้างโดยมีพี่เลี้ยงวัยกลางคนวิ่งไล่ตาม ใบหน้าเล็กฉายแววหล่อตั้งแต่เด็กแดงก่ำด้วยเม็ดเหงื่อ หัวเราะคิกคักเสียงใสมีความสุข"คุณวายุวิ่งช้าๆ หน่อยสิคะ หวานวิ่งตามไม่ทันแล้ว""คิกคิก พี่หวานช้า แน่จริงก็จับวายุให้ได้สิ"พี่เลี้ยงระบายยิ้ม ชะลอแรงลงเล็
"กลัวครับ จะพยายามยั้งแรงนะ แต่พรุ่งนี้เมียห้ามบ่ายเบี่ยงไปหาหมอเด็ดขาด"เธอคลี่ยิ้มกว้าง ดวงตาเปล่งประกายด้วยความสุขใจ แม้แผ่นดินจะกังวลถึงลูกในท้องใจจะขาด แต่แรงปรารถนาก็พลุ่งพล่านเกินกว่าจะหยุดลงเพียงแค่นี้ใยไหมหยัดกายขึ้นให้กายร้อนหลุดออกมา พลิกตัวไปเกาะขอบอ่างเอาไว้แน่น พลางเอี้ยวหน้ามาส่งยิ้ม
"ก็ลองเคยมีสิ! ไหมจะเจื๋อนไอ้แผ่นดินน้อยทิ้งไปซะ!""ทำลงเหรอครับ งั้นใครจะทำให้ไหมครางเสียงหลงได้ล่ะ"แผ่นดินเปลี่ยนท่าทีเป็นออดอ้อนเอาใจ จุมพิตแก้มใสของภรรยาไปอีกครั้ง ต้องใช้เวลาพูดคุยอีกหลายนาทีกว่าคุณพ่อขี้เห่อจะยอมใจเย็นแล้วจูงมือภรรยาสุดที่รักเข้าไปอาบน้ำล้างคราบเหงื่อไคลด้วยกันภายในห้องน้ำอ่
ยิ่งแผ่นดินนิ่งสงบคนที่ถูกมองก็เริ่มหนาวๆ ร้อนๆ ราวกับพื้นบริเวณนี้มีแรงสั่นสะเทือนชวนน่าขนลุก แต่ก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์น่านับถือไว้เหนียวแน่น ไม่เปิดพิรุธให้อีกฝ่ายเล่นงานได้"ผมรู้ว่าอาเคยทำงานกับบริษัทเรามาตั้งแต่รุ่นพ่อผม และแน่นอนว่ามีเส้นสายมากมายในบริษัทแห่งนี้ด้วย ไม่แปลกเลยที่ 'โอภาส' ลูกชาย
และในเมื่อคิดหาคำตอบไม่ได้ ใยไหมจึงตัดสินใจโทรไปหาหลิว เพื่อนสาวในคลับหรูที่เธอไว้ใจในระดับหนึ่งเพื่อขอคำปรึกษา(หื้ม แปลกมาก แกโทรมาหาเนี่ยนะ) ปลายสายเอ่ยทักขึ้นด้วยความแปลกใจชัดเจน เพราะปกติแล้วใยไหมไม่ค่อยโทรเมาท์มอยกับใครนัก"อืม มีเรื่องนิดหน่อย สะดวกคุยไหม" เธอถามด้วยความเกรงใจ กลัวอีกฝ่ายอาจจ
คำพูดจาเป็นปริศนาสร้างความกดดันให้หญิงสาวไม่น้อย คิ้วบางขมวดเข้าหากันเป็นปม เลือกที่จะเบือนหน้าหนีกลับไปสนใจงานตรงหน้าต่อ อย่างน้อยกำหนดนัดชำระก็อีกตั้งอาทิตย์ เอาไว้เธอค่อยหาทางดูอีกที ส่วนเจ้าของห้องก็ยังคงทำตัวน่าหงุดหงิดต่อไป เย้าแหย่เด็กฝึกงานสาวเป็นระยะไม่ยอมเริ่มงานของตัวเองสักทีนิ้วเรียวรัว
สองสัปดาห์ต่อมางานในช่วงแรกของการฝึกงานก็เป็นงานเบ็ดเตล็ดเหมือนอย่างที่แก้มใสบอก แม้ช่วงสัปดาห์ต่อมา พี่เลี้ยงของเธอจะเริ่มสอนงานอื่น ให้เข้ามามีส่วนร่วมตอนประชุม นั่งฟังแผนงานและเสนอไอเดีย อีกทั้งยังนำแผนพัฒนาองค์กรเก่าๆ ที่ไม่ได้ถูกคัดเลือกให้ใยไหมศึกษาเพิ่มเธอจะไม่มีปัญหาอะไรเลย หากไม่ใช่เพราะเ







