Home / โรแมนติก / เติมรักให้เต็มใจ / ตอนที่ 4 ชีวิตชนบท

Share

ตอนที่ 4 ชีวิตชนบท

last update publish date: 2026-05-01 21:25:07

พิพัฒน์ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อมานั่งรอกิ่งกานดาและนาวินอยู่หน้าบ้าน หลังจากที่เขาสังเกตในทุกเช้า สองพี่น้องจะออกไปเก็บไข่ไก่และหน่อไม้หวานในฟาร์ม กลับมาในช่วงสาย เพื่อปล่อยวัวออกลานหญ้าในทุ่งและทำความสะอาดคอกวัว จากนั้นก็กลับมากินข้าวที่บ้านโดยนายแจ่มจะเตรียมอาหารไว้รอ

ช่วงบ่ายเธอและนาวินจะคัดเบอร์ไข่ไก่ใส่แผงแยกขนาด และแพ็คหน่อไม้ลงถุงรอแม่ค้ามารับที่บ้าน หรือบางวันก็ออกไปส่งเองที่ตลาด แดดเริ่มอ่อนในตอนเย็นเธอจะพาเจ้าขนุนไปเดินเล่นในทุ่งหญ้า สลับกับการออกไปให้อาหารไก่ในฟาร์มเป็นบางวัน หากนาวินยังไม่กลับมาจากตลาด

บางวันหญิงสาวจะขลุกอยู่กับการปลูกไม้ดอกไม้ประดับในสวนข้างบ้าน และทำงานในครัว ส่วนนายแจ่มที่เป็นสมาชิกชุมชนมีกิจกรรมไม่เว้นในแต่ละวัน ในวันว่างก็จะจัดการกับพืชผักสวนครัวในสวน ช่างเป็นชีวิตที่เรียบง่ายไม่ต้องวุ่นวายกับผู้คน ปราศจากการแก่งแย่งชิงดี เป็นการอยู่แบบพอเพียงและเพียงพออย่างสมบูรณ์ ซึ่งแตกต่างจากเขามากมายนัก

และสิ่งที่พิพัฒน์สัมผัสได้แม้มาอยู่เพียงไม่นาน คือที่นี่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างแท้จริง และสิ่งที่เขาเห็นในตัวหญิงสาวชนบทต่างถิ่นคนนี้ คือเธอแตกต่างกับผู้หญิงที่เขาคุ้นเคยในเมืองโดยสิ้นเชิง ใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางใดๆ แต่สดใสและสะอาดสะอ้าน

“พี่กิ่งเขาเคยไปทำงานที่กรุงเทพหลังจากเรียนจบ แต่หลังจากป้าเสียพี่กิ่งก็ลาออกกลับมาอยู่บ้านกับลุงแจ่ม” จากคำบอกเล่าของนาวิน

“แล้วทำไมโหน่งถึงไม่เรียนต่อ?”

“เรื่องเรียนมันน่าเบื่อจะตายแค่คิดก็ปวดหัวแล้ว” และสุดท้ายก็ออกมาช่วยลุงแจ่มทำสวน และใช้ชีวิตอิสระตามแบบฉบับของตัวเอง

“พี่พัฒน์อย่าถือสาพี่กิ่งเลยนะ แกอาจจะฟอร์มจัดไปบ้าง แต่จริง ๆ แล้วพี่กิ่งใจดีมาก” เมื่อเห็นว่าผู้เป็นพี่ไม่ค่อยจะอยากเป็นมิตรกับชายหนุ่มสักเท่าไหร่

เห็นจะจริงอย่างที่นาวินบอก พิพัฒน์คิดในใจ แต่เขาก็มีวิธีเข้าหาเธอได้ นึกถึงกิริยาของเธอที่เป็นคนหลายบุคลิก ทั้งดุและขี้โมโหเวลานาวินไม่ได้อย่างใจ ทั้งขี้อ้อนและขี้งอนเวลาโดนพ่อดุ แต่เธอจะสดใสและเป็นธรรมชาติเวลาเล่นกับเจ้าขนุนสุนัขตัวโปรดของเธอ

นาวินและพิพัฒน์ถือว่าคุยกันถูกคอ ความที่เด็กหนุ่มเป็นคนขี้เล่นและไม่ซับซ้อนแต่ดูฉลาดและทันคน ชอบถามโน่นถามนี่และเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้พิพัฒน์ฟังอยู่เสมอ การใช้ชีวิตในชนบทแบบนี้สำหรับเขา มันเหมือนกับการหยุดพักชาร์จแบตเติมพลังให้ตัวเอง ในขณะที่มีเรื่องให้ต้องขบคิดและวางแผนอย่างรอบคอบแบบนี้

“ผมขอไปด้วยคนได้ไหม?” เขาเอ่ยกับหญิงสาวเป็นการขออนุญาต

ตั้งแต่มาขอพักอยู่ที่นี่และขาเดินไม่สะดวกก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย ถึงแม้จะกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ก็ยังอยากเห็นบรรยากาศและสภาพแวดล้อมของชนบทที่เงียบสงบแบบเต็มหูเต็มตาบ้างอยู่ดี วัน ๆ มีแค่โทรคุยงานกับก้องเกียรติ อ่านข่าวสารธุรกิจ ตรวจงานผ่านทางอีเมล และวางแผนงานเท่านั้น วันนี้อยากออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้าง

สองหนุ่มนั่งหลังกระบะโดยพิพัฒน์วางไม้ค้ำเดินขาที่สามของเขาไว้ข้างตัว วันนี้บรรยากาศดูสดใสมีแสงแดดอ่อนๆ ในตอนเช้า นกฝูงใหญ่บินผ่านศีรษะชายหนุ่มไปเสียงร้องสลับกันก้องกังวานเซ็งแซ่ สองข้างทางเป็นพืชเกษตรเขียวชอุ่มสุดลูกหูลูกตาจนถึงสันเขาข้างหน้า จุดที่ทำให้เขาต้องมาพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ ฟาร์มไก่อยู่ไม่ไกลถัดจากลานเลี้ยงวัว เป็นพื้นที่เดียวกันเพียงแค่กั้นรั้วแยกโซนเท่านั้น ซึ่งมองเห็นด้วยตาได้แต่ถ้าเดินก็ใช้เวลาพอสมควร

กิ่งกานดาจอดรถด้านนอกรั้วใต้ต้นไม้ใหญ่ พื้นที่ฟาร์มประมาณสามไร่เศษ ล้อมรอบด้วยรั้วลวดหนามมิดชิด ความสูงพอประมาณ ด้านในเป็นบ้านกึ่งกระท่อมหลังเล็กกะทัดรัดทันสมัย

สายลมเย็นพัดเอื่อย ๆ มาเป็นระยะ ปะทะกับใบหน้าของพิพัฒน์ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าโชยมาตามลม ชายหนุ่มหลับตาสูดรับอากาศบริสุทธิ์เข้าลึกจนเต็มปอดเหมือนไม่เคยได้สัมผัส ก่อนจะเดินดูรอบๆ บริเวณช้าๆ เพราะขาที่ใส่เฝือกไม่เป็นไปดั่งใจ

“พี่พัฒน์ค่อย ๆ เดินนะระวังล้ม” เสียงจากนาวิน กิ่งกานดาช้อนสายตาขึ้นมองสองหนุ่มที่เดินพูดคุยกันตามหลังมา ขาก็เจ็บยังจะอยากมาสร้างความลำบากให้ตัวเองทำไมก็ไม่รู้ พลางส่ายหน้า

อุปกรณ์สำหรับเก็บไข่ถูกจัดเตรียมไว้พร้อมแล้วโดยนาวิน และขนเข้าไปวางในฟาร์มด้านใน ไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติ ตรงกลางขุดเป็นคลองเล็กๆ สำหรับเก็บน้ำไว้เลี้ยงไผ่ให้ออกหน่อตลอดทั้งปี

รอบคลองเป็นป่าไผ่หน่อไม้หวานปลูกเว้นระยะเป็นแนวดูสวยงามและร่มรื่น โดยมีเพิงมุงหญ้าคาเป็นแนวยาวสำหรับให้ไก่หลบในฤดูฝน ภายในคลองปล่อยปลาเลี้ยงแบบธรรมชาติ บริเวณโคนกอไผ่มีกองฟางสำหรับให้ไก่ออกไข่วางกองเป็นระยะๆ พิพัฒน์เดินดูบรรยากาศรอบๆ จนเพลินโดยไม่รู้สึกเบื่อ ภาพในความฝันในวัยเด็กของเขาก็ผุดขึ้นมา

“ผมอยากเป็นสัตวแพทย์” คำพูดที่เขาเคยบอกกับผู้เป็นแม่

และเลือกที่จะเรียนสายนี้จนจบตามความฝัน แต่ด้วยคำขอของสุเทพเขาจึงต้องเรียนต่อด้านการบริหารธุรกิจ เพื่อสานต่อความฝันของผู้เป็นพ่อ

“หากพ่อไม่อยู่แล้วแกอยากหย่ากับดาวิกาพ่อก็ไม่ว่า พ่อจะเคลียร์ทุกอย่างให้เร็วที่สุดเพื่อให้แกได้อิสระ แต่คนพวกนั้นมันจะฉวยโอกาสเอาทุกอย่างที่พ่อสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากไปง่าย ๆ ไม่ได้หรอก”

คำพูดที่สุเทพพูดกับเขาตอนที่ยังมีชีวิตอยู่

“แล้วปล่อยไว้แบบนี้ไก่มันไม่หนีเหรอ?” เขาถามนาวิน

“มันจะหนีไปไหนละพี่ เดี๋ยวมันก็กลับมากินอาหารอยู่ดี” นาวินตอบคำถามมือก็ทำงานไปด้วย

“แล้วไม่มีขโมยเหรอ?”

“ลุงแจ่มมานอนเฝ้าตอนกลางคืน แต่ตอนนี้พี่กิ่งไม่ให้มาแล้ว เพราะติดกล้องไว้”

นาวินชี้มือไปที่ก้องวงจรปิดที่กระท่อม พิพัฒน์พยักหน้ารับรู้

เสร็จงานจากฟาร์มไก่สามหนุ่มสาวก็กลับเข้าบ้านพักทานอาหารกลางวัน กิ่งกานดาถือโอกาสงีบพักสายตาอยู่ศาลาริมน้ำ แต่ก็ต้องตกใจตื่นกับเสียงตะโกนโหวกเหวกของนาวิน

“แกจะแหกปากทำไมวะไอ้โหน่ง” หญิงสาวลุกขึ้นนั่งหัวคิ้วขมวดเข้าหากันและดุนาวินด้วยสายตา

“นังชบามันเหมือนจะปวดท้องแล้วพี่กิ่ง” เขาหมายถึงแม่วัวท้องแก่ใกล้คลอด แต่ดูเหมือนจะมีปัญหาในการคลอด

วัวชบาถูกแยกออกจากฝูงเพื่อนำมาเฝ้าดูอาการ โดยผูกเชือกกับโคนต้นไม้ใกล้คอก มันเดินไปเดินมา ผุดลุกขึ้นและนอนลง กระวนกระวาย ทุกคนนั่งเฝ้าดูชบาและลุ้นไปตามมัน

“แถบนี้ไม่มีหมอเหรอโหน่ง?” พิพัฒน์ถามนาวิน

“มีสิพี่...หมอเอก...แต่พี่กิ่งเลิกใช้บริการไปนานแล้ว”

“ทำไม?”

“เด็กเก่า” นาวินใช้มือป้องปากกระซิบเบาๆ พลางปรายตาไปมองผู้เป็นพี่ที่กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นอยู่

หลายชั่วโมงผ่านไปนังชบาก็ยังคลอดลูกวัวออกมาไม่ได้ ถุงน้ำคร่ำแตกนานแล้วและเหมือนแม่วัวก็เริ่มหมดแรงเบ่ง มันล้มตัวลงนอนพัก ก่อนจะลุกขึ้นใหม่และออกแรงเบ่งอีกครั้งแต่ก็ยังไม่เป็นผล พิพัฒน์ยืนมองสังเกตอาการแม่วัวอยู่ไม่ห่างพอๆ กับกิ่งกานดา

“หมออนันต์อยู่ต่างจังหวัดนะพี่กิ่งอีกหลายชั่วโมงกว่าจะมาถึง ผมจะโทรหาเชอรี่ให้ช่วยโทรตามหมอที่รู้จักมาดูให้”

นาวินบอกกับพี่สาวหลังจากสีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล

“ไม่ต้องหรอกโหน่ง” พิพัฒน์เอ่ยขึ้นสายตายังจับอยู่ที่แม่วัว

“ลูกวัวอยู่ผิดท่าทำให้คลอดยาก”

พิพัฒน์ต้องรับบทเป็นคุณหมอทำคลอดให้กับแม่วัวชบา เดินด้วยไม้ค้ำสามขาแบบทุลักทุเล นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำคลอดวัวที่หน้างานจริง โดยปราศจากอาจารย์คอยแนะนำหลังจากเรียนจบมา แต่ก็เคยผ่านเหตุการณ์จริงมาแล้วก็ไม่ได้เป็นปัญหายุ่งยากอะไรมากมายนัก ไม่นานแม่วัวชบาก็คลอดลูกวัวตัวน้อยออกมาได้สำเร็จ

“ตัวเมีย” เขาเอ่ยขึ้นและหันมามองหน้าหญิงสาวที่ลุ้นและให้กำลังใจทั้งวัวทั้งคนอยู่ใกล้ ๆ

“ลูกสาว…เจ๊” นาวินมองดูลูกวัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก กิ่งกานดายิ้มอย่างโล่งอก ถึงแม้จะชื่นชอบในอาชีพของตัวเองแต่ก็ยังขาดประสบการณ์ในบางเรื่องอยู่

นาวินนำถังใส่น้ำและเทเกลือลงไปผสมให้แม่วัวกิน วัวชบาเลียทำความสะอาดให้ลูกวัวตัวเล็ก ทั้งนาวินและพิพัฒน์ใช้ผ้าซับตามตัวลูกวัวช่วยวัวชบาจนเริ่มสะอาด ผ่านไปร่วมชั่วโมงลูกวัวน้อยเริ่มลุกขึ้นยืน ตัวโยกไปมาเนื่องจากขายังไม่แข็งแรง แล้วล้มพับลงไป ทุกคนยืนยิ้มลุ้นเอาใจช่วยเจ้าวัวน้อยอยู่ข้างๆ ก่อนมันจะลุกขึ้นมายืนใหม่ ลูกวัวตัวเล็กสีน้ำตาลแดงแกว่งหางไปมาช้าๆ แม่วัวชบายังเลียลูกวัวอยู่ไม่หยุด

“ฉันจะตั้งชื่อวันว่าแตงไทย” เธอมองดูลูกวัวและเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส

“คุณว่าเหมาะกับมันไหม?” เธอหันมาถามเขาโดยที่รอยยิ้มยังไม่จางไปจากใบหน้า นี่เป็นครั้งแรกของเธอที่ยิ้มให้เขาอย่างเต็มใจ ชายหนุ่มอมยิ้มพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วยกับชื่อที่เธอตั้ง 

บนโต๊ะอาหารมื้อเย็น

“ลุงสอบถามคนรู้จักที่โนนพะยอมแล้วเรื่องญาติของพัฒน์ หลังจากที่ไปทำงานที่ภาคใต้ก็กลับมาแค่สองครั้ง และย้ายไปอยู่พื้นที่อื่น ไม่มีใครได้ข่าวอีกเลย” ลุงแจ่มเอ่ยขึ้น

“แล้วพี่พัฒน์ไม่ได้ติดต่อกันเลยเหรอถึงมาตามหาเอาป่านนี้” หนุ่มรุ่นน้องถามขึ้น

“พี่เคยเห็นตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก แต่เขาย้ายกลับมาก่อนหน้าที่แม่จะเสีย หลังจากนั้นก็ไม่เจอเขาอีกเลย เห็นรูปถ่ายเก่าในหนังสือก็เลยลองตามหาดู” ชายหนุ่มขยายความให้

แม่เขาเสียแล้ว กิ่งกานดาพูดคนเดียวในใจ

“แล้วตำรวจว่ายังไงบ้างมีความคืบหน้าหรือยัง?” ชายชราถาม

เป็นจริงตามที่ชายหนุ่มคาดเดา ชายฉกรรจ์สองรายจากภาพในกล้องวงจรปิดมาหาข้อมูลคนเจ็บที่โรงพยาบาล โดยสอบถามจากเจ้าหน้าที่ขอเข้าเยี่ยมคนป่วยโดยระบุชื่อ พิพัฒน์ ทรัพย์เทวากุล ตามข้อมูลที่ผู้กองก้องเกียรติตามสืบและแจ้งข่าวมา

พิพัฒน์ส่งคนประกบชัชชาติเพราะอยู่ในรายชื่อผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่ง เช่นเดียวกับชัชชาติที่ส่งคนตามสืบหาตัวพิพัฒน์เช่นกันแต่ก็ไร้วี่แวว ระหว่างนี้เขาต้องพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ไปก่อน เพื่อดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม ส่วนธุรกิจโรงแรมตอนนี้ดาวิกาและชัชชาติกำลังออกโรงเป็นผู้บริหารแทนเขาอยู่

ก็ดีเหมือนกันให้พวกเขาแสดงความต้องการของตัวเองออกมาให้หมด จะได้รู้ว่าใครมีเอี่ยวบ้าง พิพัฒน์บอกกับก้องเกียรติ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 17 เติมรักให้เต็ม

    แซนเดอเลียร์คริสตัลสาดแสงระยิบระยับอยู่เหนือศีรษะ ในห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวของโรงแรมหรูทรัพย์เทวากุล เสียงดนตรีแจ๊ซเปิดคลอเบา ๆ ในอากาศ บวกกับเสียงแก้วไวน์กระทบกันอย่างสุภาพ โต๊ะยาวถูกปูด้วยผ้าขาวสะอาด รายล้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและสุภาพสตรีในชุดหรูหราราคาแพง พร้อมกับเสียงสนทนาหัวเราะประสานกันอยู่เป็นระยะพิพัฒน์ยืนอยู่ด้านหน้าในลุคสุดสมาร์ต ใบหน้าสุขุมแต่แววตาคมนิ่ง ฉายความมั่นคงในแบบนักธุรกิจที่หลายคนให้การยอมรับ เขาเอ่ยคำทักทายสั้น ๆ แนะนำโครงการที่จะร่วมลงทุนกับคู่ค้าธุรกิจรายใหม่ในปีนี้ ให้แขกที่มาร่วมงานได้รับทราบ และจบลงด้วยการดื่มฉลองต้อนรับความสำเร็จที่กำลังจะมาถึง“ขอให้ทุกท่านสนุกให้เต็มที่กับงานเลี้ยงในคืนนี้นะครับ”บทสนทนาของธุรกิจที่ฟังดูราบรื่นไปหมด แต่อีกหนึ่งสิ่งที่แขกในงานต่างจับตามองไม่แพ้กัน คือหญิงสาวข้างกายพิพัฒน์นั่นเอง เขาโอบรอบเอวกิ่งกานดาไว้หลวม ๆ เป็นสัมผัสที่ไม่ต้องประกาศในความสัมพันธ์แต่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ว่าเธอคนนี้คือคนที่เขาเลือกแล้ว เมื่อเดินทักทายพูดคุยกับแขกในงานด้วยรอยยิ้ม“พัฒน์” เสียงเรียกจากด้านหลัง ชายหนุ่มหันกลับไปมองตามเสียงนั้นวราลี แม่ห

  • เติมรักให้เต็มใจ    ตอนที่ 16 ความสุข

    รถตู้หรูวิ่งมาจอดที่หน้าบ้านสวน สองหนุ่มสาวพิพัฒน์และกิ่งกานดา ลากกระเป๋าเดินทางลงมาจากรถ และกดกริ่งที่หน้าบ้าน เสียงเห่าเจ้าขนุนดังลั่นบ้าน เมื่อเห็นหน้าเจ้านายของมัน ครางอิ๋ง ๆ แกว่งหางดิก วิ่งไปมาอย่างตื่นเต้น สลับกับกระโดดเกาะรั้วเมื่อเห็นหน้าหญิงสาว“ว่าไงขนุน” เสียงที่ทักมาทำให้เจ้าขนุนส่งเสียงตอบ แม้จะพูดไม่เข้าใจนาวินเดินออกมาจากในครัวและเปิดประตูรั้วให้ ยกมือไหว้พิพัฒน์ และอดไม่ได้ที่จะประชดประชันผู้เป็นพี่ทันทีที่เห็นหน้า“กะว่าจะส่งนักสืบออกตามหาอยู่เลย นึกว่าจำทางกลับบ้านไม่ได้แล้ว” ปากพูดไปมือก็รับกระเป๋าจากหญิงสาวลากเข้าไปด้านใน“ปากดี” กิ่งกานดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นที่เป็นการฉลองเล็ก ๆ ต้อนรับการกลับบ้านของกิ่งกานดา โดยมีเชอรี่มาร่วมวงดินเนอร์ด้วยในวันนี้นาวินที่ดูเหมือนจะสดใสเป็นพิเศษกับการกลับมาบ้านของผู้เป็นพี่ กระเซ้าเย้าแหย่คนนั้นคนนี้อย่างอารมณ์ดี นี่แหละคือนาวินคนเดิมที่เธอคุ้นเคย กิ่งกานดามองหน้าน้องชายพร้อมเรื่องราวมากมายที่ผุดขึ้นในหัว ตอนนี้ไม่มีพ่ออยู่ข้างกายเขาและเธอแล้ว นาวินเองก็โตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น คบหากับเชอรี่ก็นานพอสมควร เธอเองต้องไป

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 15 ผลประโยชน์

    ชัชชาติเฝ้าครุ่นคิดจนไม่เป็นอันหลับอันนอน กับข้อเสนอที่ทนายเกษมส่งให้ก่อนหน้า และสุดท้ายเขาก็ปฏิเสธที่จะเซ็นถอนหุ้น อีกทั้งดาวิกาก็เช่นเดียวกัน เธอปฏิเสธที่จะเซ็นใบหย่าตามคำแนะนำของชัชชาติ เพราะไม่อยากเสียผลประโยชน์โดยอ้างถึงสินสมรสส่วนมาตรการตอบโต้พิพัฒน์นั้นคือการใช้ช่องทางโชเชียลมีเดียเป็นตัวช่วย โดยจะดึงกิ่งกานดาเข้ามาร่วมเอี่ยวด้วย จากภาพถ่ายที่นักสืบได้ส่งให้ และหากพิพัฒน์จะทำให้ตัวเองใสบริสุทธิ์ไร้มลทินนั้น เขาสาบานได้เลยว่าอย่าได้หวัง“คุณอยู่คนเดียวได้นะ” พิพัฒน์เอ่ยถามกิ่งกานดา หลังจากชวนให้เธอกลับไปอยู่ที่บ้านจะได้มีแม่บ้านคอยดูแล แต่หญิงสาวปฏิเสธเพราะไม่อยากให้เขาต้องกังวล เพราะดาวิกาเองก็ยังไม่เซ็นใบหย่าให้ เดี๋ยวจะไปสร้างประเด็นให้เขาต้องยุ่งยากเสียเปล่า“ไม่ต้องเป็นห่วงกิ่งหรอกค่ะ คุณไปทำงานเถอะ”“อยากได้อะไรก็โทรบอกผมเดี๋ยวให้คนจัดการให้”“ค่ะ”เดินมาส่งเขาที่หน้าประตู เธอเขย่งปลายเท้ายื่นหน้าขึ้นจูบปลายคางสากพร้อมรอยยิ้ม“แล้วผมจะรีบกลับ” พิพัฒน์ก้มลงจุ๊บที่ข้างแก้ม ที่เจ้าของแก้มเอียงรออยู่“ขับรถดี ๆ นะคะ” ส่งยิ้มให้เขาก่อนจะปิดประตูลงทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากคอน

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 14 การเริ่มต้นใหม่

    แสงอรุณยามเช้าที่แทรกผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีทึบ ทาบทอลงมาเป็นริ้วอ่อนบนผ้าปูเตียงสีขาว ห้องทั้งห้องเงียบสงบ แต่บรรยากาศสีชมพูยังกระจายอยู่ทั่วบริเวณ กิ่งกานดาลืมตาขึ้นช้า ๆ แย้มริมฝีปากยิ้มบาง ๆ ต้อนรับเช้าวันใหม่ หันไปมองที่นอนข้าง ๆ ที่ว่างเปล่า มีเพียงรอยยับยู่ยี่ของผ้าปูที่นอนและความวาบหวามสีชมพูเท่านั้นที่ยังไม่จางหายไป วันนี้ไม่ใช่วันทำงาน แต่ทำไมเขารีบตื่นจังเสียงผิวปากเป็นจังหวะเพลงคุ้นหูที่ดังออกมาจากโซนในครัว พร้อมกับกลิ่นหอมของขนมปังปิ้ง บวกกับกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลอยมาแตะจมูก เธอลุกจากที่นอนเดินเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกาย ก่อนจะเดินออกมาด้านนอก“วันหยุดทำไมตื่นเช้าจังคะ?” เดินมายืนข้างเขาเกาะแขนชายหนุ่มไว้ แนบหน้าลงที่ต้นแขนแข็งแรง ชะโงกหน้ามองขนมปังปิ้งที่อยู่บนเตาอบเล็ก ๆ ตรงหน้า กลิ่นขนมปังและเนยสดหอมกรุ่นลอยมาปะทะจมูก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา“ตื่นมาทำอาหารเช้าให้คุณนายไงครับ” ตอบอย่างอารมณ์ดีพร้อมจูบลงที่หน้าผาก กิ่งกานดาหลับตาพริ้มรับจูบด้วยรอยยิ้ม“มีอะไรให้กิ่งช่วยไหมคะ?”“ไม่เป็นไรผมจัดการเอง” ดึงเอวบางเข้ามากอด โน้มหน้าลงไปจุ๊บหนัก ๆ ที่ริมฝีปาก“คุณเก็บแรงไว้ทำงานตอนเ

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 13 มีเจ้าของแล้วนะ

    “คุณเดินทางมาเหนื่อย ๆ ไปพักผ่อนก่อนดีกว่านี่ก็ดึกมากแล้ว”กิ่งกานดาเอ่ยปากบอกชายหนุ่ม มากมายเรื่องราวที่เขานำมาเป็นหัวข้อสนทนา เพียงเพราะอยากให้เธอสลัดเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ออกจากหัวไป พิพัฒน์ยกข้อมือขึ้นดูเวลาที่หน้าปัดนาฬิกา พยักหน้าและลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเดินทางมาถือไว้ ยื่นมือให้หญิงสาว กิ่งกานดายื่นมือไปสัมผัสมือเขาและลุกขึ้นยืน“ผมมีบางอย่างจะให้คุณดู”“อะไรเหรอคะ?” ถามและยิ้มน้อย ๆ เมื่อคลายความตื่นตระหนกลงแล้ว“ไปส่งก่อนแล้วจะบอก” พร้อมกับจูงมือเธอเดินมาด้วยกันพิพัฒน์วางกระเป๋าลงบนเตียงนอนและเปิดออก หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้เธอ กิ่งกานดารับกล่องจากมือเขามาถือไว้ ขมวดคิ้วแทนคำถาม“เปิดดูสิ” พูดเสียงนุ่มพร้อมรอยยิ้มเธอเปิดกล่องในมือ สิ่งที่บรรจุอยู่ด้านในคือกล่องกำมะหยี่สีหวาน และทันทีที่เปิดฝาออก แสงไฟอ่อน ๆ ก็สะท้อนกับผิวเพชรเม็ดงาม เปล่งประกายระยิบระยับเล่นแสง อวดความหรูหราและทรงคุณค่าของตัวมันเอง แม้ไม่ใช่ไฮโซไฮซ้อมีระดับ แต่เธอก็พอจะรู้ว่าแหวนวงนี้ราคาคงไม่ใช่เล่น กิ่งกานดาเงยหน้าขึ้นมองเขา พิพัฒน์เดินมานั่งข้างเธอ“คุณชอบไหม?” ไม่มีเวลาให้คิดหรือตั้ง

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 12 จูบแรก

    ซุ้มดอกไม้และพวงหรีดของผู้คนที่มาร่วมไว้อาลัยการจากไปของลุงแจ่ม วางเรียงรอบโลงศพที่ตั้งอยู่บนศาลา รูปถ่ายของชายชราที่อยู่ในกรอบตั้งอยู่ข้างกระถางธูป กิ่งกานดาอยู่ในชุดไว้ทุกข์สีดำยืนต้อนรับแขกผู้ใหญ่ที่มาร่วมอาลัยในงาน ก่อนพิธีสวดอภิธรรมจะเริ่มขึ้น พิพัฒน์นั่งเก้าอี้ข้างเธอไม่ยอมห่างดวงตาของหญิงสาวแดงก่ำและช้ำบวม ใบหน้าของเธอปราศจากเครื่องสำอางใด ๆ แต่งแต้ม มีเพียงลิปกลอสสีชมพูอ่อนๆ ที่ทาทับบนปากเพียงเท่านั้น แต่ก็ไม่ทำให้ความเศร้าหายไปจากใบหน้าสวยเลย เสร็จสิ้นพิธีสวดอภิธรรม หญิงสาวยืนส่งแขกผู้ใหญ่ที่ทยอยกลับ ผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านหลายรายยังคงอยู่ในงานต่อเป็นเพื่อนเจ้าภาพ ต่างเคยสนิทสนมกับนายแจ่มสมัยยังมีชีวิตอยู่“เสียใจด้วยนะกิ่ง” เอกภพเอ่ยขึ้น หญิงสาวพยักหน้า“ส่งสการวันไหนเหรอ?” เขาถามต่อ“มะรืน”เธอตอบสั้น ๆ ด้วยใบหน้าที่ยังไม่คลายความเศร้า เขาอยากจะโอบกอดปลอบใจเธอเป็นที่สุด บวกกับความคิดถึงเต็มหัวใจ แต่ทำได้แค่คิดเท่านั้น“กิ่ง” เธอหันไปตามเสียงเรียก พิพัฒน์กำลังเดินตรงมาหาและหยุดยืนอยู่ข้างเธอ พร้อมกับตวัดสายตามองเอกภพที่ยืนอยู่ถัดไป เอื้อมไปดึงมือหญิงสาวมากุมไว้“แขกถามหาค

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 11 สูญเสีย

    หญิงสาวตื่นขึ้นมาในตอนสาย ด้วยฤทธิ์ยาทำให้เธอหลับสนิทตลอดทั้งคืน ก่อนจะเดินออกมาด้านนอกยืดเส้นยืดสาย และสูดอากาศบริสุทธิ์ แม้จะเพิ่งฟื้นจากอาการป่วย แต่ยังรับรู้ได้ถึงบรรยากาศแจ่มใสในหัวใจของตัวเองที่ก่อตัวขึ้น เช่นเดียวกับท้องฟ้าโปร่งสดใสในวันนี้ แม้แสงแดดอ่อน ๆ ที่ระบายอยู่บนยอดอ้อยก็ยังดูสวยงามเ

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 10 ความรู้สึก

    ตัวแทนเกษตรการเลี้ยงไข่ไก่ในตำบลที่ลุงแจ่มเป็นสมาชิกอยู่ ได้กำหนดวาระการประชุมไว้ในวันนี้ และกิ่งกานดาต้องเข้าไปประชุมแทนผู้เป็นพ่อ ด้วยเพราะอาการป่วยของลุงแจ่มนั้นยังไม่ค่อยสู้ดีนักส่วนพิพัฒน์ใช้ช่วงเวลาว่างในตอนกลางวันตรวจรายละเอียดของรูปคดี หารือกับผู้กองและทนายเกษมเมื่อต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ขอ

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 9 งานประจำปี

    ถนนเส้นเดิมที่เคยเงียบเหงา กลับมีชีวิตชีวาคึกคักขึ้นมาอีกครั้งกับงานประจำปีในตำบล แสงไฟเป็นลำแท่งจากวงดนตรีในงานที่สาดส่องขึ้นบนท้องฟ้ากวัดแกว่งไปมาอยู่เป็นระยะ บวกกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มในงานแว่วมาตามลมให้ความรู้สึกคึกคักตื่นเต้น แตกต่างกับกิ่งกานดาที่กำลังรอใครบางคนด้วยหัวใจที่เหี่ยวแห้ง เมื่อไ

  • เติมรักให้เต็มใจ   ตอนที่ 8 คิดถึง

    พิพัฒน์ ทนายเกษม และผู้กองก้องเกียรติ รวมตัวกันในสำนักงานของทนายอีกครั้ง เพื่อแจ้งความคืบหน้าและหารือรายละเอียดจากข้อมูลที่สืบค้นมาได้ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดี“นี่เป็นเส้นทางการเงินที่คุณวรรณยักยอกไปตั้งแต่สมัยนายยังอยู่ครับ”ทนายเกษมวางเอกสารลงที่โต๊ะ พร้อมกับนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับพิพัฒน์“และเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status