LOGINหลุยส์ยืนเก้กัง จะกลับไปขึ้นรถแล้วขับออกไป แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่สบายใจที่จะปล่อยยายแก่กับหลานตัวเล็กเอาไว้ที่นี่ตามลำพัง เพราะตอนมามากับเขา แล้วตอนกลับจะกลับอย่างไร เขาตัดสินใจเดินตามยายเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
หลุยส์เดินมาหยุดอยู่ปลายเตียง จ้องมองไปที่เด็กชายที่นอนจับมือจนตัวเกร็ง ให้พยาบาลทำแผล โดยที่เด็กน้อยนั้นไม่ร้องส่งเสียงสักแอะ ตรงกันข้าม อาเธอร์ยังชวนยายคุยไม่หยุดอีกด้วย
“เธอร์อยากกินไข่ตุ๋นแล้วยาย ใส่ปูอัดด้วยนะครับ”
“ได้สิจ๊ะ ยายทำให้เพิ่มกุ้งตัวโต ๆ ให้ด้วย เอามั้ย”
ไข่ตุ๋นปูอัดเป็นอาหารโปรดของอาเธอร์ มื้อไหนที่มีไข่ตุ๋นอาเธอร์จะกินอาหารได้เยอะเป็นพิเศษ
“เอาครับ ยายจ๋าใจดีที่สุดเลย เธอร์รักยายจ๋า” อาเธอร์เอาแก้มเล็กถูกับมือยายเบา ๆ
“อ้อนยาย หนูจะเอาอะไรอีกฮึ” ยายรู้ทันหลาน เลี้ยงมากับมือจะไม่รู้ได้อย่างไร
“ยายจ๋า อย่าบอกแม่ฝนนะครับ” ยายถึงกับหลุดขำ รวมถึงหลุยส์ที่ยืนอยู่ปลายเตียง ที่มองยายหลานคุยกันด้วย
“ฮ่า... แม่ฝนกลับมาเห็นแผล แล้วหนูจะบอกแม่ฝนว่ายังไงฮะ เจ้าอาเธอร์” คุณยายขบขัน
เด็กน้อยยิ้มจนตาหยี
“เธอร์จะบอกแม่ว่าหกล้มครับ จะไม่บอกแม่ว่า ขี่จักรยานแล้วล้ม เพราะไม่อย่างนั้น แม่จะไม่ให้เธอร์ขี่อีก แม่ต้องเอาจักรยานของเธอร์ไปขาย หรือว่า เอาไปซ่อนแน่ ๆ” เด็กชายทำหน้าเศร้า แค่คิดว่า จะไม่ได้ขี่จักรยานอีก ก็รู้สึกไม่ดี
“เราเนี่ยน้า จะให้ยายเป็นคนโกหกเสียแล้ว”
“ก็โกหกเพื่อเธอร์ ยายไม่บาปหรอก”
“เหรอ” ยายเม้าถึงกับส่ายหัวกับความเจ้าแผนการของหลานชาย
“เสร็จแล้วค่ะคนเก่ง” คุณหมอที่ล้างแผลปิดปากแผลให้ ผลักตัวอาเธอร์ให้ลุกขึ้น ก่อนจะเปิดดูแผลที่ปากของอาเธอร์อีกครั้งหนึ่ง
“ไม่ต้องเย็บก็ได้ค่ะ แผลในปาก แต่คุณยายให้กินอาหารอ่อน ๆ ไปก่อนนะคะ อีกอย่างถ้าคืนนี้เด็กมีอาการไข้ ตัวร้อน หรือว่าอ้วก ต้องพาไปโรงพยาบาลจังหวัดนะ แต่หมอดูคร่าว ๆ แล้ว ไม่น่าจะเป็นอะไรมากแล้ว เบาใจได้ เด็กซนอะนะ ก็ได้รับบาดแผลกันทุกคน ดีนะคะปากแตกข้างใน ถ้ามีแผลแตกที่ข้างนอก อาเธอร์หมดหล่อแน่ ๆ”
“ค่ะ” ยายเม้ารับคำ
“แล้วต้องพาน้องมาล้างแผลทุกวันด้วยนะคะ จะได้ไม่ติดเชื้อ เชิญคุณพ่อตามไปรับยาด้วยนะคะ” คุณหมอที่ประจำโรงพยาบาลชุมชนหันไปบอกหลุยส์ แล้วเก็บอุปกรณ์ให้เข้าที่ ก่อนจะเดินนำออกไป
หลุยส์ไม่ได้ปฏิเสธ เขารีบตามออกไปทันที
“นั่นพ่อเธอร์เหรอยาย” เด็กน้อยหันไปถามยายด้วยแววตาเป็นประกาย
ยายเม้าก็งง เพิ่งสังเกตว่าพ่อรูปหล่อคนนี้ยังอยู่ เขาจะตามมาทำไม หรือจะรอค่ารถ ใช่หรือ นึกว่าช่วยเพราะเห็นว่ากำลังลำบาก
“เฮ้อ...” ยายเม้าถอนหายใจเบา ๆ ล้วงกระเป๋าหาเงิน ตกใจมาก ๆ จนลืมไปว่า ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาสักสิ่งอย่าง
“ใช่ที่ไหนเล่าอาเธอร์ หนูอย่าไปพูดแบบนี้กับเขานะ ยายยังไม่ได้จ่ายค่ารถเขาน่ะสิ เขาถึงยังคอยอยู่”
อาเธอร์พยักหน้าด้วยแววตาผิดหวัง
ยายรีบอุ้มหลานลงมาจากเตียง และจูงหลานออกมาจากห้อง
หลุยส์ยืนคอยอยู่แล้ว เขายื่นถุงยา
“ยายครับ นี่ยาของอาเธอร์ครับ”
“ขอบใจนะจ๊ะพ่อหนุ่ม เท่าไหร่ล่ะพ่อ” ยายถาม มือก็แสร้งล้วงเงินในกระเป๋ากางเกง ทั้ง ๆ ที่ไม่มี
“อะไรครับ” หลุยส์ถามแบบงง ๆ เพราะเขาไม่เข้าใจว่ายายหมายถึงอะไร
“ค่ารถ ค่ายาของพ่อหนุ่มไง จะเอาเท่าไหร่หรือจ๊ะ”
เมื่อได้ยินคำถาม หลุยส์ถึงกับยิ้มออกมา จ้องมองไปทั้งดวงหน้าของยายหลานที่ทำหน้าซื่อ ๆ
“ค่ายาไม่เสีย ค่ารถก็ไม่ต้องจ่ายครับยาย แค่อาเธอร์ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้วครับ”
“ขอบคุณครับ” เด็กน้อยรีบยกมือไหว้ทันที เพราะยายสอนเอาไว้ มือเท้าต้องอ่อนเข้าไว้ เวลาที่ผู้ใหญ่ให้ของ
หลุยส์ลงนั่งยอง ๆ มองหน้าอาเธอร์ ดวงตาของเด็กกลมใสไร้พิษภัย รอยยิ้มบานฉ่ำส่งมาให้กับหลุยส์ ทั้งคู่มองตากัน
ในนัยน์ตาของเด็กชายเต็มไปด้วยแววตาโหยหาพ่อ นัยน์ตาของอาเธอร์มันส่งความในใจออกไปถึงหลุยส์ ทำให้หลุยส์อดไม่ได้ที่จะคว้าเด็กน้อยมากอดไว้
อาเธอร์กอดตอบเขา เด็กน้อยรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และไว้ใจกับอ้อมกอดนี้
“กลับบ้านกันดีกว่าครับคนเก่ง” หลุยส์ลุกยืนจูงมือเล็ก ๆ
“ครับพ่อ” หลุยส์ถึงกับยืนอึ้ง ใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา ความที่อาเธอร์อยากมีพ่อมาก ๆ ทำให้เด็กชายพูดออกไปแบบนั้น
“อาเธอร์ ไม่ใช่ลูก หนูต้องเรียกว่าคุณลุง เรียกใหม่สิลูก” ยายเม้าได้ยินถึงกับรีบมาแก้ให้
“ครับลุง” อาเธอร์เสียงเศร้า
หลุยส์สงสารเด็กชายมาก เกิดคำถามขึ้นมาอีก เด็กชายอาเธอร์ไม่มีพ่อหรืออย่างไร
ยายเม้าขยับเข้ามาหาหลาน
“พ่อคุณอย่าถือสาเลยนะพ่อนะ เด็กขาดพ่อ ไม่มีพ่อนะคะ เห็นใครใจดี ก็เหมาเรียกว่าพ่อหมด” ยายเม้าแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน ยกมือขึ้นขยี้หัวหลาน
“มันเป็นเสียงสะท้อนนะลูก เวลาที่เราตะโกน แล้วเสียงของเราเดินทางไปกระทบกับสิ่งที่ขวางกั้นอยู่ ทำให้มันสะท้อนกลับมาน่ะ”“จริงหรือครับ มันดีจัง พ่อลองตะโกนสิ”หลุยส์รีบทำตาม “ผมรักคุณเรนนี่ รักมาก ๆ รักมากถึงมากที่สุด อยากให้คุณได้ยินคำนี้มาตลอดเวลาที่ผมรอคอย ยกโทษให้ผมได้ไหมครับ อยู่กับผมได้ไหมครับ”ตาของเขามองไปที่หญิงสาวด้วยความเว้าวอนมือน้อยของน้องอาเธอร์หันไปจับใบหน้าของแม่“แม่จ๋า แม่ตอบพ่อสิครับ ผมอยากอยู่กับพ่อ แล้วแม่อยากอยู่กับพ่อไหม” เด็กชายบอกความในใจของเขาไปกับแม่ สายตามองแม่ด้วยความหวังหยาดฝนถึงกับหลั่งน้ำตา ภาพพ่ออุ้มลูกชายตรงหน้ามันช่างประทับใจ ริมฝีปากของเธอสั่นระริก ๆ ขยับอ้าปาก ก่อนจะส่ายหน้าระรัวหลุยส์ดึงตัวของเธอเข้ามากอด แล้วเขาก็น้ำตาไหล“อย่าปฏิเสธเลยนะ ให้โอกาสผมสักครั้งเถอะ ผมจะดูแลคุณกับลูกให้ดีที่สุด”หยาดฝนร้องไห้ฮือ ๆ อยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยมีเด็กชายอาเธอร์คอยลูบหลังคุณแม่ปลอบประโลม“แม่จ๋า แม่อย่าร้องเลยนะครับ เธอร์ไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้เลย” เด็กน้อยทำเสียงสั่นผู้เป็นแม่สบตากับลูกชาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับหลุยส์ทั้งม่านน้ำตา เขาจับปลายทางของเธอขึ้น
“เรนนี่ คุณช่วยหยิบจับอะไรออกมา แล้วช่วยเอาใส่เข้าไปในปากของคุณด้วย” เขาเล่นลิ้น พลางก้มลงมาหอมแก้มเธอฟอด...ฟอด... จุ๊บแรกของพ่อ จุ๊บที่สองของลูก“อาเธอร์ไปกับพ่อ เราจะไปเอาม้ากัน”“เย่...” กระโดดแบบดีอกดีใจ“แล้วขี่ขึ้นมาหาแม่ใช่ไหมครับ”“ใช่ เรนนี่จ๋า รอเราสองคนอยู่ที่นี่นะครับ”“อือ...” คุณแม่พยักหน้า มองพ่อที่อุ้มลูกชายกลับไปที่รถ แล้วขับลงเนินไปยังคอกม้า ที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็เห็นหยาดฝนหยิบมือถือของหลุยส์ขึ้นมา เธอแปลกใจที่เขาไม่ได้ล็อกหน้าจอ เห็นหลุยส์ใช้รูปของอาเธอร์เป็นภาพพักหน้าจอแล้ว เธอเปิดเข้าไปด้านใน หยาดฝนได้เห็นรูปของตัวเองที่หลุยส์ได้แอบถ่ายเอาไว้ตอนที่เธอหลับ“อะไรของเขาเนี่ย” อดที่จะอมยิ้มไม่ได้หยาดฝนยกหน้าขึ้นมา เห็นหลุยส์กำลังควบม้าสีดำตัวทะมึน โดยมีอาเธอร์นั่งอยู่ด้านหน้า หญิงสาวยกมือถือขึ้นมาพร้อมกับเปิดกล้องถ่ายรูปสองพ่อลูกเอาไว้“แม่ครับ สนุกมากครับ”อาเธอร์ตะโกนออกมาตอนที่วิ่งผ่านตรงที่แม่ฝนนั่งอยู่ น้ำตาของแม่ค่อย ๆ ไหล นี่มันสวรรค์ชัด ๆ เป็นความโชคดีของเธอกับลูกใช่ไหมหลุยส์พาอาเธอร์ขี่ม้าวิ่งไปชมรอบ ๆ สวนองุ่นของเขา แล้วกลับมาทางที่หยาดฝนนั่งอยู่ เมื่อเห็
บ่ายคล้อยของวันนั้นจุ๊บ... หลุยส์จุมพิตลงไปที่กลางหน้าผากของหยาดฝน“ที่รัก” เขากระซิบบอกเธอเบา ๆ หญิงสาวลืมตาขึ้นมามอง“จะบ่ายสามโมงแล้วนะ คุณหลับไปจนเลยเวลาอาหารเที่ยงมาแล้วด้วย แล้วตอนนี้ ผมจะพาอาเธอร์ไปขี่ม้าเล่น และผมอยากจะให้คุณไปกับพวกเราด้วย”หยาดฝนคิดว่าเธอฝันไป ใบหน้าของหลุยส์อยู่ใกล้แค่เอื้อม หญิงสาวยกมือขึ้นมาแตะ ก่อนจะพูด“คุณกลับมาแล้วหรือคะ คุณจะมาอยู่กับฝนกับลูกใช่ไหม” หยาดฝนคิดว่าตัวเองฝันไป“ใช่” หลุยส์ตอบพร้อมกับจับมือของเธอแนบไปที่แก้มของเขา ปลายคางสาก ๆ และหนวดเคราของหลุยส์ที่เริ่มยาวออกมาทิ่มลงไปบนหลังมือของเธอหยาดฝนจึงสะดุ้ง แล้วเธอก็จำได้ทุกอย่างว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง“คุณ”“ก็ใช่ไง ผมเอง” เขายิ้ม พร้อมกับใช้มือช้อนศีรษะของเธอขึ้น ปลุกเธอให้นั่ง“ไปล้างหน้าล้างตาสิ ผมให้แต้วจัดปิกนิกให้ด้วย เราจะไปนั่งเล่นที่บนเขานู้นกัน” พูดพร้อมกับชี้ให้เธอดูออกไปที่นอกหน้าต่างหยาดฝนพ่นลมหายใจออกมา ขยับตัวเองอย่างช้า ๆ ร่องรอยที่หลุยส์ประทับความรักลงบนตัวเธอเมื่อเช้าสร้างความระบมให้กับเธอเช่นเดียวกัน“เป็นอะไร ขยับตัวช้าจัง”เธอมองค้อนเขา“อ๋อ... รู้แล้ว” ยิ้มมีเลศนัย“วันห
“ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน คุณพูดภาษาอังกฤษกับฉัน ทั้งที่คุณพูดภาษาไทยได้ชัดเป๊ะ” เธอตั้งท่าหาเรื่อง หยาดฝนคิดว่าเขากลับไปฝรั่งเศสแล้ว ในชีวิตนี้ เธอกับลูกจะไม่มีวันได้เจอกับเขาอีก“ผมขอโทษคุณแล้วกัน”“คุณตั้งใจโกหก”“โอเค ผมขอโทษแล้วไง”“ก็มันเป็นเรื่องโกหกเรื่องแรกของคุณค่ะ ที่ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่ควรเชื่อใจใครทั้งนั้น และฉันไม่ควรจะเชื่อ หรือไว้ใจคุณอีก”“เรนนี่คุณจะเอาประสบการณ์ในชีวิตแย่ ๆ ที่คุณเจอมา มาวัดกับนิสัยใจคอของผมไม่ได้นะ” เขาบีบมือของเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม หลุยส์รู้สึกเจ็บในหัวใจ“คุณไม่รู้หรอกว่า ผมผ่านอะไรมาบ้างในช่วงที่ผ่านมา ตอนที่ผมยังหาคุณไม่เจอ”“คุณก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง ตอนที่ไม่มีคุณ” เธอโต้เขากลับ“คุณจะไม่ให้โอกาสผมเลยเหรอ แล้วคุณจะไม่ให้โอกาสตัวเอง หรือแม้แต่อาเธอร์เลยใช่ไหม ผมเป็นพ่อแท้ ๆ ของอาเธอร์ ผมมีสิทธิ์ในตัวของลูกเท่ากับคุณ วันไหนที่ผลดีเอ็นเอออก วันนั้นจะเป็นวันที่วัดว่า ผมไม่ได้พูดโกหก และคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจ มานี่”เขาดึงแขนเธอ และพาตัวเธอที่หน้างอเข้าไปด้านใน“แม่ครับ มาดูสิ เรื่องนี้ไง ที่เธอร์อยากดูน่ะ และแม่ก็หาไม่ได้” เด็กชาย
“แต่ผมจะบอกคุณให้รู้นะ คุณตรงข้ามกับผมเลย ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เจอคุณกับลูก” เขาหยอดคำหวาน และพยายามจะจับมือของเธอ หยาดฝนชักมือของเธอลงไปใต้โต๊ะ“คุณพ่อครับ คุณพ่อรักคุณแม่แล้วหรือครับ”คำถามของลูกชายทำให้ทั้งสองตกใจ หันมามองหน้ากัน แล้วหลุยส์ก็พูดขึ้น“พ่อรักแม่ของลูกไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่อาเธอร์ต่างหากที่ต้องถามแม่ว่า แม่น่ะรักพ่อหรือเปล่า”น้องหันไปหาคุณแม่ในทันที“คุณแม่รักคุณพ่อหรือยังครับ”เด็กน้อยช่างไม่รู้อะไรเลย คนจะรักกันได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร คนเป็นแม่ที่ได้ยินถึงกับหน้าออกสีแดง“กินข้าวไปเถอะเธอร์” คนเป็นแม่เรียกชื่อลูกสั้น ๆเด็กชายก็หันมายิ้มกับพ่อ ยกมือขึ้นป้องปาก“แม่อารมณ์บ่จอยแล้วครับ”“จริงหรือ เธอร์รู้ได้ยังไง”“อ๋อ... เวลาแม่อารมณ์ดี แม่ก็จะเรียกว่า อาเธอร์ อาเธอร์ครับ แต่ถ้าแม่อารมณ์เสียนะครับ แม่ก็จะเรียก เธอร์สั้น ๆ แบบนี้” พร้อมกับออกเสียงเลียนแบบเสียงของแม่หลุยส์หัวเราะออกมาเสียงดังแต่หยาดฝนทำเป็นไม่สนใจ เลือกที่จะกินข้าวไปอย่างเงียบเชียบแทน มื้อนี้เธอกินแทบจะไม่ลง มันตื้ออยู่ในลำคอ มันตื้นตันอยู่ในหัวใจอาเธอร์ยังคงส่งเสียงถามพ่อเจื้อยแจ้ว“คุณพ่อครับ เธอร์เห
อาเธอร์เดินไปหาคุณพ่อ“เธอร์มาหาแม่” หยาดฝนเรียกลูกเสียงดัง สะบัดมือของหลุยส์ที่ยังจับแน่น อาเธอร์ชะงักก่อนจะเดินเข้ามากอดแม่“อยากกลับบ้านหรือยัง” เธอก้มลงไปถามลูก“ไม่กลับ เธอร์จะอยู่บ้านคุณพ่อ”“เอ๊ะ!” หญิงสาวทำเสียง“เราจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ เราจะต้องกลับไปหาคุณตาคุณยายนะลูก คุณตาคุณยายรออยู่”“เธอร์อยากจะอยู่กับคุณพ่อครับ เธอร์โทร. ไปบอกคุณตาแล้ว คุณตาคุณยายอนุญาต คุณพ่อบอกคุณตาว่าจะกลับไปส่งพวกเราวันอาทิตย์ครับ”“นี่เธอร์ ทำไมดื้อ ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ” หยาดฝนทำเสียงดังเข้าใส่ลูก“เรนนี่ ให้ลูกอยู่ที่นี่เถอะ ผมอยากจะใช้เวลา และขอให้ผมมีความสุขกับลูกบ้าง” เขาจับเธอและลูกหมุนตัว พาไปนั่งที่โต๊ะอาหาร“พี่แต้วตักข้าวได้เลยครับ” เขาสั่งแต้วรีบยกสำรับกับข้าวออกมา“วันนี้มีพะแนงเนื้อ ไก่ทอดและน้ำพริกปลาทู ผมไม่รู้ว่าคุณชอบกินอะไร ก็เลยสั่งพี่แต้วมั่ว ๆ ลองชิมดูนะ” หลุยส์พูดเอาใจ“ข้







