LOGINแต่เมื่อมาถึงที่หน้าร้าน ก็มีป้ายเขียนเป็นภาษาไทยว่า ‘ปิดไม่มีกำหนด มีธุระ’ เขาถามคนที่อยู่แถวนั้นว่ามันเขียนว่าอะไร ก็ได้รับคำตอบที่ทำให้เขาใจหาย
‘ปิดแบบไม่มีกำหนด แล้วจะเปิดเมื่อไหร่ แล้วเขาจะได้เจอกับเรนนี่อีกไหม’
หลุยส์มีกำหนดต้องไปดูที่ดินของสามีเก่าของคุณแม่ และเขาต้องรีบเดินทางกลับฝรั่งเศสในอีกไม่ถึงสัปดาห์ ทุกอย่างดูรีบเร่งไปหมด และเขาคงไม่มีโอกาสได้เจอกับเรนนี่อีกแล้ว
ชายหนุ่มหัวใจห่อเหี่ยว รู้สึกหมดหวัง
‘แต่ไม่เป็นไร ผมจะเก็บเธอเอาไว้ในหัวใจตลอดไป’
ห้าปีผ่านไป
“ยายจ๋า ยายอาเธอร์เก่งไหม” เด็กน้อยกำลังโชว์ถีบจักรยานสองล้อครั้งแรกให้ยายดู แถมยกแข้งยกขาชี้ไปข้างหน้า รถจักรยานบีเอ็มเอกซ์คันจิ๋ววิ่งลิ่วลงเนินอย่างรวดเร็วช่างน่ากลัว
“เก่งลูก เก่งมาก หลานยายเก่งที่สุด” ยายเม้ายืนยิ้มมองดูหลานรักเล่นอย่างสนุกสนาน
แต่แล้ว “ระวัง... เธอร์” ตะโกนบอกหลานชายเสียงหลง
โครม... เคว้ง... ฟุบ... ร่างเล็ก ๆ ปลิวละลิ่ว จักรยานไปทาง คนไปทาง ร่างของเด็กชายอาเธอร์หล่นตุบ
“ว้าย ลูก... อาเธอร์” ยายเม้ารีบวิ่งเข้าไปหาหลานด้วยความตกใจ
“อึก... โอ้ะ... โอ้ย... ฮือ... ” เด็กน้อยร้องเสียงหลง และปล่อยโฮ ร่างเล็ก ๆ กลิ้งคลุกฝุ่นเนื้อตัวมอมแมม แขน ขา แข้ง ถลอกปอกเปิก
“ว้าย! ตายแล้ว เลือด เลือดทั้งนั้น” ด้วยความตกใจยายเม้าก้มลงไปโอบและอุ้มร่างของอาเธอร์ นางวิ่งไปที่ถนนใหญ่ด้วยความทุลักทุเล ยายเม้ากับหลานอยู่ที่บ้านแค่สอง สามีของนางเข้าไร่มัน ส่วนแม่ของอาเธอร์เธอก็ไปทำงาน
นางอุ้มร่างของอาเธอร์ขึ้นเนินไป เพราะตกใจจึงทำให้มีเรี่ยวมีแรงขึ้น นางตั้งใจจะไปโบกรถเพื่อที่จะพาหลานไปหาหมอ รถมอเตอร์ไซค์ร้าย ๆ ที่บ้านก็มีแค่คันเดียว แต่นางดันขับรถไม่เป็น
“ช่วยด้วย ช่วยด้วยจ้า ใครก็ได้ช่วยที” ปากขยับร้องออกเสียง ยกมือขึ้นโบกสะบัด แถบนั้นก็มีแค่บ้านของยายเม้าอยู่แค่หลังเดียว หลังอื่น ๆ ก็ปลูกอยู่ในสวนของพื้นที่สวนใครสวนมันห่างกันออกไป ยายเม้าได้แต่โบกรถทุกคันที่ผ่านมา อีกมือยังประคองหอบร่างหลานที่มีแต่บาดแผล
“ฮือ ฮือ ยายจ๋าหนูเจ็บ” หนูน้อยร้องไห้ไม่หยุด ดูท่าแล้วอาเธอร์จะเอาหน้าทิ่มดิน ทำให้ปากแตกเลือดไหลย้อยเป็นทาง
“โธ่หลานเอ๊ย เธอร์ เพี้ยง... เพี้ยง... หาย ลูกหาย ไม่เจ็บน่ะ ไม่เจ็บ”
ยายน้ำตาคลอเมื่อเห็นสภาพของอาเธอร์ ถ้าตาเชิดผัวของแกกลับมาเห็นหลานแบบนี้ มีหวังแกคงถูกบ่นตามระเบียบ
“ช่วยด้วยจ้า ช่วยด้วย” ปากเรียก มือโบกเพื่อให้รถที่ผ่านมาสักคันนั้นหยุด
เอี๊ยด... เสียงเบรกของรถ มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วสูง เขาสังเกตเห็นยายหลานแล้ว จึงหยุดจอดรถกะทันหัน เขารีบลงมาจากรถในทันที
“เป็นอะไรครับคุณยาย มีอะไรเกิดขึ้น” ชายหนุ่มถามยาย พร้อมกับตรงเข้าไปดูอาการของเด็กชายด้วยความเป็นห่วง
“ฮือ... ยาย หนูเจ็บ” เด็กน้อยยังร้องไห้ไม่หยุด
“คือหลานของยายรถล้ม พ่อหนุ่มจ๋าช่วยพาหลานของยายไปโรง’บาลหน่อยเถอะ” ยายเม้าส่งเสียงขอความช่วยเหลือจากชายแปลกหน้า ใบหน้าขอร้อง
เด็กน้อยก็ยังร้องไห้ไม่หยุด ชายหนุ่มมองเด็กชายในอ้อมกอดยาย เขาสะดุดตาในความน่ารัก แม้ใบหน้าของเด็กชายอาเธอร์จะขะมุกขะมอม
ชายหนุ่มสำรวจไปทั่ว ทั้งแข้ง ทั้งขา และแขนของเด็กชายมีเลือดไหล ตรงเข้าไปจับ เห็นเด็กไม่ร้องโอดครวญก็สบายใจ เขาคิดว่า คงเจ็บแค่แผลภายนอก ไม่มีอวัยวะส่วนใดที่แตกหัก
“ไปครับ ยายไปขึ้นรถเลยครับ” เขาเปิดรถให้ สอดแขนอุ้มร่างของเด็กชายไปขึ้นรถของเขาอย่างไม่รังเกียจ แม้ว่าทั่วร่างของเด็กน้อยจะสกปรก คุณยายรีบขึ้นไปนั่งกับหลานชาย
“ไปทางนี้ค่ะ” ชี้ให้ชายหนุ่มขับตรงไปยังโรงพยาบาลของชุมชนที่อยู่ใกล้ที่สุด
“ไม่ร้องนะลูก คนเก่งของยาย เดี๋ยวหาหมอ หมอทำแผลให้อาเธอร์เสร็จ ยายจะพากลับบ้าน ยายจะทำไข่ตุ๋นให้กินเอามั้ย” ยายปลอบหลานชาย ที่ตอนนี้หยุดร้องไห้แล้ว แต่ก็ยังมีเสียงสะอื้นออกมาให้ได้ยินบ้าง
“เธอร์ไม่ร้องแล้วครับ เธอร์เก่ง เธอร์อยากกินไข่ตุ๋นของ ยายจ๋าทำไข่ตุ๋นอร่อยที่สุดในโลกเลย” พูดอ้อนยาย
ยายเองที่ทนไม่ไหวน้ำตาไหลออกมา เธอเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กชายเกิด อาเธอร์คือดวงตาและแก้วใจของทุกคนในครอบครัวไปแล้ว อาเธอร์เกิดมาเพื่อเติมเต็มความสุขของครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีแค่สองตายายจริง ๆ
“ยายจ๋าร้องไห้ทำไม โอ๋...โอ๋... ไม่ร้องนะยาย” ตอนนี้กลายเป็นเด็กชายที่เป็นคนปลอบยายแทน
หลุยส์ได้เห็นแบบนี้ ก็อดที่จะหลุดยิ้มออกมาไม่ได้ ทำไมเด็กน้อยคนนี้ถึงน่ารักได้ขนาดนี้ แต่ก็แอบแปลกใจเด็กคนนี้หน้าตาคล้าย ๆ เขาตอนเด็ก ๆ เลย เส้นผมบาง ๆ สีกระเดียดไปทางบลอนด์ทอง หน้าละม้ายคล้ายเด็กฝรั่งมาก ๆ หรือว่าเด็กคนนี้จะเป็นลูกครึ่ง เขาได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้
หลุยส์ขับรถพาทั้งคู่มาจนถึงโรงพยาบาลชุมชน เขาจอดรถ และรีบไปอุ้มตัวเด็กชายไปส่งจนถึงมือหมอ
“ขอบใจนะพ่อหนุ่มที่ช่วยยายและอาเธอร์” ยายเม้าหันมาไหว้และขอบคุณเขายกใหญ่
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ได้ลำบากอะไร” ยายแทบไม่ได้สนใจเขาอีกแล้ว หมุนตัวเข้าไปด้านในเพื่อไปดูอาเธอร์ทันที
“มันเป็นเสียงสะท้อนนะลูก เวลาที่เราตะโกน แล้วเสียงของเราเดินทางไปกระทบกับสิ่งที่ขวางกั้นอยู่ ทำให้มันสะท้อนกลับมาน่ะ”“จริงหรือครับ มันดีจัง พ่อลองตะโกนสิ”หลุยส์รีบทำตาม “ผมรักคุณเรนนี่ รักมาก ๆ รักมากถึงมากที่สุด อยากให้คุณได้ยินคำนี้มาตลอดเวลาที่ผมรอคอย ยกโทษให้ผมได้ไหมครับ อยู่กับผมได้ไหมครับ”ตาของเขามองไปที่หญิงสาวด้วยความเว้าวอนมือน้อยของน้องอาเธอร์หันไปจับใบหน้าของแม่“แม่จ๋า แม่ตอบพ่อสิครับ ผมอยากอยู่กับพ่อ แล้วแม่อยากอยู่กับพ่อไหม” เด็กชายบอกความในใจของเขาไปกับแม่ สายตามองแม่ด้วยความหวังหยาดฝนถึงกับหลั่งน้ำตา ภาพพ่ออุ้มลูกชายตรงหน้ามันช่างประทับใจ ริมฝีปากของเธอสั่นระริก ๆ ขยับอ้าปาก ก่อนจะส่ายหน้าระรัวหลุยส์ดึงตัวของเธอเข้ามากอด แล้วเขาก็น้ำตาไหล“อย่าปฏิเสธเลยนะ ให้โอกาสผมสักครั้งเถอะ ผมจะดูแลคุณกับลูกให้ดีที่สุด”หยาดฝนร้องไห้ฮือ ๆ อยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยมีเด็กชายอาเธอร์คอยลูบหลังคุณแม่ปลอบประโลม“แม่จ๋า แม่อย่าร้องเลยนะครับ เธอร์ไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้เลย” เด็กน้อยทำเสียงสั่นผู้เป็นแม่สบตากับลูกชาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับหลุยส์ทั้งม่านน้ำตา เขาจับปลายทางของเธอขึ้น
“เรนนี่ คุณช่วยหยิบจับอะไรออกมา แล้วช่วยเอาใส่เข้าไปในปากของคุณด้วย” เขาเล่นลิ้น พลางก้มลงมาหอมแก้มเธอฟอด...ฟอด... จุ๊บแรกของพ่อ จุ๊บที่สองของลูก“อาเธอร์ไปกับพ่อ เราจะไปเอาม้ากัน”“เย่...” กระโดดแบบดีอกดีใจ“แล้วขี่ขึ้นมาหาแม่ใช่ไหมครับ”“ใช่ เรนนี่จ๋า รอเราสองคนอยู่ที่นี่นะครับ”“อือ...” คุณแม่พยักหน้า มองพ่อที่อุ้มลูกชายกลับไปที่รถ แล้วขับลงเนินไปยังคอกม้า ที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็เห็นหยาดฝนหยิบมือถือของหลุยส์ขึ้นมา เธอแปลกใจที่เขาไม่ได้ล็อกหน้าจอ เห็นหลุยส์ใช้รูปของอาเธอร์เป็นภาพพักหน้าจอแล้ว เธอเปิดเข้าไปด้านใน หยาดฝนได้เห็นรูปของตัวเองที่หลุยส์ได้แอบถ่ายเอาไว้ตอนที่เธอหลับ“อะไรของเขาเนี่ย” อดที่จะอมยิ้มไม่ได้หยาดฝนยกหน้าขึ้นมา เห็นหลุยส์กำลังควบม้าสีดำตัวทะมึน โดยมีอาเธอร์นั่งอยู่ด้านหน้า หญิงสาวยกมือถือขึ้นมาพร้อมกับเปิดกล้องถ่ายรูปสองพ่อลูกเอาไว้“แม่ครับ สนุกมากครับ”อาเธอร์ตะโกนออกมาตอนที่วิ่งผ่านตรงที่แม่ฝนนั่งอยู่ น้ำตาของแม่ค่อย ๆ ไหล นี่มันสวรรค์ชัด ๆ เป็นความโชคดีของเธอกับลูกใช่ไหมหลุยส์พาอาเธอร์ขี่ม้าวิ่งไปชมรอบ ๆ สวนองุ่นของเขา แล้วกลับมาทางที่หยาดฝนนั่งอยู่ เมื่อเห็
บ่ายคล้อยของวันนั้นจุ๊บ... หลุยส์จุมพิตลงไปที่กลางหน้าผากของหยาดฝน“ที่รัก” เขากระซิบบอกเธอเบา ๆ หญิงสาวลืมตาขึ้นมามอง“จะบ่ายสามโมงแล้วนะ คุณหลับไปจนเลยเวลาอาหารเที่ยงมาแล้วด้วย แล้วตอนนี้ ผมจะพาอาเธอร์ไปขี่ม้าเล่น และผมอยากจะให้คุณไปกับพวกเราด้วย”หยาดฝนคิดว่าเธอฝันไป ใบหน้าของหลุยส์อยู่ใกล้แค่เอื้อม หญิงสาวยกมือขึ้นมาแตะ ก่อนจะพูด“คุณกลับมาแล้วหรือคะ คุณจะมาอยู่กับฝนกับลูกใช่ไหม” หยาดฝนคิดว่าตัวเองฝันไป“ใช่” หลุยส์ตอบพร้อมกับจับมือของเธอแนบไปที่แก้มของเขา ปลายคางสาก ๆ และหนวดเคราของหลุยส์ที่เริ่มยาวออกมาทิ่มลงไปบนหลังมือของเธอหยาดฝนจึงสะดุ้ง แล้วเธอก็จำได้ทุกอย่างว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง“คุณ”“ก็ใช่ไง ผมเอง” เขายิ้ม พร้อมกับใช้มือช้อนศีรษะของเธอขึ้น ปลุกเธอให้นั่ง“ไปล้างหน้าล้างตาสิ ผมให้แต้วจัดปิกนิกให้ด้วย เราจะไปนั่งเล่นที่บนเขานู้นกัน” พูดพร้อมกับชี้ให้เธอดูออกไปที่นอกหน้าต่างหยาดฝนพ่นลมหายใจออกมา ขยับตัวเองอย่างช้า ๆ ร่องรอยที่หลุยส์ประทับความรักลงบนตัวเธอเมื่อเช้าสร้างความระบมให้กับเธอเช่นเดียวกัน“เป็นอะไร ขยับตัวช้าจัง”เธอมองค้อนเขา“อ๋อ... รู้แล้ว” ยิ้มมีเลศนัย“วันห
“ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน คุณพูดภาษาอังกฤษกับฉัน ทั้งที่คุณพูดภาษาไทยได้ชัดเป๊ะ” เธอตั้งท่าหาเรื่อง หยาดฝนคิดว่าเขากลับไปฝรั่งเศสแล้ว ในชีวิตนี้ เธอกับลูกจะไม่มีวันได้เจอกับเขาอีก“ผมขอโทษคุณแล้วกัน”“คุณตั้งใจโกหก”“โอเค ผมขอโทษแล้วไง”“ก็มันเป็นเรื่องโกหกเรื่องแรกของคุณค่ะ ที่ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่ควรเชื่อใจใครทั้งนั้น และฉันไม่ควรจะเชื่อ หรือไว้ใจคุณอีก”“เรนนี่คุณจะเอาประสบการณ์ในชีวิตแย่ ๆ ที่คุณเจอมา มาวัดกับนิสัยใจคอของผมไม่ได้นะ” เขาบีบมือของเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม หลุยส์รู้สึกเจ็บในหัวใจ“คุณไม่รู้หรอกว่า ผมผ่านอะไรมาบ้างในช่วงที่ผ่านมา ตอนที่ผมยังหาคุณไม่เจอ”“คุณก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง ตอนที่ไม่มีคุณ” เธอโต้เขากลับ“คุณจะไม่ให้โอกาสผมเลยเหรอ แล้วคุณจะไม่ให้โอกาสตัวเอง หรือแม้แต่อาเธอร์เลยใช่ไหม ผมเป็นพ่อแท้ ๆ ของอาเธอร์ ผมมีสิทธิ์ในตัวของลูกเท่ากับคุณ วันไหนที่ผลดีเอ็นเอออก วันนั้นจะเป็นวันที่วัดว่า ผมไม่ได้พูดโกหก และคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจ มานี่”เขาดึงแขนเธอ และพาตัวเธอที่หน้างอเข้าไปด้านใน“แม่ครับ มาดูสิ เรื่องนี้ไง ที่เธอร์อยากดูน่ะ และแม่ก็หาไม่ได้” เด็กชาย
“แต่ผมจะบอกคุณให้รู้นะ คุณตรงข้ามกับผมเลย ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เจอคุณกับลูก” เขาหยอดคำหวาน และพยายามจะจับมือของเธอ หยาดฝนชักมือของเธอลงไปใต้โต๊ะ“คุณพ่อครับ คุณพ่อรักคุณแม่แล้วหรือครับ”คำถามของลูกชายทำให้ทั้งสองตกใจ หันมามองหน้ากัน แล้วหลุยส์ก็พูดขึ้น“พ่อรักแม่ของลูกไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่อาเธอร์ต่างหากที่ต้องถามแม่ว่า แม่น่ะรักพ่อหรือเปล่า”น้องหันไปหาคุณแม่ในทันที“คุณแม่รักคุณพ่อหรือยังครับ”เด็กน้อยช่างไม่รู้อะไรเลย คนจะรักกันได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร คนเป็นแม่ที่ได้ยินถึงกับหน้าออกสีแดง“กินข้าวไปเถอะเธอร์” คนเป็นแม่เรียกชื่อลูกสั้น ๆเด็กชายก็หันมายิ้มกับพ่อ ยกมือขึ้นป้องปาก“แม่อารมณ์บ่จอยแล้วครับ”“จริงหรือ เธอร์รู้ได้ยังไง”“อ๋อ... เวลาแม่อารมณ์ดี แม่ก็จะเรียกว่า อาเธอร์ อาเธอร์ครับ แต่ถ้าแม่อารมณ์เสียนะครับ แม่ก็จะเรียก เธอร์สั้น ๆ แบบนี้” พร้อมกับออกเสียงเลียนแบบเสียงของแม่หลุยส์หัวเราะออกมาเสียงดังแต่หยาดฝนทำเป็นไม่สนใจ เลือกที่จะกินข้าวไปอย่างเงียบเชียบแทน มื้อนี้เธอกินแทบจะไม่ลง มันตื้ออยู่ในลำคอ มันตื้นตันอยู่ในหัวใจอาเธอร์ยังคงส่งเสียงถามพ่อเจื้อยแจ้ว“คุณพ่อครับ เธอร์เห
อาเธอร์เดินไปหาคุณพ่อ“เธอร์มาหาแม่” หยาดฝนเรียกลูกเสียงดัง สะบัดมือของหลุยส์ที่ยังจับแน่น อาเธอร์ชะงักก่อนจะเดินเข้ามากอดแม่“อยากกลับบ้านหรือยัง” เธอก้มลงไปถามลูก“ไม่กลับ เธอร์จะอยู่บ้านคุณพ่อ”“เอ๊ะ!” หญิงสาวทำเสียง“เราจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ เราจะต้องกลับไปหาคุณตาคุณยายนะลูก คุณตาคุณยายรออยู่”“เธอร์อยากจะอยู่กับคุณพ่อครับ เธอร์โทร. ไปบอกคุณตาแล้ว คุณตาคุณยายอนุญาต คุณพ่อบอกคุณตาว่าจะกลับไปส่งพวกเราวันอาทิตย์ครับ”“นี่เธอร์ ทำไมดื้อ ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ” หยาดฝนทำเสียงดังเข้าใส่ลูก“เรนนี่ ให้ลูกอยู่ที่นี่เถอะ ผมอยากจะใช้เวลา และขอให้ผมมีความสุขกับลูกบ้าง” เขาจับเธอและลูกหมุนตัว พาไปนั่งที่โต๊ะอาหาร“พี่แต้วตักข้าวได้เลยครับ” เขาสั่งแต้วรีบยกสำรับกับข้าวออกมา“วันนี้มีพะแนงเนื้อ ไก่ทอดและน้ำพริกปลาทู ผมไม่รู้ว่าคุณชอบกินอะไร ก็เลยสั่งพี่แต้วมั่ว ๆ ลองชิมดูนะ” หลุยส์พูดเอาใจ“ข้







