Share

ปีนเกลียว

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-26 11:53:26

           “ถัดจากพี่ปืนก็ ชิน ชินพัตต์ รุ่นเดียวกันกับแก้ว”

           มาถึงคนนี้ปุณยวีร์จำได้ดี… หากไม่ใช่เพราะความประทับใจแรกพบเช่นที่เธอรู้สึกกับภควัต แต่มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แม้จะไม่ถึงกับเกลียด แต่ก็ไม่ถูกชะตาเท่าไรนัก ก็มีอย่างที่ไหนเธอทั้งเครียดและกดดันแทบตายตอนทำหน้าที่ล่ามเป็นครั้งแรก ถึงเขาไม่ช่วยอะไรเลยเธอก็ไม่ได้ว่า

           แต่ยังทำหน้ากวนบาทาให้รู้สึกปรี๊ดหนักขึ้นไปอีก และแม้หลังจากนั้นไม่นานเธอจะได้คำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมถึงรู้สึกคุ้นหน้าเขานัก?

           ที่แท้ก็นายคนดวงซวยที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือมารับก้อนหินที่ลอยขึ้นมาจากฝีบาทาของเธอในวันที่มาสัมภาษณ์งานนั่นเอง เหอะ! เคยทำให้เจ็บตัวแค่ครั้งเดียวทำแค้นฝังหุ่นไปได้นะยะ! และในเมื่ออีกฝ่ายทำเพียงก้มศีรษะเล็กน้อย ไม่มีคำทักทาย หรือแม้แต่รอยยิ้มสักนิดก็ยังไม่มี จึงไม่มีประโยชน์อะไรเช่นกันที่เธอจะแสดงไมตรีตอบกลับไปมากกว่ารอยยิ้มตามมารยาท ซึ่งเพียงแค่นั้นก็ดูจะมากเกินพอแล้วสำหรับนายวิศวกรหน้านิ่ง!

           “ไม่ไหว้ทักทายพี่เขาหน่อยเหรอวะชิน คิดจะปีนเกลียวเหมือนแก้ว  หรือไง”      ก้องภพถามยิ้มๆ ทำนองแซวเล่นมากกว่าจะเอาคำตอบจริงจัง

           ชินพัตต์ไหวไหล่ “คงไม่จำเป็นหรอกครับอายุมากกว่าแค่ปีสองปี อีกอย่างที่นี่ก็ไม่ใช่มหา’ลัยไม่จำเป็นต้องมีจูเนียร์ ซีเนียร์” เขาตอบกลับเสียงเรียบ

           ก้องภพส่ายศีรษะใบหน้าคมเข้มมีรอยยิ้ม “เกรียนตัวพ่อเลยนะเอ็ง”

           ปุณยวีร์ยังคงยิ้มในหน้า ปากไม่ได้เอ่ยว่าอะไร หากในใจกลับด่าเป็นไฟ ‘ฮึ่ย! ไอ้เด็กเวร นิสัยอย่างนายฉันก็ไม่นับเป็นน้องเหมือนกันย่ะ!’

           “เอาล่ะ ทีนี้ก็มาถึงคนสุดท้าย เต้ ตรัย อ่อนกว่าปุ่นสี่ปี ยกมือไหว้พี่เขาด้วยนะเต้” มณฑกานต์ดักคอไว้ก่อน

           “ยินดีที่ได้รู้จักครับ ลำบากใจจังที่ต้องเรียกว่าพี่ปุ่น ผมนึกว่ารุ่นเดียวกันเสียอีก” ตรัยยกมือไหว้พลางส่งยิ้มกว้างขวางมาให้ ท่าทางบอกว่าเป็นคนอัธยาศัยดีทั้งยังมี    สัมมาคารวะนั้นได้ใจคนที่เพิ่งอารมณ์เสียเพราะ ‘ไอ้เด็กเวร’ ไปเต็มๆ

           “เป็นไงชีวิตต่างจังหวัด พอจะอยู่ได้ไหม” กรณ์เป็นคนถามขึ้นมาหลังจากอาหารทยอยมาเสิร์ฟแล้วรับประทานกันไปได้สักพัก

           ปุณยวีร์ยิ้ม “สบายมากค่ะ ถึงหลายปีมานี้ปุ่นจะใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ แต่จริงๆ แล้วปุ่นเป็นคนต่างจังหวัดนะคะ เพิ่งจะมาใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯ ตอนเข้ามหา’ลัย แล้วก็ทำงานช่วงไม่กี่ปีนี้เอง”

           “อ้าว งั้นเหรอ แล้วปุ่นเป็นคนจังหวัดไหนล่ะ” วนิดาส่งคำถามข้ามโต๊ะมาบ้าง

           “จังหวัด…” ปุณยวีร์เอ่ยชื่อจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสานตอนล่างตอบกลับไป

           “หือ… ไม่ได้อำกันเล่นใช่ไหมเนี่ย เด็กในไลน์ลูกน้องของพี่หลายคนก็มาจากจังหวัดเดียวกับปุ่นนะ แต่ทำไมพวกนั้นถึงดำเป็นเหนี่ยงเลยล่ะ” ฟารีดาบอกน้ำเสียงแปลกใจ

           “เฟรี่ก็ว่าไปนั่น คนจะดำจะขาวเขาดูที่ผู้ให้กำเนิดไม่ใช่บ้านเกิด”     ก้องภพขยับเข้าร่วมวงสนทนาด้วยอีกคน

           “ใช่สิ ฉันก็ลืมไป ดูอย่างนายใช่ไหมเป็นคนกรุงเทพฯ แต่กลับดำมืดเหมือนถูกราหูอมแล้วกลืนลงท้องไปเลย” คนชื่อเล่นจริงๆ ว่า ‘เฟย์’ แต่ถูกเรียกด้วยชื่อสแลงว่า ‘เฟรี่’ แขวะกลับ

           คนถูกราหูอมแถมยังกลืนลงท้องตีหน้าเศร้า “ไม่น่าเลยตู”

           กีรฎาส่ายศีรษะสีหน้าบอกความระอาปนหมั่นไส้ไม่ใช่น้อยส่วนสมาชิกที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ด้วยกันอีกหลายคนก็อมยิ้มขำปุณยวีร์ก็เช่นเดียวกัน

           “ปืน นายสลับจานอาหารให้น้องปุ่นหน่อยสิ เห็นทานอยู่แค่ทอดมันกุ้งกับไก่ผัดเม็ดมะม่วงตรงหน้าแค่นั้นเอง เอื้อมไม่ถึงจานอื่นหรือเปล่า” ภควัตเอ่ยขึ้นท่าทางบอกความหวังดี

           ปุณยวีร์รีบยิ้มขอบคุณ “ไม่เป็นไรค่ะพี่ปุ้น พี่ปืน ปุ่นชอบทอดมันกุ้งกับไก่ผัดเม็ดมะม่วง”

           “หือ จะทานแค่สองอย่างเท่านั้นน่ะ อย่างอื่นก็อร่อยนะไม่ลองดูบ้างเหรอ อย่างผัดยอดฟักแม้ว ต้มจืดฟักแม้ว ยำถั่วพู ปูหลนกินกับผักสดๆ ก็อร่อย ผักสลัดก็มี น้ำสลัดของที่นี่อร่อยที่สุดเลย ว่าไงสนใจจานไหนเดี๋ยวพี่เลื่อนให้” ก้องภพสาธยายเมนูอาหารบนโต๊ะท่าทางดูเหมือนจะหวังดี แต่พอเหลือบมองเห็นประกายระยิบในดวงตาคู่คมปุณยวีร์ก็ชักไม่แน่ใจ

           “ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ พี่ๆ ทานไปเถอะ เดี๋ยวอาหารเย็นหมดจะไม่อร่อยนะคะ” ปุณยวีร์ยิ้มพลางตอบปฏิเสธซ้ำสอง จะว่าไปแล้วเธอรู้สึกดีนะที่มีคนมาเอาใจใส่ ยิ่งคนคนนั้นเป็น ‘ภควัต’ เธอพูดได้เต็มปากเลยว่าปลื้มมากแต่จะดีกว่าไหมถ้าเขาจะใส่ใจเธอในเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องกิน! สำหรับมื้อแรกที่มีโอกาสได้รับประทานอาหารร่วมกัน เธอก็อยากให้เขาจดจำแต่เรื่องดีๆ อย่างเช่นเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เรื่องมนุษย์ผู้หญิงไม่กินผัก!

           “ถ้างั้นสั่งอาหารเพิ่มดีกว่าไหม ทอดมันกุ้งกับไก่ผัดเม็ดมะม่วงจะหมดแล้ว น้องปุ่นจะเอาเหมือนเดิมหรือว่าเปลี่ยนเมนูใหม่” ภควัตถามขึ้นอีกครั้ง ท่าทางบอกถึงความใส่ใจอย่างแท้จริง

           ปุณยวีร์ยิ้มปลื้มหากยังไม่ทันจะตอบกลับไปก็มีคนหวังดี (แต่คงประสงค์ร้ายแน่ๆ) พูดแทรกขึ้นก่อน

           ...TBC...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   แกรนด์โอเพนนิ่ง

    “กรี๊ดดด… นังล่ามหน้าจืด แกกล้าทำกับฉันแบบนี้งั้นเหรอ” ภาวิณีกรีดเสียงเคียดแค้นขณะพยายามทรงตัวลุกขึ้นแล้วกระโจนเข้ามาอีกครั้ง หากยังไม่ทันถึงตัวคนที่อดทนอดกลั้นมานานก็ส่งหมัดเปรี้ยงเข้าไปที่ใบหน้าฉาบด้วยเมคอัพหนาๆ นั้นเต็มแรง “จะ จะ จมูกฉัน กรี๊ดดด…” นักบัญชีสาวกรีดเสียงลั่นอีกครั้งหลังจากยกมือที่กุมจมูกซึ่งถูกต่อยเต็มแรงออกมาแล้วพบว่ามันเต็มไปด้วยสีแดงฉานและกลิ่นคาวเลือด “กะ กะ แก๊…” จากที่เคยสวมวิญญาณผู้หญิงบ้า มาคราวนี้เจ้าหล่อนกลายพันธุ์เป็นหมาบ้าระห่ำโผนกระโจนเข้ามา ปุณยวีร์เบี่ยงตัวหลบแต่อีกฝ่ายก็ยังไวกระชากผมเธอจนหนังหัวแทบหลุด หากเธอก็ไม่ปล่อยให้คู่กรณีได้ใจนานรีบใช้ประโยชน์จากส้นแหลมๆ ของรองเท้าที่สวมอยู่กระแทกไปบนหลังเท้าของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเต็มแรง ทำเอาฝ่ายนั้นทนความเจ็บปวดไม่ไหวจำต้องปล่อยมือออกจากผมแล้วทรุดตัวลงกุมเท้าของตัวเองแทน “โอ๊ยยย… พี่ตั้มช่วยวิด้วย วิเจ็บจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว อ๊ายยย… นังล่ามหน้าจืดชอบใช้กำลัง อีผู้หญิงหยำฉ่าชอบแย่งผัวชาวบ้าน แม่แกคงร่านสวาทมั่วผู้ชายไปทั่วสินะนิสัยมันถึงถ่ายทอดทางพันธุกรรมสันดานแกถ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   นางฟ้าปีกหัก

    ล่ามลาวหลับตามโนสำนึกทั้งทางดีและทางร้ายตีกันให้วุ่นจนเธอตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะทำอย่างไร “ฮะๆๆ ” ภาวินีหัวเราะเสียงแหลม ท่าทางบอกความสะใจ “เป็นไงล่ะ นังล่ามหน้าจืด ทีนี้รู้ฤทธิ์ฉันรึยัง หวังว่าหล่อนจะหายบื้อแล้วเลิกตื๊อพี่ตั้มของฉันสักทีนะยะ เอ๊ะ! นังนี่! จะเอายังไงฮะ ฉันถามก็ตอบกลับมาสิยืนเอ๋ออยู่ได้ อ๋อ หรือยังคิดจะหน้าด้านแย่งผัวชาวบ้านไม่เลิกยะ หนอย! ตบแค่ครั้งเดียวมันยังน้อยไปไม่รู้สำนึกใช่ไหม นี่แน่ะ!” … “ยัยนั่นเป็นนักตบลูกยางเก่าหรือเปล่าแกถึงได้ตบฝังรอยนิ้วไว้ได้ชัดขนาดนี้” เหมือนพิมพ์ถามออกมาหลังจากใช้แผ่นเจลแช่เย็นช่วยประคบใบหน้าด้านที่ถูกตบจนหมดความเย็นไปแล้วแต่ร่องรอยฟกช้ำก็ยังหลงเหลืออยู่ ไม่มีเสียงตอบจากปุณยวีร์นอกจากดวงตาคู่กลมโตฉายแสงเขียวขุ่นที่ตวัดกลับมา คนพูดจาไม่เข้าหูยักไหล่ “ขำๆ น่ะแก ทำหน้ายักษ์ไปได้ ฉันเพื่อนแกนะไม่ใช่ยัยหมาบ้านั่นสักหน่อย เอาเป็นว่าไอ้รอยฝ่ามือมารนี่เดี๋ยวฉันจัดการเอง ถ้าประคบยังไม่หายก็ทายาเอา หยุดตั้งสองวันรับรองหายอยู่แล้วล่ะ หรือจะใช้เมคอัพช่วยก็ได้ไม่เห็นจะยากเชื่อมือเพื่อนแกสิ”

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   นางฟ้า VS จอมมาร

    “คุณ! มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่คุณแอบฟังฉันเหรอ” จากที่ตั้งใจจะเอ่ยคำขอโทษกลายเป็นกล่าวโทษเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่มีคำตอบกลับหรือคำแก้ตัวใดๆ จากชินพัตต์ เขาเพียงถอนหายใจท่าทางบอกความเบื่อหน่ายก่อนจะผละจากไป สิ่งที่เขาแสดงออกมาทำให้ล่ามสาวรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นอากาศธาตุไร้ความสำคัญใดๆ “นะ นี่คุณ! คุณ! จะไปไหน ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ มาแอบฟังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ อ๊ายยย… ไอ้เด็กบ้า นิสัยไม่ดีแล้วยังไม่มีมารยาทอีก” ปุณยวีร์ยังไม่ทันได้จัดหนักจัดเต็มชายหนุ่มจากแผนกซ่อมบำรุงที่ขยันเข้ามาขายขนมจีบสร้างความรำคาญไม่เว้นวันเพราะยังคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี เธอไม่แน่ใจว่าถ้าทำตามคำแนะนำของเพื่อนแล้วจะปฏิเสธความหวังดีจากแม่ซึ่งเธอไม่ต้องการเลยได้ไหม และในระหว่างที่ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้นั่นเองก็ดันมีเรื่องเกิดขึ้นเสียก่อน ‘ปึก!’ ล่ามสาวถอนหายใจ จนได้สิน่า… เธอว่าเธอระวังแล้วนะ แต่ก็อย่างว่าช่วงเวลาเลิกงานยิ่งในวันที่ไม่มีการทำงานล่วงเวลาอย่างเช่นวันนี้บริเวณลานจอดรถรับส่งของพนักงานจะมีคนพลุกพล่านมากกว่าปกติ การกระแทกชนกันมันก็ย่อมเ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   เรื่องเอ็กซ์คลูซีฟ

    “จริงเหรอแก เข้าขั้นวัตถุอันตรายเลยนะเนี่ย ถ้างั้นแกก็ระวังตัวด้วยล่ะ อย่าไปอยู่ใกล้หมอนั่นเด็ดขาด” “ฉันก็ระวังอยู่ แต่ไอ้ชั่วนั่นมันตื๊อไม่เลิกน่ะสิ ขนาดถูกถองถูกตบไปเต็มแรงก็ยังไม่เข็ดตื๊ออยู่นั่นแหละ หน้าด้านหน้าทนยิ่งกว่ากะจั๊วอีก อี๋…” พูดถึงผู้ชายคนนี้ทีไรปุณยวีร์ก็รู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาทุกที “เอาเป็นว่าแกพยายามอยู่ให้ห่างจากไอ้ผู้ชายขี้หลีนั่นไว้ดีที่สุด อย่าไปออกอาการมาก เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ชายชั่วๆ กระเจิงแล้วผู้ชายดีๆ ก็จะหนีหายไปหมดด้วย เอาไว้คว้าเจ้าชายที่แสนดีอย่าง ‘พี่ปุ้น’ มาไว้ในครอบครองได้เมื่อไหร่ค่อยเผยโฉมนางมารร้ายก็ยังไม่สาย” “เหอะ ถ้าไอ้ชั่วนั่นยังมาทำรุ่มร่ามอีกฉันไม่เอาไว้หรอกจะจัดหนักจัดเต็มเอาให้โคม่าเลยคราวนี้ และฉันก็บอกแกแล้วว่าฉันมาทำงานไม่ได้มาแรด ทำไมฉันจะต้องแอ๊บเป็นผู้หญิงแสนดีให้ผู้ชายหลงด้วย ตอนนี้ฉันมีงานประจำทำเหมือนเดิมแม่ก็ไม่มีปัญหาไม่หาเรื่องเรียกตัวฉันกลับบ้านเหมือนเก่าอีกแล้วด้วย” “หึๆ” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงหัวเราะคล้ายพวกโรคจิตมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “แกเสียรู้แม่แกแล้วล่ะปุ่น เห็นคลื่น

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   แอ๊บแล้วยังดูออก

    “อ๊าย ฮ็อตฮิตนะยะแก ไปทำงานแค่เดือนกว่าๆ ก็มีหนุ่มมาเจ๊าะแจ๊ะตั้งหลายคน” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงกระแนะกระแหนมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “พูดบ้าอะไรของแก เจ๊าะแจ๊ะหลายคนที่ไหนกัน ว่างๆ ก็หาเวลาแคะ ขี้หูออกบ้างนะยะ ฟังเขาพูดเขาเล่าอะไรจะได้เข้าใจง่ายๆ ไม่ใช่มโนไปเอง” “แหม ฉันแซวแค่หน่อยเดียวรัวกลับมาเป็นปืนกลเลยนะยะ” คนจากปลายสายบ่นเสียงขึ้นจมูก “ก็ได้ๆ สรุปว่าผู้ชายโชคร้ายที่หลงเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะแกมีคนเดียวคือนายบรรจบ ส่วนพี่ดำปืนแค่ชอบแกล้ง น้องชินจังก็ชอบทำตัวเกรียน คนที่เข้ารอบหัวใจจึงได้แก่เจ้าชายที่แสนดี ‘พี่ปุ้น’ ของน้องปุ่น แบบนี้โอไหมยะ” “ยังไม่โอย่ะ ผู้ชายขี้หลีอย่างนายบรรจบฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวและไม่นับให้เสียประวัติตัวเองเด็ดขาด ผู้ชายอะไรได้ยินแค่ชื่อก็อี๋ แหวะ” พูดไปก็ทำท่าขนลุกขนพองไปด้วย “แกพูดถูกแค่เรื่องไอ้พี่ดำปืนที่ชอบแกล้ง ส่วนไอ้เด็กเวรนรกนั่นก็ไม่ต้องเรียกเสียน่าเอ็นดูเพราะตัวจริงมันน่าเลาะเอ็นออกมาดูมากกว่า แล้วพี่ปุ้นน่ะเข้ารอบหัวจงหัวใจอะไรกัน ฉันแค่เล่าให้แกฟังว่าพี่เขาใจดีคอยช่วยเหลือฉันหลายครั้งก็เท่านั้น” “พี่

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   เจ้าถิ่นทัก

    “ก็ต้องเส้นเมื่อกี้สิครับ เพราะมันเป็นทางลัดช่วงที่เปลี่ยวก็แค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้นเอง พอเลี้ยวพ้นมุมมาก็ไม่เปลี่ยวแล้ว ปุ่นก็เห็น” “ทางลัดเมื่อกี้คงไม่ค่อยมีคนรู้จักใช่ไหมคะ ปุ่นไม่เห็นมีรถคันไหนผ่านมาเลย” พูดไปแล้วปุณยวีร์ก็ภาวนาให้อีกฝ่ายตอบกลับมาว่าใช่ ทว่า “ใครบอกล่ะครับ คนนิยมใช้มากต่างหาก นี่ถ้าปุ่นกับชินมาเร็วกว่านี้สักครึ่งชั่วโมงก็จะมีเพื่อนร่วมถนนหลายคันเลยล่ะ” เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มบอกเล่าให้ฟังก่อนจะหัวเราะน้อยๆ “อ้อ นอกจากเพื่อนร่วมถนนแล้วยังมีเจ้าถิ่นกระโดดลงจากต้นไม้มาทักทายด้วยนะ และก็เป็นไอ้เจ้านี่แหละที่เป็นปัญหาสำหรับพวกขาจรที่ไม่เคยผ่านเส้นนี้มาก่อน ถ้าจู่ๆ โดนทักขึ้นมาล่ะก็อาจจะช็อกได้” “พี่ปุ้นพูดแบบนี้ อย่าบอกนะคะว่าโดนเอ่อ… ทักจนชินแล้ว” “ก็ใช่สิครับ” ภควัตตอบรับหน้าตาเฉยราวกับว่าไอ้เจ้าอะไรสักอย่าง… ที่จู่ๆ ก็โผล่มาทักเขาเป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่พบเห็นได้ทั่วไป ใครๆ เห็นแล้วก็ไม่รู้สึกหวาดผวา “อ้าว ทำไมมองหน้าพี่อย่างนี้ล่ะครับ มีเขาโผล่ขึ้นมาบนหัวพี่หรือไง” เขาถามกลั้วเสียงหัวเราะเมื่อหันมาเห็นสีห

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status