LOGIN“สนใจเมนูแนะนำไหมปุ่น มีหอมใหญ่ชุบแป้งทอด ต้มยำเห็ดสามอย่าง อันนี้เขาว่าดีต่อสุขภาพนะมีสรรพคุณช่วยล้างสารพิษในร่างกายได้ด้วย หรือถ้าปุ่นชอบแซ่บๆ ล่ะก็พี่แนะนำนี่เลย ยำผักบุ้ง แซ่บอย่าบอกใคร” ก้องภพสาธยายเมนูอาหารให้ฟังอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ปุณยวีร์แน่ใจว่าแท้จริงแล้วเขาไม่ได้หวังดี แต่หวังจะแกล้งเธอแน่ๆ ฮึ่ม! ไอ้พี่ดำปืน!
“พี่ปืน!” กีรฎาเรียกชื่อคนไม่ประสงค์ดีเสียงหนัก ดูท่าเธอคงจะมีอิทธิพลต่อเขาไม่ใช่น้อยเพราะหลังสิ้นเสียงที่พยายามทำให้เข้มของสาวหน้าหวานคนขี้แกล้งก็ทำหน้าโศกสลดก่อนจะก้มหน้าก้มตากินอย่างเจียมเนื้อ เจียมตัว
หึ สมน้ำหน้า!
“เอาไข่ยัดไส้ไหมครับ ที่นี่ก็ทำอร่อย” ได้ยินคำถามนี้จากภควัตปุณยวีร์ก็นึกอยากตอบกลับด้วยกอดเต็มๆ รักสักที ก็แหม… ผู้ชายอะไรนอกจากจะใจดี ดูแลเอาใจใส่แล้วยังรู้ใจกันอีก กรี๊ดดด….
หากเพราะมีโต๊ะตัวใหญ่กั้นกลาง อีกทั้งจิตสำนึกของกุลสตรียังวางขวางอยู่ในใจ เธอจึงทำได้เพียงยิ้มกว้างแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงยินดีเป็นที่ยิ่งว่า “เอาค่ะ”
ภายหลังสั่งอาหารเพิ่มจากพนักงานเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มคน(บังเอิญ)รู้ใจ… ก็หันกลับมาชวนคุยพร้อมรอยยิ้มว่า
“ท่าทางจะปลื้มเมนูไข่ ใช่ไหมเรา”
“ใช่ค่ะ ปลื้มมาก ปุ่นว่ามันหาทานง่ายแล้วก็มีประโยชน์ด้วย”
“ผักก็มีประโยชน์มากเหมือนกันนะ พี่ว่า” เสียงคลื่นแทรกสถานี ‘ดำปืน’ ดังขึ้นให้รำคาญใจอีกครั้ง และครั้งนี้แม้แต่ชายหนุ่มที่มีท่าทีใจดีอยู่เป็นนิจก็ทนไม่ไหวต้องถลึงตากลับไปก่อนจะชวนคุยต่อ
“พี่เดาว่าสมัยเรียนปุ่นต้องเป็นแฟนคลับร้านป้านานครปฐมแน่เลย ถูกไหมครับ”
“ถูกเผงเลยค่ะ ทุกครั้งที่ไปกินข้าวที่โรงอาหารปุ่นจะต้องอุดหนุนร้านป้านา ทั้งไข่ยัดไส้ ไข่ระเบิด ไข่ลูกเขย หรือแม้แต่ไข่ต้มป้านาแกยังทำได้อร่อยเลย”
“แล้วร้านน้องติ๊กแถวหน้าม. ล่ะครับ ปุ่นเคยไปอุดหนุนรึเปล่า ไข่เจียวหมูสับของที่นั่นก็ขึ้นชื่อนะ”
“ประจำเลยค่ะ ต้องสั่งกินคู่กันกับต้มยำรวมมิตร อร่อยเข้ากันสุดๆ” ปุณยวีร์ตอบกลับแล้วยิ้มกว้างจนดวงตายิบหยี
‘ไม่ผิดใช่ไหม’ หญิงสาวถามตัวเองหลังจากรู้ตัวว่าชักจะรู้สึกดีกับผู้ชายตรงหน้ามากเกินไปทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่เท่าไร แล้วเธอก็ตอบตัวเองว่าไม่ผิด… ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันจนกระทั่งถึงวินาทีนี้ อีกฝ่ายช่างดีแสนดี ไม่เพียงให้ความช่วยเหลือ แต่ยังดูแลเอาใจใส่ ยิ่งได้รู้ว่าเขาเป็นรุ่นพี่ร่วมมหาวิทยาลัยเธอก็ยิ่งรู้สึกสนิทใจพูดจาเป็นกันเองให้ความสนิทสนมราวกับเป็นคนที่เคยคุ้นกันมานาน
“ทีกับเรางี้ถามคำตอบคำ บางครั้งยังไม่ตอบเลยด้วยซ้ำ แต่กับคนบางคน… ถามแค่คำยังตอบกลับไปเป็นประโยคแถมยังมียิ้มกว้างๆ ให้อีก เฮ้อ… ก็คนเขาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันนี่เนอะ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเหมือนอย่างเราๆ ใช่ไหมวะเจ้าเต้” ยังเป็นเสียงยียวนของเจ้าของคลื่นรบกวนเจ้าเก่าที่พูดแทรกขึ้นมา ทั้งยังมีหน้ามาถามหาแนวร่วมอีก หากหนุ่มตี๋น้องเล็กของกลุ่มกลับส่ายหน้าหวือไม่อือออว่าเห็นด้วยเลยหลุดจากบัญชีรายชื่อคนไม่น่าคบของปุณยวีร์ไปแบบหวุดหวิด
ภควัตส่ายศีรษะพลางยิ้มอ่อนใจคนช่างแทรก และแม้จะไม่ได้ชวนปุณยวีร์คุยต่อแต่เขาก็ยังดูแลเอาใจใส่ด้วยการตักอาหารใส่จานให้เธอ ซึ่งสิ่งที่เขาเลือกก็ดันตรงกับใจของเธออีก ทำเอาหญิงสาวยิ้มปลื้มจนลืมความขุ่นมัวที่วิศวกรหนุ่มผิวเข้มพยายามก่อกวนมันขึ้นมาหลายครั้ง
“แล้วซื้ออะไรมาตั้งเยอะแยะครับน้องปุ่น เหมาหมดห้างเลยหรือเปล่า” เอาเข้าไป… หยุดแทรกเลิกแซวแล้วก็จริง แต่ก้องภพก็ยังทำตัววุ่นวายไม่เลิก คราวนี้เขาหันไปให้ความสนใจกับถุงข้าวของที่ถูกวางรวมกันไว้ทั้งบนเก้าอี้และชั้นสำหรับวางขวดน้ำและถังน้ำแข็งบ้าง
ปุณยวีร์รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันทีแต่ก็ยังข่มใจตอบกลับพร้อมรอยยิ้มที่พยายามเค้นออกมาเต็มที่ว่า “ก็ของกินของใช้ทั่วไปนั่นแหละค่ะ”
“หือ ตัวแค่นี้ซื้อของกินของใช้อะไรเยอะแยะ ไหนขอชมหน่อยสิมีอะไรบ้างเอ่ย” และโดยไม่รอคำอนุญาตจากคนเป็นเจ้าของก้องภพก็ถือวิสาสะเปิดถุงเพื่อจาระไนสิ่งที่อยู่ข้างในด้วยตาตัวเอง
“อาหารแช่แข็งทั้งนั้นเลยนี่ บะหมี่ไก่อบซอสเทอริยากิ สปาเกตตีไก่สับ เกี๊ยวกุ้ง ข้าวผัดปู ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ ข้าวหมูทอดกระเทียม ข้าวไก่ทอดกระเทียม ข้าวผัดกะเพรา โอ้ มายบุดดา! แม้แต่ข้าวเหนียวหมูย่างก็ยังมี” เขาอุทานด้วยน้ำเสียงที่ใครๆ ก็ฟังออกว่าแสร้งทำเป็นตื่นเต้น
สมาชิกที่รับประทานอาหารอยู่ด้วยกันก็ช่างกระไร นอกจากจะไม่ว่ากล่าวห้ามปรามฐานที่ทำตัวเสียมารยาทแล้วยังร่วมด้วยช่วยกันหัวเราะไปพร้อมกับคนนิสัยไม่ดีอีกต่างหากแม้แต่ภควัตก็ยังไม่เว้น และแม้กระทั่งไอ้เด็กเวร! ที่ทำหน้านิ่งอยู่ตลอดเวลาก็ยังหลุดยิ้ม มุมปากได้รูปนั่นยกโค้งขึ้นนิดๆ เสริมให้ใบหน้าคมคายที่ปกติจะดูนิ่งๆ แฝงแววเย็นชาแลดูดีขึ้นมาจนน่าหมั่นไส้!
แม้ก่อนหน้านี้ปุณยวีร์จะรู้สึกก้ำกึ่งจัดลำดับไม่ถูกว่าระหว่าง ‘ไอ้เด็กเวรหน้านิ่ง’ กับ ‘ไอ้พี่ดำปืน’ ใครสมควรจะได้รับตำแหน่งบุคคลไม่น่าคบอันดับหนึ่ง แต่พอถูกวิศวกรหนุ่มรุ่นพี่ก่อกวนติดๆ กันหลายครั้งเธอก็ไม่ลังเลใจอีก และถ้าคิดจะทำงานที่บริษัท HANO ต่อไปเธอควรต้องอยู่ห่างๆ เขาไว้ เพราะไม่อย่างนั้นคนมาดกวนได้โล่คงหาเรื่องมายั่วโมโหให้เธอต้องปรี๊ดแตกเผยตัวตนนางมารร้ายจนเพื่อนร่วมงานรู้สึกเข็ดขยาดเป็นแน่
“กรี๊ดดด… นังล่ามหน้าจืด แกกล้าทำกับฉันแบบนี้งั้นเหรอ” ภาวิณีกรีดเสียงเคียดแค้นขณะพยายามทรงตัวลุกขึ้นแล้วกระโจนเข้ามาอีกครั้ง หากยังไม่ทันถึงตัวคนที่อดทนอดกลั้นมานานก็ส่งหมัดเปรี้ยงเข้าไปที่ใบหน้าฉาบด้วยเมคอัพหนาๆ นั้นเต็มแรง “จะ จะ จมูกฉัน กรี๊ดดด…” นักบัญชีสาวกรีดเสียงลั่นอีกครั้งหลังจากยกมือที่กุมจมูกซึ่งถูกต่อยเต็มแรงออกมาแล้วพบว่ามันเต็มไปด้วยสีแดงฉานและกลิ่นคาวเลือด “กะ กะ แก๊…” จากที่เคยสวมวิญญาณผู้หญิงบ้า มาคราวนี้เจ้าหล่อนกลายพันธุ์เป็นหมาบ้าระห่ำโผนกระโจนเข้ามา ปุณยวีร์เบี่ยงตัวหลบแต่อีกฝ่ายก็ยังไวกระชากผมเธอจนหนังหัวแทบหลุด หากเธอก็ไม่ปล่อยให้คู่กรณีได้ใจนานรีบใช้ประโยชน์จากส้นแหลมๆ ของรองเท้าที่สวมอยู่กระแทกไปบนหลังเท้าของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเต็มแรง ทำเอาฝ่ายนั้นทนความเจ็บปวดไม่ไหวจำต้องปล่อยมือออกจากผมแล้วทรุดตัวลงกุมเท้าของตัวเองแทน “โอ๊ยยย… พี่ตั้มช่วยวิด้วย วิเจ็บจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว อ๊ายยย… นังล่ามหน้าจืดชอบใช้กำลัง อีผู้หญิงหยำฉ่าชอบแย่งผัวชาวบ้าน แม่แกคงร่านสวาทมั่วผู้ชายไปทั่วสินะนิสัยมันถึงถ่ายทอดทางพันธุกรรมสันดานแกถ
ล่ามลาวหลับตามโนสำนึกทั้งทางดีและทางร้ายตีกันให้วุ่นจนเธอตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะทำอย่างไร “ฮะๆๆ ” ภาวินีหัวเราะเสียงแหลม ท่าทางบอกความสะใจ “เป็นไงล่ะ นังล่ามหน้าจืด ทีนี้รู้ฤทธิ์ฉันรึยัง หวังว่าหล่อนจะหายบื้อแล้วเลิกตื๊อพี่ตั้มของฉันสักทีนะยะ เอ๊ะ! นังนี่! จะเอายังไงฮะ ฉันถามก็ตอบกลับมาสิยืนเอ๋ออยู่ได้ อ๋อ หรือยังคิดจะหน้าด้านแย่งผัวชาวบ้านไม่เลิกยะ หนอย! ตบแค่ครั้งเดียวมันยังน้อยไปไม่รู้สำนึกใช่ไหม นี่แน่ะ!” … “ยัยนั่นเป็นนักตบลูกยางเก่าหรือเปล่าแกถึงได้ตบฝังรอยนิ้วไว้ได้ชัดขนาดนี้” เหมือนพิมพ์ถามออกมาหลังจากใช้แผ่นเจลแช่เย็นช่วยประคบใบหน้าด้านที่ถูกตบจนหมดความเย็นไปแล้วแต่ร่องรอยฟกช้ำก็ยังหลงเหลืออยู่ ไม่มีเสียงตอบจากปุณยวีร์นอกจากดวงตาคู่กลมโตฉายแสงเขียวขุ่นที่ตวัดกลับมา คนพูดจาไม่เข้าหูยักไหล่ “ขำๆ น่ะแก ทำหน้ายักษ์ไปได้ ฉันเพื่อนแกนะไม่ใช่ยัยหมาบ้านั่นสักหน่อย เอาเป็นว่าไอ้รอยฝ่ามือมารนี่เดี๋ยวฉันจัดการเอง ถ้าประคบยังไม่หายก็ทายาเอา หยุดตั้งสองวันรับรองหายอยู่แล้วล่ะ หรือจะใช้เมคอัพช่วยก็ได้ไม่เห็นจะยากเชื่อมือเพื่อนแกสิ”
“คุณ! มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่คุณแอบฟังฉันเหรอ” จากที่ตั้งใจจะเอ่ยคำขอโทษกลายเป็นกล่าวโทษเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่มีคำตอบกลับหรือคำแก้ตัวใดๆ จากชินพัตต์ เขาเพียงถอนหายใจท่าทางบอกความเบื่อหน่ายก่อนจะผละจากไป สิ่งที่เขาแสดงออกมาทำให้ล่ามสาวรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นอากาศธาตุไร้ความสำคัญใดๆ “นะ นี่คุณ! คุณ! จะไปไหน ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ มาแอบฟังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ อ๊ายยย… ไอ้เด็กบ้า นิสัยไม่ดีแล้วยังไม่มีมารยาทอีก” ปุณยวีร์ยังไม่ทันได้จัดหนักจัดเต็มชายหนุ่มจากแผนกซ่อมบำรุงที่ขยันเข้ามาขายขนมจีบสร้างความรำคาญไม่เว้นวันเพราะยังคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี เธอไม่แน่ใจว่าถ้าทำตามคำแนะนำของเพื่อนแล้วจะปฏิเสธความหวังดีจากแม่ซึ่งเธอไม่ต้องการเลยได้ไหม และในระหว่างที่ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้นั่นเองก็ดันมีเรื่องเกิดขึ้นเสียก่อน ‘ปึก!’ ล่ามสาวถอนหายใจ จนได้สิน่า… เธอว่าเธอระวังแล้วนะ แต่ก็อย่างว่าช่วงเวลาเลิกงานยิ่งในวันที่ไม่มีการทำงานล่วงเวลาอย่างเช่นวันนี้บริเวณลานจอดรถรับส่งของพนักงานจะมีคนพลุกพล่านมากกว่าปกติ การกระแทกชนกันมันก็ย่อมเ
“จริงเหรอแก เข้าขั้นวัตถุอันตรายเลยนะเนี่ย ถ้างั้นแกก็ระวังตัวด้วยล่ะ อย่าไปอยู่ใกล้หมอนั่นเด็ดขาด” “ฉันก็ระวังอยู่ แต่ไอ้ชั่วนั่นมันตื๊อไม่เลิกน่ะสิ ขนาดถูกถองถูกตบไปเต็มแรงก็ยังไม่เข็ดตื๊ออยู่นั่นแหละ หน้าด้านหน้าทนยิ่งกว่ากะจั๊วอีก อี๋…” พูดถึงผู้ชายคนนี้ทีไรปุณยวีร์ก็รู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาทุกที “เอาเป็นว่าแกพยายามอยู่ให้ห่างจากไอ้ผู้ชายขี้หลีนั่นไว้ดีที่สุด อย่าไปออกอาการมาก เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ชายชั่วๆ กระเจิงแล้วผู้ชายดีๆ ก็จะหนีหายไปหมดด้วย เอาไว้คว้าเจ้าชายที่แสนดีอย่าง ‘พี่ปุ้น’ มาไว้ในครอบครองได้เมื่อไหร่ค่อยเผยโฉมนางมารร้ายก็ยังไม่สาย” “เหอะ ถ้าไอ้ชั่วนั่นยังมาทำรุ่มร่ามอีกฉันไม่เอาไว้หรอกจะจัดหนักจัดเต็มเอาให้โคม่าเลยคราวนี้ และฉันก็บอกแกแล้วว่าฉันมาทำงานไม่ได้มาแรด ทำไมฉันจะต้องแอ๊บเป็นผู้หญิงแสนดีให้ผู้ชายหลงด้วย ตอนนี้ฉันมีงานประจำทำเหมือนเดิมแม่ก็ไม่มีปัญหาไม่หาเรื่องเรียกตัวฉันกลับบ้านเหมือนเก่าอีกแล้วด้วย” “หึๆ” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงหัวเราะคล้ายพวกโรคจิตมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “แกเสียรู้แม่แกแล้วล่ะปุ่น เห็นคลื่น
“อ๊าย ฮ็อตฮิตนะยะแก ไปทำงานแค่เดือนกว่าๆ ก็มีหนุ่มมาเจ๊าะแจ๊ะตั้งหลายคน” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงกระแนะกระแหนมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “พูดบ้าอะไรของแก เจ๊าะแจ๊ะหลายคนที่ไหนกัน ว่างๆ ก็หาเวลาแคะ ขี้หูออกบ้างนะยะ ฟังเขาพูดเขาเล่าอะไรจะได้เข้าใจง่ายๆ ไม่ใช่มโนไปเอง” “แหม ฉันแซวแค่หน่อยเดียวรัวกลับมาเป็นปืนกลเลยนะยะ” คนจากปลายสายบ่นเสียงขึ้นจมูก “ก็ได้ๆ สรุปว่าผู้ชายโชคร้ายที่หลงเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะแกมีคนเดียวคือนายบรรจบ ส่วนพี่ดำปืนแค่ชอบแกล้ง น้องชินจังก็ชอบทำตัวเกรียน คนที่เข้ารอบหัวใจจึงได้แก่เจ้าชายที่แสนดี ‘พี่ปุ้น’ ของน้องปุ่น แบบนี้โอไหมยะ” “ยังไม่โอย่ะ ผู้ชายขี้หลีอย่างนายบรรจบฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวและไม่นับให้เสียประวัติตัวเองเด็ดขาด ผู้ชายอะไรได้ยินแค่ชื่อก็อี๋ แหวะ” พูดไปก็ทำท่าขนลุกขนพองไปด้วย “แกพูดถูกแค่เรื่องไอ้พี่ดำปืนที่ชอบแกล้ง ส่วนไอ้เด็กเวรนรกนั่นก็ไม่ต้องเรียกเสียน่าเอ็นดูเพราะตัวจริงมันน่าเลาะเอ็นออกมาดูมากกว่า แล้วพี่ปุ้นน่ะเข้ารอบหัวจงหัวใจอะไรกัน ฉันแค่เล่าให้แกฟังว่าพี่เขาใจดีคอยช่วยเหลือฉันหลายครั้งก็เท่านั้น” “พี่
“ก็ต้องเส้นเมื่อกี้สิครับ เพราะมันเป็นทางลัดช่วงที่เปลี่ยวก็แค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้นเอง พอเลี้ยวพ้นมุมมาก็ไม่เปลี่ยวแล้ว ปุ่นก็เห็น” “ทางลัดเมื่อกี้คงไม่ค่อยมีคนรู้จักใช่ไหมคะ ปุ่นไม่เห็นมีรถคันไหนผ่านมาเลย” พูดไปแล้วปุณยวีร์ก็ภาวนาให้อีกฝ่ายตอบกลับมาว่าใช่ ทว่า “ใครบอกล่ะครับ คนนิยมใช้มากต่างหาก นี่ถ้าปุ่นกับชินมาเร็วกว่านี้สักครึ่งชั่วโมงก็จะมีเพื่อนร่วมถนนหลายคันเลยล่ะ” เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มบอกเล่าให้ฟังก่อนจะหัวเราะน้อยๆ “อ้อ นอกจากเพื่อนร่วมถนนแล้วยังมีเจ้าถิ่นกระโดดลงจากต้นไม้มาทักทายด้วยนะ และก็เป็นไอ้เจ้านี่แหละที่เป็นปัญหาสำหรับพวกขาจรที่ไม่เคยผ่านเส้นนี้มาก่อน ถ้าจู่ๆ โดนทักขึ้นมาล่ะก็อาจจะช็อกได้” “พี่ปุ้นพูดแบบนี้ อย่าบอกนะคะว่าโดนเอ่อ… ทักจนชินแล้ว” “ก็ใช่สิครับ” ภควัตตอบรับหน้าตาเฉยราวกับว่าไอ้เจ้าอะไรสักอย่าง… ที่จู่ๆ ก็โผล่มาทักเขาเป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่พบเห็นได้ทั่วไป ใครๆ เห็นแล้วก็ไม่รู้สึกหวาดผวา “อ้าว ทำไมมองหน้าพี่อย่างนี้ล่ะครับ มีเขาโผล่ขึ้นมาบนหัวพี่หรือไง” เขาถามกลั้วเสียงหัวเราะเมื่อหันมาเห็นสีห

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





