Share

แนะนำตัว

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-26 11:43:38

           หญิงสาวจึงตั้งต้นใหม่โดยถามซาโต้ซังเป็นภาษาอังกฤษในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ คำไหนที่รู้แค่ชื่อภาษาญี่ปุ่นแต่ไม่รู้ว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไรเธอก็พูดทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งก็ดูจะไม่เป็นปัญหา เพราะจากการสังเกตเธอเห็นว่าวิศวกรที่เข้าร่วมมีตติ้งส่วนใหญ่เข้าใจภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี สถานการณ์วิกฤตจึงคลี่คลาย และทอไหมก็มาช่วยให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีในท้ายที่สุด

            สัปดาห์แรกในการเริ่มงานใหม่ของปุณยวีร์ผ่านพ้นไปได้ค่อนข้างดี หากก็สูบพลังเธอไปไม่ใช่น้อยเหมือนกัน จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะกลับกรุงเทพฯ ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์เพราะยังรู้สึกไม่คุ้นชินกับแหล่งพักพิงแห่งใหม่ เธอจึงต้องเปลี่ยนแผนเป็นนอนพักผ่อนดูทีวีอยู่ในห้องพักขนาดกะทัดรัดแทน กว่าจะสลัดความเหนื่อยล้าและขี้เกียจทิ้งไปแล้วงัดตัวเองขึ้นจากที่นอนได้ก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสองโมง

            เมื่อเปิดตู้เย็นแล้วเห็นว่าเสบียงที่ซื้อมาตุนไว้จนเต็มร่อยหรอลงจนเห็นพื้นที่โล่งว่างหญิงสาวจึงตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัวแล้วคว้ากระเป๋าออกจากห้องก่อนจะเรียกใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้ไปส่งที่ห้างสรรพสินค้าใน ตัวเมือง

           ล่ามสาวใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงกว่าจะจับจ่ายสินค้าทั้งของกินของใช้ได้ครบตามที่ต้องการ แล้วกระเพาะที่ทั้งวันมีแค่ขนมปังปิ้ง กาแฟ มันฝรั่งทอด และน้ำอัดลมก็ส่งเสียงประท้วงขึ้นมาทำให้คนเป็นเจ้าของต้องตัดสินใจข้ามถนนไปฝากท้องที่ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้า ซึ่งคงจะเป็นร้านดังและรสชาติก็คงไม่เลวทีเดียวสังเกตได้จากจำนวนรถยนต์ที่จอดเรียงรายบริเวณลานจอดรถของร้าน

           เมื่อใช้หัวไหล่แทนมือที่ถูกจับจองพื้นที่จากถุงข้าวของผลักประตูกระจกเข้าไปภายในร้านได้แล้ว ปุณยวีร์ก็ต้องสอดส่ายสายตามองหาโต๊ะว่างเอาเอง เพราะไม่มีพนักงานคนใดหันมาให้ความสนใจต้อนรับเธอเลยสักคน

           “ปุ่น มาทานข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอ ไปนั่งด้วยกันสิ โต๊ะพี่อยู่ด้านโน้น” เสียงคุ้นหูดังทักขึ้นมา เมื่อหันกลับไปมองปุณยวีร์ก็พบว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน   รุ่นพี่ มณฑกานต์นั่นเอง

           “พี่แป๋ม... สวัสดีค่ะ” หญิงสาวเอ่ยทัก น้ำเสียงบอกความแปลกใจ

           “สวัสดีจ้ะ ซื้ออะไรเยอะแยะเชียว มาพี่ช่วยถือ ปุ่นไม่ได้นัดใครไว้ใช่ไหม งั้นไปนั่งด้วยกันดีกว่า” อีกฝ่ายบอกพลางดึงถุงข้าวของบางส่วนไปถือไว้เองแล้วก้าวฉับๆ เดินนำไปโดยไม่รอคำตอบ ปุณยวีร์จึงหมดทางปฏิเสธได้แต่ก้าวตามไป

           “เชิญค่ะคุณปุ่น ไปชอปปิงมาเหรอคะ แก้วก็มองอยู่ตั้งแต่ตอนเข้าร้านมาแล้วว่าใครนะ หน้าคุ้นๆ”

           วิศวกรสาวท่าทางมนุษยสัมพันธ์ดีที่เจอกันในวันมีตติ้งที่แผนกวิศวกรรมลุกขึ้นขยับเก้าอี้ให้โดยจัดแจงไล่ชายหนุ่มผิวเข้มที่นั่งอยู่ข้างๆ ให้ขยับออกไปแล้วให้คนมาใหม่นั่งลงแทนที่ คนตัวโตที่ถูกไล่มีสะบัดค้อนเล็กน้อยแต่ก็ยอมย้ายที่นั่งโดยดี

           “รู้จักกันแล้วใช่ไหม ดีเลยพี่จะได้ไม่ต้องแนะนำอีก” มณฑกานต์บอกยิ้มๆ

           “ไม่ดีครับพี่แป๋ม คุณปุ่นน่าจะรู้จักพี่แก้วแค่คนเดียว เพราะงั้นพี่แป๋มต้องทำหน้าที่แนะนำพวกเราและคุณปุ่นให้รู้จักกัน” หนุ่มตี๋หนึ่งในสมาชิกที่นั่งอยู่รายรอบโต๊ะทักท้วงขึ้นมา

           มณฑกานต์ส่ายศีรษะ “ทีแบบนี้ไม่ยอมพลาดเลยนะเต้ โอเค ถ้างั้นพี่ขอแนะนำเลยนะ นี่ปุ่น ปุณยวีร์ ล่ามคนใหม่จ้ะ”

           เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่หันมาสบตาพลางยิ้มให้ “ปุ่นจ๊ะ นอกจากปุ่นกับพี่และหนุ่ม เอ๊ย! สาวสวยคนนั้น” พยักพเยิดไปทางหญิงสาวผมซอยสั้นที่หน้าตาท่าทางและการแต่งตัวบ่งบอกว่าน่าจะห้าวได้ใจ

           “ทุกคนที่โต๊ะนี้เป็นวิศวกรกันเกือบหมดเลย คงจะพอคุ้นหน้าใช่ไหมเพราะเจอกันมาแล้ว เริ่มจากท่าน ส.ว สูงวัยมากที่สุดในโต๊ะที่นั่งข้างพี่ก็แล้วกันนะนี่พี่กรณ์จ้ะ เป็นหัวหน้าแผนกวิศวกรรมและยังควบตำแหน่งสามีของพี่ด้วย ส่วนหนุ่มน้อยหน้าตาดีที่นั่งข้างกันนั่นก็ น้องกัน ลูกชายของเราเอง”

           ปุณยวีร์กล่าวทักทายน้องกันและยกมือไหว้กรณ์ ซึ่งเธอจำได้ว่าเขาคือผู้ชายที่กล่าวทักทายเธอเป็นคนแรกที่แผนกวิศวกรรม

           “ถัดไปก็พี่ปุ้น ภควัต รู้สึกคุ้นหน้าบ้างไหม พี่ปุ้นจบจากมหา’ลัยเดียวกันกับปุ่นด้วยนะ”

           ปุณยวีร์เลิกคิ้วแปลกใจก่อนจะยกมือไหว้และส่งยิ้มสดใสให้ชายหนุ่มที่เธอจำได้ดีว่าเขาคือเจ้าของน้ำเสียงทุ้มนุ่มซึ่งได้ช่วยเหลือเธอให้พ้นจากวิกฤตในวันที่ทำหน้าที่ล่ามเต็มตัวเป็นครั้งแรก

           “จริงเหรอคะ โชคดีจังที่ได้เจอรุ่นพี่ ยังไงก็ช่วยแนะนำปุ่นด้วยนะคะ” จากลักษณะนิสัยใจดีที่สัมผัสได้ตั้งแต่คราแรกที่พบกันซึ่งยังประทับตราตรึงอยู่ในใจจึงไม่แปลกเลยที่หญิงสาวจะกระตือรือร้นยินดีที่ได้ทำความรู้จักกับอีกฝ่ายทั้งยังไม่ลืมฝากเนื้อฝากตัวอีกด้วย

           “ยินดีครับ แต่พี่ว่าคงไม่ต้องแนะนำอะไรมากหรอกมั้ง เดี๋ยวพอผ่านไปสักเดือนปุ่นอาจจะเก่งกว่าพวกพี่ด้วยซ้ำ” ภควัตตอบกลับพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น

           “ถัดไปก็พี่ต้น อนุพงษ์ พี่หวาน วนิดา และก็พี่เฟย์ ฟารีดา สาวหล่อหนึ่งเดียวจากโปรดักชั่น” มณฑกานต์ยังทำหน้าที่แนะนำเพื่อนร่วมงานให้ล่ามน้องใหม่ได้รู้จักอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง

           “ทีนี้มาเริ่มจากคนข้างๆ ปุ่นบ้าง แก้ว กีรฏา รู้จักแล้วใช่ไหม น่าจะอยู่รุ่นเดียวกันนะ เอ ปุ่นอายุเท่าไรนะ พี่ไม่ค่อยแน่ใจ”

           “ยี่สิบหกค่ะ”

           “อ้าว งั้นก็มากกว่าแก้วสองปีสิ ใช่ไหมแก้ว”

           กีรฎาพยักหน้า“ใช่ค่ะ แต่แก้วขอไม่เรียกคุณปุ่นว่าพี่นะคะ เพราะดูไปดูมาเหมือนคุณปุ่นจะหน้าเด็กกว่าแก้ว”วิศวกรสาวบอกพร้อมรอยยิ้ม

           “ถัดไปก็ อืม… มืดหน่อยนะ ปุ่นมองเห็นไหม ต้องใช้สปอตไลต์ช่วยรึเปล่า”  มณฑกานต์แซวยิ้มๆ

           คนหน้ามืด เอ้ย! ผิวเข้มทำหน้ามุ่ย “ออร่าเจิดจรัสขนาดนี้แล้ว ขืนเสริม     สปอตไลต์เข้าไปอีกก็กลบรัศมีคนอื่นหมดสิครับพี่แป๋ม”

           มณฑกานต์ส่ายศีรษะยิ้มๆ ดูเหมือนจะเคยชินกับฝีปากของอีกฝ่ายดี “จ้า พ่อ  ออร่ากระจาย” กระแนะกระแหนอีกเล็กน้อย “เอาเป็นว่าพี่มืด หรือที่เจ้าตัวเขาเข้าใจว่าเป็นออร่านั่นน่ะ ชื่อพี่ปืน ก้องภพ”

           ปุณยวีร์ยกมือไหว้ทักทาย แล้วอีกฝ่ายก็รับไหว้พลางส่งยิ้มกว้างตอบกลับมาส่งให้ใบหน้าคมเข้มนั้นสว่างสดใสดูดีขึ้นอีกเป็นกอง

            ...TBC...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   แกรนด์โอเพนนิ่ง

    “กรี๊ดดด… นังล่ามหน้าจืด แกกล้าทำกับฉันแบบนี้งั้นเหรอ” ภาวิณีกรีดเสียงเคียดแค้นขณะพยายามทรงตัวลุกขึ้นแล้วกระโจนเข้ามาอีกครั้ง หากยังไม่ทันถึงตัวคนที่อดทนอดกลั้นมานานก็ส่งหมัดเปรี้ยงเข้าไปที่ใบหน้าฉาบด้วยเมคอัพหนาๆ นั้นเต็มแรง “จะ จะ จมูกฉัน กรี๊ดดด…” นักบัญชีสาวกรีดเสียงลั่นอีกครั้งหลังจากยกมือที่กุมจมูกซึ่งถูกต่อยเต็มแรงออกมาแล้วพบว่ามันเต็มไปด้วยสีแดงฉานและกลิ่นคาวเลือด “กะ กะ แก๊…” จากที่เคยสวมวิญญาณผู้หญิงบ้า มาคราวนี้เจ้าหล่อนกลายพันธุ์เป็นหมาบ้าระห่ำโผนกระโจนเข้ามา ปุณยวีร์เบี่ยงตัวหลบแต่อีกฝ่ายก็ยังไวกระชากผมเธอจนหนังหัวแทบหลุด หากเธอก็ไม่ปล่อยให้คู่กรณีได้ใจนานรีบใช้ประโยชน์จากส้นแหลมๆ ของรองเท้าที่สวมอยู่กระแทกไปบนหลังเท้าของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเต็มแรง ทำเอาฝ่ายนั้นทนความเจ็บปวดไม่ไหวจำต้องปล่อยมือออกจากผมแล้วทรุดตัวลงกุมเท้าของตัวเองแทน “โอ๊ยยย… พี่ตั้มช่วยวิด้วย วิเจ็บจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว อ๊ายยย… นังล่ามหน้าจืดชอบใช้กำลัง อีผู้หญิงหยำฉ่าชอบแย่งผัวชาวบ้าน แม่แกคงร่านสวาทมั่วผู้ชายไปทั่วสินะนิสัยมันถึงถ่ายทอดทางพันธุกรรมสันดานแกถ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   นางฟ้าปีกหัก

    ล่ามลาวหลับตามโนสำนึกทั้งทางดีและทางร้ายตีกันให้วุ่นจนเธอตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะทำอย่างไร “ฮะๆๆ ” ภาวินีหัวเราะเสียงแหลม ท่าทางบอกความสะใจ “เป็นไงล่ะ นังล่ามหน้าจืด ทีนี้รู้ฤทธิ์ฉันรึยัง หวังว่าหล่อนจะหายบื้อแล้วเลิกตื๊อพี่ตั้มของฉันสักทีนะยะ เอ๊ะ! นังนี่! จะเอายังไงฮะ ฉันถามก็ตอบกลับมาสิยืนเอ๋ออยู่ได้ อ๋อ หรือยังคิดจะหน้าด้านแย่งผัวชาวบ้านไม่เลิกยะ หนอย! ตบแค่ครั้งเดียวมันยังน้อยไปไม่รู้สำนึกใช่ไหม นี่แน่ะ!” … “ยัยนั่นเป็นนักตบลูกยางเก่าหรือเปล่าแกถึงได้ตบฝังรอยนิ้วไว้ได้ชัดขนาดนี้” เหมือนพิมพ์ถามออกมาหลังจากใช้แผ่นเจลแช่เย็นช่วยประคบใบหน้าด้านที่ถูกตบจนหมดความเย็นไปแล้วแต่ร่องรอยฟกช้ำก็ยังหลงเหลืออยู่ ไม่มีเสียงตอบจากปุณยวีร์นอกจากดวงตาคู่กลมโตฉายแสงเขียวขุ่นที่ตวัดกลับมา คนพูดจาไม่เข้าหูยักไหล่ “ขำๆ น่ะแก ทำหน้ายักษ์ไปได้ ฉันเพื่อนแกนะไม่ใช่ยัยหมาบ้านั่นสักหน่อย เอาเป็นว่าไอ้รอยฝ่ามือมารนี่เดี๋ยวฉันจัดการเอง ถ้าประคบยังไม่หายก็ทายาเอา หยุดตั้งสองวันรับรองหายอยู่แล้วล่ะ หรือจะใช้เมคอัพช่วยก็ได้ไม่เห็นจะยากเชื่อมือเพื่อนแกสิ”

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   นางฟ้า VS จอมมาร

    “คุณ! มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่คุณแอบฟังฉันเหรอ” จากที่ตั้งใจจะเอ่ยคำขอโทษกลายเป็นกล่าวโทษเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่มีคำตอบกลับหรือคำแก้ตัวใดๆ จากชินพัตต์ เขาเพียงถอนหายใจท่าทางบอกความเบื่อหน่ายก่อนจะผละจากไป สิ่งที่เขาแสดงออกมาทำให้ล่ามสาวรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นอากาศธาตุไร้ความสำคัญใดๆ “นะ นี่คุณ! คุณ! จะไปไหน ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ มาแอบฟังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ อ๊ายยย… ไอ้เด็กบ้า นิสัยไม่ดีแล้วยังไม่มีมารยาทอีก” ปุณยวีร์ยังไม่ทันได้จัดหนักจัดเต็มชายหนุ่มจากแผนกซ่อมบำรุงที่ขยันเข้ามาขายขนมจีบสร้างความรำคาญไม่เว้นวันเพราะยังคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี เธอไม่แน่ใจว่าถ้าทำตามคำแนะนำของเพื่อนแล้วจะปฏิเสธความหวังดีจากแม่ซึ่งเธอไม่ต้องการเลยได้ไหม และในระหว่างที่ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้นั่นเองก็ดันมีเรื่องเกิดขึ้นเสียก่อน ‘ปึก!’ ล่ามสาวถอนหายใจ จนได้สิน่า… เธอว่าเธอระวังแล้วนะ แต่ก็อย่างว่าช่วงเวลาเลิกงานยิ่งในวันที่ไม่มีการทำงานล่วงเวลาอย่างเช่นวันนี้บริเวณลานจอดรถรับส่งของพนักงานจะมีคนพลุกพล่านมากกว่าปกติ การกระแทกชนกันมันก็ย่อมเ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   เรื่องเอ็กซ์คลูซีฟ

    “จริงเหรอแก เข้าขั้นวัตถุอันตรายเลยนะเนี่ย ถ้างั้นแกก็ระวังตัวด้วยล่ะ อย่าไปอยู่ใกล้หมอนั่นเด็ดขาด” “ฉันก็ระวังอยู่ แต่ไอ้ชั่วนั่นมันตื๊อไม่เลิกน่ะสิ ขนาดถูกถองถูกตบไปเต็มแรงก็ยังไม่เข็ดตื๊ออยู่นั่นแหละ หน้าด้านหน้าทนยิ่งกว่ากะจั๊วอีก อี๋…” พูดถึงผู้ชายคนนี้ทีไรปุณยวีร์ก็รู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาทุกที “เอาเป็นว่าแกพยายามอยู่ให้ห่างจากไอ้ผู้ชายขี้หลีนั่นไว้ดีที่สุด อย่าไปออกอาการมาก เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ชายชั่วๆ กระเจิงแล้วผู้ชายดีๆ ก็จะหนีหายไปหมดด้วย เอาไว้คว้าเจ้าชายที่แสนดีอย่าง ‘พี่ปุ้น’ มาไว้ในครอบครองได้เมื่อไหร่ค่อยเผยโฉมนางมารร้ายก็ยังไม่สาย” “เหอะ ถ้าไอ้ชั่วนั่นยังมาทำรุ่มร่ามอีกฉันไม่เอาไว้หรอกจะจัดหนักจัดเต็มเอาให้โคม่าเลยคราวนี้ และฉันก็บอกแกแล้วว่าฉันมาทำงานไม่ได้มาแรด ทำไมฉันจะต้องแอ๊บเป็นผู้หญิงแสนดีให้ผู้ชายหลงด้วย ตอนนี้ฉันมีงานประจำทำเหมือนเดิมแม่ก็ไม่มีปัญหาไม่หาเรื่องเรียกตัวฉันกลับบ้านเหมือนเก่าอีกแล้วด้วย” “หึๆ” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงหัวเราะคล้ายพวกโรคจิตมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “แกเสียรู้แม่แกแล้วล่ะปุ่น เห็นคลื่น

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   แอ๊บแล้วยังดูออก

    “อ๊าย ฮ็อตฮิตนะยะแก ไปทำงานแค่เดือนกว่าๆ ก็มีหนุ่มมาเจ๊าะแจ๊ะตั้งหลายคน” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงกระแนะกระแหนมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “พูดบ้าอะไรของแก เจ๊าะแจ๊ะหลายคนที่ไหนกัน ว่างๆ ก็หาเวลาแคะ ขี้หูออกบ้างนะยะ ฟังเขาพูดเขาเล่าอะไรจะได้เข้าใจง่ายๆ ไม่ใช่มโนไปเอง” “แหม ฉันแซวแค่หน่อยเดียวรัวกลับมาเป็นปืนกลเลยนะยะ” คนจากปลายสายบ่นเสียงขึ้นจมูก “ก็ได้ๆ สรุปว่าผู้ชายโชคร้ายที่หลงเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะแกมีคนเดียวคือนายบรรจบ ส่วนพี่ดำปืนแค่ชอบแกล้ง น้องชินจังก็ชอบทำตัวเกรียน คนที่เข้ารอบหัวใจจึงได้แก่เจ้าชายที่แสนดี ‘พี่ปุ้น’ ของน้องปุ่น แบบนี้โอไหมยะ” “ยังไม่โอย่ะ ผู้ชายขี้หลีอย่างนายบรรจบฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวและไม่นับให้เสียประวัติตัวเองเด็ดขาด ผู้ชายอะไรได้ยินแค่ชื่อก็อี๋ แหวะ” พูดไปก็ทำท่าขนลุกขนพองไปด้วย “แกพูดถูกแค่เรื่องไอ้พี่ดำปืนที่ชอบแกล้ง ส่วนไอ้เด็กเวรนรกนั่นก็ไม่ต้องเรียกเสียน่าเอ็นดูเพราะตัวจริงมันน่าเลาะเอ็นออกมาดูมากกว่า แล้วพี่ปุ้นน่ะเข้ารอบหัวจงหัวใจอะไรกัน ฉันแค่เล่าให้แกฟังว่าพี่เขาใจดีคอยช่วยเหลือฉันหลายครั้งก็เท่านั้น” “พี่

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   เจ้าถิ่นทัก

    “ก็ต้องเส้นเมื่อกี้สิครับ เพราะมันเป็นทางลัดช่วงที่เปลี่ยวก็แค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้นเอง พอเลี้ยวพ้นมุมมาก็ไม่เปลี่ยวแล้ว ปุ่นก็เห็น” “ทางลัดเมื่อกี้คงไม่ค่อยมีคนรู้จักใช่ไหมคะ ปุ่นไม่เห็นมีรถคันไหนผ่านมาเลย” พูดไปแล้วปุณยวีร์ก็ภาวนาให้อีกฝ่ายตอบกลับมาว่าใช่ ทว่า “ใครบอกล่ะครับ คนนิยมใช้มากต่างหาก นี่ถ้าปุ่นกับชินมาเร็วกว่านี้สักครึ่งชั่วโมงก็จะมีเพื่อนร่วมถนนหลายคันเลยล่ะ” เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มบอกเล่าให้ฟังก่อนจะหัวเราะน้อยๆ “อ้อ นอกจากเพื่อนร่วมถนนแล้วยังมีเจ้าถิ่นกระโดดลงจากต้นไม้มาทักทายด้วยนะ และก็เป็นไอ้เจ้านี่แหละที่เป็นปัญหาสำหรับพวกขาจรที่ไม่เคยผ่านเส้นนี้มาก่อน ถ้าจู่ๆ โดนทักขึ้นมาล่ะก็อาจจะช็อกได้” “พี่ปุ้นพูดแบบนี้ อย่าบอกนะคะว่าโดนเอ่อ… ทักจนชินแล้ว” “ก็ใช่สิครับ” ภควัตตอบรับหน้าตาเฉยราวกับว่าไอ้เจ้าอะไรสักอย่าง… ที่จู่ๆ ก็โผล่มาทักเขาเป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่พบเห็นได้ทั่วไป ใครๆ เห็นแล้วก็ไม่รู้สึกหวาดผวา “อ้าว ทำไมมองหน้าพี่อย่างนี้ล่ะครับ มีเขาโผล่ขึ้นมาบนหัวพี่หรือไง” เขาถามกลั้วเสียงหัวเราะเมื่อหันมาเห็นสีห

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status