LOGINเทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสาม — จอมพลคืนฟ้า ตอนที่ ๔๘ — สนามรบที่ไม่มีศพ สนามรบอยู่ไกลจากสวรรค์กว่าที่เทียนเผิงจำได้ หรือบางทีความทรงจำของเขาอาจทำให้มันใกล้กว่าความจริง เขากับเทียนโหย่วออกจากประตูเหนือก่อนแสงแรกของแม่น้ำสวรรค์จะเปลี่ยนจากสีดำเป็นเงิน ระหว่างทางไม่มีผู้ใดพูดมากนัก เบื้องล่างคือชั้นเมฆที่ซ้อนกันเหมือนทะเลสีขาว เบื้องบนเป็นหมู่ดาวซึ่งไม่เคยตกดิน และตรงกลางมีเพียงคนสองคนที่เคยผ่านสงครามมาด้วยกันมากพอจะรู้ว่า บางครั้งสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในสนามรบไม่ใช่เสียงร้องของคนกำลังตาย แต่คือสถานที่ที่ควรมีเสียงแล้วกลับเงียบ เทียนโหย่วหยุดตรงขอบเขตหนึ่งแล้วชี้ลงไป “ตรงนั้น” เทียนเผิงมองตาม เห็นแผ่นดินสีเทาลอยอยู่กลางความว่างเปล่าเหมือนเศษหินที่ถูกใครหักออกจากโลกแล้วโยนทิ้ง ไม่มีต้นไม้ ไม่มีแม่น้ำ ไม่มีสัตว์ ไม่มีแม้แต่ลม พื้นดินแตกร้าวเป็นร่องยาวและยังมีรอยไหม้ดำหลงเหลืออยู่ตามหน้าผา ทั้งที่ศึกนั้นผ่านมานานจนมนุษย์บนโลกเกิดและตายไปได้หลายชั่วอายุคน เทียนเผิงก้าวลงบนพื้น ร่างของเขาหยุดนิ่งทันทีเมื่อฝ่าเท้าสัมผัสดิน ความรู้สึกหนึ่งแล่นขึ้นมาจากใต้พื้น ไม่ใช่ความทรงจำ แต่เป็นสัญชาตญาณขอ
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสาม — จอมพลคืนฟ้า ตอนที่ ๔๗ — ชื่อของคนตาย แผ่นไม้สีดำยังวางอยู่กลางท้องพระโรง ไม่มีผู้ใดก้มลงเก็บ แม้แต่เทพผู้ดูแลพระราชโองการยังยืนห่างจากมันหลายก้าว ชื่อ “เทียนเผิง” บนแผ่นไม้ไม่ได้เขียนด้วยหมึก หากถูกกัดลึกลงไปในเนื้อสีดำ และในร่องตัวอักษรมีประกายคล้ายผิวน้ำไหวอยู่ช้า ๆ เทียนเผิงเดินเข้าไปโดยไม่สนใจสายตารอบด้าน เทียนโหย่วขยับตามหนึ่งก้าว แต่เสวียนหมิงยกมือห้าม “อย่าแตะ สิ่งนั้นไม่ได้เข้ามาทางประตู” เทียนเผิงมองแผ่นไม้ครู่หนึ่ง “ข้าก็ไม่ได้คิดจะกินมัน” ความเงียบในท้องพระโรงสะดุดไปชั่วขณะ เทียนโหย่วหลุดหัวเราะครึ่งเสียงก่อนรีบไอปิด เสวียนหมิงปรายตามองอย่างไม่พอใจ ส่วนเง็กเซียนเพียงทอดพระเนตรลงมาจากเบื้องบนโดยไม่ตรัสอะไร เทียนเผิงย่อตัว ใช้ปลายนิ้วแตะขอบแผ่นไม้ ความเย็นแล่นขึ้นมาตามแขน ไม่ใช่พิษ ไม่ใช่คำสาป แต่กลิ่นหนึ่งซึ่งติดอยู่กับมันทำให้เขานิ่ง—กลิ่นเหล็กเปียกฝน ภาพบางอย่างวาบเข้ามาในหัว ฟ้ามืด น้ำท่วมถึงข้อเท้า เสียงระฆังดังอยู่ไกล ๆ ใครบางคนกำลังลากร่างเขาผ่านพื้นหิน แล้วเสียงหนึ่งถามว่า “ยังอยากกลับไปหรือไม่?” ภาพดับวูบ เทียนเผิงชักมือกลับ “เ
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสาม — จอมพลคืนฟ้า ตอนที่ ๔๖ — ผู้กลับคืนสู่ฟ้า เช้าวันที่เจ็ด เทียนเผิงไม่ได้ออกเดินทางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เขานั่งอยู่หน้าร้านยาของหลินเยว่จนแสงแรกพาดผ่านรั้วไม้และแตะปลายยอดต้นดอกเหลืองเบา ๆ กลีบดอกสองสามกลีบร่วงลงบนพื้นโดยไม่มีเสียง เขามองมันอยู่นานก่อนก้มลงเก็บขึ้นมาวางไว้ข้างถ้วยไม้ของตัวเองบนโต๊ะ เมื่อเงยหน้าขึ้น หลินเยว่กำลังยืนมองเขาอยู่จากประตูร้าน นางไม่ได้แต่งตัวสวยกว่าปกติ ไม่ได้เตรียมของฝาก ไม่ได้ทำสิ่งใดให้ดูเหมือนการจากลา มีเพียงผ้าสีซีดผืนหนึ่งพาดอยู่บนไหล่ กับมือที่กำลังถือถ้วยข้าวร้อน “กินก่อน” นางพูด เทียนเผิงมองถ้วยแล้วหัวเราะเบา ๆ “ข้ากำลังจะไปสวรรค์” “ข้ารู้” “แล้วเจ้าก็ยังให้ข้ากินข้าว” “ยิ่งต้องกิน” นางตอบ “สวรรค์ไม่มีข้าวที่ข้าหุงให้ท่าน” เขาเงียบไปชั่วครู่ ก่อนยกถ้วยขึ้นกินแต่โดยดี ไม่มีใครพูดคำว่า “คิดถึง” ไม่มีใครพูดว่า “กลับมาเร็ว ๆ” ไม่มีใครสัญญาว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิม เพราะต่างรู้ดีว่าคำสัญญาบางคำ หากพูดออกมาแล้ว วันหนึ่งมันจะกลายเป็นสิ่งที่ใช้ทำร้ายคนฟังเมื่อทำไม่ได้ดังใจ เทียนเผิงจึงกินข้าวจนหมด วางถ้วยลง แล้วหยิบถ้วยของ
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสอง — คนธรรมดา ตอนที่ ๔๕ — บ้าน (จบภาค ๒) เช้าวันนั้น เทียนเผิงตื่นก่อนเสียงไก่ขัน เขานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง มองเพดานไม้เหนือศีรษะ ฟังเสียงคนเดินอยู่ในครัว เสียงยายซู่อิงเปิดฝาหม้อ เสียงอาเหลียงบ่นว่าอาหารเช้าน้อยเกินไป และเสียงหลี่จิ้งไอเบา ๆ อยู่ตรงลานบ้าน ทุกอย่างเป็นเสียงที่ไม่มีความหมายใดต่อสวรรค์ ไม่ได้เปลี่ยนสมดุลของสามภพ ไม่ได้ทำให้ดาวดวงใดเคลื่อน ไม่ได้หยุดสงครามหรือช่วยคนเป็นหมื่น แต่เทียนเผิงกลับรู้สึกว่าถ้าเสียงเหล่านี้หายไปพร้อมกัน บ้านหลังนี้จะเงียบจนเขาไม่รู้ว่าตัวเองควรอยู่ตรงไหน เขาลุกขึ้น เปิดประตู แล้วพบว่าหลินเยว่นั่งอยู่หน้าบ้าน นางกำลังคัดสมุนไพรในตะกร้าเล็ก ๆ ผมถูกรวบขึ้นอย่างง่าย ๆ และปลายนิ้วมีรอยเขียวจากน้ำสมุนไพร “ตื่นแล้วหรือ” นางถามโดยไม่เงยหน้า เทียนเผิงนั่งลงข้าง ๆ “เจ้ามาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร” “ก่อนท่าน” “ทำไม” “มารับสมุนไพรที่ตากไว้” นางตอบแล้วส่งถุงหนึ่งให้ “เอาไปวางในครัว” เทียนเผิงรับมา “อืม” เขากำลังจะลุก หลินเยว่เงยหน้าขึ้น “แล้ว…” เขาหยุด “อะไร” “วันนี้กินข้าวหรือยัง” เทียนเผิงมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบ “ยัง” หลินเยว่ย
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสอง — คนธรรมดา ตอนที่ ๔๔ — คนที่เปิดประตู คนแรกที่มาหาหลินเยว่ในเช้าวันนั้นคือหญิงชราคนเดิม นางยืนอยู่หน้าบ้านพร้อมถุงผ้าใบเล็กที่เคยใส่ยา และเมื่อเห็นหลินเยว่เดินออกมา นางก็รีบยกมือขึ้น “หมอหลิน ยาข้าหมดแล้ว” หลินเยว่มองถุงในมือของนาง ก่อนหันไปมองเทียนเผิงที่กำลังถือกระเป๋ายาอยู่ “ข้ารู้” นางตอบ “วันนี้ข้าจะไปหา” หญิงชราลังเล “แต่เขาบอกว่าห้าม” หลินเยว่ยิ้ม “เขาห้ามเปิดร้าน ไม่ได้ห้ามข้าไปเยี่ยมคนไข้” หญิงชรามองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มออกมา “งั้นข้าจะเดินกลับไปรอที่บ้าน” แล้วนางก็เดินจากไปอย่างช้า ๆ เทียนเผิงมองตาม “นางไม่กลัว?” หลินเยว่ตอบ “กลัวสิ” “แล้วทำไมยังมา” “เพราะปวดเข่า” นางพูดง่าย ๆ “ความกลัวกับความปวดอยู่ด้วยกันได้” พวกเขาออกเดินตั้งแต่เช้า วันนี้คนไข้มากกว่าวันก่อน และข่าวเรื่องร้านยาถูกปิดก็ทำให้หลายคนไม่กล้าเข้ามาหา หลินเยว่จึงเดินไปตามบ้านทีละหลัง ตรวจคนป่วยเท่าที่ทำได้ บางคนมีไข้ บางคนเป็นแผล บางคนแค่ต้องการรู้ว่าตัวเองยังไม่เป็นอะไร เทียนเผิงเริ่มทำงานโดยไม่ต้องรอให้นางบอก เขาจำได้ว่ากระเป๋าใบไหนใส่ผ้าพันแผล ใบไหนใส่สมุนไพรแห้ง และรู้ว่
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคสอง — คนธรรมดา ตอนที่ ๔๓ — วันที่ร้านยาเปิดไม่ได้ เช้าวันนั้น หลินเยว่เปิดประตูร้านยาไม่ได้ ไม่ใช่เพราะประตูพัง ไม่ใช่เพราะฝนตกหนัก และไม่ใช่เพราะนางตื่นสาย เพียงมีแผ่นไม้สีดำแผ่นหนึ่งถูกตอกไว้กลางประตู ตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง บนแผ่นไม้นั้นมีตราประทับของทางการและข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดว่า ร้านยาถูกสั่งระงับการดำเนินการชั่วคราว เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบแหล่งที่มาของสมุนไพรและบัญชีผู้ป่วย หลินเยว่ยืนอ่านอยู่นานก่อนเอื้อมมือไปแตะกระดาษคำสั่ง นิ้วของนางไม่ได้สั่น แต่เทียนเผิงซึ่งยืนอยู่ข้างหลังกลับเห็นว่านางกำกระดาษแน่นกว่าปกติ “เปิดไม่ได้หรือ” เขาถาม “ไม่ได้” “ข้าถอดมันออกได้” หลินเยว่หันมอง “แล้วพรุ่งนี้ก็มีอันใหม่มาติด” เทียนเผิงเงียบ นางเอื้อมมือดึงตะกร้าสมุนไพรออกจากหน้าประตู ก่อนพูดว่า “ช่วยข้ายกของเข้าไปก่อน” เขาพยักหน้า แล้วทั้งสองก็ทำเหมือนทุกเช้า ต่างกันเพียงวันนี้ประตูหน้าร้านปิดอยู่ และคนที่เคยเดินเข้ามาขอซื้อยาไม่มีใครกล้าเคาะ ไม่นานก็มีหญิงชราคนหนึ่งมาถึง นางยืนมองแผ่นไม้สีดำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถาม “วันนี้ไม่เปิดหรือ” หลินเยว่ตอบจากด้านใน







