เข้าสู่ระบบ☠️ ความตายจากโรคร้ายที่มาอย่างกะทันหัน? 🌟 พร้อมกับโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มาถึง? คราวนี้แหละ… เขาจะต้องไม่ตาย! และจะต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้ พร้อมกับอาชีพที่เขาเลือกด้วยตัวเอง— 🧪 “นักปรุงยา!” 🌿 เรื่องราว นี่คือเรื่องราวของ ‘เจมส์’ พนักงานเงินเดือนหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง ผู้ต้องเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันจาก โรคร้ายที่กำเริบขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว แต่หลังความตาย เขากลับได้พบกับ พระผู้เป็นเจ้าสูงสุด และได้รับรู้ความจริงว่า… โรคร้ายที่คร่าชีวิตเขานั้น เกิดขึ้นเร็วกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อเป็นการชดเชยต่อความตายที่ไม่ควรเกิดขึ้นในเวลานั้น เจมส์จึงได้รับโอกาสอันแสนพิเศษ— 🌎 การเกิดใหม่และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างโลก!
ดูเพิ่มเติมบทนำ
ท่ามกลางสถานที่อันว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตาที่มีเพียงสีขาวบริสุทธิ์ ชายหนุ่มที่แต่งกายโดยเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวสีดำโดยมีป้ายห้อยคอก็กำลังยืนเคว้งคว้างมองไปรอบๆ ด้วยความสับสนอยู่ไม่น้อยเพราะเจ้าตัวนั้นไม่รู้เลยว่าทำไมตัวเองมาอยู่ที่นี่ และที่สำคัญที่สุดก็คือ… “ที่นี่ที่ไหนกัน…? เมื่อกี้นี้กำลังจะกลับบ้าน…?”ขณะที่มองไปรอบๆ ชายหนุ่มที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ก็ได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น “ที่นี่คือ ช่องว่างระหว่างโลก และสวรรค์”และในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงของบุคคลอื่นดังขึ้นมาจากทิศทางตรงข้ามกับที่ชายหนุ่มนั้นหันมองไปอยู่ “คะ-ใครน่ะ!?” ด้วยความตื่นตระหนกตกใจชายหนุ่มในเสียงออกมาเสียงดังพร้อมกับก้าวเท้าหันหลังจ้องมองไปตามสิ่งนั้น แล้วก็ได้พบว่าห่างออกไปนั้น มีบุรุษในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์เหมือนกับเส้นผมของเขาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าที่ออกเป็นสีขาวผสมสีเงิน ถ้าไม่นับดวงตาที่เป็นสีฟ้าพราวประกายสดใส แม้จะไม่ใช่เวลาที่ควรคิดตลกก็เถอะ แต่ต้องยอมรับเลยว่าอีกฝ่ายถ้าดวงตาไม่เป็นสีฟ้าคงกลืนไปกับสถานที่แห่งนี้แบบไม่ต้องสงสัยแน่นอน เจ้าตัวพนักงานเงินเดือนหนุ่มอดไม่ได้ที่จะรับคิดแบบนั้นอยู่ในใจ และด้วยเหตุผลบางอย่างระหว่างที่เจ้าตัวคิดแบบนั้นคนที่อ้างตัวว่าเป็นพระเจ้าก็ยิ้มแห้ง ก่อนจะยักไหล่เล็กน้อยหลังจากได้ยินความคิดในใจของเจ้าตัวผู้มาเยือนตรงหน้าตัวเอง มื้อข้างนึงได้ถูกยกขึ้นยื่นมาทางด้านหน้า ในเวลานั้นเอง ตรงกลางระหว่างพนักงานเงินเดือนหนุ่มกับชายในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ปริศนาก็ได้ปรากฏโต๊ะแล้วเก้าอี้คู่นึงที่เก้าอี้ทั้ง 2 ตัวนั้นวางอยู่ตรงข้ามกัน แน่นอนว่าชายหนุ่มเมื่อเห็นแบบนั้นแล้วก็สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายต้องการให้ตนเองนั่งลงแล้วใจเย็นเพื่อพูดคุยกัน ในเมื่อไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากนั่งลงตามที่อีกฝ่ายต้องการ ชายหนุ่มผู้เป็นพนักงานเงินเดือนก้าวเดินมานั่งลงในทิศทางตรงข้ามกันกับอีกฝ่ายที่นั่งลงเช่นกัน “ก่อนอื่นเลย…เจ้าตายแล้วล่ะนะ?”โดยฝ่ายตรงข้ามได้พูดออกมาในทันทีแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากจนตัวของชายหนุ่มผู้เป็นพนักงานเงินเดือนนั่งตัวแข็งทื่อไปเลย “…ห๊ะ ตะ-ตายยังไง? นะ-นี่มันรายการซ่อนกล้องแกล้งกันเล่นเหรอ…?”ด้วยความที่เหมือนจะยังไม่อยากยอมรับความจริงเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ตัวเจ้าตัวคิดว่านี่เป็นเรื่องหลอกกันเล่น “เรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องเล่น…เราก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะ เป๊าะ!”มือที่ถูกยกขึ้นมานิ้วได้ดีดขึ้นเสียงดังก้องกังวาลแล้วในตอนนั้นเองบางสิ่งบางอย่างก็ได้เกิดขึ้น “อ๊ากกก!!!” เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดทุกทรมานดังขึ้นพร้อมกันกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามคนในชุดสูทขาวก็ยกมือขึ้นกุมหัวด้วยมือทั้งสองข้างมันทั้งเจ็บปวดรวดร้าว และหัวใจนั้นเต้นแรงระรัวเมื่อความทรงจำหลายอย่างมันทะลักเข้ามา เหมือนกับภาพบันทึกที่มีความรู้สึกถูกส่งผ่านมาด้วย ตอนนั้นระหว่างกำลังเลิกงานเขาที่กำลังเคาะเวลาออกงานจู่ๆ เกิดปวดหัววิงเวียนลามลงมาเรื่อยๆ ก่อนจะรู้สึกเจ็บหน้าอก ภาพสุดท้ายที่เห็นสิ่งสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงกรีดร้องจากรอบๆ ตัว หลังจากนั้นภาพก็ตัดไปรู้สึกตัวอีกทีก็คืออยู่ในสถานที่แปลกประหลาดแห่งนี้แล้ว ชายหนุ่มหอบหายใจ โดยที่เหงื่อนั้นชุ่มร่างกาย บุรุษในชุดสูทสีขาวที่เห็นแบบนั้นก็ปรบมือเบาๆ เครื่องดื่มที่เป็นน้ำสีดำมีฟองผุดขึ้นมาก็ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของผู้ที่ได้เผชิญหน้ากับความจริง พนักงานเงินเดือนหนุ่มที่เมื่อได้รับรู้ว่าตัวเองตายแล้วนั้นในจังหวะนั้นตนเองได้รับเครื่องดื่มนั้นมาดื่มเพื่อดับกระหาย และสงบอารมณ์ “อะ-อะไรทำให้ผมตาย…?”เพราะเขาจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าอะไรเกิดขึ้นแล้วก็เป็นสาเหตุการตายของตนเองเพราะเขามั่นใจมาโดยตลอดว่าตัวเองสุขภาพแข็งแรงแต่ก็อยากรู้ว่าโรคอะไรที่กำเริบขึ้นมา “อื้ม…ก่อนอื่นต้องบอกว่าโรคร้ายที่กำเริบขึ้นมานั้น เกิดขึ้นก่อนเวลาอันควร 80 ปี”คนเป็นพระเจ้าได้บอกออกมาก่อนแบบเกริ่นนำก่อนว่าในความเป็นจริงแล้วเจ้าตัวต้องมีชีวิตยาวมากๆ “ปะ-แปดสิบปี…นะ-นี่ผมจะอายุยืนขนาดนั้นเลยเหรอ?”พอได้ยินแบบนั้นเข้าไป มันก็น่าตกใจเพราะตอนนี้ตนเองอายุ 25 ปีถ้าอีก 80 ปีเพราะว่าตัวเองอายุ 105 ปีเลยเหรอ!? “ปล่อยเรื่องนั้นทิ้งไปเถอะ เจ้าหัวใจวายตายเฉียบพลันน่ะ ในความเป็นจริงแล้ว…”โดยปรบมือเบาๆ แบบตัดจบนิดหน่อยโดยสรุปให้ง่ายๆ พวกหัวใจวายตายเฉียบพลันนั่นแหละ “…เจ้าจะต้องเริ่มเป็นโรคหัวใจตอนอายุสักประมาณ 60 กว่า แต่มันดันเกิดตอนนี้”ก่อนจะสปอยชีวิตเล็กน้อยว่าแท้จริงแล้วมันไม่ต้องตายเป็นโรคหัวใจตามอายุคนที่แก่ชราเฉยๆ “ทะ-ทำไมจู่ๆ มันถึงเกิดขึ้นมาได้ล่ะครับ…?”พอได้ยินแบบนั้นเขาก็ยิ่งสงสัยว่าทำไมจู่ๆ โรคร้ายที่ควรจะอีกนานกว่าจะเกิดทำไมถึงมากำเริบตอนเขาหนุ่มขนาดนี้ล่ะ “อ่า…ถ้าให้เล่าออกมาเป็นเรื่องราวแล้วล่ะก็มันก็อธิบายยากอยู่” ในเวลานั้นเอง ชายในชุดสูทสีขาวก็มีสีหน้าซับซ้อนนั่นทำให้พนักงานเงินเดือนหนุ่มเกิดความสับสนก่อนจะได้รับคำอธิบายในทำนองว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตาที่ถูกบิดเบือนด้วยความผิดปกติที่เกิดขึ้นในมิติห้วงอวกาศที่พูดได้ว่ามันเป็นทฤษฎีอะไรหลายอย่างมากมายที่แม้แต่ตนเองที่เป็นพระเจ้า ก็ยังให้คำจำกัดความในสถานการณ์แบบนี้ได้ยากอยู่เหมือนกัน เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดได้เลยอะไรในทำนองนั้น เจ้าตัวพนักงานเงินเดือนหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามแล้วดื่มน้ำไปด้วยเหมือนจะเข้าใจได้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่ทั้งหมดทั้งหมดแล้ว มันมีอันที่สะกิดใจที่สุดอยู่อันนึง… “ทะ-ท่านเป็นพระเจ้าอย่างนั้นเหรอครับ…?”ถึงตรงนี้แล้ว ชายหนุ่มที่ได้รับการเปิดเผยไว้อีกฝ่ายเป็นพระเจ้าก็ค่อนข้างตกใจอยู่ไม่น้อย “แม่นแล้ว เจ้าคิดว่าในที่แบบนี้จะมีคนอื่นอยู่ได้อีกเหรอ?”ผู้เป็นพระเจ้าตอบรับออกมาพร้อมพยักหน้าก่อนจะถามออกมาแบบนั้นว่าในที่แบบนี้คิดว่าจะมีใครอยู่ได้อีกละ “นะ-นั่นก็จริง…ตะ-แต่จะเกิดอะไรขึ้นกับผมต่อไปเหรอ?”แน่นอนว่าคำพูดของท่านมันปฏิเสธไม่ได้แต่เขาอยากรู้ว่าจากนี้ไปตัวเองจะต้องทำยังไงต่อ “แน่นอนเจ้าสามารถเกิดใหม่ตามวัฏจักรโดยไม่มีความทรงจำอะไรก็ได้…”คนเป็นพระเจ้าก็ถือโอกาสพูดถึงทางเลือกแรกที่สามารถเลือกได้เหมือนกัน “…แต่เราตั้งใจจะชดเชยหน่อยโดยการคืนชีพเจ้าในโลกอื่นเหมือนเกิดใหม่ต่างโลกแหละ”แต่แน่นอนว่าตนเองตั้งใจจะชดเชยด้วยวิธีแบบนั้นมากกว่าเข้าท่าที่สุดด้วย “กะ-เกิดใหม่ต่างโลกเหรอ!” ถึงจะรู้ว่าตัวเองตายแล้วก็รู้สึกเสียใจต่อพ่อแม่ก็เถอะ แต่จิตวิญญาณบางอย่างมันถูกปลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้นพอได้ยินแบบนั้นแล้ว ชายหนุ่มรีบถามขึ้นมาในทันทีด้วยเสียงที่ดังพอสมควรว่าตนเองนั้นจะได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกแบบในนิยายอย่างนั้นเหรอ!? แต่เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเกิดเป็นแบบนั้น… “อย่างที่เจ้าเข้าใจ เราคืนชีพให้เจ้าในโลกเดิมไม่ได้ แน่นอนเพราะว่าเจ้าเป็นขี้เถ้าไปแล้วด้วย”ความจริงที่น่าตกใจได้ถูกเผยออกมาว่าเจ้าตัวได้กลายเป็นขี้เถ้าไปแล้วนั่นเอง “ปะ-เป็นขี้เถ้าไปแล้ว…เอ่อ คือว่าพ่อกับแม่ผม”ชายหนุ่มไม่รู้จะตกใจอะไรดีระหว่างตัวเองเป็นขี้เถ้าไปแล้วแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงพ่อแม่ของตัวเองที่อายุก็ตั้งเลข 4 แล้วด้วยตอนนี้ “ไม่ต้องห่วง เราแทรกแซงว่าเจ้าทำประกันชีวิตกับกองทุนพระเจ้าช่วยคุณได้แล้ว” คนเป็นพระเจ้าที่เหมือนจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องเป็นห่วงแน่นอนก็เลยยกมือขวาขึ้นเพื่อป้องปรามอีกฝ่ายไว้ก่อนอย่าเพิ่งเป็นกังวลโดยใช้เหตุเพราะตนเองได้แทรกแซงว่าเจ้าตัวได้ทำกองทุนประกันชีวิตที่มีชื่อว่ากองทุนพระเจ้าช่วยคุณได้เรียบร้อยแล้วได้เงินทั้งพ่อทั้งแม่คนละ 250,000 บาททุกเดือนจนตาย “ทะ-ทำไมชื่อกองทุนมันเป็นแบบนั้น…?”ที่จริงเขาก็ควรจะดีใจอยู่หรอกนะ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างมันค่อนข้างรู้สึกสะกิดใจกับชื่อกองทุนประกันชีวิตมากเลย “เราเป็นพระเจ้า แล้วเราเป็นเจ้าของกองทุนนั้นยังไงล่ะ”คนเป็นพระเจ้าได้ประท้วงออกมาแบบนั้นว่าตนเองเป็นพระเจ้ายังไงล่ะชื่อกองทุนก็ต้องเป็นชื่อตำแหน่งตัวเองสิ “โอเค ชัดเจนเลย…แปลว่าพ่อแม่ผมสามารถอยู่สบายได้ยันแก่เฒ่าสินะ?”เหมือนจะเกือบไปไม่เป็นนิดหน่อยแต่ชายหนุ่มก็ได้ถามออกมาตามตรงว่าตอนนี้พ่อแม่ตัวเองสบายแล้วสินะ “รวมถึงน้องสาวของเจ้าที่จะเกิดด้วย อยู่สบายยายแก่แบบไม่ต้องทำงานได้เลย”ในเวลานั้นเอง คนเป็นพระเจ้าก็ได้แย้งออกมาเล็กน้อยว่าแท้จริงแล้วน้องสาวเจ้าตัวเขาจะสบายด้วยเหมือนกัน “ผมกำลังจะมีน้องสาวเหรอ!?” ถึงจุดนี้เจ้าตัวชายหนุ่มพนักงานเงินเดือนถึงจะลุกขึ้นยืนเลย เพราะตอนนี้ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ากำลังจะเป็นพี่ชายแล้วหลังจากที่อยู่มานานจนอายุได้ 25 ปีบริบูรณ์ แน่นอนว่าพ่อแม่ของเขามีลูกเร็วตอนนี้พวกท่านเลยเพิ่งจะอายุ 40 ก็เท่านั้นเอง ในท้ายที่สุดเจ้าตัวที่ตกใจแรงไปหน่อยก็นั่งลงอย่างเขินๆ ก่อนจะรู้สึกใจหายสุดๆ เพราะตนเองนั้นเสียโอกาสที่จะได้เจอกับน้องสาวไปเสียแล้ว ว่าที่พี่ชายที่ไม่มีโอกาสได้พบน้องสาวถึงจะยกมือขึ้นกุมหัวทรุดหมอบลงบนโต๊ะเลยทีเดียวเชียว คนเป็นพระเจ้าสูงสุดที่เห็นแบบนั้นแล้วก็รู้สึกเห็นใจอยู่ไม่น้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อย่างแท้จริงเลยทีเดียวเชียว “พ่อแม่กับ…น้องสาวสบายแล้วสินะ ถึงจะน่าเสียใจ แต่ผมหมดห่วงแล้วล่ะ”ด้วยน้ำเสียงที่หมดห่วงเหมือนคนพร้อมจะไปเจ้าตัวชายหนุ่มได้กล่าวออกมาแบบนั้นด้วยความผ่อนคลาย “อย่าเพิ่งคิดจะไปสิเฮ้ย เราจะให้เจ้าคืนชีพในโลกของคนที่รู้จักมันเป็นโลกที่อยู่ประมาณยุคกลาง”คนเป็นพระเจ้ารีบประท้วงในทันทีว่าอย่าเพิ่งไป ก่อนจะเริ่มบอกถึงสิ่งที่ตัวเองจะมอบให้ “นะ-นั่นฟังดูเป็นยุคสมัยที่ไม่ศิวิไลเท่าไหร่เลยนะครับ…” มันอาจจะฟังดูน่าตื่นเต้นถ้าได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกที่มีความแฟนตาซีเหมือนในนิยายที่เคยอ่าน แต่ถ้าพูดถึงยุคกลางในมุมมองพวกตัวเองที่เป็นคนยุคใหม่แล้วมันเหมือนเอาไปโยนลงในยุคมืดเลยล่ะ ชายหนุ่มมีความกังวลอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับการเกิดใหม่หรือคืนชีพใหม่ในชีวิตที่สองของตัวเอง “มันเป็นความโรแมนติก โลกใบนั้นมีหลักแบบระบบเกมตรงที่ทุกคนจะมีอาชีพตั้งแต่เกิดน่ะ”คนเป็นพระเจ้าได้ท้วงออกมาแบบนั้น ก่อนจะเอ่ยถึงความเป็นไปของโลกใบนั้นทันที “เอ๊ะ หมายถึงเรียกหน้าต่างสเตตัสแบบในนิยายได้?”พอได้ยินแบบนั้นเข้าไปชายหนุ่มก็ถามขึ้นมาด้วยความสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียวว่าหมายถึงว่าสามารถทำแบบนั้นได้เหรอ? “อะไรประมาณนั้น แต่ถ้าฆ่าสัตว์ประหลาดของจะไม่ตอบนะเจ้าต้องชำแหละเอง”ความเป็นพระเจ้าตอบรับแบบนั้นก่อนจะแย้งว่าเวลาฆ่าสัตว์ประหลาดของจะไม่ดรอปนะเออยกเว้นในดันเจี้ยน “เอ็มเอ็มโออาร์พีจีแบบสมจริงสินะ?”ถ้าคิดตามเหตุผลมันก็น่าจะคล้ายกับอะไรแบบนั้นมากที่สุดสินะ แต่ว่ามันค่อนข้างเหมือนจะน่าตื่นเต้นแล้วก็น่ากังวลกว่าเดิมอีก ““ประมาณนั้นเลย เพื่อให้เจ้าใช้ชีวิตง่ายขึ้น เราจะมอบอาชีพแข็-/ ขออาชีพนักปรุงยาครับ”” ในตอนนั้นเอง พนักงานเงินเดือนหนุ่มก็ได้ยกมือขึ้นแล้วก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อนแม้จะรู้สึกผิดแต่ตนเองไม่ขออาชีพที่แข็งแกร่งหรือต่อสู้แข็งแกร่งขนาดนั้นหรอก อย่างน้อยที่สุดตนเองที่เจอโรคร้ายกำเริบขึ้นมาแล้วตายเนี่ย ขอเป็นนักปรุงยาที่เหมือนเป็นหมอยาก็แล้วกัน เมื่อชายหนุ่มกล่าวออกมาแบบนั้น คนเป็นพระเจ้าก็มีชะงักไปหน่อยนึง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาประมาณว่าเอาจริงหรือ? เจ้าตัวชายหนุ่มก็ตอบรับตามตรงว่าเอาจริง อีกอย่างนึง อาชีพสายต่อสู้สุดเก่งต่อให้ออกกำลังกายฟิตร่างกายดีแค่ไหนเมื่ออายุเยอะไปสุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์ตอนแก่แล้วก็ทำอะไรไม่ได้แม้แต่หาเงิน ถ้าเป็นโลกยุคกลางจริง แปลว่าอย่างน้อยค่าเฉลี่ยก็คงมีอายุได้แค่ประมาณ 50 ต้นๆ หรืออย่างเก่งก็ 60 กลางๆ ในยุคที่โรคร้ายเต็มไปหมด ตนขอเป็นหมอยาเพื่อสุขภาพดีที่ปรุงยาทั้งให้ดื่มเพื่อรักษาตัวแล้วก็ให้คนรอบตัวยังดีกว่า เพราะงั้นแล้วคราวนี้ตัวเขาจะไม่ยอมตายจากโรคร้ายรวมไปจนถึงคนสำคัญด้วย ชายหนุ่มได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกับสีหน้าที่แน่นอนว่าจริงจัง คนเป็นพระเจ้าสูงสุดที่เห็นแบบนั้นแล้วก็เหมือนจะพึงพอใจต่อเหตุผลที่อีกฝ่ายได้ยกขึ้นมา แน่นอนว่ามันน่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ในเวลานั้นคนเป็นพระเจ้าก็ได้ยกมือขวาขึ้น และชี้นิ้วไปที่ศีรษะก่อนจะมีลำแสงยิงเข้าที่หัวอีกฝ่าย “วะ-เหวอ! นี่มันอะไ-โอ้วววว!!!”ตอนกำลังตกใจที่มีลำแสงยิงใส่หัว ชายหนุ่มก็ร้องเสียงหลงทันทีเพราะจู่ๆ ก็มีอะไรไม่รู้วูบเข้ามาในสมองเพียบเลย แถมมีแต่อะไรที่ตัวเองไม่รู้จักทั้งนั้นเลยด้วย! “เราได้มอบความรู้ที่จำเป็นให้แก่เจ้าแล้ว รวมไปจนถึงเราสร้างร่างกายใหม่ให้เจ้าแล้วด้วย”คนเป็นพระเจ้าได้กล่าวออกมาเช่นนั้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่าตนเองได้มอบสิ่งนั้นเช่นเดียวกับร่างกายใหม่ “ระ-ร่างกายใหม่อย่างนั้นหรือครับ?” พอได้ยินเกี่ยวกับร่างกายใหม่ เจ้าตัวก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความแปลกใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียวว่าท่านถึงกับมอบร่างกายใหม่ให้กันเลยอย่างนั้นเหรอ? แล้วจะเกิดอะไรกับร่างกายนี้กันล่ะ? เมื่อคำถามนั้นถูกเอ่ยถามออกมาอยู่ในใจของตัวชายหนุ่มด้วยแล้วนั้น “อย่าลืมสิ ร่างเนื้อเจ้าโดนเผาเป็นอัฐิไปแล้ว อีกอย่างอายุ 25 ก็ครึ่งชีวิตคนธรรมดาโลกนู้นแล้ว”ปัญหาคืออย่างหลังในมุมมองคนทางนั้น แม้ในความเป็นจริงเจ้าตัวจะอายุยืนกว่าก็เถอะ “นะ-นั่นก็จริง ตะ-แต่นอกจากความรู้ปรุงยาแล้วมันเหมือนว่า…”เขาที่เข้าใจเหตุผลแต่ก็อดไม่ได้ที่จะทักถึงความรู้บางอย่างที่เพิ่มพูนเข้ามาพอสมควรเลยเกี่ยวกับเรื่องที่ว่านั้น “คือว่า ต่อให้มีอาชีพอยู่แล้วก็เถอะ…” เพื่อให้เจ้าได้เริ่มชีวิตได้ง่ายขึ้นสักหน่อยตนเองได้แทรกแซงเล็กน้อยตามขอบเขตความสามารถที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโลกใบนั้นคือ ให้เริ่มต้นที่เลเวลระดับ 10 ของอาชีพที่ต้องการ และมอบความรู้พื้นฐานจำเป็นต่ออาชีพนั้นให้กับความสามารถป้องกันตัวโดยพื้นฐานที่จะไม่ตายได้ง่ายดาย และสำหรับนักปรุงยาแน่นอนว่าความรู้มันจำเป็นเยอะ และความแข็งแกร่งเองก็เช่นกัน นอกจากนี้ตนเองได้มอบทักษะกับอะไรหลายอย่างให้ด้วยเพื่อที่จะได้พึ่งพาตัวเองได้เต็มที่ ดังนั้นแล้ว จงเอ่ยท่องคาถานี้ขึ้นมาซะ คนเป็นพระเจ้าสูงสุดได้กล่าวบอกให้ชายหนุ่มนั้นเรียกหน้าต่างจิตภาพออกมา แน่นอนว่าชายหนุ่มได้รู้วิธีเรียกผ่านความรู้ที่ถูกปลุกฝังมาเมื่อครู่เขาได้เอ่ยท่องคาถาออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่ในเวลานั้นจะมีหน้าจอแสงสว่างขึ้นตรงหน้าของเขาซึ่งมันเต็มเปี่ยมไปด้วยข้อมูลหลายอย่างที่แน่นอนว่าดวงตาของชายหนุ่มจ้องมองด้วยความเป็นประกายระยิบระยับ [-สเตตัส-] [-ชื่อ-] : เจมส์ [-อาชีพ-] : นักปรุงยา เลเวล 10 [-0 / 1000-] [-พลังชีวิต-] : 230 / 230 [-พลังเวท-] : 500 / 500 [-พละกำลัง-] : 175 [-ความอดทน-] : 150 [-สติปัญญา-] : 250 [-จิตวิญญาณ-] : 150 [-ความชำนาญ-] : 150 [-ความคล่องตัว-] : 145 [-โชค-] : 150 [-ความสามารถ-] -ชำนาญ ปรุงยา ระดับ 3 -ชำนาญ เก็บเกี่ยว ระดับ 3 -เล่นแร่แปรธาตุ ระดับ 3 -ทักษะพิเศษ เวชศาสตร์การแพทย์ -ทักษะพิเศษ สารานุกรมสมุนไพร -ทักษะ ทำอาหาร ระดับ 5 -ทักษะพิเศษ วินิจฉัย -ทักษะพิเศษ กระเป๋ามิติ -ทักษะพิเศษ ประเมิน -ทักษะพิเศษ เวทมนตร์ในชีวิตประจำวัน -ชำนาญ เวทไฟ ระดับ 3 -ชำนาญ เวทน้ำ ระดับ 3 -ชำนาญ เวมลม ระดับ 3 -ชำนาญ เวทดิน ระดับ 3 -ชำนาญการใช้ดาบ ระดับ 3 -ชำนาญต่อสู้ ระดับ 3 -พรสุขภาพดีขั้นสุดยอด -พรแห่งการเติบโต แน่นอนด้วยความที่มีความรู้จำเป็นหลายอย่างแล้วเขาเลยค่อนข้างตกตะลึงที่รายการทักษะของตัวเองมันเยอะขนาดนี้ คนทั่วไปมักจะมีสักประมาณ 4-5 ทักษะเท่านั้นเองในช่วงต้นๆ แบบนี้ อันนี้คงพูดได้ว่าเป็นโบนัสที่ท่านพระเจ้าตรงหน้าได้มอบให้แก่เขาสินะเนี่ย… “ตามที่เจ้าคิดนั่นแหละ เอาล่ะเจมส์ เราจะส่งเจ้าไปใกล้กับเมืองที่สุดเท่าที่เป็นไปได้…”คนเป็นพระเจ้าที่ได้ยินความคิดของอีกฝ่ายก็ได้เริ่มพูดถึงส่วนสำคัญสุดท้ายว่าจะส่งไปใกล้ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ “…เมืองแห่งนั้นอยู่ติดกับป่าอสูรที่เป็นป่าเวทมนตร์ และเป็นที่ตั้งของดันเจี้ยนขนาดใหญ่”โดยได้เลือกในสถานที่ที่สามารถตั้งตัวได้เร็วเพราะมีความต้องการสูงพออยู่ติดในสถานที่แห่งนั้น “ฟะ-ฟังดูเหมาะที่จะเริ่มต้นสุดๆ แต่คู่แข่งน่าจะเยอะ…”เจมส์เข้าใจได้เพราะยิ่งในทำเลดีเท่าไหร่ค่าครองชีพก็ต้องสูงนอกจากค่าครองชีพที่สูงแล้วคู่แข่งทางการค้าก็ต้องเยอะด้วยอย่างแน่นอน “เราเชื่อว่าเจ้าสู้ได้แน่นอน เอาล่ะ ดูเหมือนจะได้เวลาแล้ว” คนเป็นพระเจ้าที่ได้กล่าวออกมาอย่างเชื่อมั่นก็ได้เปลี่ยนคำพูดในทันใดเมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มตรงหน้าเริ่มถูกโอบล้อมด้วยแสงสว่าง เจมส์ได้ก้มลงมองดูตัวเองแล้วก็แปลกใจอยู่ไม่น้อย สิ่งแรกที่เขาทำก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปคือ ลุกขึ้นยืนแล้วก็โค้งคำนับขอบคุณผู้เป็นพระเจ้าตรงหน้า ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือครอบครัวของเขาพ่อแม่แล้วก็น้องสาวที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอนาคต และขอบคุณที่ได้ให้โอกาสเขาไปเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่งพร้อมกับยังให้โอกาสทำตามความปรารถนาของเขาในเรื่องของอาชีพนี้อีกไหนจะเรื่องความแข็งแกร่งที่ได้รับมาหลายอย่าง คนเป็นพระเจ้าอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นตามแล้วก็โบกมือเล็กน้อยประมาณว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยสำหรับตนเอง และเพื่อเป็นนิมิตรหมายที่ดีคนเป็นพระเจ้าก็ได้กล่าวอวยพรเล็กน้อยก่อนร่างนั้นของชายหนุ่มจะกลายเป็นละอองแสงโดยสมบูรณ์แล้วพุ่งหายไปในที่ไหนสักแห่ง…บทที่ 9 กิลด์พาณิชย์น้ำยาโพชั่นฟื้นฟูรักษาพื้นฐานคุณภาพระดับสูง 4,500 ขวดวางเรียงรายอยู่ตรงหน้าของซิลฟราเรียที่กำลังจ้องมองด้วยความอึ้งตะลึงว่ามันกลายเป็นขนาดนี้ได้ยังไงกัน เธอรีบหันไปเขย่าตัวเด็กหนุ่มเลยทีเดียวเชียวว่าเขายังสบายดีอยู่หรือเปล่า? ไม่ได้เสียสละพลังชีวิตตัวเองหรอกใช่หรือเปล่า!?ตัวของเด็กหนุ่มคนโดนเขย่าก็ดีใจมีความสุขที่เธอเป็นห่วงเขาหนักมาก แต่ตัวของเขาก็บอกตามตรงเลยว่าที่หมดไปคือ พลังเวท 300 หน่วย และตอนนี้กำลังฟื้นตัวแล้วด้วย เดี๋ยวเขากำลังจะเริ่มทำน้ำยาโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทหรือมานาระดับพื้นฐานต่อในทันที แต่ก่อนอื่นเลยเขาคงต้องขอฟื้นพลังเวทก่อนและด้วยความที่ระดับพลังเวทหรือมานาของเขาตอนนี้มีแค่ประมาณ 700 กว่าหน่วย ก็เลยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาฟื้นฟูพลังเวทระดับกลาง และอีกอย่างนึงน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทพื้นฐานที่ท่านพระเจ้ามอบให้มาโดยใช้ชื่อของเขาเป็นผู้ปรุงแต่งก็มีอยู่ในกระเป๋าแล้วด้วยมันเป็นรสชาติที่อร่อยไม่ใช่ขมอีกต่างหาก…“อ่าาา…นี่แหละรสชาติหวานกลมหอมอร่อย!”เด็กหนุ่มส่งเสียงร้องออกมาด้วยความพึงพอใจก่อนจะพูดด้วยสีถ้าสดชื่นงวดนี้แหละรสชาติที่ใช่ความหวานกลมกล่อม“โพช
บทที่ 8 อย่าหักโหมล่ะสำหรับเรื่องเจรจาทุกอย่างเจมส์ยกไว้ให้กับผู้บังคับบัญชาของตัวเองเลยทีเดียวเชียว ระหว่างรอที่คุยเจรจากันอยู่ เจมส์ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปถามว่ามาร์คัสหรือคนที่เขาแบกมานั้นฟื้นขึ้นมาแล้วหรือยัง? เพนน่าที่ได้ยินคำถามนั้นก็ได้ตอบรับออกมาทางรอยยิ้มก่อนจะบอกเลยว่าฟื้นแล้วแล้วตอนนี้กลับไปพักผ่อนที่โรงแรมที่พวกเจ้าตัวเปิดห้องพักกันอยู่ พอได้ยินแบบนั้นแล้วเขาก็สบายใจ หลังจากนั้นใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นับการเจรจาเหมือนจะจบลงอย่างรวดเร็วโดยที่จำนวนยอดที่สั่งนั้นเหมือนถ้าเป็นไปได้ขออยู่ในหลัก 2,000 ขวดต่อวันแต่ละประเภท เจมส์หันไปจ้องมองใบหน้าของ…กิลด์มาสเตอร์ของตัวเองด้วยความอึ้งแล้วก็ตึ้งว่าอย่างละ 2,000 ขวดเป็นอย่างต่ำเลยเหรอ? เจ้าตัวเธอที่เห็นว่าผู้ใต้บังคับบัญชาดาวรุ่งของตัวเองตกกะใจก็ได้วางมือบนไหล่ของเขาแล้วก็บอกว่าการหักโหมันไม่ดีได้แค่ไหนเอาแค่นั้นอย่างน้อยที่สุดมาพยายามด้วยกันให้ดีที่สุดดีกว่า!ในช่วงเย็นเจมส์กับซิลฟราเรียก็ได้ตัดสินใจซื้ออาหารจากแผงลอยข้างทางกิน แน่นอนตัวเด็กหนุ่มได้มีโอกาสรู้ว่าไฮเอลฟ์ไม่ได้เป็นมังสวิรัติ แล้วเธอก็บอกตามตรงว่าใช้ชีวิตอยู่ในป่า
บทที่ 7 หนทางรับมือสรุปคือ มันก็ไม่มีอะไรมากไปกล่าวคำชมที่ได้รับพร้อมกับโดนตบไหล่รัวๆ จนแทบจะทรุดเลย เจมส์พี่โดนตบไหล่ทั้งที่ความสามารถด้านร่างกายต่ำในแง่บริบทหนึ่งทางด้านอาชีพก็แทบจะทรุดไปอยู่บนพื้นแล้วตอนนี้ แต่ก็โชคดีที่ได้คุณเรมิสที่เหมือนว่าเธอจะเป็นถึงรองหัวหน้ากิลด์นักผจญภัย!ช่วยหยุดคุณแจ็คที่เป็นหัวหน้ากิลด์นักผจญภัยเอาไว้ได้! ส่วนพี่เพนน่าทำได้แค่เพียงยืนยิ้มแห้งเพราะเธอรู้ว่าตัวเองไม่สามารถหยุดหัวหน้าตัวเองได้แน่นอน โดยที่ผู้ใหญ่เริ่มนั่งลงที่หน้าโต๊ะทำงานแล้วเริ่มคุยกันนั้น คนเป็นเด็กหนุ่มที่ได้รับรู้กันโดยทั่วคืออายุแค่ 12 ปีก็นั่งลงเงียบๆแล้วก็ได้น้ำผลไม้มาแก้วนึง เจมส์ก็ตอบรับด้วยความยินดีเพราะแน่นอนว่านับตั้งแต่มาเกิดใหม่ต่างโลกหรือมาฟื้นคืนชีวิตต่างโลกนี้เขาก็คิดไว้แล้วแหละว่าเครื่องดื่มอร่อยๆ อย่างพวกน้ำอัดลมคงไม่มีให้กินตัวเองก็ควรจะชินพวกน้ำผลไม้เข้าไว้ ซึ่งมันก็น้ำผลไม้เพรียวๆ เลยแหละ น้ำแอปเปิ้ลเพียวๆ ของจริง…“บริษัทฟาร์มาฮิลล์อีกแล้วงั้นเรอะ? ไอ้พวกบ้านี่…”ชายฉกรรจ์ลูบหัวเกลี้ยงเกลาอย่างหัวเสียเป็นที่สุดเมื่อน
บทที่ 6 ส่งโพชั่นเจมส์ค่อนข้างตกใจที่ตัวเองทำได้ทีเดียว 200 ขวด ก็เลยลองดูพลังเวทย์ที่เสียไปดูก็เห็นว่าเสียไปประมาณแค่ 30 กว่าหน่วยก็เท่านั้นเองสำหรับหม้อเดียว แล้วก็ค่าประสบการณ์เหมือนจะขึ้นมาตั้ง 200 หน่วยเลยทีเดียวเชียว ไม่รู้เหมือนกันว่าอ้างอิงต่อ 1 ขวดเท่ากับ 1 ค่าประสบการณ์สำหรับเพิ่มระดับเหรอ?จะถามก็ดูกระไรอยู่ ด้วยความที่วันนี้ก็ว่างอยู่แล้วก็เลยลองถามหัวหน้ากิลด์ของตัวเองดูว่าสามารถทำต่อได้หรือเปล่า? เพราะเขาคิดว่ากิลด์นักผจญภัยน่าจะขาดแคลนยาโพชั่นในปริมาณมหาศาล ซิลฟราเรียพยักหน้าว่าทำได้เลยเพราะเธอคิดว่าตัวเองก็จะทำด้วยเหมือนกันไฮเอลฟ์สาวตอบรับออกมาก่อนจะหันไปฟ้าน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทที่รสชาติห่วยแตกขึ้นมาซดดื่มด้วยสีหน้าสุดขยาด ก่อนพลังเวทย์ของเธอจะเพิ่มพูนกลับมาเต็มอีกครั้งในคราวเดียว ถึงมันจะเอาของขายมากินก็เถอะแต่ก็เพื่อที่จะเติมเต็มความลูกโซนของเปลวไฟที่ติดขึ้นมาอีกครั้งแต่เธอนึกสงสัยอย่างหนึ่งเพราะจากจดหมายเนี่ยบอกว่าเด็กหนุ่มยังไม่มีที่อยู่ เธอเลยถามด้วยความสงสัยว่าเขาสนใจที่จะพักที่ห้องพักฟรีของสมาชิกกิลด์นักปรุงยาหรือเปล่า? ตัวของเด็กหนุ่มที่ได้ยินคำชวนนั้นก็





