ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!

ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-26
โดย:  ๐Algiz๐อัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
10บท
4views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

☠️ ความตายจากโรคร้ายที่มาอย่างกะทันหัน? 🌟 พร้อมกับโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มาถึง? คราวนี้แหละ… เขาจะต้องไม่ตาย! และจะต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้ พร้อมกับอาชีพที่เขาเลือกด้วยตัวเอง— 🧪 “นักปรุงยา!” 🌿 เรื่องราว นี่คือเรื่องราวของ ‘เจมส์’ พนักงานเงินเดือนหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง ผู้ต้องเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันจาก โรคร้ายที่กำเริบขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว แต่หลังความตาย เขากลับได้พบกับ พระผู้เป็นเจ้าสูงสุด และได้รับรู้ความจริงว่า… โรคร้ายที่คร่าชีวิตเขานั้น เกิดขึ้นเร็วกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อเป็นการชดเชยต่อความตายที่ไม่ควรเกิดขึ้นในเวลานั้น เจมส์จึงได้รับโอกาสอันแสนพิเศษ— 🌎 การเกิดใหม่และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างโลก!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ

บทนำ

ท่ามกลางสถานที่อันว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตาที่มีเพียงสีขาวบริสุทธิ์ ชายหนุ่มที่แต่งกายโดยเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวสีดำโดยมีป้ายห้อยคอก็กำลังยืนเคว้งคว้างมองไปรอบๆ ด้วยความสับสนอยู่ไม่น้อยเพราะเจ้าตัวนั้นไม่รู้เลยว่าทำไมตัวเองมาอยู่ที่นี่ และที่สำคัญที่สุดก็คือ…

“ที่นี่ที่ไหนกัน…? เมื่อกี้นี้กำลังจะกลับบ้าน…?”ขณะที่มองไปรอบๆ ชายหนุ่มที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ก็ได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“ที่นี่คือ ช่องว่างระหว่างโลก และสวรรค์”และในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงของบุคคลอื่นดังขึ้นมาจากทิศทางตรงข้ามกับที่ชายหนุ่มนั้นหันมองไปอยู่

“คะ-ใครน่ะ!?”

ด้วยความตื่นตระหนกตกใจชายหนุ่มในเสียงออกมาเสียงดังพร้อมกับก้าวเท้าหันหลังจ้องมองไปตามสิ่งนั้น แล้วก็ได้พบว่าห่างออกไปนั้น มีบุรุษในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์เหมือนกับเส้นผมของเขาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าที่ออกเป็นสีขาวผสมสีเงิน ถ้าไม่นับดวงตาที่เป็นสีฟ้าพราวประกายสดใส

แม้จะไม่ใช่เวลาที่ควรคิดตลกก็เถอะ แต่ต้องยอมรับเลยว่าอีกฝ่ายถ้าดวงตาไม่เป็นสีฟ้าคงกลืนไปกับสถานที่แห่งนี้แบบไม่ต้องสงสัยแน่นอน เจ้าตัวพนักงานเงินเดือนหนุ่มอดไม่ได้ที่จะรับคิดแบบนั้นอยู่ในใจ และด้วยเหตุผลบางอย่างระหว่างที่เจ้าตัวคิดแบบนั้นคนที่อ้างตัวว่าเป็นพระเจ้าก็ยิ้มแห้ง

ก่อนจะยักไหล่เล็กน้อยหลังจากได้ยินความคิดในใจของเจ้าตัวผู้มาเยือนตรงหน้าตัวเอง มื้อข้างนึงได้ถูกยกขึ้นยื่นมาทางด้านหน้า ในเวลานั้นเอง ตรงกลางระหว่างพนักงานเงินเดือนหนุ่มกับชายในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ปริศนาก็ได้ปรากฏโต๊ะแล้วเก้าอี้คู่นึงที่เก้าอี้ทั้ง 2 ตัวนั้นวางอยู่ตรงข้ามกัน

แน่นอนว่าชายหนุ่มเมื่อเห็นแบบนั้นแล้วก็สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายต้องการให้ตนเองนั่งลงแล้วใจเย็นเพื่อพูดคุยกัน ในเมื่อไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากนั่งลงตามที่อีกฝ่ายต้องการ ชายหนุ่มผู้เป็นพนักงานเงินเดือนก้าวเดินมานั่งลงในทิศทางตรงข้ามกันกับอีกฝ่ายที่นั่งลงเช่นกัน

“ก่อนอื่นเลย…เจ้าตายแล้วล่ะนะ?”โดยฝ่ายตรงข้ามได้พูดออกมาในทันทีแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากจนตัวของชายหนุ่มผู้เป็นพนักงานเงินเดือนนั่งตัวแข็งทื่อไปเลย

“…ห๊ะ ตะ-ตายยังไง? นะ-นี่มันรายการซ่อนกล้องแกล้งกันเล่นเหรอ…?”ด้วยความที่เหมือนจะยังไม่อยากยอมรับความจริงเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ตัวเจ้าตัวคิดว่านี่เป็นเรื่องหลอกกันเล่น

“เรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องเล่น…เราก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะ เป๊าะ!”มือที่ถูกยกขึ้นมานิ้วได้ดีดขึ้นเสียงดังก้องกังวาลแล้วในตอนนั้นเองบางสิ่งบางอย่างก็ได้เกิดขึ้น

“อ๊ากกก!!!”

เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดทุกทรมานดังขึ้นพร้อมกันกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามคนในชุดสูทขาวก็ยกมือขึ้นกุมหัวด้วยมือทั้งสองข้างมันทั้งเจ็บปวดรวดร้าว และหัวใจนั้นเต้นแรงระรัวเมื่อความทรงจำหลายอย่างมันทะลักเข้ามา เหมือนกับภาพบันทึกที่มีความรู้สึกถูกส่งผ่านมาด้วย

ตอนนั้นระหว่างกำลังเลิกงานเขาที่กำลังเคาะเวลาออกงานจู่ๆ เกิดปวดหัววิงเวียนลามลงมาเรื่อยๆ ก่อนจะรู้สึกเจ็บหน้าอก ภาพสุดท้ายที่เห็นสิ่งสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงกรีดร้องจากรอบๆ ตัว หลังจากนั้นภาพก็ตัดไปรู้สึกตัวอีกทีก็คืออยู่ในสถานที่แปลกประหลาดแห่งนี้แล้ว ชายหนุ่มหอบหายใจ

โดยที่เหงื่อนั้นชุ่มร่างกาย บุรุษในชุดสูทสีขาวที่เห็นแบบนั้นก็ปรบมือเบาๆ เครื่องดื่มที่เป็นน้ำสีดำมีฟองผุดขึ้นมาก็ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของผู้ที่ได้เผชิญหน้ากับความจริง พนักงานเงินเดือนหนุ่มที่เมื่อได้รับรู้ว่าตัวเองตายแล้วนั้นในจังหวะนั้นตนเองได้รับเครื่องดื่มนั้นมาดื่มเพื่อดับกระหาย และสงบอารมณ์

“อะ-อะไรทำให้ผมตาย…?”เพราะเขาจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าอะไรเกิดขึ้นแล้วก็เป็นสาเหตุการตายของตนเองเพราะเขามั่นใจมาโดยตลอดว่าตัวเองสุขภาพแข็งแรงแต่ก็อยากรู้ว่าโรคอะไรที่กำเริบขึ้นมา

“อื้ม…ก่อนอื่นต้องบอกว่าโรคร้ายที่กำเริบขึ้นมานั้น เกิดขึ้นก่อนเวลาอันควร 80 ปี”คนเป็นพระเจ้าได้บอกออกมาก่อนแบบเกริ่นนำก่อนว่าในความเป็นจริงแล้วเจ้าตัวต้องมีชีวิตยาวมากๆ

“ปะ-แปดสิบปี…นะ-นี่ผมจะอายุยืนขนาดนั้นเลยเหรอ?”พอได้ยินแบบนั้นเข้าไป มันก็น่าตกใจเพราะตอนนี้ตนเองอายุ 25 ปีถ้าอีก 80 ปีเพราะว่าตัวเองอายุ 105 ปีเลยเหรอ!?

“ปล่อยเรื่องนั้นทิ้งไปเถอะ เจ้าหัวใจวายตายเฉียบพลันน่ะ ในความเป็นจริงแล้ว…”โดยปรบมือเบาๆ แบบตัดจบนิดหน่อยโดยสรุปให้ง่ายๆ พวกหัวใจวายตายเฉียบพลันนั่นแหละ

“…เจ้าจะต้องเริ่มเป็นโรคหัวใจตอนอายุสักประมาณ 60 กว่า แต่มันดันเกิดตอนนี้”ก่อนจะสปอยชีวิตเล็กน้อยว่าแท้จริงแล้วมันไม่ต้องตายเป็นโรคหัวใจตามอายุคนที่แก่ชราเฉยๆ

“ทะ-ทำไมจู่ๆ มันถึงเกิดขึ้นมาได้ล่ะครับ…?”พอได้ยินแบบนั้นเขาก็ยิ่งสงสัยว่าทำไมจู่ๆ โรคร้ายที่ควรจะอีกนานกว่าจะเกิดทำไมถึงมากำเริบตอนเขาหนุ่มขนาดนี้ล่ะ

“อ่า…ถ้าให้เล่าออกมาเป็นเรื่องราวแล้วล่ะก็มันก็อธิบายยากอยู่”

ในเวลานั้นเอง ชายในชุดสูทสีขาวก็มีสีหน้าซับซ้อนนั่นทำให้พนักงานเงินเดือนหนุ่มเกิดความสับสนก่อนจะได้รับคำอธิบายในทำนองว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตาที่ถูกบิดเบือนด้วยความผิดปกติที่เกิดขึ้นในมิติห้วงอวกาศที่พูดได้ว่ามันเป็นทฤษฎีอะไรหลายอย่างมากมายที่แม้แต่ตนเองที่เป็นพระเจ้า

ก็ยังให้คำจำกัดความในสถานการณ์แบบนี้ได้ยากอยู่เหมือนกัน เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดได้เลยอะไรในทำนองนั้น เจ้าตัวพนักงานเงินเดือนหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามแล้วดื่มน้ำไปด้วยเหมือนจะเข้าใจได้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่ทั้งหมดทั้งหมดแล้ว มันมีอันที่สะกิดใจที่สุดอยู่อันนึง…

“ทะ-ท่านเป็นพระเจ้าอย่างนั้นเหรอครับ…?”ถึงตรงนี้แล้ว ชายหนุ่มที่ได้รับการเปิดเผยไว้อีกฝ่ายเป็นพระเจ้าก็ค่อนข้างตกใจอยู่ไม่น้อย

“แม่นแล้ว เจ้าคิดว่าในที่แบบนี้จะมีคนอื่นอยู่ได้อีกเหรอ?”ผู้เป็นพระเจ้าตอบรับออกมาพร้อมพยักหน้าก่อนจะถามออกมาแบบนั้นว่าในที่แบบนี้คิดว่าจะมีใครอยู่ได้อีกละ

“นะ-นั่นก็จริง…ตะ-แต่จะเกิดอะไรขึ้นกับผมต่อไปเหรอ?”แน่นอนว่าคำพูดของท่านมันปฏิเสธไม่ได้แต่เขาอยากรู้ว่าจากนี้ไปตัวเองจะต้องทำยังไงต่อ

“แน่นอนเจ้าสามารถเกิดใหม่ตามวัฏจักรโดยไม่มีความทรงจำอะไรก็ได้…”คนเป็นพระเจ้าก็ถือโอกาสพูดถึงทางเลือกแรกที่สามารถเลือกได้เหมือนกัน

“…แต่เราตั้งใจจะชดเชยหน่อยโดยการคืนชีพเจ้าในโลกอื่นเหมือนเกิดใหม่ต่างโลกแหละ”แต่แน่นอนว่าตนเองตั้งใจจะชดเชยด้วยวิธีแบบนั้นมากกว่าเข้าท่าที่สุดด้วย

“กะ-เกิดใหม่ต่างโลกเหรอ!”

ถึงจะรู้ว่าตัวเองตายแล้วก็รู้สึกเสียใจต่อพ่อแม่ก็เถอะ แต่จิตวิญญาณบางอย่างมันถูกปลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้นพอได้ยินแบบนั้นแล้ว ชายหนุ่มรีบถามขึ้นมาในทันทีด้วยเสียงที่ดังพอสมควรว่าตนเองนั้นจะได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกแบบในนิยายอย่างนั้นเหรอ!? แต่เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเกิดเป็นแบบนั้น…

“อย่างที่เจ้าเข้าใจ เราคืนชีพให้เจ้าในโลกเดิมไม่ได้ แน่นอนเพราะว่าเจ้าเป็นขี้เถ้าไปแล้วด้วย”ความจริงที่น่าตกใจได้ถูกเผยออกมาว่าเจ้าตัวได้กลายเป็นขี้เถ้าไปแล้วนั่นเอง

“ปะ-เป็นขี้เถ้าไปแล้ว…เอ่อ คือว่าพ่อกับแม่ผม”ชายหนุ่มไม่รู้จะตกใจอะไรดีระหว่างตัวเองเป็นขี้เถ้าไปแล้วแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงพ่อแม่ของตัวเองที่อายุก็ตั้งเลข 4 แล้วด้วยตอนนี้

“ไม่ต้องห่วง เราแทรกแซงว่าเจ้าทำประกันชีวิตกับกองทุนพระเจ้าช่วยคุณได้แล้ว”

คนเป็นพระเจ้าที่เหมือนจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องเป็นห่วงแน่นอนก็เลยยกมือขวาขึ้นเพื่อป้องปรามอีกฝ่ายไว้ก่อนอย่าเพิ่งเป็นกังวลโดยใช้เหตุเพราะตนเองได้แทรกแซงว่าเจ้าตัวได้ทำกองทุนประกันชีวิตที่มีชื่อว่ากองทุนพระเจ้าช่วยคุณได้เรียบร้อยแล้วได้เงินทั้งพ่อทั้งแม่คนละ 250,000 บาททุกเดือนจนตาย

“ทะ-ทำไมชื่อกองทุนมันเป็นแบบนั้น…?”ที่จริงเขาก็ควรจะดีใจอยู่หรอกนะ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างมันค่อนข้างรู้สึกสะกิดใจกับชื่อกองทุนประกันชีวิตมากเลย

“เราเป็นพระเจ้า แล้วเราเป็นเจ้าของกองทุนนั้นยังไงล่ะ”คนเป็นพระเจ้าได้ประท้วงออกมาแบบนั้นว่าตนเองเป็นพระเจ้ายังไงล่ะชื่อกองทุนก็ต้องเป็นชื่อตำแหน่งตัวเองสิ

“โอเค ชัดเจนเลย…แปลว่าพ่อแม่ผมสามารถอยู่สบายได้ยันแก่เฒ่าสินะ?”เหมือนจะเกือบไปไม่เป็นนิดหน่อยแต่ชายหนุ่มก็ได้ถามออกมาตามตรงว่าตอนนี้พ่อแม่ตัวเองสบายแล้วสินะ

“รวมถึงน้องสาวของเจ้าที่จะเกิดด้วย อยู่สบายยายแก่แบบไม่ต้องทำงานได้เลย”ในเวลานั้นเอง คนเป็นพระเจ้าก็ได้แย้งออกมาเล็กน้อยว่าแท้จริงแล้วน้องสาวเจ้าตัวเขาจะสบายด้วยเหมือนกัน

“ผมกำลังจะมีน้องสาวเหรอ!?”

ถึงจุดนี้เจ้าตัวชายหนุ่มพนักงานเงินเดือนถึงจะลุกขึ้นยืนเลย เพราะตอนนี้ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ากำลังจะเป็นพี่ชายแล้วหลังจากที่อยู่มานานจนอายุได้ 25 ปีบริบูรณ์ แน่นอนว่าพ่อแม่ของเขามีลูกเร็วตอนนี้พวกท่านเลยเพิ่งจะอายุ 40 ก็เท่านั้นเอง ในท้ายที่สุดเจ้าตัวที่ตกใจแรงไปหน่อยก็นั่งลงอย่างเขินๆ

ก่อนจะรู้สึกใจหายสุดๆ เพราะตนเองนั้นเสียโอกาสที่จะได้เจอกับน้องสาวไปเสียแล้ว ว่าที่พี่ชายที่ไม่มีโอกาสได้พบน้องสาวถึงจะยกมือขึ้นกุมหัวทรุดหมอบลงบนโต๊ะเลยทีเดียวเชียว คนเป็นพระเจ้าสูงสุดที่เห็นแบบนั้นแล้วก็รู้สึกเห็นใจอยู่ไม่น้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อย่างแท้จริงเลยทีเดียวเชียว

“พ่อแม่กับ…น้องสาวสบายแล้วสินะ ถึงจะน่าเสียใจ แต่ผมหมดห่วงแล้วล่ะ”ด้วยน้ำเสียงที่หมดห่วงเหมือนคนพร้อมจะไปเจ้าตัวชายหนุ่มได้กล่าวออกมาแบบนั้นด้วยความผ่อนคลาย

“อย่าเพิ่งคิดจะไปสิเฮ้ย เราจะให้เจ้าคืนชีพในโลกของคนที่รู้จักมันเป็นโลกที่อยู่ประมาณยุคกลาง”คนเป็นพระเจ้ารีบประท้วงในทันทีว่าอย่าเพิ่งไป ก่อนจะเริ่มบอกถึงสิ่งที่ตัวเองจะมอบให้

“นะ-นั่นฟังดูเป็นยุคสมัยที่ไม่ศิวิไลเท่าไหร่เลยนะครับ…”

มันอาจจะฟังดูน่าตื่นเต้นถ้าได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกที่มีความแฟนตาซีเหมือนในนิยายที่เคยอ่าน แต่ถ้าพูดถึงยุคกลางในมุมมองพวกตัวเองที่เป็นคนยุคใหม่แล้วมันเหมือนเอาไปโยนลงในยุคมืดเลยล่ะ ชายหนุ่มมีความกังวลอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับการเกิดใหม่หรือคืนชีพใหม่ในชีวิตที่สองของตัวเอง

“มันเป็นความโรแมนติก โลกใบนั้นมีหลักแบบระบบเกมตรงที่ทุกคนจะมีอาชีพตั้งแต่เกิดน่ะ”คนเป็นพระเจ้าได้ท้วงออกมาแบบนั้น ก่อนจะเอ่ยถึงความเป็นไปของโลกใบนั้นทันที

“เอ๊ะ หมายถึงเรียกหน้าต่างสเตตัสแบบในนิยายได้?”พอได้ยินแบบนั้นเข้าไปชายหนุ่มก็ถามขึ้นมาด้วยความสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียวว่าหมายถึงว่าสามารถทำแบบนั้นได้เหรอ?

“อะไรประมาณนั้น แต่ถ้าฆ่าสัตว์ประหลาดของจะไม่ตอบนะเจ้าต้องชำแหละเอง”ความเป็นพระเจ้าตอบรับแบบนั้นก่อนจะแย้งว่าเวลาฆ่าสัตว์ประหลาดของจะไม่ดรอปนะเออยกเว้นในดันเจี้ยน

“เอ็มเอ็มโออาร์พีจีแบบสมจริงสินะ?”ถ้าคิดตามเหตุผลมันก็น่าจะคล้ายกับอะไรแบบนั้นมากที่สุดสินะ แต่ว่ามันค่อนข้างเหมือนจะน่าตื่นเต้นแล้วก็น่ากังวลกว่าเดิมอีก

““ประมาณนั้นเลย เพื่อให้เจ้าใช้ชีวิตง่ายขึ้น เราจะมอบอาชีพแข็-/ ขออาชีพนักปรุงยาครับ””

ในตอนนั้นเอง พนักงานเงินเดือนหนุ่มก็ได้ยกมือขึ้นแล้วก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อนแม้จะรู้สึกผิดแต่ตนเองไม่ขออาชีพที่แข็งแกร่งหรือต่อสู้แข็งแกร่งขนาดนั้นหรอก อย่างน้อยที่สุดตนเองที่เจอโรคร้ายกำเริบขึ้นมาแล้วตายเนี่ย ขอเป็นนักปรุงยาที่เหมือนเป็นหมอยาก็แล้วกัน เมื่อชายหนุ่มกล่าวออกมาแบบนั้น

คนเป็นพระเจ้าก็มีชะงักไปหน่อยนึง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาประมาณว่าเอาจริงหรือ? เจ้าตัวชายหนุ่มก็ตอบรับตามตรงว่าเอาจริง อีกอย่างนึง อาชีพสายต่อสู้สุดเก่งต่อให้ออกกำลังกายฟิตร่างกายดีแค่ไหนเมื่ออายุเยอะไปสุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์ตอนแก่แล้วก็ทำอะไรไม่ได้แม้แต่หาเงิน

ถ้าเป็นโลกยุคกลางจริง แปลว่าอย่างน้อยค่าเฉลี่ยก็คงมีอายุได้แค่ประมาณ 50 ต้นๆ หรืออย่างเก่งก็ 60 กลางๆ ในยุคที่โรคร้ายเต็มไปหมด ตนขอเป็นหมอยาเพื่อสุขภาพดีที่ปรุงยาทั้งให้ดื่มเพื่อรักษาตัวแล้วก็ให้คนรอบตัวยังดีกว่า เพราะงั้นแล้วคราวนี้ตัวเขาจะไม่ยอมตายจากโรคร้ายรวมไปจนถึงคนสำคัญด้วย

ชายหนุ่มได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกับสีหน้าที่แน่นอนว่าจริงจัง คนเป็นพระเจ้าสูงสุดที่เห็นแบบนั้นแล้วก็เหมือนจะพึงพอใจต่อเหตุผลที่อีกฝ่ายได้ยกขึ้นมา แน่นอนว่ามันน่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ในเวลานั้นคนเป็นพระเจ้าก็ได้ยกมือขวาขึ้น และชี้นิ้วไปที่ศีรษะก่อนจะมีลำแสงยิงเข้าที่หัวอีกฝ่าย

“วะ-เหวอ! นี่มันอะไ-โอ้วววว!!!”ตอนกำลังตกใจที่มีลำแสงยิงใส่หัว ชายหนุ่มก็ร้องเสียงหลงทันทีเพราะจู่ๆ ก็มีอะไรไม่รู้วูบเข้ามาในสมองเพียบเลย แถมมีแต่อะไรที่ตัวเองไม่รู้จักทั้งนั้นเลยด้วย!

“เราได้มอบความรู้ที่จำเป็นให้แก่เจ้าแล้ว รวมไปจนถึงเราสร้างร่างกายใหม่ให้เจ้าแล้วด้วย”คนเป็นพระเจ้าได้กล่าวออกมาเช่นนั้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่าตนเองได้มอบสิ่งนั้นเช่นเดียวกับร่างกายใหม่

“ระ-ร่างกายใหม่อย่างนั้นหรือครับ?”

พอได้ยินเกี่ยวกับร่างกายใหม่ เจ้าตัวก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความแปลกใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียวว่าท่านถึงกับมอบร่างกายใหม่ให้กันเลยอย่างนั้นเหรอ? แล้วจะเกิดอะไรกับร่างกายนี้กันล่ะ? เมื่อคำถามนั้นถูกเอ่ยถามออกมาอยู่ในใจของตัวชายหนุ่มด้วยแล้วนั้น

“อย่าลืมสิ ร่างเนื้อเจ้าโดนเผาเป็นอัฐิไปแล้ว อีกอย่างอายุ 25 ก็ครึ่งชีวิตคนธรรมดาโลกนู้นแล้ว”ปัญหาคืออย่างหลังในมุมมองคนทางนั้น แม้ในความเป็นจริงเจ้าตัวจะอายุยืนกว่าก็เถอะ

“นะ-นั่นก็จริง ตะ-แต่นอกจากความรู้ปรุงยาแล้วมันเหมือนว่า…”เขาที่เข้าใจเหตุผลแต่ก็อดไม่ได้ที่จะทักถึงความรู้บางอย่างที่เพิ่มพูนเข้ามาพอสมควรเลยเกี่ยวกับเรื่องที่ว่านั้น

“คือว่า ต่อให้มีอาชีพอยู่แล้วก็เถอะ…”

เพื่อให้เจ้าได้เริ่มชีวิตได้ง่ายขึ้นสักหน่อยตนเองได้แทรกแซงเล็กน้อยตามขอบเขตความสามารถที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโลกใบนั้นคือ ให้เริ่มต้นที่เลเวลระดับ 10 ของอาชีพที่ต้องการ และมอบความรู้พื้นฐานจำเป็นต่ออาชีพนั้นให้กับความสามารถป้องกันตัวโดยพื้นฐานที่จะไม่ตายได้ง่ายดาย

และสำหรับนักปรุงยาแน่นอนว่าความรู้มันจำเป็นเยอะ และความแข็งแกร่งเองก็เช่นกัน นอกจากนี้ตนเองได้มอบทักษะกับอะไรหลายอย่างให้ด้วยเพื่อที่จะได้พึ่งพาตัวเองได้เต็มที่ ดังนั้นแล้ว จงเอ่ยท่องคาถานี้ขึ้นมาซะ คนเป็นพระเจ้าสูงสุดได้กล่าวบอกให้ชายหนุ่มนั้นเรียกหน้าต่างจิตภาพออกมา

แน่นอนว่าชายหนุ่มได้รู้วิธีเรียกผ่านความรู้ที่ถูกปลุกฝังมาเมื่อครู่เขาได้เอ่ยท่องคาถาออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่ในเวลานั้นจะมีหน้าจอแสงสว่างขึ้นตรงหน้าของเขาซึ่งมันเต็มเปี่ยมไปด้วยข้อมูลหลายอย่างที่แน่นอนว่าดวงตาของชายหนุ่มจ้องมองด้วยความเป็นประกายระยิบระยับ

[-สเตตัส-]

[-ชื่อ-] : เจมส์ [-อาชีพ-] : นักปรุงยา เลเวล 10 [-0 / 1000-]

[-พลังชีวิต-] : 230 / 230 [-พลังเวท-] : 500 / 500

[-พละกำลัง-] : 175 [-ความอดทน-] : 150

[-สติปัญญา-] : 250 [-จิตวิญญาณ-] : 150

[-ความชำนาญ-] : 150 [-ความคล่องตัว-] : 145

[-โชค-] : 150

[-ความสามารถ-]

-ชำนาญ ปรุงยา ระดับ 3 -ชำนาญ เก็บเกี่ยว ระดับ 3

-เล่นแร่แปรธาตุ ระดับ 3 -ทักษะพิเศษ เวชศาสตร์การแพทย์

-ทักษะพิเศษ สารานุกรมสมุนไพร

-ทักษะ ทำอาหาร ระดับ 5 -ทักษะพิเศษ วินิจฉัย

-ทักษะพิเศษ กระเป๋ามิติ -ทักษะพิเศษ ประเมิน

-ทักษะพิเศษ เวทมนตร์ในชีวิตประจำวัน

-ชำนาญ เวทไฟ ระดับ 3 -ชำนาญ เวทน้ำ ระดับ 3

-ชำนาญ เวมลม ระดับ 3 -ชำนาญ เวทดิน ระดับ 3

-ชำนาญการใช้ดาบ ระดับ 3 -ชำนาญต่อสู้ ระดับ 3

-พรสุขภาพดีขั้นสุดยอด -พรแห่งการเติบโต

แน่นอนด้วยความที่มีความรู้จำเป็นหลายอย่างแล้วเขาเลยค่อนข้างตกตะลึงที่รายการทักษะของตัวเองมันเยอะขนาดนี้ คนทั่วไปมักจะมีสักประมาณ 4-5 ทักษะเท่านั้นเองในช่วงต้นๆ แบบนี้ อันนี้คงพูดได้ว่าเป็นโบนัสที่ท่านพระเจ้าตรงหน้าได้มอบให้แก่เขาสินะเนี่ย…

“ตามที่เจ้าคิดนั่นแหละ เอาล่ะเจมส์ เราจะส่งเจ้าไปใกล้กับเมืองที่สุดเท่าที่เป็นไปได้…”คนเป็นพระเจ้าที่ได้ยินความคิดของอีกฝ่ายก็ได้เริ่มพูดถึงส่วนสำคัญสุดท้ายว่าจะส่งไปใกล้ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

“…เมืองแห่งนั้นอยู่ติดกับป่าอสูรที่เป็นป่าเวทมนตร์ และเป็นที่ตั้งของดันเจี้ยนขนาดใหญ่”โดยได้เลือกในสถานที่ที่สามารถตั้งตัวได้เร็วเพราะมีความต้องการสูงพออยู่ติดในสถานที่แห่งนั้น

“ฟะ-ฟังดูเหมาะที่จะเริ่มต้นสุดๆ แต่คู่แข่งน่าจะเยอะ…”เจมส์เข้าใจได้เพราะยิ่งในทำเลดีเท่าไหร่ค่าครองชีพก็ต้องสูงนอกจากค่าครองชีพที่สูงแล้วคู่แข่งทางการค้าก็ต้องเยอะด้วยอย่างแน่นอน

“เราเชื่อว่าเจ้าสู้ได้แน่นอน เอาล่ะ ดูเหมือนจะได้เวลาแล้ว”

คนเป็นพระเจ้าที่ได้กล่าวออกมาอย่างเชื่อมั่นก็ได้เปลี่ยนคำพูดในทันใดเมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มตรงหน้าเริ่มถูกโอบล้อมด้วยแสงสว่าง เจมส์ได้ก้มลงมองดูตัวเองแล้วก็แปลกใจอยู่ไม่น้อย สิ่งแรกที่เขาทำก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปคือ ลุกขึ้นยืนแล้วก็โค้งคำนับขอบคุณผู้เป็นพระเจ้าตรงหน้า

ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือครอบครัวของเขาพ่อแม่แล้วก็น้องสาวที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอนาคต และขอบคุณที่ได้ให้โอกาสเขาไปเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่งพร้อมกับยังให้โอกาสทำตามความปรารถนาของเขาในเรื่องของอาชีพนี้อีกไหนจะเรื่องความแข็งแกร่งที่ได้รับมาหลายอย่าง

คนเป็นพระเจ้าอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นตามแล้วก็โบกมือเล็กน้อยประมาณว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยสำหรับตนเอง และเพื่อเป็นนิมิตรหมายที่ดีคนเป็นพระเจ้าก็ได้กล่าวอวยพรเล็กน้อยก่อนร่างนั้นของชายหนุ่มจะกลายเป็นละอองแสงโดยสมบูรณ์แล้วพุ่งหายไปในที่ไหนสักแห่ง…

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
10
บทนำ
บทนำท่ามกลางสถานที่อันว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตาที่มีเพียงสีขาวบริสุทธิ์ ชายหนุ่มที่แต่งกายโดยเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวสีดำโดยมีป้ายห้อยคอก็กำลังยืนเคว้งคว้างมองไปรอบๆ ด้วยความสับสนอยู่ไม่น้อยเพราะเจ้าตัวนั้นไม่รู้เลยว่าทำไมตัวเองมาอยู่ที่นี่ และที่สำคัญที่สุดก็คือ…“ที่นี่ที่ไหนกัน…? เมื่อกี้นี้กำลังจะกลับบ้าน…?”ขณะที่มองไปรอบๆ ชายหนุ่มที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ก็ได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“ที่นี่คือ ช่องว่างระหว่างโลก และสวรรค์”และในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงของบุคคลอื่นดังขึ้นมาจากทิศทางตรงข้ามกับที่ชายหนุ่มนั้นหันมองไปอยู่“คะ-ใครน่ะ!?”ด้วยความตื่นตระหนกตกใจชายหนุ่มในเสียงออกมาเสียงดังพร้อมกับก้าวเท้าหันหลังจ้องมองไปตามสิ่งนั้น แล้วก็ได้พบว่าห่างออกไปนั้น มีบุรุษในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์เหมือนกับเส้นผมของเขาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าที่ออกเป็นสีขาวผสมสีเงิน ถ้าไม่นับดวงตาที่เป็นสีฟ้าพราวประกายสดใสแม้จะไม่ใช่เวลาที่ควรคิดตลกก็เถอะ แต่ต้องยอมรับเลยว่าอีกฝ่ายถ้าดวงตาไม่เป็นสีฟ้าคงกลืนไปกับสถานที่แห่งนี้แบบไม่ต้องสงสัยแน่นอน เจ้าตัวพนักงานเงินเดือนหนุ่ม
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-24
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 โลกใบใหม่
บทที่ 1 โลกใบใหม่ท่ามกลางผืนป่าใหญ่ที่หนาทึบบรรยากาศเงียบเย็นโดยมีเสียงลำธารใสเล็ดลอดมาให้ได้ยินเล็กน้อย ภายในผืนป่านั้นที่อุดมไปด้วยสัตว์อสูรอันตรายมากมาย ใต้ต้นไม้ใหญ่ เด็กหนุ่มผู้สวมเสื้อคลุมสีดำมีฮู้ดได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาโดยที่เขานั้นเมื่อมองไปรอบๆ ตัวเรานั้นก็มีความตื่นตระหนกไม่น้อยโดยเจ้าตัวได้ยกแขน และมือของตัวเองขึ้นสำรวจ แน่นอนว่าแขนนั้นสั้นลงมือก็เล็กลงเช่นเดียวกับตัวที่สัมผัสได้ว่าเบามาก ข้างตัวของเขาที่ข้างเอวเลยด้วยซ้ำไปมีตะขอที่ห้อยดาบมือเดียวเล่มหนึ่งเอาไว้ที่เอวขวาในเวลาเดียวกันนั้นที่ข้างตัวบนพื้นมีไม้เท้ายาวสีน้ำตาลเข้มที่พูดได้ว่าเป็นไม้เท้าเวทมนตร์…เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายนั้นแตกต่างจากที่เคยสวมแต่แน่นอนว่าเหมือนจะใส่สบายมากเลยแต่ตอนนี้เขาสวมเสื้อคลุมที่มีฮู้ดสีดำแล้วก็เข็มกลัดที่ดูสวยงาม เสื้อผ้าที่อยู่ข้างใต้ก็ค่อนข้างดูดี แต่ยังไงก็ตาม เขาได้ลุกขึ้นก่อนที่จะเดินไปตามเสียงน้ำนั้น โดยพอเดินออกมาแล้วเขาก็ได้พบกับลำธารใสชายหนุ่ม(?)สาดส่องสายตาไปรอบๆ ก่อนจะเดินไปคุกเข่าลงข้างลำธารอย่างระมัดระวัง บนลำธารสายนั้นเงาสะท้อนของเด็กหนุ่มผู้มีเส้นผมสีดำเงางาม และเขามี
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-24
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 เมืองพาร์มเบล
บทที่ 2 เมืองพาร์มเบลเจมส์ที่ร่างกายแข็งแรงได้แบกเอามาร์คัสไว้บนหลังของตัวเองแล้วก้าวเดินไปข้างหน้า แน่นอนว่าเขาเชื่อมั่นผู้หญิงเด็กสาวผมแดงที่มีชื่อว่า 'ยูมิส’ อยู่ไม่น้อยเลยเพราะจากความรู้ที่มีอยู่เธอเป็นนักผจญภัยระดับเงิน ที่ถือได้ว่าเป็นนักผจญภัยระดับกลางอาวุโสเลยทีเดียวเชียวอยู่ในช่วงบั้นปลายก่อน…จะกลายเป็นนักผจญภัยระดับสูงอย่างระดับทองด้วยซ้ำไป ถ้าถามว่าพวกตัวเองทุกคนเดินออกกันทางไหน เขาได้พาพวกเธอมาที่ลำธารแล้วก็เดินเลียบไปทางเส้นทางนำทางสายยาวนั้นที่ลงใต้ไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าเออร์น่าที่เป็นนักเวทย์ธาตุดินก็คอยอยู่ตรงกลางของกลุ่มส่วนตัวของเขาที่แบกมาร์คัสไว้อยู่ก็เดินติดตามจากทางด้านหลัง เพราะเขามีทักษะต่อสู้ระดับ 3 ทำให้มีจิตสัมผัสที่ดีรับรู้ได้ว่าถ้ามีสิ่งมีชีวิตอันตรายเข้ามาใกล้นั่นเอง บรรยากาศระหว่างทางเพื่อไปยังทางออกของป่านั้นแน่นอนว่าไม่มีการพูดคุย เพราะเธอทั้งสองคนตั้งใจว่าจะถนอมพละกำลังกายเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้แต่ยังไงก็ตามระหว่างที่กำลังเดินไปตามลำธารนั้น ยูมิสกับเออร์น่าพวกเธอทั้งสองคนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจเพราะเด็กหนุ่มคนนี้ที่อายุน้อยกว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-25
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 กิลด์นักผจญภัย
บทที่ 3 กิลด์นักผจญภัยระหว่างก้าวเดินไปบนทางเท้าในเมืองใหญ่นั้น เจมส์ที่แบกมาร์คัสเอาไว้บนหลังก็ได้มองไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้น ก่อนอื่นเลยเขาไม่เคยไปต่างประเทศมาก่อนเมืองแบบยุโรปหรือเมืองโบราณล้วนไม่เคยเห็น บ้านเมืองที่สร้างขึ้นจากหิน และอิฐแล้วเหมือนจะมีไม้ผสมอยู่ด้วย อาคารทั้งหลายที่เขาไม่รู้…ด้วยซ้ำว่าเป็นบ้านหรือร้านค้าหรือแม้แต่โรงแรมมันต้องเด่นสวยเป็นสง่าอย่างมีเอกลักษณ์ ในขณะที่วางสายตามองชมทิวทัศน์รอบๆ เขาก็ไม่ลืมที่จะสาดส่องสายตามองไปรอบๆ เพื่อสำรวจผู้คนด้วยความตื่นเต้นด้วยเช่นกัน ไม่เพียงแค่คนด้วยกันที่เป็นมนุษย์ ท่ามกลางผู้คนที่เดินสัญจรไปมานั้นมีทั้งคนที่มีหูแมวที่ตั้งแหลมที่คิดไปคิดมาเรื่องหูจิ้งจอกนี่นา ไม่ก็คนที่มีหูตูบเหมือนสุนัขก็มีอยู่เหมือนกัน บางคนก็มีร่างกายท้วมใหญ่ไว้หนวดเครายาวเฟิร์ม แล้วบางคนก็ตัวเล็กมีปลายหูด้านบนที่แหลม พอได้เห็นอะไรแบบนี้แล้วเพราะความรู้สึกของมันช่างแฟนตาซีเสียเหลือเกินเชียว!“เอาล่ะ! ตรงนั้นยังไงล่ะกิลด์นักผจญภัย!”ยูมิสพูดพร้อมกับชี้ไปทางด้านหน้าไปยังอาคารใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าของพวกเธอทั้งสอง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-25
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 กิลด์การ์ด
บทที่ 4 กิลด์การ์ดพอเจมส์เห็นอุปกรณ์ที่ยกเข้ามาแล้วก็มีความผวานิดหน่อยเพราะมันมีช่องให้เหมือนสอดมือเข้าไปด้วย เจ้าตัวเพนน่าเลยอธิบายออกมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเล็กน้อยว่าไม่จำเป็นต้องกลัวมันเป็นเครื่องที่ว่าสอดมือเข้าไปปุ๊บมันจะมีเข็มขึ้นมาแทงนิ้วเพื่อให้เลือดหยดลง มันเป็นการลงทะเบียนครั้งเดียว…หมายถึงว่าบัตรเดียวเนี่ยถ้าไปลงทะเบียนที่กิลด์ไหนสัญลักษณ์ของแต่ละกิลด์ก็จะปรากฏขึ้นมาด้านหลังบัตรด้วยเลยไม่จำเป็นต้องถือบัตรหลายใบ นอกจากนี้บัตรยังมีความสามารถในการฝากเงินเอาไว้ได้ด้วยหมายถึงว่าจะมีตัวเลขจำนวนเงินที่ฝากไว้กับทางกิลด์ ในความหมายหนึ่งก็…สมมุติยังไม่อยากได้เงินรางวัลมาเป็นเงินเหรียญก็เก็บไว้เป็นตัวเลขที่สามารถเบิกออกมาได้ก่อน และเงินนั้นสามารถเบิกได้ที่กิลด์ทุกสาขาในโลกใบนี้ แต่ในสาขาเล็กๆ ในเมืองห่างไกลต้องระวังไว้หน่อยเพราะแต่ละสาขาจะมีเงินสำรองเก็บเอาไว้ไม่เยอะมากยิ่งถ้าเกิดเป็นสาขาห่างไกลยิ่งแล้วใหญ่เจมส์ฟังอย่างเข้าใจก่อนจะเริ่มฟังคำอธิบายต่อเกี่ยวกับระดับแรงค์นักผจญภัยที่แบ่งออกได้เป็น 10 ระดับด้วยกัน โดยถ้าเรียงลำดับจากสูงไปต่ำนั้นแน่นอนถ้าอธิบายยูมิสอยู่ในจุดที่เร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-25
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 กิลด์นักปรุงยา
บทที่ 5 กิลด์นักปรุงยาเจมส์ค่อยๆ เดินไปตามทางที่แผนที่ที่ได้รับมาเขียนเอาไว้อยู่ มีจังหวะบ้างที่ดูไม่ออกจนต้องถามคนแถวนั้น ผู้คนในเมืองนี้เขาต้องยอมรับเลยว่าเฟรนลี่เป็นพอสมควรเลยล่ะ ถึงถ้าไปถามทางจากพ่อค้าแผงลอยจะได้ซื้อของหน่อยก็เถอะเพื่อไม่เสียมารยาท ในขณะที่เดินไปเรื่อยๆ นั้นตอนนี้เขาก็มาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของอาคารสูง 4 ชั้นที่ดูตระการตาหลังคากระเบื้องนั้นปูด้วยสีเขียวเข้มแตกต่างจากกิลด์นักผจญภัยที่เป็นสีแดงฉะฉาน ป้ายไม้ใหญ่เหนือประตูทางเข้าเขียนเอาไว้ว่า 'กิลด์นักปรุงยา' แล้วก็มีป้ายหนึ่งที่ยื่นออกมาด้านหน้าสัญลักษณ์จะเป็นรูปหม้อปรุงยาก่อนจะผลักเปิดประตูเข้าไปด้านในสายตาของเด็กหนุ่มได้กวาดมองไปรอบๆ เล็กน้อย และดื่มด่ำกับบรรยากาศโดยรอบที่แสนจะเงียบสงบเสียเหลือเกินผิดกับที่กิลด์นักผจญภัยสุดๆ จากความจอแจคึกคักขั้นสุดยอดเหมือนว่าจะกลายเป็นความเงียบเหงาแบบไม่มีแม้แต่คนเดินเข้าออกไม่เห็นแม้แต่เงาคนอยู่…หรือว่าบางทีกิลด์นักปรุงยาจะขาดคนแบบวิกฤตกันนะ? จู่ๆ เขาก็เริ่มสยองขึ้นมาแล้วสิ เจมส์มีความสยองหน่อยๆ แต่เขาก็สูดหายใจลึกเข้าเต็มปอด ก่อนจะตัดสินใจพักเปิดประตูเข้าไปด้านในอาคาร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-25
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 ส่งโพชั่น
บทที่ 6 ส่งโพชั่นเจมส์ค่อนข้างตกใจที่ตัวเองทำได้ทีเดียว 200 ขวด ก็เลยลองดูพลังเวทย์ที่เสียไปดูก็เห็นว่าเสียไปประมาณแค่ 30 กว่าหน่วยก็เท่านั้นเองสำหรับหม้อเดียว แล้วก็ค่าประสบการณ์เหมือนจะขึ้นมาตั้ง 200 หน่วยเลยทีเดียวเชียว ไม่รู้เหมือนกันว่าอ้างอิงต่อ 1 ขวดเท่ากับ 1 ค่าประสบการณ์สำหรับเพิ่มระดับเหรอ?จะถามก็ดูกระไรอยู่ ด้วยความที่วันนี้ก็ว่างอยู่แล้วก็เลยลองถามหัวหน้ากิลด์ของตัวเองดูว่าสามารถทำต่อได้หรือเปล่า? เพราะเขาคิดว่ากิลด์นักผจญภัยน่าจะขาดแคลนยาโพชั่นในปริมาณมหาศาล ซิลฟราเรียพยักหน้าว่าทำได้เลยเพราะเธอคิดว่าตัวเองก็จะทำด้วยเหมือนกันไฮเอลฟ์สาวตอบรับออกมาก่อนจะหันไปฟ้าน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทที่รสชาติห่วยแตกขึ้นมาซดดื่มด้วยสีหน้าสุดขยาด ก่อนพลังเวทย์ของเธอจะเพิ่มพูนกลับมาเต็มอีกครั้งในคราวเดียว ถึงมันจะเอาของขายมากินก็เถอะแต่ก็เพื่อที่จะเติมเต็มความลูกโซนของเปลวไฟที่ติดขึ้นมาอีกครั้งแต่เธอนึกสงสัยอย่างหนึ่งเพราะจากจดหมายเนี่ยบอกว่าเด็กหนุ่มยังไม่มีที่อยู่ เธอเลยถามด้วยความสงสัยว่าเขาสนใจที่จะพักที่ห้องพักฟรีของสมาชิกกิลด์นักปรุงยาหรือเปล่า? ตัวของเด็กหนุ่มที่ได้ยินคำชวนนั้นก็
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 หนทางรับมือ
บทที่ 7 หนทางรับมือสรุปคือ มันก็ไม่มีอะไรมากไปกล่าวคำชมที่ได้รับพร้อมกับโดนตบไหล่รัวๆ จนแทบจะทรุดเลย เจมส์พี่โดนตบไหล่ทั้งที่ความสามารถด้านร่างกายต่ำในแง่บริบทหนึ่งทางด้านอาชีพก็แทบจะทรุดไปอยู่บนพื้นแล้วตอนนี้ แต่ก็โชคดีที่ได้คุณเรมิสที่เหมือนว่าเธอจะเป็นถึงรองหัวหน้ากิลด์นักผจญภัย!ช่วยหยุดคุณแจ็คที่เป็นหัวหน้ากิลด์นักผจญภัยเอาไว้ได้! ส่วนพี่เพนน่าทำได้แค่เพียงยืนยิ้มแห้งเพราะเธอรู้ว่าตัวเองไม่สามารถหยุดหัวหน้าตัวเองได้แน่นอน โดยที่ผู้ใหญ่เริ่มนั่งลงที่หน้าโต๊ะทำงานแล้วเริ่มคุยกันนั้น คนเป็นเด็กหนุ่มที่ได้รับรู้กันโดยทั่วคืออายุแค่ 12 ปีก็นั่งลงเงียบๆแล้วก็ได้น้ำผลไม้มาแก้วนึง เจมส์ก็ตอบรับด้วยความยินดีเพราะแน่นอนว่านับตั้งแต่มาเกิดใหม่ต่างโลกหรือมาฟื้นคืนชีวิตต่างโลกนี้เขาก็คิดไว้แล้วแหละว่าเครื่องดื่มอร่อยๆ อย่างพวกน้ำอัดลมคงไม่มีให้กินตัวเองก็ควรจะชินพวกน้ำผลไม้เข้าไว้ ซึ่งมันก็น้ำผลไม้เพรียวๆ เลยแหละ น้ำแอปเปิ้ลเพียวๆ ของจริง…“บริษัทฟาร์มาฮิลล์อีกแล้วงั้นเรอะ? ไอ้พวกบ้านี่…”ชายฉกรรจ์ลูบหัวเกลี้ยงเกลาอย่างหัวเสียเป็นที่สุดเมื่อน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 อย่าหักโหมล่ะ
บทที่ 8 อย่าหักโหมล่ะสำหรับเรื่องเจรจาทุกอย่างเจมส์ยกไว้ให้กับผู้บังคับบัญชาของตัวเองเลยทีเดียวเชียว ระหว่างรอที่คุยเจรจากันอยู่ เจมส์ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปถามว่ามาร์คัสหรือคนที่เขาแบกมานั้นฟื้นขึ้นมาแล้วหรือยัง? เพนน่าที่ได้ยินคำถามนั้นก็ได้ตอบรับออกมาทางรอยยิ้มก่อนจะบอกเลยว่าฟื้นแล้วแล้วตอนนี้กลับไปพักผ่อนที่โรงแรมที่พวกเจ้าตัวเปิดห้องพักกันอยู่ พอได้ยินแบบนั้นแล้วเขาก็สบายใจ หลังจากนั้นใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นับการเจรจาเหมือนจะจบลงอย่างรวดเร็วโดยที่จำนวนยอดที่สั่งนั้นเหมือนถ้าเป็นไปได้ขออยู่ในหลัก 2,000 ขวดต่อวันแต่ละประเภท เจมส์หันไปจ้องมองใบหน้าของ…กิลด์มาสเตอร์ของตัวเองด้วยความอึ้งแล้วก็ตึ้งว่าอย่างละ 2,000 ขวดเป็นอย่างต่ำเลยเหรอ? เจ้าตัวเธอที่เห็นว่าผู้ใต้บังคับบัญชาดาวรุ่งของตัวเองตกกะใจก็ได้วางมือบนไหล่ของเขาแล้วก็บอกว่าการหักโหมันไม่ดีได้แค่ไหนเอาแค่นั้นอย่างน้อยที่สุดมาพยายามด้วยกันให้ดีที่สุดดีกว่า!ในช่วงเย็นเจมส์กับซิลฟราเรียก็ได้ตัดสินใจซื้ออาหารจากแผงลอยข้างทางกิน แน่นอนตัวเด็กหนุ่มได้มีโอกาสรู้ว่าไฮเอลฟ์ไม่ได้เป็นมังสวิรัติ แล้วเธอก็บอกตามตรงว่าใช้ชีวิตอยู่ในป่า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 กิลด์พาณิชย์
บทที่ 9 กิลด์พาณิชย์น้ำยาโพชั่นฟื้นฟูรักษาพื้นฐานคุณภาพระดับสูง 4,500 ขวดวางเรียงรายอยู่ตรงหน้าของซิลฟราเรียที่กำลังจ้องมองด้วยความอึ้งตะลึงว่ามันกลายเป็นขนาดนี้ได้ยังไงกัน เธอรีบหันไปเขย่าตัวเด็กหนุ่มเลยทีเดียวเชียวว่าเขายังสบายดีอยู่หรือเปล่า? ไม่ได้เสียสละพลังชีวิตตัวเองหรอกใช่หรือเปล่า!?ตัวของเด็กหนุ่มคนโดนเขย่าก็ดีใจมีความสุขที่เธอเป็นห่วงเขาหนักมาก แต่ตัวของเขาก็บอกตามตรงเลยว่าที่หมดไปคือ พลังเวท 300 หน่วย และตอนนี้กำลังฟื้นตัวแล้วด้วย เดี๋ยวเขากำลังจะเริ่มทำน้ำยาโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทหรือมานาระดับพื้นฐานต่อในทันที แต่ก่อนอื่นเลยเขาคงต้องขอฟื้นพลังเวทก่อนและด้วยความที่ระดับพลังเวทหรือมานาของเขาตอนนี้มีแค่ประมาณ 700 กว่าหน่วย ก็เลยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาฟื้นฟูพลังเวทระดับกลาง และอีกอย่างนึงน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทพื้นฐานที่ท่านพระเจ้ามอบให้มาโดยใช้ชื่อของเขาเป็นผู้ปรุงแต่งก็มีอยู่ในกระเป๋าแล้วด้วยมันเป็นรสชาติที่อร่อยไม่ใช่ขมอีกต่างหาก…“อ่าาา…นี่แหละรสชาติหวานกลมหอมอร่อย!”เด็กหนุ่มส่งเสียงร้องออกมาด้วยความพึงพอใจก่อนจะพูดด้วยสีถ้าสดชื่นงวดนี้แหละรสชาติที่ใช่ความหวานกลมกล่อม“โพช
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-26
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status