LOGINหากสวรรค์ยังมีผู้สูงกว่า ยังมีผู้ต่ำกว่า ยังมีผู้ครองอำนาจ และยังมีผู้แย่งชิงอำนาจ— เช่นนั้น...สิ่งใดกันที่ทำให้มันเป็นสวรรค์? หากเทพยังยึดติดในตำแหน่ง หวาดกลัวการสูญเสีย และพร้อมเหยียบผู้อื่นเพื่อรักษาสิ่งที่ตนครอบครอง แล้วผู้ที่อยู่เหนือมนุษย์ อยู่เหนือความเป็นมนุษย์จริงหรือ? เทียนเผิง จอมพลผู้เคยยืนอยู่บนยอดแห่งอำนาจ กลับเป็นผู้แรกที่หันลงมามองโลกเบื้องล่าง และพบว่า— ในหมู่ผู้ที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย กลับมีบางสิ่งที่สวรรค์ไม่มี อิสรภาพที่จะเป็นเพียงคนธรรมดา เขาจึงละทิ้งเส้นทางที่ทุกคนใฝ่หา เพื่อเดินย้อนลงจากสวรรค์ ไม่ใช่เพื่อขึ้นไปให้สูงกว่าเดิม แต่เพื่อค้นหาว่า— เมื่อไร้ยศ ไร้อำนาจ ไร้แม้กระทั่งชื่อของตนเอง... สิ่งใดจะเหลืออยู่? เทียนเผิง : แสวงวิถี การเดินทางของเทพผู้ค่อย ๆ ละทิ้งทุกสิ่ง เพื่อค้นหาความจริงข้อหนึ่ง— บางทีสิ่งที่อยู่สูงที่สุด อาจไม่ใช่สวรรค์ และสิ่งที่สวรรค์หวาดกลัวที่สุด อาจไม่ใช่อสูรหรือมารตนใด แต่คือ— ผู้ที่ไม่ต้องการสิ่งใดจากมันอีกแล้ว
View Moreเทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคห้า — โรคของสวรรค์ ตอนที่ ๑๐๐.๓ — ใต้ต้นดอกเหลือง ไม่พบไม่เลิกรา เมื่อครบหนึ่งปี หลินเยว่สำเร็จช่วงการศึกษาตามกำหนดของสำนักแพทย์หลวง อาจารย์อู๋กล่าวชมว่านางมีความละเอียดในการตรวจคนไข้และรู้จักยอมรับเมื่อยังหาสาเหตุไม่ได้ นางรับคำด้วยความนอบน้อม ก่อนเก็บตำราและเครื่องมือแพทย์ใส่หีบเพื่อเตรียมกลับชิงหลิว ซูเหอมาช่วยจัดสัมภาระ ทั้งคู่กอดลากันอย่างไม่ปิดบังน้ำตา หลินเยว่ยังคงติดต่อหลัวเหวินเรื่องอาการของเสี่ยวหลัน เด็กหญิงยังต้องได้รับการตรวจติดตามและอาจต้องส่งต่อผู้เชี่ยวชาญตามข้อมูลที่รวบรวมไว้ การเรียนหนึ่งปีไม่ได้ทำให้นางรักษาโรคทุกชนิดได้ และการสูญเสียเทียนเผิงก็ไม่ได้ทำให้นางกลายเป็นคนไร้ความรู้สึก หากทำให้นางเข้าใจยิ่งขึ้นว่าทุกชีวิตมีเวลาของตนเองซึ่งไม่มีใครควรใช้ไปแทนกัน เมื่อกลับถึงชิงหลิวในเย็นวันหนึ่ง นางพบร้านยายังคงเปิดอยู่ ยายซู่อิงยืนรอตรงประตูพร้อมรอยยิ้มที่มีน้ำตาปนอยู่ อาเหลียงสูงขึ้นจนแทบจำไม่ได้ ส่วนหมอเซี่ยหมิงจัดสมุนไพรไว้เต็มชั้นตามระเบียบ หลินเยว่เดินเข้าบ้าน วางหีบลงข้างโต๊ะ ก่อนหยุดมองถ้วยข้าวใบหนึ่งซึ่งวางอยู่บนชั้นไม้ มันถูกล้างจนสะอ
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคห้า — โรคของสวรรค์ ตอนที่ ๑๐๐.๒ — ชีวิตที่เริ่มต้นอีกครั้ง เว่ยซานได้รับข่าวที่สถานพยาบาลชายแดนตะวันตก หมอซ่งอ่านรายงานให้ฟังโดยไม่ตัดทอนความจริง พลังของชายชรายังไม่อาจส่งคืนได้อย่างปลอดภัย และไม่มีหลักฐานว่าความสามารถรับรู้ลมปราณเดิมจะกลับมา แต่รอยปราณที่เกี่ยวข้องกับเขาได้รับการเก็บรักษาไว้ในระบบซึ่งไม่อาจนำไปใช้โดยพลการอีกแล้ว เว่ยซานนั่งฟังอยู่ริมหน้าต่างนานมาก ก่อนถามว่า “แล้วเทียนเผิงเล่า” หมอซ่งเงียบไปครู่หนึ่งจึงตอบว่าเขาสูญเสียร่างเทพและเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนผ่าน ยังไม่มีใครทราบปลายทาง เว่ยซานก้มหน้าลง มองมือที่มีรอยเหี่ยวย่นของตน ก่อนกล่าวด้วยเสียงเบาว่า “ข้าไม่ได้ขอให้เขาแลกชีวิตกับพลังของข้า” หมอซ่งพยักหน้า “เขาไม่ได้ทำเพื่อคืนพลังให้ท่านเพียงคนเดียว” ชายชรานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอื้อมมือเปิดหน้าต่าง ลมหนาวพัดผ่านต้นหญ้าสีขาวในกระถาง ใบเล็ก ๆ โยกเอนอย่างอ่อนโยน เขายังไม่ได้ยินเสียงปราณในสายลมนั้นอีกเลย แต่คราวนี้เขาไม่ปิดหน้าต่างด้วยความผิดหวัง เขาเพียงนั่งมองมันอยู่นาน ก่อนกล่าวว่า “หากวันหนึ่งพบเขาอีก บอกด้วยว่าข้ายังจำคำพูดของเขาได้ และสาล
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคห้า — โรคของสวรรค์ ตอนที่ ๑๐๐.๑ — ผนึกสุดท้ายแห่งสวรรค์ แสงสีทองรวมตัวอยู่ที่ปลายไม้เท้าของไท่ซั่งเหล่าจวินอย่างเชื่องช้า ไม่มีสายฟ้าฟาด ไม่มีเสียงคำรามของสวรรค์ มีเพียงเสียงหายใจของบุรุษผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่กลางห้องหิน และเสียงหยดน้ำจากรอยแตกบนเพดานที่ตกลงสู่พื้นเป็นระยะ เทียนเผิงมองมือของตนเป็นครั้งสุดท้ายในสภาพที่ปราณนทีเหนือยังไหลเวียนอยู่เต็มเปี่ยม เส้นแสงสีเงินบางละเอียดแล่นผ่านใต้ผิวหนังราวสายน้ำที่สะท้อนแสงจันทร์ เขาเคยใช้พลังนี้แหวกสมุทร เคยหยุดคลื่นซึ่งสูงกว่ากำแพงเมือง และเคยนำกองทัพผ่านสมรภูมิที่ไม่มีผู้ใดคาดว่าจะรอดกลับมาได้ แต่ในวินาทีนี้ พลังอันยิ่งใหญ่ทั้งหมดกลับช่วยให้เขาทำสิ่งง่ายที่สุดไม่ได้—ดึงมือออกจากพันธนาการโดยไม่ทำลายสิ่งที่เพิ่งช่วยรักษาไว้ เบื้องหน้า อักขระสีแดงจากครรภ์รองรับกำลังเลื้อยลึกเข้าสู่รากปราณของเขา แม้รอยปราณของผู้เสียหายทั้งหมดจะถูกส่งไปยังช่องพักอิสระแล้ว เครื่องมือโบราณก็ยังไม่ยอมรับว่าหน้าที่ของตนสิ้นสุดลง มันกำลังจะยึดชีวิตใหม่ไว้แทนภาระเก่า เทียนเผิงเงยหน้ามองไท่ซั่งเหล่าจวิน เห็นอาจารย์ผู้เคยสงบนิ่งต่อหน้าหายนะนับคร
เทียนเผิง : แสวงวิถี ภาคห้า — โรคของสวรรค์ ตอนที่ ๙๙.๓ — คำสั่งสุดท้ายของเทียนเผิง คำสั่งเริ่มขึ้นเมื่อแสงจากทางรับใหม่สว่างครบทุกชั้น เทียนเผิงปรับปราณนทีเหนือจนละเอียดราวเส้นฝน แล้วส่งมันไปประคองรอยปราณสายสุดท้ายอย่างนุ่มนวล เขาไม่ฝืน ไม่เร่ง และไม่เพิ่มกำลังเกินความจำเป็น เส้นไหมสีเงินซึ่งสั่นอยู่กลางแกนค่อย ๆ เคลื่อนออกจากที่เดิม ผ่านขอบอักขระที่ถูกเผาไหม้มาหลายร้อยปี ก่อนสัมผัสวงรับใหม่ทีละช่วง เหวินฉางอ่านข้อมูลต้นทางตามจังหวะเพื่อให้ระบบบันทึกทุกขั้นตอน เมื่อส่วนสุดท้ายของรอยปราณพ้นจากแกน เสียงเต้นหลายชั้นที่เคยดังก้องอยู่ในห้องก็หยุดลงทันที ความเงียบซึ่งตามมาหนักแน่นจนทุกคนเผลอกลั้นหายใจ แสงสีฟ้าจากช่องพักใหม่ส่องสว่างขึ้นแทนสีแดงเก่า เหวินฉางตรวจค่าซ้ำ ก่อนตะโกนด้วยน้ำเสียงสั่น “รอยปราณทั้งหมดที่ตรวจนับไว้เข้าสู่ทางรับใหม่แล้ว! ไม่มีสายใดสูญหาย!” เทียนโหย่วหลับตาลงชั่วขณะด้วยความโล่งใจ อวิ๋นฉีตรวจวงตัดฉุกเฉินอีกครั้ง ส่วนหลิงกวงรีบยืนยันกับหอควบคุมว่าไม่มีการส่งพลังผิดปลายทางไปยังโลกมนุษย์ เทียนเผิงมองครรภ์รองรับซึ่งเริ่มดับแสง เขารู้สึกเหมือนเพิ่งได้ยินเสียงลมหายใจของคนป่












reviews