เทียนเผิง : แสวงวิถี

เทียนเผิง : แสวงวิถี

last updateLast Updated : 2026-09-07
By:  vvildlordzUpdated just now
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 rating. 1 review
30Chapters
3views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

หากสวรรค์ยังมีผู้สูงกว่า ยังมีผู้ต่ำกว่า ยังมีผู้ครองอำนาจ และยังมีผู้แย่งชิงอำนาจ— เช่นนั้น...สิ่งใดกันที่ทำให้มันเป็นสวรรค์? หากเทพยังยึดติดในตำแหน่ง หวาดกลัวการสูญเสีย และพร้อมเหยียบผู้อื่นเพื่อรักษาสิ่งที่ตนครอบครอง แล้วผู้ที่อยู่เหนือมนุษย์ อยู่เหนือความเป็นมนุษย์จริงหรือ? เทียนเผิง จอมพลผู้เคยยืนอยู่บนยอดแห่งอำนาจ กลับเป็นผู้แรกที่หันลงมามองโลกเบื้องล่าง และพบว่า— ในหมู่ผู้ที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย กลับมีบางสิ่งที่สวรรค์ไม่มี อิสรภาพที่จะเป็นเพียงคนธรรมดา เขาจึงละทิ้งเส้นทางที่ทุกคนใฝ่หา เพื่อเดินย้อนลงจากสวรรค์ ไม่ใช่เพื่อขึ้นไปให้สูงกว่าเดิม แต่เพื่อค้นหาว่า— เมื่อไร้ยศ ไร้อำนาจ ไร้แม้กระทั่งชื่อของตนเอง... สิ่งใดจะเหลืออยู่? เทียนเผิง : แสวงวิถี การเดินทางของเทพผู้ค่อย ๆ ละทิ้งทุกสิ่ง เพื่อค้นหาความจริงข้อหนึ่ง— บางทีสิ่งที่อยู่สูงที่สุด อาจไม่ใช่สวรรค์ และสิ่งที่สวรรค์หวาดกลัวที่สุด อาจไม่ใช่อสูรหรือมารตนใด แต่คือ— ผู้ที่ไม่ต้องการสิ่งใดจากมันอีกแล้ว

View More

Chapter 1

ตอนที่ ๑ — รอยร้าวบนสวรรค์

เทียนเผิง : แสวงวิถี

ตอนที่ ๑ — รอยร้าวบนสวรรค์

งานเลี้ยงบนสวรรค์ดำเนินมาถึงยามที่สุราทิพย์ส่งกลิ่นหอมไปทั่วตำหนัก

เสียงพิณลอยแผ่วอยู่เหนือหมู่เมฆ เสียงขลุ่ยประสานกับระฆังหยกอย่างพอดิบพอดี ไม่มีเสียงใดดังเกิน ไม่มีเสียงใดเบาจนสูญหาย แม้แต่ช่วงหยุดระหว่างตัวโน้ตก็เหมือนถูกกำหนดไว้แล้วว่าควรยาวกี่ลมหายใจ

เหล่านางฟ้าร่ายรำอยู่กลางตำหนัก

ชายแขนเสื้อบางพลิ้วไหวราวกับกลีบดอกไม้ต้องลม

ทุกก้าวเท่ากัน

ทุกการหมุนงดงาม

ทุกใบหน้ามีรอยยิ้ม

สมบูรณ์แบบจนไม่อาจหาข้อบกพร่องได้

เทียนเผิงนั่งอยู่ท่ามกลางเหล่าเทพ

จอกสุราหยกอยู่ในมือ

เขายกมันขึ้นจรดริมฝีปาก

แต่ไม่ได้ดื่ม

กลิ่นสุราหอมหวาน มีทั้งกลิ่นดอกท้อ กลิ่นสมุนไพรทิพย์ และกลิ่นบางอย่างคล้ายหิมะแรกบนยอดเขา

เป็นสุราที่มนุษย์ผู้หนึ่งอาจยอมแลกทรัพย์สมบัติทั้งชีวิตเพื่อชิมเพียงหยดเดียว

แต่สำหรับเขา...

มันเป็นเพียงสุราอีกจอกหนึ่ง

เทียนเผิงลดมือลง

สายตามองผ่านเหล่านางรำไปยังตำหนักเบื้องหน้า

เสาหยกขาวตั้งเรียงกันโดยไม่มีต้นใดเอียงแม้แต่น้อย

พื้นกระเบื้องสะท้อนแสงดาว

ม่านแพรไม่มีฝุ่น

ดอกไม้ในแจกันไม่มีใบเหี่ยว

ผลท้อทุกลูกมีสีแดงพอดีกัน

แม้แต่กลีบดอกไม้ที่ร่วงลงบนพื้นยังตกในตำแหน่งที่ดูงดงาม

เขามองอยู่เนิ่นนาน

แล้วคำถามหนึ่งก็เกิดขึ้น

เหตุใด...

ทุกอย่างจึงต้องสมบูรณ์ถึงเพียงนี้

เทียนเผิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

คำถามนั้นไร้สาระ

สวรรค์ย่อมสมบูรณ์

หากไม่สมบูรณ์ จะเรียกว่าสวรรค์ได้อย่างไร

เขายกจอกขึ้นอีกครั้ง

แต่ก่อนสุราจะถึงริมฝีปาก สายตากลับไปหยุดอยู่ที่นางฟ้าผู้หนึ่ง

นางกำลังร่ายรำ

รอยยิ้มของนางงดงาม

งดงามเหมือนเมื่อครู่

เหมือนหนึ่งก้านธูปก่อน

และคงเหมือนเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน

เทียนเผิงจ้องอยู่ครู่หนึ่ง

ทันใดนั้น เขากลับจำไม่ได้ว่าเคยเห็นนางหัวเราะจริง ๆ หรือไม่

ไม่ใช่รอยยิ้ม

แต่เป็นเสียงหัวเราะ

เสียงที่เกิดขึ้นเพราะอดไม่ได้

เพราะมีบางอย่างตลกจนต้องหัวเราะออกมา

เขานึกไม่ออก

"ท่านจอมพล"

เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย

เทียนเผิงหันไป

แม่ทัพผู้หนึ่งยกจอกให้เขา

"คืนนี้ท่านเงียบกว่าปกติ"

เทียนเผิงมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง

"ข้าปกติพูดมากหรือ"

แม่ทัพหัวเราะ

"ไม่มาก"

"เช่นนั้นคืนนี้ต่างอย่างไร"

อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหัวเราะอีกครั้ง

"ก็จริง"

จอกทั้งสองกระทบกัน

เสียงใสกังวาน

เทียนเผิงดื่ม

สุราร้อนผ่านลำคอ

แต่ความร้อนนั้นอยู่ได้เพียงชั่วครู่ ก่อนสลายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น

เขามองจอกในมือ

แล้วถามขึ้นโดยไม่รู้ตัว

"เจ้าเคยลงไปโลกมนุษย์หรือไม่"

แม่ทัพข้างกายเลิกคิ้ว

"แน่นอน ตอนปราบอสูรเมื่อหลายร้อยปีก่อน"

"ไม่ใช่เช่นนั้น"

"แล้วเช่นไร"

เทียนเผิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"ลงไป...โดยไม่ต้องทำอะไร"

แม่ทัพหัวเราะ

"เหตุใดต้องลงไป หากไม่มีหน้าที่"

เทียนเผิงไม่ตอบ

นั่นสิ

เหตุใดต้องไปที่ใด หากไม่มีหน้าที่

คำถามนั้นดูสมเหตุสมผล

แต่กลับทำให้บางสิ่งภายในอกของเขาหนักขึ้น

แม่ทัพอีกคนซึ่งนั่งไม่ไกลได้ยินบทสนทนา จึงยื่นหน้าเข้ามา

"โลกมนุษย์มีสิ่งใดน่าสนใจ"

เขาพูดพลางรินสุรา

"เกิด แก่ เจ็บ ตาย หิวก็ต้องกิน หนาวก็ต้องหาเสื้อ ฝนตกก็วิ่งหลบ ทั้งชีวิตวุ่นวายอยู่กับร่างกายเพียงก้อนเดียว"

เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบโต๊ะ

เทพอีกองค์กล่าว

"ข้ายังจำครั้งหนึ่งได้ มนุษย์สองหมู่บ้านฆ่ากันเพราะคลองส่งน้ำ"

"คลองเส้นเดียว?"

"คลองเส้นเดียว"

"ช่างโง่เขลา"

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง

เทียนเผิงไม่ได้หัวเราะ

เขาถาม

"หากไม่มีคลองนั้น พวกเขาจะมีน้ำกินหรือไม่"

เสียงหัวเราะค่อย ๆ เบาลง

เทพองค์นั้นมองเขา

"คงไม่มี"

"เช่นนั้นเหตุใดจึงเรียกพวกเขาโง่"

ไม่มีผู้ใดตอบทันที

แม่ทัพข้างกายวางจอกลง

"ท่านจอมพล วันนี้ท่านเป็นอะไร"

เทียนเผิงเองก็อยากรู้

เขาเป็นอะไร

เขามองเหล่าเทพรอบโต๊ะ

ทุกคนอยู่มานานกว่ามนุษย์หลายร้อยหลายพันเท่า

บางองค์ควบคุมฝน

บางองค์ควบคุมดาว

บางองค์บัญชากองทัพ

บางองค์สามารถเปลี่ยนเส้นทางแม่น้ำได้ด้วยการสะบัดแขนเสื้อ

แต่เหตุใด...

คนที่ไม่เคยหิว

จึงตัดสินคนที่แย่งอาหาร

คนที่ไม่เคยหนาว

จึงหัวเราะคนที่แย่งเสื้อ

คนที่ไม่เคยกลัวความตาย

จึงเรียกคนที่ดิ้นรนเพื่อมีชีวิตว่าโง่เขลา

คำถามนั้นทำให้เขาวางจอกลง

เสียงดนตรียังคงดำเนินต่อ

งดงาม

ไร้ที่ติ

แต่เป็นครั้งแรกที่เทียนเผิงรู้สึกว่าเสียงเหล่านั้นอยู่ไกลออกไป

ราวกับมีผนังบางอย่างกั้นเขาออกจากงานเลี้ยง

เขายังคงนั่งอยู่ตรงนั้น

แต่กลับรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ร่วมกับผู้ใด

ความรู้สึกนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่

เขาเคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน

ในสนามรบ

ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นในความทรงจำ

ท้องฟ้าสีดำ

เปลวเพลิงลุกทั่วแนวเขา

เสียงคำรามของอสูรดังจนแผ่นดินสั่น

ทหารสวรรค์นับหมื่นยืนอยู่เบื้องหลังเขา

คราดเก้าซี่อยู่ในมือ

เลือดสีดำไหลตามคมอาวุธ

"จอมพล!"

เสียงนายกองตะโกน

"แนวตะวันตกแตกแล้ว!"

เทียนเผิงหันไปมอง

กองอสูรกำลังทะลักผ่านช่องเขา

เขาไม่ได้คิด

ไม่ได้กลัว

ไม่ได้ลังเล

เพียงยกคราดขึ้น

"กองที่สามตามข้า"

เขาพุ่งเข้าไป

เสียงอาวุธกระทบกัน

เสียงกระดูกแตก

เสียงร้อง

เลือด

ไฟ

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว

เมื่อรุ่งเช้ามาถึง

พวกเขาชนะ

เหล่าทหารโห่ร้องชื่อเขา

"เทียนเผิง!"

"เทียนเผิง!"

"เทียนเผิง!"

เขายืนอยู่บนกองซากศพ

คราดในมือเต็มไปด้วยเลือด

ทุกคนเรียกเขาว่าวีรบุรุษ

แต่สิ่งที่เขาจำได้ชัดที่สุด...

กลับเป็นอสูรตัวหนึ่งที่นอนอยู่ใกล้เท้า

มันยังไม่ตาย

ร่างครึ่งล่างถูกตัดขาด

มันมองเขา

ไม่ได้มองด้วยความเกลียด

แต่มองเหมือนกำลังพยายามกลับไปที่ใดสักแห่ง

ก่อนสิ้นใจ มันพูดเพียงคำเดียว

"ลูก..."

ตอนนั้นเทียนเผิงไม่ได้สนใจ

สนามรบไม่มีพื้นที่สำหรับความสงสัย

ศัตรูคือศัตรู

คำสั่งคือคำสั่ง

ชัยชนะคือชัยชนะ

แต่คืนนี้...

หลังจากผ่านมาหลายร้อยปี

เขากลับได้ยินคำนั้นอีกครั้ง

ลูก

อสูรมีลูกหรือ

คำถามง่ายเกินไป

แน่นอนว่ามี

แล้วเหตุใดเขาจึงไม่เคยคิดถึงมัน

"เทียนเผิง"

เสียงหนึ่งดึงเขากลับจากความทรงจำ

เขาเงยหน้า

แม่ทัพกุยเสอกำลังมองเขา

ชายผู้นี้ร่วมรบกับเขามาหลายสนาม ใบหน้าคมเข้ม ร่างใหญ่ มือข้างหนึ่งวางอยู่บนด้ามดาบตามความเคยชิน

"เจ้าหายไปไหนมา"

"ข้านั่งอยู่ตรงนี้"

"ตัวเจ้าอยู่"

กุยเสอเคาะปลอกดาบสองครั้ง

"แต่ตาเจ้าไม่อยู่"

เทียนเผิงมองสหาย

"กุยเสอ"

"ว่า"

"เจ้าเคยฆ่าคนที่ไม่สมควรตายหรือไม่"

กุยเสอเงียบ

รอบโต๊ะค่อย ๆ เงียบตาม

"คำถามอะไรของเจ้า"

"ข้าถาม"

กุยเสอมองหน้าเขาอยู่นาน

ก่อนตอบ

"สนามรบไม่มีเวลาถามว่าใครสมควร"

"นั่นไม่ได้ตอบคำถาม"

"แล้วเจ้าต้องการคำตอบแบบใด"

เทียนเผิงไม่ตอบ

กุยเสอถอนหายใจ

"ข้าไม่รู้"

คำตอบนั้นทำให้เทียนเผิงเงยหน้าขึ้น

กุยเสอยกสุราดื่มรวดเดียว

"ข้าไม่รู้ว่าเคยฆ่าผิดหรือไม่"

เขาวางจอก

"แต่หากข้ามัวถามทุกครั้งก่อนฟัน ข้าคงตายไปนานแล้ว"

"บางที"

เทียนเผิงพูดช้า ๆ

"การรอดชีวิต อาจไม่ได้หมายความว่าเราทำถูก"

กุยเสอมองเขานิ่ง

"คืนนี้เจ้าน่ารำคาญจริง ๆ"

เทียนเผิงหัวเราะเบา ๆ

"ข้าก็เริ่มรู้สึกเช่นนั้น"

กุยเสอหัวเราะตาม

บรรยากาศรอบโต๊ะผ่อนคลายลงเล็กน้อย

แต่ไม่ไกลจากนั้น มีผู้หนึ่งไม่ได้หัวเราะ

ไท่ซั่งเหล่าจวินนั่งอยู่ข้างเสาหยก

ชายชราถือจอกสุราไว้ในมือ

ดวงตาครึ่งหลับครึ่งตื่นราวกับไม่สนใจสิ่งใด

แต่เมื่อเทียนเผิงหันไป

สายตาของทั้งสองกลับพบกัน

เพียงชั่วขณะ

เหล่าจวินยกจอกขึ้นเล็กน้อย

เหมือนคารวะ

เทียนเผิงขมวดคิ้ว

เขาไม่รู้ว่าเหตุใด

แต่รู้สึกเหมือนชายชราผู้นั้นได้ยินคำถามทั้งหมดในใจเขา

แม้แต่คำถามที่เขายังไม่ได้ถามตัวเอง

เทียนเผิงหันกลับ

เขามองเหล่าเทพอีกครั้ง

บางองค์เป็นเทพอุบัติ

เกิดมาพร้อมพลัง

เกิดมาพร้อมตำแหน่ง

เกิดมาพร้อมความรู้ว่าตนควรทำอะไร

อีกหลายองค์เป็นเทพผู้บำเพ็ญ

เคยเป็นมนุษย์

เคยหิว

เคยแก่

เคยสูญเสีย

เคยกลัวตาย

ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวขึ้นมาถึงที่นี่

สองกลุ่มนั่งอยู่ในงานเลี้ยงเดียวกัน

สวมอาภรณ์คล้ายกัน

ดื่มสุราเดียวกัน

แต่บางที...

พวกเขาอาจไม่ได้มองโลกเดียวกัน

เทียนเผิงมองมือตัวเอง

เขาเป็นเทพอุบัติ

ไม่เคยเกิด

ไม่เคยเป็นเด็ก

ไม่เคยมีแม่คอยอุ้ม

ไม่เคยมีพ่อ

ไม่เคยหิวจนต้องแย่งอาหาร

ไม่เคยกลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่มีที่นอน

เขาลืมตาขึ้นมาก็มีอยู่แล้ว

มีชื่อ

มีพลัง

มีหน้าที่

แล้วสิ่งหนึ่งก็เกิดขึ้นในใจ

เป็นคำถามเล็ก ๆ

เล็กจนแทบไม่มีเสียง

หากผู้ที่ไม่เคยเป็นมนุษย์...

สามารถเข้าใจมนุษย์ได้จริงหรือ

และหากไม่เคยผ่านสิ่งเหล่านั้น...

การที่เขายืนอยู่สูงกว่า

หมายความว่าเขาสูงส่งกว่าจริงหรือ

เทียนเผิงยกจอกขึ้น

แต่ครั้งนี้ไม่ได้ดื่ม

เขามองสุราสีทองสะท้อนแสงจากโคม

ภาพใบหน้าของตนเองปรากฏอยู่บนผิวน้ำ

จอมพลแห่งสวรรค์

ผู้บัญชาการกองทัพ

เทพผู้ไม่รู้จักความตาย

เขามองภาพนั้นอยู่เนิ่นนาน

ก่อนถามในใจ

แล้วข้า...

เคยมีชีวิตหรือยัง

เสียงระฆังดังขึ้น

กัง—

เสียงยาวทอดผ่านตำหนัก

เหล่านางฟ้าหยุดร่ายรำพร้อมกัน

เหล่าเทพวางจอก

งานเลี้ยงกำลังสิ้นสุด

ทุกคนลุกขึ้น

เทียนเผิงลุกตาม

แต่ก่อนเดินออกจากตำหนัก เขาหันกลับไปมองไท่ซั่งเหล่าจวินอีกครั้ง

ชายชรายังคงนั่งอยู่ที่เดิม

ครั้งนี้ไม่ได้มองเขา

เพียงใช้ปลายนิ้วหมุนจอกสุราช้า ๆ

แล้วกล่าวขึ้นเบามาก

เบาจนเทียนเผิงไม่แน่ใจว่าตนได้ยินจริงหรือไม่

"เมื่อเกิดคำถาม..."

"ทางก็เกิดแล้ว"

เทียนเผิงหยุด

เขาหันกลับไป

แต่เหล่าจวินกำลังคุยกับเทพข้างกายเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

เทียนเผิงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนก้าวออกจากตำหนัก

ประตูหยกสูงใหญ่เปิดออกเบื้องหน้า

ภายนอกคือทะเลเมฆ

แสงดาวส่องลงบนทางเดินสีขาวทอดยาวไปยังตำหนักของเขา

เส้นทางเดิม

เส้นทางที่เดินมานับพันปี

คืนนี้...

เขากลับหยุดอยู่ตรงหน้ามัน

ทางซ้ายคือตำหนักทัพเหนือ

ทางขวาคือประตูเมฆชั้นล่าง

เทียนเผิงมองซ้าย

จากนั้นมองขวา

ไม่มีผู้ใดอยู่บริเวณนั้น

ไม่มีคำสั่ง

ไม่มีสงคราม

ไม่มีผู้ใดเรียกชื่อเขา

เป็นครั้งแรกในเวลานานเหลือเกิน

ที่ไม่มีสิ่งใดบอกว่าเขาควรเดินไปทางไหน

เทียนเผิงยืนนิ่ง

ลมสวรรค์พัดผ่านชายเสื้อ

แล้วเขาก็หัวเราะเบา ๆ

"เช่นนั้น..."

เขาพึมพำกับตนเอง

"ลองเดินผิดทางดูสักครั้งจะเป็นไร"

เท้าของจอมพลเทียนเผิง

ก้าวไปทางขวา

โดยที่เขายังไม่รู้เลยว่า

ก้าวเล็ก ๆ เพียงก้าวเดียวในคืนนี้

กำลังพาเขาออกจากเส้นทางที่สวรรค์วางไว้

และเข้าสู่เส้นทางที่ไม่มีผู้ใด

แม้แต่ตัวเขาเอง

รู้ว่าปลายทางอยู่ที่ใด

บนระเบียงสูงของตำหนัก

ไท่ซั่งเหล่าจวินยืนมองเงาร่างนั้นค่อย ๆ เล็กลงท่ามกลางทะเลเมฆ

กุยเสอเดินผ่านมาพอดี

"เหล่าจวิน ท่านมองอะไร"

ชายชราลูบเครา

"มองก้อนหิน"

กุยเสอมองออกไป

มีเพียงเมฆ

"ก้อนหินที่ใด"

เหล่าจวินยิ้ม

"ก้อนหนึ่งเพิ่งตกลงในน้ำ"

"แล้วอย่างไร"

ชายชราหันกลับเข้าไปในตำหนัก

"ไม่มีอะไร"

เขาเดินจากไปช้า ๆ

"เพียงอยากรู้ว่า..."

"น้ำจะพามันไปที่ใดเท่านั้น"

ไกลออกไป เทียนเผิงยังคงเดิน

ใต้ฝ่าเท้าของเขา

เมฆแยกออกทีละชั้น

และเป็นครั้งแรกที่เขามองเห็นแสงไฟเล็ก ๆ นับหมื่นดวงจากโลกมนุษย์เบื้องล่าง

แต่ละดวงเล็กเสียจนแทบมองไม่เห็น

ไม่สมบูรณ์

ไม่เป็นระเบียบ

บางดวงสว่าง

บางดวงริบหรี่

บางดวงดับลง

แล้วบางดวงก็ถูกจุดขึ้นใหม่

เทียนเผิงมองมันอยู่นาน

ก่อนจะก้าวลงไป

สู่สถานที่ซึ่งเทพทั้งหลายเรียกว่า

โลกแห่งทุกข์

โดยไม่รู้เลยว่า

สิ่งที่รอเขาอยู่เบื้องล่าง

อาจไม่ใช่คำตอบ

แต่เป็นคำถามที่มากกว่าเดิม

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

vvildlordz
vvildlordz
ความไม่รู้ นำพาให้ก้าวเดิน
2026-09-07 12:13:45
0
0
30 Chapters
ตอนที่ ๒ — โลกที่ไม่สมบูรณ์
เทียนเผิง : แสวงวิถี ตอนที่ ๒ — โลกที่ไม่สมบูรณ์ เมฆชั้นสุดท้ายแยกออกใต้ฝ่าเท้า ลมเปลี่ยนไปทันที เทียนเผิงหยุดอยู่กลางอากาศ เขาไม่ได้รีบลงสู่พื้น เพียงยืนนิ่ง มองโลกมนุษย์เบื้องล่าง จากสวรรค์ โลกนั้นเคยเป็นเพียงแผ่นดินกว้างใหญ่ มีแม่น้ำทอดยาวดุจเส้นด้าย มีภูเขาเป็นรอยย่นบนผืนผ้า และมีเมืองมนุษย์เป็นจุดแสงเล็ก ๆ กระจัดกระจายอยู่ตามที่ราบ แต่เมื่อเข้าใกล้— โลกกลับมีเสียง เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ เสียงแมลงกลางคืน เสียงสุนัขเห่าจากหมู่บ้านไกล ๆ เสียงเด็กทารกร้องจากบ้านหลังหนึ่ง เสียงสามีภรรยาทะเลาะกันจากอีกหลัง เสียงคนไอ เสียงคนหัวเราะ เสียงคนร้องไห้ ทุกอย่างปะปนกัน ไม่มีทำนอง ไม่มีจังหวะ ไม่มีผู้ใดควบคุม หากเป็นนักดนตรีบนสวรรค์คงเรียกมันว่าเสียงรบกวน แต่เทียนเผิงกลับยืนนิ่งฟังอยู่นาน เขาไม่รู้ว่าทำไม เพียงรู้สึกว่า... เสียงเหล่านี้ไม่เหมือนเสียงพิณในงานเลี้ยง มันไม่ไพเราะ แต่ไม่มีเสียงใดเหมือนเสียงอื่น เทียนเผิงลดตัวลงช้า ๆ เขาเลือกพื้นที่ห่างจากหมู่บ้าน ไม่ใช่เพราะกลัวมนุษย์พบเห็น แต่เพราะยังไม่รู้ว่า หากมนุษย์พบเทพตกลงมาจากฟ้า พวกเขาควรทำสีหน้าเช่นไร เท้าแ
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
ตอนที่ ๓ — กลิ่นไอดินและตราที่ปลดเปลื้อง
ตอนที่ ๓ — กลิ่นไอดินและตราที่ปลดเปลื้อง คล้อยหลังงานรื่นเริงแห่งทวยเทพดับสูญลง ตำหนักหลิงเซียวอันยิ่งใหญ่ไพศาลก็หวนคืนสู่ความเงียบงันอีกวาระหนึ่ง โคมแก้ววิญญาณนับหมื่นดวงที่เคยลอยคว้างส่องสว่างกลางอากาศ ค่อย ๆ หรี่แสงและดับลงทีละดวงสองดวง สุ้มเสียงสรวลเสเฮฮาและเสียงหยอกเย้าของเหล่าปราชญ์เซียนจางหายไปกับสายลมเย็นเยียบที่พัดผ่านโถงหยก แม้แต่เสียงสายพิณสวรรค์ที่เคยบรรเลงพลิ้วไหวอย่างไม่ขาดสาย บัดนี้ก็หลงเหลือเพียงความว่างเปล่าอันเย็นชา สวรรคาลัยหวนคืนสู่ “ความสมบูรณ์แบบ” อันไร้ที่ติอีกครา... ความสมบูรณ์แบบที่นิ่งงันดุจสุสานอันเป็นนิรันดร์ ทว่า... ยิ่งสรรพสิ่งรอบกายสมบูรณ์แบบและสงบนิ่งมากเพียงใด จอมพลสวรรค์เทียนเผิงกลับยิ่งรู้สึกอึดอัดขัดข้องในอกมากขึ้นเท่านั้น ทุกย่างก้าวที่เขาย่ำเดินไปตามระเบียงหยกขาวเหนือทะเลเมฆา ช่างแผ่วเบาและเลือนลางราวกับเงาที่ไร้ตัวตน ลมหนาวเหน็บเหนือชั้นฟ้าพัดผ่านชุดเกราะทมิฬขลิบทองคำ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหยกดังขึ้นเบา ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เบื้องล่างคือผืนทะเลหมอกสีเงินที่ทอดตัวกว้างไกลไร้จุดสิ้นสุด เบื้องบนคือหมู่ดาริกาที่ถูกตอกตรึงไว้ในตำแหน่งเดิม ไม่มีวันส่
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
ตอนที่ ๔ — วจนะใต้ร่มสนและกองเพลิง
ตอนที่ ๔ — วจนะใต้ร่มสนและกองเพลิง รัตติกาลมาเยือนผืนโลกมนุษย์ รวดเร็วกว่าที่เทียนเผิงคาดคิดไว้มากนัก บนสรวงสวรรค์ แสงสว่างไม่เคยดับสูญไปอย่างแท้จริง ทิวาและราตรีเป็นเพียงการผลัดเปลี่ยนเฉดสีของผืนฟ้าตามกฎเกณฑ์ หาใช่การปลาสนาการมลายสูญของแสงสว่างไม่ ทว่าโลกมนุษย์เบื้องล่างนั้นกลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ยามเมื่อดวงสุริยันทยอยคล้อยต่ำลับแนวขุนเขา ความมืดมิดอันเงียบเชียบก็ค่อย ๆ ไหลรินลงมาจากยอดไม้ กลืนกินเส้นทางสายดิน กลืนกินท้องทุ่งนา และกลืนกินเงาของผู้คนทีละน้อยอย่างไม่ปรานี มันมิได้ร้องขออนุญาตจากผู้ใด ไร้ซึ่งเสียงระฆังสวรรค์บอกกาลเวลา ไร้ซึ่งเทพสุริยันคอยบงการสั่งการ และไร้ซึ่งผู้ใดชูมือสั่งให้ทิวาวารต้องล่วงลับ ทว่าทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ ล้วนดำเนินไปตามครรลองอันเสรีของมันเอง เทียนเผิงก้าวเดินไปตามถนนสายดินที่ทอดตัวยาวออกจากแนวป่าข้างหมู่บ้าน สองข้างทางมีทิวสนขึ้นเรียงรายประปราย ผืนดินชุ่มชื้นจากหยาดพิรุณเมื่อยามบ่ายส่งกลิ่นหญ้าเปียกชื้น ผสมผสานกับกลิ่นควันฟืนจาง ๆ จากเรือนชานที่ห่างไกลออกไป เขาหาได้ล่วงรู้ไม่ว่าตนเองกำลังมุ่งหน้าไปแห่งหนใด ตลอดหลายพันปีที่ล่วงเลยมา ทุกย่างก้า
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
ตอนที่ ๕ — อ้อมกอดแห่งสะพานมรณะ และรสชาติแห่งชีวิต
ตอนที่ ๕ — อ้อมกอดแห่งสะพานมรณะ และรสชาติแห่งชีวิต สุ้มเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ดังก้องล่องลอยมาจากท้ายหมู่บ้านอย่างต่อเนื่องและร้อนรน เทียนเผิงพุ่งทะยานร่างฝ่าม่านราตรีผ่านแนวป่าสน ดิ่งลงมาตามถนนสายดินลาดชัน ความมืดมิดเบื้องหน้าถูกฉีกกระชากออกเป็นห้วง ๆ ด้วยแสงคบเพลิงที่ส่ายไหวไปมาตามแรงสะบัดของผู้คน ยิ่งเหยียบย่างเข้าใกล้ สรรพเสียงยิ่งอื้ออึงสับสนอลหม่าน เสียงเด็กร้องไห้จ้า เสียงสตรีตะโกนเรียกขานชื่อใครบางคนด้วยความตื่นตระหนก เสียงบุรุษหลายคนกำลังโต้เถียงกันลั่น และเสียงท่อนไม้ลั่นเปรี๊ยะเป็นระยะจากก้นหุบเขาเบื้องล่าง ขุนพลหนุ่มรั้งฝีเท้าลงเมื่อพ้นแนวเรือนชานหลังสุดท้าย เบื้องหน้าของเขาคือสะพานไม้เก่าคร่ำคร่า ทอดข้ามลำธารที่บัดนี้กลายสภาพเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกรากจากการอุ้มน้ำฝนมาตลอดวัน สะพานไม้พังทลายขาดสะบั้นไปแล้วเกือบครึ่ง แผ่นกระดานหลายแผ่นหลุดลอยหายไปตามเกลียวคลื่น เสาค้ำด้านหนึ่งเอนทรุด ส่งเสียงครืดคราดน่าหวาดเสียวทุกคราที่ถูกกระแสน้ำซัดกระแทก กลางเศษซากสะพาน มีเกวียนบรรทุกฟืนค้างเติ่งอยู่ ล้อข้างหนึ่งร่วงหล่นลงไปในช่องไม้ที่แตกอ้า ตัวเกวียนเอียงกระเท่เร่จวนเจียนจะพลิกค
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
ตอนที่ ๖ — ที่นั่งซึ่งว่างเปล่า และภาษีแห่งความกลัว
ตอนที่ ๖ — ที่นั่งซึ่งว่างเปล่า และภาษีแห่งความกลัว ณ สรวงสวรรคาลัย ยามอรุณรุ่งไร้ซึ่งดวงสุริยันทอแสง ลำแสงสีทองอบอุ่นเพียงค่อย ๆ แผ่ซ่านออกจากปลายฟ้า ราวกับมีม่านแพรทิพย์ที่มองไม่เห็นค่อย ๆ ถูกเลิกเปิดขึ้นทีละชั้นทีละชั้น หมู่เมฆาเคลื่อนคล้อยไปตามครรลองที่ถูกกำหนดไว้อย่างเที่ยงตรง ระฆังประจำกองทัพลั่นก้องบอกเวลาทวิบาท ทหารสวรรค์ในชุดเกราะทองเข้าประจำตำแหน่งรบโดยไร้ซึ่งผู้ใดมาล่าช้าแม้เพียงครึ่งลมหายใจ ทุกสรรพสิ่งดำเนินไปอย่างที่เคยเป็นมานับหมื่นแสนปี... และควรจะเป็นเช่นนั้นชั่วนิรันดร์ ยกเว้นเพียง... ที่นั่งหนึ่งตรงหัวโต๊ะบัญชาการ ภายในตำหนักบัญชาการทัพนทีอุดร โต๊ะศิลาดำทมิฬขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่กลางโถงพิธี แผนที่ลำน้ำสวรรค์ทั้งแปดสายแผ่กางอยู่บนพื้นผิว เส้นแสงสีฟ้าวิ่งวนไปตามครรลองของกระแสปราณทิพย์อย่างเงียบสงบ รายล้อมรอบโต๊ะนั้น แม่ทัพและนายกองประจำทิศต่างยืนเรียงแถวกันอย่างพร้อมพรั่ง ปราศจากสุ้มเสียงเจรจาพาที สายตาทุกคู่ล้วนจดจ้องไปยังเก้าอี้สลักลายมังกรน้ำตัวใหญ่ตรงหัวโต๊ะ มัน... ว่างเปล่า ตราขุนพลสวรรค์สีทองคำล้ำค่า วางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้าเก้าอี้ตัวนั้น แสงสีอำพัน
last updateLast Updated : 2026-09-03
Read more
ตอนที่ 7 — สิ่งที่ไม่มีชื่อ
ตอนที่ 7 — สิ่งที่ไม่มีชื่อ แสงเช้าค่อย ๆ คลี่ตัวเหนือหมู่บ้าน หมอกบางลอยต่ำอยู่เหนือทุ่งผัก หยดน้ำเกาะพราวตามใบกะหล่ำและยอดถั่ว เสียงนกเล็ก ๆ ดังสลับกับเสียงไก่ขันจากบ้านแต่ละหลัง เทียนเผิงเดินตามอาเหลียงกับหญิงชราไปตามทางดิน ในมือของเขามีตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่ ตะกร้านั้นเบาจนแทบไม่มีน้ำหนักสำหรับผู้เคยยกคราดเก้าซี่ขึ้นต่อสู้กับอสูรภูเขา แต่เขากลับรู้สึกแปลกประหลาดที่ต้องถือมัน มันไม่ได้เป็นอาวุธ ไม่มีอำนาจ ไม่มีเครื่องหมายใดบอกฐานะของผู้ถือ เป็นเพียงสิ่งที่ใช้ใส่ผัก “ท่านเผิง ถือให้ตรงหน่อย” อาเหลียงหันมาบอก เทียนเผิงเลิกคิ้ว “ข้าถือไม่ตรงตรงไหน” “ข้างซ้ายต่ำกว่า” “มันไม่ตก” “แต่มันดูเอียง” เทียนเผิงมองตะกร้าในมือ ก่อนปรับขึ้นเล็กน้อย อาเหลียงพยักหน้าอย่างพอใจ “แบบนี้แหละ” หญิงชราเดินนำอยู่ข้างหน้า นางส่ายหน้าแล้วหัวเราะ “เจ้าหนูนี่ พอรอดตายมาได้ก็ทำตัวเหมือนเป็นนายคน” “ข้ากำลังสอนท่านเผิง” “เขาตัวใหญ่กว่าเจ้าตั้งหลายเท่า” “ตัวใหญ่ก็ถือเอียงได้” เทียนเผิงมองเด็กชาย บนสวรรค์ หากทหารชั้นผู้น้อยวิจารณ์ท่าทางของจอมพลเช่นนี้ อย่างน้อยต้องถูกลงโทษฐานเสียมารยาท แต่ที
last updateLast Updated : 2026-09-04
Read more
ตอนที่ ๘ — หมากพิฆาตสวรรค์ และคำท้าทายแห่งผืนดิน
ตอนที่ ๘ — หมากพิฆาตสวรรค์ และคำท้าทายแห่งผืนดิน กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปสามทิวาราตรี หลังจากการหวนคืนสู่หมู่บ้านมนุษย์ของเทียนเผิง สามทิวาราตรี... ที่อดีตจอมพลแห่งสวรรคาลัย ได้เรียนรู้การอุทิศตนเพื่อเป็น 'มนุษย์' อย่างเต็มรูปแบบ อาภรณ์เกราะทมิฬขลิบทองคำถูกพับเก็บซุกซ่อนไว้ใต้ก้นหีบไม้เก่า ๆ บัดนี้ เขาสวมใส่เพียงชุดผ้าฝ้ายทอหยาบสีปานซีด ๆ ที่ยายซู่อิงหยิบยืมมาจากเพื่อนบ้านข้างเรือน มันคับแคบและรัดรึงท่อนแขนกำยำของเขาจนตึงเปรี๊ยะ ยามออกแรงขยับกาย ทว่าเขากลับสวมใส่มันอย่างมิได้นึกตะขิดตะขวงใจแต่อย่างใด "ท่านอาเผิง! ตอกลิ่มไม้อีกนิดนึง! ตรงนั้นหลังคามันยังเผยออยู่เลย!" อาเหลียงตะโกนสั่งการอยู่เบื้องล่างอย่างก๋ากั่น เทียนเผิงกำลังปีนป่ายอยู่บนหลังคาเรือนแฝก มือขวากำค้อนเหล็กสนิมเกรอะ หวดตอกตะปูลงบนแผ่นไม้กระดานเพื่ออุดรอยรั่วจากพายุฝนเมื่อวันก่อน หยาดเหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก ไหลย้อยลงมาตามสันกรามและลำคอ ลอยโชยกลิ่นเหงื่อไคลอย่างมนุษย์ปุถุชน เขาหยุดมือ ยกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อที่แสบตา และเป็นอีกครั้ง... ที่เขาก้มลงสำรวจฝ่ามือของตนเอง มันไม่ใช่ฝ่ามือที่ขาวสะอาดเรียบเนียน ไร้ร
last updateLast Updated : 2026-09-04
Read more
ตอนที่ ๙ — หมากตัวแรก
เทียนเผิง : แสวงวิถี ตอนที่ ๙ — หมากตัวแรก ฝนตกบนสวรรค์ไม่ได้ อย่างน้อย นั่นคือสิ่งที่เหล่าเทพส่วนใหญ่เชื่อ เพราะฝนมีที่ของมัน มันควรตกลงไปยังโลกเบื้องล่าง ตามฤดูกาล ตามบัญชีเมฆ ตามคำสั่งของกรมวารี มิใช่โปรยลงบนตำหนักหยกจนเปียกชายเสื้อของผู้เป็นอมตะ แต่คืนนี้ เหนือตำหนักทัพเหนือกลับมีเสียงคล้ายฝน ติ๋ง... ติ๋ง... ติ๋ง... เทียนโหย่วนั่งอยู่คนเดียวในห้องบัญชาการ ตรงหน้าเขามีแผนที่ดาราขนาดใหญ่ กองฎีกาทหารตั้งซ้อนกันสามกอง ตราประทับเจ็ดชิ้นเรียงจากเล็กไปใหญ่ และจอกชาที่เย็นสนิทตั้งอยู่ข้างมือ เสียงหยดน้ำยังดังเป็นระยะ ติ๋ง... เขาเงยหน้ามองเพดาน หลังคาตำหนักไม่ได้รั่ว เสียงนั้นมาจากนาฬิกาน้ำตรงมุมห้อง น้ำหนึ่งหยดตกลงในภาชนะทองเหลืองทุกเจ็ดลมหายใจ เทียนโหย่วเคยได้ยินมันมาหลายร้อยปี คืนนี้กลับรู้สึกรำคาญอย่างบอกไม่ถูก เขายกฎีกาฉบับหนึ่งขึ้นอ่าน “กองทัพนทีเหนือ กองที่หก ขออนุมัติเปลี่ยนผลัดเวรประจำประตูเหมันต์…” วางลง อีกฉบับ “คลังศาสตรา ขอเบิกหอกเมฆสามร้อยเล่ม…” วางลง อีกฉบับ “กรมบัญชากำลังพล ขอให้ยืนยันรายชื่อทหารสูญหายจากศึกหุบเขาอสูร…” มือของเทียนโหย่วหยุด เอกส
last updateLast Updated : 2026-09-04
Read more
ตอนที่ ๑๐ — แขกผู้มาเยือน
เทียนเผิง : แสวงวิถี ตอนที่ ๑๐ — แขกผู้มาเยือน เสียงไก่ขันดังขึ้นก่อนแสงแรก เทียนเผิงลืมตา เขานอนอยู่บนเสื่อเก่าในห้องเล็กข้างโรงเก็บฟืน หลังคาเหนือศีรษะมีรอยแตกอยู่สามแห่ง รอยหนึ่งถูกอุดด้วยฟาง อีกสองรอยยังปล่อยให้ลมลอดเข้ามา เมื่อคืนเขานอนหลับ เรื่องธรรมดา แต่สำหรับเขาไม่ธรรมดาเลย เทพไม่จำเป็นต้องนอน การเข้าสมาธิเพียงชั่วครู่ก็เพียงพอให้พลังฟื้นคืน ตลอดหลายพันปี เทียนเผิงเคยนั่งหลับตา เคยพักร่าง เคยเข้าสู่ฌาน แต่เมื่อคืน— เขาหลับจริง ๆ ไม่รู้ตัวว่าเมื่อใด ไม่มีการควบคุมลมหายใจ ไม่มีการรักษาจิต ไม่มีการกำหนดเวลาให้ตื่น เพียงนอนลงเพราะร่างกายรู้สึกเหนื่อย แล้วหายไปจากโลกชั่วคราว เทียนเผิงนอนมองเพดาน ความรู้สึกนั้นประหลาด การยอมให้ตนเองไม่รับรู้อะไรเลยหลายชั่วยาม สำหรับผู้ที่เคยต้องตื่นพร้อมรับศึกตลอดเวลา มันเกือบคล้ายการมอบชีวิตไว้ในมือของสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อคืนเขาหลับ โดยเชื่อว่าตื่นขึ้นมาแล้วบ้านหลังนี้จะยังอยู่ อาเหลียงจะยังอยู่ ยายซู่อิงจะยังบ่น ไม่มีใครลอบสังหาร ไม่มีสัญญาณศึก ไม่มีนายกองวิ่งเข้ามารายงาน เขาหัวเราะเบา ๆ “นี่หรือ…” “การนอน” เสียงด
last updateLast Updated : 2026-09-04
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status