LOGINควันจากเตาถ่านลอยฟุ้งส่งความหอมของเนื้อย่างลอยอบอวลมายั่วน้ำลายถึงลานจอดรถ อรัญญาและเพื่อน ๆ ที่เพิ่งลงจากรถเริ่มรู้สึกถึงน้ำย่อยที่ทำงานในท้องทันที
“ห้องแอร์ไหมพวกหล่อน”
แอรอนถามความเห็นเพื่อน ๆ ที่ลังเลไม่รู้จะนั่งมุมไหนของร้านดี
“โอ๊ย หน้าหนาวจะมานั่งห้องแอร์อะไรนังฝรั่ง เดี๋ยวพระอาทิตย์ตกก็บ่นหนาวอีก”
เอมเถียงแอรอนอย่างรู้นิสัยกันดี
“ก็จะได้ส่วนตัวหน่อยไง เดี๋ยวต้องเม้าท์เรื่องสำคัญ”
แอรอนยังอยากเอาชนะสักหน่อย
“ไปนั่งซุ้มตรงโน้นล่ะกัน ว่างอยู่ มุมดีด้วย”
เป็นอี้หลินที่สรุป และเดินนำหน้าไปยังโต๊ะที่หมายตาไว้ทำให้ทุกคนต้องเดินตาม แอรอนค้อนปะหลับปะเหลือกให้เอม จนเอมหมั่นไส้ดันตัวกระแทกใส่เพื่อนไปหนึ่งที ก่อนจูงแขนกันเดินตามอี้หลินกับคนอื่น ๆ ที่นำหน้าไปก่อนแล้ว
“นี่คือสามชั้น ของโปรดอัน กรอบกำลังดี”
แอรอนคีบหมูส่วนที่อรัญญาชอบใส่จานให้อย่างเอาใจ อรัญญารับมาจิ้มน้ำจิ้มรสจัดก่อนคีบใส่ปาก เคี้ยวอย่างอารมณ์ดี
“กินแล้วก็เล่ามาด้วยย่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้น”
แอรอนไม่ได้คีบให้เปล่าเขาหวังผลนิดหน่อย อรัญญากลืนหมูชิ้นนั้นแล้วส่งยิ้มแหย ๆ ไปให้ทุกคนในโต๊ะ
“แกลากพวกเรามาถึงร้าน ฉันรู้นะเว้ยว่าแกถ่วงเวลา”
อเล็กซ์แสดงความรู้ทันเพื่อให้อรัญญาหมดทางหนี ตอนนี้ทุกสายตาของเพื่อน ๆ ทั้งโต๊ะจับจ้องที่อรัญญาเป็นตาเดียว
“เฮ้อ! เออ ๆ ๆ จับได้ตลอด ก็ …”
ฉากหลังสีขาวสว่าง ไฟส่องจากทั้งด้านบน ด้านข้าง และด้านหน้า กล่องของขวัญวางเป็นองค์ประกอบอย่างสวยงามที่พื้น เสียงเพลงรักโรแมนติกในจังหวะน่ารักถูกเปิดดังกระหึ่มสตูดิโอ เพื่อสร้างบรรยากาศหวาน ๆ ให้การถ่ายภาพดูเป็นธรรมชาติขึ้น
อรัญญาในชุดกระโปรงสีชมพูโทนหวาน กับ นายแบบหนุ่มในชุดโทนชมพูที่ดูเข้าคู่ กำลังจัดท่าทางให้เหมือนคู่รักมาซื้อของขวัญให้กันในวันวาเลนไทน์
“อัน กับ กาย จับมือกันหน่อย”
“สอดนิ้วเลย ฟีลแฟนเลย”
พี่ตากล้องหนวดงาม จัดท่านายแบบนางแบบ
“ดี ทีนี้ทำเหมือนเดินเลือกของนะ”
“อันเงยหน้ามองกายหน่อย หวาน ๆ เออ ดี ๆ”
“โอเค ดีครับ … เซ็ตนี้ผ่านนะ เปลี่ยนลุคได้เลย”
พี่ตากล้องสั่งพักกองเพื่อให้นายแบบนางแบบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ขณะที่ทีมงานเข้าจัดฉากต่อไปทันที
“ตกเฟรมแล้วน้อง เอาป้ายแคมเปญขยับซ้ายนิดนึง”
“Moments in Love” ป้ายแคมเปญวันวาเลนไทน์ของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง กำลังถูกจัดให้ลงตัว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการถ่ายทำชุดต่อไป ในขณะที่อรัญญาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมายืนรอการถ่ายทำแล้ว เธอพูดคุยกับกาย นายแบบหนุ่มที่ทำงานร่วมกันอย่างออกรส แม้ว่าเขาดูหล่อเหลา แต่กลับไม่ห่วงหล่อ เขาเป็นคนร่าเริง คุยสนุกมีมุกมาแหย่เธอและช่างแต่งหน้าอยู่ตลอดการทำงาน และบางครั้งทำท่าทางตลก ๆ สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนในกองรวมถึงพี่ตากล้องหนวดงามด้วย เสียงหัวเราะดังมาเป็นระยะ ๆ ระหว่างรอทีมงานจัดฉาก
“อัน ดื่มน้ำหน่อยค่ะ หัวเราะจนเสียงแห้งแล้วมั้งคะ”
ผู้จัดการสาวสวย มาดเนี้ยบ คล่องแคล่ว ที่คุณพลอยปภัสมอบหมายให้ดูแลอรัญญา ถือขวดน้ำแทรกเข้ามาในระหว่างที่ทุกคนกำลังเล่นมุกกันอย่างออกรส
“ขอบคุณค่ะพี่ปริม”
อรัญญายกมือไหว้ แล้วรับขวดน้ำมาถือไว้เธอยังไม่ดื่มในทันที แต่กลับหันไปพูดคุยกลับกลุ่มพี่ ๆ ช่างแต่งหน้าช่างทำผม และนายแบบหนุ่มต่อ กายยื่นขนมส่งให้ทุก ๆ คน
“อัน นิดหน่อย ไม่อ้วนหรอก ที่บ้านเราทำเอง”
อรัญญากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบ เป็นปริมที่ตัดหน้ารับขนมจากกายไว้แทน อรัญญาหน้าเหวอ ตาค้าง มือชะงักอยู่กลางอากาศ
“ขอบใจจ้ะน้องกาย เดี๋ยวพี่เก็บไว้ให้อันก่อน”
“คือ แกหงุดหงิดที่พี่เขาไม่ให้กินขนมหรอยะ”
แอรอนขัดขึ้นมาขณะที่อรัญญากำลังเล่าเหตุการณ์ที่เธอเพิ่งเจอมาเมื่อวาน
“โอ๊ย นังแอร์รี่ รีบขัดอะไร เพื่อนแกเห็นแก่กินรึไง”
เอมที่กำลังฟังอยู่ เถียงขึ้นเมื่อฝรั่งสาวขัดกลาง
“จะว่าไปมันก็หลายครั้งนะ ที่ไอ้อันชอบโมโหหิวน่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
อเล็กซ์หยอกขึ้นมาบ้าง
“พวกแก ให้อันมันเล่าให้จบก่อนไหมวะ”
อี้หลินเบรกก่อนที่ทุกคนจะไหลไปไกล จนไม่ได้รับฟังปัญหาของอรัญญา
“น้องอันจ๊ะ มาเดี๋ยวพี่ขอเติมปากนิดนึงนะ จะต้องถ่ายต่อแล้ว”
พี่ช่างแต่งหน้าเดินเข้ามาเพื่อเติมลิปสติกให้กับอรัญญา เสร็จแล้วจึงไปซับหน้าให้กับนายแบบหนุ่มต่อ หลังจากที่พวกเธอกินน้ำกินขนมกันเรียบร้อยแล้ว
“อุ๊ย ผมหลุดแล้วค่ะน้องอัน รอแป๊บนะ เดี๋ยวพี่จัดการให้นะ”
พี่ช่างผมกำลังเดินเข้ามาเพื่อจะจัดผมให้กับอรัญญา แต่กลายเป็นพี่ปริมที่ถึงตัวเธอก่อน มือเรียวจับปอยผมที่หลุดลงมาเหน็บไว้ข้างหูของอรัญญาอย่างเบามือก่อนที่พี่ช่างทำผมจะถึงตัวเธอเสียอีก พี่ปริมอยู่ใกล้มากจนอรัญญาได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของพี่เขากระทบจมูก
“โอเค เรียบร้อยแล้วค่ะ”
พี่ปริมสำรวจดูอรัญญาอีกครั้ง สบสายตากับอรัญญา และส่งยิ้มมาให้อย่างพึงพอใจ อรัญญายิ้มตอบ และยกมือไหว้ทั้ง ๆ ที่ เรื่องแค่นี้เธอไม่จำเป็นต้องยกมือไหว้พี่เขา แต่รู้สึกว่าควรทำเพื่อให้มีระยะบางอย่างบ้าง แต่เมื่อเธอยกมือไหว้
“ไม่ต้องไหว้พี่หรอกค่ะ”
พี่ปริมยกแตะข้อมือเธอเบา ๆ เป็นเชิงห้าม ในขณะที่พี่ช่างผมเดินมาถึงอรัญญาพอดี
“เอ้า! ยัยปริม แย่งงานฉันเฉยนะยะ ดูแลดีเวอร์”
พี่ปริมส่งยิ้มหวานให้กับพี่ช่างผม ส่วนอรัญญาที่ได้แต่ยิ้มแหย ๆ ให้กับทุกคน ก่อนพี่ตากล้องจะเรียกอรัญญาและกายไปถ่ายต่อ
“แค่นี้เองแก คิดมากไปรึเปล่าวะอัน”
เอมถามขึ้นหลังฟังเรื่องราวทั้งหมดที่อรัญญาไปทำงานมาเมื่อวานจบลง
“พี่เขาก็ดูเป็นผู้จัดการที่ใส่ใจนะ แกเจ็บใจที่เขาไม่ให้กินขนมล่ะสิ”
อเล็กซ์วิเคราะห์ในแง่ดี เขาไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่พี่ปริมทำนั้นมีอะไรที่ไม่ปกติ
“มันต้องมีอะไรอีกแน่ ๆ เล่าต่อสิยะ”
กลับเป็นแอรอนที่รู้สึกว่า อรัญญาเก็บสะสมเรื่องนี้มานาน แต่เธอยังเล่ามาไม่หมด
“เฮ้อ!”
อรัญญาถอนหายใจออกมา ยกน้ำอัดลมขึ้นมาจิบ เบ้ปากทำหน้าเซ็ง ๆ และกดโทรศัพท์มือถือเพื่อดูเวลาที่หน้าจอ ก่อนเงยหน้าสบตาเพื่อน ๆ
“จะสองทุ่มแล้ว เดี๋ยวพวกแกดูนะ พี่เขาจะโทรมาเวลานี้เลย”
พูดจบเธอถอนหายใจอีกครั้งก่อนคีบหมูเข้าปาก
“ยังไม่สองทุ่ม ก็เล่ามาก่อน”
อี้หลินเร่งรัดให้อรัญญาเล่าต่อ
“มันก็ไม่ได้มีแค่นี้จริง ๆ นั่นแหละพวกแก ล่าสุดที่ไปทำงานนี้ ฉันก็เลยไปขอค้างกับพี่คาร่ามา”
อรัญญาเริ่มเล่าต่อ ก่อนที่จะถึงเวลาสองทุ่มตามที่เธอบอกเพื่อน ๆ
“ต้องขนาดนั้นเลยหรอวะ”
อเล็กซ์ขัดขึ้น ก่อนจะโดนเอมหยิกให้เงียบ และหันไปตั้งใจฟังอรัญญาต่อ
“แรก ๆ เวลาไปทำงานที่กรุงเทพ ฉันก็ค้างกับพี่ปริมนั่นแหละ แต่ทุกครั้งที่ไปพี่เขาจะสร้างบรรยากาศในห้องไว้แบบโรแมนติคมาก ๆ แล้วก็จะชอบชวนดูหนังที่โซฟา”
แอรอนเริ่มหยุดกินหันมาตั้งใจฟังเพื่อนมากขึ้น
“พอนั่งดูไปซักพักเขาก็เริ่มมาซบฉัน”
“ทุกครั้งเลยหรออัน”
อี้หลินถามขึ้น อรัญญาพยักหน้ารับช้า ๆ
“แล้วแกทำไง ก็ทำตามเขาหรอ”
เอมถามขึ้นบ้าง อรัญญาก็เพียงพยักหน้ารับเช่นกัน
“แล้วหลายครั้งเลย พอไปรับฉันที่สนามบิน ถ้าเวลาตรงกับมื้อเย็น เขาก็ชอบพาฉันไปดินเนอร์ร้านโรแมนติคแบบที่พวกคู่รักเขาไปกัน … ทั้ง ๆ ที่กินก๋วยเตี๋ยวข้างคอนโดก็ได้”
“โห ลาภปากเลยนะเว้ย”
“นังอเล็กซ์ มันใช่เวลาไหมยะ”
อเล็กซ์แค่ตั้งใจจะแซวให้บรรยากาศผ่อนคลาย แต่ก็กลับโดนคู่หูอย่างแอรอนดุ เขาได้แต่ทำหน้าจ๋องและตั้งใจฟังเพื่อนต่อ แต่อรัญญายังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น
เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของดังขึ้น อรัญญายกหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาชูให้เพื่อน ๆ ดู เวลา 2 ทุ่มนิด ๆ เลยไปสองสามนาที ชื่อหน้าจอคือ ‘พี่ปริม’
“รับไหม”
อี้หลินถาม
“รับสิยะ ด่วน ๆ”
แอรอนเร่งรัด ด้วยความอยากรู้
“เปิดสปีคเกอร์ด้วย”
เอมกำชับตามมา อรัญญาถอนหายใจ ยังไม่ได้กดรับ จนเสียงเรียกเข้าเงียบลง แต่เธอก็สงบใจได้ไม่นาน เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“รับดิอัน เปิดสปีคเกอร์ด้วย พวกเราจะได้ช่วยฟัง”
ครั้งนี้อเล็กซ์บอกให้เธอรับสายด้วยความเป็นห่วง
“ช่วยฟังหรืออยากเผือกยะ”
“เออ ๆ ทั้งสองแหละ รับเลยอัน พวกเราอยู่ตรงนี้”
อรัญญามองหน้าเพื่อน ๆ อีกครั้ง ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน อี้หลินกับเอมบีบมือให้กำลังใจ เธอสูดหายใจลึก ๆ ก่อนจะกดรับสายพร้อมเปิดลำโพง เพื่อน ๆ ทุกคนจ้องมองมายังการสนทนานี้เป็นตาเดียว
“ค่ะพี่ปริม”
“อยู่ไหนคะน้องอัน เสียงดังเชียว”
“มากินหมูกระทะกับเพื่อน ๆ ที่หลังม. ค่ะพี่ปริม”
“อืมมมมม งั้นพี่ไม่กวนดีกว่า ให้น้องอันอยู่กับเพื่อน ๆ”
“ค่ะพี่ปริม”
“ทานเยอะ ๆ นะคะ เห็นน้องอันผอมลง พี่เป็นห่วงค่ะ”
“ขอบคุณค่ะพี่ปริม”
“เอาล่ะพี่ไม่กวนล่ะ บ๊ายบายค่ะ”
“ค่ะ”
อรัญญาเก็บโทรศัพท์ลง เพื่อน ๆ กำลังจ้องเธอเป็นตาเดียว
“เห็นยัง สองทุ่มมาเลย”
อรัญญาพูดขึ้นหลังจากเก็บโทรศัพท์
“ฉันว่าไอ้อันไม่ได้คิดไปเองล่ะ เสียงสองเสียงสามแบบนี้ จีบชัวร์”
เอมวิเคราะห์ขึ้นบ้าง ทุกคนเริ่มพยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วอันบอกกับเขาหรือเปล่าว่าแกไม่โอเค”
อี้หลินถามเพื่อน ถึงการจัดการปัญหานี้ของตัวเอง อรัญญาได้แต่ส่ายหน้าช้า ๆ
“มีแต่คุยให้พี่คาร่าฟังตอนไปนอนค้างล่าสุดนี้แหละ”
อรัญญาบอกเพื่อนเสียงอ่อย
“นี่อัน หล่อนคุยให้พี่คาร่าฟัง ระบายกับพวกฉัน แต่ไม่พูดกับเขาตรง ๆ ปัญหามันไม่จบนะยะ”
แอรอนเข้าสู่โหมดจริงจัง พูดจบก็ถอนหายใจกับความไม่กล้าของเพื่อน
“เฮ้อ แอร์รี่ ทุกคน ฉันไม่รู้จะพูดยังไง”
“ทุกอย่างมันเหมือนกับที่เอมถาม แค่นี้เอง แล้วจะให้ฉันเอาอะไรไปพูดล่ะ”
อรัญญากอดอกอย่างจนปัญญา
“เฮ้ย อันแต่แกก็อึดอัดจนอยากออกจากวงการ มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แล้วนะ” เอมท้วงขึ้นให้อรัญญาได้คิด
“เฮ้อ!”
อรัญญาถอนใจเป็นรอบที่ล้าน ก่อนมองเพื่อน ๆ อีกครั้ง
“เรื่องพี่ปริมมันแค่ฟางเส้นสุดท้าย แต่ที่จริงเรื่องตัวงานมันก็ทำฉันอึดอัดอยู่ซักพักแล้วล่ะ”
“อ้าว ถ้าเรื่องงานทำไมแกไม่เข้าไปพูดกับพี่พลอย”
อเล็กซ์มองเพื่อนด้วยความสงสัย เรื่องพี่ปริมเพื่อนก็ไม่กล้าพูด เรื่องงานที่ดูจะพูดง่ายกว่าเจ้าตัวก็ไม่ทำ
“ไอ้อันโว้ย พวกฉันน่ะ เป็นได้แค่ที่ระบาย ที่ปรึกษานะ แต่ถ้าแกจะแก้ปัญหา แกต้องกล้าที่จะพูดนะเว้ย”
เอมโวยวายขัดใจที่เพื่อนมีอะไรก็เก็บไว้คนเดียว แม้ว่าพวกเธอจะอยากช่วย แต่เรื่องต่าง ๆ ที่อรัญญาเล่ามา มันต่างจากการช่วยทำรายงาน การจดเลคเชอร์ หรือแม้แต่การแอบเช็คชื่อแทนในวันที่เธอขาดเรียนอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่อรัญญากำลังเผชิญอยู่ มันคือโลกของการทำงานจริง ที่นักศึกษาอย่างพวกเธอยังไม่มีประสบการณ์และไม่ใช่คนที่จะมีส่วนช่วยอะไรเพื่อนได้เลย นอกจากรับฟังและเป็นกำลังใจเช่นในวันนี้
“ฟังอันมันต่อก่อนไหมทุกคน”
อี้หลินพูดขึ้นเรียบ ๆ เปิดโอกาสให้อรัญญได้พูดความในใจออกมาให้หมดก่อน
“อือ ก็ได้”
ทุกคนพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“เรื่องงานฉันก็ยังไม่ได้คุยกับพี่พลอยจริงจัง ว่าจะไปทิศทางไหนต่อ”
“ที่ฉันรู้สึกเบื่อ ๆ คือ เรื่องลุค เรื่องงานมันซ้ำแบบเดิม ไม่มีอะไรท้าทายเลย”
เพื่อน ๆ ที่เริ่มอิ่ม ตอนนี้พวกเขาเริ่มกอดอก หรือเท้าคางฟังอรัญญาด้วยความตั้งใจ ถึงแม้แอรอน เอม จะถอนใจกับความเป็นอรัญญาอยู่เป็นระยะ ๆ แต่ก็ยังตั้งใจ อี้หลินฟังเพื่อนเงียบ ๆ อเล็กซ์ยังคงเป็นคนเดียวที่ฟังอรัญญาด้วยท่าทางสบาย ๆ เขายังไม่ตัดสิน ไม่รู้จะมีข้อคิดเห็นอะไร เลยฟังไว้ก่อน
“ล่าสุดที่ไปถ่ายแคมเปญ Moment in Love ให้ห้าง เดี๋ยวพวกแกก็ได้เห็นตอนวาเลนไทน์”
“สาวหวาน น่ารัก รักแรกแห่งชาติ มันก็ลุคเดียวกันกับงานก่อน ๆ มีที่แตกต่างบ้างเวลาถ่ายงานชุดไทย เดินแบบชุดเจ้าสาวเท่านั้นแหละ”
“ทุกคนอยากให้ฉันยิ้มหวาน เรียบร้อย น่ารัก ไม่ใช่ฉันทำไม่ได้นะ แต่ฉันว่าฉันทำอะไร ๆ ได้มากกว่านี้”
“แล้วพี่ปริมก็ชอบจัดลุคแบบนี้ให้ฉัน พอฉันลองเซ็กซี่บ้าง สปอร์ตบ้าง เวิร์คกิ้งวูแมนบ้าง เขาก็บอกว่ายังไม่เหมาะบ้าง ลูกค้าชอบแบบนี้บ้าง แล้วก็ให้เปลี่ยนกลับเป็นสาวหวานกระโปรงพลีตเหมือนเดิม พูดแล้วก็เซ็ง เฮ้อ!”
อรัญญาพูดจบก็ทำท่าฟุบลงอย่างหมดแรง
“เฮ้ย ๆ หัวจุ่มลงเตาหมดแล้ว เดี๋ยวได้ไปเป็นนางแบบโรงพยาบาลหรอก ทีนี้เปลี่ยนลุคสมใจแกแน่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
อเล็กซ์กระชากหัวเพื่อนขึ้นมา ก่อนที่ผมของเพื่อนสาวจะจุ่มลงไปในเตาหมูกระทะ
“อย่าเพิ่งท้อเพื่อน แล้วที่บอกหนีไปนอนคอนโดพี่คาร่า ยัยพี่ปริมไม่ตามเหรอ”
เอมที่นึกขึ้นได้ถามขึ้น หลังจากที่ดูแล้วว่าอรัญญาคงไม่มีอะไรพูดมากไปกว่านี้อีกแล้ว
“จะเหลือหรอแก ตามสิ แต่พี่คาร่าช่วยรับสายให้น่ะ”
อรัญญาตอบคำถามหน้าบูด
“แต่เขาก็พูดดีแหละ ทำอะไรไม่ได้มากอยู่ดี พี่คาร่าอยากปะฉะดะ ยังทำไม่ได้เลย”
พูดจบ อรัญญานึกไปถึงวันก่อนที่เธอไปค้างกับพี่คาร่าขึ้นมา จู่ ๆ เธออมยิ้มขวยเขินขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย หน้าแดง ก้มหน้าซ่อนสีหน้าจากเพื่อน ๆ จนทุกคนถึงกับจ้องเธอเป็นตาเดียว แอรอนออกอาการอยากรู้อยากเห็นที่สุด ถึงกับชะโงกหน้าเข้ามาดูอรัญญาใกล้ ๆ
“เป็นอะไรยะ ทำหน้าเหมือนเขินอาย หรือที่แท้แอบมีใจให้ยัยพี่ปริม”
อรัญญามองหน้าเพื่อน ๆ เหรอหรา ก่อนรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน
“เปล๊า ไม่ใช่พี่ปริมซะหน่อย”
อี้หลินหรี่ตามองอรัญญา ก่อนถามช้า ๆ เนิบ ๆ
“ไม่ใช่พี่ปริมแล้วแกมีใจให้ใคร”
“ว้าย! หรือแกแอบชอบพี่คาร่า”
แอรอนฟังอี้หลินจบก็วี๊ดว๊ายขึ้นมาด้วยความตกใจ ยกมือปิดหน้าปิดตาพัลวัน
“ใคร แกชอบใคร พูด!”
อเล็กซ์ชะโงกหน้าจากฝั่งตรงข้ามมาจ้องอรัญญา ราวกับเขาเป็นตำรวจสืบสวนกำลังสอบปากคำผู้ร้ายให้สารภาพ
“โอ๊ย ทีเรื่องงาน เรื่องพี่ปริม ไม่เห็นใส่ใจไอ้อันกันขนาดนี้เลย ไอ้อี้ผู้สุขุมก็อยากรู้อยากเห็นขึ้นมากับเขาด้วย”
เอมโบกมือปรามเพื่อน ๆ เมื่อหันมามองอรัญญาอีกที กลายเป็นว่าตอนนี้อรัญญาตกอยู่ในภวังค์ นั่งเขินอมยิ้มอยู่คนเดียว ไม่สนโลกรอบข้างไปเสียแล้ว
“ทำไมจู่ ๆ ขอมานอนห้องพี่ บอกมาสิอัน”
พี่คาร่าถามถึงเหตุผลที่อรัญญา ขอมานอนค้างคอนโดของเธอเพื่อจะทำงานในวันรุ่งขึ้น
“อีกแป๊บ พี่คาร่าช่วยรับโทรศัพท์ให้อันหน่อยนะคะ”
อรัญญาไม่ตอบอะไรพี่คาร่า แต่บอกเพียงให้เธอรับโทรศัพท์แทน ยังไม่ทันขาดคำเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เธอยื่นโทรศัพท์ของตัวเองส่งให้พี่คาร่าโดยไม่พูดอะไร คาร่ามองโทรศัพท์อย่าง งง ๆ ก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูชื่อที่โทรเข้ามา ‘พี่ปริม’ เธอส่งสายตาเป็นคำถามไปที่อรัญญาก่อนจะกดรับสาย
“สวัสดีค่ะ”
คาร่าตอบปลายสายด้วยความสุภาพ พร้อมเปิดลำโพงของโทรศัพท์ให้เจ้าของเครื่องได้ยินด้วย
“เอ่อ น้องอันอยู่ไหมคะ”
“อยู่ค่ะ …”
ก่อนที่คาร่าจะพูดอะไรต่อ อรัญญาทำสัญญาณมือเป็นเชิงห้าม คาร่ารับรู้ได้ทันทีว่าเธอไม่อยากรับสายพี่ปริม
“แต่น้องขอตัวไปนอนแล้วค่ะ เอ่อ ปริมใช่ไหมจ๊ะ”
“ใช่ค่ะ”
“นี่คาร่านะจ๊ะ เหมือนอันจะเพลีย ๆ เราเห็นน้องมีงานเช้า เลยให้เข้าไปนอนแล้วล่ะ กลัวพรุ่งนี้ไม่สวยน่ะจ้ะ”
“จ้ะคาร่า โอเค ถ้าน้องอันนอนแล้ว เราไม่กวนแล้ว”
“เราฝากคาร่าดูแลน้องหน่อยนะ น้องไม่ได้เป็นไข้หรือไม่สบายใช่ไหมจ๊ะ”
“ไม่จ้ะ น่าจะเรียนหนัก เดินทางเยอะเลยเพลียน่ะ”
“จ้ะ พรุ่งนี้เราไปรับน้องอัน 6 โมงเช้านะ คาร่าแชร์โลให้เราทีได้ไหม”
“พรุ่งนี้เช้ามีถ่ายแถวไหนล่ะปริม 6 โมงเราพร้อมแล้ว ถ้าอยู่ในเส้นทางเราแวะส่งอันได้นะ”
“ที่สตูดิโอริมน้ำน่ะคาร่า”
“อ๋อ ก่อนถึงออฟฟิศเราพอดี ต้องถึงกี่โมงเดี๋ยวเราแวะส่งอันได้ ปริม ไปคอยที่สตูดิโอเลยก็ได้ จะได้ไม่เหนื่อย”
“เอ่อ … 7 โมงจ้ะ ยังไงเราฝากคาร่าด้วยล่ะกัน ขอบคุณมาก ๆ เลย พรุ่งนี้เจอกันนะ”
พี่คาร่ายื่นโทรศัพท์คืนให้กับอรัญญา
“เอาล่ะ สมภารจะกินไก่วัดสินะ”
เธอบ่นพึมพำ
“อันกินข้าวอิ่มแล้วพี่คาร่า กินไก่อีกไม่ไหวแล้วค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้บวม”
คาร่าขยี้หัวกับความไร้เดียงสาของสาวลูกครึ่งคนนี้
“โอ๊ย! สำนวนย่ะ ฉันไม่ได้ชวนหล่อนกินไก่”
คาร่าสะบัดสะบิ้งตามจริต ไม่ได้อารมณ์เสียจริงจัง ก่อนหันกลับมามองหน้าอรัญญาด้วยความจริงจัง
“ยัยปริม คือเหตุผลที่อันมาขอค้างกับพี่ใช่ไหม”
อรัญญาพยักหน้าหงึกรัว ๆ
“แล้วนางทำอะไรเกินเลยไหม”
อรัญญาส่ายหน้า แล้วค่อย ๆ เล่าต่อ
“เพราะพี่ปริมไม่ทำน่ะสิพี่คาร่า อันเลยไม่รู้จะปฏิเสธยังไง พี่เขาดูแลดี เอาใจใส่ฟีลแฟน แต่มันก็ไม่ชัดเจนอะ แล้วอันจะเอาอะไรไปปฏิเสธเขาได้ล่ะ”
พูดจบก็ถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ คาร่าที่นั่งฝั่งตรงข้ามเอาหมอนมากอด
“เฮ้อ! ฉันรู้นะว่าปริมมันเสือผู้หญิงตัวแม่ตัวมัม ปกติมันไม่ถนอมใครแบบนี้นะ สงสัยกับแกมันจริงจังว่ะ”
เธอเงียบลงอย่างใช้ความคิดว่าจะช่วยอรัญญาได้ยังบ้าง
“เฮ้อ! พี่คาร่า แล้วอันจะทำยังไง ต้องรอพี่เขารุกขั้นสุดเหรอ?”
อรัญญาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เธอก้มหน้าลงกับหมอนบนตักอย่างจนใจ
“อรัญญาต้องดีใจไหมคะคุณพี่คาร่า”
“ลองขอพี่พลอยเปลี่ยนตัวผู้จัดการหรือยังล่ะ”
“พี่ก็เห็นว่ามันไม่มีอาการอะไรจะพอเป็นเหตุผลได้เลยนะคะ”
อรัญญาพูดจบ ทั้งคู่ก็ถอนหายใจพร้อมกัน ทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบ คาร่าเองก็คิดไม่ออก ส่วนอรัญญายิ่งจนหนทาง
“ฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บ แกดูหนังไปก่อนได้นะ ถ้ามีโทรศัพท์หรือไลน์รับให้ด้วยนะ เด็กฉันเอง”
พูดจบพี่คาร่าก็รีบเข้าห้องน้ำไป ทิ้งอรัญญานั่งเซ็งอยู่คนเดียว
เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์พี่คาร่าดังขึ้น เป็นเสียงวิดีโอคอลของแอพพลิเคชั่นไลน์ อรัญญาที่ถูกพี่คาร่าสั่งให้รับสายเด็กของเธอ มองไปยังเครื่องพี่คาร่า หน้าจอแสดงรูปโปรไฟล์เป็นเด็กสาววัยรุ่น ถ่ายภาพผ่านฟิลเตอร์ตลก ๆ แม้ฟิลเตอร์จะขยายจนดวงตาโตเกินจริง และทำให้แก้มพองจนเสียรูป แต่พอจะเห็นเค้าลางว่าเจ้าของภาพคงจะหน้าตาน่ารักอยู่พอสมควร พี่คาร่าตั้งชื่อเจ้าของรูปไว้ว่า ไอ้จิ๋ว อรัญญาเลิกคิ้วขึ้น เธอเข้าใจว่าเด็กของพี่คาร่าจะเป็นเด็กหนุ่มหรือคนคุยของเขาเสียอีก แต่สายนี้น่าจะเป็นนักแสดงในความดูแลเสียมากกว่า
อรัญญากดรับ มันแสดงหน้าจอเป็นวิดีโอคอล ยังไม่ทันที่ปลายสายจะดูหน้าจอ เธอส่งเสียงทักทายขึ้นมาก่อนจะทันได้เห็นหน้ากัน
“พี่คาร่า แพรวถึงบ้านแล้ว ให้โทรมามีอะไรคะ”
อรัญญาชะงักไปครู่หนึ่ง จังหวะการเต้นของหัวใจเร็วแรงขึ้นกว่าเดิม เธอหน้าแดง เด็กสาวในหน้าจอฝั่งตรงข้ามผมซอยประบ่า ดูทะมัดทะแมง ผิวขาวละเอียด ดวงตาเรียวสดใส หน้าตาน่ารัก ถ้าจะให้เด็กคนนี้เป็นตัวแทนรักแรกแห่งชาติ เธอก็ไม่ติดขัดอะไรเลย เด็กสาวส่งยิ้มผ่านจอมา แต่เมื่อเธอเห็นอีกฝั่งเป็นอรัญญา ดวงตานั้นเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“อุ้ย! ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ หนูคงโทรผิด”
แล้วเจ้าตัวก็รีบตัดสายไป ทิ้งอรัญญาที่ยังไม่ทันได้พูดอะไรไว้กลางอากาศแบบงง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ วางโทรศัพท์ของพี่คาร่าไว้ที่เดิม
แม้ว่าหน้าจอโทรศัพท์ของพี่คาร่าจะดับไปแล้ว แต่หัวใจเธอยังเต้นแรง เพียงแค่นึกถึงใบหน้าของเด็กสาวในวิดีโอคอลที่เธอเห็นในหน้าจอเพียงไม่กี่วินาที อรัญญานั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ปล่อยให้การ์ตูนในจอโทรทัศน์ที่เธอเปิดค้างไว้เคลื่อนไหวไปตามจังหวะของมัน
หนุ่มสาวออฟฟิศเดินผ่านประตูกระจกบานเลื่อนอัตโนมัติในช่วงเวลาเร่งรีบจนมันแทบจะไม่มีเวลาปิดตัวเองลง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำจุดตรวจสัมภาระ ตรวจกระเป๋าถือของแต่ละคนมือเป็นระวิง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนผ่านไปแตะบัตรเข้าสู่ลิฟท์ได้ทันเวลาภายในโถงมีโปสเตอร์ละครและซีรีส์ที่กำลังออกอากาศถูกแขวนเรียงรายตลอดแนวผนัง พนักงานบางส่วนกำลังต่อแถวซื้อกาแฟจากร้านประจำสำนักงานที่มีไว้บริการพวกเขา ผู้กำกับ และผู้จัดที่ถูกนัดหมายเข้ามาที่ MOVA TV ในวันนี้ยืนหลบมุมจับกลุ่มดื่มกาแฟอยู่ไม่ไกลจากบริเวณร้าน กลุ่มนักแสดงวัยรุ่นหน้าตาดีสามสี่คนยืนจับกลุ่มพูดคุยห่างออกไปเล็กน้อย พวกเขายังไม่รีบไปแย่งใช้ลิฟท์กับบรรดาพนักงานประจำในช่วงเวลานี้ธีรญาเดินผ่านประตูเข้ามาได้ เธอมองไปยังโปสเตอร์ของซีรีส์เรื่อง “Homeroom ห้องนี้มีฝัน” ที่มีเธออยู่ในภาพนั้นด้วย แม้ภาพของเธอจะตัวเล็ก ๆ อยู่ด้านหลังพระนาง เธอก็ยิ้มด้วยความภูมิใจกับผลงานเรื่องแรกของตัวเอง เธอละสายตาจากโปสเตอร์ผืนใหญ่ เดินตรงเข้าไปทักทายเพื่อนนักแสดงจากซี
ผลไม้และของหวานถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร ธีรญา กับ ธีรภัทร ช่วยพี่ ๆ แม่บ้านรับและส่งต่อให้กับผู้ใหญ่บนโต๊ะอาหาร ก่อนจะส่งสัญญาณว่าเดี๋ยวพวกเขาจัดการต่อเองให้แม่บ้านรู้ว่ามื้อเย็นใกล้สิ้นสุด“พี่แพรวไม่คิดจะบอกทุกคนเหรอว่าสอบติดคณะอะไร”ธีรภัทรหรือพัตเตอร์ถามขึ้น หลังจากบริการผลไม้และของหวานให้กับผู้ใหญ่และกลับมานั่งในที่นั่งของตัวเองเรียบร้อย ธีรญาที่กำลังตักจะอ้าปากกัดผลไม้ชะงัก เธอตั้งใจจะตีเนียนยังไม่พูดถึงเจ้าน้องชายตัวดีก็ท้วงขึ้นมาเสียก่อน“อืม …”“เอาเหอะพี่แพรว เดี๋ยวค่อยบอกป๊าทีหลังก็ได้ วันนี้ก็ไม่รู้จะมากี่โมงมีข่าวดีก็บอก ๆ กันก่อน”“ก็ได้ ๆ”ธีรญาเงยหน้าจากการกิน ทั้งโต๊ะกำลังจับจ้องเธพวกเขาพร้อมจะยินดีกับความสำเร็จอีกก้าวของเธอ ธีรญากระแอมเบา ๆ ในลำคอเรียกความมั่นใจ“ทุกคนคะ ตามที่พัตเตอร์เสนอ แพรวก็ขอประกาศข่าวดีอีกเรื่องให้ทุก ๆ คนรู้ …”“เดี๋ยว ๆ รอแป๊บ”“อะไรอีกเนี่ยพัตเตอร์ พอจะบอกก็มาเบรก”ธีรญาถามน้องชายด้วยน้ำเสี
รถห้าประตูทรงเฉี่ยวสีแดงเลี้ยวเข้ามาจอดในบริเวณบ้านเมธาวสุวงศ์ เมื่อขับเข้าไปยังส่วนจอดรถของบ้าน พี่คาร่าเห็นรถหรูสีขาวคุ้นตาจอดนิ่งอยู่ก่อนเหมือนกับว่าเจ้าของมารออยู่ที่นี่นานแล้ว“เอ้า! มาได้ไง สงสัยวันนี้เจอครบ ๆ แน่เลยนังคาร่า”คาร่าอุทานและบ่นกับตัวเองเบา ๆ ขณะปลดเข็มขัดนิรภัยออกของตัวเองออก เมื่อเห็นว่าคนนั่งเบาะข้างคนขับยังคงนิ่งสนิทเขาจึงหันไปมอง“เอ้า! นี่ก็หลับ”พี่คาร่ายิ้ม ส่ายหัวด้วยความเอ็นดู วันนี้พวกเขาออกกองไปถ่ายทำมิวสิควิดีโอกันตั้งแต่เช้ามืด เด็กแสบข้าง ๆ คงจะเพลียมากเลยหลับไปอีกรอบหลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกจากปั๊มน้ำมัน“ไอ้จิ๋ว ตื่น ถึงบ้านแล้วย่ะ”พี่คาร่าปลุกเรียกธีรญาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ไอ้จิ๋วที่ถูกเรียกงัวเงีย บิดขี้เกียจ ลืมตาขึ้นมาขณะกำลังจะอ้าปากหาว พี่คาร่ารีบเอามือตะครุบปิดปากเด็กในความดูแลไว้ทันท่วงที“โอ๊ย ไอ้จิ๋ว เราเป็นดารานะ ฝึกไว้สิยะจะหาวก็ปิดปาก ไม่มีใครเห็นก
“กรี๊ด!”คาร่าวางสายโทรศัพท์ ส่งเสียงขึ้นทำลายความเงียบในรถด้วยความดีใจ โชคดีที่เวลานี้รถกำลังติดไฟแดงอยู่กลางสี่แยกใหญ่ในกรุงเทพ ธีรญาที่กำลังงีบอยู่เบาะข้างคนขับ งัวเงียสะดุ้งตื่นขึ้นมา มองไปยังหน้ารถ เมื่อเห็นว่าการจราจรยังหยุดนิ่งเจอจึงหันกลับไปมองทางพี่คาร่าด้วยความสงสัย“หมาตัดหน้ารถหรอคะพี่คาร่า กรี๊ดซะดังเลย”“โอ๊ย ไอ้จิ๋ว ตื่นมาก็กวนประสาทกันเลยนะยะ ข่าวดีจ้า”พี่คาร่าหันมายิ้ม ไม่ถือสาที่ถูกยัยเด็กแสบกวนประสาท“พี่คาร่าจะแต่งงานหรอ?”“เอ๊ะ ยังไม่หยุดกวนฉันอีกนะ”“อ้าว! ก็ใครจะไปรู้ เมื่อคืนตอนวิดีโอคอลเห็นมีพี่สาวคนสวยรับแทน ว่าจะแซวแล้วแต่ก็ลืม ว่าแต่ข่าวดีอะไรคะ”ธีรญาส่งสายตาและน้ำเสียงออดอ้อนกับพี่ผู้จัดการหลังจากเธอกวนเขาจนพอใจ“แกแคสต์ผ่านแล้วนะไอ้จิ๋ว ซีรีส์แก๊งนักเรียนมัธยมน่ะ ลงตอนเช้าช่อง MOVA ด้วยนะ”พี่คาร่าเล่าน้ำเสียงสั่นเครือ เขา
อรัญญาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว พับปลายแขนลวก ๆ ปล่อยชายเสื้อหลวม ๆ ทับกางเกงขายาวเอวสูงสีเทาเข้ม สะพายกระเป๋าสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีขาวเพิ่มความทะมัดทะแมง แต่ยังคงความเรียบร้อยเหมาะกับการเข้าพบผู้ใหญ่ ผมยาวสีเข้มถูกปล่อยตามธรรมชาติ มีเพียงต่างหูวงเล็กและนาฬิกาข้อมือเรียบหรูยี่ห้อดังที่เธอซื้อเป็นของขวัญให้ตัวเองหลังจากทำงานมาสักระยะเป็นเครื่องประดับที่เธอเลือกใช้ในวันนี้ การแต่งตัวของเธอหลังกล้อง ดูเรียบง่ายสบายตา คล่องตัว ทะมัดทะแมง แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากภาพลักษณ์หวานละมุนที่ผู้คนเห็นเธอในภาพถ่ายโฆษณาระหว่างทางเดินไปยังห้องประชุมที่ถูกนัดหมายให้เข้ามาพูดคุยในวันนี้ อรัญญายกมือไหว้พร้อมหยุดทักทายพนักงานของ 3 พีเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ที่เธอคุ้นเคย และยิ้มให้อย่างอ่อนหวานสำหรับคนที่เธอไม่รู้จัก“โห น้องอัน นาน ๆ เข้าบริษัทให้พวกพี่เห็นทั้งทีมาในลุคทั้งสวยทั้งเท่เลยนะจ๊ะ”อรัญญายิ้มรับคำชมตาหยี“ขอบคุณค่ะ วันนี้พี่พลอยนัดประชุมเลยแต่งเรียบร้อยหน่อยค่ะ”“เรียบร้อยของเราไม่เท่ากัน ถ้าพวกพี่แต่งอย่างหนู อาจจะ
ธีรญาที่อยู่ในชุดนอนลายหมีสีฟ้าน่ารัก นั่งอยู่บนเตียงของตัวเอง เลิกลั่กอยู่กับหน้าจอ ไล่นิ้วมือหาว่าเมื่อสักครู่ที่เธอกดโทรออกไปเป็นไลน์ของพี่คาร่าหรือคนอื่นกันแน่ เธอค่อย ๆ ลดโทรศัพท์ลง หยุดการค้นหา กระพริบตาถี่ ๆ เรียกสติกลับคืนมา แววตาสงสัย หยุดลนลาน ทบทวนกับตัวเองช้า ๆ“เมื่อกี้ มันพี่อันอัน ฟง มิสอีสานคนสวยนี่หว่า”เธอเปิดหน้าแอปพลิเคชั่นดูอีกรอบ ไล่ดูรายชื่อการโทรอีกครั้ง“เราก็กดหาพี่คาร่าถูกแล้ว เฮ้ย! พี่คนสวยอยู่กับพี่คาร่า!”ธีรญาตกใจกับความจริงที่เพิ่งค้นพบ เธอทุบหน้าผากตัวเองเบา ๆ ล้มกลิ้งลงไปบนที่นอน บ่นอู้อี้อยู่กับหมอน“โอ๊ย ธีหนอธี รีบวางทำไมวะเนี่ย พลาดแล้วพลาดเลย โทรไปอีกก็เจอพี่คาร่าแล้วมั้ง ฮือ รอเจอตั้งนาน”“เซ็ง ๆ ๆ รอพี่คาร่าโทรกลับแล้วกัน ไม่โทรแล้ววุ้ย”บ่นเสร็จธีรญาจับโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเข้าเกมที่เธอเล่นค้างไว้ สัมผัสหน้าจออย่างสนุกสนาน รอเวลาพี่คาร่าโทรกลับ







