Mag-log inเช้าวันต่อมา บริษัท M Group เต็มไปด้วยความวุ่นวายตั้งแต่แปดโมงเช้า พนักงานหลายคนรีบเดินถือเอกสารกันขวักไขว่ เพราะวันนี้มีประชุมใหญ่เกี่ยวกับโปรเจกต์ใหม่ที่ภาคินให้ความสำคัญมาก
มินเดินเข้ามาในบริษัทด้วยชุดเดรสสีดำเรียบหรู ผมยาวถูกมัดต่ำอย่างเป็นระเบียบ ใบหน้าสวยนิ่งจนพนักงานหลายคนต้องหลบสายตา เธอขึ้นชื่อเรื่องความจริงจัง และดุพอสมควรเวลางานมีปัญหา “สวัสดีครับคุณมิน” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงสาวหันไป ก่อนจะเห็นไนต์ยืนถือกาแฟแก้วหนึ่งอยู่ “เช้านี้คุณดูง่วง ผมเลยซื้อกาแฟมาให้ครับ” มินมองแก้วกาแฟในมือเขานิ่ง ๆ “ใครบอกให้นายซื้อ” “ไม่มีครับ” “งั้นเอากลับไป” ไนต์ยิ้มมุมปาก “แต่ผมซื้อหวานน้อยนะ คุณน่าจะชอบ” มินชะงัก “…นายรู้ได้ไง” “วันก่อนผมเห็นคุณสั่ง” เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยื่นมือรับกาแฟมาในที่สุด “ขอบใจ” ไนต์ยิ้มทันทีเหมือนเด็กได้รางวัล และนั่นทำให้มินเผลอใจอ่อนอย่างน่าหงุดหงิด ระหว่างประชุม พนักงานทุกคนตั้งหน้าตั้งตาทำงานเต็มที่ เพราะภาคินนั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “แผนนี้ยังไม่ดีพอ” เสียงเข้มดังขึ้น ทั้งห้องเงียบกริบ ภาคินโยนแฟ้มลงโต๊ะ ก่อนมองรอบห้อง “ใครเป็นคนทำ” ไม่มีใครกล้าตอบ จนมินพูดขึ้น “ทีมการตลาดค่ะ เดี๋ยวหนูแก้เอง” ภาคินมองลูกสาวนิ่ง ๆ “อย่าปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดอีก” “ค่ะ” บรรยากาศกดดันจนหลายคนแทบหายใจไม่ออก แต่สายตาของมินกลับเผลอมองไปทางไนต์ เขากำลังจดทุกอย่างลงสมุดเงียบ ๆ ไม่มีอาการกลัวเลยแม้แต่นิด พอประชุมจบ ลลินรีบเดินเข้ามาหามิน “แก เด็กฝึกงานคนนั้นหล่อมาก” “ใคร” “ก็ไนต์ไง” มินทำหน้าเรียบ “แล้ว?” “เขามองแกทั้งประชุม” “เพ้อเจ้อ” “จริง!” มินถอนหายใจ ก่อนเดินกลับห้องทำงาน แต่ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป— เธอก็เห็นไนต์ยืนอยู่ข้างใน “เข้ามาทำไม” “เอาเอกสารมาส่งครับ” เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ก่อนขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย “คุณโอเคไหมครับ” “เรื่องอะไร” “ตอนประชุม” มินนิ่งไป “ฉันชินแล้ว” “แต่คุณดูไม่โอเคเลย” เสียงของเขาเบาลงอย่างจริงใจ จนหญิงสาวเผลอสบตาเขานานกว่าปกติ หัวใจเธอเริ่มเต้นแรงอีกแล้ว และนั่นทำให้มินรู้ตัวว่า… เด็กฝึกงานคนนี้กำลังเข้ามาใกล้หัวใจเธอมากเกินไปแล้วเสียงลมกลางคืนยังคงพัดเบา ๆแต่มินกลับแทบไม่ได้ยินอะไรอีกแล้วสายตาของเธอมองเพียงผู้ชายตรงหน้าคนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแค่เด็กฝึกงานกวน ๆแต่ตอนนี้—กลับกลายเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตเธอไปแล้วน้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมาช้า ๆไนต์เห็นแบบนั้นก็เริ่มลนทันที“คุณมิน…”เขาหัวเราะแห้ง ๆ นิดหน่อย“หรือผมรีบเกินไป”มินรีบส่ายหน้าทันทีก่อนหลุดหัวเราะทั้งน้ำตาออกมาเบา ๆ“นายชอบทำให้ฉันร้องไห้ตลอดเลย”ไนต์ยิ้มอย่างโล่งใจ ก่อนใช้นิ้วเช็ดน้ำตาให้เธอเบา ๆสายตาของเขาอ่อนโยนเหมือนทุกครั้งเหมือนวันที่เจอกันวันแรกไม่มีผิดมินมองหน้าเขานิ่ง ๆก่อนภาพความทรงจำมากมายจะไหลย้อนกลับเข้ามาวันที่เธอพยายามผลักเขาออกวันที่กลัวสายตาคนอื่นวันที่กลัวว่าความรักครั้งนี้จะไปไม่รอดแต่สุดท้าย—คนคนนี้ก็ยังจับมือเธอไว้แน่นมาตลอดไม่เคยปล่อยเลยจริง ๆมินค่อย ๆ ยื่นมือออกไปช้า ๆก่อนวางมือลงบนแก้มเขาเบา ๆ“นายรู้ไหม…”เสียงเธอสั่นนิด ๆ“ว่านายเปลี่ยนชีวิตฉันไปหมดแล้ว”ไนต์ยิ้มบาง ๆ ก่อนจับมือเธอเอาไว้“ชีวิตผมก็เหมือนกัน”ทั้งคู่มองหน้ากันเงียบ ๆสายตาเต็มไปด้วยความรักที่ผ่านอะไรมาด้วยกันมากมายก่อนที่มินจะหัวเราะเบา ๆ แล้วพยั
หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วบริษัทของไนต์เติบโตเร็วกว่าที่ใครหลายคนคาดไว้จากสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ตอนนี้กลับกลายเป็นบริษัทที่หลายองค์กรใหญ่เริ่มจับตามองรวมถึงบริษัทของภาคินเองวันเปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ มีนักธุรกิจ นักข่าว และผู้บริหารเข้าร่วมงานจำนวนมากมินยืนอยู่ด้านล่างเวทีในชุดเดรสสีดำเรียบหรูสายตาของเธอจับจ้องเพียงคนเดียวบนเวทีไนต์ในวันนี้แตกต่างจากวันแรกที่เจอกันมากจากเด็กมหา’ลัยที่ชอบยิ้มกวน ๆ ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ชายที่ดูมั่นคงและน่าเชื่อถืออย่างไม่น่าเชื่อแต่สิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน—คือสายตาที่เขามองเธอแม้จะอยู่ท่ามกลางคนมากมายแต่ทันทีที่ไนต์ลงจากเวที สายตาแรกที่เขามองหา ก็ยังเป็นเธอเสมอหัวใจของมินสั่นเบา ๆ ทุกครั้งที่เห็นแบบนั้นหลังงานจบ หลายคนเดินเข้ามาแสดงความยินดีกับไนต์ไม่หยุดแต่พอเขาเห็นมินยืนอยู่ไกล ๆชายหนุ่มกลับเดินตรงมาหาเธอทันทีโดยไม่สนใจสายตาใครอีก“เหนื่อยไหมครับ”คำถามเดิมที่ถามเธอเสมอทั้งที่คนเหนื่อยที่สุดวันนี้ควรเป็นเขาแท้ ๆมินยิ้มบาง ๆ ก่อนส่ายหน้า“เก่งขึ้นเยอะเลยนะ”ไนต์หัวเราะเบา ๆ“ชมผมอีกแล้ว”“ก็น่าชม”เขาชะงักไปทันทีเพราะมินไม่ค่อยพูดอะไรแบบนี้ออก
หลังจากวันนั้น เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วจากเด็กฝึกงานที่ใครหลายคนเคยมองข้าม ตอนนี้ไนต์เริ่มกลายเป็นคนที่ถูกพูดถึงในบริษัทมากขึ้นเรื่อย ๆโปรเจกต์ที่เขาทำกับเพื่อนมหาวิทยาลัยเริ่มมีนักลงทุนสนใจหลายบริษัทเริ่มติดต่อไปหาเขารวมถึงชื่อของเขาที่เริ่มปรากฏในข่าวธุรกิจรุ่นใหม่อยู่บ่อยครั้งแต่ถึงจะยุ่งมากแค่ไหน—เขาก็ยังไม่เคยเปลี่ยนไปเวลาที่อยู่กับมินยังโทรปลุกตอนเช้ายังซื้อกาแฟแก้วเดิมให้ยังขับรถมารอรับเธอหลังเลิกงานเหมือนเดิมทุกวันราวกับต่อให้โลกข้างนอกเปลี่ยนไปยังไงเวลาอยู่ต่อหน้าเธอ เขาก็ยังเป็น “ไนต์คนเดิม”คืนหนึ่ง มินกลับถึงคอนโดเกือบสี่ทุ่มทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็เห็นไฟในห้องเปิดอยู่ไนต์กำลังนั่งพิงโซฟาหลับคาโน้ตบุ๊กเสื้อเชิ้ตสีเข้มยับนิดหน่อยเหมือนเพิ่งกลับจากประชุมใต้ตาดูคล้ำกว่าเดิมชัดเจนหัวใจของมินอ่อนลงทันทีเธอเดินเข้าไปหาเงียบ ๆ ก่อนค่อย ๆ ดึงโน้ตบุ๊กออกจากตักเขาเบา ๆแต่ยังไม่ทันขยับ—มือใหญ่ก็จับข้อมือเธอไว้ทันทีดวงตาคมค่อย ๆ ลืมขึ้นช้า ๆ“กลับมาแล้วเหรอครับ…”เสียงงัวเงียของเขาทำให้เธอเผลอยิ้มบาง ๆ“นายควรกลับไปนอนห้องตัวเองได้แล้ว”ไนต์ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนซบหน
หลังจากเรื่องทั้งหมด ไนต์เริ่มทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่าเขาฝึกงานตอนกลางวันเรียนตอนเย็นและรับงานฟรีแลนซ์ตอนดึกจนบางครั้งแทบไม่ได้นอนมินเห็นทุกอย่างมาตลอดเห็นใต้ตาที่คล้ำขึ้นเห็นมือที่ล้าเห็นความพยายามทั้งหมดของเขาและยิ่งเห็น—เธอก็ยิ่งรักเขามากขึ้นทุกวันคืนหนึ่ง ขณะที่ไนต์กำลังนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะอาหาร มินเดินเข้าไปเงียบ ๆ ก่อนวางแก้วนมลงข้างเขา“พักบ้าง”ไนต์เงยหน้าขึ้นยิ้มทันที“อีกนิดเดียวครับ”มินมองหน้าจอเขานิ่ง ๆ ก่อนชะงักแผนธุรกิจโมเดลการลงทุนรวมถึงโปรเจกต์สตาร์ทอัพที่เขากำลังทำหัวใจเธอสั่นเบา ๆ“นายเอาจริงขนาดนี้เลยเหรอ”ไนต์หัวเราะเบา ๆ“ก็ผมอยากเก่งเร็ว ๆ”“รีบไปไหน”เขามองเธอนิ่ง ๆก่อนตอบช้า ๆ“รีบไปยืนข้างคุณไงครับ”คำตอบนั้นทำให้มินเงียบไปทันทีก่อนค่อย ๆ เดินเข้าไปกอดเขาจากด้านหลังไนต์ชะงักแต่ไม่นานก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน“คุณมินครับ”“หืม”“ผมรักคุณนะ”มินหลับตาลงช้า ๆ ก่อนกระซิบตอบเบา ๆ“…ฉันก็รักนาย”และนั่นคือครั้งแรก—ที่เธอพูดมันออกมาอย่างชัดเจนไนต์นิ่งไปทั้งตัวหลังได้ยินคำตอบนั้นเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะมือที่กำลังจับเมาส์ค่อย ๆ คลายลง ก่อ
หลังเหตุการณ์ในห้องประชุม ข่าวเรื่องมินกับไนต์ก็แพร่ไปทั่วบริษัททันทีบางคนมองว่าไม่เหมาะสมบางคนซุบซิบบางคนดูถูกไนต์ว่า “เกาะลูกเจ้าของบริษัท”แต่สิ่งที่เจ็บที่สุด—คือมินเริ่มเห็นสายตาที่มองไนต์เปลี่ยนไปเธอเกลียดมันเกลียดที่คนอื่นมองเขาเหมือนไม่คู่ควรทั้งที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาพยายามมากแค่ไหนคืนนั้น มินนั่งเงียบอยู่ในคอนโดคนเดียวก่อนเสียงกดรหัสหน้าห้องจะดังขึ้นไนต์เดินเข้ามา พร้อมถุงอาหารเหมือนทุกครั้งแต่ทันทีที่เห็นหน้าเธอ—เขาก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังคิดมาก“คุณร้องไห้เหรอ”มินรีบส่ายหน้าแต่ไนต์กลับเดินเข้ามากอดทันทีแน่นมากแน่นจนเหมือนกำลังบอกว่าไม่เป็นไรแล้วมินซบหน้าลงกับอกเขาช้า ๆ ก่อนพูดเสียงสั่น“ทุกคนกำลังว่าเรื่องนาย…”“ผมไม่สน”“แต่ฉันสน”เธอกำเสื้อเขาแน่นขึ้น“ฉันไม่ชอบให้ใครดูถูกนายเลย”ไนต์นิ่งไปทันทีก่อนหัวใจจะอ่อนลงอย่างรุนแรงเขาค่อย ๆ ประคองหน้าเธอขึ้นมามองดวงตาคมอ่อนโยนจนเธอแทบร้องไห้อีกครั้ง“งั้นคุณก็เชื่อผมสิ”“…”“สักวันผมจะทำให้ทุกคนยอมรับเราเอง”มินมองเขาเงียบ ๆก่อนสุดท้ายจะเป็นฝ่ายจูบเขาช้า ๆครั้งนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายจนแทบอธิบายไม่ได้ทั้ง
หลังจากคืนนั้น ความสัมพันธ์ของมินกับไนต์ก็เหมือนเดินเข้าสู่จุดที่ไม่สามารถปิดบังได้อีกแล้วสายตาที่มองกันความใกล้ชิดรวมถึงความห่วงใยที่ชัดเจนเกินไปทุกอย่างเริ่มกลายเป็นที่พูดถึงในบริษัทมากขึ้นเรื่อย ๆและสุดท้าย—มันก็หลุดไปถึงหูคณะผู้บริหารเช้าวันจันทร์ บรรยากาศในบริษัทเงียบผิดปกติมินเดินผ่านพนักงานหลายคนที่รีบหลบสายตาทันทีเมื่อเธอมองไปหัวใจเธอเริ่มรู้สึกไม่ดีจนกระทั่งเลขาหน้าห้องรีบเดินเข้ามา“คุณมินคะ… ท่านประธานเรียกประชุมด่วนค่ะ”ทันทีที่เข้าไปในห้องประชุม มินก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะบนโต๊ะมีรูปถ่ายหลายใบวางอยู่ภาพตอนเธอกับไนต์อยู่ด้วยกันภาพที่เขากอดเธอหน้าคอนโดแม้แต่ภาพตอนจับมือกันในลานจอดรถหัวใจของมินเย็นวาบทันทีผู้บริหารบางคนเริ่มมองเธอด้วยสายตาไม่พอใจ“เรื่องนี้จริงไหม”เสียงหนึ่งถามขึ้นห้องทั้งห้องเงียบสนิทมินกำมือแน่นใต้โต๊ะก่อนตอบช้า ๆ“…ค่ะ”ทันทีที่คำตอบหลุดออกไป บรรยากาศก็ยิ่งตึงเครียด“คุณกำลังทำให้บริษัทเสียภาพลักษณ์”“เรื่องส่วนตัวไม่น่าจะ—”“ส่วนตัว?”ผู้บริหารอีกคนพูดแทรกทันที“คุณเป็นลูกสาวประธานนะคุณมิน ทุกอย่างที่คุณทำกระทบบริษัททั้งหมด”
เช้าวันต่อมา มินตื่นขึ้นมาพร้อมความเงียบในห้องพักโรงแรมแสงแดดอ่อนลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาเบา ๆเธอนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเมื่อคืนทั้งหมดจะย้อนกลับเข้ามาในหัวจูบของไนต์อ้อมกอดของเขาสายตาที่มองเธอราวกับเธอสำคัญที่สุดในโลกหัวใจของมินเต้นแรงขึ้นทันทีหญิงสาวรีบลุกขึ้นนั่ง ก่อนพบว่าอีกฝั่งของเตียง
หลังงานเลี้ยงจบเกือบเที่ยงคืน ผู้คนเริ่มทยอยกลับจนเหลือเพียงพนักงานไม่กี่คนที่กำลังเก็บสถานที่มินยืนพิงระเบียงโรงแรมเงียบ ๆสายลมกลางคืนพัดชายผมยาวของเธอเบา ๆ ขณะที่มือบางถือแก้วไวน์ไว้หลวม ๆคืนนี้เธอดื่มไปเยอะกว่าปกติส่วนหนึ่งเพราะเหนื่อยอีกส่วน… เพราะใจเริ่มวุ่นวายเกินควบคุมเสียงฝีเท้าคุ้นเค
หลังคำสารภาพของไนต์ ทุกอย่างระหว่างพวกเขาก็เปลี่ยนไปแม้มินจะพยายามทำตัวปกติแต่ทุกครั้งที่เธอสบตาเขา หัวใจก็เต้นแรงจนปิดไม่มิดเช้าวันจันทร์ บริษัทวุ่นวายตั้งแต่เช้าเพราะคืนนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับนักลงทุนต่างชาติมินต้องอยู่ดูรายละเอียดทุกอย่างด้วยตัวเอง“ดอกไม้ตรงนี้เปลี่ยนใหม่ค่ะ”“ไฟฝั่งนั้นสว่า
หลังจากวันนั้น มินเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองเผลอมองหาไนต์บ่อยขึ้นทั้งที่เมื่อก่อนเธอไม่เคยสนใจพนักงานคนไหนเป็นพิเศษแต่ตอนนี้ แค่เดินผ่านแผนกแล้วไม่เห็นเด็กฝึกงานตัวสูงคนนั้นอยู่ตรงโต๊ะ เธอกลับรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูกเย็นวันศุกร์ ออฟฟิศเงียบกว่าปกติ เพราะหลายคนรีบกลับบ้านเหลือเพียงไฟบางส่วนที่ยังเป







