LOGINบ้านสวนบนภูเขาไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ ไม่ได้หรูหรา ไม่ได้ออกแบบมาเพื่ออวดใคร มันเป็นเพียงบ้านไม้หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเนินที่มองเห็นแนวเขาซ้อนกันไกลสุดสายตาเช้า ๆ มีหมอกบางลอยอ้อยอิ่งและเย็น ๆ มีลมพัดกลิ่นดิน กลิ่นหญ้า และกลิ่นใบไม้แห้งเข้ามาในบ้าน เป็นสถานที่ที่เวลาเหมือนเดินช้ากว่าที่อื่นดารินทร์เลือ
ค่ำวันนั้น โรงพยาบาลเงียบกว่าทุกวัน ไม่ใช่เพราะคนหายไปแต่เพราะเวลากำลังเคลื่อนช้าลงอย่างตั้งใจเหมือนเปิดพื้นที่ให้ใครบางคนได้คิด ได้ฟังเสียงหัวใจตัวเองโดยไม่ถูกเร่งรัดดารินทร์นั่งอยู่ริมหน้าต่าง ม่านสีอ่อนปลิวไหวตามแรงลมจากช่องระบายอากาศแสงไฟจากตึกฝั่งตรงข้ามสะท้อนเข้ามาเป็นจุดเล็ก ๆ กระจัดกระจายไม
เช้าวันใหม่ไม่ได้พาอะไรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน แสงแดดที่ลอดผ่านม่านยังคงอ่อน อากาศในห้องพักฟื้นยังคงนิ่ง เสียงเครื่องมือแพทย์ยังดังเป็นจังหวะเดิม แต่ดารินทร์รู้รู้ตั้งแต่วินาทีที่ลืมตาขึ้นมาว่าบางอย่างในตัวเธอ ไม่เหมือนเดิมแล้วไม่ใช่ความรู้สึกตื่นเต้นไม่ใช่ความหวัง ไม่ใช่การตัดสินใจ มันเป็นเพียงความร
กลางดึกของคืนหนึ่งห้องพักฟื้นเงียบงันจนได้ยินเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียง ติ๊ด…ติ๊ด… ไม่ดังพอจะรบกวน แต่ก็ชัดพอจะย้ำเตือนว่าทุกชีวิตในห้องนี้ยังคงดำเนินอยู่ตามจังหวะของมันเองแสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมข้างเตียงทอดลงมาอย่างแผ่วเบา ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นเท่าไร มันเพียงทำให
ห้องพักฟื้นในช่วงสายเงียบกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ใช่เพราะไม่มีคนแต่เพราะทุกคนที่อยู่ในนั้นรู้ดีว่าไม่ควรพูดมากดารินทร์นั่งพิงหัวเตียงร่างกายยังไม่ฟื้นเต็มที่ ความปวดเมื่อยยังแฝงอยู่ตามข้อต่อแต่หัวใจกลับนิ่งกว่าที่เคยเป็นมาในรอบหลายปีลูกชายถูกอุ้มไว้ในอ้อมแขนน้ำหนักเบา ตัวอุ่นบ่งบอกถึงความมีชีวิต ทุกกา
ความเงียบหลังคลอดไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงดารินทร์นอนนิ่งอยู่บนเตียง แสงอ่อนจากหน้าต่างส่องเข้ามาในห้องพักฟื้น ไม่จ้าเกินไป และไม่ได้สว่างเกินจะเป็น แต่เป็นแสงที่เหมาะกับการหายใจช้า ๆ เหมาะกับการฟังเสียงหัวใจของตัวเองร่างกายของเธออ่อนล้า เหมือนผ่านสงคร
หลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างหยกกับวินทัพก็เปลี่ยนไปอย่างเงียบงัน ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครสังเกต แต่สำหรับหยกแล้ว เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า เส้นที่เคยแบ่งระหว่าง ‘เจ้านาย’ กับ ‘ผู้ร่วมงาน’ ได้เลือนหายไปโดยสมบูรณ์วินทัพไม่ได้โทรหาเธอบ่อย ไม่ได้ถามไถ่ไม่ได้เร่งรัด เขาเพียงทิ้งพื้นที่ว่างไว้พื้นที่ท
เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมแสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องนอน ดารินทร์ลืมตาขึ้นช้า ๆ หลังจากหลับ ๆ ตื่น ๆ มาทั้งคืน เสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่หัวใจของเธอกลับไม่อาจสงบตามได้เลยเธอขยับตัวเล็กน้อย ความรู้สึกตึงหน่วงที่ท้องเตือนให้รู้ว่าร่างกายไม่ได้เป็นของเธอเพียงคนเดีย
รถคันสีดำสนิทค่อย ๆ จอดลงข้างทางอย่างเงียบเชียบ เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบที่ปกคลุมบรรยากาศรอบตัว ดารินทร์ที่ยืนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่เงยหน้าขึ้นช้า ๆ เมื่อเห็นประตูรถเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนก้าวลงมาก่อน ใบหน้าเคร่งขรึม สุขุม และเต็มไปด้วยความหนักแน่นแบบผู้ผ่านโลกมานาน“ยัยหนู…”เพี
ฝนตกปรอย ๆ ตั้งแต่เช้ามืด เม็ดฝนเล็ก ๆ กระทบกระจกหน้าต่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงนั้นไม่ได้ดังพอจะรบกวนใคร แต่กลับดังพอจะทำให้หัวใจของดารินทร์ยิ่งอึดอัด เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ริมหน้าต่าง มือวางทับหน้าท้อง ดวงตามองออกไปยังสวนที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยละอองฝนสามวันแล้ว สามวันที่เธอยังอยู่ที่บ้านหลังนี้ และสามวัน







