Share

บทที่ 10 เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-05 10:17:52

บทที่ 10

เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ

               แม่นมจื่อฮวาไม่รอช้า รีบจูงมือองค์ชายน้อยวิ่งตรงไปทางที่ลี่ถิงซ่อนตัวอยู่

               เซี่ยอวี้ก้าวเท้าเล็กๆ ตามอย่างสุดกำลัง พยายามตามให้ทัน ทว่าในจังหวะนั้นเอง โจรป่าคนหนึ่งที่ยังไม่สิ้นฤทธิ์กลับยื่นมือคว้าข้อเท้าของเขาไว้แน่น

               “ว๊าก!” เด็กชายร้องลั่นด้วยความตกใจ ทั้งเตะทั้งถีบ แต่ฝ่ามือหยาบกร้านนั้นกลับเหนียวแน่นยิ่งกว่ากาว ต่อให้ถีบจนรองเท้าหลุดไปอีกข้างก็ยังไม่เป็นผล

               ทันใดนั้นเอง เซี่ยอวี้พลันนึกขึ้นมาได้ว่าเขายังมี ‘อาวุธลับ’ ที่พี่สาวมอบให้!

               เด็กชายคิดไวทำไว หยิบขวดเล็กๆ จากอกเสื้อออกมา จากนั้นก็ฉีดอาวุธลับใส่หน้าโจรป่าทันที

               ฟู่! ฟู่!

               ละอองจากสเปรย์พริกไทยพุ่งเข้าเต็มตา จมูก และปากของโจร

               “อ๊ากกก! ตาข้า! แสบโว้ย!!”

               โจรป่าปล่อยมือจากเท้าเล็กๆ ของเด็กชาย ปิดหน้าปิดตาตัวเองพร้อมกับดิ้นกระแด๋วๆ ด้วยความทรมาน

               เซี่ยอวี้ไม่รอช้ารีบออกวิ่งพร้อมกับแม่นมต่อ แต่เพียงครู่เดียวกลับรู้สึกถึงฝ่ามือใหญ่ที่แตะลงบนบ่าเล็กๆ ของตน

               เขาสะดุ้งสุดตัว ด้วยความตกใจจึงรีบหันไปพ่นสเปรย์ใส่โดยไม่คิด

               “องค์ชา...โอ๊ย! แสบ! แสบตา...กระหม่อมเอง! กระหม่อมเอง!”

               เสียงร้องโอดครวญอย่างทรมานของคนผู้นี้คุ้นหูยิ่งนัก และยังดูเหมือนว่าในช่วงนี้ เซี่ยอวี้กับเจ้าของเสียงนั้นจะแบ่งปันของกินให้กันบ่อยๆ ด้วย!

               เซี่ยอวี้ที่กำลังจะออกวิ่งตามแม่นมถึงกับชะงักแทบหัวทิ่ม หันขวับกลับมามองด้วยสีหน้าตกใจปนงุนงง

               “พี่ชายเนื้อแห้ง!?”

               ใช่แล้ว ชายหนุ่มที่ถูกสเปรย์พริกไทยเล่นงานคนที่สองคือทหารหนุ่มหน้าอ่อน ผู้ที่เคยแบ่งปันเนื้อแห้งและเคยได้รับซาลาเปาจากองค์ชายน้อย

               ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย ทันทีที่ ‘สวี่เฟิง’ เห็นโจรป่ากลุ่มหนึ่งบุกเข้ากระโจมขององค์ชายตัวน้อย เขารีบฝ่าวงล้อมโจรป่า พุ่งเข้ามาช่วยเหลือองค์ชายอย่างไม่ลังเล

               ทว่าโชคไม่เข้าข้าง เขาที่ตั้งใจจะบึ่งมาช่วยองค์ชายกลับดันโดนละอองแปลกๆ ฉีดใส่เข้าหน้าเต็มๆ ทั้งแสบและมีกลิ่นฉุน

               “อาวุธขององค์ชายร้ายกาจยิ่งนัก ทำกระหม่อมแสบตาจนลืมตาไม่ขึ้นเลยพ่ะย่ะค่ะ…” เขาพึมพำพลางเช็ดน้ำตาที่ไหลพราก

               เซี่ยอวี้ยิ้มแหย จากนั้นเขากับแม่นมก็ช่วยกันหาน้ำมาให้พี่ชายทหารล้างหน้า

               หลังจากพี่ชายทหารล้างหน้าเสร็จ ใบหน้าที่เปียกชื้นยังไม่ทันแห้งดี สายตาก็พลันเหลือบเห็นเงาหลายสายพุ่งตรงเข้ามาทางนี้

               “ให้ตายเถอะ!” สวี่เฟิงสบถเสียงต่ำ

               “คงเป็นโจรป่ากลุ่มใหม่...ตั้งสติให้ดี ยังไงก็ต้องช่วยกันปกป้ององค์ชายให้ได้!” แม่นมจื่อฮวาเอ่ยเตือนให้ทุกคนมีสติ ก่อนดวงตาของนางจะฉายแววเฉียบคม

               “ทราบแล้ว!”

               ทุกคนรับคำ ไม่เว้นแม้แต่ลี่ถิงที่ซ่อนตัวหลังพุ่มไม้

               ชั่วพริบตาต่อมา ความอลหม่านก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง ทั้งสี่คนต่างงัดอาวุธที่ตนมีออกมาใช้ ช่วยเหลือกันจัการโจรป่าอย่างสุดกำลัง ลี่ถิงกับเซี่ยอวี้ไม่มีวรยุทธ์ ทั้งสองจึงใช้จังหวะที่พวกโจรล้มช่วยกันรุมสกรัมให้เละ คนหนึ่งฟาดกระบองไฟฟ้า และอีกคนฉีดสเปรย์พริกไทย

               ในที่สุดทั้งสี่คนก็ช่วยกันฝ่าฟันจนรอดพ้นสถานการณ์นั้นมาได้อย่างหวุดหวิด

               ..

               ..

               ทางด้านกองทหารหลักของแม่ทัพไป๋มู่อวิ๋น เพียงไม่นานก็กำราบโจรป่าจนสิ้น

               เสียงดาบเงียบลงในตอนที่แม่ทัพหนุ่มตัดหัวของหัวหน้าโจรได้ โจรที่เหลือเห็นอย่างนั้นต่างก็ทิ้งอาวุธ สับตีนแตกหนีเข้าป่ากระเจิดกระเจิง คนที่บาดเจ็บหรือหนีไม่ทันล้วนถูกจับมัด

               “รอดแล้ว…รอดแล้ว!”

               เซี่ยหยู่ที่สู้กับโจรป่าจนถึงที่สุด หลังจากเห็นว่ารอดชีวิตจาก ‘อีเว้นต์โจรป่า’ มาได้ นางก็ตบอกด้วยความโล่งใจ

               อย่างไรก็ตาม ไป๋มู่อวิ๋นที่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับองค์หญิง และตอนี้เขาก็กำลังยืนอยู่ข้างๆ นาง อดไม่ได้ที่จะหลุบตามองเด็กสาวด้วยความสงสัย

               ..

               ..

               เมื่อสถานการณ์กลับสู่ความสงบ ตรวจนับดูแล้ว ทางฝ่ายโจรป่าตายสิบเจ็ดคน บาดเจ็บสิบกว่าคน ที่เหลือวิ่งหนีเข้าป่าไปแล้ว

               ทหารฝ่ายแม่ทัพไป๋มู่อวิ๋นพลีชีพสามชีวิต บาดเจ็บอีกสิบสี่

               ‘หวังต้าเจิง’ หมอทหารอายุสามสิบกว่าๆ จัดการแยกคนเจ็บหนัก ปานกลาง และคนที่บาดเจ็บเล็กน้อยออกเป็นกลุ่มๆ ด้วยความคล่องแคล่ว

               ทหารที่ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก และพอเหลือเรี่ยวแรง ต่างก็ช่วยกันนำร่างไร้วิญญาณของโจรป่ามาเรียงรายไว้ด้านหนึ่ง ส่วนโจรป่าที่บาดเจ็บก็ถูกจัดมัดหันหลังติดกับต้นไม้

               ในระหว่างที่ไป๋มู่อวิ๋นเดินตรวจสอบศพของโจรป่าและสถานที่รอบๆ ทางด้านรองแม่ทัพเสิ่นก็ได้พาทหารสองสามคนไล่ตามโจรป่าที่หลบหนี เผื่อว่าจะเจอรังของพวกมัน

               ย้อนกลับมา…

               ลี่ถิงน้ำตาคลอ เกาะแขนองค์หญิงแน่นพลางพร่ำบ่นไม่หยุด “องค์หญิง อย่าได้เสี่ยงชีวิตต่อสู้กับโจรเช่นนั้นอีกนะเพคะ หัวใจของหม่อมฉันรับไม่ไหว เกือบหยุดเต้นอยู่แล้ว”

               “อืม” เซี่ยหยู่เพียงพยักหน้ารับส่งๆ จากนั้นก็ก้มลงมองน้องชายตัวน้อยที่เหลือแต่ถุงเท้า ก่อนเอ่ยถามด้วยความฉงน

               “รองเท้าเจ้าไปไหนเสียแล้วล่ะ”

               “หายแล้ว…”

               เซี่ยหยู่ถอนหายใจแผ่วเบาแล้วถามต่อ

               “ตกใจหรือไม่”

               เซี่ยอวี้พยักหน้า จากนั้นก็ส่ายหน้า

               จริงๆ แล้ว เซี่ยอวี้กลัวแทบตาย แต่ก็ไม่ยอมรับต่อหน้าพี่สาวหรอก เดี๋ยวแพ้! 

               เซี่ยหยู่เห็นอารมณ์ซับซ้อนบนใบหน้าของเจ้าตัวเล็กก็ยิ้มอย่างอ่อนใจ ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะของเขาอย่างอ่อนโยน “เจ้าเก่งมาก กล้าหาญยิ่งนัก”

               ก่อนหน้านี้ แม่นมจื่อฮวาเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า นางเร่งรีบพาองค์ชายเซี่ยอวี้หนีจนไม่ทันสังเกตว่าองค์ชายถูกโจรคนหนึ่งคว้าขาไว้ โชคดีที่องค์ชายมีสติ ใช้น้ำยาที่องค์หญิงมอบให้ฉีดใส่หน้าพวกมันจนรอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด แต่เรื่องที่องค์ชายเผลอฉีดน้ำยาใส่หน้าทหารที่มาช่วย ตรงนี้แม่นมจื่อฮวาไม่ได้เล่า ประเดี๋ยวองค์ชายจะอาย

               “นี่! นี่! พี่หญิงยังมีน้ำยานั้นอยู่อีกหรือไม่”

               เซี่ยอวี้ถามด้วยดวงตาเป็นประกาย พร้อมประคองขวดสเปรย์พริกไทยที่ว่างเปล่าให้เซี่ยหยู่ดู

               เซี่ยหยู่พยักหน้าตอบ “ได้ แล้วข้าจะทำเพิ่มไว้ให้…แต่ก่อนอื่น ต้องหารองเท้าใหม่ให้เจ้าใส่เสียก่อน”

               ว่าแล้วนางก็กลับไปที่รถม้า ล้วงรองเท้าผ้าใบเด็กจากมิติออกมา ทั้งยังหยิบเพิ่มอีกสองคู่ เป็นส่วนของลี่ถิงกับแม่นม จากนั้นก็ให้พวกเขาเปลี่ยนจากรองเท้าผ้าปักที่ขาดมาสวมรองรองเท้าผ้าใบ พื้นรองเท้านุ่มมาก พวกเขาจะเดินสะดวกยิ่งขึ้น

               “แล้ว...เจ้าเป็นใคร ทำไมหน้าบวมแดงเหมือนหัวหมูต้มเช่นนั้นเล่า”

               เซี่ยหยู่เหลือบตามองทหารที่ยืนประกบข้างหลังเซี่ยอวี้มาตั้งแต่เมื่อครู่ จะไม่ถามก็ไม่ได้

               ทหารหนุ่มคนนั้นยิ้มแห้งๆ เขาเพิ่งจะเปิดปากพูดว่า “กระหม่อม...” เซี่ยอวี้ก็ชิงแนะนำตัวแทนเสียก่อนว่า “พี่ชายเฟิง เขาช่วยข้าไว้!”

               “อ้อ”

               ที่แท้ก็เป็นทหารหนุ่มหน้าอ่อนคนนั้นนั่นเอง

               “ต่อจากนี้ เจ้าก็ตามคุ้มกันองค์ชายแล้วกัน”

               สวี่เฟิงก้มศีรษะตอบรับ พ่ะย่ะค่ะ

               เซี่ยหยู่เพิ่งพยักหน้า ตอนนั้นเองเสียงโอดโอยของทหารคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา

               “แย่แล้ว! สมุนไพรไม่พอ!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 6 สี่ทหารเสือ และ บทพิเศษ (สริม)

    บทพิเศษ 6สี่ทหารเสือ 10 ปีต่อมา สายลมเค็มจากทะเลซัดสาดเป็นระลอก ท่ามกลางบรรยากาศดุดันของท้องทะเล เสียงโห่ร้องของเหล่าทหารดังกึกก้องประสานกับเสียงคลื่น ยิ่งปลุกเร้าโลหิตในอกของเหล่าทหารกล้าให้เดือดพล่าน ในยามนี้ เบื้องหน้ากองทัพเรือของแคว้นต้าเซี่ย คือเรือศึกมหึมาที่เรียงรายแน่นขนัด ธงสีดำลายหัวกะโหลกโบกสะบัดเหนือเสากระโดงตามกระแสลม เมื่อกองเรือธงหัวกะโหลกเคลื่อนเข้าสู่ระยะประชิด เด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่บนเรือหลักของต้าเซี่ยในชุดเกราะสีดำก็ก้าวขึ้นสู่ดาดฟ้า เขายืนตระหง่าน ใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่ง ดวงตาคมกริบไร้ความลังเลจ้องตรงไปยังศัตรูเบื้องหน้า ก่อนคำสั่งออกมาด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง “ยิง!” ตูม! ตูม! ตูม!! ปืนใหญ่คำรามสนั่น แรงระเบิดสั่นสะเทือนทั้งผืนน้ำและผืนฟ้า เรือโจรสลัดหลายลำถูกกระหน่ำยิงจนแตกเป็นเสี่ยง ไฟลุกโชน เศษซากปลิวกระจัดกระจายทั่วสมรภูมิท้องทะเล “รายงานฝ่าบาท ศัตรูเสียหายหนัก เรือแตกจมหลายลำ แต่ยังมีกองเรือส่วนหนึ่งพยายามฝ่าเข้ามาพ่ะย่ะค่ะ!” “อ

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 5 ทลายกำแพงน้ำแข็ง

    บทพิเศษ 5ทลายกำแพงน้ำแข็ง ครั้นเห็นว่าเซี่ยหยู่เป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว เซี่ยไคเหรินค่อยรู้สึกเบาใจขึ้นมานิดหน่อย ทว่าเมื่อหวนคิดถึงสถานการณ์ของตนเอง ในอกก็อดเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมาไม่ได้ ตลอดสองปีที่เซี่ยหยู่กับไป๋มู่อวิ๋นออกท่องยุทธภพด้วยกัน เขาเองก็ไม่ได้เพิกเฉยต่อความรู้สึกของตนเองเลยแม้แต่น้อย เขาเอาใจใส่จิ้งอี๋อย่างจริงจังและสม่ำเสมอ แม้จะรู้ดีว่าองครักษ์สาวผู้เยือกเย็นเช่นนางไม่เคยขัดสนสิ่งใด แต่เขาก็ไม่ได้ละความพยายามที่จะเอาใจใส่นาง ทั้งส่งอาวุธชิ้นใหม่ไปให้ ทั้งชวนนางออกไปกินมื้อเย็นด้วยกัน กระทั่งยอมทุ่มเงินจำนวนมากให้เยว่หลิวเซิง เพื่อแลกซื้ออาวุธจากระบบมาให้นางโดยเฉพาะ แต่กระนั้น นางกลับยังคงนิ่งเฉยไม่เปลี่ยน เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง เทศกาลล่าสัตว์ก็มาถึง ในงานนี้ ฮ่องเต้น้อยย่อมต้องเสด็จออกล่าสัตว์ด้วย เพราะหากปล่อยให้ผู้ว่าราชการแทนอย่างเขาออกหน้าเพียงฝ่ายเดียว ย่อมดูเหมือนว่าเขาตั้งตนยึดอำนาจ ในยามบ้านเมืองสงบสุข ขุนนางที่ว่างงานหันมาชิงดีช

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 4 งานแต่งที่คาดไม่ถึง (2)

    บทพิเศษ 4งานแต่งที่คาดไม่ถึง (2) หลังจากเข้าใจทุกอย่างแล้ว เซี่ยหยู่หลุบตามองมือใหญ่ที่กุมมือนางไว้อย่างหวงแหน มุมปากของนางยกยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะยื่นมือเข้าไปตบหลังมือของเขาเบาๆ เป็นการปลอบ “ไม่เป็นไร ข้าจะพูดกับนางเอง” “ข้าไม่มีทางยกเจ้าให้นาง” น้ำเสียงของไป๋มู่อวิ๋นแม้จะราบเรียบ หากแต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น เซี่ยหยู่ยิ้มให้เขา ก่อนจะหันไปมององค์หญิงใหญ่เผ่าเหมียว อีกฝ่ายดูร้อนรนขึ้นมาทันที รีบชิงเอ่ยขึ้นก่อน “พวกท่านยังไม่ได้แต่งงานกันไม่ใช่หรือ เช่นนั้นรับข้าเป็นอนุเสียก่อนไม่ได้หรือ ข้าเพียงอยากมีเหตุผลร่วมเดินทางไปด้วยเท่านั้นเอง” องค์หญิงใหญ่เผ่าเหมียวยังคงดื้อดึง ไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย เซี่ยหยู่ย่นหัวคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ข้าได้ประกาศไว้แล้วว่า จวนของข้าจะไม่มีอนุ หากเขากล้ารับใครเข้ามา ข้าก็จะหย่าทันที ถ้าอยากได้เขา ข้าจะยกให้...” คำพูดยังไม่ทันจบดี ฝ่ามือใหญ่ก็บีบมือของนางแน่นขึ้น

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 3 งานแต่งที่คาดไม่ถึง (1)

    บทพิเศษ 3งานแต่งที่คาดไม่ถึง (1) ทางด้านเซี่ยหยู่และไป๋มู่อวิ๋น หลังจากออกเดินทางขึ้นเหนือลงใต้ ตระเวนไปทั่วแผ่นดินต้าเซี่ย เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ล่วงเลยมาถึงสองปีเต็ม เซี่ยหยู่อายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ กลายเป็นหญิงงามเต็มตัว หากก็แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งความองอาจและสูงศักดิ์ ส่วนไป๋มู่อวิ๋นนั้น เดิมทีก็หล่อเหลาเหนือคนทั่วไปอยู่แล้ว ครั้นยิ่งมีความรัก ความหล่อเหลานั้นก็ยิ่งทวีคูณ หากกระนั้น ด้วยการผ่านศึกนับครั้งไม่ถ้วน ท่วงท่าและอากัปกิริยาของเขากลับแฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งและองอาจ ชวนให้ผู้พบเห็นยำเกรงโดยไม่รู้ตัว เมื่อหนุ่มรูปงามกับสาวงามเคียงข้างกัน ภาพนั้นทำให้ผู้พบเห็นอดคิดไม่ได้ว่า เทพเซียนจากสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์แท้ๆ ในยามนี้ ทั้งสองเพิ่งเข้าประตูวิวาห์ตามธรรมเนียมของราชวงศ์มาหมาดๆ และกำลังจ้องตากันปริบๆ อยู่ในห้องหอ หากถามว่าเหตุใดทั้งสองจึงจัดงานแต่งอย่างกะทันหัน ต้องย้อนกลับไปเมื่อสามสี่เดือนก่อน ในครานั้น ทั้งคู่เพิ่งเดินทางเข้าสู่เขตป่าของเผ่าเหมียวเจียง บังเอิญได้ยินเสียงร้

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 2 เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ (อีกแล้ว)

    บทพิเศษ 2เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ (อีกแล้ว) นับตั้งแต่ที่องค์หญิงสี่เซี่ยหยู่หนีออกจากวัง ไม่ใช่สิ! ต้องเรียกว่าออกเดินทางตรวจการทั่วแผ่นดิน ราชฎีกาที่กล่าวถึงความอยุติธรรมซึ่งราษฎรร้องเรียนเข้ามาก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ถือว่านางปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนฮ่องเต้น้อยเซี่ยอวี้ แม้ระยะหลังจะสนิทสนมกับพี่สาวร่วมอุทร ก็ไม่ได้ร้องไห้โวยวายขอติดตามออกไปท่องโลกกว้างเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เพราะทุกครั้งที่เซี่ยหยู่พบของดีๆ ระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นของเล่นหรือของกิน นางมักจะเก็บของเหล่านั้นใส่ไว้ในมิติ แล้วฝากเยว่หลิวเซิงส่งต่อให้เจ้าตัวเล็กอยู่เสมอ มิหนำซ้ำ ข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ยังถูกส่งถึงเซี่ยไคเหรินอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ต่อให้บางพื้นที่เกิดโรคระบาดหรือประสบภัยพิบัติธรรมชาติ เซี่ยไคเหรินก็สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที กล่าวถึงเซี่ยอวี้ในยามนี้ เจ้าเล็กตัวขยันเล่าเรียนอย่างยิ่ง ทุกเช้าซานหมิงสหายร่วมศึกษาจะเข้ามาในวัง เพื่อร่วมเรียนกับฮ่องเต้น้อย ครั้นถึง

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 1 องค์หญิงสี่หนีออกวังแล้ว!

    บทพิเศษ 1องค์หญิงสี่หนีออกวังแล้ว! นับตั้งแต่เซี่ยหยู่ยกทัพมุ่งหน้าสู่ชายแดนตะวันตก วันเวลาก็ล่วงผ่านมาแล้วสามเดือน ในที่สุดม้าเร็วก็นำข่าวดีส่งกลับมายังเมืองหลวง เมื่อเซี่ยไคเหรินได้รับรายงาน สีหน้าก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด อดยินดีไม่ได้ที่เมืองฝานถูและเมืองอู๋เวยถูกยึดคืนมาสู่ต้าเซี่ยได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้น เยว่หลิวเซิงยังจัดตั้งหน่วยรบพิเศษแดนตะวันตกขึ้นมาใหม่อีกด้วย การก่อสร้างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีเครื่องจักรครบครัน ยิ่งกว่านั้น ทหารตระกูลไป๋ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างจากเมืองหลิงหนานอยู่แล้ว เมื่อร่วมมือกับทหารของเว่ยเซียง งานทุกอย่างจึงคืบหน้าอย่างรวดเร็ว ตอนสร้างศูนย์ฝึกพิเศษ เว่ยเซียงที่ได้เห็นเครื่องจักรและเครื่องมือทันสมัยเป็นครั้งแรก ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกไปทั้งวัน ต่อมา เมื่อประจักษ์ถึงความสามารถราวกับฟ้าประทานขององค์หญิงสี่ เขาก็แทบลงไปคุกเข่าคารวะเซี่ยหยู่ด้วยความเทิดทูลประหนึ่งว่านางเป็นเทพเจ้า หากไม่ใช่เพราะเซี่ยหยู่ย้ำนักย้ำหนาว่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status