Share

บทที่ 10 เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ

last update Huling Na-update: 2025-10-05 10:17:52

บทที่ 10

เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ

               แม่นมจื่อฮวาไม่รอช้า รีบจูงมือองค์ชายน้อยวิ่งตรงไปทางที่ลี่ถิงซ่อนตัวอยู่

               เซี่ยอวี้ก้าวเท้าเล็กๆ ตามอย่างสุดกำลัง พยายามตามให้ทัน ทว่าในจังหวะนั้นเอง โจรป่าคนหนึ่งที่ยังไม่สิ้นฤทธิ์กลับยื่นมือคว้าข้อเท้าของเขาไว้แน่น

               “ว๊าก!” เด็กชายร้องลั่นด้วยความตกใจ ทั้งเตะทั้งถีบ แต่ฝ่ามือหยาบกร้านนั้นกลับเหนียวแน่นยิ่งกว่ากาว ต่อให้ถีบจนรองเท้าหลุดไปอีกข้างก็ยังไม่เป็นผล

               ทันใดนั้นเอง เซี่ยอวี้พลันนึกขึ้นมาได้ว่าเขายังมี ‘อาวุธลับ’ ที่พี่สาวมอบให้!

               เด็กชายคิดไวทำไว หยิบขวดเล็กๆ จากอกเสื้อออกมา จากนั้นก็ฉีดอาวุธลับใส่หน้าโจรป่าทันที

               ฟู่! ฟู่!

               ละอองจากสเปรย์พริกไทยพุ่งเข้าเต็มตา จมูก และปากของโจร

               “อ๊ากกก! ตาข้า! แสบโว้ย!!”

               โจรป่าปล่อยมือจากเท้าเล็กๆ ของเด็กชาย ปิดหน้าปิดตาตัวเองพร้อมกับดิ้นกระแด๋วๆ ด้วยความทรมาน

               เซี่ยอวี้ไม่รอช้ารีบออกวิ่งพร้อมกับแม่นมต่อ แต่เพียงครู่เดียวกลับรู้สึกถึงฝ่ามือใหญ่ที่แตะลงบนบ่าเล็กๆ ของตน

               เขาสะดุ้งสุดตัว ด้วยความตกใจจึงรีบหันไปพ่นสเปรย์ใส่โดยไม่คิด

               “องค์ชา...โอ๊ย! แสบ! แสบตา...กระหม่อมเอง! กระหม่อมเอง!”

               เสียงร้องโอดครวญอย่างทรมานของคนผู้นี้คุ้นหูยิ่งนัก และยังดูเหมือนว่าในช่วงนี้ เซี่ยอวี้กับเจ้าของเสียงนั้นจะแบ่งปันของกินให้กันบ่อยๆ ด้วย!

               เซี่ยอวี้ที่กำลังจะออกวิ่งตามแม่นมถึงกับชะงักแทบหัวทิ่ม หันขวับกลับมามองด้วยสีหน้าตกใจปนงุนงง

               “พี่ชายเนื้อแห้ง!?”

               ใช่แล้ว ชายหนุ่มที่ถูกสเปรย์พริกไทยเล่นงานคนที่สองคือทหารหนุ่มหน้าอ่อน ผู้ที่เคยแบ่งปันเนื้อแห้งและเคยได้รับซาลาเปาจากองค์ชายน้อย

               ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย ทันทีที่ ‘สวี่เฟิง’ เห็นโจรป่ากลุ่มหนึ่งบุกเข้ากระโจมขององค์ชายตัวน้อย เขารีบฝ่าวงล้อมโจรป่า พุ่งเข้ามาช่วยเหลือองค์ชายอย่างไม่ลังเล

               ทว่าโชคไม่เข้าข้าง เขาที่ตั้งใจจะบึ่งมาช่วยองค์ชายกลับดันโดนละอองแปลกๆ ฉีดใส่เข้าหน้าเต็มๆ ทั้งแสบและมีกลิ่นฉุน

               “อาวุธขององค์ชายร้ายกาจยิ่งนัก ทำกระหม่อมแสบตาจนลืมตาไม่ขึ้นเลยพ่ะย่ะค่ะ…” เขาพึมพำพลางเช็ดน้ำตาที่ไหลพราก

               เซี่ยอวี้ยิ้มแหย จากนั้นเขากับแม่นมก็ช่วยกันหาน้ำมาให้พี่ชายทหารล้างหน้า

               หลังจากพี่ชายทหารล้างหน้าเสร็จ ใบหน้าที่เปียกชื้นยังไม่ทันแห้งดี สายตาก็พลันเหลือบเห็นเงาหลายสายพุ่งตรงเข้ามาทางนี้

               “ให้ตายเถอะ!” สวี่เฟิงสบถเสียงต่ำ

               “คงเป็นโจรป่ากลุ่มใหม่...ตั้งสติให้ดี ยังไงก็ต้องช่วยกันปกป้ององค์ชายให้ได้!” แม่นมจื่อฮวาเอ่ยเตือนให้ทุกคนมีสติ ก่อนดวงตาของนางจะฉายแววเฉียบคม

               “ทราบแล้ว!”

               ทุกคนรับคำ ไม่เว้นแม้แต่ลี่ถิงที่ซ่อนตัวหลังพุ่มไม้

               ชั่วพริบตาต่อมา ความอลหม่านก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง ทั้งสี่คนต่างงัดอาวุธที่ตนมีออกมาใช้ ช่วยเหลือกันจัการโจรป่าอย่างสุดกำลัง ลี่ถิงกับเซี่ยอวี้ไม่มีวรยุทธ์ ทั้งสองจึงใช้จังหวะที่พวกโจรล้มช่วยกันรุมสกรัมให้เละ คนหนึ่งฟาดกระบองไฟฟ้า และอีกคนฉีดสเปรย์พริกไทย

               ในที่สุดทั้งสี่คนก็ช่วยกันฝ่าฟันจนรอดพ้นสถานการณ์นั้นมาได้อย่างหวุดหวิด

               ..

               ..

               ทางด้านกองทหารหลักของแม่ทัพไป๋มู่อวิ๋น เพียงไม่นานก็กำราบโจรป่าจนสิ้น

               เสียงดาบเงียบลงในตอนที่แม่ทัพหนุ่มตัดหัวของหัวหน้าโจรได้ โจรที่เหลือเห็นอย่างนั้นต่างก็ทิ้งอาวุธ สับตีนแตกหนีเข้าป่ากระเจิดกระเจิง คนที่บาดเจ็บหรือหนีไม่ทันล้วนถูกจับมัด

               “รอดแล้ว…รอดแล้ว!”

               เซี่ยหยู่ที่สู้กับโจรป่าจนถึงที่สุด หลังจากเห็นว่ารอดชีวิตจาก ‘อีเว้นต์โจรป่า’ มาได้ นางก็ตบอกด้วยความโล่งใจ

               อย่างไรก็ตาม ไป๋มู่อวิ๋นที่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับองค์หญิง และตอนี้เขาก็กำลังยืนอยู่ข้างๆ นาง อดไม่ได้ที่จะหลุบตามองเด็กสาวด้วยความสงสัย

               ..

               ..

               เมื่อสถานการณ์กลับสู่ความสงบ ตรวจนับดูแล้ว ทางฝ่ายโจรป่าตายสิบเจ็ดคน บาดเจ็บสิบกว่าคน ที่เหลือวิ่งหนีเข้าป่าไปแล้ว

               ทหารฝ่ายแม่ทัพไป๋มู่อวิ๋นพลีชีพสามชีวิต บาดเจ็บอีกสิบสี่

               ‘หวังต้าเจิง’ หมอทหารอายุสามสิบกว่าๆ จัดการแยกคนเจ็บหนัก ปานกลาง และคนที่บาดเจ็บเล็กน้อยออกเป็นกลุ่มๆ ด้วยความคล่องแคล่ว

               ทหารที่ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก และพอเหลือเรี่ยวแรง ต่างก็ช่วยกันนำร่างไร้วิญญาณของโจรป่ามาเรียงรายไว้ด้านหนึ่ง ส่วนโจรป่าที่บาดเจ็บก็ถูกจัดมัดหันหลังติดกับต้นไม้

               ในระหว่างที่ไป๋มู่อวิ๋นเดินตรวจสอบศพของโจรป่าและสถานที่รอบๆ ทางด้านรองแม่ทัพเสิ่นก็ได้พาทหารสองสามคนไล่ตามโจรป่าที่หลบหนี เผื่อว่าจะเจอรังของพวกมัน

               ย้อนกลับมา…

               ลี่ถิงน้ำตาคลอ เกาะแขนองค์หญิงแน่นพลางพร่ำบ่นไม่หยุด “องค์หญิง อย่าได้เสี่ยงชีวิตต่อสู้กับโจรเช่นนั้นอีกนะเพคะ หัวใจของหม่อมฉันรับไม่ไหว เกือบหยุดเต้นอยู่แล้ว”

               “อืม” เซี่ยหยู่เพียงพยักหน้ารับส่งๆ จากนั้นก็ก้มลงมองน้องชายตัวน้อยที่เหลือแต่ถุงเท้า ก่อนเอ่ยถามด้วยความฉงน

               “รองเท้าเจ้าไปไหนเสียแล้วล่ะ”

               “หายแล้ว…”

               เซี่ยหยู่ถอนหายใจแผ่วเบาแล้วถามต่อ

               “ตกใจหรือไม่”

               เซี่ยอวี้พยักหน้า จากนั้นก็ส่ายหน้า

               จริงๆ แล้ว เซี่ยอวี้กลัวแทบตาย แต่ก็ไม่ยอมรับต่อหน้าพี่สาวหรอก เดี๋ยวแพ้! 

               เซี่ยหยู่เห็นอารมณ์ซับซ้อนบนใบหน้าของเจ้าตัวเล็กก็ยิ้มอย่างอ่อนใจ ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะของเขาอย่างอ่อนโยน “เจ้าเก่งมาก กล้าหาญยิ่งนัก”

               ก่อนหน้านี้ แม่นมจื่อฮวาเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า นางเร่งรีบพาองค์ชายเซี่ยอวี้หนีจนไม่ทันสังเกตว่าองค์ชายถูกโจรคนหนึ่งคว้าขาไว้ โชคดีที่องค์ชายมีสติ ใช้น้ำยาที่องค์หญิงมอบให้ฉีดใส่หน้าพวกมันจนรอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด แต่เรื่องที่องค์ชายเผลอฉีดน้ำยาใส่หน้าทหารที่มาช่วย ตรงนี้แม่นมจื่อฮวาไม่ได้เล่า ประเดี๋ยวองค์ชายจะอาย

               “นี่! นี่! พี่หญิงยังมีน้ำยานั้นอยู่อีกหรือไม่”

               เซี่ยอวี้ถามด้วยดวงตาเป็นประกาย พร้อมประคองขวดสเปรย์พริกไทยที่ว่างเปล่าให้เซี่ยหยู่ดู

               เซี่ยหยู่พยักหน้าตอบ “ได้ แล้วข้าจะทำเพิ่มไว้ให้…แต่ก่อนอื่น ต้องหารองเท้าใหม่ให้เจ้าใส่เสียก่อน”

               ว่าแล้วนางก็กลับไปที่รถม้า ล้วงรองเท้าผ้าใบเด็กจากมิติออกมา ทั้งยังหยิบเพิ่มอีกสองคู่ เป็นส่วนของลี่ถิงกับแม่นม จากนั้นก็ให้พวกเขาเปลี่ยนจากรองเท้าผ้าปักที่ขาดมาสวมรองรองเท้าผ้าใบ พื้นรองเท้านุ่มมาก พวกเขาจะเดินสะดวกยิ่งขึ้น

               “แล้ว...เจ้าเป็นใคร ทำไมหน้าบวมแดงเหมือนหัวหมูต้มเช่นนั้นเล่า”

               เซี่ยหยู่เหลือบตามองทหารที่ยืนประกบข้างหลังเซี่ยอวี้มาตั้งแต่เมื่อครู่ จะไม่ถามก็ไม่ได้

               ทหารหนุ่มคนนั้นยิ้มแห้งๆ เขาเพิ่งจะเปิดปากพูดว่า “กระหม่อม...” เซี่ยอวี้ก็ชิงแนะนำตัวแทนเสียก่อนว่า “พี่ชายเฟิง เขาช่วยข้าไว้!”

               “อ้อ”

               ที่แท้ก็เป็นทหารหนุ่มหน้าอ่อนคนนั้นนั่นเอง

               “ต่อจากนี้ เจ้าก็ตามคุ้มกันองค์ชายแล้วกัน”

               สวี่เฟิงก้มศีรษะตอบรับ พ่ะย่ะค่ะ

               เซี่ยหยู่เพิ่งพยักหน้า ตอนนั้นเองเสียงโอดโอยของทหารคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา

               “แย่แล้ว! สมุนไพรไม่พอ!”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทที่ 83 การพิพากษา

    บทที่ 83การพิพากษา หลังจากเผิงซวนเริ่มได้สติ สายตาพลันมองซ้ายมองขวา รู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศรอบตัวผิดปกติอย่างรุนแรง เขาเงยหน้าขึ้น ทันทีที่สายตาปะทะกับฮ่องเต้ ร่างพลันแข็งทื่อ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด ฮ่องเต้ซึ่งกำลังเดือดดาลอยู่แล้วก็เปิดฉากสอบสวนเรื่องค้าเกลือเถื่อนขึ้นทันที “เผิงซวน เจ้าจะอธิบายเรื่องค้าเกลือเถื่อนกับค้ามนุษย์อย่างไร” “ฝ่า...ฝ่าบาทตรัสถึงสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่รู้เรื่องจริงๆ” ฮ่องเต้แค่นพระสุรเสียงเยียบเย็น “ทำให้ราชสำนักเสื่อมเสียถึงเพียงนี้ ยังเสแสร้งตีหน้าซื่อ ทำทีว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์อีกหรือ พวกเจ้า นำหลักฐานมาให้เขาดู!” เมื่อกองหลักฐานถูกนำมาวางเรียงตรงหน้า ทั้งบัญชีลับ สมุดรายชื่อ ใบอนุญาตปลอม และตราประทับราชสำนักที่ถูกปลอมแปลงขึ้นอย่างแนบเนียน เผิงซวนก็ร้อนตัวทันที ใบหน้าเหี่ยวชราซีดเผือด ตัวสั่นงันงกแทบนั่งไม่อยู่ ทว่า หากยอมรับความผิดก็มีแต่ต้องโทษประหาร เผิงซวนจึงทำได้เพียงแก้ตัวอย่างหน้าไม่อาย “ทะ…ทูลฝ่าบาท กระหม

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทที่ 82 ยาถอนพิษ?

    บทที่ 82ยาถอนพิษ? เวลานั้น ฮองเฮาพาองค์ชายรองเข้ามาในท้องพระโรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและเสียใจ “ฝ่าบาท หม่อมฉันเชื่อว่าต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่เพคะ ฝ่าบาท เห็นแก่หม่อมฉัน โปรดให้ความเป็นธรรมกับอัครเสนาบดีเผิงด้วยเพคะ” ในเวลานี้ เรื่องอื้อฉาวของเผิงซวนจำเป็นต้องมีคำตอบที่ชัดเจน ฮ่องเต้ที่ทรงพิโรธอยู่แล้วย่อมไม่รับฟังคำอ้อนวอนใดๆ ทั้งสิ้น พระเนตรของพระองค์แข็งกร้าวขณะกล่าวกับฮองเฮาว่า “ที่นี่คือท้องพระโรง ใครสั่งให้พวกเจ้าบุกเข้ามา!” “ฝะ…ฝ่าบาท…” “ไสหัวออกไป!” ฮองเฮาไม่เคยเห็นฮ่องเต้กริ้วหนักขนาดนี้มาก่อน พระนางย่อมรู้สึกหวาดกลัวเป็นธรรมดา แต่เพื่อความอยู่รอดและเพื่อศักดิ์ศรีของตระกูลเผิง พระนางจึงต้องกัดฟันโผเข้ากอดขาของชายที่อยู่เหนือทุกสิ่งผู้นี้ ก่อนจะอ้อนวอนด้วยร่างที่สั่นเทาอย่างสุดกำลัง “ฝ่าบาทเพคะ พี่ชายของหม่อมฉันภักดีต่อพระองค์มาโดยตลอด ไม่มีวันทำเรื่องชั่วร้ายเช่นนี้แน่ ต้องมีคนใส่ร้ายพี่ชายของหม่อมฉันแน่นอนเพคะ!” “ใส่ร้ายหรือ?” ฮ่

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทที่ 81 สะเทือนไปทั่วเมืองหลวง!

    บทที่ 81สะเทือนไปทั่วเมืองหลวง! ในวันนั้น ชาวบ้านในเมืองหลวงตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันกันตั้งแต่เช้าตรู่ ทั่วท้องถนนเริ่มคึกคักไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายซื้อของ แม่ค้าหาบเร่ตั้งแผงเรียงราย เสียงเรียกซื้อสินค้าดังเซ็งแซ่ กลิ่นหอมของอาหารเช้าลอยคลุ้งไปทั่วทั้งถนน แต่แล้ว บรรยากาศปกติและสงบสุขเหล่านั้นกลับต้องหยุดชะงักลง เมื่อชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเห็นจวนตระกูลใหญ่ทั้งสามหลังเหลือแต่โครงสร้างเปล่าๆ “เหวอ! โจรปีศาจออกอาละวาดอีกแล้ว!!” “ว่าไงนะ คราวนี้ไปปล้นบ้านใครอีก!” ฝูงชนที่กระหายความบันเทิงพากันแห่มามุงตามเสียงเรียก ไม่นานนัก จำนวนผู้คนที่มายืนออหน้าจวนที่เหลือแต่โครงสร้างก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ รอบกำแพงจวนยังเต็มไปด้วยกระดาษที่บรรยายเรื่องอื้อฉาวของขุนนางใหญ่แปะประจานอยู่เต็มไปหมด คนในเมืองหลวงส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาจึงอ่านออกเขียนได้ พวกเขาดึงกระดาษที่แปะบนกำแพงออกมาอ่าน จากนั้นก็แสดงความรังเกียจและสะใจออกมาทางสีหน้าอย่างไม่คิดจะปิดบัง ในขณะเดียวกัน คนที่สลบเหมือด

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทที่ 80 พายุถล่มจวนตระกูลเผิง (อีกครั้ง)

    บทที่ 80พายุถล่มจวนตระกูลเผิง (อีกครั้ง) ราชวงศ์นี้เต็มไปด้วยความเน่าเฟะและเส้นสาย หากจะจัดการกับเผิงซวนอย่างอยู่หมัด ก็จำเป็นต้องเล่นใหญ่ และมีหลักฐานมัดตัวที่แน่นหนา ทั้งยังต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ที่แม้แต่ฮ่องเต้ก็ไม่อาจเพิกเฉยได้ เมื่อวางแผนเสร็จสิ้น กลางดึกคืนนั้น เซี่ยหยู่และเยว่หลิวเซิงก็เปลี่ยนมาสวมชุดทะมัดทะแมงและใช้สีดำพรางใบหน้า ทั้งสองลอบบุกเข้าไปในจวนตระกูลเผิงที่เพิ่งสร้างใหม่ทันที ดูเหมือนว่าหลักฐานที่ซานตงเหอให้มานั้นจะเป็นความจริง เพราะในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ไม่เพียงแต่เผิงซวนจะสร้างจวนหลังใหม่สำเร็จ ข้าวของเครื่องใช้ภายในจวนยังมีมากมาย แถมยังเป็นของแพงอีกด้วย เป็นไปไม่ได้เลยที่คนที่เพิ่งถูกปล้นจนหมดตัวจะหาเงินมาได้รวดเร็วขนาดนี้ เว้นเสียแต่ว่าคนผู้นั้นจะทำธุรกิจมืด หากถามว่าเหตุใดครั้งนี้ถึงเลือกเยว่หลิวเซิงที่ไม่มีวิชาตัวเบามาด้วย? คำตอบง่ายมาก เยว่หลิวเซิงสามารถเข้าออกในมิติร่วมกับนางได้ ในขณะที่ไป๋มู่อวิ๋นกับจิ้งอี๋ทำไม่ได้ อีกอย่างหนึ่ง เยว่หลิวเซิงเข้าใจอุปกรณ

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทที่ 79 ถึงจวนตระกูลซินอย่างปลอดภัย

    บทที่ 79ถึงจวนตระกูลซินอย่างปลอดภัย ทางฝั่งของเยว่หลิวเซิง เมื่อเห็นว่าไป๋มู่อวิ๋นไม่ยอมบังคับให้รถม้าเคลื่อนไปข้างหน้าก็อดสงสัยไม่ได้ จึงยกมือเปิดม่านหน้าต่างแล้วมองออกไปมองด้านนอก เห็นว่าเด็กหนุ่มสามคนกำลังรุมบูลลี่เด็กหนุ่มคนหนึ่งอยู่ แม้เขาจะไม่รู้จักเด็กหนุ่มคนนั้น แต่สีหน้าของไป๋มู่อวิ๋นที่นิ่งผิดปกติ ทำให้เยว่หลิวเซิงรู้ทันทีว่าต้องมีบางอย่างที่ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ “ถ้าไม่สบายใจก็ลงไปช่วยเขาเถอะ” เยว่หลิวเซิงบอก ไป๋มู่อวิ๋นกระโดดลงจากรถม้าในทันที ก่อนจะก้าวฉับๆ เดินตรงเข้าไปหากลุ่มเด็กหนุ่มที่เอะอะเสียงดัง “คุณชายทั้งหลาย โปรดหลีกทางให้รถม้าของพวกเราด้วย” ไป๋มู่อวิ๋นตั้งใจกดเสียงให้ต่ำมากกว่าปกติ แววตาฉายความดุดันอย่างรุนแรง ทำเอาบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งเหมือนถูกภูเขากดทับเอาไว้ เด็กหนุ่มทั้งสาม นำโดยเผิงหวาย พอหันมาเห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำเข้ม ใบหน้าขึงขังที่มีแผลเป็นพาดยาวกลางหน้า ต่างก็หน้าถอดสีด้วยความตกใจ สายตาของเหล่าเด็กหนุ่มเลื่อนไปที่เอวของชายห

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทที่ 78 กลับสู่เมืองหลวง

    บทที่ 78กลับสู่เมืองหลวง เมื่อออกจากตำหนักร้างบนเขาหยางจี๋ ทั้งสี่คนก็มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงทันที พอมาถึงหน้าประตูใหญ่ก็ค่ำมืดแล้ว พวกเขาจึงตัดสินใจตั้งเต็นท์ค้างแรมข้างนอกหนึ่งคืน แล้วค่อยเข้าเมืองในตอนรุ่งเช้า แน่นอนว่าเซี่ยหยู่ไม่คิดจะผ่านประตูไปแบบประมาท นางกำชับทุกคนว่า ก่อนเข้าเมือง ต้องแปลงโฉมใหม่ให้เรียบร้อยเสียก่อน ในตอนนั้นเอง เยว่หลิวเซิงก็เกิดไอเดียบรรเจิดขึ้นมา รีบเสนอด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นว่า ตนจะปลอมตัวเป็นคุณชายจากตระกูลมั่งคั่งที่เดินทางมาเที่ยวในเมืองหลวง ไป๋มู่อวิ๋นซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่ ให้รับบทเป็นองครักษ์หน้าดำ ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ติดตามและคนขับรถม้า ส่วนจิ้งอี๋นั้น ใบหน้างดงามมากเกินหญิงสาวทั่วไป หากให้ปลอมเป็นสาวใช้เกรงว่าจะสะดุดตาเกินไป ดังนั้นควรให้แยกออกไปกับเซี่ยหยู่ ปลอมตัวเป็นพี่สาวกับน้องชายที่มาจากชนบท เข้าเมืองมาขายของป่า เซี่ยหยู่ไม่รอช้า หยิบชุดและเครื่องสำอางออกมาจากมิติด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนจะเริ่มลงมือแปลงรูปลักษณ์ให้ตัวเองกับจิ้งอี๋อย่างเพลิดเพล

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status