Share

บทที่ 9 ชุลมุนวุ่นวาย

last update Last Updated: 2025-10-05 10:17:24

บทที่ 9

ชุลมุนวุ่นวาย

               เมื่อไม่รู้สึกถึงความเจ็บและรู้ว่าตนยังมีลมหายใจ เซี่ยหยู่จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น

               ภาพที่เห็นคือโจรป่าคนหนึ่งศีรษะกับตัวถูกแยกออกจากกัน ของเหลวสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกจากรอยต่อ

               ฉับพลันนั้น ดวงตากลมโตของเซี่ยหยู่ก็เบิกกว้างด้วยอาการตะลึง ในท้องปั่นป่วนเหมือนอยากขย้อยของเหลวออกมา

               คิดปุบร่างกายก็ตอบสนองปับ เซี่ยหยู่ทรุดลงไปคุกเข่า โก่งคออาเจียน

               “แหวะ!”

               อย่างไรเสีย ที่อาเจียนออกมากลับมีแค่ลม

               แม้ว่าเซี่ยหยู่จะสังหารโจรป่าไปสองคน แต่ก็แค่สร้างรูเล็กๆ บนร่างของโจรป่าเท่านั้นเอง ซึ่งตรงข้ามกับความสยดสยองที่เห็นเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง

               “แหวะ แหวะ!”

               เพียงนึกถึงภาพนั้น นางก็โก่งคออาเจียนอีกหน ครั้งนี้ก็ยังมีแต่ลมเหมือนเดิม

               “องค์หญิง ลุกไหวหรือไม่”

               เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะ

               เซี่ยหยู่เงยหน้าขึ้น มองชายหนุ่มด้วยสีหน้าซีดเผือดดุจไก่ต้ม ตอบกลับด้วยปากสั่นๆ

               “จะ…เจ้าคิดว่า…สภาพข้าตอนนี้ ดูไหวหรือไม่เล่า”

               ไป๋มู่อวิ๋น “…”

               ถูกต้องแล้ว คนที่ช่วยเหลือเซี่ยหยู่ด้วยการแยกร่างโจรป่าก็คือแม่ทัพไป๋มู่อวิ๋น

               ไป๋มู่อวิ๋นเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ รูปโฉมคมคาย ดวงตาคมกริบ ก่อนถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ เขาเองก็เคยผ่านศึกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นพอสัมผัสได้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นทางนี้ เขาจึงรีบพุ่งมาปกป้ององค์หญิง

               “ท่านไม่ควรอยู่ตรงนี้ รีบกลับเข้ากระโจมไปซ่อนตัวเสีย” ไป๋มู่อวิ๋นบอกพร้อมยื่นมือมาตรงหน้าของเซี่ยหยู่

               นางคว้ามือเขา พยุงตัวลุกขึ้นยืน “ข้า…ไม่เป็นไรแล้ว” แม้เสียงยังสั่น หากก็ใส่ลูกศรลงหน้าไม้อย่างคล่องแคล่ว 

               ไป๋มู่อวิ๋นขมวดคิ้วมองอาวุธขนาดพกพาด้วยความสนใจ แม้มีคำถามผุดขึ้นเต็มหัว แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะพูด  

               จังหวะที่ชายหนุ่มกำลังจะเตือนให้นางรีบไปหลบ เซี่ยหยู่ก็กล่าวแทรกว่า “รีบจบเรื่องนี้เถอะ”

               กล่าวจบ เซี่ยหยู่ก็ตบแก้มเรียกสติตัวเอง

               คราวนี้ การเคลื่อนไหวของนางว่องไวกว่าเดิมเหมือนไม่ใช่คนเดียวกับเมื่อครู่

               ฟึ่บ! ฟึ่บ!

               ศรพุ่งออกจากหน้าไม้ติดๆ ทั้งแม่นยำและรวดเร็ว เจาะเข้าที่ลำคอโจรป่าสองคนที่อยู่ไม่ไกล ราวกับว่าพวกมันเป็นเป้านิ่งก็ไม่ป่าน

               โจรทั้งสองแทบไม่รู้สึกเจ็บก็แน่นิ่งไปเสียแล้ว

               ไป๋มู่อวิ๋น “…”

            องค์หญิง ท่านเองก็สังหารคนอย่างไม่ปรานีเหมือนกันไม่ใช่หรือ

               ..

               ..

               ย้อนกลับมาที่กระโจมขององค์ชายน้อย

               โจรกลุ่มหนึ่งอาศัยจังหวะชุลมุน ผ่านกำแพงป้องกันของทหารจนลอบเข้ามาถึงกระโจมขององค์ชายสามเซี่ยอวี้ได้อย่างสำเร็จ แถมยังราบรื่นเกินไปราวกับมีคนชี้เป้า

               ครั้นเห็นว่าในกระโจมมีแค่เด็กชายตัวเล็กๆ หนึ่งคนกับสตรีอ่อนแอหนึ่งคน พวกมันก็แสยะยิ้มออกมาด้วยความเหี้ยมเกรียม

               “หวานหมู”

               โจรคนหนึ่งพูด ในหัววางแผนเสร็จสรรพว่าจะจัดการกับเหยื่อทั้งสองอย่างไรบ้าง  

               เด็กย่อมขาย ส่วนผู้หญิง...แม้จะแก่ไปหน่อย แต่หน้าตาดี รูปร่างใช้ได้ จับทำเมียก่อนค่อยขายให้หอนางโลม

               ความคิดสกปรกฉายชัดอยู่บนหน้าพวกมัน แต่สิ่งที่ทำให้แม่นมจื่อฮวาเดือดที่สุดกลับเป็นคำว่า “แก่!” ที่สะท้อนออกมาจากแววตา

               นางไม่รอช้า กระโดดถีบโจรที่ยืนอยู่ข้างหน้าเต็มแรง

               อายุสามสิบแล้วอย่างไร รับใช้องค์ชายในฐานะแม่นมอย่างไร แต่ร่างกายนี้ยังแข็งแรง ไม่ได้ขึ้นสนิทเสียหน่อย!

               แรงถีบของแม่นมจื่อฮวาหนักหน่วงยิ่งนัก คนที่ถูกถีบถึงกับหงายหลังล้มตึง คนข้างหลังก็พลอยล้มตามเป็นทอดๆ เหมือนกับโดมิโน่ ส่วนคนที่ตั้งหลักลุกขึ้นมาได้ก่อน ถูกกระบองไฟฟ้าฟาดใส่อย่างรวดเร็ว!

               ตุบ!

               โจรคนหนึ่งล้มลง ตาเหลือก น้ำลายฟูมปาก

               โจรที่เหลือเห็นอย่างนั้นต่างก็นิ่งอึ้ง...ไม้กระบองอะไรกันฟะเนี่ย!

               อย่างไรก็ตาม โจรป่าเหล่านี้หาได้โง่เขลา ไม่ช้าพวกมันก็ตระหนักขึ้นมาได้ว่าพวกตนมีดาบ ส่วนอีกฝ่ายมีแค่กระบองไม้ธรรมดา

               เมื่อคิดได้อย่างนั้น พวกมันก็พุ่งเข้าใส่แม่นมจื่อฮวาพร้อมเงื้อดาบในมือขึ้น  

               แม่นมจื่อฮวาหลบการโจมตีอย่างคล่องแคล่ว ทั้งยังฟาดกระบองไฟฟ้าใส่โจรป่าได้อย่างคล่องแคล่ว นางไม่ยั้งกำลังเลยสักนิด ภายในเวลาไม่นาน โจรป่ากลุ่มนั้นต่างก็ล้มตาเหลือกไปทีละคน

               “หนีเร็วเพคะ!”

               แม่นมใช้จังหวะนั้นจูงแขนเล็กๆ ขององค์ชายน้อยวิ่งฝ่ากลุ่มโจรที่นอนกองอยู่บนพื้น พร้อมกับสอดส่ายสายตามองหาที่ซ่อน

               องค์ชายน้อยที่รีบร้อนวิ่งตามหลัง รองเท้าหลุดไปข้างหนึ่งก็ไม่รู้ตัว

               เหตุการณ์ข้างนอกในตอนนี้โกลาหลวุ่นวายมาก ไม่ว่าจะวิ่งไปทางซ้ายหรือทางขวาคงไม่พ้นโดนลูกหลงแน่  

               ระหว่างที่คิดอย่างจนปัญญา เสียงแผ่วเบาที่คุ้นเคยของใครบางคนก็ดังมาจากหลังพุ่มไม้มืดๆ ที่อยู่ในป่า  

               “แม่นม แม่นม ทางนี้”

               เมื่อมองตามเสียงก็พบว่าลี่ถิงโผล่ศีรษะขึ้นมาจากพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกล เห็นเพียงแค่ช่วงหน้าผากกับลูกกะตา มือข้างหนึ่งกวักเรียกพวกนางหย่อยๆ กิ่งไม้รอบตัวพลิ้วไหวเล็กน้อยเหมือนถูกลมพัดและดูเป็นธรรมชาติมาก มองผ่านๆ แทบไม่รู้เลยว่าตรงนั้นมีคนซ่อนอยู่

               ซ่อนตัวได้ดี!

               แม่นมจื่อฮวาอดจะชื่นชมลี่ถิงไม่ได้

               ในความคิดของลี่ถิงยามนี้ย่อมกลัวตายสุดหัวใจ นางไม่ได้มีวรยุทธ์ เป็นเพียงนางกำนัลตัวเล็กๆ ที่ต่อให้หายตัวไปหรือถูกฆ่าก็คงไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว ทว่าหัวใจของนางก็จงรักภักดีต่อองค์หญิงเสมอ

               เมื่อเห็นโจรป่าบุกเข้ามา ความคิดแรกของลี่ถิงคืออยากวิ่งออกไปช่วยองค์หญิงตอนนั้นเลย แต่ความเป็นจริง นางที่ไร้กำลัง ไม่มีกำลังภายใน หากทะเล่อทะล่าพุ่งออกไปรังแต่จะกลายเป็นตัวถ่วง และทำให้เหล่าทหารที่คุ้มกันองค์หญิงอยู่ทำงานได้อย่างลำบาก

               ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือซ่อนตัว รอคอยจังหวะที่จะช่วยเหลือองค์หญิงจากเงามืด

               หลังจากเลือกที่ซ่อนดีๆ ได้แล้ว ลี่ถิงก็เห็นองค์หญิงเองก้าวออกมาจากกระโจมขององค์ชายสาม ลี่ถิงกำลังจะร้องเรียกองค์หญิงให้มาซ่อนตัวตรงนี้เร็วๆ กลับเห็นว่าในมือขององค์หญิงถืออาวุธหน้าตาคล้ายหน้าไม้ ไม่เพียงแค่นั้น องค์หญิงตัวน้อย ที่มักจะขี้เกียจ และมีนิสัยเอาแต่ใจ บ้าผู้ชาย ยกหน้าไม้เล็งใส่โจรป่า ทั้งยังยิงพวกมันล้มลงไปทีละคน ทุกอย่างรวดเร็วราวสายฟ้า หากก็แม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ  

               ลี่ถิงได้แต่ยิ้มขมขื่น ดูเหมือนว่าองค์หญิงคงไม่ต้องการความช่วยเหลือจากนางแล้วกระมัง...สิ่งที่นางควรทำตอนนี้คือซ่อนตัวต่อไป โดยไม่เป็นภาระของใคร

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 6 สี่ทหารเสือ และ บทพิเศษ (สริม)

    บทพิเศษ 6สี่ทหารเสือ 10 ปีต่อมา สายลมเค็มจากทะเลซัดสาดเป็นระลอก ท่ามกลางบรรยากาศดุดันของท้องทะเล เสียงโห่ร้องของเหล่าทหารดังกึกก้องประสานกับเสียงคลื่น ยิ่งปลุกเร้าโลหิตในอกของเหล่าทหารกล้าให้เดือดพล่าน ในยามนี้ เบื้องหน้ากองทัพเรือของแคว้นต้าเซี่ย คือเรือศึกมหึมาที่เรียงรายแน่นขนัด ธงสีดำลายหัวกะโหลกโบกสะบัดเหนือเสากระโดงตามกระแสลม เมื่อกองเรือธงหัวกะโหลกเคลื่อนเข้าสู่ระยะประชิด เด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่บนเรือหลักของต้าเซี่ยในชุดเกราะสีดำก็ก้าวขึ้นสู่ดาดฟ้า เขายืนตระหง่าน ใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่ง ดวงตาคมกริบไร้ความลังเลจ้องตรงไปยังศัตรูเบื้องหน้า ก่อนคำสั่งออกมาด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง “ยิง!” ตูม! ตูม! ตูม!! ปืนใหญ่คำรามสนั่น แรงระเบิดสั่นสะเทือนทั้งผืนน้ำและผืนฟ้า เรือโจรสลัดหลายลำถูกกระหน่ำยิงจนแตกเป็นเสี่ยง ไฟลุกโชน เศษซากปลิวกระจัดกระจายทั่วสมรภูมิท้องทะเล “รายงานฝ่าบาท ศัตรูเสียหายหนัก เรือแตกจมหลายลำ แต่ยังมีกองเรือส่วนหนึ่งพยายามฝ่าเข้ามาพ่ะย่ะค่ะ!” “อ

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 5 ทลายกำแพงน้ำแข็ง

    บทพิเศษ 5ทลายกำแพงน้ำแข็ง ครั้นเห็นว่าเซี่ยหยู่เป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว เซี่ยไคเหรินค่อยรู้สึกเบาใจขึ้นมานิดหน่อย ทว่าเมื่อหวนคิดถึงสถานการณ์ของตนเอง ในอกก็อดเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมาไม่ได้ ตลอดสองปีที่เซี่ยหยู่กับไป๋มู่อวิ๋นออกท่องยุทธภพด้วยกัน เขาเองก็ไม่ได้เพิกเฉยต่อความรู้สึกของตนเองเลยแม้แต่น้อย เขาเอาใจใส่จิ้งอี๋อย่างจริงจังและสม่ำเสมอ แม้จะรู้ดีว่าองครักษ์สาวผู้เยือกเย็นเช่นนางไม่เคยขัดสนสิ่งใด แต่เขาก็ไม่ได้ละความพยายามที่จะเอาใจใส่นาง ทั้งส่งอาวุธชิ้นใหม่ไปให้ ทั้งชวนนางออกไปกินมื้อเย็นด้วยกัน กระทั่งยอมทุ่มเงินจำนวนมากให้เยว่หลิวเซิง เพื่อแลกซื้ออาวุธจากระบบมาให้นางโดยเฉพาะ แต่กระนั้น นางกลับยังคงนิ่งเฉยไม่เปลี่ยน เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง เทศกาลล่าสัตว์ก็มาถึง ในงานนี้ ฮ่องเต้น้อยย่อมต้องเสด็จออกล่าสัตว์ด้วย เพราะหากปล่อยให้ผู้ว่าราชการแทนอย่างเขาออกหน้าเพียงฝ่ายเดียว ย่อมดูเหมือนว่าเขาตั้งตนยึดอำนาจ ในยามบ้านเมืองสงบสุข ขุนนางที่ว่างงานหันมาชิงดีช

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 4 งานแต่งที่คาดไม่ถึง (2)

    บทพิเศษ 4งานแต่งที่คาดไม่ถึง (2) หลังจากเข้าใจทุกอย่างแล้ว เซี่ยหยู่หลุบตามองมือใหญ่ที่กุมมือนางไว้อย่างหวงแหน มุมปากของนางยกยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะยื่นมือเข้าไปตบหลังมือของเขาเบาๆ เป็นการปลอบ “ไม่เป็นไร ข้าจะพูดกับนางเอง” “ข้าไม่มีทางยกเจ้าให้นาง” น้ำเสียงของไป๋มู่อวิ๋นแม้จะราบเรียบ หากแต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น เซี่ยหยู่ยิ้มให้เขา ก่อนจะหันไปมององค์หญิงใหญ่เผ่าเหมียว อีกฝ่ายดูร้อนรนขึ้นมาทันที รีบชิงเอ่ยขึ้นก่อน “พวกท่านยังไม่ได้แต่งงานกันไม่ใช่หรือ เช่นนั้นรับข้าเป็นอนุเสียก่อนไม่ได้หรือ ข้าเพียงอยากมีเหตุผลร่วมเดินทางไปด้วยเท่านั้นเอง” องค์หญิงใหญ่เผ่าเหมียวยังคงดื้อดึง ไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย เซี่ยหยู่ย่นหัวคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ข้าได้ประกาศไว้แล้วว่า จวนของข้าจะไม่มีอนุ หากเขากล้ารับใครเข้ามา ข้าก็จะหย่าทันที ถ้าอยากได้เขา ข้าจะยกให้...” คำพูดยังไม่ทันจบดี ฝ่ามือใหญ่ก็บีบมือของนางแน่นขึ้น

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 3 งานแต่งที่คาดไม่ถึง (1)

    บทพิเศษ 3งานแต่งที่คาดไม่ถึง (1) ทางด้านเซี่ยหยู่และไป๋มู่อวิ๋น หลังจากออกเดินทางขึ้นเหนือลงใต้ ตระเวนไปทั่วแผ่นดินต้าเซี่ย เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ล่วงเลยมาถึงสองปีเต็ม เซี่ยหยู่อายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ กลายเป็นหญิงงามเต็มตัว หากก็แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งความองอาจและสูงศักดิ์ ส่วนไป๋มู่อวิ๋นนั้น เดิมทีก็หล่อเหลาเหนือคนทั่วไปอยู่แล้ว ครั้นยิ่งมีความรัก ความหล่อเหลานั้นก็ยิ่งทวีคูณ หากกระนั้น ด้วยการผ่านศึกนับครั้งไม่ถ้วน ท่วงท่าและอากัปกิริยาของเขากลับแฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งและองอาจ ชวนให้ผู้พบเห็นยำเกรงโดยไม่รู้ตัว เมื่อหนุ่มรูปงามกับสาวงามเคียงข้างกัน ภาพนั้นทำให้ผู้พบเห็นอดคิดไม่ได้ว่า เทพเซียนจากสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์แท้ๆ ในยามนี้ ทั้งสองเพิ่งเข้าประตูวิวาห์ตามธรรมเนียมของราชวงศ์มาหมาดๆ และกำลังจ้องตากันปริบๆ อยู่ในห้องหอ หากถามว่าเหตุใดทั้งสองจึงจัดงานแต่งอย่างกะทันหัน ต้องย้อนกลับไปเมื่อสามสี่เดือนก่อน ในครานั้น ทั้งคู่เพิ่งเดินทางเข้าสู่เขตป่าของเผ่าเหมียวเจียง บังเอิญได้ยินเสียงร้

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 2 เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ (อีกแล้ว)

    บทพิเศษ 2เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ (อีกแล้ว) นับตั้งแต่ที่องค์หญิงสี่เซี่ยหยู่หนีออกจากวัง ไม่ใช่สิ! ต้องเรียกว่าออกเดินทางตรวจการทั่วแผ่นดิน ราชฎีกาที่กล่าวถึงความอยุติธรรมซึ่งราษฎรร้องเรียนเข้ามาก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ถือว่านางปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนฮ่องเต้น้อยเซี่ยอวี้ แม้ระยะหลังจะสนิทสนมกับพี่สาวร่วมอุทร ก็ไม่ได้ร้องไห้โวยวายขอติดตามออกไปท่องโลกกว้างเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เพราะทุกครั้งที่เซี่ยหยู่พบของดีๆ ระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นของเล่นหรือของกิน นางมักจะเก็บของเหล่านั้นใส่ไว้ในมิติ แล้วฝากเยว่หลิวเซิงส่งต่อให้เจ้าตัวเล็กอยู่เสมอ มิหนำซ้ำ ข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ยังถูกส่งถึงเซี่ยไคเหรินอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ต่อให้บางพื้นที่เกิดโรคระบาดหรือประสบภัยพิบัติธรรมชาติ เซี่ยไคเหรินก็สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที กล่าวถึงเซี่ยอวี้ในยามนี้ เจ้าเล็กตัวขยันเล่าเรียนอย่างยิ่ง ทุกเช้าซานหมิงสหายร่วมศึกษาจะเข้ามาในวัง เพื่อร่วมเรียนกับฮ่องเต้น้อย ครั้นถึง

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 1 องค์หญิงสี่หนีออกวังแล้ว!

    บทพิเศษ 1องค์หญิงสี่หนีออกวังแล้ว! นับตั้งแต่เซี่ยหยู่ยกทัพมุ่งหน้าสู่ชายแดนตะวันตก วันเวลาก็ล่วงผ่านมาแล้วสามเดือน ในที่สุดม้าเร็วก็นำข่าวดีส่งกลับมายังเมืองหลวง เมื่อเซี่ยไคเหรินได้รับรายงาน สีหน้าก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด อดยินดีไม่ได้ที่เมืองฝานถูและเมืองอู๋เวยถูกยึดคืนมาสู่ต้าเซี่ยได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้น เยว่หลิวเซิงยังจัดตั้งหน่วยรบพิเศษแดนตะวันตกขึ้นมาใหม่อีกด้วย การก่อสร้างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีเครื่องจักรครบครัน ยิ่งกว่านั้น ทหารตระกูลไป๋ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างจากเมืองหลิงหนานอยู่แล้ว เมื่อร่วมมือกับทหารของเว่ยเซียง งานทุกอย่างจึงคืบหน้าอย่างรวดเร็ว ตอนสร้างศูนย์ฝึกพิเศษ เว่ยเซียงที่ได้เห็นเครื่องจักรและเครื่องมือทันสมัยเป็นครั้งแรก ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกไปทั้งวัน ต่อมา เมื่อประจักษ์ถึงความสามารถราวกับฟ้าประทานขององค์หญิงสี่ เขาก็แทบลงไปคุกเข่าคารวะเซี่ยหยู่ด้วยความเทิดทูลประหนึ่งว่านางเป็นเทพเจ้า หากไม่ใช่เพราะเซี่ยหยู่ย้ำนักย้ำหนาว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status