Share

บทที่ 11 ข้ามี…มีทั้งหมด!

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-05 10:18:20

บทที่ 11

ข้ามี…มีทั้งหมด!

               เซี่ยหยู่ก้าวเข้ามายังลานที่รวมผู้บาดเจ็บ กลิ่นคาวเลือดอบอวลกับกลิ่นสมุนไพรไปทั่วบริเวณ บรรยากาศอึมครึม และเต็มไปด้วยความวุ่นวาย 

               ‘หวังต้าเจิง’ หมอทหารเช็ดเหงื่อบนหน้าผากพลางเร่งมือรักษาทหารที่บาดเจ็บสาหัสก่อน ส่วนคนที่เจ็บปานกลางหรือเล็กน้อย ทหารคนอื่นๆ ช่วยกันดูแลอยู่แล้วจึงไม่น่าเป็นห่วง

               ปัญหาในตอนนี้คือสมุนไพรที่เบิกจากกรมแพทย์และหาได้จากข้างทางมีไม่พอรักษาคนเจ็บนี่สิ ทำอย่างไรดี!

               “สมุนไพรไม่พอ? หมายความว่าอย่างไร” ไป๋มู่อวิ๋นถามหวังต้าเจิงด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

               เซี่ยหยู่ที่เพิ่งเดินมาถึงลานรักษาคนเจ็บได้ยินอย่างนั้นจึงหยุดยืนฟัง 

               หวังต้าเจิงขมวดคิ้ว ตอบด้วยสีหน้าหนักใจ “ศัตรูล้มตายมากกว่าฝ่ายเราก็จริง แต่ทหารฝ่ายเราก็บาดเจ็บไม่น้อย สมุนไพรห้ามเลือดที่กรมแพทย์หลวงจัดหามาให้มีแค่ไม่กี่ชั่ง คำนวณแล้วไม่เพียงพอขอรับ”

               “ส่งคนไปหาเพิ่มในป่าใกล้ๆ นี้ได้หรือไม่”

               การเดินทางครั้งนี้ ทหารติดตามไป๋มู่อวิ๋นมีจำนวนสามสิบคน เสียชีวิตแล้วสาม บาดเจ็บสิบสี่ ที่เดินทางไปต่อไหวเหลือแค่สิบสามคน นอกจากกำลังรบไม่พอแล้ว สมุนไพรรักษายังไม่พออีก คิดแล้วก็อดกลุ้มใจไม่ได้

               หวังต้าเจิงส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง

               “ก่อนที่โจรป่าจะบุกมา ข้าได้ลองค้นหาละแวกนี้แล้ว ที่หามาได้มีแค่สมุนไพรใช้รักษาอาการหวัดเล็กน้อย สมุนไพรห้ามเลือดไม่มีเลยขอรับ”

               ไม่รู้ไป๋เจี้ยฝูมีเรื่องทะเลาะอะไรกับอัครเสนบดีเผิง ถึงได้ถูกเบื้องบนกลั่นแกล้ง

               หัวหน้าแพทย์หลวงที่อยู่ฝั่งเดียวกับอัครเสนบดีผิงนิสัยประจบสอพลอ จัดหาสมุนไพรให้กับทหารของไป๋มู่อวิ๋นน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ทั้งยังอ้างว่า “งบไม่เพียงพอ”

               ดังนั้นก่อนออกเดินทางหวังต้าเจิงจึงคิดแผนสำรอง ทุกครั้งที่ขบวนรถม้าหยุดพัก เขาจะพาสหายออกหาสมุนไพรในป่าใกล้ๆ กระโจม สมุนไพรจะพอใช้หรือไม่เรื่องนี้เขารู้ดีที่สุด

               “สมุนไพรที่ต้องใช้มีอะไรมีบ้าง แล้วต้องการเท่าไร”

               คนเจ็บไม่อาจรอได้ เซี่ยหยู่จึงเข้ามาถามอย่างไม่คิดจะเวลา

               “องค์หญิง…?”

               “ตอบมาเร็ว”

               “ซานชี ตี้หยู ต้องการจำนวนมากพ่ะย่ะค่ะ” หวังต้าเจิงตอบเสร็จก็รีบเม้มปาก สีหน้าลำบากใจ

               ทหารที่บาดเจ็บหนักได้ยินอย่างนั้นต่างก็สิ้นหวัง สหายคนอื่นก็พลอยรู้สึกกังวลไปด้วย บรรยากาศในลานรักษาคนเจ็บจึงกดดันและหนักอึ้งจนไม่มีใครกล้าพูดอะไร 

               หากทว่า…

               “ข้ามี” เซี่ยหยู่บอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย

               หวังต้าเจิงชะงักวูบด้วยความประหลาดใจ ถึงกับเผลอจ้องหน้าองค์หญิงตรงๆ 

               “ก่อนเดินทางท่านลุงของข้าให้มาเยอะน่ะ”

               เพื่อไม่ทำให้หวังต้าเจิงถามมากกว่านี้ เซี่ยหยู่จึงให้เหตุผลไปอย่างนั้น

               ความเป็นจริง เซี่ยหยู่กวาดสมุนไพรทั้งหมดมาจากกรมแพทย์หลวงนั่นเอง

               เมื่อได้ยินแบบนี้ สีหน้าที่ตรึงเครียดของหวังต้าเจิงก็เปลี่ยนมามีความหวัง

               “พี่น้องทหารของเราก็รอดแล้ว!” เหล่าทหารต่างก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ  

               “องค์หญิง กระหม่อมขอถามอีกนิด” หวังต้าเจิงถามอย่างนอบน้อม

               “ว่ามา”

               “ท่านยังมีผู่กงอิงที่ช่วยลดอาการอักเสบหรือไม่”

               “ข้ามี”

               “แล้วยาลดไข้…”

               “นั่นก็มี”

               “ไป๋ฮวาเสอเฉ่า รักษาหนอง…”

               “มี”

               “แล้ว…”

               หนนี้ หวังต้าเจิงพูดไม่ทันจบ เซี่ยหยู่ก็แทรกว่า “ไม่ว่าเจ้าต้องการสมุนไพรอะไร ข้ามีทั้งหมด!”

               ขืนมัวแต่ถามกันไปมา พี่น้องทหารจะเสียเลือดจนตายซะก่อน!

               “ข้าจะไปเตรียมมาให้”

               เซี่ยหยู่ตัดบท หันหลังเดินกลับไปที่รถม้า แสร้งทำทีเป็นค้นหาสมุนไพรที่หลังรถ ซึ่งแท้จริงแล้ว นางหยิบสมุนไพรออกมาจากมิติ ใส่ตะกร้าอย่างแนบเนียน 

               ขณะที่หวังต้าเจิงเร่งมือเตรียมการรักษาผู้บาดเจ็บ ด้านไป๋มู่อวิ๋น…อดไม่ได้ที่จะหรี่ตามององค์หญิงอย่างสนใจปนฉงน  

               ..

               ..

               เพราะได้รับความรู้วิชาแพทย์มาจากหอคอยในมิติ เพียงมองคนเจ็บแวบเดียว เซี่ยหยู่ก็รู้ว่าต้องใช้อะไรบ้าง

               เด็กสาวไม่เพียงหยิบสมุนไพรห้ามเลือดออกมา นางยังหยิบน้ำเกลือล้างแผล ยาฆ่าเชื้อ สำลี ผ้าก๊อซ อุปกรณ์เย็บแผล และของใช้ที่จำเป็นอย่างอื่นออกมาด้วย

               ลี่ถิงกับทหารอีกสามคนตามมาช่วยเซี่ยหยู่ขนของ

               เมื่อของถูกขนมาครบแล้ว หวังต้าเจิงก็สั่งให้ผู้ช่วยไปบดยา ส่วนคนที่มีหน้าที่ต้มยาก็ไปต้ม

               หวังต้าเจิงวินิจฉัยคนบาดเจ็บพร้อมกับรักษาอย่างรวดเร็ว กระทั่งมาถึงคนที่ถูกแทงที่ท้อง มองจากบาดแผลที่ใหญ่และลึก อาการสาหัส  

               หากอยู่ในเมืองหลวงอาจจะยื้อชีวิตชายคนนี้ได้ แต่ตอนนี้พวกเขาต้องเดินทางลงใต้ ซ้ำยังถูกราชสำนักกดขี่ให้ยาและอุปกรณ์รักษามาไม่ครบ หวังต้าเจิงจึงได้แต่ส่ายหัวอย่างสิ้นหวัง

               “แผลถูกแทง ลึกถึงภายใน ไร้ทางเยียวยา”

               ได้ยินคำยืนยันจากหมอทหารโดยตรง ทหารที่ไร้ทางเยียวยาพลันทำหน้าเศร้าอย่างรู้ชะตากรรม เขาไม่ได้อ้อนวอนขอให้ช่วยชีวิต เพียงพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ ว่า “ท่านหมอหวัง…ฝากคำพูดของข้าส่งถึงท่านแม่…”

               “ไม่รับฝาก อยากพูดอะไรก็กลับไปพูดด้วยตัวเอง”

               ทหารคนนั้นยังพูดไม่ทันจบ เซี่ยหยู่ก็แทรกขึ้นมา ทำเอาทุกคนตรงนั้นหน้าเหวอตามๆ กัน

               เซี่ยหยู่กล่าวต่ออย่างช้าๆ “บาดแผลของเจ้าสาหัสก็จริง แต่ไม่ได้กระทบถึงอวัยวะภายใน แค่เย็บปิดปากแผลก็น่าจะใช้ได้แล้ว”

               เซี่ยหยู่ไม่ได้พูดจาอวดดีหรือแสดงความมั่นใจเกินตัว แต่น้ำพุวิญญาณในมิติของนางสามารถยื้อชีวิตของเขาได้  

               “เช่นนั้น…กระหม่อมไม่ตายแล้วใช่หรือไม่” ทหารที่ถูกแทงท้องผุดสีหน้ามีความหวัง

               “อืม เจ้าไม่ตาย” เซี่ยหยู่สรุปพลางสวมถุงมือแพทย์ จากนั้นก็หยิบยาชากับอุปกรณ์เย็บแผลออกมาเตรียมพร้อม

               เซี่ยหยู่ยังบอกให้ลี่ถิงช่วยถอดเครื่องประดับบนหัว พับแขนเสื้อขึ้น เพื่อนางจะได้ช่วยรักษาคนเจ็บได้อย่างสะดวก

               ในใจของลี่ถิงแม้มึนงงสับสน แต่ก็เข้ามาช่วยองค์หญิงอย่างว่าง่าย

               พูดก็พูดเถอะนะ…องค์หญิงเคยเรียนวิชาแพทย์ด้วยหรือ นอกจากหนังสือนิยายกับหนังสือรวมเหล่าชายงาม ในตำหนักไม่มีตำราแพทย์สักเล่ม! แล้วองค์หญิงเรียนรู้วิธีรักษาคนเจ็บมาจากที่ใด?

               ลี่ถิงคิดพลางช่วยองค์หญิงจัดแจง เมื่อเตรียมพร้อมให้องค์หญิงเรียบร้อย นางก็หลบไปอยู่วงนอกจะได้ไม่เกะกะ

               เซี่ยหยู่ก้าวเข้ามาตรงหน้าคนเจ็บ ผ่านไปหลายนาที นางก็ยังไม่ได้ลงมือเย็บแผลคนเจ็บ  

               ว่าตามตรง ความรู้ในหัวถึงจะมีมาก แต่นางไม่เคยเย็บแผลคนจริงๆ มาก่อน ดังนั้นพอเผชิญกับบาดแผลสดๆ ความมั่นใจย่อมสั่นคลอนลง

               เมื่อเห็นว่าเซี่ยหยู่ยืนนิ่งอยู่นาน ทหารที่นอนรอรับการรักษา พลันหน้าถอดสี ความหวังก็เริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ

               นั่นสินะ...องค์หญิงก็แค่เด็กสาววัยสิบกว่าปี ถึงจะมีความรู้ทางการแพทย์จริง แต่ประสบการณ์รักษาคนเจ็บย่อมน้อย เรื่องเย็บแผลไม่ต้องกล่าวถึง การรักษาขั้นสูงแบบนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่องค์หญิงจะทำได้ แค่นางพยายามยื้อชีวิตอันต่ำต้อยของเขา ก็ซาบซึ้งมากแล้ว  

               “องค์หญิง ไม่เป็นอะไรหรอกพ่ะ…”

               คำว่า ‘พ่ะย่ะค่ะ’ ยังไม่ทันหลุดจากปาก เสียง ‘แปะ!’ ก็ดังขัดจังหวะ

               ทุกคนทั้งลานที่เห็นองค์หญิงตบแก้มตัวเองเสียงดัง อดเบิกตากว้างอย่างตะลึงไม่ได้

               หลังจากตบหน้าเรียกสติตัวเองไปหนึ่งที แววตาที่เคยฉายความกังวลก็สงบนิ่ง มือทั้งสองข้างที่สั่นเทา บัดนี้หายสั่นแล้ว

               เซี่ยหยู่รวบรวมความกล้า ลงมือรักษาเย็บแผลคนเจ็บช้าๆ แต่มั่นคง   

               ในขณะที่เซี่ยหยู่มีสมาธิกับการรักษา ในตอนนี้นี้ทั้งลานต่างเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องเด็กสาวโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไร กลัวว่าหากขัดจังหวะเล็กน้อย นางอาจจะเสียสมาธิ และเย็บแผลพลาด 

               หลายนาทีต่อมา เซี่ยหยู่ก็เย็บปิดปากแผลให้ทหารบาดเจ็บเรียบร้อย เด็กสาวหยิบผ้าก๊อซพันรอบเอวของเขาเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนจะย้ำเสียงหนักแน่นว่า “อย่าให้แผลโดนน้ำ รักษาความสะอาดให้ดี แค่นี้เจ้าก็ไม่ตายแล้ว”

               เมื่อรู้ว่ารอดพ้นจากขอบเหวแห่งความตาย ทหารผู้นั้นถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ น้ำตาของเขาไหลพรากลงมาเป็นสาย ทั้งยังทำท่าจะลุกขึ้นมาโขกศีรษะคารวะองค์หญิงเพื่อแสดงความขอบคุณ   

               “ขอบพระทัยองค์หญิง ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

               เซี่ยหยู่ทนดูท่าทางทุลักทุเลของเขาต่อไปไม่ไหว จึงกดให้เขานอนลงไป ทั้งยังเอ็ดเสียงเข้มว่า “บ้าแล้ว! เจ้าจะทำให้แผลที่ข้าอุตส่าห์เย็บฉีกอีกหรือไง แล้วนั่นจะร้องไห้ทำไม เจ้ายังไม่ตายสักหน่อย!”

               คำพูดดุร้ายและตรงไปตรงมาขององค์หญิงไม่ได้ทำให้คนฟังไม่พอใจ ตรงกันข้าม เหล่าทหารกลับมองนางด้วยแววตาเลื่อมใสดุจเห็นเทพธิดา

               เซี่ยหยู่ไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า หันไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บรายอื่นต่อ

               เมื่อเห็นองค์หญิงทุ่มเทรักษาคนบาดเจ็บอย่างเต็มที่ คนอื่นก็ไม่น้อยหน้า ช่วยเหลือกันอย่างกระตือรือร้น ไม่นานก็รักษาคนเจ็บครบทุกคน 

               ก่อนจะไปพัก เซี่ยหยู่เปิดหม้อยาต้ม แกล้งตรวจสอบว่ายาต้มได้ที่แล้วหรือยัง ก่อนจะใช้จังหวะที่ไม่มีใครสังเกต แอบผสมน้ำพุวิญญาณลงไปให้ทุกคนดื่ม คนบาดเจ็บจะได้สมานตัวเร็วขึ้น ส่วนคนอื่นที่ไม่ได้บาดเจ็บก็จะได้กลับมามีเรี่ยวแรงเร็วๆ

               ทหารเหล่านี้อุตส่าห์ปกป้องนางกับน้องชายด้วยชีวิต นางจึงไม่เสียดาย ใช้ทองสิบก้อน ซื้อน้ำพุวิญญาณผสมน้ำให้พวกเขาดื่ม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 6 สี่ทหารเสือ และ บทพิเศษ (สริม)

    บทพิเศษ 6สี่ทหารเสือ 10 ปีต่อมา สายลมเค็มจากทะเลซัดสาดเป็นระลอก ท่ามกลางบรรยากาศดุดันของท้องทะเล เสียงโห่ร้องของเหล่าทหารดังกึกก้องประสานกับเสียงคลื่น ยิ่งปลุกเร้าโลหิตในอกของเหล่าทหารกล้าให้เดือดพล่าน ในยามนี้ เบื้องหน้ากองทัพเรือของแคว้นต้าเซี่ย คือเรือศึกมหึมาที่เรียงรายแน่นขนัด ธงสีดำลายหัวกะโหลกโบกสะบัดเหนือเสากระโดงตามกระแสลม เมื่อกองเรือธงหัวกะโหลกเคลื่อนเข้าสู่ระยะประชิด เด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่บนเรือหลักของต้าเซี่ยในชุดเกราะสีดำก็ก้าวขึ้นสู่ดาดฟ้า เขายืนตระหง่าน ใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่ง ดวงตาคมกริบไร้ความลังเลจ้องตรงไปยังศัตรูเบื้องหน้า ก่อนคำสั่งออกมาด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง “ยิง!” ตูม! ตูม! ตูม!! ปืนใหญ่คำรามสนั่น แรงระเบิดสั่นสะเทือนทั้งผืนน้ำและผืนฟ้า เรือโจรสลัดหลายลำถูกกระหน่ำยิงจนแตกเป็นเสี่ยง ไฟลุกโชน เศษซากปลิวกระจัดกระจายทั่วสมรภูมิท้องทะเล “รายงานฝ่าบาท ศัตรูเสียหายหนัก เรือแตกจมหลายลำ แต่ยังมีกองเรือส่วนหนึ่งพยายามฝ่าเข้ามาพ่ะย่ะค่ะ!” “อ

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 5 ทลายกำแพงน้ำแข็ง

    บทพิเศษ 5ทลายกำแพงน้ำแข็ง ครั้นเห็นว่าเซี่ยหยู่เป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว เซี่ยไคเหรินค่อยรู้สึกเบาใจขึ้นมานิดหน่อย ทว่าเมื่อหวนคิดถึงสถานการณ์ของตนเอง ในอกก็อดเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมาไม่ได้ ตลอดสองปีที่เซี่ยหยู่กับไป๋มู่อวิ๋นออกท่องยุทธภพด้วยกัน เขาเองก็ไม่ได้เพิกเฉยต่อความรู้สึกของตนเองเลยแม้แต่น้อย เขาเอาใจใส่จิ้งอี๋อย่างจริงจังและสม่ำเสมอ แม้จะรู้ดีว่าองครักษ์สาวผู้เยือกเย็นเช่นนางไม่เคยขัดสนสิ่งใด แต่เขาก็ไม่ได้ละความพยายามที่จะเอาใจใส่นาง ทั้งส่งอาวุธชิ้นใหม่ไปให้ ทั้งชวนนางออกไปกินมื้อเย็นด้วยกัน กระทั่งยอมทุ่มเงินจำนวนมากให้เยว่หลิวเซิง เพื่อแลกซื้ออาวุธจากระบบมาให้นางโดยเฉพาะ แต่กระนั้น นางกลับยังคงนิ่งเฉยไม่เปลี่ยน เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง เทศกาลล่าสัตว์ก็มาถึง ในงานนี้ ฮ่องเต้น้อยย่อมต้องเสด็จออกล่าสัตว์ด้วย เพราะหากปล่อยให้ผู้ว่าราชการแทนอย่างเขาออกหน้าเพียงฝ่ายเดียว ย่อมดูเหมือนว่าเขาตั้งตนยึดอำนาจ ในยามบ้านเมืองสงบสุข ขุนนางที่ว่างงานหันมาชิงดีช

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 4 งานแต่งที่คาดไม่ถึง (2)

    บทพิเศษ 4งานแต่งที่คาดไม่ถึง (2) หลังจากเข้าใจทุกอย่างแล้ว เซี่ยหยู่หลุบตามองมือใหญ่ที่กุมมือนางไว้อย่างหวงแหน มุมปากของนางยกยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะยื่นมือเข้าไปตบหลังมือของเขาเบาๆ เป็นการปลอบ “ไม่เป็นไร ข้าจะพูดกับนางเอง” “ข้าไม่มีทางยกเจ้าให้นาง” น้ำเสียงของไป๋มู่อวิ๋นแม้จะราบเรียบ หากแต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น เซี่ยหยู่ยิ้มให้เขา ก่อนจะหันไปมององค์หญิงใหญ่เผ่าเหมียว อีกฝ่ายดูร้อนรนขึ้นมาทันที รีบชิงเอ่ยขึ้นก่อน “พวกท่านยังไม่ได้แต่งงานกันไม่ใช่หรือ เช่นนั้นรับข้าเป็นอนุเสียก่อนไม่ได้หรือ ข้าเพียงอยากมีเหตุผลร่วมเดินทางไปด้วยเท่านั้นเอง” องค์หญิงใหญ่เผ่าเหมียวยังคงดื้อดึง ไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย เซี่ยหยู่ย่นหัวคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ข้าได้ประกาศไว้แล้วว่า จวนของข้าจะไม่มีอนุ หากเขากล้ารับใครเข้ามา ข้าก็จะหย่าทันที ถ้าอยากได้เขา ข้าจะยกให้...” คำพูดยังไม่ทันจบดี ฝ่ามือใหญ่ก็บีบมือของนางแน่นขึ้น

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 3 งานแต่งที่คาดไม่ถึง (1)

    บทพิเศษ 3งานแต่งที่คาดไม่ถึง (1) ทางด้านเซี่ยหยู่และไป๋มู่อวิ๋น หลังจากออกเดินทางขึ้นเหนือลงใต้ ตระเวนไปทั่วแผ่นดินต้าเซี่ย เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ล่วงเลยมาถึงสองปีเต็ม เซี่ยหยู่อายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ กลายเป็นหญิงงามเต็มตัว หากก็แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งความองอาจและสูงศักดิ์ ส่วนไป๋มู่อวิ๋นนั้น เดิมทีก็หล่อเหลาเหนือคนทั่วไปอยู่แล้ว ครั้นยิ่งมีความรัก ความหล่อเหลานั้นก็ยิ่งทวีคูณ หากกระนั้น ด้วยการผ่านศึกนับครั้งไม่ถ้วน ท่วงท่าและอากัปกิริยาของเขากลับแฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งและองอาจ ชวนให้ผู้พบเห็นยำเกรงโดยไม่รู้ตัว เมื่อหนุ่มรูปงามกับสาวงามเคียงข้างกัน ภาพนั้นทำให้ผู้พบเห็นอดคิดไม่ได้ว่า เทพเซียนจากสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์แท้ๆ ในยามนี้ ทั้งสองเพิ่งเข้าประตูวิวาห์ตามธรรมเนียมของราชวงศ์มาหมาดๆ และกำลังจ้องตากันปริบๆ อยู่ในห้องหอ หากถามว่าเหตุใดทั้งสองจึงจัดงานแต่งอย่างกะทันหัน ต้องย้อนกลับไปเมื่อสามสี่เดือนก่อน ในครานั้น ทั้งคู่เพิ่งเดินทางเข้าสู่เขตป่าของเผ่าเหมียวเจียง บังเอิญได้ยินเสียงร้

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 2 เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ (อีกแล้ว)

    บทพิเศษ 2เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ (อีกแล้ว) นับตั้งแต่ที่องค์หญิงสี่เซี่ยหยู่หนีออกจากวัง ไม่ใช่สิ! ต้องเรียกว่าออกเดินทางตรวจการทั่วแผ่นดิน ราชฎีกาที่กล่าวถึงความอยุติธรรมซึ่งราษฎรร้องเรียนเข้ามาก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ถือว่านางปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนฮ่องเต้น้อยเซี่ยอวี้ แม้ระยะหลังจะสนิทสนมกับพี่สาวร่วมอุทร ก็ไม่ได้ร้องไห้โวยวายขอติดตามออกไปท่องโลกกว้างเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เพราะทุกครั้งที่เซี่ยหยู่พบของดีๆ ระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นของเล่นหรือของกิน นางมักจะเก็บของเหล่านั้นใส่ไว้ในมิติ แล้วฝากเยว่หลิวเซิงส่งต่อให้เจ้าตัวเล็กอยู่เสมอ มิหนำซ้ำ ข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ยังถูกส่งถึงเซี่ยไคเหรินอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ต่อให้บางพื้นที่เกิดโรคระบาดหรือประสบภัยพิบัติธรรมชาติ เซี่ยไคเหรินก็สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที กล่าวถึงเซี่ยอวี้ในยามนี้ เจ้าเล็กตัวขยันเล่าเรียนอย่างยิ่ง ทุกเช้าซานหมิงสหายร่วมศึกษาจะเข้ามาในวัง เพื่อร่วมเรียนกับฮ่องเต้น้อย ครั้นถึง

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 1 องค์หญิงสี่หนีออกวังแล้ว!

    บทพิเศษ 1องค์หญิงสี่หนีออกวังแล้ว! นับตั้งแต่เซี่ยหยู่ยกทัพมุ่งหน้าสู่ชายแดนตะวันตก วันเวลาก็ล่วงผ่านมาแล้วสามเดือน ในที่สุดม้าเร็วก็นำข่าวดีส่งกลับมายังเมืองหลวง เมื่อเซี่ยไคเหรินได้รับรายงาน สีหน้าก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด อดยินดีไม่ได้ที่เมืองฝานถูและเมืองอู๋เวยถูกยึดคืนมาสู่ต้าเซี่ยได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้น เยว่หลิวเซิงยังจัดตั้งหน่วยรบพิเศษแดนตะวันตกขึ้นมาใหม่อีกด้วย การก่อสร้างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีเครื่องจักรครบครัน ยิ่งกว่านั้น ทหารตระกูลไป๋ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างจากเมืองหลิงหนานอยู่แล้ว เมื่อร่วมมือกับทหารของเว่ยเซียง งานทุกอย่างจึงคืบหน้าอย่างรวดเร็ว ตอนสร้างศูนย์ฝึกพิเศษ เว่ยเซียงที่ได้เห็นเครื่องจักรและเครื่องมือทันสมัยเป็นครั้งแรก ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกไปทั้งวัน ต่อมา เมื่อประจักษ์ถึงความสามารถราวกับฟ้าประทานขององค์หญิงสี่ เขาก็แทบลงไปคุกเข่าคารวะเซี่ยหยู่ด้วยความเทิดทูลประหนึ่งว่านางเป็นเทพเจ้า หากไม่ใช่เพราะเซี่ยหยู่ย้ำนักย้ำหนาว่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status