Share

บทที่ 6 เซี่ยอวี้หาพรรคพวก

last update Last Updated: 2025-10-05 10:16:00

บทที่ 6

เซี่ยอวี้หาพรรคพวก

               วันแรกของการเดินทางค่อนข้างราบรื่น

               ขบวนรถม้าเคลื่อนตัวไปอย่างเงียบๆ ไม่มีเหตุร้ายหรือเรื่องไม่คาดฝัน อาหารการกินยิ่งไม่ได้ลำบาก อาจเพราะเมืองหยุนโจวอยู่ใกล้กับเมืองหลวง ไม่ได้ประสบภัยแล้ง เป็นเมืองค่อนข้างเจริญ ระหว่างขบวนเคลื่อนผ่าน เซี่ยหยู่เห็นชาวบ้านประปราย และทุ่งนาสีเขียวขจีเรียงรายตามสองข้างทาง เป็นทิวทัศน์ที่งดงามไม่เลว

               เหล่าทหารที่คุ้มกันขบวนก็เดินแถวอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีใครเอ่ยวาจาล่วงเกินเซี่ยหยู่หรือเซี่ยอวี้ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบเรียบ

               ช่วงพักแรมในคืนนั้น เซี่ยหยู่หยิบกระบองไฟฟ้าแบบพกพาให้กับแม่นมจื่อฮวาและลี่ถิง พร้อมสอนวิธีใช้งานแบบง่ายๆ

               กระบองไฟฟ้าดูเหมือนท่อนไม้สีดำธรรมดาจึงไม่มีใครสงสัย

               และแน่นอน คนยุคโบราณไม่รู้จักคำว่า ‘ไฟฟ้า’ แต่ก็เข้าใจหลักการใช้งานง่ายๆ ต้องกดสวิตซ์ตรงไหนแล้วฟาดออกไปอย่างไร สอนครั้งเดียวพวกเขาก็ทำเป็นทันที

               หลังจากได้รับกระบองไฟฟ้าไป ทั้งสองคนก็ฝึกใช้งานจนคล่องแคล่ว ก่อนจะเก็บใส่แขนเสื้อด้วยรอยยิ้มกว้าง

               “ขอบพระทัยเพคะองค์หญิง”

               “ขอบพระทัยเพคะ”  

               ลี่ถิงกับแม่นมจื่อฮวากล่าวขอบคุณด้วยสีหน้าครึ้มใจ ยกเว้นก็แต่คนหนึ่งที่มองเซี่ยหยู่ด้วยสายตาไม่สบอารมณ์

               “ไม่พอใจอะไร?” เซี่ยหยู่ถามเจ้าตัวเล็กที่มองค้อนใส่นางขวับๆ

               “ส่วนของข้าไม่มีหรือ?” เซี่ยอวี้ถามอย่างไม่พอใจ

               นางดีดหน้าผากเจ้าตัวเล็กไปทีหนึ่งแล้วบอก “นั่นไม่ใช่ของเล่น มันอันตราย ให้แม่นมจื่อฮวาใช้ปกป้องเจ้าก็พอแล้ว”

               เซี่ยอวี้กุมหน้าผากตรงที่ถูกดีด แยกเขี้ยวเล็กๆ ใส่เซี่ยหยู่

               “โง่หรือเปล่า ข้าเป็นผู้ชาย ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายปกป้องผู้หญิงสิ”

               “...”

               เซี่ยหยู่ แม่นมจื่อฮวา และลี่ถิงได้แต่อมยิ้มด้วยความเอ็นดู  

               เด็กคนนี้รู้จักปกป้องสตรีด้วยนะ ไม่เลวเลยนี่!

               แม้คิดอย่างนั้น แต่เซี่ยอวี้ก็เด็กเกินไป ถ้าให้เขาพกกระบองไฟฟ้า เจ้าตัวกระเปี้ยกคงเผลอฟาดใส่ตัวเองแทนที่จะเป็นศัตรูน่ะสิ ด้วยความกังวลแบบผู้ใหญ่ห่วงเด็ก เซี่ยหยู่ให้เขาพกสิ่งนี้ไม่ได้

               นางเกาแก้ม ทำทีเป็นแก้ตัวด้วยสีหน้าเสียดายนิดๆ “ข้าทำมาแค่สองอัน ตอนนี้ไม่มีแล้ว”

               ได้ยินแบบนั้น แก้มกลมยุ้ยของเซี่ยอวี้ก็พองลมเหมือนปลาปักเป้า ดูเหมือนจะงอนตุ๊บป่องแล้ว  

               เซี่ยหยู่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะทำทีค้นหาบางอย่างในแขนเสื้อ ปากก็พร่ำบ่นว่า “ก็ได้ ก็ได้ ข้าจะให้สิ่งนี้กับเจ้า” จากนั้นก็หยิบขวดสเปรย์พริกไทยที่ปลอมแปลงแล้วออกมาจากมิติ ยื่นให้เจ้าตัวเล็ก

               “เปิดฝาแล้วฉีดใส่หน้าศัตรู จะทำให้ศัตรูปวดแสบร้อน ใช้ง่ายเหมาะกับเจ้าเลย”

               เซี่ยอวี้รับขวดสเปรย์พริกไทยมาถือด้วยความตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ และลืมไปว่าตัวเขากับพี่สาวไม่ได้สนิทกัน

               ผ่านไปสักพัก เด็กชายหุบยิ้ม ขึงตาใส่เซี่ยหยู่พร้อมกับถามด้วยความสงสัย

               “ทำไมมีของแบบนี้ล่ะ”

               “ข้าว่าง ก็เลยคิดค้นขึ้นมาเอง ลองผสมนั่นนี่ ก็ออกมาเป็นแบบนี้แล้ว...ถ้าถามมากกว่านี้ข้าไม่ให้แล้ว เอาคืนมา” นางแกล้งทำทีเป็นหงุดหงิด ทั้งยังแบมือจะเอาของคืน   

               เซี่ยอวี้รีบเอาขวดสเปรย์พริกไทยซ่อนไว้ข้างหลัง เบ้ปากเล็กๆ แล้วว่า “พี่หญิงที่วันๆ คิดแต่เรื่องผู้ชาย ฉลาดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร”

               หา!?

               เซี่ยหยู่กรอกตามองบน เจ้าเด็กน้อยนี่ พออารมณ์ดีแล้วก็ปากคอเราะร้ายขึ้นมาเลยนะ

               แต่ช่างเถอะ การเดินทางครั้งนี้นางรู้ว่าไม่ง่าย อาจเจอชาวบ้านก่อจลาจล หรือถูกลอบโจมตีระหว่างทาง อย่างน้อย พวกเขาควรมีของไว้ป้องกันตัว

               ก่อนเซี่ยหยู่จะกลับที่พัก นางยังให้บิสกิตห่อหนึ่งกับเซี่ยอวี้

               “ให้เจ้า เอาไว้กินเล่น”

               “อืม!”

               ..

               ..

               การเดินทางล่วงเข้าสู่วันที่ 5 ในที่สุดขบวนรถม้าก็ออกจากเขตของเมืองหยุนโจวมาไกลแล้ว  

               ช่วงแรกของการเดินทาง เซี่ยอวี้ยังง่อยซึมเพราะคิดถึงบ้าน แต่เมื่อเริ่มชินกับการเดินทาง ได้ของเล่นแปลกๆ จากพี่สาว และที่สำคัญ เขาไม่ต้องถูกสายตาจ้องจับผิดเหมือนอยู่วังหลวง หรือถูกสั่งให้เรียน เรียนและเรียน

               เมื่อไม่ต้องทนรับแรงกดดันเหล่านั้น เจ้าตัวเล็กก็ค่อยๆ ร่าเริงสดใสตามประสาเด็กวัยอยากรู้อยากเห็น อยากสำรวจโลกกว้าง

               เขากุมขวดสเปรย์พริกไทยที่ซ่อนในอกเสื้อ ใจก็อดสงสัยไม่ได้ว่าจะได้ใช้มันเมื่อไรนะ อยากลองใช้แล้วสิ!

               ในยามนี้ ขบวนรถม้าแวะพักที่ชายป่า เด็กชายกินอาหารเที่ยงอิ่มแล้ว กำลังนั่งแกว่งขาไปมาบนท้ายรถม้า ดวงตากลมไร้เดียงสาสอดส่ายมองพี่ชายทหารที่นั่งจับกลุ่มกินอาหารแบบเดิมซ้ำๆ ทุกวัน

               เซี่ยอวี้เริ่มสงสัย เขากินซาลาเปาไส้เนื้อครบ 4 วันก็เริ่มเบื่อ แต่พี่ชายทหารพวกนี้กินเนื้อแห้งๆ กับแผ่นแป้งกรอบทุกวัน วันละ 3 มื้อเหมือนกัน แต่สีหน้าพวกพี่ชายกลับดูเฉยๆ 

               เนื้อแห้งกับแผ่นแป้งกรอบอร่อยมากหรือ?

               คิดพลาง กลิ่นเนื้อแห้งก็ลอยเข้าจมูกยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น

               เซี่ยอวี้กระโดดดึ๋งลงจากท้ายรถม้า ก้าวขาเล็กๆ เข้าไปหาทหารกลุ่มที่อยู่ใกล้ๆ เด็กชายหยุดยืนข้างทหารหนุ่มหน้าตาอ่อนเยาว์คนหนึ่ง โดยมีแม่นมจื่อฮวาเดินตามมาติดๆ ด้วย

               “นั่นอะไรหรือ รสชาติเป็นอย่างไร อร่อยหรือเปล่า?”

               เซี่ยอวี้เอียงคอถาม ดวงตากลมโตใสแจ๋วจ้องมองเนื้อแห้งในมือพี่ชาย

               ทหารหนุ่มคนนี้อายุน่าจะ 16-17 เขานิ่งอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อถูกองค์ชายชวนคุย แต่พอตั้งสติได้เขาก็รีบตอบว่า “เอ่อ… อร่อยมั้งพ่ะย่ะค่ะ!”

               สำหรับทหารที่รอนแรมกลางป่า การได้กินเนื้อแห้งกับแป้งแผ่นที่ยังไม่ขึ้นรานับว่าฟุ่มเฟือยแล้ว แต่สำหรับองค์ชายตัวน้อยที่คุ้นชินกับอาหารหรูหรา เนื้อแห้งนี้ย่อมเทียบไม่ติด

               ว่าแต่ องค์ชายถามทำไมนะ!

               ทหารหนุ่มเอียงหัวคิดด้วยความฉงวน

               “อร่อยหรือ”

               เซี่ยอวี้ถามอีกครั้ง ดวงตาก็จับจ้องมองเนื้อแห้งพร้อมกับน้ำลายที่ไหลตรงมุมปาก 

               ทหารหนุ่มหน้าอ่อนมองเนื้อแห้งในมือสลับกับมององค์ชายน้อย จากนั้นก็ถามอย่างลังเล “องค์ชายอยากลองกินหรือ”

               เซี่ยอวี้พยักหน้าแรงๆ เหมือนลูกเจี๊ยบจิกข้าวสาร ตาก็จ้องเขม็งที่เนื้อแห้ง

               ทหารหนุ่มเงยหน้ามองแม่นมที่ตามหลังมาด้วยเพื่อขอความเห็น

               แม่นมจื่อฮวาเห็นว่าเนื้อแห้งที่พวกเขากินไม่มียาพิษ ก่อนนำมากินก็ย่างจนสุกแล้ว ไม่นับว่าอันตราย นางจึงพยักหน้าให้ทหารคนนั้นเล็กน้อย

               “เอ่อ…งั้นก็…นี่พ่ะย่ะค่ะ”

               ทหารหนุ่มหน้าอ่อนหยิบเนื้อแห้งชิ้นใหม่ยื่นให้กับองค์ชายน้อย ใจก็เต้นแรงอย่างลุ้นระทึก เหมือนว่าที่ตนกำลังยื่นให้องค์ชายน้อยเป็นเนื้อที่เน่าแล้ว

               ของต่ำต้อยแบบนี้…องค์ชายน้อยจะกล้ากินหรือ?

               ไม่สิ องค์ชายร้องขอจะกินเอง ไม่เกี่ยวกับเขานี่น่า

               แต่...จะดีจริงๆ หรือ? หากองค์ชายกินเนื้อแห้งนี้แล้วเป็นอะไรขึ้นมาเล่า เขาจะได้รับโทษประหารแปดชั่วโคตรหรือเปล่า!

               ทหารหนุ่มหน้าอ่อนคิดอย่างกลุ้มใจ

               ฉับพลันนั้น องค์ชายน้อยคว้าเนื้อแห้งจากมือทหารหนุ่มหน้าอ่อนโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว

เฮือก!

               จู่ๆ ทหารทั้งกลุ่มก็เงียบทันที ดวงตาทุกคู่จ้องมององค์ชายตัวน้อยอย่างลุ้นระทึก  

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 6 สี่ทหารเสือ และ บทพิเศษ (สริม)

    บทพิเศษ 6สี่ทหารเสือ 10 ปีต่อมา สายลมเค็มจากทะเลซัดสาดเป็นระลอก ท่ามกลางบรรยากาศดุดันของท้องทะเล เสียงโห่ร้องของเหล่าทหารดังกึกก้องประสานกับเสียงคลื่น ยิ่งปลุกเร้าโลหิตในอกของเหล่าทหารกล้าให้เดือดพล่าน ในยามนี้ เบื้องหน้ากองทัพเรือของแคว้นต้าเซี่ย คือเรือศึกมหึมาที่เรียงรายแน่นขนัด ธงสีดำลายหัวกะโหลกโบกสะบัดเหนือเสากระโดงตามกระแสลม เมื่อกองเรือธงหัวกะโหลกเคลื่อนเข้าสู่ระยะประชิด เด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่บนเรือหลักของต้าเซี่ยในชุดเกราะสีดำก็ก้าวขึ้นสู่ดาดฟ้า เขายืนตระหง่าน ใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่ง ดวงตาคมกริบไร้ความลังเลจ้องตรงไปยังศัตรูเบื้องหน้า ก่อนคำสั่งออกมาด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง “ยิง!” ตูม! ตูม! ตูม!! ปืนใหญ่คำรามสนั่น แรงระเบิดสั่นสะเทือนทั้งผืนน้ำและผืนฟ้า เรือโจรสลัดหลายลำถูกกระหน่ำยิงจนแตกเป็นเสี่ยง ไฟลุกโชน เศษซากปลิวกระจัดกระจายทั่วสมรภูมิท้องทะเล “รายงานฝ่าบาท ศัตรูเสียหายหนัก เรือแตกจมหลายลำ แต่ยังมีกองเรือส่วนหนึ่งพยายามฝ่าเข้ามาพ่ะย่ะค่ะ!” “อ

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 5 ทลายกำแพงน้ำแข็ง

    บทพิเศษ 5ทลายกำแพงน้ำแข็ง ครั้นเห็นว่าเซี่ยหยู่เป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว เซี่ยไคเหรินค่อยรู้สึกเบาใจขึ้นมานิดหน่อย ทว่าเมื่อหวนคิดถึงสถานการณ์ของตนเอง ในอกก็อดเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมาไม่ได้ ตลอดสองปีที่เซี่ยหยู่กับไป๋มู่อวิ๋นออกท่องยุทธภพด้วยกัน เขาเองก็ไม่ได้เพิกเฉยต่อความรู้สึกของตนเองเลยแม้แต่น้อย เขาเอาใจใส่จิ้งอี๋อย่างจริงจังและสม่ำเสมอ แม้จะรู้ดีว่าองครักษ์สาวผู้เยือกเย็นเช่นนางไม่เคยขัดสนสิ่งใด แต่เขาก็ไม่ได้ละความพยายามที่จะเอาใจใส่นาง ทั้งส่งอาวุธชิ้นใหม่ไปให้ ทั้งชวนนางออกไปกินมื้อเย็นด้วยกัน กระทั่งยอมทุ่มเงินจำนวนมากให้เยว่หลิวเซิง เพื่อแลกซื้ออาวุธจากระบบมาให้นางโดยเฉพาะ แต่กระนั้น นางกลับยังคงนิ่งเฉยไม่เปลี่ยน เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง เทศกาลล่าสัตว์ก็มาถึง ในงานนี้ ฮ่องเต้น้อยย่อมต้องเสด็จออกล่าสัตว์ด้วย เพราะหากปล่อยให้ผู้ว่าราชการแทนอย่างเขาออกหน้าเพียงฝ่ายเดียว ย่อมดูเหมือนว่าเขาตั้งตนยึดอำนาจ ในยามบ้านเมืองสงบสุข ขุนนางที่ว่างงานหันมาชิงดีช

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 4 งานแต่งที่คาดไม่ถึง (2)

    บทพิเศษ 4งานแต่งที่คาดไม่ถึง (2) หลังจากเข้าใจทุกอย่างแล้ว เซี่ยหยู่หลุบตามองมือใหญ่ที่กุมมือนางไว้อย่างหวงแหน มุมปากของนางยกยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะยื่นมือเข้าไปตบหลังมือของเขาเบาๆ เป็นการปลอบ “ไม่เป็นไร ข้าจะพูดกับนางเอง” “ข้าไม่มีทางยกเจ้าให้นาง” น้ำเสียงของไป๋มู่อวิ๋นแม้จะราบเรียบ หากแต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น เซี่ยหยู่ยิ้มให้เขา ก่อนจะหันไปมององค์หญิงใหญ่เผ่าเหมียว อีกฝ่ายดูร้อนรนขึ้นมาทันที รีบชิงเอ่ยขึ้นก่อน “พวกท่านยังไม่ได้แต่งงานกันไม่ใช่หรือ เช่นนั้นรับข้าเป็นอนุเสียก่อนไม่ได้หรือ ข้าเพียงอยากมีเหตุผลร่วมเดินทางไปด้วยเท่านั้นเอง” องค์หญิงใหญ่เผ่าเหมียวยังคงดื้อดึง ไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย เซี่ยหยู่ย่นหัวคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ข้าได้ประกาศไว้แล้วว่า จวนของข้าจะไม่มีอนุ หากเขากล้ารับใครเข้ามา ข้าก็จะหย่าทันที ถ้าอยากได้เขา ข้าจะยกให้...” คำพูดยังไม่ทันจบดี ฝ่ามือใหญ่ก็บีบมือของนางแน่นขึ้น

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 3 งานแต่งที่คาดไม่ถึง (1)

    บทพิเศษ 3งานแต่งที่คาดไม่ถึง (1) ทางด้านเซี่ยหยู่และไป๋มู่อวิ๋น หลังจากออกเดินทางขึ้นเหนือลงใต้ ตระเวนไปทั่วแผ่นดินต้าเซี่ย เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ล่วงเลยมาถึงสองปีเต็ม เซี่ยหยู่อายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ กลายเป็นหญิงงามเต็มตัว หากก็แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งความองอาจและสูงศักดิ์ ส่วนไป๋มู่อวิ๋นนั้น เดิมทีก็หล่อเหลาเหนือคนทั่วไปอยู่แล้ว ครั้นยิ่งมีความรัก ความหล่อเหลานั้นก็ยิ่งทวีคูณ หากกระนั้น ด้วยการผ่านศึกนับครั้งไม่ถ้วน ท่วงท่าและอากัปกิริยาของเขากลับแฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งและองอาจ ชวนให้ผู้พบเห็นยำเกรงโดยไม่รู้ตัว เมื่อหนุ่มรูปงามกับสาวงามเคียงข้างกัน ภาพนั้นทำให้ผู้พบเห็นอดคิดไม่ได้ว่า เทพเซียนจากสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์แท้ๆ ในยามนี้ ทั้งสองเพิ่งเข้าประตูวิวาห์ตามธรรมเนียมของราชวงศ์มาหมาดๆ และกำลังจ้องตากันปริบๆ อยู่ในห้องหอ หากถามว่าเหตุใดทั้งสองจึงจัดงานแต่งอย่างกะทันหัน ต้องย้อนกลับไปเมื่อสามสี่เดือนก่อน ในครานั้น ทั้งคู่เพิ่งเดินทางเข้าสู่เขตป่าของเผ่าเหมียวเจียง บังเอิญได้ยินเสียงร้

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 2 เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ (อีกแล้ว)

    บทพิเศษ 2เซี่ยอวี้แสดงฝีมือ (อีกแล้ว) นับตั้งแต่ที่องค์หญิงสี่เซี่ยหยู่หนีออกจากวัง ไม่ใช่สิ! ต้องเรียกว่าออกเดินทางตรวจการทั่วแผ่นดิน ราชฎีกาที่กล่าวถึงความอยุติธรรมซึ่งราษฎรร้องเรียนเข้ามาก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ถือว่านางปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนฮ่องเต้น้อยเซี่ยอวี้ แม้ระยะหลังจะสนิทสนมกับพี่สาวร่วมอุทร ก็ไม่ได้ร้องไห้โวยวายขอติดตามออกไปท่องโลกกว้างเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เพราะทุกครั้งที่เซี่ยหยู่พบของดีๆ ระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นของเล่นหรือของกิน นางมักจะเก็บของเหล่านั้นใส่ไว้ในมิติ แล้วฝากเยว่หลิวเซิงส่งต่อให้เจ้าตัวเล็กอยู่เสมอ มิหนำซ้ำ ข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ยังถูกส่งถึงเซี่ยไคเหรินอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ต่อให้บางพื้นที่เกิดโรคระบาดหรือประสบภัยพิบัติธรรมชาติ เซี่ยไคเหรินก็สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที กล่าวถึงเซี่ยอวี้ในยามนี้ เจ้าเล็กตัวขยันเล่าเรียนอย่างยิ่ง ทุกเช้าซานหมิงสหายร่วมศึกษาจะเข้ามาในวัง เพื่อร่วมเรียนกับฮ่องเต้น้อย ครั้นถึง

  • เนรเทศไม่เป็นไร ข้าเกิดใหม่พร้อมคลังเสบียง!   บทพิเศษ 1 องค์หญิงสี่หนีออกวังแล้ว!

    บทพิเศษ 1องค์หญิงสี่หนีออกวังแล้ว! นับตั้งแต่เซี่ยหยู่ยกทัพมุ่งหน้าสู่ชายแดนตะวันตก วันเวลาก็ล่วงผ่านมาแล้วสามเดือน ในที่สุดม้าเร็วก็นำข่าวดีส่งกลับมายังเมืองหลวง เมื่อเซี่ยไคเหรินได้รับรายงาน สีหน้าก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด อดยินดีไม่ได้ที่เมืองฝานถูและเมืองอู๋เวยถูกยึดคืนมาสู่ต้าเซี่ยได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้น เยว่หลิวเซิงยังจัดตั้งหน่วยรบพิเศษแดนตะวันตกขึ้นมาใหม่อีกด้วย การก่อสร้างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีเครื่องจักรครบครัน ยิ่งกว่านั้น ทหารตระกูลไป๋ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างจากเมืองหลิงหนานอยู่แล้ว เมื่อร่วมมือกับทหารของเว่ยเซียง งานทุกอย่างจึงคืบหน้าอย่างรวดเร็ว ตอนสร้างศูนย์ฝึกพิเศษ เว่ยเซียงที่ได้เห็นเครื่องจักรและเครื่องมือทันสมัยเป็นครั้งแรก ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกไปทั้งวัน ต่อมา เมื่อประจักษ์ถึงความสามารถราวกับฟ้าประทานขององค์หญิงสี่ เขาก็แทบลงไปคุกเข่าคารวะเซี่ยหยู่ด้วยความเทิดทูลประหนึ่งว่านางเป็นเทพเจ้า หากไม่ใช่เพราะเซี่ยหยู่ย้ำนักย้ำหนาว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status