Partager

บทที่ 8

last update Date de publication: 2026-01-17 21:26:49

หลายวันมานี้เขาสังเกตเห็นกิริยาอาการของเจ้าฟ้าหญิงดูแปลกเปลี่ยนไป หากก็มิเคยเอ่ยถามอันใดด้วยหน้าที่ทำให้ต้องคอยดูเพียงห่าง ๆ เนเฟอร์ติตีดูเลื่อนลอยและเสมือนมีบางอย่างทำให้ประกายอันส่องสว่างบนพระพักตร์แสนงามเลือนจางอย่างมิอาจหยั่งเห็น

“เมมนอน...ข้า...”

นางยังมิทันได้อธิบายก็ถูกแขนกำยำของชายหนุ่มกอดกระหวัดและดันให้ชิดกำแพงเมื่อด้านบนตำหนักมีทหารเดินถือคบเพลิงผ่านไป น่าประหลาดที่เจ้าหญิงมิได้รู้สึกอึดอัด ทว่ากลับมีความยินดีในส่วนลึกหลั่งไหลอยู่ในพระทัยอันหวั่นหวามยามใบหน้าคมเข้มแนบลงบนพระเกศาอ่อนนุ่ม เมมนอนทำราวประหนึ่งต้องการปกป้องพระองค์จากสายตาของเหล่าทหารด้วยกระนั้น

“องค์หญิง...ยามวิกาลเช่นนี้ท่านมิควรออกมานอกตำหนัก รู้หรือไม่ว่าอันตรายมากแค่ไหน”

ชายหนุ่มเอ็ดพระขัตติยาเบาๆ ด้วยเกรงเสียงนั้นจะลอดเข้าหูข้าราชบริพารที่อยู่เวรยามในค่ำคืน ราชองครักษ์คลายอ้อมแขนหากก็ยังกักร่างของนางไว้ในอ้อมอกหลวม ๆ

“ข้าเพียงอยากออกไป...นอกกำแพงนั่น...กำแพงของราชวังแห่งธีบส์”

ทรงตรัสเสียงแผ่วราวสายลมอ่อนเบาทว่าเหน็บนาวนักในดินแดนแห่งทะเลทรายแม้อยู่ใกล้นทีสายยาวที่พาดผ่านอาณาจักรไอยคุปต์ หากแต่ในรัตติกาลนี้สายลมแม้เยือกเย็นเพียงไหนก็มิอาจแทรกลงได้ในใจกลางพระทัยอันอบอุ่น

เนเฟอร์ติตีสบกับสายตาเข้มคมที่ช่างเด่นชัดแม้ละอองไอแห่งความมืดแผ่ลงมาโอบคลุมอยู่รอบคนทั้งสอง

“หม่อมฉันคง...”

“ปล่อยให้ข้าไปไม่ได้...ท่านคงจะกล่าวกับข้าอย่างที่ท่านกล่าวออกมาทุกครั้ง ราชองครักษ์แห่งฟาโรห์!”

“องค์หญิง...หากพระองค์เป็นเพียงสตรีสามัญ กระหม่อมอาจไม่รู้สึกลำบากใจเช่นนี้ หากคนในตำหนักรู้ว่าพระองค์หายไปอาจเกิดความวุ่นวายขึ้นอีกหน”

นางมิยอมตรัสอันใดเพื่อจะบอกเล่าให้เขารู้ว่าคล้อยหลังที่แสร้งบอกพระนมคูอิตว่าอยากเข้าบรรทมให้เร็วสักหน่อยและคอยดูดีแล้วว่ามิมีผู้ใดอยู่กวนพระทัยภายในห้องจึงใช้ผ้าคลุมเร้นกายออกมาภายนอกโดยความเร่งรีบทำให้ลืมนึกไปว่านางยังอยู่ในสายตาที่คอยระแวดระวังของราชองครักษ์ตามบัญชาของพระบิดา

“ข้าปรารถนาจะออกไปข้างนอกนั่นเพื่อยืนบนฝั่งแม่น้ำ มองสายนทีแห่งไนล์ไหลเอื่อยใต้ท้องฟ้าในอ้อมกอดของเทพนัตยามค่ำคืน...หากท่านมิอาจช่วยข้าได้ ก็จงปลดปล่อยข้าไป แม้ชั่วยามเดียวเพื่อหัวใจของข้าจะได้เป็นอิสระจากพันธนาการแห่งความฝัน”

“ข้ามิอาจปลดปล่อยท่านได้...”

เมมนอนตอบกลับไปด้วยเสียงอันเบาเช่นกันหากทว่าดวงตาอันดุดันยามนี้มีประกายอันนุ่มนวลฉายชัดออกมาจนเจ้าฟ้าหญิงรู้สึกสับสนในพระทัยยิ่ง

“ข้าคงปลดปล่อยองค์หญิงจากพันธนาการมิได้...เพียงลำพัง...หากแต่ข้าจะพาท่านไปที่นั่นเอง”

น้ำเสียงอันแน่นหนักของราชองครักษ์ทำให้พระพักตร์ที่เริ่มหม่นหมองกลับพร่าพรายด้วยความหวัง รอยแย้มสรวลบนริมโอษฐ์อิ่มช่างนุ่มนวลจับหัวใจของชายหนุ่มแม้มิปรารถนาให้นาทีนี้ล่วงเลยหากก็มิอาจอยู่ ณ ที่นี้นานได้ด้วยเกรงมีผู้ผ่านมาพบเห็น

“เมมนอน...ข้าเพียงต้องการออกไปสู่ดินแดนนอกกำแพงที่ข้ามิเคยได้เห็น       แต่...ท่านจะพาข้าออกไปพ้นจากประตูวังได้อย่างไรเล่า ในเมื่อมีเหล่าทหารเฝ้าอยู่เต็มไปหมด”

“แล้วพระองค์จะออกไปอย่างไร...หากต้องการออกไปจากที่นี่เพียงลำพัง”

เมื่อถูกถามกลับมาเช่นนั้นเนเฟอร์ติตีกลับมิมีคำตอบอันใดนอกจากสายพระเนตรอันว่างเปล่าด้วยจนพระทัย เมมนอนระบายลมหายใจเบา ๆ ก่อนพูดกับคนในอ้อมแขน

“องค์หญิงทรงรั้นเยี่ยงนี้อย่างไรเล่า...หากคิดจะกระทำการสิ่งใด ควรต้องทรงวางแผน มิใช่คิดแต่จะเอาตามแต่พระทัยเอง”

“ถ้าเช่นนั้นข้าควรต้องกลับไปยังตำหนัก ล้มตัวลงนอน โดยมีท่านคอยเฝ้าหน้าห้องดุจเดิม”

พระสุรเสียงนั้นเริ่มกระเง้ากระงอดจนราชองรักษ์หนุ่มเผลอรั้งร่างบางซึ่งทำทีจะผละออกไว้แน่นขึ้น

“หากพระองค์มิทรงวางแผนแล้วจะออกจากมหาราชวังไปสู่เบื้องนอกได้อย่างไร”

“ข้ามิมีแผนอันใด...”

“ท่านมิอาจผ่านเหล่าทหารไปทางทวารใหญ่ของมหาราชวังได้แน่ แต่หากพระองค์ไปในที่ ๆ ผู้อยู่เวรยามมิใช่ทหารก็อาจรอดพ้นไปได้จากกำแพงวัง หม่อมฉันกำลังจะบอกพระองค์ว่า หากเราออกไปทางวิหารคาร์นัคมุ่งตรงไปยังริมฝั่งไนล์ ก็ดูจะง่ายกว่าและมิทันเป็นที่สังเกตแก่เหล่านักบวชในที่นั้น”

ชั่วขณะหนึ่งในความชิดใกล้ชายหนุ่มราวนึกอะไรได้ก่อนรีบคลายวงแขนจากพระธิดาของผู้อยู่เหนือหัว

“ขอพระราชทานอภัย...กระหม่อม...”

“เมมนอน...”

เมมนอนทำทีจะถอยห่างหากแต่พระหัตถ์เรียวบางที่เอื้อมมาแตะแขนนั้นไว้ทำให้เขาต้องชะงักงันต่อกิริยาของเจ้าฟ้าหญิง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์   บทที่ 19

    อันความรักนั้นยิ่งใหญ่ ผืนฟ้าแม้กว้างไกลก็ยังจรดลงได้บนผืนทรายใต้ดวงตาแห่งสรวงสวรรค์"องค์หญิงเนเฟอร์ติตี ทรงอภัยให้แก่หม่อมฉันด้วยเถิด”เมมนอนรำพึงออกมาในยามดึกสงัดใต้ซุ้มผาหินทรายขณะตระกองกอดร่างอรชรที่นอนอิงแอบในอ้อมแขนแข็งแกร่ง“ท่านจะให้ข้าอภัยแก่ท่านเรื่องใดกัน เมมนอน”“อภัยที่หม่อมฉันล่วงเกินพระองค์ในราตรีนี้”ราชองครักษ์กล่าวออกมาอย่างรู้สึกผิดทั้งรู้ว่าหักห้ามหัวใจได้ยากเมื่อทุกอย่างได้ดำเนินไปตามครรลองแห่งปรารถนา ก็ในเมื่อกลิ่นไอบนพระฉวีแสนงามนั้นช่างยวนใจและน่าลุ่มหลงราวดอกไม้กลางเนินทรายในหุบผา“ข้าเป็นของท่าน...เมมนอน...ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากการยินยอมพร้อมใจมิใช่การบีบบังคับ”“หม่อมฉันมิอาจล่วงรู้ถึงวันพรุ่ง รู้แต่เพียงตอนนี้พระองค์คือหญิงที่กระหม่อมรักและเทิดทูนสุดหัวใจจนคิดว่าความตายเท่านั้นที่จะพรากหัวใจรักของหม่อมฉันจากองค์หญิง”“เมมนอน... ท่านคิดว่าข้าไม่กลัวหรือ หากข้าเป็นเพียงสามัญชนก็คงไม่ต้องทุกข์ทรมานใจเพียงนี้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าจะขอเก็บช่วงเวลานี้ไว้ ช่วงเวลาที่ข้าได้อยู่กับท่าน”“องค์หญิง...แม้ความสุขจะอยู่กับเรามิยืนนาน หากแต่หม่อมฉันก็จะขอเก็บควา

  • เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์   บทที่ 18

    “พ่อกับแม่ของหม่อมฉันเสียชีวิตไปนานแล้ว ตระกูลของหม่อมฉันเป็นทหารหลวงมาตั้งแต่รัชสมัยของเซติ พระอัยกาขององค์หญิง ฉะนั้นตอนนี้จึงมีเพียงเรื่องเดียวที่หม่อมฉันต้องให้ความสำคัญคือการปกป้ององค์ฟาโรห์”“เช่นนั้นหรือ?” เจ้าหญิงถอนพระทัยและแสร้งผินพระพักตร์ไปยังเงาหุบผาสีดำที่ทอดตัวเป็นแนวยาวใต้คุ้งฟ้าสีทึม“มีคนบอกข้าว่า ภพของผู้วายชนม์ตั้งอยู่เลยเส้นขอบฟ้าตะวันตก ข้าจึงใคร่รู้ว่าดินแดนใกล้โลกแห่งปรภพนั้นเป็นเช่นไร จนข้าได้มาเห็นกับตา จึงรู้ว่ามันมิได้เกินคำที่มีผู้พร่ำพรรณนาไว้ ข้า...”“องค์หญิง...” เมมนอนขัดขึ้นขณะกระชับพระหัตถ์ในฝ่ามือหนาทั้งก็รู้สึกว่าเนเฟอร์ติตีมีอาการสั่นขึ้นมาแล็กน้อย“เรื่องเดียวที่หม่อมฉันต้องทำตามหน้าที่คือความภักดีที่มอบไว้แด่องค์เหนือหัว แต่เรื่องของหัวใจนั้นอยู่เหนือภาระรับผิดชอบและอยู่เหนือเหตุผลทั้งมวล หม่อมฉันพยายามห้ามหักมิให้ตัวเองกระทำนอกเหนือจากกฎเกณฑ์ของการเป็นราชองครักษ์”“นี่ก็เป็นเหตุผลเพียงพอแล้วใช่หรือไม่ที่ท่าน...”“ฝืนหัวใจมิให้รักพระองค์... หากแต่หม่อมฉันก็ทำได้ไม่สำเร็จ”เจ้าฟ้าหญิงชะงักงันต่อคำสารภาพของอีกฝ่าย ขอบพระเนตรเริ่มมีน้ำคลอจากความตื

  • เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์   บทที่ 17

    เมมนอนอมยิ้มราวไม่มีสิ่งน่ากังวลก่อนตอบ “หม่อมฉันให้ผู้คุมที่เลี้ยงรูดาเอามันมาไว้ที่นี่ เขารู้ดีว่ามันคิดถึงนายของมันแค่ไหน”“มันยังจำท่านได้หรือ เมมนอน?”“สัตว์พวกนี้มีสัญชาติญาณแสนวิเศษ...มันจดจำทุกอย่างได้แม้ต้องเดินทางไปในทะเลทรายที่ภูมิทัศน์เปลี่ยนแปลงไปทุกเมื่อเชื่อวัน มันจำเจ้าของได้และไม่เคยแสดงอาการแปลกหน้ากับหม่อมฉันเลยสักครั้ง มาเถิดองค์หญิง...หม่อมฉันจะพาพระองค์นั่งบนหลังรูดาเพื่อท่องไปยังแดนตะวันตกในราตรีนี้”เมมนอนว่าพลางกระตุกเชือกที่ผูกติดกับสัตว์ตัวโตให้มันย่อตัวลงนั่งบนผืนทรายที่เย็นตัวลงหลังจากถูกแดดระอุเผาในยามกลางวัน ร่างสูงกระโดขึ้นนั่งคร่อมบนหลังของมันอย่างช่ำชองชำนาญในเวลาที่เนเฟอร์ติตีก็อยากขึ้นไปประทับบ้าง“มาเถิด พระองค์...กระหม่อมขอรับรองความปลอดภัย”ชายหนุ่มยื่นมือข้างหนึ่งออกมารับพระหัตถ์บางของเนเฟอร์ติตีที่ถูกรั้งขึ้นไปประทับอยู่แนบชิดเบื้องหน้าราชองครักษ์ เพียงครู่รูดาจึงค่อยหยัดตัวขึ้นยืนสร้างความตระหนกระคนตื่นเต้นในพระทัยของเจ้าฟ้าหญิงยิ่งนัก เมื่อได้ทรงประทับอยู่หลังอูฐโลกนี้ช่างดูกว้างใหญ่ขึ้นถนัดตาและยิ่งได้ยินเสียงหัวใจของเมมนอนเสมือนเวลาได้หยุดล

  • เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์   บทที่ 16

    บทที่ 4 รอยรักบนผืนทราย เนเฟอร์ตารีรู้สึกพระทัยหายแม้รู้ว่าขัดบัญชาของฟาโรห์ไม่ได้หากพระนางก็ยังห่วงพระธิดาอยู่นั่นเอง“พระองค์ทรงตรัสเรื่องนี้กับลูกหรือยังเพคะ?”“ข้าคิดว่าหลังเสร็จสิ้นพิธีการบูชาเทพอมุน-ราในฤดูน้ำหลากที่กำลังใกล้มาถึง จึงจะส่งเนเฟอร์ติตีไปฮิตไทต์”“หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ควรทรงทำความเข้าพระทัยแก่ลูกเสียก่อน”“อาจไม่จำเป็น! เนเฟอร์ติตีเป็นลูกกษัตริย์ นางจักเลือกสิ่งใดนอกจากบ้านเมือง อมุน-รา จะอำนวยชัยแก่ผู้ใดก็ตามที่เสียสละเพื่อแผ่นดินของพระองค์ เนเฟอร์ติตีต้องเข้าใจว่านางใช่เพียงธิดาแห่งรามเสส หากแต่นาง คืออียิปต์”สีพระพักตร์ที่เริ่มเข้มเครียดขึ้นทำให้เนเฟอร์ตารีจำต้องเก็บความเป็นกังวลไว้ในเบื้องลึก มเหสีเอกลอบถอนพระทัยเบา ๆ ขณะรามเสสผินพระพักตร์ออกไปสู่ยอดเสาโอเบลิกส์ที่ตั้งตระหง่านสูงเด่นเสียดปลายขึ้นสู่ท้องฟ้าเสมือนอวดศักดาความเป็นมหาอำนาจท่ามกลางมหาวิหารรายล้อมสายลมอ่อนไล้ลงบนปลายกกที่งอกงามอยู่ริมฝั่งเรียงรายไปตามขอบตลิ่งของสายน้ำไนล์ซึ่งเป็นสันดอนทรายและดินสีดำอันอุดมสมบูรณ์ ร่างเล็กภายใต้ผาคลุมปกปิดก้าวขึ้นจากเรือปาปิรัสโดยมีร่างสูงใหญ่คอยประคองด้วยมือข้าง

  • เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์   บทที่ 15

    พระสุรเสียงในคำตรัสอ่อนหวานหลอมละลายหัวใจแกร่งกล้าของบุรุษชายชาติทหารผู้ผ่านการศึกและรู้จักแต่คำว่าหน้าที่ ราชองครักษ์หนุ่มกุมพระหัตถ์ของนางไว้แน่นและสบสายพระเนตรแสนงามท่ามกลางแสงจันทร์กร่างใสต่างคนต่างมิยอมเอื้อนเอ่ยอันใด ยินเพียงสายลมพัดสะบัดและสายน้ำขับกล่อมราวลำนำแห่งห้วงนที เนเฟอร์ติตีมิรู้จะเรียกความรู้สึกยินดีนี้เช่นไร นางยังคงสับสนหากทว่าความอุ่นซ่านที่หลากล้นในพระหทัยนั้นจะเรียว่า ความรัก ได้หรือไม่ เจ้าฟ้าหญิงมิกล้าตอบพระองค์เอง“เมมนอน”พระสุรเสียงลอดออกจากริมโอษฐ์หยักอิ่มเบาหวิวเมื่อความรุ่มร้อนแล่นปรี่จากใต้ก้นบึ้งขับพระฉวีบนนวลปรางค์เนียนงามเป็นสีระเรื่อขณะบุรุษผู้เคยเยือกเย็นยกพระหัตถ์ทั้งสองขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้งดังจะตอกย้ำถึงความรู้สึกลึกล้ำอันมิเคยบังเกิดกับหญิงใด“อาจเป็นการอาจหาญเกินไปที่กระหม่อมล่วงเกินพระธิดาผู้เป็นที่รักแห่งเจ้าเหนือหัว องค์หญิงเนเฟอร์ติตี...ระหว่างพระองค์และหม่อมฉันนั้นเหมือนแสงดาวที่ยอดปาปิรัสมิอาจเอื้อมได้ถึง”“บรรดาศักดิ์มิได้มีความหมายสำหรับข้า...บัดนี้สตรีที่อยู่ตรงหน้าท่านหาได้มีศักดินาเช่นนั้นไม่ ข้าคือเนเฟอร์ติตี...หญิงที่พร้อมจะมอบหั

  • เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์   บทที่ 14

    เมมนอนยังชั่งใจหนัก นี่เขากระทำสิ่งใดลงไปด้วยมันหาใช่หน้าที่ที่ได้รับบัญชามาจากองค์ฟาโรห์ เขาควรต้องถวายการรักษาความปลอดภัยแก่เจ้าหญิงมิใช่นำพานางพ้นมาจากเขตพระราชฐานในยามวิกาลเช่นนี้ เขาควรต้องสะกดใจไม่ให้อยู่ชิดใกล้ผู้มีฐานันดรศักดิ์สูงส่งกว่าราชองรักษ์ซึ่งหากเรื่องนี้ล่วงรู้ถึงพระเนตรพระกรรณมหาราชเขาอาจถูกลงทัณฑ์ให้ตายอย่างทุกข์ทรมานหากก็ทำได้ยากยิ่งนัก...ราชองครักษ์หนุ่มรู้แก่ใจว่าได้ฝืนกฎปฏิบัติอันเคร่งครัดของนายทหารซึ่งในบัดนี้หัวใจนั้นมาไกลเกินกว่าหน้าที่ เมมนอนเพียรสะกดความพลุ่งพล่านไว้ไต้ก้นบึ้ง เพียรหักห้ามตนเองมิให้หลงใหลความสวยสะพรั่งราวดอกไม้เบ่งบานกลางทะเลทรายแห่งอียิปต์พระพักตร์ของนางนั้นงดงามหมดจด พระนาสิกโด่งรับกับเรียวโอษฐ์อิ่มราวดอกบัวสีน้ำเงินสยายกลีบบางในสายน้ำ ทรงฉลองภูษาป่านลินินและด้ายทองคำเงาวาวขับพระฉวีนวลสกาวใต้โคมแห่งรัตติกาลเหนือวาวัต (ธีปส์)“เมมนอน...ข้าอยากรู้เหลือเกินว่าอีกฟากฝั่งทางตะวันตกของแม่น้ำไนล์นั้นมีสิ่งใดบ้าง”เนเฟอร์ติตีตรัสขณะทรงทอดพระเนตรกลมโตไปยังอีกฝั่งซึ่งมองเห็นแสงจากคบไฟอยู่ไกลลิบ“นอกจากวิหารที่องค์ฟาโรห์ทรงโปรดให้สร้างเพื่ออุทิศแด

  • เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์   บทที่ 4

    “มาเอีย!...ท่านแม่ล่ะ”น้ำเสียงอันกราดเกรี้ยวทำให้นางกำนัลซึ่งเฝ้าอยู่หน้าตำหนักของพระสนมในฟาโรห์ต้องรีบผลักบานประตูห้องให้ร่างระหงของหญิงสาวอายุราวสิบเจ็ดภายใต้แพรพรรณของบุคคลชั้นสูงภายในมหาราชวังเดินลงส้นอย่างไม่สบอารมณ์เข้าไปด้านในอังเคเซนามุนก้าวผ่านผ้าม่านบางเบาที่ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราก่

  • เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์   บทที่ 2

    เนเฟอร์ติตีกรีดร้องสุดเสียงเมื่อคมมีดปาดลงบนพระพาหุ(ต้นแขน) ทำให้นางถึงกับเซล้มลงไปอยู่หลังชายผ้าม่าน สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือสายตาแห่งความหมายมาดของผู้ที่นางมิรู้ว่าเป็นผู้ใดจ้องมาเอาชีวิต“ช่วยด้วย!...ช่วยด้วย!”เจ้าหญิงทรงลนลานขณะยกพระหัตถ์ขึ้นกางกั้นเมื่อคนชุดดำเงื้อมอาวุธในมือขึ้นอีกหน แต่แล้

  • เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์   บทที่ 1

    ใต้เวิ้งฟ้าอันสุกสกาวและพราวพร่างด้วยหมู่ดาวราวเปล่งรัศมีแข่งกันบนผืนกำมะหยี่สีนิลเหนือเมืองธีบส์นครหลวงแห่งอาณาจักรอียิปต์อันไพศาลราวอยู่ในแดนสรวง แสงสว่างจากคบไฟยังคงสาดประกายตามทางเดินในตำหนักหลวงที่มีทหารยามคอยเฝ้าระแวดระวังในราตรีอันเงียบสงบภายในมหาราชวังอันโอ่อ่าแห่งนี้ แม้ย่ำค่ำบ

  • เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์   บทที่ 3

    บัญชาจากพระบิดาทำให้เจ้าฟ้าหญิงผู้งดงามเหลือบพระเนตรมองดูผู้จะมาทำหน้าที่ถวายการดูแลพระองค์หลังเกิดเหตุร้าย ดวงหทัยของเนเฟอร์ติตีราวมีบางอย่างผุดวาบขึ้นมาในชั่วแวบที่มองเห็น ราชองครักษ์ซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ข้างรามเสสนั้นเป็นหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่มีใบหน้าคมคายต่างจากทหารในวังทั่วไป ดวงหน้าเข้มนั้นกอรปด้วยด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status