เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์

เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์

last updateآخر تحديث : 2026-01-17
بواسطة:  อักษรามณีمستمر
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
19فصول
637وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เมมนอน ราชองครักษ์หลวงแห่งฟาโรห์รามเสสมหาราช ผู้มีหัวใจรักมั่นคงต่อเจ้าฟ้าหญิงเนเฟอร์ติตี หากเมื่อถูกหักหลัง รักจึงกลายกลับ เป็นความเคียดแค้นชิงชังอย่างมิอาจเลี่ยง เนเฟอร์ติตี เจ้าฟ้าหญิงแห่งนครธีปส์ พระราชธิดาในฟาโรห์รามเสสและพระมเหสีเอกเนเฟอร์ตารี พระชนมายุ ๑๗ ชันษา หัวใจของนางมอบไว้แด่ราชองรักษ์หลวงเมมนอนผู้เดียวเท่านั้น

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

ใต้เวิ้งฟ้าอันสุกสกาวและพราวพร่างด้วยหมู่ดาวราวเปล่งรัศมีแข่งกันบนผืนกำมะหยี่สีนิลเหนือเมืองธีบส์นครหลวงแห่งอาณาจักรอียิปต์อันไพศาลราวอยู่ในแดนสรวง แสงสว่างจากคบไฟยังคงสาดประกายตามทางเดินในตำหนักหลวงที่มีทหารยามคอยเฝ้าระแวดระวังในราตรีอันเงียบสงบภายในมหาราชวังอันโอ่อ่าแห่งนี้

            แม้ย่ำค่ำบรรยากาศจากเบื้องบนจะลดต่ำลงแล้วหากทว่าละอองไอร้อนจากผืนทรายเบื้องนอกยังคงขับไออุ่นโอบล้อมรอบพระราชวังอยู่มิคลาย

            นางสนมวัยกลางคนยังคงเดินเข้าออกภายในห้องบรรทมของตำหนักชั้นในซึ่งเจ้าของยังยืนมองเหม่อที่ริมระเบียงออกไปยังสายนทีแห่งไนล์ที่ยังคงไหลเอื่อยอยู่เบื้องนอก เนเฟอร์ติตีทรงหันไปทอดพระเนตรพระนม คูอิต เป็นบางครั้งและทรงแย้มพระโอษฐ์บ้างด้วยพึงใจ

            ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จวบจนบัดนี้พระนางมีประชนมายุเต็มสิบเจ็ดชันษาแล้ว คูอิต ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ของนางมิเคยบกพร่อง นางได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากฟาโรห์รามเสสและพระนางเนเฟอร์ตารีซึ่งเป็นพระชนกและพระชนนีให้ดูแลทุกอย่างนับแต่ลืมพระเนตรจวบจนบรรทมนั่นแล้ว

            ฟ้าหญิงแห่งธีบส์ภายใต้ฉลองพระองค์อันเป็นพระภูษาทอจากด้ายปอเป็นลินินเนื้อบางยาวกรอมพระบาทขับพระฉวีสีน้ำผึ้งให้เปล่งปลั่งใต้แสงสีอำพันของคบเพลิง พระขัตติยาในขวบปี ๑๗ ชันษางดงามราวดอกไม้เบ่งบานในโอเอซิสกลางทะเลทรายด้วยพระพักตร์รูปไข่ล้อมกรอบดวงเนตรกลมโตใต้พระขนงลาดโก่งดุจคันศรรับกับพระนาสิกโด่งงามกลางพระปรางอิ่มและริมโอษฐ์หนาได้รูป พระเกศาประกายทองแดงนั้นได้รับการถ่ายทอดมาจากพระบิดาสะท้อนความเงางามยามต้องแสงเงินยวง

            “ถึงเพลาบรรทมแล้วนะเพคะ องค์หญิง”

            คูอิตคุกเข่าลงกับพื้นหินเยียบเย็นขณะใช้ปลายนิ้วบรรจงจัดแต่งชายพระภูษาเบาบางอย่างบรรจง

            “เรายังไม่ง่วงเลย คูอิต...เราอยากยืนชื่นชมความงามของแม่น้ำในยามค่ำคืนเช่นนี้”

            “พระองค์ยังมีเวลาชื่นชมความงามนี้ได้ในอีกหลายราตรี หม่อมฉันเกรงว่าหากมิทรงยอมเข้าบรรทม พระมารดาอาจกริ้วที่คูอิตปฏิบัติหน้าที่ได้หละหลวม”

            “คูอิตชอบอ้างเสด็จแม่เสียเรื่อย เราโตเป็นสาวออกป่านนี้ ก็ยังเห็นว่าเราเป็นเด็ก”

”องค์หญิงเนเฟอร์ติตีเพคะ...ไม่ว่าพระชมมายุของพระองค์จะเพิ่มขึ้นอีกกี่ชันษา พระมเหสีเนเฟอร์ตารีก็ยังทรงเห็นว่าพระองค์ยังทรงเยาว์อยู่เช่นนั้น แม้แต่หม่อมฉันเองก็มิเคยเห็นว่าเจ้าหญิงผู้เลอโฉมของหม่อมฉันจะแตกต่างไปสักเท่าใดจากวันวาน”

“เราไม่เคยได้ออกไปนอกราชวังหลวงเลย คูอิต...ข้างนอกนั่นคงกว้างไกล ดูสายน้ำไนล์คล้ายกำลังโบกมือให้เราออกไปค้นหา เจ้าจะทำอะไรก็ทำไปก่อนเถิด เราอยากมีเวลาเพียงครู่ชื่นชมความงามในยามราตรี...แค่ไม่ถึงชั่วยามก่อนเราจะเข้านอน”

“เพคะ...”

พระนมก้มหน้ารับบัญชาก่อนถอยออกไปขณะที่เจ้าหญิงแรกรุ่นยังทรงทอดพระเนตรข้ามเวิ้งฟ้าที่ลาดลงไปบรรจบกับผืนธาราอันอุดมสมบูรณ์ซึ่งหล่อเลี้ยงดินแดนสองฟากฝั่งลุ่มน้ำไนล์มานับพันปี เนเฟอร์ติตียังทรงคาดหวังถึงความฝันอันงดงามเบื้องหลังกำแพงหินแห่งมหาวิหารของนครธิบส์ นางคือธิดาผู้เป็นที่รักยิ่งของฟาโรห์รามเสสที่สองซึ่งประสูติแต่พระนางเนเฟอร์ตารีมเหสีเอก ความรักเป็นล้นพ้นจากพระราชบิดามิเคยให้พระฉวีผุดผาดนั้นได้สัมผัสกับไอดินและรอยทรายแม้เพียงสักหน

หากแต่นั่นคือทั้งหมดที่นางปรารถนา ความนึกคิดของเจ้าหญิงองค์หนึ่งยังติดลึกอยู่ในห้วงกาลแห่งเสรีภาพไม่เว้นแม้แต่ความรักที่ก็ยังทรงเฝ้ารอ ใครคนนั้น ด้วยความหวัง วันหนึ่งนางอาจพบรักแท้จาก ใครสักคน ที่มิใช่เจ้าชายต่างเมืองดังที่พระบิดาเคยวาดวันเวลาแห่งอนาคต

“คูอิต...อย่าลืมดอกไม้และเครื่องหอมเสียเล่า พรุ่งนี้เราจะนำไปบูชาเทพอมุน ราที่วิหารคาร์นัค”

เสียงตรัสนั้นราวล่องลอยอยู่ในสายลมและยังเพียงความเงียบงันที่ทำให้นางรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ

“คูอิต...”

พระสุรเสียงนั้นขาดหายเมื่อหันไปพบว่าบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังหาใช่นางสนมที่คอยรับใช้พระองค์ ทว่ากลับเป็นร่างของใครคนหนึ่งในชุดดำมิดชิดและใช้ผ้าคลุมปิดหน้าโผล่แต่ดวงตาสะท้อนแสงวาววับจากปลายมีดสั้นในมือข้างหนึ่งที่กำลังเงื้อมขึ้น

“เจ้าเป็นใคร!...เข้ามาในห้องเราได้ยังไง!”

ความหวั่นกลัวแล่นเข้าจับพระทัยขณะถอยกรูดไปจนชิดขอบระเบียงหิน คนแปลกหน้าก้าวเข้ามาหาและตั้งใจจ้วงปลายเหล็กแหลมลงไปหวังให้ฝังลงบนพระวรกายของเจ้าหญิงหากก็พลาดไปเมื่อพระองค์เบี่ยงหลบได้เกือบทัน

“กรี๊ด!!!...”

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
19 فصول
บทที่ 1
ใต้เวิ้งฟ้าอันสุกสกาวและพราวพร่างด้วยหมู่ดาวราวเปล่งรัศมีแข่งกันบนผืนกำมะหยี่สีนิลเหนือเมืองธีบส์นครหลวงแห่งอาณาจักรอียิปต์อันไพศาลราวอยู่ในแดนสรวง แสงสว่างจากคบไฟยังคงสาดประกายตามทางเดินในตำหนักหลวงที่มีทหารยามคอยเฝ้าระแวดระวังในราตรีอันเงียบสงบภายในมหาราชวังอันโอ่อ่าแห่งนี้ แม้ย่ำค่ำบรรยากาศจากเบื้องบนจะลดต่ำลงแล้วหากทว่าละอองไอร้อนจากผืนทรายเบื้องนอกยังคงขับไออุ่นโอบล้อมรอบพระราชวังอยู่มิคลาย นางสนมวัยกลางคนยังคงเดินเข้าออกภายในห้องบรรทมของตำหนักชั้นในซึ่งเจ้าของยังยืนมองเหม่อที่ริมระเบียงออกไปยังสายนทีแห่งไนล์ที่ยังคงไหลเอื่อยอยู่เบื้องนอก เนเฟอร์ติตีทรงหันไปทอดพระเนตรพระนม คูอิต เป็นบางครั้งและทรงแย้มพระโอษฐ์บ้างด้วยพึงใจ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จวบจนบัดนี้พระนางมีประชนมายุเต็มสิบเจ็ดชันษาแล้ว คูอิต ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ของนางมิเคยบกพร่อง นางได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากฟาโรห์รามเสสและพระนางเนเฟอร์ตารีซึ่งเป็นพระชนกและพระชนนีให้ดูแลทุกอย่างนับแต่ลืมพระเนตรจวบจนบรรทมนั่นแล้ว ฟ้าหญิงแห่งธีบส์ภายใต้ฉลองพระองค์อันเป็นพระภูษาทอจากด้ายปอเป็นลิ
اقرأ المزيد
บทที่ 2
เนเฟอร์ติตีกรีดร้องสุดเสียงเมื่อคมมีดปาดลงบนพระพาหุ(ต้นแขน) ทำให้นางถึงกับเซล้มลงไปอยู่หลังชายผ้าม่าน สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือสายตาแห่งความหมายมาดของผู้ที่นางมิรู้ว่าเป็นผู้ใดจ้องมาเอาชีวิต“ช่วยด้วย!...ช่วยด้วย!”เจ้าหญิงทรงลนลานขณะยกพระหัตถ์ขึ้นกางกั้นเมื่อคนชุดดำเงื้อมอาวุธในมือขึ้นอีกหน แต่แล้วก็กลับต้องชะงักงันเมื่อมีเสียงดังมาจากอีกฝั่งของห้องบรรทม“เจ้าเป็นใคร!...ทหาร!...ทหาร!...มีคนร้ายเข้ามาในตำหนัก! เข้ามาจับมันเดี๋ยวนี้!”คูอิตร้องตะโกนโหวกเหวกและนั่นจึงทำให้คนร้ายลดมือที่กำมีดลงก่อนจะเหน็บมันกลับเข้าไปในฝักที่บั้นเอวแล้วกระโดดขึ้นไปบนขอบระเบียงอย่างคล่องแคล่ว เมื่อมีทหารวิ่งกรูเข้ามาในห้องร่างนั้นจึงทิ้งตัวหายไปเบื้องล่างราวมัจจุราชอันตรธานหายไปในหุบมืดแห่งราตรีกาล“เจ้าหญิง!...เจ้าหญิงเพคะ!...”คูอิตรีบถลาเข้าไปดูพระอาการของเจ้าหญิงซึ่งยังทรงตะลึงลานกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมิทรงสำเหนียกในความเจ็บปวดที่แผลบนพระพาหุที่พระโลหิตเหนียวข้นหยาดหยดลงมา เพียงครู่เหล่าทหารยามจึงรีบออกไปชะโงกหน้าตรงระเบียงห้องบรรทมก็พบเพียงยอดปาล์มและคบไฟ ทางเดินเบื้องล่างนั้นว่างเปล่าราวคนร้ายได
اقرأ المزيد
บทที่ 3
บัญชาจากพระบิดาทำให้เจ้าฟ้าหญิงผู้งดงามเหลือบพระเนตรมองดูผู้จะมาทำหน้าที่ถวายการดูแลพระองค์หลังเกิดเหตุร้าย ดวงหทัยของเนเฟอร์ติตีราวมีบางอย่างผุดวาบขึ้นมาในชั่วแวบที่มองเห็น ราชองครักษ์ซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ข้างรามเสสนั้นเป็นหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่มีใบหน้าคมคายต่างจากทหารในวังทั่วไป ดวงหน้าเข้มนั้นกอรปด้วยดวงตาคมแน่วแน่จริงจัง จมูกโด่งและริมฝีปากหนาได้รูปภายใต้ท่าทีเคร่งขรึมช่างชวนมองอย่างยากจะหลีกเลี่ยง ในขณะนั้นเององค์ฟาโรห์จึงเสด็จเข้าไปใกล้พระธิดาและวางฝ่าพระหัตถ์ลงบนพระเกศาประกายทองแดงด้วยทรงห่วงใย “เจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว เนเฟอร์ติตี นี่คงเป็นด้วยผลานุภาพแห่งเทพอมุน-รา เทวีมัตและเทพคอนซูแห่งวิหารคาร์นัคที่ช่วยปกป้องเจ้าให้รอดพ้นจากภัยร้ายทั้งปวง” “ขอบพระทัยเพคะเสด็จพ่อ แต่ตอนนี้ลูกก็ปลอดภัยดีแล้ว เสด็จพ่ออาจมิต้องทรงกังวลเรื่องใดอีก” “พ่อจะจัดทหารมาอยู่เวรยามในตำหนักของเจ้าเพิ่มเป็นสองเท่า!... เนเฟอร์ติตี แม้เจ้าไม่เป็นอะไร พ่อก็ต้องให้เหล่าทหารและนางกำนัลมาคอยระแวดระวังเจ้า และหน้าที่อันสำคัญนี้พ่อจะมอบหมายให้เมมนอน องครักษ์ฝีมือดีที่สุดของพ่อ
اقرأ المزيد
บทที่ 4
“มาเอีย!...ท่านแม่ล่ะ”น้ำเสียงอันกราดเกรี้ยวทำให้นางกำนัลซึ่งเฝ้าอยู่หน้าตำหนักของพระสนมในฟาโรห์ต้องรีบผลักบานประตูห้องให้ร่างระหงของหญิงสาวอายุราวสิบเจ็ดภายใต้แพรพรรณของบุคคลชั้นสูงภายในมหาราชวังเดินลงส้นอย่างไม่สบอารมณ์เข้าไปด้านในอังเคเซนามุนก้าวผ่านผ้าม่านบางเบาที่ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราก่อนจะพบว่ามีใครคนหนึ่งในชุดดำโพกศีรษะและปิดหน้าอย่างมิดชิดเดินสวนกลับออกมาจากภายในห้องมารดาของนา หากแต่ไม่ทันได้กล่าวว่ากระไรเสียงของนางสนมไอดุตก็เรียกนางเข้าไปหา“อังเคเซนามุน...เจ้ามาหาแม่รึ?”“ท่านแม่!”เสียงของนางยิ่งเกรี้ยวกราดเมื่อก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าผู้เป็นมารดาภายในห้องซึ่งดูมิดชิดภายในตำหนักอีกฝั่งฟากของราชวัง ที่แห่งนี้คือสถานอันเป็นแหล่งพำนักแก่นางในของราชันผู้ยิ่งใหญ่อย่างรามเสสซึ่งมีนางสนมในฮาเร็มนับร้อยหากก็มิมีผู้ใดได้รับการยกย่องเชิดชูเท่าเนเฟอร์ตารีมเหสีเอกไอดุตก็คือหนึ่งนางในที่รั้งตำแหน่งได้แค่สนมปลายแถวซึ่งให้กำเนิดธิดาอย่างอังเคเซนามุน ผู้มีอายุไล่เลี่ยกันกับเนเฟอร์ติตี ทั้งรูปร่างหน้าตาก็มีส่วนละม้ายคล้ายกัน ต่างเพียงศักดิ์เท่านั้นที่มิได้กำเนิดแต่มเหสีหลวงความแตกต่าง
اقرأ المزيد
บทที่ 5
เสียงหนักที่ดังมาจากที่อันใกล้ทำให้นางต้องหันกลับไปทางเจ้าของเสียงเรียกที่ยืนอยู่ริมสระ เมมนอนซึ่งอยู่ในชุดราชองรักษ์สวมกระโปรงตัวสั้นและมีเพียงแผงคอที่มิอาจปกปิดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งบนอกและหน้าท้องเป็นลอนทำให้เจ้าฟ้าหญิงต้องชะงักการกระทำอันแสนรื่นรมย์ลงในทันใด ใบหน้าคมเข้มภายใต้ผ้าโพกศีรษะสีดำสนิทดูกังวลมากกว่าเครียดขรึมดังปกติ ร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ เดินลุยน้ำตามเนเฟอร์ติตีลงไปกระทั่งหยุดอยู่ห่างจากนางไม่มากด้วยมิอาจล่วงล้ำเข้าไปได้ใกล้กว่านั้น “ขออภัยพะย่ะค่ะ...กระหม่อมขอเชิญองค์หญิงเสด็จกลับตำหนักบัดเดี๋ยวนี้” เมมนอนค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อมหากทว่าน้ำเสียงนั้นบอกความไม่สบายใจออกมาชัดเจน แม้โล่งใจที่พบว่าเจ้าหญิงหายตัวจากห้องบรรทมมาอยู่ที่นี่ หากแต่ด้วยหน้าที่ที่มีทำให้เขารู้สึกลำบากใจยิ่งนัก “เป็นบัญชาของเสด็จพ่อหรือไร?” “มิได้ฝ่าบาท...หากแต่เป็นหน้าที่ ที่กระหม่อมต้องคอยดูแลพระองค์ตามพระบัญชาของฟาโรห์” “ข้ายังไม่อยากกลับ ท่านไม่เห็นหรือว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่” เนเฟอร์ติตีทรงหันหลังให้แต่แล้วกลับต้องหยุดชะงัก
اقرأ المزيد
บทที่ 6
“เป็นอย่างไรบ้าง กระหม่อม?” เมมนอนเงยหน้าขึ้นถามเจ้าของเรียวพระเพลางามและพระบาทซีดที่อยู่ในอุ้งมือของเขาจึงทันได้สบพระเนตรอันวาววับขององค์หญิงซึ่งไม่ทันหลบด้วยเผลอไผลมองชายหนุ่มอยู่นิ่งนาน เนเฟอร์ติตีทรงรีบหรุบเปลือกพระจักษุลงเบื้องต่ำและตรัสต่อเจ้าของคำถามด้วยความรู้สึกราวน้ำนิ่งที่เกิดแรงกระเพื่อมด้วยถูกกำลังสั่นไหวรุนแรง “ดีขึ้นบ้างแล้ว...ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้ว” “พระองค์ทรงอยู่ในสระนั้นนานเกินไป อาจต้องทรงประทับอยู่เช่นนี้สักพักแล้วจะทรงดีขึ้น” “ข้าเป็นอะไรหรือ เมมนอน?...หากท่านไม่มาเมือครู่ ข้าอาจจมน้ำในบึงนี้ตายไปแล้วกระมัง” พระสุรเสียงอันอ่อนเบาราวสำนึกในนความดีนั้นทำให้ใบหน้าอันเครียดขรึมของผู้ซึ่งทำหน้าที่คอยดูแลไม่ห่างอ่อนโยนขึ้นด้วยการแย้มริมฝีปากหนาออกจนเจ้าฟ้าหญิงมินึกฝันว่าจะเห็นร่องรอยแห่งความยินดีนั่นจากองครักษ์ผู้ยิ้มยาก “พระองค์ทรงเป็นตะคริวพะย่ะค่ะ...มันเป็นอาการชาตามตัวหากอยู่ในน้ำนาน ๆ คราวหลังเจ้าหญิงควรต้องทรงระวัง หากจะมาเก็บดอกบัวในสระเช่นนี้ควรมีใครมาอยู่เป็นเพื่อน”
اقرأ المزيد
บทที่ 7
“นูบ (ทองคำ) เหล่านี้ผู้แทนการค้าของเราดั้นด้นไปถึงแถบทะเลแดงยังดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ซึ่งเราเรียกที่แห่งนั้นว่า ปุนต์” “ดินแดนปุนต์ หรือเพคะ?” “เสด็จพ่อส่งเรือสินค้าไปยังดินแดนนี้ดังรัชสมัยของพระราชินีฮัตเซปซุต มีของส่วนหนึ่งนักบวชจากวิหารคาร์นัคนำมาถถวายองค์ฟาโรห์และพระองค์ได้อุทิศถวายสินค้าเหล่านั้นแด่เทพ อมุน-รา เทพอุปถัมภ์ของพระองค์เช่นไรเล่า” เนเฟอร์ติตีทรงนึกไปถึงสิ่งของประดามีทั้งเครื่องเทศ งาช้าง ไม้มะเกลือ ต้นมดยอบ หนังเสือดำ ไม่เว้นแม้แต่ลิงบาบูนเป็น ๆ ที่จะกลายเป็นของถวายทวยเทพแห่งวิหารคาร์นัค หากทว่าดินแดนในฝันอันเป็นแหล่งที่มาของเครื่องบรรณาการทั้งหมดกลับอยู่ในพระหทัยซึ่งคิดคำนึงถึงทุกเวลา “หม่อมฉันเคยได้ยินเรื่องเล่าของดินแดนแห่งนั้นมานานเหลือเกินเพคะ ทำให้นึกว่า หากได้ไปสักหนจะเป็นเช่นไร” “วันหนึ่งเจ้าอาจได้เดินทางไกลดังที่เจ้านึกฝัน” “เสด็จแม่กำลังจะตรัสสิ่งใดแก่หม่อมฉันหรือเพคะ?” เนเฟอร์ตารีทอดพระเนตรมายังพระธิดาด้วยประกายแห่งพระนัยนาอันชื่นชมรักใคร่ เจ้าฟ้าห
اقرأ المزيد
บทที่ 8
หลายวันมานี้เขาสังเกตเห็นกิริยาอาการของเจ้าฟ้าหญิงดูแปลกเปลี่ยนไป หากก็มิเคยเอ่ยถามอันใดด้วยหน้าที่ทำให้ต้องคอยดูเพียงห่าง ๆ เนเฟอร์ติตีดูเลื่อนลอยและเสมือนมีบางอย่างทำให้ประกายอันส่องสว่างบนพระพักตร์แสนงามเลือนจางอย่างมิอาจหยั่งเห็น“เมมนอน...ข้า...”นางยังมิทันได้อธิบายก็ถูกแขนกำยำของชายหนุ่มกอดกระหวัดและดันให้ชิดกำแพงเมื่อด้านบนตำหนักมีทหารเดินถือคบเพลิงผ่านไป น่าประหลาดที่เจ้าหญิงมิได้รู้สึกอึดอัด ทว่ากลับมีความยินดีในส่วนลึกหลั่งไหลอยู่ในพระทัยอันหวั่นหวามยามใบหน้าคมเข้มแนบลงบนพระเกศาอ่อนนุ่ม เมมนอนทำราวประหนึ่งต้องการปกป้องพระองค์จากสายตาของเหล่าทหารด้วยกระนั้น“องค์หญิง...ยามวิกาลเช่นนี้ท่านมิควรออกมานอกตำหนัก รู้หรือไม่ว่าอันตรายมากแค่ไหน”ชายหนุ่มเอ็ดพระขัตติยาเบาๆ ด้วยเกรงเสียงนั้นจะลอดเข้าหูข้าราชบริพารที่อยู่เวรยามในค่ำคืน ราชองครักษ์คลายอ้อมแขนหากก็ยังกักร่างของนางไว้ในอ้อมอกหลวม ๆ“ข้าเพียงอยากออกไป...นอกกำแพงนั่น...กำแพงของราชวังแห่งธีบส์”ทรงตรัสเสียงแผ่วราวสายลมอ่อนเบาทว่าเหน็บนาวนักในดินแดนแห่งทะเลทรายแม้อยู่ใกล้นทีสายยาวที่พาดผ่านอาณาจักรไอยคุปต์ หากแต่ในรัตติกาลนี้
اقرأ المزيد
บทที่ 9
“โอ...ข้ามิได้ปรารถนาในสิ่งใด...ข้าดีใจมากที่ท่านจะช่วยปลดปล่อยข้าจากความรู้สึกที่ตัวเองยังเป็นเจ้าหญิงแห่งธีบส์ในบัดนี้ ข้าเพียงปรารถนายินเสียงน้ำไหลเบื้องนอกนั่น มิใช่น้ำนิ่งในสระบัวเฉกบึงในวิหาร เดือนดาวนั้นคงจะงามมากกว่านักหากข้าได้เฝ้าคอยมองมันจากเบื้องล่างบนผืนทรายริมฝั่ง ข้าปรารถนาจะได้เห็นความงามบนโลกหล้า ก่อน อมุน-รา จะบันดาลชีวิตของข้าเบื้องหลังจากนี้”“ราชองครักษ์เมมนอน...ค่ำมืดเช่นนี้ท่านกำลังจะไปไหนรึ?” เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนศีรษะโล้นเลี่ยนนุ่งผ้าลินินสั้นแค่เข่าและห่มหนังเสือดาวที่ยังไว้หางบ่งบอกสถานะการเป็นหัวหน้านักบวชทำให้เจ้าของร่างสูงบึกบึนซึ่งเดินถือคบเพลิงมาพร้อมร่างเล็กในผ้าคลุมมิดชิดค้อมตัวต่ำต้องหยุดชะงักขณะมุ่งหน้าไปยังทางออกหลังกำแพงชั้นสุดของมหาวิหารคาร์นัคซึ่งเบื้องหน้าสองข้างทางขนาบด้วยสฟิงค์รูปหัวแพะเป็นแนวยาวสุดลูกตา “ท่านเมริเนอิธ...” เมมนอนก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ที่ได้ชื่อว่าอยู่เหนือนักบวชทั้งปวงและได้รับความไว้วางพระทัยจากเทพ อมุน- รา รองลงมาจากฟาโรห์ “ข้ากำลังจะพา
اقرأ المزيد
บทที่ 10
นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าฟ้าหญิงแห่งธีบส์มีโอกาสมาสูดหายพระทัยเพื่อรับละอองไอแห่งความงามยามรัตติกาลเบื้องนอกราชวัง เนเฟอร์ติตีนิ่งมองเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ใช้แขนแข็งแกร่งออกกำลังแรงพายอย่างชำนิชำนาญ ทั้งอดไม่ได้ที่พระทัยเต้นระทึกยามดวงเนตรจับจ้องอยู่บนใบหน้าคมคายอย่างร้ายกาจนั่น ราชองครักษ์หนุ่มจะมีสตรีใดในหัวใจบ้างหรือไม่? ทรงตั้งคำถามในส่วนลึกทว่าก็มิกล้าบอกกับพระองค์เองด้วยเกรงจะพบคำตอบอันน่าผิดหวัง “ข้าอยากออกมานั่งเรือเล่นเช่นนี้ในทุกค่ำคืน” “นี่มิได้เรียกว่าทรงประทับเรือเล่น หากแต่ทรงหนีมาต่างหาก” “เมมนอน...ท่านคงมิรู้ว่าการต้องถูกจำกัดอิสรภาพมันทรมานมากเพียงไหน การเป็นปุถุชนคนธรรมดาอาจง่ายดายกว่าการเป็นเจ้าผู้สูงศักดิ์ต้องมีองครักษ์คอยตามเฝ้า” “พระองค์มิทรงภูมิใจหรือ?... ข้าเชื่ออย่างหนึ่งว่ามีคนอีกมากมายหลังกำแพงนั่นต้องการเป็นเยี่ยงองค์หญิง ผู้ใดล้วนปรารถนาการอยู่ใต้ร่มพระบารมีขององค์ฟาโรห์ทั้งสิ้น” “และต้องอยู่ภายใต้ทางเลือก...ที่เรามิได้เลือกเอง” เจ้าฟ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status