Masukเมมนอน ราชองครักษ์หลวงแห่งฟาโรห์รามเสสมหาราช ผู้มีหัวใจรักมั่นคงต่อเจ้าฟ้าหญิงเนเฟอร์ติตี หากเมื่อถูกหักหลัง รักจึงกลายกลับ เป็นความเคียดแค้นชิงชังอย่างมิอาจเลี่ยง เนเฟอร์ติตี เจ้าฟ้าหญิงแห่งนครธีปส์ พระราชธิดาในฟาโรห์รามเสสและพระมเหสีเอกเนเฟอร์ตารี พระชนมายุ ๑๗ ชันษา หัวใจของนางมอบไว้แด่ราชองรักษ์หลวงเมมนอนผู้เดียวเท่านั้น
Lihat lebih banyakอันความรักนั้นยิ่งใหญ่ ผืนฟ้าแม้กว้างไกลก็ยังจรดลงได้บนผืนทรายใต้ดวงตาแห่งสรวงสวรรค์"องค์หญิงเนเฟอร์ติตี ทรงอภัยให้แก่หม่อมฉันด้วยเถิด”เมมนอนรำพึงออกมาในยามดึกสงัดใต้ซุ้มผาหินทรายขณะตระกองกอดร่างอรชรที่นอนอิงแอบในอ้อมแขนแข็งแกร่ง“ท่านจะให้ข้าอภัยแก่ท่านเรื่องใดกัน เมมนอน”“อภัยที่หม่อมฉันล่วงเกินพระองค์ในราตรีนี้”ราชองครักษ์กล่าวออกมาอย่างรู้สึกผิดทั้งรู้ว่าหักห้ามหัวใจได้ยากเมื่อทุกอย่างได้ดำเนินไปตามครรลองแห่งปรารถนา ก็ในเมื่อกลิ่นไอบนพระฉวีแสนงามนั้นช่างยวนใจและน่าลุ่มหลงราวดอกไม้กลางเนินทรายในหุบผา“ข้าเป็นของท่าน...เมมนอน...ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากการยินยอมพร้อมใจมิใช่การบีบบังคับ”“หม่อมฉันมิอาจล่วงรู้ถึงวันพรุ่ง รู้แต่เพียงตอนนี้พระองค์คือหญิงที่กระหม่อมรักและเทิดทูนสุดหัวใจจนคิดว่าความตายเท่านั้นที่จะพรากหัวใจรักของหม่อมฉันจากองค์หญิง”“เมมนอน... ท่านคิดว่าข้าไม่กลัวหรือ หากข้าเป็นเพียงสามัญชนก็คงไม่ต้องทุกข์ทรมานใจเพียงนี้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าจะขอเก็บช่วงเวลานี้ไว้ ช่วงเวลาที่ข้าได้อยู่กับท่าน”“องค์หญิง...แม้ความสุขจะอยู่กับเรามิยืนนาน หากแต่หม่อมฉันก็จะขอเก็บควา
“พ่อกับแม่ของหม่อมฉันเสียชีวิตไปนานแล้ว ตระกูลของหม่อมฉันเป็นทหารหลวงมาตั้งแต่รัชสมัยของเซติ พระอัยกาขององค์หญิง ฉะนั้นตอนนี้จึงมีเพียงเรื่องเดียวที่หม่อมฉันต้องให้ความสำคัญคือการปกป้ององค์ฟาโรห์”“เช่นนั้นหรือ?” เจ้าหญิงถอนพระทัยและแสร้งผินพระพักตร์ไปยังเงาหุบผาสีดำที่ทอดตัวเป็นแนวยาวใต้คุ้งฟ้าสีทึม“มีคนบอกข้าว่า ภพของผู้วายชนม์ตั้งอยู่เลยเส้นขอบฟ้าตะวันตก ข้าจึงใคร่รู้ว่าดินแดนใกล้โลกแห่งปรภพนั้นเป็นเช่นไร จนข้าได้มาเห็นกับตา จึงรู้ว่ามันมิได้เกินคำที่มีผู้พร่ำพรรณนาไว้ ข้า...”“องค์หญิง...” เมมนอนขัดขึ้นขณะกระชับพระหัตถ์ในฝ่ามือหนาทั้งก็รู้สึกว่าเนเฟอร์ติตีมีอาการสั่นขึ้นมาแล็กน้อย“เรื่องเดียวที่หม่อมฉันต้องทำตามหน้าที่คือความภักดีที่มอบไว้แด่องค์เหนือหัว แต่เรื่องของหัวใจนั้นอยู่เหนือภาระรับผิดชอบและอยู่เหนือเหตุผลทั้งมวล หม่อมฉันพยายามห้ามหักมิให้ตัวเองกระทำนอกเหนือจากกฎเกณฑ์ของการเป็นราชองครักษ์”“นี่ก็เป็นเหตุผลเพียงพอแล้วใช่หรือไม่ที่ท่าน...”“ฝืนหัวใจมิให้รักพระองค์... หากแต่หม่อมฉันก็ทำได้ไม่สำเร็จ”เจ้าฟ้าหญิงชะงักงันต่อคำสารภาพของอีกฝ่าย ขอบพระเนตรเริ่มมีน้ำคลอจากความตื
เมมนอนอมยิ้มราวไม่มีสิ่งน่ากังวลก่อนตอบ “หม่อมฉันให้ผู้คุมที่เลี้ยงรูดาเอามันมาไว้ที่นี่ เขารู้ดีว่ามันคิดถึงนายของมันแค่ไหน”“มันยังจำท่านได้หรือ เมมนอน?”“สัตว์พวกนี้มีสัญชาติญาณแสนวิเศษ...มันจดจำทุกอย่างได้แม้ต้องเดินทางไปในทะเลทรายที่ภูมิทัศน์เปลี่ยนแปลงไปทุกเมื่อเชื่อวัน มันจำเจ้าของได้และไม่เคยแสดงอาการแปลกหน้ากับหม่อมฉันเลยสักครั้ง มาเถิดองค์หญิง...หม่อมฉันจะพาพระองค์นั่งบนหลังรูดาเพื่อท่องไปยังแดนตะวันตกในราตรีนี้”เมมนอนว่าพลางกระตุกเชือกที่ผูกติดกับสัตว์ตัวโตให้มันย่อตัวลงนั่งบนผืนทรายที่เย็นตัวลงหลังจากถูกแดดระอุเผาในยามกลางวัน ร่างสูงกระโดขึ้นนั่งคร่อมบนหลังของมันอย่างช่ำชองชำนาญในเวลาที่เนเฟอร์ติตีก็อยากขึ้นไปประทับบ้าง“มาเถิด พระองค์...กระหม่อมขอรับรองความปลอดภัย”ชายหนุ่มยื่นมือข้างหนึ่งออกมารับพระหัตถ์บางของเนเฟอร์ติตีที่ถูกรั้งขึ้นไปประทับอยู่แนบชิดเบื้องหน้าราชองครักษ์ เพียงครู่รูดาจึงค่อยหยัดตัวขึ้นยืนสร้างความตระหนกระคนตื่นเต้นในพระทัยของเจ้าฟ้าหญิงยิ่งนัก เมื่อได้ทรงประทับอยู่หลังอูฐโลกนี้ช่างดูกว้างใหญ่ขึ้นถนัดตาและยิ่งได้ยินเสียงหัวใจของเมมนอนเสมือนเวลาได้หยุดล
บทที่ 4 รอยรักบนผืนทราย เนเฟอร์ตารีรู้สึกพระทัยหายแม้รู้ว่าขัดบัญชาของฟาโรห์ไม่ได้หากพระนางก็ยังห่วงพระธิดาอยู่นั่นเอง“พระองค์ทรงตรัสเรื่องนี้กับลูกหรือยังเพคะ?”“ข้าคิดว่าหลังเสร็จสิ้นพิธีการบูชาเทพอมุน-ราในฤดูน้ำหลากที่กำลังใกล้มาถึง จึงจะส่งเนเฟอร์ติตีไปฮิตไทต์”“หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ควรทรงทำความเข้าพระทัยแก่ลูกเสียก่อน”“อาจไม่จำเป็น! เนเฟอร์ติตีเป็นลูกกษัตริย์ นางจักเลือกสิ่งใดนอกจากบ้านเมือง อมุน-รา จะอำนวยชัยแก่ผู้ใดก็ตามที่เสียสละเพื่อแผ่นดินของพระองค์ เนเฟอร์ติตีต้องเข้าใจว่านางใช่เพียงธิดาแห่งรามเสส หากแต่นาง คืออียิปต์”สีพระพักตร์ที่เริ่มเข้มเครียดขึ้นทำให้เนเฟอร์ตารีจำต้องเก็บความเป็นกังวลไว้ในเบื้องลึก มเหสีเอกลอบถอนพระทัยเบา ๆ ขณะรามเสสผินพระพักตร์ออกไปสู่ยอดเสาโอเบลิกส์ที่ตั้งตระหง่านสูงเด่นเสียดปลายขึ้นสู่ท้องฟ้าเสมือนอวดศักดาความเป็นมหาอำนาจท่ามกลางมหาวิหารรายล้อมสายลมอ่อนไล้ลงบนปลายกกที่งอกงามอยู่ริมฝั่งเรียงรายไปตามขอบตลิ่งของสายน้ำไนล์ซึ่งเป็นสันดอนทรายและดินสีดำอันอุดมสมบูรณ์ ร่างเล็กภายใต้ผาคลุมปกปิดก้าวขึ้นจากเรือปาปิรัสโดยมีร่างสูงใหญ่คอยประคองด้วยมือข้าง
“เป็นอย่างไรบ้าง กระหม่อม?” เมมนอนเงยหน้าขึ้นถามเจ้าของเรียวพระเพลางามและพระบาทซีดที่อยู่ในอุ้งมือของเขาจึงทันได้สบพระเนตรอันวาววับขององค์หญิงซึ่งไม่ทันหลบด้วยเผลอไผลมองชายหนุ่มอยู่นิ่งนาน เนเฟอร์ติตีทรงรีบหรุบเปลือกพระจักษุลงเบื้องต่ำและตรัสต่อเจ้าของคำถามด้วยความรู้สึกราวน้ำนิ่งที
เสียงหนักที่ดังมาจากที่อันใกล้ทำให้นางต้องหันกลับไปทางเจ้าของเสียงเรียกที่ยืนอยู่ริมสระ เมมนอนซึ่งอยู่ในชุดราชองรักษ์สวมกระโปรงตัวสั้นและมีเพียงแผงคอที่มิอาจปกปิดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งบนอกและหน้าท้องเป็นลอนทำให้เจ้าฟ้าหญิงต้องชะงักการกระทำอันแสนรื่นรมย์ลงในทันใด ใบหน้าคมเข้มภายใต้ผ้าโพกศีรษะสีดำสนิทดู
“มาเอีย!...ท่านแม่ล่ะ”น้ำเสียงอันกราดเกรี้ยวทำให้นางกำนัลซึ่งเฝ้าอยู่หน้าตำหนักของพระสนมในฟาโรห์ต้องรีบผลักบานประตูห้องให้ร่างระหงของหญิงสาวอายุราวสิบเจ็ดภายใต้แพรพรรณของบุคคลชั้นสูงภายในมหาราชวังเดินลงส้นอย่างไม่สบอารมณ์เข้าไปด้านในอังเคเซนามุนก้าวผ่านผ้าม่านบางเบาที่ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราก่
บัญชาจากพระบิดาทำให้เจ้าฟ้าหญิงผู้งดงามเหลือบพระเนตรมองดูผู้จะมาทำหน้าที่ถวายการดูแลพระองค์หลังเกิดเหตุร้าย ดวงหทัยของเนเฟอร์ติตีราวมีบางอย่างผุดวาบขึ้นมาในชั่วแวบที่มองเห็น ราชองครักษ์ซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ข้างรามเสสนั้นเป็นหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่มีใบหน้าคมคายต่างจากทหารในวังทั่วไป ดวงหน้าเข้มนั้นกอรปด้วยด





