Home / รักโบราณ / เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา / บทที่ 6 ข้ามีท่านยายเป็นจ่างกงจู่

Share

บทที่ 6 ข้ามีท่านยายเป็นจ่างกงจู่

Author: JustMoonLight
last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-29 12:08:08

หลังจากนอนหลับฝันได้หนึ่งตื่น ข้ารู้สึกตัวเมื่อลืมตาขึ้นมา เผชิญหน้ากับหญิงชราผมขาวโพลนไปทั้งศีรษะ มวยผมของหยิงชราปักปิ่นแบบเรียบง่าย เข้ากับชุดสีขาวแบบเรียบ มีผ้าคาดหน้าผากประดับทับทิมสีแดงเม็ดใหญ่ บ่งบอกว่าหญิงชราผู้นี้มีฐานะสูงศักดิ์ นัยน์ตาของหญิงชราผู้นี้เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เมื่อมองสบตากับข้าก็กะพริบตา หยาดน้ำตาเหล่านั้นพลันแห้งหายไป

“เย่ว์เอ๋อร์ เจ้าตื่นแล้ว...ยายรบกวนทำให้เจ้าตื่นหรือไม่”

“ไม่..เจ้าค่ะ”

“หลานยาย เจ้า...ในที่สุดก็พูดได้เสียที” เสียงแหบพร่าสั่นเครือน้อยๆ

“ยายมาเยี่ยมเจ้าช้าไปแล้ว อยากจะมาตั้งแต่เมื่อคืนวาน แต่ท่านตาของเจ้าเอ่ยห้ามข้าเอาไว้ วันนี้ช่วงเช้าก็ยุ่งวุ่นวายหลายๆ เรื่อง นี่ป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้าก็มาด้วยนะ เจ้าดีขึ้นมากก็ดีแล้ว”

“เย่ว์เอ๋อร์ ป้าสะใภ้ใหญ่มาเยี่ยมเจ้าแล้ว”

ฟู่เสียนเย่ว์กระพริบตาแล้วคิดในใจว่าท่านป้าสะใภ้ผู้นี้ คงจะเป็นฮูหยินใหญ่จากจวนจงอู่โหว นางเดินขยับกายมาหยุดอยู่ข้างเตียงเพื่อทักทายข้า ข้าทำได้เพียงขยับตัวเพื่อจะลุกขึ้นนั่ง เหลียนฮวาที่คอยเฝ้าข้างเตียงอีกด้านก็รีบขยับตัวมาช่วยประคองข้าลุกขึ้นในทันที

“ช้าๆ เด็กดีไม่ต้องรีบลุก” เสียงท่านยายพูดอย่างห่วงใย อีกทั้งมือสั่นเทาทั้งสองข้างของท่านยายขยับมาช่วยเหลือข้า

“ลุกขึ้นนั่งแล้วเจ้ารู้สึกเวียนหัวหรือไม่ หรือนอนลงไปพักก่อนดี”

“ข้า ม่ายย เวียน” ฟู่เสียนเย่ว์พยายามพูดพร้อมทั้งส่ายหน้าปฎิเสธเบาๆ

“คุณหนูหกมีสีหน้าดีขึ้นแล้วเพคะนางพยายามพูดว่าไม่เวียนศีรษะเพคะจางกงจู่” เหลียนฮวาช่วยตอบแทน

“หิวหรือไม่ เมื่อเช้ากินอะไรได้บ้างไหม” ท่านยายเอ่ยปากถามพรางลูบหัวลูบใบหน้าของข้าอย่างแผ่วเบา

“วันนี้เย่ว์เอ๋อร์ กินอาหารเช้าได้เยอะมากเพคะ นี่ก็หลับไปตั้งแต่ยามสาย ยามบ่ายเพิ่งจะตื่น พระองค์ไม่ต้องกังวลพระทัยเพคะ หม่อนฉันได้สั่งพวกบ่าวใช้ให้ไปอุ่นโจ๊กไก่มาแล้ว ประเดี๋ยวให้กินโจ๊กจะได้ดื่มยาต่อ” ฮูหยินใหญ่จวนตระกูลฟู่ เอ่ยชี้แจงเบาๆ

“เรามาถึงจวนตระกูลฟู่ ทักทายฮูหยินผู้เฒ่าของพวกเจ้าแล้ว ก็บุกมาเยี่ยมเสียนเย่ว์เลย จึงยังไม่ได้พบกับอวิ๋นเชอร์”

“อวิ๋นเชอร์รู้ความแล้วเพคะ จึงไปช่วยงานอยู่ที่เรือนหน้า ประเดี๋ยวหม่อมฉันจะพาพระองค์ไปพักผ่อนที่เรือนรับรอง แล้วจะให้คนไปตามเขามาพบจางกงจู่ นะเพคะ”

“อื้มดี เราไปพักผ่อนที่เรือนรับรองเลยดีกว่า เย่ว์เอ๋อร์จะได้กินโจ๊กและดื่มยาด้วยความสบายใจ ไม่ต้องแตกตื่นเช่นนี้”

“เพคะ จางกงจู่”

“พูดกับเราธรรมดาเถอะ เราไม่ชอบธรรมเนียมอะไรมากมายนัก ในยามนี้เราคงจะต้องมารบกวนพวกเจ้าที่จวนตระกูลฟู่แห่งนี้อยู่บ่อยๆ แล้ว เพราะเราไม่อาจจะปล่อยวางเรื่อง ... อื้ม เดี๋ยวพวกเราไปคุยกันที่เรือนรับรองน่าจะดีกว่า”

“เย่ว์เอ๋อร์ ยายไปพักผ่อนอยู่ที่เรือนรับรองก่อน ยามเย็นยายจะมาเยี่ยมเจ้าอีกที”

ฮูหยินใหญ่จวนจงอู่โหวรีบเข้ามาประคองจางกงจู่ลุกขึ้นยืน สาวใช้คนสนิท ยื่นไม้เท้ามังกรสีทองให้จากกงจู่อย่างรู้งาน

“เชิญเสด็จทางนี้เพคะ เดี๋ยวหม่อนฉันนำทางไปพักผ่อนเพคะ”

“อืม รบกวนเจ้าแล้ว”

เมื่อทุกคนเดินออกไป เสียงไม้เท้ามังกรกระแทกพื้นดังกึกๆ ก่อนจะค่อยๆ เบาเสียงลง แสดงว่าพวกนางจากไปไกลแล้ว เถาฮวาจึงค่อยลำเรียงอาหารมาที่โต๊ะข้างเตียง นางจะป้อนข้า แต่ข้าส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะอยากลุกนั่งกินเอง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร พวกนางก็ตั้งโต๊ะสำรับบนเตียง อย่างรู้งานจนข้าได้แต่นึกชื่นชมในใจ เก่งเกินไปแล้ว รู้ใจข้าไปเสียทุกอย่าง มิน่าฟู่เสียนเย่ว์ไม่จำเป็นจะต้องพูดอะไรก็อยู่ได้อย่างสบาย

ระหว่างกินโจ๊ก ข้าก็นึกทบทวนเรื่องราวในชีวิตที่แล้วอักครั้ง ด้วยความที่ข้ารู้สึกประทับใจในตัวตู้ซิวซยา จึงใช้ให้นางกำนัลไปสืบข่าวของนางและประวัติครอบครัวนางมาอย่างละเอียด ข้าจึงได้รู้เรื่องราวมากมาย

ท่านยายของข้า จางกงจู่พระองค์นี้ มีพระนามว่าเซียวจื่อเหยียน เป็นพระธิดาองค์เล็กของเซียวเฟิงตี้ฮ่องเต้พระองค์ก่อน และมีศักดิ์เป็นเสด็จอาของเซียวเกาตี้ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน พระประวัติของจางกงจู่พระองค์นี้ไม่ธรรมดา ทรงเลือกสละฐานันดรศักดิ์ เพื่อแต่งงานกับนายทหารองครักษ์โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านห้ามปราม หลังจากแต่งงานแล้วย้ายออกจากวังแบบไม่อาลัยยศตำแหน่งแล้ว ในภายหลังนายทหารผู้นั้นเข้าร่วมกองทัพต่อสู้รบทัพจับศึกมากมาย ได้รับชัยชนะในศึกยิ่งใหญ่หลายครั้ง จนคว้าตำแหน่งแม่ทัพใหญ่และสร้างเกียรติยศให้แก่พระนางด้วยตำแหน่งฮูหยินจงอู่โหว ซึ่งเป็นตำแหน่งของท่านหญิงขั้นหนึ่ง

หลังจากเซียวเกาตี้ได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากจวนจงอู่โหว จนได้ขึ้นครองราช จึงแต่งตั้งคืนบรรดาศักดิ์จางกงจู่ให้แก่พระนาง ซึ่งพระนางรับไว้แค่ตำแหน่ง เป็นคำเรียกขาน แต่ไม่ขอรับจวนองค์หญิงและพื้นที่ศักดินา รวมไปถึงบรรดาศักดิ์นี้ให้สิ้นสุดลงที่พระนางเท่านั้น ไม่มีสืบทอดให้แก่ทายาท

จวนจงอู่โหวนับเป็นตระกูลใหญ่ของเมืองหลินจือ ตู้หลินหลาน จงอู่โหว เป็นขุนศึกที่ทำสงครามไม่เคยพ่ายแพ้ เขานำทัพเองคราใดรบชนะทุกครั้ง ด้านความรัก ยึดมั่นในรักกับจางกงจู่มาก ไม่มีหญิงอื่นมารบกวนให้จางกงจู่ต้องเหนื่อยพระทัย ทั้งสองคนครองรักกันแบบหวานชื่น มีบุตรร่วมกัน 5 คน ชาย 4 คน หญิง1 คน

บุตรชายคนโต ตู้ซิวเหยียน ซื่อจื่อจวนโหวดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าราชองครักษ์รับคำสั่งโดยตรงจากฮ่องเต้ บุตรชายคนรอง ตู้ซิวเซิง ดำรงตำแหน่งแม่ทัพพิชิตชายแดนเหนือ บุตรชายคนที่สามและคนที่สี่เสียชีวิตในสงครามแย่งชิงดินแดน ส่วนบุตรสาวคนที่5 ตู้ซิวซยา นางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวที่ได้รับความรักจากครอบครัวดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพพิชิตชายแดนตะวันออก และในยามนี้นางถือได้ว่าเป็นท่านแม่ของข้า ‘ฟู่เสียนเย่ว์’

เรื่องเล่าของจางกงจู่เซียวจื่อเหยียนและท่านแม่ทัพตู้หลินซาน สร้างความประทับใจต่อข้ามาก เรื่องเล่าที่ข้าเคยฟังเหมือนเรื่องไกลตัว ไม่นึกเลยว่าในยามนี้พวกเขาจะกลายมาเป็นท่านตาและท่านยายของข้า

วันนี้จางกงจู่ทรงเสด็จมาจวนตระกูลฟู่แห่งนี้ด้วยตัวของพระนางเอง คงจะมาเรื่องงานพิธีศพ ของบุตรสาวและบุตรเขยสินะ เมื่อข้าคิดถึงพวกเขาที่ตายไปแล้ว ความโศกเศร้าเริ่มเข้าครอบคลุมจิตใจอีกครั้ง เป็นเพราะข้าอยู่ในร่างนี้กระมังทำให้ข้ารู้สึกปวดใจราวกับข้าเสียพ่อกับแม่ไปจริงๆ ดีนะที่ยามนี้ข้ากินโจ๊กหมดชามก่อน ไม่อยากนั้นข้าคงกินอะไรไม่ลง T^T

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 150 สิบปีผ่านไปกับชีวิตที่สมบูรณ์

    สิบปีต่อมา เซียวอวี้หยวนพาฟู่เสียนเย่ว์และเหล่าบุตรชายทั้งหลายหนีพายุหิมะและอากาศหนาวเย็นของเมืองหลินจือมาที่เมืองหนานไฮ่ สองสามีภรรยาตื่นขึ้นมายามเช้าเฝ้ามองพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน อยู่ในเรือนหอสูงสามชั้นที่เซียวอวี้หยวนตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อฟู่เสียนเย่ว์โดยเฉพาะ และตั้งชื่อว่าหอสูงแห่งนี้ว่าหอลี่หมิง ห้องนอนของทั้งคู่อยู่ชั้นสองมีกระจกโปร่งใส่กันไม่ให้ลมเข้า แต่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้อย่างแจ่มชัดสิบปีที่ผ่านมานี้ฟู่เสียนเย่ว์ผ่านการสูญเสียและได้รับความสุขเพิ่มเติมจากเดิมไม่ใช่น้อย เรื่องที่ถือว่าเป็นการสูญเสียของฟู่เสียนเย่ว์หนักมากที่สุดคือฮูหยินผู้เฒ่าฟู่จากนางไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน ในยามนั้นนางกำลังตั้งครรภ์เซียวหย่งจื้อบุตรชายคนที่สามอยู่ คราวนั้นนางทุกข์ใจมาก สองปีต่อมานางต้องสูญเสียท่านลุงรองตู้ซิวเซิงและพี่ชายสามตู้หยุนเป่ยไปพร้อมกันทั้งสองคนในสงครามระหว่างแคว้นฉีและแคว้นเหยียน คราวนั้นนางเพิ่งคลอดบุตรชายคนที่สี่จึงตั้งชื่อเขาว่าเซียวหย่งเจี้ยน กระบี่ผู้กล้าหาญเพื่อระลึกถึงวีรบุรุษของตระกูลตู้ การสูญเสียคราวนี้ทำให้ท่านยายของนางจางกงจู่เศร้าเสียพระทัยจนเจ็บป่วย แต่เมื่อพี

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 149 คิดว่าชีวิตมีครบ

    หลานสาวคนใหม่ของจวนตู้กั๋วกง มีนามว่าตู้หมิงจู ยามนี้เด็กน้อยอายุได้สามเดือนแล้ว เป็นแก้วตาดวงใจของทุกคน ฟู่เสียนเย่ว์เองอยากไปเยี่ยมหาหลานสาวบ่อยๆ แต่ท้องของนางไม่อำนวยเพราะท้องของนางเริ่มโตมากขึ้นทุกวันและมีขนาดใหญ่กว่าท้องของเถาฮวาเสียอีก ซึ่งเถาฮวาเพิ่งจะคลอดบุตรชายให้แก่จ้าวฮุ่ยไปเมื่อเดือนที่แล้วท่านหมอหลวงฉีตรวจ และยืนยันว่าบุตรในท้องของพระชายาจิ้นอ๋องมีถึงสองคน สร้างความยินดีและความกังวลให้แก่เซียวอวี้หยวนเป็นอย่างมาก เขาถึงกับไปขอร้องให้ฮูหยินสามตระกูลตู้ เจินอวี้ มาช่วยดูแลการตั้งครรภ์ของฟู่เสียนเย่ว์อย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง หากไม่ติดว่าฮูหยินสามเจินซื่อต้องดูแลการตั้งครรภ์ของฟู่เสียนเหยียนผู้เป็นลูกสะใภ้ของนางแล้ว เซียวอวี้หยวนคงขอให้เจินอวี่มาพักค้างคืนเฝ้าดูแลฟู่เสียนเย่ว์อย่างใกล้ชิดไปแล้ว ทางวังหลวงเมื่อได้รับข่าวดีว่าฟู่เสียนเย่ว์ตั้งครรภ์ลูกแฝด จึงส่งมามาและหมอตำแยผู้มีฝีมือดีมาอาศัยอยู่ที่จวนจิ้นอ๋องชั่วคราว เพื่อเตรียมทำคลอดให้แก่ฟู่เสียนเย่ว์เป็นพิเศษ ทุกวันนี้ฟู่เสียนเย่ว์ทำตามตำราที่เจินอวี้ส่งมาให้นางอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเซียวอวี้หยวน เขาไม่เคยละเว้นการอ่านหนั

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 148 ความปิติยินดี

    สามเดือนต่อมาจวนตระกูลฟู่จัดงานมงคลของฟู่อวิ๋นฟางและสวีหรูซาน งานนี้ถือว่าเป็นงานมงคลที่ยิ่งใหญ่ของเมืองหลินจือ เพราะคุณชายสามตระกูลฟู่ ฟู่อวิ๋นฟาง เป็นบุตรชายคนเดียวของนายท่านรองตระกูลฟู่ ฟู่อีหลาง ซึ่งมีการค้าสำคัญมากมาย การค้าของตระกูลฟู่เฟื่องฟูกระจายสาขาไปหลายแคว้น เหล่าพ่อค้าวาณิชย์ต่างยกให้นายท่านรองฟู่เป็นผู้นำหอการค้าที่เพิ่งจัดสร้างขึ้น ส่วนคุณหนูสามของตระกูลสวี สวีหรูซาน ก็เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของนายท่านรองตระกูลสวี สวีหยวนอู่ นายท่านรองตระกูลสวีนอกจากเป็นพี่ชายแท้ๆ ของสวีฮองเฮาแล้วยังดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลังอีกด้วยงานมงคลครั้งนี้ฟู่เสียนเย่ว์สู้รบกับเซียวอวี้หยวนอยู่หลายวัน ฟู่เสียนเย่ว์จึงสามารถมาร่วมงานมงคลนี้ได้ แต่นางต้องรับปากกับเซียวอวี้หยวนว่า “ในงานหม่อมฉันจะอยู่ไม่ห่างกายของท่านอ๋องเลยเพคะ” นางจึงได้มาร่วมงานฟู่เสียนเย่ว์ยามนี้ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว ท้องใหญ่โต รูปร่างอวบกลมใบหน้าอวบอิ่มเต็มไปด้วยรอยยิ้มยามมีผู้อื่นเข้ามาทักทาย นางนั่งรอขบวนรับเจ้าสาวกลับมาจวนตระกูลฟู่อย่างตื่นเต้นอยู่ข้างเซียวอวี้หยวนผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มเช่นกันฟู่เสียนหยายามนี้กลับมามีรู

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 147 ลงโทษคนผิด

    ยามเช้าฟู่เสียนเย่ว์ตื่นมาอย่างไม่กระฉับกระเฉงเหมือนวันอื่น อากาศหนาวไม่มีคนร่างอุ่นร้อนมากอดนางเข้านอนเหมือนเช่นทุกคืน นางเริ่มรู้สึกไม่คุ้นชินเช่นกัน ฟู่เสียนเย่ว์แอบคิดว่าวิธีการเอาคืนเขาแบบนี้คงจะใช้ต่อไปไม่ได้แล้ว คงจะต้องหาวิธีอื่นนางครุ่นคิดหาวิธีลงโทษคนกระทำผิดแบบใหม่อย่างจริงจัง ในขณะที่สาวใช้ปรนนิบัตินางจนเปลี่ยนชุดเสร็จ ฟู่เสียนเย่ว์จึงเอ่ยถามผิงมามาว่า “เมื่อคืนท่านอ๋องย้ายไปนอนที่ไหน มีใครคอยปรนนิบัติหรือเปล่า”ผิงมามาอมยิ้มก่อนเอ่ยตอบว่า “พระชายาวางใจได้เพคะ ท่านเหิงจือคอยปรนนิบัติท่านอ๋องด้วยตนเอง ท่านอ๋องจึงไม่ลำบากมากนัก คราวแรกท่านอ๋องย้ายไปเตรียมนอนที่ห้องหนังสือของเรือนหน้า แต่ครึ่งคืนหลังท่านอ๋องเปลี่ยนใจย้ายมานอนที่ห้องหนังสือที่เรือนฟู่ฮวานี่เองเพคะ เมื่อรุ่งเช้าท่านเหิงจือบอกกับบ่าวว่าถ้าหากพระชายาตื่นแล้วให้คนไปบอกท่านอ๋องที่ห้องหนังสือ เมื่อครู่บ่าวจึงให้เสี่ยวหลันเป็นผู้ไปบอกท่านอ๋องแล้วเพคะว่าพระชายาตื่นนอนแล้ว”ผิงมามาเพิ่งพูดจบ เซียวอวี้หยวนก็เดินเข้าห้องมาอย่างเงียบสงบ เขามีท่าทางอิดโรยคล้ายคนนอนไม่พอ ไม่พูดอะไรกับผู้ใด เดินขึ้นเตียงและดึงม่านมุ้งคลุมเต

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 146 แต่งตั้งองค์รัชทายาท

    วันนี้ในวังหลวงจัดงานฉลองพระชนมายุครบ 50 ชันษาของฮ่องเต้เซียวเกาตี้ ฟู่เสียนเย่ว์ไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงในวังหลวงด้วย แม้ว่าอาการคงที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วกับการตั้งครรภ์ในครั้งนี้ แต่ภายในวังหลวงอะไรก็เกิดขึ้นได้ เซียวอวี้หยวนจึงไม่ยินยอมให้ฟู่เสียนเย่ว์ไปร่วมงานเนื่องจากความเป็นห่วงอากาศหนาวเย็นทำให้ดอกไม้ในสวนโดนหิมะแรกตกใส่เมื่อคืนนี้ ฟู่เสียนเย่ว์ทำได้เพียงเดินเล่นอยู่ในเรือนฟู่ฮวา ท่านหมอหลวงฉีแนะนำว่าช่วงนี้นางควรเริ่มเดินออกกำลังกายบ้างได้แล้ว เซียวอวี้หยวนจึงปล่อยให้นางเดินเองไม่ได้อุ้มนางไปไหนมาไหนอีกต่อไปผิงมามาเดินตามหลังฟู่เสียนเย่ว์ไม่ห่างอย่างห่วงใย และเอ่ยขึ้นเสียงเบาว่า “หม่อมฉันไปสืบได้เรื่องมาแล้วนะเจ้าค่ะว่าข่าวลือมาจากที่ไหน” ผิงมามามีสีหน้าลำบากใจ และสับสนเล็กน้อยฟู่เสียนเย่ว์หยุดเดินแล้วหันมามองผิงมามาอย่างสงสัย “ใครกัน แล้วเขาทำลายชื่อเสียงข้าเพราะอะไร”ผิงมามาก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาพระชายา ความจริงนางไม่อยากนำความเรื่องนี้มาบอกกับพระชายาเลย แต่ท่านอ๋องรักพระชายามากถึงขนาดนี้ นางจึงมีความเชื่อว่าเรื่องที่ท่านอ๋องทรงทำไป คงไม่มีความประสงค์ร้ายแอบแฝงเป็นแน่ ผิงม

  • เปลี่ยนชะตาคืนวาสนา   บทที่ 145 ช่วยเหลือสหายรุ่นพี่

    ฟู่เสียนเย่ว์นั่งรอสองพี่น้องตระกูลสวี อยู่ในห้องอุ่นของเรือนฟู่ฮวา โดยมีผิงมามานั่งอยู่เป็นเพื่อน ส่วนเถียนมามายามนี้โดนฟู่อวี้ชิงรั้งตัวไว้ที่เรือนลี่หมิง เรือนที่เซียวอวี้หยวนเพิ่งตกแต่งใหม่และยกให้เป็นเรือนพักส่วนตัวของฟู่อวี้ชิงสวีหรูอี้และสวีหรูซานเข้ามาในห้องอุ่น เห็นฟู่เสียนเย่ว์นั่งกินผลไม้ดองอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งสองมองหน้ากันอย่างสับสนเล็กน้อยก่อนจะทักทายกันตามธรรมเนียม“มีคนพูดกันว่าเจ้ามีภาวะครรภ์อ่อนแอ เหตุใดข้าจึงเห็นเจ้าหน้าตาผ่องใสไม่คล้ายคนเจ็บป่วยเลยเล่า” สวีหรูอี้เอ่ยถาม“นั่นนะสิ ในยามนี้มีข่าวลือว่าดวงพิฆาตนารีของจิ้นอ๋องกำลังทำงานอีกครั้งแแล้ว พระชายาที่เพิ่งแต่งงานได้สี่เดือนยามนี้ร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถลุกขึ้นมาเดินได้ ยามนี้ต้องนอนพักผ่อนอยู่แต่บนเตียงเท่านั้น” สวีหรูซานเอ่ยเล่าเรื่องข่าวลือ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเพราะโดนสวีหรูอี้หยิกเตือนที่แขน“เจ้านี่นะ ปากไม่ดีใครใช้ให้เจ้าปากมาก ตีปากตัวเองแก้เคล็ดเดี๋ยวนี้” สวีหรูอี้เอ่ยเตือนน้องสาว สวีหรูซานหน้าเสียรีบตีปากตัวเองจนฟู่เสียนเย่ว์ต้องรีบเอ่ยห้าม“พอแล้วอย่าตีตนเองอีกเลย แค่เรื่องที่พูดเล่นกันเท่านั้น ความจริ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status