مشاركة

บทที่53

last update تاريخ النشر: 2026-05-17 12:39:05

เสิ่นฮูหยินหัวเราะหึเบาๆ ก่อนเอนกายกล่าวอย่างสุขุม

“เจ้ายังมองไม่ไกลพอ โรงเตี้ยมหยุนซูแห่งนั้นตั้งอ
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق
الفصل مغلق

أحدث فصل

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่116

    ณ จวนสกุลเสิ่นภายหลังจากขับไล่แม่ทัพเสิ่นกับบุตรีออกจากจวน รายจ่ายภายในเรือนที่เคยมีผู้รับผิดชอบกลับถาโถมเข้ามาโดยไร้ที่พึ่งพิง เงินทองที่ใช้บำรุงเรือน จ้างบ่าวไพร่ ไปจนถึงจัดหาหยูกยาให้ฮูหยินผู้เฒ่า ล้วนร่อยหรอลงอย่างน่าใจหายแม้บุตรชายคนรองจะขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ทว่าเพียงเงินเดือนขุนนางขั้นหก..รายได้มีหรือจะเพียงพอให้คนทั้งสกุลเสิ่นใช้ชีวิตหรูหราเช่นวันที่เสิ่นเจียวจื่อกับบิดายังอยู่ ดังนั้นเพื่อประคองตระกูลและลดภาระค่าใช้จ่าย บ่าวไพร่จำนวนหนึ่งจึงถูกขายออกไปจวนสกุลเสิ่นที่เคยโอ่อ่า บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย สวนที่เคยถูกตัดแต่งอย่างประณีต บัดนี้หญ้ารกเรื้อไร้ผู้ดูแล ทางเดินปูหินถูกใบไม้แห้งทับถมจนมองไม่เห็นทางเดิน เรือนบางแห่งที่ไร้ผู้อยู่อาศัยเต็มไปด้วยฝุ่นจับหนา แม้แต่หลังคากระเบื้องบางแผ่นที่แตกร้าว ก็ยังไร้ผู้เหลียวแลซ่อมแซมทุกสิ่งค่อย ๆ เสื่อมโทรมลง ราวกับสะท้อนชะตาของผู้คนในจวนแห่งนี้หลังจากเสิ่นเหมยจื่อถูกสามีหย่าเป็นครั้งที่สอง นางก็จำต้องกลับมาอาศัยอยู่ยังจวนเดิม ทว่าครานี้ชีวิตกลับหาได้สุขสบาย แตกต่างจากครั้งแรกดั่งฟ้ากับเหว ต้นเหตุมาจากฮูหยินผู้เฒ่า ผู้ซึ่งเคยเ

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่115

    เสิ่นเจียวจื่อเฝ้ารอพระสวามีจนเกือบพ้นยามไห่ นางเริ่มลังเลว่าควรกลับไปพักผ่อนก่อนดีหรือไม่ ทว่าโดยปกติหากพี่เหลียงหลงมิกลับเรือน เขามักจะส่งคนมาแจ้งนางล่วงหน้าเสมอ นางจึงไม่เคยต้องรอเก้อเช่นนี้ หรือว่าพระสวามีของนางจะเกิดเรื่องเลวร้ายอันใดขึ้น?ความวิตกกังวลพลันพุ่งสูงขึ้น จนยากจะข่มใจไว้ได้ขณะที่เสิ่นเจียวจื่อกำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้น ประตูเรือนนอนก็ถูกผลักเปิดออก ร่างสูงของพระสวามีผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาสองภพสองชาติรีบรุดเข้ามาอย่างเร่งรีบนางพ่นลมหายใจออกเบา ๆ ราวกับปลดเปลื้องภาระในใจ ก่อนจะยกยิ้มละมุนให้เขา“ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านทานอะไรมาหรือยัง? ประเดี๋ยวเจียวเจียวให้สาวใช้ไปอุ่นแกงร้อนมาให้นะเจ้าคะ”คำถามที่พรั่งพรูออกมาราวสายน้ำ ทำให้ใบหน้าคมคายของเขาคลายความตึงเครียดลงโดยไม่รู้ตัว“ขอบใจเจ้ามาก พี่รีบควบม้ามา ยังมิได้ทานสิ่งใดเลย” สุรเสียงอบอุ่นมั่นคง นางเข้ามาปลดเปลื้องเสื้อตัวนอกให้ด้วยความเคยชินแววตามเต็มไปด้วยความห่วงใย องค์ชายอิ๋งหลงหลี่ไม่เคยชอบค้างคืน โดยที่ไม่มีนาง ดังนั้นเขาจึงยินยอมเดินทางไม่ได้หยุด“เช่นนั้น..เป็นบะหมี่ดีกว่าไหมเจ้าคะ? ท่านพี่รอเจีย

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่114

    เสิ่นเจียวจื่อรีบเรียกบ่าวรับใช้ภายในจวนให้มารวมตัวกันโดยพลัน แม้ภายนอกยังคงสงบนิ่ง หากดวงตาเรียวยาวกลับแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด นางนั่งรออยู่ภายในห้องรับรอง จนกระทั่งบิดาเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น สีหน้าของท่านพ่อบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัดเสิ่นอวี้เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกายบุตรสาวโดยไม่เอ่ยสิ่งใด เสิ่นเจียวจื่อจึงรินชาหลงจิ่นยื่นให้ท่านพ่อด้วยสองมือ กลิ่นหอมอ่อนละมุนโชยออกมาในทันที พาให้ผู้เป็นพ่อสงบลงเล็กน้อย“ดื่มชาก่อนเจ้าค่ะ ท่านพ่อ”“ขอบใจเจ้ามาก” เขารับถ้วยชาไป หากสีหน้ายังไม่คลายเสิ่นเจียวจื่อมองสีหน้าของบิดา พลางเอ่ยถามเสียงแผ่ว“เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?”“หึ ก็ท่านย่าเจ้านั่นแหละ มาพบข้าถึงหน้าเรือน” เสิ่นอวี้เอ่ยเสียงเคร่ง แววตาไม่พอใจชัดเจน“เจ้ารู้หรือไม่ว่านางกล่าวสิ่งใด?” เสิ่นเจียวจื่อเพียงส่ายหน้าเบา ๆ เหตุเพราะตั้งแต่ตัดความสัมพันธ์กับสกุลเสิ่น และนางได้แต่งเข้าสู่ราชวงศ์ คนในตระกูลสกุลเสิ่นต่างก็พยายามหาทางกลับมาสานสัมพันธ์อยู่หลายครั้ง ทั้งคำพูดอ่อนหวานและเล่ห์กลสารพัด พาให้ทั้งนางและท่านพ่อรำคาญใจยิ่งนักตอนทำไม่คิด มาสำนึกผิดตอนที่สายไปแล้ว ใครบ้างเล่าจะไม่เห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่113

    พริบตาเดียว กาลเวลาก็ล่วงเลยไปเจ็ดปีเสิ่นเจียวจื่อนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น สายลมแผ่วพัดผ่านพาเอากลิ่นหอมจางของบุปผาโชยมาไม่ขาดสายไม่ไกลออกไป บุรุษในอาภรณ์สีเขียวกำลังสาวสายว่าวตัวใหญ่ให้ทะยานสูง เด็กชายสองคนวิ่งไล่ตามด้วยเสียงหัวเราะใสกระจ่าง ขณะที่เด็กหญิงตัวน้อยอีกคนตะโกนร้องให้พี่ชายกับน้องชายรอนางด้วย“หลินเอ๋อร์ เจ้ารีบตามมา”“เกอเกอ…หากท่านยังไม่รอข้า ข้าจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ” เสียงเล็กเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ พลางหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน ใบหน้าน้อยน่าเอ็นดูบึ้งตึงทันใดนั้น ทั้งเด็กชายและบุรุษที่วิ่งนำหน้าอยู่ก็ชะงักฝีเท้าลงแทบพร้อมกัน ไม่กล้าก้าวหนีต่อไปแม้แต่ครึ่งก้าว กลับเป็นท่านพ่อที่วิ่งกลับมาหาบุตรสาวเป็นคนแรก“องค์หญิงน้อยของพ่อ เจ้าอย่าได้โกรธเคืองเลย” องค์ชายสามเอ่ยเสียงอ่อน พลางวางว่าวตัวใหญ่ลงข้างกาย ก่อนก้มลงอุ้มร่างเล็กที่กำลังบึ้งตึงขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอมอิ๋งหลินหลี่เม้มริมฝีปากน้อย สีหน้ายังคงงอนง้อไม่คลาย เรือนกายเล็กดิ้นขลุกขลัก พยายามจะลงจากอ้อมแขน ราวกับยังไม่คิดยอมความง่าย ๆ“ท่านพ่อ ท่านพี่ และน้องชาย ล้วนใจร้ายยิ่งนัก ไม่ยอมรอข้า หลินห

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่112

    เสิ่นเจียวจื่อเผลอเอ่ยตอบรับออกไปอย่างว่าง่าย พอคำพูดหลุดจากปาก นางจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนกำลังทำสิ่งใดอยู่เหตุใดนางถึงตอบตกลงรวดเร็วราวกับสตรีใจง่ายเช่นนี้กันเล่าใบหน้าเล็กค่อยๆ หลุบต่ำลง ริมฝีปากล่างถูกกัดเบาๆ จนขึ้นสีแดงระเรื่อเหลียงหลงกลับดีใจเสียจนเก็บอาการไม่อยู่ เขาเผลอยกตัวนางขึ้นกอดอย่างทะนุถนอมการเคลื่อนไหวกะทันหันทำให้ร่างเล็กสะท้านเฮือก“นี่…องค์ชายสาม ท่านทำอันใดกันเจ้าคะ”นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อยเหลียงหลงโน้มตัวลงเล็กน้อย ริมฝีปากแทบชิดข้างใบหูของนาง ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว“เรียกพี่ว่าพี่เหลียงหลง…หรือไม่ก็ท่านพี่”ลมหายใจอุ่นที่แผ่วผ่านข้างหู ทำให้เสิ่นเจียวจื่อรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่บนก้อนเมฆหัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล นางอดประหลาดใจไม่ได้เหตุใดตนจึงรู้สึกผูกพันกับบุรุษตรงหน้ามากถึงเพียงนี้ ทว่ามีบางสิ่งบอกกับนางว่าเขาจะไม่มีวันทรยศนางเป็นอันขาด ความเชื่อเช่นนี้คล้ายฝังลงกระดูกจนยากจะสลักออก เช่นนี้อาจเป็นได้ว่าในชาติภพที่แล้วทั้งนางและเขาคงจะเป็นสามีภรรยาตามที่ท่านพ่อว่าไว้เป็นแน่ในยามนี้เวิ่นเฉินอี้อยากแก้ไขโชคชะตาเพียงใดก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่

  • เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก   บทที่111

    “พี่รู้ว่าเจ้ากำลังกังวลเรื่องใด” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ“พี่เอง…ก็มีเรื่องจะสารภาพกับเจ้า”“ท่าน…”เสิ่นเจียวจื่อเริ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อย อยากดึงมือออก หากร่างกายกลับบอกว่าสัมผัสที่คุ้นเคยนี้เป็นเรื่องสมควร และคล้ายกับว่าความใกล้ชิดเช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อมานานแล้ว “พี่เหลียงหลงมีอะไรจะบอกข้าหรือเจ้าคะ?”“องค์ชายสามคือข้าเอง”“พี่ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?” เสิ่นเจียวจื่อเผลออุทานเสียงดังโดยไม่รู้ตัวเหลียงหลงเห็นท่าทางตกตะลึงของนางก็รีบเอ่ยปลอบ สีหน้าค่อนข้างร้อนรน“เจียวเจียวอย่าได้โกรธพี่เลยนะ หากพี่ไม่แสร้งเป็นบุรุษพิการ เสด็จอาคงเพ่งเล็งหาเรื่องพี่เป็นแน่ พี่มีความจำเป็นจริงๆ”เสิ่นเจียวจื่อยังตั้งสติไม่ทัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม“เดี๋ยวก่อนนะเจ้าคะ เช่นนั้น…ราชโองการสมรสเล่า?”“ใช่ พี่เป็นผู้ขอพระราชทานสมรสจากเสด็จอาด้วยตนเอง”เขารีบตอบรับโดยไม่ลังเล หากในใจกลับไม่กล้าเล่าความจริงทั้งหมดให้นางฟัง ว่าก่อนหน้านี้เขาได้ระลึกถึงความทรงจำในภพชาติก่อนอย่างชัดเจนเขาจำได้ว่านางคือพระชายาเอกของเขาในชาติที่แล้วแม้ในชาตินั้นช่วงแรกเขาไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับนาง หากเพราะแม่

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status