เข้าสู่ระบบเสิ่นเจียวจื่อ บุตรีภรรยาเอกแห่งจวนแม่ทัพใหญ่ เพียงเพราะมารดาของนางถือกำเนิดจากตระกูลพ่อค้า ญาติฝ่ายบิดาจึงไม่เคยมีผู้ใดมองนางด้วยความเอ็นดู แต่แล้วอย่างไรเล่า? แม้คนทั้งตระกูลจะเมินเฉย ทว่าท่านพ่อกลับรักนางดั่งดวงใจ ครั้นมารดาสิ้น นางก็มิได้ถูกทอดทิ้ง ยังคงมีความเป็นอยู่สุขสบาย มิขาดสิ่งใด จนกระทั่งวันปักปิ่นมาถึง บิดานางกลับทำเรื่องที่ทุกคนในเมืองหลวงต่างตื่นตะลึงท่านพ่อยื้อแย่งสัญญาหมั้นหมายของน้องสาวมาให้นาง ซื่อจื่อแห่งจวนโหวเวิ่น..พี่ชายที่เคยพานางวิ่งเล่นท่ามกลางแสงอาทิตย์ในวัยเยาว์ ชายผู้เป็นรักแรก…รักเดียว…ที่นางเก็บซ่อนไว้ในใจมาเนิ่นนาน ทว่าเขากลับเป็นคนรักของน้องสาวลูกอนุ เมื่อการหมั้นหมายผิดฝาผิดตัว จากความใกล้ชิดแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา เขาเกลียดนาง ชิงชังนางสุดหัวใจ..กล่าวหาว่านางเป็นเพียงสตรีใจร้ายผู้สวมรอยแทนที่น้องสาวของตน ไม่ว่านางจะทำดีเพียงใดหัวใจของเขาก็มิอาจอ่อนลง นาง…ยอมแล้ว หากการจากไปของนาง จะทำให้เขาและน้องสาวได้ครองคู่สมดังปรารถนาเช่นนั้นนางยอม 'หย่า' และขออวยพรให้คนทั้งสองได้เคียงคู่กัน แม้ฟ้าดินจะล่มสลายลงตรงหน้าก็ไม่อาจแยกจาก ส่วนนางไม่ขอรั้งอีกต่อไป
ดูเพิ่มเติมณ จวนสกุลเสิ่นภายหลังจากขับไล่แม่ทัพเสิ่นกับบุตรีออกจากจวน รายจ่ายภายในเรือนที่เคยมีผู้รับผิดชอบกลับถาโถมเข้ามาโดยไร้ที่พึ่งพิง เงินทองที่ใช้บำรุงเรือน จ้างบ่าวไพร่ ไปจนถึงจัดหาหยูกยาให้ฮูหยินผู้เฒ่า ล้วนร่อยหรอลงอย่างน่าใจหายแม้บุตรชายคนรองจะขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ทว่าเพียงเงินเดือนขุนนางขั้นหก..รายได้มีหรือจะเพียงพอให้คนทั้งสกุลเสิ่นใช้ชีวิตหรูหราเช่นวันที่เสิ่นเจียวจื่อกับบิดายังอยู่ ดังนั้นเพื่อประคองตระกูลและลดภาระค่าใช้จ่าย บ่าวไพร่จำนวนหนึ่งจึงถูกขายออกไปจวนสกุลเสิ่นที่เคยโอ่อ่า บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย สวนที่เคยถูกตัดแต่งอย่างประณีต บัดนี้หญ้ารกเรื้อไร้ผู้ดูแล ทางเดินปูหินถูกใบไม้แห้งทับถมจนมองไม่เห็นทางเดิน เรือนบางแห่งที่ไร้ผู้อยู่อาศัยเต็มไปด้วยฝุ่นจับหนา แม้แต่หลังคากระเบื้องบางแผ่นที่แตกร้าว ก็ยังไร้ผู้เหลียวแลซ่อมแซมทุกสิ่งค่อย ๆ เสื่อมโทรมลง ราวกับสะท้อนชะตาของผู้คนในจวนแห่งนี้หลังจากเสิ่นเหมยจื่อถูกสามีหย่าเป็นครั้งที่สอง นางก็จำต้องกลับมาอาศัยอยู่ยังจวนเดิม ทว่าครานี้ชีวิตกลับหาได้สุขสบาย แตกต่างจากครั้งแรกดั่งฟ้ากับเหว ต้นเหตุมาจากฮูหยินผู้เฒ่า ผู้ซึ่งเคยเ
เสิ่นเจียวจื่อเฝ้ารอพระสวามีจนเกือบพ้นยามไห่ นางเริ่มลังเลว่าควรกลับไปพักผ่อนก่อนดีหรือไม่ ทว่าโดยปกติหากพี่เหลียงหลงมิกลับเรือน เขามักจะส่งคนมาแจ้งนางล่วงหน้าเสมอ นางจึงไม่เคยต้องรอเก้อเช่นนี้ หรือว่าพระสวามีของนางจะเกิดเรื่องเลวร้ายอันใดขึ้น?ความวิตกกังวลพลันพุ่งสูงขึ้น จนยากจะข่มใจไว้ได้ขณะที่เสิ่นเจียวจื่อกำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้น ประตูเรือนนอนก็ถูกผลักเปิดออก ร่างสูงของพระสวามีผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาสองภพสองชาติรีบรุดเข้ามาอย่างเร่งรีบนางพ่นลมหายใจออกเบา ๆ ราวกับปลดเปลื้องภาระในใจ ก่อนจะยกยิ้มละมุนให้เขา“ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านทานอะไรมาหรือยัง? ประเดี๋ยวเจียวเจียวให้สาวใช้ไปอุ่นแกงร้อนมาให้นะเจ้าคะ”คำถามที่พรั่งพรูออกมาราวสายน้ำ ทำให้ใบหน้าคมคายของเขาคลายความตึงเครียดลงโดยไม่รู้ตัว“ขอบใจเจ้ามาก พี่รีบควบม้ามา ยังมิได้ทานสิ่งใดเลย” สุรเสียงอบอุ่นมั่นคง นางเข้ามาปลดเปลื้องเสื้อตัวนอกให้ด้วยความเคยชินแววตามเต็มไปด้วยความห่วงใย องค์ชายอิ๋งหลงหลี่ไม่เคยชอบค้างคืน โดยที่ไม่มีนาง ดังนั้นเขาจึงยินยอมเดินทางไม่ได้หยุด“เช่นนั้น..เป็นบะหมี่ดีกว่าไหมเจ้าคะ? ท่านพี่รอเจีย
เสิ่นเจียวจื่อรีบเรียกบ่าวรับใช้ภายในจวนให้มารวมตัวกันโดยพลัน แม้ภายนอกยังคงสงบนิ่ง หากดวงตาเรียวยาวกลับแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด นางนั่งรออยู่ภายในห้องรับรอง จนกระทั่งบิดาเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น สีหน้าของท่านพ่อบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัดเสิ่นอวี้เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกายบุตรสาวโดยไม่เอ่ยสิ่งใด เสิ่นเจียวจื่อจึงรินชาหลงจิ่นยื่นให้ท่านพ่อด้วยสองมือ กลิ่นหอมอ่อนละมุนโชยออกมาในทันที พาให้ผู้เป็นพ่อสงบลงเล็กน้อย“ดื่มชาก่อนเจ้าค่ะ ท่านพ่อ”“ขอบใจเจ้ามาก” เขารับถ้วยชาไป หากสีหน้ายังไม่คลายเสิ่นเจียวจื่อมองสีหน้าของบิดา พลางเอ่ยถามเสียงแผ่ว“เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?”“หึ ก็ท่านย่าเจ้านั่นแหละ มาพบข้าถึงหน้าเรือน” เสิ่นอวี้เอ่ยเสียงเคร่ง แววตาไม่พอใจชัดเจน“เจ้ารู้หรือไม่ว่านางกล่าวสิ่งใด?” เสิ่นเจียวจื่อเพียงส่ายหน้าเบา ๆ เหตุเพราะตั้งแต่ตัดความสัมพันธ์กับสกุลเสิ่น และนางได้แต่งเข้าสู่ราชวงศ์ คนในตระกูลสกุลเสิ่นต่างก็พยายามหาทางกลับมาสานสัมพันธ์อยู่หลายครั้ง ทั้งคำพูดอ่อนหวานและเล่ห์กลสารพัด พาให้ทั้งนางและท่านพ่อรำคาญใจยิ่งนักตอนทำไม่คิด มาสำนึกผิดตอนที่สายไปแล้ว ใครบ้างเล่าจะไม่เห
พริบตาเดียว กาลเวลาก็ล่วงเลยไปเจ็ดปีเสิ่นเจียวจื่อนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น สายลมแผ่วพัดผ่านพาเอากลิ่นหอมจางของบุปผาโชยมาไม่ขาดสายไม่ไกลออกไป บุรุษในอาภรณ์สีเขียวกำลังสาวสายว่าวตัวใหญ่ให้ทะยานสูง เด็กชายสองคนวิ่งไล่ตามด้วยเสียงหัวเราะใสกระจ่าง ขณะที่เด็กหญิงตัวน้อยอีกคนตะโกนร้องให้พี่ชายกับน้องชายรอนางด้วย“หลินเอ๋อร์ เจ้ารีบตามมา”“เกอเกอ…หากท่านยังไม่รอข้า ข้าจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ” เสียงเล็กเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ พลางหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน ใบหน้าน้อยน่าเอ็นดูบึ้งตึงทันใดนั้น ทั้งเด็กชายและบุรุษที่วิ่งนำหน้าอยู่ก็ชะงักฝีเท้าลงแทบพร้อมกัน ไม่กล้าก้าวหนีต่อไปแม้แต่ครึ่งก้าว กลับเป็นท่านพ่อที่วิ่งกลับมาหาบุตรสาวเป็นคนแรก“องค์หญิงน้อยของพ่อ เจ้าอย่าได้โกรธเคืองเลย” องค์ชายสามเอ่ยเสียงอ่อน พลางวางว่าวตัวใหญ่ลงข้างกาย ก่อนก้มลงอุ้มร่างเล็กที่กำลังบึ้งตึงขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอมอิ๋งหลินหลี่เม้มริมฝีปากน้อย สีหน้ายังคงงอนง้อไม่คลาย เรือนกายเล็กดิ้นขลุกขลัก พยายามจะลงจากอ้อมแขน ราวกับยังไม่คิดยอมความง่าย ๆ“ท่านพ่อ ท่านพี่ และน้องชาย ล้วนใจร้ายยิ่งนัก ไม่ยอมรอข้า หลินห
แต่นั่นก็ช่างเถิดเรื่องของสกุลเวิ่น นางจะคิดมากไปไยกัน บัดนี้ทุกเรื่องย่อมไม่เกี่ยวข้องกับนางอีกแล้ว อีกทั้งเมื่อตรึกตรองอีกครั้งการได้รับพระราชโองการหย่าเช่นนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดี อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องเปลืองแรงหาหนทางหย่าให้ยุ่งยาก ส่วนชื่อเสียงที่เสียไปค่อยกู้คืนทีหลัง ครั้นคิดได้ดังนั้นเสิ่นเ
เวิ่นเฉินอี้ทำได้เพียงยิ้มฝืนตอบมารดา ภายในใจกลับก่อเกิดความน้อยใจบางเบาโดยไม่รู้ตัวหากยังดีที่เขาพอมีสติอยู่บ้าง เขารู้ว่าก่อนหน้านี้ตนเองก็ทำตัวไม่ดีกับเจียวเจียวไว้ไม่น้อย ดังนั้นการที่นางเลือกจะหลีกเลี่ยงเขา ก็มิใช่เรื่องเกินเลยอันใดเลยคิดได้ดังนั้นเวิ่นเฉินอี้จึงพยายามเปลี่ยนเรื่อง“น่าแปลก…
หากทว่าเสิ่นเจียวจื่อยังคำนวนความหน้าด้านของคนได้ไม่มากพอ เสิ่นเหมยจื่อเมื่อเริ่มรู้ว่าไม่สามารถไปกลับที่จวนสกุลเวิ่นตามใจนึกเฉกเช่นในอดีต นางจึงมักหาเรื่องสร้างการพบปะด้วยความ 'บังเอิญ' กับพี่เขยอยู่บ่อยครั้ง เวิ่นเฉินอี้ก็ยังนึกเอ็นดูสงสารนางอยู่ไม่น้อย จึงไม่คิดปฏิเสธภาพที่เสิ่นเหมยจื่อ “บังเอ
เสิ่นเหมยจื่อมองตามแผ่นหลังของมารดาที่เร่งร้อนจากไป สายตาวูบโหวงราวกับสูญเสียที่พึ่งพิงไปชั่วขณะยังไม่ทันได้รวบรวมสติ ผู้จัดการตำหนักขององค์ชายอิ๋งหลงหลี่ก็มายืนตรงหน้า พลางโค้งคำนับเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงเรียบ“องค์ชายทรงมีรับสั่ง ให้พระชายาเข้าเฝ้าขอรับ”หัวใจของเสิ่นเหมยจื่อกระตุกวาบ ความสงสัยปนค


















ความคิดเห็น