เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก

เป็นนางร้ายสวมรอยที่ท่านไม่รัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-05-21
Oleh:  อาภาลดาTamat
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
117Bab
7.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เสิ่นเจียวจื่อ บุตรีภรรยาเอกแห่งจวนแม่ทัพใหญ่ เพียงเพราะมารดาของนางถือกำเนิดจากตระกูลพ่อค้า ญาติฝ่ายบิดาจึงไม่เคยมีผู้ใดมองนางด้วยความเอ็นดู แต่แล้วอย่างไรเล่า? แม้คนทั้งตระกูลจะเมินเฉย ทว่าท่านพ่อกลับรักนางดั่งดวงใจ ครั้นมารดาสิ้น นางก็มิได้ถูกทอดทิ้ง ยังคงมีความเป็นอยู่สุขสบาย มิขาดสิ่งใด จนกระทั่งวันปักปิ่นมาถึง บิดานางกลับทำเรื่องที่ทุกคนในเมืองหลวงต่างตื่นตะลึงท่านพ่อยื้อแย่งสัญญาหมั้นหมายของน้องสาวมาให้นาง ซื่อจื่อแห่งจวนโหวเวิ่น..พี่ชายที่เคยพานางวิ่งเล่นท่ามกลางแสงอาทิตย์ในวัยเยาว์ ชายผู้เป็นรักแรก…รักเดียว…ที่นางเก็บซ่อนไว้ในใจมาเนิ่นนาน ทว่าเขากลับเป็นคนรักของน้องสาวลูกอนุ เมื่อการหมั้นหมายผิดฝาผิดตัว จากความใกล้ชิดแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา เขาเกลียดนาง ชิงชังนางสุดหัวใจ..กล่าวหาว่านางเป็นเพียงสตรีใจร้ายผู้สวมรอยแทนที่น้องสาวของตน ไม่ว่านางจะทำดีเพียงใดหัวใจของเขาก็มิอาจอ่อนลง นาง…ยอมแล้ว หากการจากไปของนาง จะทำให้เขาและน้องสาวได้ครองคู่สมดังปรารถนาเช่นนั้นนางยอม 'หย่า' และขออวยพรให้คนทั้งสองได้เคียงคู่กัน แม้ฟ้าดินจะล่มสลายลงตรงหน้าก็ไม่อาจแยกจาก ส่วนนางไม่ขอรั้งอีกต่อไป

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

แสงอาทิตย์ยามบ่ายอาบไล้ผ่านช่องหน้าต่าง พัดพาละอองฝุ่นสีทองลอยเอื่อยอยู่ในอากาศผ่านเข้ามาในห้องส่วนใน เสิ่นเจียวจื่อเพ่งมองกระจกสำริด ใบหน้าเล็กเนียนละเอียดผัดเพียงแป้งบางเบา เส้นผมดำยาวถูกรวบขึ้นอย่างประณีต เผยต้นคอขาวผ่องราวหยก แลดูสุภาพสมวัย กลีบปากบางยกยิ้มภาพสะท้อนพึงพอใจเล็กน้อย

นางในวันนี้แม้ไร้มารดาก็มิอยากให้ใครว่าได้ว่าเป็นเพียงบุตรหลานตระกูลพ่อค้าผู้ไม่รู้ความ

“แม่นมจี้ ข้าเรียบร้อยดีหรือไม่” น้ำเสียงไม่มั่นใจเล็กน้อย แม่นมที่เลี้ยงกันมาตั้งแต่เล็กส่งยิ้มอ่อนโยน พลางเอ่ยสนับสนุนอย่างเช่นที่เคยเป็นมา

“งดงามยิ่งนักเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่ ท่านแม่ทัพเห็นเข้าเป็นต้องชื่นชมแน่นอน”

“เช่นนั้น เราไปพบท่านพ่อกันเถิด” คุณหนูใหญ่ตระกูลแม่ทัพเอ่ยขึ้นอย่างพอใจ

ท่านพ่อของนางออกทัพจับศึกมาหลายปี หลังสงครามสงบพึ่งกลับมาอยู่ที่เรือนได้ไม่ถึงครึ่งปี ทว่าท่านพ่อยังรักและห่วงใยนางไม่เสื่อมคลาย ทั้งยังตามใจไม่สิ้นสุด

‘เจียวเจียว อย่าได้หลั่งน้ำตาเลย ตราบใดที่บิดายังมีลมหายใจอยู่ ย่อมไม่มีผู้ใดกล้ารังแกเจ้าได้’ คำมั่นที่เอ่ยขึ้นในวันงานศพของมารดา ราวกับยังดังก้องสะท้อนอยู่ข้างหูมิรู้เลือน

แม้มารดาของนางจะเป็นเพียงบุตรีตระกูลพ่อค้า แล้วอย่างไรเล่า ในสายตาของท่านพ่อ นางกับมารดากลับได้รับความรักและความเอ็นดู มากกว่าแม่รองผู้เป็นถึงบุตรีแห่งตระกูลบัณฑิตเสียอีก

บรรยากาศภายในโถงบรรพชนค่อนข้างเรียบง่าย ซึ่งในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ มิใช่เพียงตระกูลเสิ่นเท่านั้นที่มีบุตรหลานจากทั้งบ้านหลักและบ้านรองเข้าพิธีปักปิ่นในปีเดียวกัน

เนื่องจากสงครามครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปีเพิ่งยุติลงฮ่องเต้พระองค์ใหม่จึงมีพระราชโองการขอความร่วมมือจากขุนนางทั่วแคว้นให้งดหรืออย่างน้อยก็ลดความฟุ่มเฟือยของพิธีกรรมทั้งหลาย เพื่อแสดงความอาลัยและฟื้นฟูแผ่นดิน

จวนแม่ทัพเสิ่นย่อมน้อมรับพระบัญชาอย่างมิอาจบกพร่อง บรรดาลูกหลานบุตรีจวนแม่ทัพที่ต้องทำพิธีในปีนี้จึงได้จัดพิธีปักปิ่นพร้อมกัน

แน่ละ ย่อมมีหลายคนไม่พอใจ

โดยเฉพาะท่านฮูหยินผู้เฒ่าสำหรับนางแล้วพิธีกรรมข้ามผ่านวัยเด็กย่อมเป็นพิธีสำคัญ เมื่อเบื้องบนขอมาย่อมไม่อาจไม่ปฏิบัติ ทว่าในความคิดของตนนั้นทำไมถึงไม่จัดในวันเกิดของเหมยจื่อ แม้เหมยจื่อจะเกิดแก่อี๋เหนียน แต่อี๋เหนียนเองเป็นถึงบุตรีอาจารย์รัชทายาท ซึ่งสถานะปัจจุบันของอี๋เหนียนเองยังเลื่อนขึ้นเป็นภรรยาเอก ใยยังยึดโยงไปยังบุตรีภรรยาเอกคนก่อน

ครั้นนางผู้นั้นล้มป่วยจนสิ้นใจ ฮุหยินผู้เฒ่าเคยคิดว่าบุตรชายจะรู้สำนึกเสียที ผู้ใดเล่าจะคาดคิด เขากลับเทใจมอบความรักทั้งปวงให้แก่บุตรสาวผู้มีสายเลือดต่ำต้อยน่ารังเกียจ แม้แต่งานปักปิ่น เดิมควรจัดในวันคล้ายวันเกิดของเหมยจื่อในอีกสองเดือนข้างหน้า เขากลับดันทุรังเลื่อนงานมาจัดรวมกับวันเกิดของเจียวจื่อเสียเช่นนี้ ช่างน่าขันยิ่งนัก

ยามสตรีวัยแรกรุ่นในอาภรณ์สีเขียวอ่อนเยื้องย่างก้าวเข้ามา ฮูหยินผู้เฒ่ากลับสะบัดหน้าหนี แทบมิอยากรับการคารวะแม้เพียงครึ่งพิธี ความรังเกียจในดวงตาคู่นั้น มิได้ต่างไปจากที่ท่านเคยมอบให้มารดาของเด็กสาวผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย

ทว่าฮูหยินกลับลืมไปเสียสนิท ว่าจวนแม่ทัพซึ่งยืนหยัดมาจนถึงทุกวันนี้ ล้วนตั้งอยู่บนสินเดิมของสตรีที่ตนรังเกียจ

แม้กระทั่งเงินค่ายาซึ่งต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน ก็ยังมาจากทรัพย์สินของผู้ที่ล้มตายไปแล้วผู้นั้น

เสิ่นเจียวจื่อเพียงลอบยิ้มอย่างขมขื่น

ท่านย่าไม่เคยรักนางเลยในสายตาของท่าน ไม่ว่านางจะทำดีเพียงใด ก็ไม่มีวันเทียบเท่าน้องรองได้

แต่แล้วอย่างไรเล่า

หากมัวแบกรับความคิดของผู้ที่ไม่เคยมีใจรักมาใส่ตนเอง นั่นมิใช่ความโง่งมเสียยิ่งกว่าหรือ

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Nunoy
Nunoy
สนุกมาก แต่จบบริบูรณ์จริงๆเหรอ
2026-06-27 15:03:37
0
0
117 Bab
บทนำ
แสงอาทิตย์ยามบ่ายอาบไล้ผ่านช่องหน้าต่าง พัดพาละอองฝุ่นสีทองลอยเอื่อยอยู่ในอากาศผ่านเข้ามาในห้องส่วนใน เสิ่นเจียวจื่อเพ่งมองกระจกสำริด ใบหน้าเล็กเนียนละเอียดผัดเพียงแป้งบางเบา เส้นผมดำยาวถูกรวบขึ้นอย่างประณีต เผยต้นคอขาวผ่องราวหยก แลดูสุภาพสมวัย กลีบปากบางยกยิ้มภาพสะท้อนพึงพอใจเล็กน้อยนางในวันนี้แม้ไร้มารดาก็มิอยากให้ใครว่าได้ว่าเป็นเพียงบุตรหลานตระกูลพ่อค้าผู้ไม่รู้ความ“แม่นมจี้ ข้าเรียบร้อยดีหรือไม่” น้ำเสียงไม่มั่นใจเล็กน้อย แม่นมที่เลี้ยงกันมาตั้งแต่เล็กส่งยิ้มอ่อนโยน พลางเอ่ยสนับสนุนอย่างเช่นที่เคยเป็นมา“งดงามยิ่งนักเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่ ท่านแม่ทัพเห็นเข้าเป็นต้องชื่นชมแน่นอน”“เช่นนั้น เราไปพบท่านพ่อกันเถิด” คุณหนูใหญ่ตระกูลแม่ทัพเอ่ยขึ้นอย่างพอใจ ท่านพ่อของนางออกทัพจับศึกมาหลายปี หลังสงครามสงบพึ่งกลับมาอยู่ที่เรือนได้ไม่ถึงครึ่งปี ทว่าท่านพ่อยังรักและห่วงใยนางไม่เสื่อมคลาย ทั้งยังตามใจไม่สิ้นสุด‘เจียวเจียว อย่าได้หลั่งน้ำตาเลย ตราบใดที่บิดายังมีลมหายใจอยู่ ย่อมไม่มีผู้ใดกล้ารังแกเจ้าได้’ คำมั่นที่เอ่ยขึ้นในวันงานศพของมารดา ราวกับยังดังก้องสะท้อนอยู่ข้างหูมิรู้เลือนแม้มารดาขอ
Baca selengkapnya
บทที่1
ฮูหยินผู้เฒ่าแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ปล่อยให้นางคุกเข่าอยู่ชั่วครู่ จนกระทั่งเอ้อร์เสิ่นต้องเอื้อมมือสะกิดเบา ๆ นางจึงค่อยพยักหน้าอย่างเสียมิได้ ให้นางลุกขึ้น เสิ่นเจียวจื่อผินหนัาส่งยิ้มให้อาสะใภ้รองอย่างขอบคุณ ไม่นานนักเสิ่นเหมยจื่อ น้องสาวต่างมารดาก็เยื้องย่างก้าวเข้ามา อาภรณ์สีชมพูอ่อนขับผิวพรรณขาวผ่องของนางให้ยิ่งดูอ่อนหวานงดงาม ใบหน้าเรียวยาวสะอาดตา นัยน์ตากลมโตดุจผลซิ่งเหอใสกระจ่าง รับกับสันจมูกที่โด่งตรงพอเหมาะ เพียงปรากฏกายก็ให้ความรู้สึกสดใสราวกับฤดูใบไม้ผลิด้านหลังของเสิ่นเหมยจื่อ ยังมีพี่สาวน้องสาวจากบ้านรองและบ้านสามติดตามเข้ามาด้วย เสิ่นเถาจื่อ ซึ่งมาจากบ้านสามมีอายุน้อยกว่านางอยู่สี่เดือน ส่วนเสิ่นหมิงจื่อ บุตรีจากบ้านรองมีอายุน้อยกว่านางหกเดือนเสิ่นเจียวจื่อพยักหน้าให้พวกนางอย่างสุภาพเป็นมิตร ทว่าผู้ที่ส่งยิ้มสดใสตอบกลับมา มีเพียงหมิงเอ๋อเพียงผู้เดียว ส่วนเหมยจื่อกับเถาจื่อกลับแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น นางเมินเฉยราวกับพี่สาวคนละมารดาไร้ตัวตน ก่อนจะเร่งฝีเท้าเข้าไปคุกเข่าคารวะท่านย่าอย่างนอบน้อม“เหมยเอ๋อร์ หลานรักของย่า เจ้าเติบโตขึ้นมางดงามถึงเพียงนี้ เกรงว่าซื่อจื่อคงต้อง
Baca selengkapnya
บทที่2
เดิมทีเสิ่นเจียวจื่อยังมิได้กังวลเรื่องคู่ครองนักเพราะนอกจากจะเชี่ยวชาญการค้าขายแล้ว สิ่งใดที่สตรีในยุคนี้พึงเรียนรู้ นางล้วนร่ำเรียนมาครบถ้วน นางจึงเชื่อมั่นว่าไม่ว่ากรณีใด ท่านพ่อก็ย่อมคัดเลือกบุรุษที่เหมาะสมให้แก่นางแน่ต่อให้มิได้แต่งเข้าสู่ตระกูลสูงศักดิ์ก็หาได้เป็นปัญหา ขอเพียงไม่ต้องตกเป็นอนุของผู้ใดก็เพียงพอแล้ว ระหว่างที่บรรดาแขกเหรื่อต่างพากันเข้ามาทักทาย นางเพียงยกยิ้มตอบอย่างสุภาพตามมารยาท คนที่สนิทหน่อยก็มีดอกไม้มามอบให้ทว่าคนส่วนใหญ่กลับหันไปรุมล้อมเสิ่นเหมยจื่อ ด้วยบัดนี้นางมิใช่เพียงบุตรีของอนุอีกต่อไป หากได้ขยับฐานะขึ้นเป็นบุตรีภรรยาเอกแล้ว ด้วยเมื่อครึ่งปีก่อนหลังจากบิดาจบศึกกลับมาอยู่จวนถาวร ท่านย่าเริ่มบีบบังคับกดดันให้เลื่อนตำแหน่งฟู่เหยียนเหยียนขึ้นเป็นภรรยาเอก ทั้งหมดก็เพื่อให้บุตรีของนางได้มีศักดิ์ฐานะสูงส่งไม่ต้องตกเป็นที่ครหาของผู้ใด รวมทั้งมีผลกับการแต่งเข้าจวนโหว ท่านพ่อจึงยินยอมดังนั้นนอกจากนางผู้เป็นตัวเอกของงานแล้ว เสิ่นเหมยจื่อก็ยังได้รับความสนใจจากผู้คนรอบข้างหาได้ด้อยไปกว่ากัน“ให้เจ้า”เวิ่นเฉินอี้ยิ้มอ่อนโยน พลางยื่นดอกเหมยฮวาสีชมพูอ่อนมาให้เสิ่
Baca selengkapnya
บทที่3
ขณะที่เสิ่นเหมยจื่อถึงกับหน้าซีดเผือด ดวงตากลมโตคลอด้วยหยาดน้ำใสท่านพ่อลำเอียงเกินไปแล้ว!ใคร ๆ ในเมืองหลวงต่างรู้ดีว่า เวิ่นเฉินอี้ กับนางคือคู่รักกันมาเนิ่นนาน แล้วเหตุใดท่านพ่อจึงยกว่าที่คู่หมั้นของนาง ไปให้นังสายเลือดต่ำผู้นั้นได้!“เจ้า! ช่างเหลวไหลสิ้นดี!” ฮูหยินผู้เฒ่ากระแทกไม้เท้าลงกับพื้นเสียงดัง เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความโกรธเวิ่นเฉินอี้คือคู่หมายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับจวน ทว่าบุตรชายคนโตกลับเลือกยัดเยียดสัญญาหมั้นหมายให้แก่บุตรสาวของสตรีที่ตนรัก!“ท่านแม่เจ้าค่ะ…ฮึก อย่าเพิ่งโมโหไปเลยเจ้าค่ะ”ฟู่เหยียนเหยียนซึ่งบัดนี้เลื่อนสถานะเป็นภรรยาเอก รีบประคองแม่สามีไว้ พลางกลั้นสะอื้น ทว่าเมื่อหันกลับมา สายตานั้นกลับแฝงความน้อยใจที่กดไว้เนิ่นนาน ก่อนจะตัดพ้อสามีผู้ไม่เคยมีนางอยู่ในใจ“ท่านพี่ เหตุใดท่านจึงลำเอียงถึงเพียงนี้ เหมยเอ๋อร์ก็เป็นบุตรสาวของท่านมิใช่หรือ”เสิ่นอวี้นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ดวงตาที่ผ่านศึกผ่านเรื่องราวมานับไม่ถ้วนหลุบต่ำลง สีหน้าเรียบเฉยราวกับซ่อนความคิดทั้งหมดไว้ภายใน“ท่านอา ข้าไม่ยอม”เวิ่นเฉินอี้ก้าวออกมาในทันที ไม่สนใจสายตาของบรรดาแขกเหรื่อที่กำลังจับจ้อง เขาเพ่
Baca selengkapnya
บทที่4
ท่านโหวกับฮูหยินเวิ่นเพียงยืนนิ่ง สีหน้าของคนทั้งคู่ฉายแววหนักใจอย่างไม่อาจปิดบัง เสิ่นเหมยจื่อเองก็พยายามกลั้นอารมณ์ ด้วยรู้ดีว่าหากยามนี้นางมัวแต่โวยวาย ไม่เพียงไร้ประโยชน์ ยังอาจผลักคู่หมั้นให้หลุดลอยไปอยู่ในมือพี่สาวอย่างแน่นอนนางทำได้เพียงยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับตรงหัวตาอย่างอดกลั้น ก่อนจะหันไปเรียกร้องความเห็นใจกับญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย“ท่านลุงโหว…ท่านป้าเวิ่น…” น้ำเสียงแผ่วเบาราวจะขาดหาย “เหมยเอ๋อร์มีสิ่งใดบกพร่อง ท่านทั้งสองบอกกล่าวได้เลยเจ้าค่ะ ขอเพียงให้โอกาสเหมยเอ๋อสักครั้ง…”คำพูดนั้นแทบไม่เหลือศักดิ์ศรีของสตรีไว้แม้เพียงน้อย ท่านโหวตระกูลเวิ่นกับฮูหยินเวิ่นเองก็มองสาวน้อยตรงหน้าอย่างอดเวทนาไม่ได้ เพราะพวกตนก็เฝ้ามองนางเติบโตมาตั้งแต่ยังเยาว์วัยทั้งนิสัยใจคอ งานศิลปะทั้งสี่ก็นับว่าไม่ยิ่งหย่อนกว่าใครในเมืองหลวง ใบหน้าหรือยิ่งโตก็ยิ่งงดงาม หากมีตำหนิก็มีเพียงข้อเดียวคือนางเกิดมาเป็นบุตรีอนุ แต่ทว่าในปัจจุบันฐานะของเหมยเอ๋อเองก็ได้ขยับขึ้นเป็นบุตรีภรรยาเอกอย่างสมบูรณ์แล้วดังนั้นเมื่อเทียบกับเสิ่นเจียวจื่อผู้สุขุมเยือกเย็น เหมยเอ๋อที่มีอุปนิสัยอ่อนหวานสดใสย่อมเป็นที่เอ็นดูของ
Baca selengkapnya
บทที่5
“ไม่จริง…เหตุใดจึงเป็นเจียวเจียวที่ช่วยข้า”เวิ่นเฉินอี้ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างไม่อาจยอมรับได้ เขาหันไปมองเสิ่นเหมยจื่อที่กำลังหลั่งน้ำตา สายตานางทอดมาทางเขาอย่างเจ็บปวด สีหน้าบ่งบอกชัดว่าคำพูดของท่านลุงนั้นเป็นเรื่องโกหกแน่ละ เขารู้ดี..จวนแม่ทัพใหญ่มักลำเอียง รักและปกป้องแต่บุตรีคนโต แต่การที่ขโมยความดีความชอบของบุตรสาวคนรองไปให้แก่บุตรสาวคนโตมันเกินไปหน่อยไหม?“ท่านโกหก!” เสียงนั้นหลุดออกมาด้วยอารมณ์เดือดดาล“หึ…” เสิ่นอวี้หัวเราะในลำคอแผ่วเบา สีหน้าไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย“หากเจ้าไม่เชื่อ ก็ลองถามท่านพ่อของเจ้าดู”“ท่านพ่อ…” เวิ่นเฉินอี้หันไปหาเจ้าจวนโหว น้ำเสียงสั่นไหวปนดื้อดึง“ท่านบอกข้าสิ..คนที่ช่วยชีวิตข้าในวันนั้นคือเหมยเอ๋อร์ ไม่ใช่เจียวเจียว”เจ้าจวนโหวเวิ่นนิ่งไปเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบา สีหน้าเคร่งขรึมลงอย่างที่ไม่อาจปิดบังได้“ก็เป็นดังที่ท่านอาเสิ่นของเจ้ากล่าว” ประโยคสั้น ๆ นั้นทำให้บรรยากาศในห้องโถงหยุดชะงัก“ผู้ที่ช่วยชีวิตเจ้าในวันนั้น คือเจียวเจียว”“ไม่ข้าไม่เชื่อ..”“ดังนั้นงานหมั้นก็ตามที่ว่าไว้ ต่อไปคู่หมั้นหมายของเจ้าคือเจียวเจียว”“ท่านพ่อ!!”เมื่อพิธ
Baca selengkapnya
บทที่6
ฟู่เหนียนเหนียนชะงักนิ่งไป หัวใจพลันสั่นไหว ความลังเลค่อย ๆ กัดกินจิตใจ จากเดิมที่ตั้งใจจะเก็บ ‘ความลับ’ นั้นไว้จนกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบสิ้น บัดนี้นางกลับหวั่นเกรงยิ่งกว่าเดิม เกรงว่าบุตรสาวจะวู่วาม ทำสิ่งใดที่ไม่อาจย้อนคืนได้“เหมยเอ๋อร์…แม่มีความลับเรื่องหนึ่งจะบอกเจ้า” ฟู่เหนียนเหนียนกดเสียงต่ำ “แต่เจ้าต้องสาบานกับแม่ ว่าเรื่องนี้จะไม่หลุดไปถึงหูผู้ใดเป็นอันขาด”“ความลับอะไรกันหรือเจ้าคะ ท่านแม่” เสิ่นเหมยจื่อค่อย ๆ หยุดสะอื้น ดวงตาที่แดงก่ำฉายแววสงสัยขึ้นมาแทน“เหมยเอ๋อร์…” ฟู่เหนียนเหนียนถอนหายใจแผ่วต่ำ ราวกับคำต่อไปหนักอึ้งยิ่งนัก“หากแม่จะบอกเจ้าว่าแม่ได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่ และอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตระกูลโหวจะล่มจม...เจ้าจะเชื่อคำแม่หรือไม่?”กลับมาเกิดใหม่? จวนโหวจะล่มจมงั้นหรือ? เรื่องเช่นนี้…ช่างฟังดูเหลวไหลยิ่งนัก“ท่านแม่เพียงอยากปลอบใจเหมยเอ๋อร์ ใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางสะอื้นเบา ๆ“ฮึก…ท่านแม่อย่าลำบากหาข้ออ้างแทนท่านพ่อเลยเจ้าคะ”“เพ่ย!…แม่ไม่ได้หาข้อแก้ตัวให้พ่อของเจ้า” ฟู่เหยียนเหยียนรีบปฏิเสธเสียงขื่นนางไม่จำเป็นต้องหาข้อแก้ตัวให้เสิ่นอวี้ เพราะเขาแสดงออกชัดเจนมาโดยตลอ
Baca selengkapnya
บทที่7
“หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะท่านแม่” เสิ่นเหมยจื่อเร่งถาม “ในภพชาติก่อน เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่” “ก็เพราะท่านพ่อของเจ้านั่นแหละ” ฟู่เหยียนเหยียนกัดฟันแน่น “เขาลอบวางแผนร่วมกับองค์ชายสาม” เพียงคิดถึงตรงนี้ หัวใจนางก็ปวดร้าว นางเคยปรามาสความรักที่เสิ่นอวี้มีต่อบุตรสาวคนโตว่ามันคงไร้ค่า แต่ชายผู้นั้นกับวางแผนทุกอย่างเพื่อบุตรสาวหมดแล้ว “ท่านพ่อเกี่ยวข้องด้วยหรือเจ้าคะ?” “ท่านพ่อเจ้าเป็นคนขององค์ชายสาม” ฟู่เหยียนเหยียนเอ่ยช้า ๆ หนักแน่น “และความจริงแล้ว…องค์ชายสามไม่เคยพิการ” ใช่..องค์ชายอิ๋งหลงหลี่แสร้งบาดเจ็บ เพื่อวางแผนจับผู้ทรยศ “หลังจากเจียวจื่อแต่งเข้าจวนได้สามปี องค์ชายสามก็กลับมาเดินได้เป็นปกติ ราวกับไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน” “ท่านพ่อลำเอียงนัก…” เสิ่นเหมยจื่อพึมพำเสียงแผ่วอยู่ในลำคอ แม้เรื่องราวที่มารดาเล่าจะยังไม่อาจตัดสินได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ ทว่าความรู้สึกในใจกลับตีตราไปแล้ว..บิดาของนางไม่เคยยุติธรรม แม้แต่คู่ครองอันดี เขายังวางแผนมอบให้พี่สาวสารเลวนั่นได้ครอบครอง แน่นอน หากเป็นสถานการณ์ปกติ เสิ่นเจียวจื่อไม่มีวันได้แต่งเข้าไปเป็นพระชายาองค์รัชทายาท สิทธิ์นั้นยังควรตกเป็น
Baca selengkapnya
บทที่8
ช่วงเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านพ้น เสิ่นเจียวจื่อยังคงพยายามขอเข้าพบบิดาไม่หยุด ทว่าหลังจากท่านแม่ทัพเสิ่นหลบหน้าย้ายไปพักอาศัยอยู่ที่ค่ายทหารเป็นเวลานาน นางก็ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรต่อไป ครั้นจะติดตามไปพบถึงค่ายทหาร นางก็เคยไปมาแล้ว แต่กลับไม่พบแม้เงาของท่าน คนในค่ายเพียงโยนคำตอบมาอย่างเลี่ยงบาลี ว่าท่านแม่ทัพออกเดินทางไปจัดการธุระทางทหาร และยังไม่มีกำหนดกลับ คำพูดนั้นทำให้หัวใจเสิ่นเจียวจื่อค่อย ๆ หนักอึ้ง ราวกับถูกกันออกจากโลกของบิดาโดยสิ้นเชิง หลังประกาศงานหมั้นได้ไม่นาน ก็กำหนดงานแต่งขึ้นทันทีช่วงเวลาดังกล่าวท่านพ่อแทบหายไปเลย จนฝ่ายชายมีการส่งมอบสินสอด ซึ่งการจะยกเลิกยิ่งยากเข้าไปทุกที และเมื่อกำหนดงานแต่งยิ่งใกล้เข้ามา สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งนักคือ ท่านแม่กลับเป็นผู้ช่วยเหลือการจัดงานแทบทุกอย่าง ไม่เพียงแต่เรื่องภายในจวน แม้แต่การติดต่อประสานกับฝั่งชาย เสิ่นฮูหยินก็เป็นผู้จัดการให้เรียบร้อยทั้งหมด ความราบรื่นนั้นกลับทำให้เสิ่นเจียวจื่อรู้สึกไม่อาจวางใจ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เกิดจนเติบโตเสิ่นเจียวจื่อใช่ว่าจะไม่เข้าใจความสัมพันธ์ภายในจวนท่านแม่ทัพ ยิ่งในยามที่ท่านพ่อออกศึกเป็นเวลานาน
Baca selengkapnya
บทที่9
ครั้นเจียวจื่ออายุครบสิบขวบนางก็เริ่มได้รับการสอนสั่งให้เรียนรู้การจัดการบัญชีและคุมคน ครั้นอายุย่างเข้าสิบสามปี แม่นางน้อยก็สามารถรับช่วงดูแลร้านค้าที่ติดมากับสินเดิมและต่อยอดกิจการเหล่านั้นได้อย่างเชี่ยวชาญ หึ…เลือดพ่อค้ามันแรง ก็เป็นเช่นนี้เอง “เจียวเจียว” ฟู่เหยียนเหยียนเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เจ้าได้ยินคำของท่านย่าแล้วใช่หรือไม่ ต่อไปนี้กุญแจคลังของเจ้าแม่จะเป็นผู้ดูแลให้” เสิ่นเจียวจื่อลอบยิ้มเยาะในใจ มีอย่างที่ไหนสมบัติของมารดานาง ผู้อื่นกลับกล้ายื่นมือเข้ามาสอด “ท่านแม่…ข้าเกรงว่าท่านคงเข้าใจผิดกระมังคะ?” “เพ่ย! ไร้มารยาทสิ้นดี เจ้าเป็นเพียงผู้น้อย ไยจึงกล้าต่อร้อต่อเถียงกับผู้ใหญ่!” ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับเดือดดาล นางไม่พอใจเสิ่นเจียวจื่อตั้งแต่วันที่อีกฝ่ายแย่งสัญญาหมั้นหมายไปจากเหมยเอ๋อแล้ว “ท่านแม่กับท่านย่าคงลืมไปกระมังคะ เดิมเรือนของข้าแยกค่าใช้จ่ายจากเรือนใหญ่มาตั้งแต่แรก ดังนั้นเจียวเจียวจึงไม่กล้ารบกวนให้ท่านแม่ต้องมาช่วยจัดการหรอกค่ะ” คำกล่าวของเจียวจื่อมิได้เกินจริง ฮูหยินผู้เฒ่ารู้แก่ใจว่าเรื่องสินเดิมของฮั่วหมู่หลี่ นางไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว เพียงแต่ไม่ค
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status