LOGINเช้าวันใหม่ที่พระอาทิตย์ส่องสีสันสดใสราวกับว่าเมื่อคืนพายุที่โหมกระหน่ำไม่เคยเกิดขึ้น
หญิงสาวในชุดมินิเดรสผ้าพลิ้วสีขาวเดินออกจากห้องนอนไปยังในครัว เห็นแผ่นหลังอาหนุ่มเธอก็เริ่มเก้ๆ กังๆ ไม่รู้จะปั้นหน้าอย่างไรหากเขาหันมา ทว่าอย่างไรก็ต้องก้าวผ่านห้วงเวลานี้ไปให้ได้
“คุณอาทำอะไรอยู่เหรอคะ” เธอทำได้ เพียงแค่เขาหันมาพูดด้วยปกติ ทุกอย่างมันก็จะเหมือนเดิม เรื่องร่างกายของเธอที่เขาเห็นเมื่อคืน คนเป็นหมออย่างเขาคงเห็นจนชิน เขาคงไม่สนใจร่างกายของเธอขนาดนั้นหรอก
“อาทำข้าวต้มกุ้งให้กินรองท้องก่อนกลับน่ะ” กันต์นทีตอบสั้นๆ โดยไม่หันมาสบตากับคนตัวเล็ก
“ให้ตะวันช่วยอะไรไหมคะ”
“เสร็จแล้ว มานั่งรอที่โต๊ะสิ”
“ค่ะ”
ไม่นานนักถ้วยข้าวต้มกุ้งร้อนๆ พร้อมกลิ่นหอมชวนรับประทานก็มาวางอยู่ตรงหน้าของเนตรชนก
“อาทำตามสูตรในอินเตอร์เน็ตน่ะ ลองกินดูว่าอร่อยไหม”
“ค่ะ” เอ่ยจบก็ตักข้าวต้มในถ้วยขึ้นมาเป่าสองสามครั้งก่อนจะเอาเข้าปาก เนตรชนกพยักหน้าน้อยๆ ให้กับคนที่กำลังนั่งจ้องอยู่ฝั่งตรงข้าม “อร่อยค่ะคุณอา”
“อร่อยก็กินเยอะๆ” เขาเอ่ยแค่นั้น จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารเช้าเงียบๆ
เนตรชนกเริ่มหน้าเจื่อน กันต์นทีดูแลเธอเหมือนเดิมก็จริง ทว่าวันนี้ความรู้สึกของเธอมันดันบอกว่ามันไม่เหมือนเดิม ปกติแล้วเขาจะพูดจากับเธอมากกว่านี้ หรือเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนกันนะ
เธอเผลอมองเขาเป็นระยะ หวังจะสบตาเพียงครู่แต่เขาหลบสายตาทุกครั้ง พฤติกรรมของเขาทำเอาหัวใจของเธอรู้สึกหน่วงแปลกๆ เพราะรู้สึกว่าความสนิทที่เริ่มก่อตัวมาได้อย่างดีกำลังจะกลายเป็นห่างเหิน ซึ่งเธอเองไม่อยากให้เป็นแบบนั้น
“คุณอา…ไม่สบายหรือเปล่าคะ” ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจจะถามอีกฝ่ายเลี่ยงอาการกระวนกระวายใจภายหลัง
กันต์นทีชะงักเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้า “ไม่ใช่ อาสบายดี” เขาตอบสั้นๆ ไม่มีคำถามต่อว่าทำไมเธอถึงได้ถามเขาเช่นนั้น และนั่นก็ยิ่งทำให้เนตรชนกเชื่อเต็มร้อยว่าอาหนุ่มของเธอนั้นแปลกไป
“คุณอาเป็นแบบนี้ตะวันอึดอัดนะคะ คุณอากลัวตะวันโกรธเรื่องเมื่อคืนใช่ไหมคะ”
“คือ...” เขาจะตอบเธออย่างไรดีในเมื่อความจริงมันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด
“ตะวันรู้ค่ะ แต่เมื่อคืนตะวันผิดเอง แล้วตะวันก็ไม่ได้โกรธอะไรคุณอาด้วย คุณอากลับมาเป็นเหมือนเดิมนะคะ ไม่ค่อยพูดค่อยจาแบบนี้มันทำให้ตะวันอึดอัด”
“อาขอโทษที่ทำให้ตะวันรู้สึกแบบนั้น”
“คุณอาบออกว่าตะวันอยากได้อะไรก็ให้บอก ตะวันขอบอกให้คุณอากลับมาพูดคุยกับตะวันเยอะๆ เหมือนเดิมค่ะ ห้ามทำตัวห่างเหินด้วย”
“อืม อาสัญญา” เขายิ้มตอบคนตัวเล็ก ทว่าในใจอยากจะปฏิเสธแทบแย่ หากเขาใกล้ชิดเธอและพูดคุยเหมือนเดิม กลัวเหลือเกินว่าความรู้สึกที่คิดกับเธอเกินคำว่าหลานสาวจะเกิดขึ้นอีก ทว่าอย่างไรตอนนี้ก็ตอบรับคำขอของเธอไปแล้ว หวังว่าวันหน้าเขาจะควบคุมตัวเองให้ได้ก็แล้วกัน
เป็นวันแรกที่กันต์นทีพาเนตรชนกกลับมาที่บ้านของเขา เพราะเขาได้ให้คนขนของหญิงสาวมาไว้ที่นี่หมดแล้ว แม้นที่นี่จะเทียบไม่ได้กับคฤหาสน์หลังโตของเธอ ทว่าเขาก็สามารถพูดได้เต็มปากว่าที่นี่จะปลอดภัยสำหรับเธอกว่าที่ไหนๆ
เนตรชนกลงจากรถได้เธอก็มองบ้านหลังสีขาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เป็นประกาย ที่นี่ไม่ได้หรูหราแต่ดูอบอุ่นตั้งแต่รั้วหน้าบ้านไปจนถึงสวนเล็กๆ พื้นที่ตรงนี้เหมือนพื้นที่ในฝันที่เธออยากมีเป็นที่สุด ไม่รู้ว่าคนอื่นจะมองแปลกไหมที่คุณหนูที่มีสมบัติมากมายอย่างเธอต้องการแค่พื้นที่เล็กๆ เท่านี้ มันดูอบอุ่นและเสมือนบ้านมากกว่าคฤหาสน์ที่เธอเคยอยู่
“มันอาจจะเล็กหน่อยนะ แต่อารับประกันว่าที่นี่จะอบอุ่นและปลอดภัย”
“ตะวันชอบมากค่ะ”
“พี่เธียรก็เคยพูดแบบนั้น”
“พูดว่าอะไรคะ”
“บอกว่าถ้าตะวันเห็นที่นี่ ตะวันจะชอบมาก”
“แสดงว่าคุณพ่อรู้มาตลอด...” รู้มาตลอดว่าเธอชอบอะไร นึกถึงคนเป็นพ่อแล้วน้ำตาเจ้ากรรมก็เริ่มเอ่อคลอ
“ตามอามาเถอะ” กันต์นทีไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กหวนนึกถึงเรื่องที่ทำให้เสียใจ เขาเลือกที่จะเบี่ยงเบนความสนใจโดยการจูงมือเธอเข้าไปในบ้านแล้วตรงขึ้นไปยังห้องนอนที่เขาเตรียมเอาไว้ให้เธอทันที
“เข้าไปดูสิว่าชอบไหม” เปิดประตูได้เขาก็ผายมือให้เจ้าของห้องคนใหม่เข้าไปด้านใน
ห้องนอนตรงหน้าของเนตรชนกตกแต่งด้วย ผ้าม่านสีครีม และเตียงกว้างในโทนเดียวกัน มีโต๊ะเขียนหนังสือวางติดหน้าต่าง มีแจกันดอกไม้เล็กๆ วางไว้พอสวยงาม
“อาจัดให้เรียบไปหน่อย ถ้าอยากเพิ่มอะไรบอกอาได้” แม้นคำพูดจะเป็นคำเรียบๆ ทว่าสายตาของเขาก็แสดงออกถึงความใส่ใจเต็มที่
เนตรชนกส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่จัดวางเอาไว้ราวกับเธอเป็นคนสั่ง จะพูดได้ไหมว่าเธอกับเขาชอบอะไรเหมือนๆ กัน
“ตะวันชอบมากค่ะ” เธอเอ่ยออกมาจากใจจริง และที่รู้สึกชอบมากไปกว่านั้น เพราะรู้สึกว่าเธอกับเขากำลังใกล้ชิดกันไปอีกขั้น เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ทว่าไม่รู้ทำไมเธอถึงได้ชอบที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลาก็ไม่รู้
ร่วมสองเดือนแล้วที่เนตรชนกย้ายมาอยู่ในบ้านหลังเดียวกับกันต์นที บ้านย่านชานเมืองที่เคยเงียบเหงามีเสียงหัวเราะเบาๆ แทรกอยู่ในทุกเช้าเย็น กันต์นทีเริ่มชินกับภาพของหญิงสาวในชุดอยู่บ้าน ผมยาวถูกรวบลวกๆ ใบหน้าของเนตรชนกสดใสขึ้นกว่าตอนที่มามากพอสมควรจนแทบจะเป็นปกติ
ในทุกเช้าเขาเตรียมอาหารเช้าไม่ว่าจะเป็นเตรียมเองบ้าง สั่งมาบ้าง ทว่าก็จะมีคนตัวเล็กคอยมาช่วยจัดโต๊ะรับประทานอาหารเสมอ
บทสนทนาของพวกเขาในแต่ละวันเต็มไปด้วยความเรียบง่าย ทว่าก็สร้างความผูกพันธ์ให้เกิดขึ้นได้รวดเร็วพอสมควร เร็วจนกันต์นทีเองก็ไม่รู้ว่าหากวันใดไม่มีคนตัวเล็กมาคอยเป็นสีสันในบ้านหลังนี้เขาจะเศร้าใจแค่ไหน
ทางด้านเนตรชนกเองเธอก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มกลับมาสดใสเกือบเต็มร้อย มีเพียงบางครั้งที่อยู่คนเดียวก็อาจจะคิดถึงคนเป็นพ่อบ้างเท่านั้น ทุกวันนี้เธอกล้าพูดกับกันต์นทีได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะมีสาระหรือไม่มี แม้กระทั่งความฝันของเธอในวันข้างหน้าที่อยากเป็นผู้บริหารที่เก่งเหมือนกับคนเป็นพ่อ และกันต์นทีก็เป็นผู้ฟังที่ดีให้กับเธอได้ทุกเรื่อง
ชีวิตประจำวันของพวกเขาราบรื่นไม่ได้มีสิ่งใดติดขัด เพียงแค่กันต์นทีนั้นต้องคอยข่มใจบอกกับตัวเองว่าทุกครั้งที่เธอยิ้มเขาต้องเบือนหน้าหนีอย่างแนบเนียน ทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้เขาต้องถอยออกมาหนึ่งก้าว เขาย้ำกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเธอคือ “หลาน” คือเด็กที่คนสำคัญฝากฝังไว้ ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขามีสิทธิ์หวั่นไหว
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยอมรับเลยว่าหัวใจไม่เคยเชื่อฟังเหตุผล
ในขณะที่กันต์นทีพยายามตีกรอบความรู้สึกของตัวเอง เนตรชนกกลับซื่อสัตย์กับหัวใจมากขึ้นทุกวัน เธอรู้แล้ว รู้อย่างชัดเจนจนไม่อาจหลอกตัวเองได้อีก
สิ่งที่เธอรู้สึกต่อเขาไม่ใช่ความผูกพันของหลานกับอา ไม่ใช่แค่ความอบอุ่นของที่พึ่งพิง มันคือความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งที่เผลอมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่อนโยนกว่าที่ควรเป็น
และยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งอยู่ใกล้ หัวใจของเธอยิ่งถอยกลับไม่ได้ จะเป็นอะไรไหมหากเธอบอกกับเขาไปตามตรงว่ารู้สึกอย่างไรกับเขา
ณ ร้านคาเฟ่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ เขมิกาและมินตรานั่งจิบกาแฟพลางรอคอยเพื่อนรักที่หายหน้าหายตาไปใช้ชีวิตสวีทหวานที่บ้านสวนริมน้ำอยู่นานสองนาน“นั่นไง! มาแล้ว” มินตราชี้ไปที่ประตูร้านมาริสาเดินเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ผิวพรรณของเธอมีออร่าบางอย่างที่ทำให้เพื่อนทั้งสองต้องหรี่ตามองอย่างจับผิด“แหม... ตั้งแต่เป็นคุณนายคุโรกิเนี่ย สวยวันสวยคืนเลยนะจ๊ะแม่คุณ” เขมิกาเอ่ยแซวทันทีที่มาริสานั่งลง “แล้วนี่คุณสามีหน้ายักษ์ยอมปล่อยตัวมาหาพวกเราได้ยังไงเนี่ย”“ก็... วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญจะมาบอกพวกแกนี่นา” มาริสาทำท่าเอียงอายพลางเปิดกระเป๋าหยิบซองสีขาวเล็กๆ ออกมาวางบนโต๊ะมินตรากับเขมิกามองหน้ากันก่อนจะรีบคว้าซองนั้นไปเปิดดู... มันคือรูปภาพอัลตราซาวด์ที่มีจุดเล็กๆ ปรากฏอยู่ตรงกลาง“อ๊าย... มะลิ! นี่แก...” มินตราเอามือปิดปาก ตาค้างด้วยความดีใจ“ท้องแล้วจ้า... สองเดือนแล้ว” มาริสาตอบเสียงใส“โอ๊ย! ฉันจะเป็นลม ยัยมะลิคนซื่อบื้อของพวกเรา วันนี้กำลังจะมีตัวน้อยให้ท่านประธานเซจิแล้วเหรอเนี่ย แล้วพ่อเขาเห่อมากเปล่าอะ”“ก็เห่อพอสมควร ขนาดจะมาหาพวกแกเขายังจะตามมาด้วยเลย ฉันเลยบอกว่าอยาก
เมื่อคนตัวโตเห็นว่าภรรยาตนพร้อมจนร่างสั่นเทิ้ม เซจิในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่าน เขาจัดการงัดแท่งร้อนขนาดมหึมาที่ตื่นตัวจนหัวเห็ดปูดเป่งออกมาจ่อที่ปากทางรักเซจิกดสะโพกแกร่งสวนลึกเข้าไปรวดเดียวจนสุดทาง แก่นกายร้อนระอุมุดหายเข้าไปในร่องสวาทที่คับแน่นจนถึงส่วนลึกที่สุด “อ๊าย...” มาริสาแหงนหน้าขึ้นกรีดร้องเสียงหลงเซจิไม่รอให้เธอพักหายใจ เขารัวสะโพกเข้าใส่ด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทุกครั้งที่เขากระทั้นกายเข้าหา ยอดอกของคนตัวเล็กก็สั่นไหวระริกไปตามแรงส่งจนเป็นที่น่าพอใจต่อสายตาคนตัวโต“อ๊ะ... อ๊าาา...คุณเซจิ อ๊า...”เสียงหวานที่เรียกชื่อเขาแทบขาดใจทำให้เซจิแทบคลั่ง เขาจับขาเมียรักพาดบ่าแล้วโหมกระแทกเข้าไปเน้นๆ จนสุดลำพักใหญ่ไม่นานนัก แรงตอดรัดจากภายในที่ทวีความรุนแรงทำให้เซจิรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ เขาต้องเร่งจังหวะให้ทันแตะขชอบสวรรค์พร้อมกับมาริสา“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าย...”“อะ อ้าส...” ทั้งสองกระตุกเกร็งเสร็จสมไปพร้อมกัน ในขณะที่เซจิก็ไม่ลืมจะอัดธารรักเพื่อสร้างทายาทให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาก็กอดร่างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเธอไว้แน่น ท่ามกลางเสียงหอบหา
มาริสาน้ำตาคลอเบ้า “ยายจ๋า... มะลิว่ามะลิโชคดีที่สุดเลยที่ได้เจอคุณเซจิ”ทองมาได้ยินหลานสาวเอ่ยคำพวกนั้นออกมาอย่างสุขใจเธอก็ทำได้แค่ยิ้มปลื้มใจ เมื่อหลานสาวของเธอมีคู่ชีวิตที่ดี วันข้างหน้าหากเธอไม่อยู่แล้วเธอก็จะได้ไม่ต้องห่วงคนข้างหลังในขณะที่ภายในห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก เซจิเหลือบไปเห็น มาโมรุ ที่ยืนทำสัญญาณมืออยู่ที่หน้าประตูห้องพัก เขาจึงขอตัวออกมาข้างนอก“มีอะไร”“ข่าวจากสายสืบครับนายน้อย ที่ดินที่โทโมยะได้ไป... ตอนนี้เขากำลังร้อนเงินหนัก เพราะเอาไปวางค้ำประกันไว้กับบ่อนพนันใต้ดินของพวกยากูซ่า และดูเหมือนว่าเขาจะโดนโกงสัญญาที่ดินผืนนั้นด้วย”“หึ่...มันเป็นไปตามที่คุณปู่บอกจริงๆ... คนที่ได้อะไรมาด้วยความคดโกง สุดท้ายมันก็จะสูญสิ้นไปด้วยความโลภของตัวเอง”“เราจะเข้าไปยุ่งไหมครับ”“ไม่จำเป็น... ปล่อยให้พวกยากูซ่าจัดการกันเอง” เซจิหันไปมองมาริสาผ่านกระจกประตูห้องที่กำลังหัวเราะอยู่กับยาย “หน้าที่ของฉันคือปกป้องรอยยิ้มของเมียฉัน ส่วนไอ้คนพรรค์นั้น... ให้ผลกรรมมันทำงานของมันเอง”หลังจากการเยี่ยมไข้ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เซจิก็ทำตามความต้องการของมาริสาด้วยการพาเธอมายังบ้านเรือน
เซจิเริ่มเลื่อนละเลงลิ้นต่ำลงมายังยอดอกอิ่มสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา เขาใช้ริมฝีปากครอบครองมันไว้แล้วดูดดึงเต็มแรงจนมาริสาต้องแอ่นหน้าอกรับด้วยความเสียวซ่าน“อ๊ะ... คุณเซจิ...” มือเล็กจิกขยำลงบนแผ่นหลังกว้างระบายอารมณ์เซจิไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจ เขาเลื่อนมือลงต่ำไปยังใจกลางความสาวที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวาน ก่อนจะส่งนิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปสำรวจภายในจนมาริสาบิดเร่า“พร้อมแล้วสินะ... ยัยเด็กดื้อ”เซจิจัดการแยกเรียวขาสวยออกกว้าง จากนั้นก็จ่อส่วนหัวที่หยาดเยิ้มลงบนร่องสวาทก่อนจะค่อยๆ กดแทรกกายเข้าไปให้ร่องนั้นกลืนกินตัวตนของเขาไปจนมิด“อือ อื้อ...” มาริสาเบิกตาโพลง ความใหญ่โตของตัวตนของเขาทำให้เธอรู้สึกจุกแน่นจนแทบหยุดหายใจเซจิกัดฟันกรอด พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนทั้งที่อยากจะกระแทกกระทั้นโถมบนตัวของเธอเป็นบ้า ทว่าก็ต้องแช่ค้างไว้จนคนตัวเล็กเริ่มปรับตัวได้“พร้อมไหม”“ค่ะ” มาริสาตอบเสียงแหบพร่า หลังจากเธอพยักหน้า ตัวของเธอก็สั่นคลอนไปตามแรงกระแทกแสนเสียวซ่านของเขานานสองนานที่เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังระงมไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด ยิ่งตคนตัวโตเห็นยอดอกอิ่มของเธอสั่นไหวตามจังหวะที่เขาถาโถมเท่าไร
“เปล่า ฉันเห็นว่าหนี้ที่ดินของเธอมาตั้งหลายล้านเยน ถ้ากอดอย่างเดียวคงต้องกอดกันไปถึงชาติหน้า ฉันเลยมีงานพิเศษอีกอย่างมาเสนอ... ถ้าเธอยอมให้ฉันจูบก่อนไปทำงานทุกวัน ฉันจะเพิ่มให้ครั้งละห้าพันเยน”มาริสาอ้าปากค้าง “ห้าพันเยน! แค่จูบเนี่ยนะคะ คุณเซจิคะ คุณเริ่มจะเสพติดการจ่ายเงินแปลกๆ แล้วนะ”“ไม่เอาก็ตามใจ” เอ่ยจบก็มองไปที่กองเอกสารด้วยท่าทางทำเป็นไม่สนใจมาริสากัดริมฝีปากนิ่งคำนวณ ห้าพันเยนก็เกือบพันกว่าบาท แค่จุ๊บเดียวเอง คุ้มจะตาย! “ก็ได้ค่ะ! รับค่ะ เริ่มเลยไหมคะ”เซจิอมยิ้มก่อนจะดึงให้เธอโน้มตัวลงมาหา ใบหน้าคมเข้มเลื่อนเข้าไปประทับริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาแต่เนิ่นนานกว่าที่มาริสาคิดไว้ หัวใจของคนตัวเล็กเต้นรัวจนผิดจังหวะ จนลืมเรื่องเงินไปชั่วขณะเซจิผละออกพลางจ้องตามาริสาที่กำลังเคลิ้มไม่หยุด “โอเคแล้ว”“คะ?”“ทำไม ไม่พอใจเหรอ”“ม... ไม่ค่ะ! ฉันไปทำงานแล้วนะคะ” มาริสารีบวิ่งหน้าแดงออกไปจากห้อง ทิ้งให้เซจินั่งยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ถ้าเขาทำแบบนี้ทุกวันแล้วเธอยังอยากจะให้เขาเป็นอิสระอีกก็ถือว่าเธอใจแข็งเกินไปแล้วความสุขเมื่อครู่อยู่ได้ไม่นาน เมื่อมาโมรุเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “
บรรยากาศที่เคยหวานละมุนจากการล้อเลียนเรื่องลูกชุบสลายตัวไปในทันที เมื่อเซจิเริ่มที่จะเข้าเรื่องเคร่งเครียด“ฉันคุยกับคุณปู่แล้ว... เพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันจบ และเพื่อให้พ่อของเธอเลิกเอาเรื่องยายมาขู่เธอ ฉันจะเซ็นยกที่ดินผืนนั้นให้เขาไปซะ”มาริสาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอรู้ดีว่าที่ดินผืนนั้นมีความสำคัญต่อตระกูลคุโรกิมากแค่ไหน “ไม่ได้นะคะคุณเซจิ! ที่ดินผืนนั้นมูลค่ามันมหาศาลมาก คุณจะยอมเสียมันไปเพราะเรื่องของฉันไม่ได้นะคะ”“มันคุ้มที่จะแลก มะลิ... ถ้ามันทำให้เธอหลุดพ้นจากคนพรรค์นั้นได้”คำพูดของเขาทำให้มาริสารู้สึกผิดพอสมควร เธอไม่อยากเป็นภาระที่ทำให้เขาต้องเสียสมบัติของตระกูล “ถ้าอย่างนั้น... คุณบอกฉันได้ไหมคะว่าที่ดินผืนนั้นราคาเท่าไร ฉันจะทำงานชดใช้ให้ค่ะ ฉันจะทำงานที่บริษัทให้หนักขึ้น แล้วก็จะหางานเสริมทำเยอะๆ เท่าที่จะไหว ฉันจะผ่อนใช้หนี้ให้คุณจนครบทุกบาททุกสตางค์เลยค่ะ!”เซจิขมวดคิ้ว “เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”“ก็เพื่อที่จะได้ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณคุณไปตลอดชีวิตไงคะ...” มาริสาตอบตามที่ใจคิด “ถ้าฉันใช้หนี้หมดเร็ว ฉันจะได้ไม่ต้องอยู่ในสถานะภรรยาของคุณนานเกินไป... เผื่อวันข้างหน้าคุ







