LOGINอาหารทะเลหลายอย่างวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหารตัวใหญ่ ว่าจะเป็น ล็อบสเตอร์ย่างเนยสมุนไพรพร้อมซอสไวน์ขาว ปลากะพงขาวนึ่งมะนาว หอยเชลล์ย่างเนยคู่ซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิล สลัดผักร็อกเก็ตกับแซลมอนรมควัน อาหารเลิศรสจากร้านอาหารหรูที่ส่งตรงมาถึงบ้านพักทำเอาคนตัวเล็กน้ำลายสอ
“นึกว่ามื้อเย็นจะได้กินข้าวผัดเหมือนเดิมซะอีก”
“อ้าว อยากกินก็ไม่บอกอา เดี๋ยวอาทำให้”
“พูดจริงใช่ไหมคะ” เขาดูไม่ออกจริงๆ หรือว่าเธอพูดเล่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” กันต์นทีหัวเราะร่วน ก่อนจะนั่งตรงข้ามคนตัวเล็ก “กินเถอะ ร้านนี้อร่อยทุกเมนูเลยนะ”
“คุณอาสั่งมากินบ่อยเหรอคะ”
“อืม...” เขาไม่ได้อยากพูดถึงความหลังว่าไปรู้จักร้านนี้ได้อย่างไร ทว่าเขาก็การันตีได้ว่าร้านนี้ใครได้ชิมเป็นอันต้องกลับมาซ้ำแทบทุกราย
“หืม...” เนตรชนกตาลุกวางเมื่อเนื้อแซลมอนเข้าปาก รับรู้ได้เลยว่าร้านนี้ไม่เพียงแค่รสชาติดีเท่านั้น ทว่าวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารก็ดีมากเช่นกัน เห็นทีเธอต้องยกให้ร้านนี้เป็นร้านประจำเมื่อย่างก้าวเข้ามาเที่ยวที่นี่แล้ว
“ไม่ผิดจากที่อาบอกใช่ไหมล่ะ”
“ค่ะ ถ้าคราวหน้ามาที่นี่อีก ตะวันคงต้องสั่งมากินอีกรอบแน่นอนค่ะ”
“อยากมาที่นี่เมื่อไรก็มาได้เลย อายกบ้านหลังนี้ให้ตะวัน”
“อะไรนะคะ”
เขาไม่พูดต่อ ได้เพียงแค่ยื่นกุญแจบ้านให้กับเจ้าของบ้านคนใหม่
“ที่นี่เป็นบ้านหลังแรกของคุณอาไม่ใช่เหรอคะ”
“อาเห็นตะวันชอบ อาก็เลยอยากให้ ถึงบ้านหลังนี้มันจะไม่ใหญ่เท่าบ้านที่ตะวันเคยมี แต่ถ้าตะวันไม่รังเกียจก็รับของขวัญของอาเอาไว้เถอะ ถือว่าให้อาได้ตอบแทนบุญคุณพ่อของตะวัน”
หากเขาเอ่ยออกมาว่า ถ้าไม่รังเกียจก็ให้รับบ้านหลังนี้เอาไว้ แล้วแบบนี้เธอจะเอ่ยปฏิเสธเขาได้อย่างไร “ขอบคุณคุณอามากเลยนะคะ แต่ไม่ว่าจะยังไงบ้านหลังนี้คุณอาก็มาพักได้ตลอดเลยนะคะ”
“อืม” เขาดีใจที่เนตรชนกยอมรับกุญแจจากมือของเขาโดยดี ของทุกอย่างที่เขามีล้วนแล้วมีสารตั้งต้นมาจากการศึกษาและคำสอนที่เธียรมอบให้ทั้งนั้น ไม่ว่าหญิงสาวตรงหน้าอยากจะได้อะไรที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของเขา เขาก็จะหามาให้เธอทุกอย่าง
ห้องนอนเล็กในบ้านริมทะเลเงียบสงบ แม้นตัวบ้านจะเป็นสีขาว ทว่าเฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนนี้เป็นไม้สีเข้มจัดวางเรียบง่าย ทุกอย่างบอกชัดว่าห้องนี้เคยเป็นของผู้ชายมาก่อน ก็แน่ล่ะ เพราะกันต์นทีเพิ่งจะบอกกับเธอว่ายกห้องนอนของเขาให้กับเธอ ส่วนเขาก็ไปนอนที่ห้องนั่งเล่น
เนตรชนกยืนมองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยพึมพำออกมาเบาๆ “ถ้าเปลี่ยนเป็นสีอ่อนกว่านี้คงดี” ในเมื่อเขายกบ้านหลังนี้ให้เธอแล้ว อีกหน่อยเธอจะทำให้ความอึมครึมหายไปให้หมด
ขณะที่กำลังคิดว่าจะปรับเปลี่ยนตรงไหน ทว่าลมฟ้าลมฝนข้างนอกก็เริ่มแรงขึ้นมาอย่างไม่มีวี่แววมาก่อน เนตรชนกรีบหยิบผ้าเช็ดตัวหมายจะไปอาบน้ำ เพราะกลัวว่าจะไฟดับเสียก่อน
ทันทีที่เธอถอดเสื้อผ้าตัวสุดท้ายวางไว้ในตะกร้าหน้าห้องน้ำ สายฟ้าผ่าลงมาอย่างรุนแรง
เปรี้ยง! ไฟทั้งห้องดับวูบลงในพริบตา “อ๊าย...” เสียงร้องของเนตรชนกดังขึ้นลั่นบ้านเรียกให้คนที่อยู่ด้านนอกรีบพุ่งตัวเข้ามาข้างในโดยไม่สนประตูว่ามันจะพังเสียหายอย่างไร
จังหวะเดียวกันนั้นเองไฟในห้องก็ติดขึ้นอีกครั้ง แสงสว่างนั้นทำให้ทั้งสองมองหน้ากันตาค้าง ไม่ใช่เนตรชนกตกใจที่เห็นอาหนุ่มเข้ามาด้านใน ทว่าเป็นเพราะเธอกำลังล่อนจ้อนต่อหน้าของเขา
“อะ อ๊าย...” เป็นอีกครั้งที่สาวเจ้ากรีดร้องด้วยความอาย
กันต์นทีได้สติก็รีบละสายตาจากคนตัวเล็ก จากนั้นเขาก็รีบคว้าผ้าขนหนูที่พับอยู่ใกล้มือโยนไปคลุมเนื้อตัวของเธอ
“ขอโทษ อาไม่ได้ตั้งใจ” เขาก้มหัวให้เธอครั้งแล้วครั้งเล่า
ตะวันเม้มริมฝีปากเล็กน้อย จะว่าเขาผิดก็ไม่ได้ เพราะรู้ได้ว่าเขานั้นเข้ามาเพราะความเป็นห่วง “ตะ ตะวันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ คุณอาไม่ได้เห็นอะไรใช่ไหมคะ”
“อืม อาจะออกไปเดี๋ยวนี้” เอ่ยจบก็รีบหันหลังเดินดุ่มออกไปข้างนอก
ส่วนเนตรชนกก็รีบพาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ หลังประตูปิดลงได้เธอก็ทรุดนั่งอยู่กับพื้น หัวใจเต้นแรง ใบหน้าร้อนผ่าว รู้ได้เลยว่าแก้มของตัวเองตอนนี้คงดงเป็นลูกตำลึงแน่ ความอุ่นใจที่เคยมี แปรเปลี่ยนเป็นความสับสนที่อธิบายไม่ถูก แล้วต่อจากนี้เธอจะมองหน้าเขาอย่างไร ถึงแม้นว่าเขาจะบอกว่าไม่เห็นอะไรแต่เธอก็รู้ว่าเขาตอบเพราะอยากให้เธอสบายใจ
แม้นจะผ่านไปค่อนคืนแล้ว ทว่ากันต์นทีก็ยังนอนไม่หลับ เขาเดินไปเดินมาอยู่ที่ระเบียงทั้งที่ยังคงมีฝนโปรยลงมาไม่ขาดราวกับว่าอยากให้สายฝนนั้นล้างความคิดบาปในใจ เพราะตอนนี้เขาทำใจไม่ให้คิดไม่ดีกับเนตรชนกได้เลยจริงๆ เขาไม่เคยรู้สึกเช่นยนี้กีบใครแม้กระทั่งแฟนเก่าของตัวเอง ทว่าดันมารู้สึกกับคนที่มีสถานะเป็นหลานสาวของตัวเองเสียได้
เธอเป็นหลาน เป็นเด็กที่ต้องฝากชีวิตไว้กับเขา เขาไม่มีสิทธิ์หวั่นไหว
กันต์นทียังคงพร่ำบอกกับตัวเองในใจอยู่ทุกเวลา ทว่าหัวใจมันก็ไม่เคยจะฟังเสียงของสมอง ทำยังไงดีเขาถึงจะหยุดคิดบ้าๆ แบบนี้ได้
ณ ร้านคาเฟ่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ เขมิกาและมินตรานั่งจิบกาแฟพลางรอคอยเพื่อนรักที่หายหน้าหายตาไปใช้ชีวิตสวีทหวานที่บ้านสวนริมน้ำอยู่นานสองนาน“นั่นไง! มาแล้ว” มินตราชี้ไปที่ประตูร้านมาริสาเดินเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ผิวพรรณของเธอมีออร่าบางอย่างที่ทำให้เพื่อนทั้งสองต้องหรี่ตามองอย่างจับผิด“แหม... ตั้งแต่เป็นคุณนายคุโรกิเนี่ย สวยวันสวยคืนเลยนะจ๊ะแม่คุณ” เขมิกาเอ่ยแซวทันทีที่มาริสานั่งลง “แล้วนี่คุณสามีหน้ายักษ์ยอมปล่อยตัวมาหาพวกเราได้ยังไงเนี่ย”“ก็... วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญจะมาบอกพวกแกนี่นา” มาริสาทำท่าเอียงอายพลางเปิดกระเป๋าหยิบซองสีขาวเล็กๆ ออกมาวางบนโต๊ะมินตรากับเขมิกามองหน้ากันก่อนจะรีบคว้าซองนั้นไปเปิดดู... มันคือรูปภาพอัลตราซาวด์ที่มีจุดเล็กๆ ปรากฏอยู่ตรงกลาง“อ๊าย... มะลิ! นี่แก...” มินตราเอามือปิดปาก ตาค้างด้วยความดีใจ“ท้องแล้วจ้า... สองเดือนแล้ว” มาริสาตอบเสียงใส“โอ๊ย! ฉันจะเป็นลม ยัยมะลิคนซื่อบื้อของพวกเรา วันนี้กำลังจะมีตัวน้อยให้ท่านประธานเซจิแล้วเหรอเนี่ย แล้วพ่อเขาเห่อมากเปล่าอะ”“ก็เห่อพอสมควร ขนาดจะมาหาพวกแกเขายังจะตามมาด้วยเลย ฉันเลยบอกว่าอยาก
เมื่อคนตัวโตเห็นว่าภรรยาตนพร้อมจนร่างสั่นเทิ้ม เซจิในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่าน เขาจัดการงัดแท่งร้อนขนาดมหึมาที่ตื่นตัวจนหัวเห็ดปูดเป่งออกมาจ่อที่ปากทางรักเซจิกดสะโพกแกร่งสวนลึกเข้าไปรวดเดียวจนสุดทาง แก่นกายร้อนระอุมุดหายเข้าไปในร่องสวาทที่คับแน่นจนถึงส่วนลึกที่สุด “อ๊าย...” มาริสาแหงนหน้าขึ้นกรีดร้องเสียงหลงเซจิไม่รอให้เธอพักหายใจ เขารัวสะโพกเข้าใส่ด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทุกครั้งที่เขากระทั้นกายเข้าหา ยอดอกของคนตัวเล็กก็สั่นไหวระริกไปตามแรงส่งจนเป็นที่น่าพอใจต่อสายตาคนตัวโต“อ๊ะ... อ๊าาา...คุณเซจิ อ๊า...”เสียงหวานที่เรียกชื่อเขาแทบขาดใจทำให้เซจิแทบคลั่ง เขาจับขาเมียรักพาดบ่าแล้วโหมกระแทกเข้าไปเน้นๆ จนสุดลำพักใหญ่ไม่นานนัก แรงตอดรัดจากภายในที่ทวีความรุนแรงทำให้เซจิรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ เขาต้องเร่งจังหวะให้ทันแตะขชอบสวรรค์พร้อมกับมาริสา“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าย...”“อะ อ้าส...” ทั้งสองกระตุกเกร็งเสร็จสมไปพร้อมกัน ในขณะที่เซจิก็ไม่ลืมจะอัดธารรักเพื่อสร้างทายาทให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาก็กอดร่างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเธอไว้แน่น ท่ามกลางเสียงหอบหา
มาริสาน้ำตาคลอเบ้า “ยายจ๋า... มะลิว่ามะลิโชคดีที่สุดเลยที่ได้เจอคุณเซจิ”ทองมาได้ยินหลานสาวเอ่ยคำพวกนั้นออกมาอย่างสุขใจเธอก็ทำได้แค่ยิ้มปลื้มใจ เมื่อหลานสาวของเธอมีคู่ชีวิตที่ดี วันข้างหน้าหากเธอไม่อยู่แล้วเธอก็จะได้ไม่ต้องห่วงคนข้างหลังในขณะที่ภายในห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก เซจิเหลือบไปเห็น มาโมรุ ที่ยืนทำสัญญาณมืออยู่ที่หน้าประตูห้องพัก เขาจึงขอตัวออกมาข้างนอก“มีอะไร”“ข่าวจากสายสืบครับนายน้อย ที่ดินที่โทโมยะได้ไป... ตอนนี้เขากำลังร้อนเงินหนัก เพราะเอาไปวางค้ำประกันไว้กับบ่อนพนันใต้ดินของพวกยากูซ่า และดูเหมือนว่าเขาจะโดนโกงสัญญาที่ดินผืนนั้นด้วย”“หึ่...มันเป็นไปตามที่คุณปู่บอกจริงๆ... คนที่ได้อะไรมาด้วยความคดโกง สุดท้ายมันก็จะสูญสิ้นไปด้วยความโลภของตัวเอง”“เราจะเข้าไปยุ่งไหมครับ”“ไม่จำเป็น... ปล่อยให้พวกยากูซ่าจัดการกันเอง” เซจิหันไปมองมาริสาผ่านกระจกประตูห้องที่กำลังหัวเราะอยู่กับยาย “หน้าที่ของฉันคือปกป้องรอยยิ้มของเมียฉัน ส่วนไอ้คนพรรค์นั้น... ให้ผลกรรมมันทำงานของมันเอง”หลังจากการเยี่ยมไข้ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เซจิก็ทำตามความต้องการของมาริสาด้วยการพาเธอมายังบ้านเรือน
เซจิเริ่มเลื่อนละเลงลิ้นต่ำลงมายังยอดอกอิ่มสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา เขาใช้ริมฝีปากครอบครองมันไว้แล้วดูดดึงเต็มแรงจนมาริสาต้องแอ่นหน้าอกรับด้วยความเสียวซ่าน“อ๊ะ... คุณเซจิ...” มือเล็กจิกขยำลงบนแผ่นหลังกว้างระบายอารมณ์เซจิไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจ เขาเลื่อนมือลงต่ำไปยังใจกลางความสาวที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวาน ก่อนจะส่งนิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปสำรวจภายในจนมาริสาบิดเร่า“พร้อมแล้วสินะ... ยัยเด็กดื้อ”เซจิจัดการแยกเรียวขาสวยออกกว้าง จากนั้นก็จ่อส่วนหัวที่หยาดเยิ้มลงบนร่องสวาทก่อนจะค่อยๆ กดแทรกกายเข้าไปให้ร่องนั้นกลืนกินตัวตนของเขาไปจนมิด“อือ อื้อ...” มาริสาเบิกตาโพลง ความใหญ่โตของตัวตนของเขาทำให้เธอรู้สึกจุกแน่นจนแทบหยุดหายใจเซจิกัดฟันกรอด พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนทั้งที่อยากจะกระแทกกระทั้นโถมบนตัวของเธอเป็นบ้า ทว่าก็ต้องแช่ค้างไว้จนคนตัวเล็กเริ่มปรับตัวได้“พร้อมไหม”“ค่ะ” มาริสาตอบเสียงแหบพร่า หลังจากเธอพยักหน้า ตัวของเธอก็สั่นคลอนไปตามแรงกระแทกแสนเสียวซ่านของเขานานสองนานที่เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังระงมไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด ยิ่งตคนตัวโตเห็นยอดอกอิ่มของเธอสั่นไหวตามจังหวะที่เขาถาโถมเท่าไร
“เปล่า ฉันเห็นว่าหนี้ที่ดินของเธอมาตั้งหลายล้านเยน ถ้ากอดอย่างเดียวคงต้องกอดกันไปถึงชาติหน้า ฉันเลยมีงานพิเศษอีกอย่างมาเสนอ... ถ้าเธอยอมให้ฉันจูบก่อนไปทำงานทุกวัน ฉันจะเพิ่มให้ครั้งละห้าพันเยน”มาริสาอ้าปากค้าง “ห้าพันเยน! แค่จูบเนี่ยนะคะ คุณเซจิคะ คุณเริ่มจะเสพติดการจ่ายเงินแปลกๆ แล้วนะ”“ไม่เอาก็ตามใจ” เอ่ยจบก็มองไปที่กองเอกสารด้วยท่าทางทำเป็นไม่สนใจมาริสากัดริมฝีปากนิ่งคำนวณ ห้าพันเยนก็เกือบพันกว่าบาท แค่จุ๊บเดียวเอง คุ้มจะตาย! “ก็ได้ค่ะ! รับค่ะ เริ่มเลยไหมคะ”เซจิอมยิ้มก่อนจะดึงให้เธอโน้มตัวลงมาหา ใบหน้าคมเข้มเลื่อนเข้าไปประทับริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาแต่เนิ่นนานกว่าที่มาริสาคิดไว้ หัวใจของคนตัวเล็กเต้นรัวจนผิดจังหวะ จนลืมเรื่องเงินไปชั่วขณะเซจิผละออกพลางจ้องตามาริสาที่กำลังเคลิ้มไม่หยุด “โอเคแล้ว”“คะ?”“ทำไม ไม่พอใจเหรอ”“ม... ไม่ค่ะ! ฉันไปทำงานแล้วนะคะ” มาริสารีบวิ่งหน้าแดงออกไปจากห้อง ทิ้งให้เซจินั่งยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ถ้าเขาทำแบบนี้ทุกวันแล้วเธอยังอยากจะให้เขาเป็นอิสระอีกก็ถือว่าเธอใจแข็งเกินไปแล้วความสุขเมื่อครู่อยู่ได้ไม่นาน เมื่อมาโมรุเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “
บรรยากาศที่เคยหวานละมุนจากการล้อเลียนเรื่องลูกชุบสลายตัวไปในทันที เมื่อเซจิเริ่มที่จะเข้าเรื่องเคร่งเครียด“ฉันคุยกับคุณปู่แล้ว... เพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันจบ และเพื่อให้พ่อของเธอเลิกเอาเรื่องยายมาขู่เธอ ฉันจะเซ็นยกที่ดินผืนนั้นให้เขาไปซะ”มาริสาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอรู้ดีว่าที่ดินผืนนั้นมีความสำคัญต่อตระกูลคุโรกิมากแค่ไหน “ไม่ได้นะคะคุณเซจิ! ที่ดินผืนนั้นมูลค่ามันมหาศาลมาก คุณจะยอมเสียมันไปเพราะเรื่องของฉันไม่ได้นะคะ”“มันคุ้มที่จะแลก มะลิ... ถ้ามันทำให้เธอหลุดพ้นจากคนพรรค์นั้นได้”คำพูดของเขาทำให้มาริสารู้สึกผิดพอสมควร เธอไม่อยากเป็นภาระที่ทำให้เขาต้องเสียสมบัติของตระกูล “ถ้าอย่างนั้น... คุณบอกฉันได้ไหมคะว่าที่ดินผืนนั้นราคาเท่าไร ฉันจะทำงานชดใช้ให้ค่ะ ฉันจะทำงานที่บริษัทให้หนักขึ้น แล้วก็จะหางานเสริมทำเยอะๆ เท่าที่จะไหว ฉันจะผ่อนใช้หนี้ให้คุณจนครบทุกบาททุกสตางค์เลยค่ะ!”เซจิขมวดคิ้ว “เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”“ก็เพื่อที่จะได้ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณคุณไปตลอดชีวิตไงคะ...” มาริสาตอบตามที่ใจคิด “ถ้าฉันใช้หนี้หมดเร็ว ฉันจะได้ไม่ต้องอยู่ในสถานะภรรยาของคุณนานเกินไป... เผื่อวันข้างหน้าคุ